*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 3936
  • จำนวนผู้ชม : 1462890
  • จำนวนผู้โหวต : 458
  • ส่ง msg :
  • โหวต 458 คน
วันศุกร์ ที่ 15 มีนาคม 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 195 , 17:15:43 น.  
หมวด : ดารา/นักร้อง/คนดัง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน สิงห์นอกระบบ , สาครงค์ โหวตเรื่องนี้

 

วัสดีครับ

         วันนี้เรามารับรู้หลักเกณฑ์กำหนดอัตราค่าแรงขั้นต่ำกันนะครับ โดยแหล่งที่มาอยู่ที่กระทรวงแรงงานซึ่งเป็นเจ้าภาพผู้ประสาน

งานจัดตั้งคณะกรรมการองค์กรไตรภาคี อันประกอบด้วย ผู้แทนฝ่ายลูกจ้าง ผู้แทนฝ่ายนายจ้าง และผู้แทนฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายละ ๕ คน

เท่ากัน ตามที่กำหนดในพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.๒๕๔๑ และที่แก้ไขเพิ่มเติม ทั้งยังได้กระจายอำนาจการพิจารณาอัตรา

ค่าจ้างขั้นต่ำไปในภูมิภาคเป็นคณะอนุกรรมการพิจารณาอัตราค่าจ้างขั้นต่ำจังหวัดด้วย เพื่อพิจารณาความเหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจ

และสังคมในแต่ละพื้นที่ให้สอดคล้องยิ่งขึ้น รวมทั้งได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจเพื่อศึกษาและเสนอแนะแนวทางการกำหนด

อัตราค่าจ้างขั้นต่ำ มาดูความเหมาะสมของหลักเกณฑ์ สูตรการคำนวณที่เป็นไปตามหลักวิชาการที่มีมาตรฐานเช่นเดียวกับนานาประ

เทศ ซึ่งในปี 256๑ ได้มีการกำหนดสูตรคำนวณอัตราค่าจ้างขั้นต่ำขึ้นมาใหม่ โดยจะใช้ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ซึ่งเป็นดัชนีชี้วัดอัตรา

การเปลี่ยนแปลงของราคาสินค้าซึ่งเป็นค่าครองชีพของประชาชนรอบ ๑ ปี และผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ (GDP) และจังหวัด

(GPP) ซึ่งจะเป็นดัชนีชี้วัดอัตราการเปลี่ยนแปลงของการเจริญเติบโตทางด้านเศรษฐกิจเฉลี่ย ๕ ปี (พ.ศ.๒๕๕๔-๒๕๕๘) มาเป็นฐาน

การคำนวณด้วย

         อย่างไรก็ตาม การดำเนินการดังกล่าวนี้ มีความสลับซับซ้อนจนทำความเข้าใจได้ยาก จึงอาจจะต้องอ่านแล้วอ่านอีกก็ได้ครับ

 

รายการ "ในหัวใจมีเสียงเพลง"

Darling I Love You By THE CLASSIC ILLUSTRATION https://youtu.be/wcAtkQJwbwQ

Memory Love Songs Vol.3 - SOMEWHERE BETWEEN (Karaoke) https://youtu.be/CY9kmwMJh5M

Lobo - How can I tell her (video/audio edited & restored) HQ/HD https://youtu.be/o1RB2Dq1PEI


 

..................................................................

 

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ตรากระทรวงแรงงาน

 

ก.แรงงาน แจงค่าจ้างขั้นต่ำกำหนดตามเกณฑ์มาตรฐานสำหรับแรงงานแรกเข้าทำงาน

 Submitted by mol_thai on 10/09/2560
วันที่: 
 10 กันยายน 2017

             นายอนันต์ชัย อุทัยพัฒนาชีพ ผู้ตรวจราชการกระทรวงแรงงานในฐานะโฆษกกระทรวงแรงงาน ชี้แจงเกี่ยวกับการกำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ โดยกล่าวว่า อัตราค่าจ้างขั้นต่ำ เป็นการกำหนดเพดานค่าจ้างโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้หลักประกันขั้นต้นแก่ลูกจ้างที่ไม่มีฝีมือเมื่อแรกเข้าทำงาน เฉพาะลูกจ้างคนเดียวที่สมควรจะได้รับและสามารถดำรงชีพอยู่ได้ตามสภาพเศรษฐกิจและสังคม ณ เวลานั้น ๆ ซึ่ง องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (International Labour Organization) ได้กำหนดให้ค่าจ้างขั้นตํ่าเป็นมาตรฐานของการคุ้มครองแรงงาน เพื่อให้ประเทศสมาชิกได้นำไปเป็นแนวทางปฏิบัติในการคุ้มครองผู้ใช้แรงงานเกี่ยวกับค่าจ้าง ทั้งนี้ ประเทศไทยก็ได้นำมาปรับใช้ให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล โดยมีปัจจัยพื้นฐานที่นำมาพิจารณาในการกำหนดอัตราค่าจ้างขั้นตํ่า อาทิ ปัจจัยพื้นฐานของฝ่ายลูกจ้าง ได้แก่ปัจจัยทางด้านค่าครองชีพและค่าจ้างที่ผู้ใช้แรงงานพึงได้รับผลตอบแทนจากการทำงานให้สมกับความสามารถและดำรงชีพอยู่ได้อย่างพอเพียง ปัจจัยพื้นฐานของฝ่ายนายจ้างได้แก่ ความสามารถในการจ่าย และความอยู่รอดของธุรกิจ ส่วนปัจจัยทางภาครัฐได้แก่ การประสานผลประโยชน์ของทั้งฝ่ายนายจ้างและฝ่ายลูกจ้าง ให้สามารถดำรงอยู่ร่วมกันได้และนำมาซึ่งผลประโยชน์ของส่วนรวม ความอยู่รอดของระบบเศรษฐกิจ และผลกระทบของค่าจ้างขั้นตํ่าต่อการลงทุน รวมถึงพิจารณาระดับค่าจ้างโดยทั่วไปเปรียบเทียบกับประเทศอื่นด้วย เป็นต้น
          นายอนันต์ชัยฯ กล่าวต่อว่า อัตราค่าจ้างขั้นต่ำในแต่ละจังหวัดเป็นการกำหนดให้สอดคล้องกับสภาพการใช้จ่ายการครองชีพในแต่ละพื้นที่ รวมถึงการสร้างแรงจูงใจให้เกิดการขยายการลงทุนไปยังภูมิภาค โดยมีคณะอนุกรรมการการพิจารณาอัตราค่าจ้างขั้นต่ำจังหวัดร่วมกันพิจารณา อันเป็นกระจายอำนาจไปสู่ภูมิภาคไม่ใช่การตัดสินใจจากส่วนกลางเพียงอย่างเดียว ทั้งนี้ เมื่อปี 2555 จากการปรับอัตราค่าจ้างในอัตรา 300 บาท เท่ากันทั่วประเทศ ได้ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างสำคัญที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อธุรกิจไทย โดยเฉพาะผู้ส่งออก เพราะต้องแข่งขันกับผู้ประกอบการในต่างประเทศที่ไม่ได้มีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างค่าจ้างแรงงานเหมือนประเทศไทย การพิจารณาเรื่องอัตราค่าจ้างขั้นต่ำจึงมีความจำเป็นต้องพิจารณาอย่างรอบคอบและรอบด้านการกำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำในประเทศไทย เป็นอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการค่าจ้าง ซึ่งเป็นองค์กรไตรภาคี อันประกอบด้วย ผู้แทนฝ่ายลูกจ้าง ผู้แทนฝ่ายนายจ้าง และผู้แทนฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายละ ๕ คนเท่ากัน ตามที่กำหนดในพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.๒๕๔๑ และที่แก้ไขเพิ่มเติม ทั้งยังได้กระจายอำนาจการพิจารณาอัตราค่าจ้างขั้นต่ำไปในภูมิภาคเป็นคณะอนุกรรมการพิจารณาอัตราค่าจ้างขั้นต่ำจังหวัดด้วย เพื่อพิจารณาความเหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจและสังคมในแต่ละพื้นที่ให้สอดคล้องยิ่งขึ้น รวมทั้งได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจเพื่อศึกษาและเสนอแนะแนวทางการกำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ มาดูความเหมาะสมของหลักเกณฑ์ สูตรการคำนวณที่เป็นไปตามหลักวิชาการที่มีมาตรฐานเช่นเดียวกับนานาประเทศ ซึ่งในปี 256๑ ได้มีการกำหนดสูตรคำนวณอัตราค่าจ้างขั้นต่ำขึ้นมาใหม่ โดยจะใช้ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ซึ่งเป็นดัชนีชี้วัดอัตราการเปลี่ยนแปลงของราคาสินค้าซึ่งเป็นค่าครองชีพของประชาชนรอบ ๑ ปี และผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ (GDP) และจังหวัด (GPP) ซึ่งจะเป็นดัชนีชี้วัดอัตราการเปลี่ยนแปลงของการเจริญเติบโตทางด้านเศรษฐกิจเฉลี่ย ๕ ปี (พ.ศ.๒๕๕๔-๒๕๕๘) มาเป็นฐานการคำนวณด้วย
          “ขอเน้นย้ำว่า อัตราค่าจ้างขั้นต่ำ กำหนดไว้เป็นหลักประกันขั้นต้นแก่ลูกจ้างที่ไม่มีฝีมือเมื่อแรกเข้าทำงาน ส่วนผู้ที่มีทักษะฝีมือแรงงานที่ได้มาตรฐาน กระทรวงแรงงาน ได้กำหนดระดับค่าจ้างอย่างเหมาะสมและเป็นธรรมสอดคล้องกับทักษะฝีมือและความรู้ความสามารถ ปัจจุบันได้ประกาศแล้ว ๖๗ สาขาอาชีพ สูงสุดถึงวันละ ๘๐๐ บาท และยังอยู่ระหว่างการพิจารณาเพิ่มขึ้นอีก ๑๖ ขาอาชีพ หากให้ความสำคัญกับมาตรฐานฝีมือแรงงานประโยชน์จะเกิดขึ้นทั้งฝ่ายลูกจ้าง นายจ้าง และประเทศชาติที่กำลังจะเดินหน้าสู่ประเทศไทย ๔.๐” นายอนันต์ชัยฯ กล่าวในท้ายที่สุด

Logo

วันศุกร์ที่ 15 มีนาคม 2562

 

พบ 9 ปัญหาแรงงานภาคอิเล็กฯ-ยานยนต์ไทย ปี 2559-60

พัชณีย์ คำหนัก ผู้ประสานงานระหว่างประเทศเครือข่ายกู๊ดอิเล็กทรอนิกส์ประเทศไทย 19 มิ.ย. 2560

พบ 9 ปัญหาแรงงานภาคอิเล็กฯ-ยานยนต์ไทย ปี 2559-60

พบ 9 ปัญหาสำคัญที่เป็นอุปสรรคต่อแรงงานไทยในภาคอิเล็กทรอนิกส์และยานยนต์ การใช้แรงงานนักศึกษาฝึกงานตามฤดูกาล, อันตรายจากการใช้สารเคมี, การทำลายสหภาพแรงงาน, การเลิกจ้าง, การเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้างที่ไม่เป็นคุณแก่ลูกจ้าง, การขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำตามประกาศของรัฐบาลทหาร, การแทรกแซงกิจการสหภาพแรงงานของทหาร, นโยบายเขตเศรษฐกิจพิเศษ และการจำกัดเสรีภาพในการแสดงออก ที่มาภาพประกอบ: thaiauto.or.th

สมาชิกของเครือข่ายกู๊ดอิเล็กทรอนิกส์ประเทศไทย ซึ่งเป็นนักกิจกรรมแรงงาน นักสหภาพแรงงานและนักพัฒนาเอกชนได้ประชุมแลกเปลี่ยนสภาพปัญหาของแรงงานอิเล็กทรอนิกส์และยานยนต์ในพื้นที่อุตสาหกรรมภาคตะวันออก ได้แก่ จังหวัดระยอง ชลบุรี ปราจีนบุรี และภาคกลาง จังหวัดปทุมธานี กรุงเทพฯ เมื่อต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งเป็นทั้งการติดตามและแก้ไขปัญหาเดิมอย่างต่อเนื่อง และเป็นสถานการณ์ใหม่ของปี 2559-2560 ทั้งหมด 9 ประเด็น ดังนี้

  1. การใช้แรงงานนักศึกษาฝึกงานตามฤดูกาล

ในปี 2560 นี้โรงงานผลิตกล้องถ่ายรูป เครื่อเสียงติดรถยนต์ อุปกรณ์อิเลคทรอนิกส์แห่งหนึ่งในจังหวัดชลบุรีรับนักศึกษาฝึกงานประมาณ 2,000 คน จากวิทยาลัยสายอาชีพในจังหวัดต่างๆ เช่น แพร่ อุตรดิตถ์ ขอนแก่น ร้อยเอ็ด ทำงานเยี่ยงลูกจ้างในบริษัท และยังเป็นการทดแทนแรงงานซับคอนแทร็คบางส่วนในช่วงที่มีคำสั่งผลิตสูง สิ่งที่พบคือ นักศึกษาไม่มีความรู้เกี่ยวกับสิทธิของตัวเอง และไม่ได้รับการอบรมทักษะความรู้และความปลอดภัยในการทำงานที่เพียงพอ คาดว่า ในอนาคตโครงสร้างกำลังแรงงานไทยจะประกอบด้วยนักศึกษาฝึกงานมากขึ้น ตามนโยบายของรัฐบาลทหารที่มุ่งพัฒนาทักษะฝีมือแรงงานคนรุ่นใหม่ โดยให้นักศึกษาสายอาชีพไปฝึกงานกับสถานประกอบการในหลักสูตรทวิภาคี เพื่อเป็นกำลังขับเคลื่อนอุตสาหกรรมให้แข่งขันในตลาดโลกได้

นอกจากนี้ เมื่อปี 2559 บริษัทมีนโยบายรับสมัครพนักงานซับคอนแทร็คด้วยสัญญาจ้าง 11 เดือน (จากเดิมไม่มีกำหนด) เมื่อครบสัญญาจ้าง 11 เดือนก็ยุติการจ้างงาน  ทั้งนี้มองว่าเป็นการหลีกเลี่ยงการจ่ายค่าชดเชยการเลิกจ้าง ซึ่งหากจ้างงานครบ 1 ปีลูกจ้างจะมีสิทธิได้รับเงินค่าชดเชย 3 เดือน  และยังเป็นการหลีกเลี่ยงไม่จ่ายโบนัส ดังนั้น สหภาพแรงงานจึงควรเข้าไปดูเงื่อนไข ตรวจสอบผลประโยชน์ในสัญญา 11 เดือนดังกล่าว เช่น ค่าบอกกล่าวล่วงหน้า

  1. อันตรายจากการใช้สารเคมี

โรงงานผลิตแบตเตอรี่สำหรับจักรยานยนต์แห่งหนึ่งในจังหวัดชลบุรี ทำการผลิตด้วยสารตะกั่ว ดีบุก ซึ่งเป็นสารอันตรายต่อสุขภาพของคนงาน  ดังนั้น เมื่อเดือนมีนาคม 2560 คนงานไปตรวจเลือด พบว่า มีสารตะกั่วในเลือดสูง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นแรงงานพม่า ขาดการศึกษาเรื่องผลกระทบจากการใช้สารเคมี นอกจากนี้ โรงงานยังปล่อยน้ำที่ปนเปื้อนสารตะกั่ว ลงในลำธารธรรมชาติที่ไหลผ่านชุมชนและลงสู่แหล่งเก็บน้ำสาธารณะซึ่งเป็นแหล่งน้ำที่ชุมชนต้องใช้น้ำเพื่ออุปโภคและบริโภครวมกัน ทำให้เห็นการบริหารจัดการที่ขาดความรับผิดชอบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม จึงควรมีการเฝ้าระวังปัญหาสุขภาพจากการใช้สารเคมีในการผลิต

  1. การทำลายสหภาพแรงงาน

ที่ผ่านมา การดำเนินคดีของนายจ้างต่อสมาชิกสหภาพแรงงานเจนเนอรัลมอเตอร์ส ประเทศไทย (จีเอ็ม) (ชุมนุมประท้วงเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้างของนายจ้าง ถูกกล่าวว่าบุกรุกพื้นที่ของบริษัทฯ เมื่อปี 2556) การขออนุญาตศาลเลิกจ้างประธานสหภาพแรงงานซูซุกิมอเตอร์ ประเทศไทย เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2558 ได้มีการดำเนินคดีในชั้นศาลมาเป็นเวลา 3-4 ปี

การต่อสู้ทำให้เห็นว่า จากการที่นายจ้าง บริษัท เจนเนอรัลมอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด แจ้งความดำเนินคดีอาญากับสมาชิกสหภาพแรงงานฯ ที่ร่วมชุมนุมอยู่ในพื้นที่หน้าโรงงาน และกระบวนการ/รูปแบบการต่อสู้ไปไกลกว่าที่กฎหมาย/อำนาจของเจ้าหน้าที่รัฐจะรับมือได้ กล่าวคือ การปิดงานที่ไม่มีระยะเวลากำหนด ทำให้นายจ้างปิดงานลูกจ้างที่เป็นสมาชิกสหภาพแรงงานฯ ได้อย่างถาวร (ซึ่งไม่ใช่การเลิกจ้าง) ส่งผลต่อการส่งเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคม โดยหากลูกจ้างและนายจ้างไม่จ่ายเงินสมทบภายใน 6 เดือนทำให้ลูกจ้างเสียสิทธิประโยชน์ต่างๆ และการปิดงาน นายจ้างไม่ต้องจ่ายค่าจ้างหรือค่าชดเชยใดๆ ทำให้คนงานจีเอ็มถูกลอยแพ อันเป็นการกลั่นแกล้งสมาชิกสหภาพแรงงาน แม้จะร้องเรียนไปยังกระทรวงแรงงาน ต่อนายกรัฐมนตรี เมื่อเดือนพฤษภาคม 2559  แต่รัฐมนตรีก็ไม่ออกคำสั่งระงับการปิดงานของนายจ้างแต่อย่างใด โดยอ้างว่าไม่มีอำนาจกระทำได้

หรือการที่นายจ้างยื่นข้อเรียกร้องให้กับสมาชิกหรือกรรมการสหภาพแรงงานเป็นรายบุคคล และใช้สิทธิ์ปิดงานสมาชิกหรือกรรมการสหภาพแรงงานเป็นรายบุคคลตามมา แม้สมาชิกสหภาพแรงงานจะยอมรับตามข้อเรียกร้องของนายจ้างทุกประการ แต่นายจ้างก็ยังคงปฏิเสธการเจรจาและใช้สิทธิ์ปิดงานต่อไป เจ้าหน้าที่รัฐก็ไม่มีอำนาจในการไกล่เกลี่ยหรือระงับข้อพิพาทแรงงานได้

อีกกรณีหนื่ง คือ สหภาพแรงงานแห่งหนึ่งในจังหวัดปราจีนบุรี เมื่อสหภาพแรงงานมีการยื่นข้อเรียกร้องเมื่อเดือนมีนาคม 2560 ตามขั้นตอนของกฎหมายนายจ้างกลับปฏิเสธที่จะเจรจา ทำให้เกิดปัญหาข้อพิพาทแรงงาน แต่เจ้าหน้าที่รัฐไม่สามารถที่จะบังคับให้นายจ้างมาเจรจากับลูกจ้างได้ ลูกจ้างเองก็มีข้อจำกัดในการดำเนินกิจกรรม ไม่สามารถนัดหยุดงานได้ เนื่องจากติดปัญหาพระราชบัญญัติการชุมนุมในที่สาธารณะ และการเฝ้าติดตามการดำเนินกิจกรรมจากเจ้าหน้าที่ทางหาร

และวิธีการของนายจ้างหลายแห่งหยิบใช้ คือ ผู้นำแรงงานถูกให้ออกนอกโรงงาน เช่น กรณีประธานสหภาพแรงงานซูซุกิฯ แม้จะได้รับเงินเดือนและยังมีสถานะเป็นลูกจ้าง แต่ไม่สามารถดำเนินการต่อสู้และทำกิจกรรมสหภาพแรงงานได้อย่างต่อเนื่อง กอปรกับขบวนการพิจารณาคดีใช้เวลานาน และนี่คือการทำลายสหภาพฯ รวมถึงกรณีของบุญยืน สุขใหม่ ประธานสหภาพแรงงานพนักงานไอทีเอฟ ที่นายจ้างขออำนาจศาลเลิกจ้างเมื่อเดือนธันวาคม 2558

  1. การเลิกจ้าง

การเลิกจ้างคนงานหญิงอิเล็กทรอนิกส์ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป หรือมีอายุงานนาน 15  ปีขึ้นไปด้วยโครงการสมัครใจลาออก ทั้งนี้ มีสมมติฐานว่า นายจ้างต้องการเปลี่ยนถ่ายคนงานที่ทำงานมาเป็นเวลานาน มีสารเคมีสะสมอยู่ในร่างกาย เนื่องจากเกิดกรณีที่คนงานหญิงในโรงงานอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์แห่งหนึ่ง เมื่อลาออกและกลับบ้านต่างจังหวัด พบว่า ป่วยเป็นโรคมะเร็งและเสียชีวิตในที่สุด ไม่แตกต่างจากกรณีคนงานซัมซุงเกาหลีใต้ สหภาพแรงงานจึงควรเข้าไปตรวจสอบสภาพแวดล้อมในการทำงาน สารเคมี ความปลอดภัย อุปกรณ์กำจัดกลิ่นจากสารเคมี เพื่อให้คำแนะนำ เช่น การซักเสื้อผ้าชุดทำงานไม่ควรปนกับของคนในครอบครัว

สาเหตุที่คนงานจำนวนมากเข้าโครงการสมัครใจลาออก เพราะต้องการเงินก้อนไปลงทุนค้าขาย เช่น ขายอาหาร อย่างไรก็ตาม มีบางรายกลับมาทำงานเป็นพนักงานซับคอนแทร็ค บางรายไปทำงานในเขตเศรษฐกิจพิเศษ เช่น เขตสมุทรปราการ ซึ่งถูกยกเว้นกฏหมายบางฉบับ เช่น ก.ม.แรงงาน ทำให้คนงานกลายเป็นคนชายขอบไร้อำนาจการต่อรอง

นอกจากนี้ ในการเลิกจ้างคนงานก็จะเลิกจ้างคนงานเหมาช่วงเป็นอันดับแรก ซึ่งเป็นวิธีการเดียวกันกับในอดีต แต่ในบางแห่งเลิกจ้างพนักงานประจำและซับคอนแทร็คพร้อมกัน

  1. การเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้างที่ไม่เป็นคุณแก่ลูกจ้าง

การเปลี่ยนระบบการทำงานของบริษัทอิเล็คทรอนิคส์แห่งหนึ่งในเขตกรุงเทพฯ เปลี่ยนจากระบบทำ 6 หยุด 1 เป็นทำ 4 หยุด 2 ไปพร้อมกับการทำให้สหภาพแรงงานอ่อนแอ ซึ่งการเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้างไม่เป็นคุณต่อลูกจ้างแต่อย่างใด เพราะทำให้ลูกจ้างขาดรายได้ เกิดภาวะปั่นป่วนกับวันหยุดงานประจำสัปดาห์ ทั้งถูกบังคับให้ทำงานวันละ 12 ชั่วโมงรวมโอทีด้วย สหภาพแรงงานจึงดำเนินการฟ้องศาลแรงงาน ไม่ยอมรับการทำ 4 หยุด 2 หลังจากทำการนัดหยุดงานประท้วงเมื่อปี 2556 ซึ่งปัจจุบัน คดียังไม่สิ้นสุด

  1. การขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำตามประกาศของรัฐบาลทหาร

การขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำเมื่อมกราคม 2560 ไม่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของคนงานแต่อย่างใด เนื่องจากปรับขึ้นเพียงวันละ 1-10 บาท บางพื้นที่ไม่มีการปรับค่าจ้างขั้นต่ำ แต่ขณะเดียวกันลูกจ้างได้รับผลกระทบจากค่าครองชีพที่สูงขึ้น

  1. การแทรกแซงกิจการสหภาพแรงงานของทหาร

เมื่อสหภาพแรงงานยื่นข้อเรียกร้อง ชุมนุม และนัดหยุดงาน หรือจัดกิจกรรมให้ความรู้แก่สมาชิกสหภาพแรงงาน ทหารจะเข้าไปสอดส่อง ติดตามการทำงานของผู้นำแรงงาน การเรียกผู้นำแรงงาน (บุญยืน สุขใหม่) ไปปรับทัศนคติที่ค่ายทหาร

  1. นโยบายเขตเศรษฐกิจพิเศษของรัฐบาลทหาร

เขตเศรษฐกิจพิเศษอยู่ในเขตชายแดนที่ปราศจากสิทธิการรวมกลุ่มสหภาพแรงงาน และการงดการบังคับใช้กฏหมายบางฉบับที่ฝ่ายแรงงานคาดการณ์ได้ว่าจะก่อให้เกิดปัญหาการละเมิดสิทธิแรงงานและสภาพการจ้างที่เลวร้ายตามมา ทั้งยังเป็นนโยบายที่ตอกย้ำความไม่ยุติธรรมทางเศรษฐกิจและการจ้างงานไม่เป็นธรรมอีกด้วย

  1. การจำกัดเสรีภาพในการแสดงออก

การปกครองด้วยระบอบทหารไม่เปิดโอกาสให้ประชาชนที่เห็นแย้ง วิพากษ์วิจารณ์นโยบายของรัฐ กระชับพื้นที่การชุมนุมของฝ่ายแรงงาน และมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจยื่นข้อเรียกร้องของสหภาพแรงงานบางแห่ง แต่บางแห่งยังดำเนินการยื่นข้อเรียกร้องตามปกติ เนื่องจากประเด็นปากท้องและบริบทในสถานที่ทำงานเป็นปัจจัยหลักในการผลักดันต่อสู้มากกว่าปัจจัยทางการเมือง และขึ้นอยู่กับการวิเคราะห์ของสหภาพแรงงานด้วย อย่างไรก็ตาม ภายใต้บรรยากาศที่เป็นอยู่ส่งผลให้อำนาจการเจรจาต่อรองของสหภาพแรงงานลดลง

จากกรณีข้างต้น เห็นได้ว่า ปัญหาของแรงงานนอกจากจะต้องแก้ไขเรื่องเดิม คดีเก่าแล้ว ยังเผชิญกับเงื่อนไขใหม่ คือ การปกครองด้วยมาตรา 44 ของรัฐบาลทหารไม่เอื้อให้เกิดการต่อสู้เรียกร้องของสหภาพแรงงาน ทำให้นายจ้างเป็นฝ่ายได้เปรียบ อย่างไรก็ตาม โดยหลักการ การเรียกร้องเป็นสิทธิตามกฎหมายที่เจ้าหน้าที่รัฐไม่มีอำนาจสั่งการยับยั้งได้ หากยับยั้งถือเป็นการไม่เคารพสิทธิเสรีภาพของฝ่ายแรงงาน และความยุติธรรมก็จะไม่เกิด.

 

สาเหตุ และปัญหาของแรงงานไทยในปัจจุบัน

4th June 2016  ข่าวสถานการณ์ , ทำงาน

หลายๆคนคงจะทราบกันดีอยู่แล้วว่า ปัจจุบันนี้ ตลาดแรงงานไทย มีความต้องการแรงงานเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมากแต่บางคนอาจจะนึกค้านอยู่ในใจว่า ไม่เห็นจริงเลย จบมาตั้งนานแล้ว ยังหางานทำไม่ได้ ลอยไปลอยมาเตะฝุ่นอยู่เนี่ย แท้จริงแล้วปัญหาที่ตลาดแรงงานไทยประสบอยู่นั้น เป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง ทั้งปัญหาคนตกงาน ปัญหาเรื่องค่าแรง และคุณภาพของแรงงาน การขึ้นค่าแรงจึงเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุมาดูกันเลยดีกว่า ว่าเพราะเหตุใด ทำให้คนไทยบางคนยังว่างงาน ทั้งที่แรงงานขาดแคลน
 
  • อย่างแรก ก็คือ ปัญหาในระบบการศึกษาไทย

หลักสูตรการศึกษาที่ไม่มีมาตรฐาน ส่งผลให้ไม่สามารถผลิตบัณฑิตคุณภาพออกสู่ตลาดแรงงานได้ ยกตัวอย่างเช่นการเรียนการสอนวิชาภาษาอังกฤษ ที่ไม่สามารถสอนให้เด็กไทยสื่อสารได้ ทั้งที่เด็กไทยเรียนภาษาอังกฤษมาตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาล แต่เนื่องจากการเรียนการสอนที่เน้นไปที่ไวยากรณ์ แต่ขาดการมีส่วนร่วมของเด็ก ทำให้เด็กไม่สามารถสื่อสารเป็นภาษาอังกฤษได้

เมื่อระบบการศึกษาไทยมีปัญหามาตั้งแต่ระดับพื้นฐาน ก็ป่วยการจะกล่าวถึงระดับอุดมศึกษาที่ผลิตบัณฑิตคุณภาพที่ตลาดแรงงานต้องการออกมาไม่เพียงพอ ในขณะที่บัณฑิตที่ไม่เป็นที่ต้องการในตลาดแรงงานกลับมีเกลื่อนกลาด ในยุคสมัยที่สังคมยังไม่มีค่านิยมว่า บุคคลต้องจบการศึกษาในระดับปริญญาตรี และมีทางเลือกในการเล่าเรียนเพื่อประกอบอาชีพ ทั้ง สถาบันอาชีวะ วิทยาลัยสารพัดช่าง โรงเรียนเลขานุการ โรงเรียนการบัญชี ระบบการศึกษากลับสามารถผลิตบุคคลากรที่เป็นที่ต้องการของตลาดได้มากกว่านี้

แต่เมื่อสังคมไทยมีค่านิยมว่า ผู้ที่เรียนสายอาชีพ เป็นบุคคลากรคนละระดับกับผู้ที่จบการศึกษาระดับปริญญาตรี ทำให้การเรียนในสายอาชีพไม่เป็นที่นิยมอีกต่อไป ตลาดแรงงานขาดแคลนบุคคลากรในสายอาชีพ ในขณะเดียวกัน บัณฑิตที่จบการศึกษาจากสถาบันอุดมศึกษากลับมีแนวโน้มว่างงานเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะบัณฑิตที่จบจากสถาบันที่ไม่มีชื่อเสียง


  • ปัญหาอีกประการหนึ่งในตลาดแรงงานไทย คือ ค่านิยมด้านการหางาน ที่ต้องการทำงานสบาย และรายได้ดี ให้สมกับที่ตัวเองเรียนจบมา

ถ้าหากไม่สามารถหางานที่ต้องการได้ ก็เลือกที่จะศึกษาต่อในระดับสูงขึ้นไป ทั้งที่ยังไม่มีประสบการณ์ในการทำงาน โดยหวังแต่เพียงว่าระดับการศึกษาที่สูงขึ้น จะทำให้หางานได้ง่ายขึ้น กลายเป็นว่าตลาดแรงงานขาดแคลน ในขณะที่คนว่างงานที่มีวุฒิการศึกษาปริญญาตรี-โท เพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ

นอกจากนี้ ค่านิยมที่สวนทางกัน ระหว่างนายทุน และแรงงาน ก็เป็นชนวนเหตุที่ทำให้ปัญหาแรงงานทวีความรุนแรงขึ้น นายทุนมักมีความคิดที่ว่า จ้างแรงงานต่างด้าวมาทำงานแทนแรงงานไทยเป็นการลดต้นทุน เนื่องจากแรงงานไทยนอกจากจะมีค่าแรงสูงกว่า ยังมีความต้องการด้านต่างๆจากนายจ้าง ส่งผลให้ภาคการผลิตเต็มไปด้วยแรงงานต่างด้าว 


shutterstock_366946337

ความผิดพลาดทางด้านการศึกษา และค่านิยมที่ผิดๆดังกล่าว เป็นปัจจัยสำคัญ ที่ทำให้ภาคแรงงานไทยประสบปัญหาดังเช่นในปัจจุบัน รัฐเองก็พยายามช่วยยกระดับคุณภาพแรงงานไทยโดยการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ ทำให้การจ้างงานขยายไปสู่แรงงานต่างด้าว 

เมื่อปัญหาเชิงโครงสร้างยังไม่ได้รับการแก้ไขให้ดีขึ้น การขึ้นค่าแรงยิ่งเป็นตัวกระตุ้นให้ปัญหาในภาคแรงงานทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น ในอนาคตอันใกล้นี้เราอาจได้เห็นว่าตลาดแรงงานไทยมีแต่แรงงานต่างด้าวเต็มไปหมด ในขณะที่คนไทยเองต้องว่างงานต่อไป

ได้แต่หวังว่าปัญหาในตลาดแรงงานจะได้รับการแก้ไขอย่างถูกจุด เพื่อให้ปัญหาบรรเทาเบาบางลง และบรรดานายทุนต่างๆหันกลับมาจ้างแรงงานไทย อย่างไรก็ดี การแก้ไขปัญหาควรเริ่มมาจากการปรับเปลี่ยนทัศนคติของบัณทิตทั้งหลายด้วยว่า ควรเร่งพัฒนาตัวเองให้มีความรู้ความสามารถ หากความสามารถไม่ถึงขั้นและมัวแต่เลือกงาน คงได้วิจัยฝุ่นต่อไปอย่างแน่แท้

 

ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับคนต่างด้าว

         คนต่างด้าว หมายถึง บุคคลธรรมดาซึ่งไม่มีสัญชาติไทย

         ทำงาน หมายถึง การทำงานโดยใช้กำลังกายหรือความรู้ด้วยประสงค์ค่าจ้าง หรือประโยชน์อื่นใดหรือไม่ก็ตาม

         ใบอนุญาต หมายความว่า ใบอนุญาตทำงาน

         ผู้รับใบอนุญาต หมายความว่า  คนต่างด้าวซึ่งได้รับใบอนุญาต

         ลูกจ้าง  หมายความว่า  ผู้รับใบอนุญาตตามมาตรา 9 มาตรา 11 มาตรา 13 (1) และ (2) และมาตรา 14 ให้ทำงานที่กำหนดในกฎกระทรวงที่ออกตามความในมาตรา 15 (เป็นลูกจ้างที่ต้องส่งเงินเข้ากองทุนเพื่อเป็นประกันค่าใช้จ่ายในการส่งลูกจ้างกลับออกไปนอกราชอาณาจักร)

         ผู้รับใบอนุญาต ตามมาตรา 9 หมายความว่า  คนต่างด้าวซึ่งเข้ามาในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวตาม กฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง  จำแนกเป็น  4 ประเภท ดังนี้ 

        (1)  ประเภททั่วไป  หมายถึง คนต่างด้าวที่เป็นแรงงานที่มีทักษะและทำงานอยู่ในตำแหน่งค่อนข้างสูง หรืออาจ ถูกส่งมาจากบริษัทแม่ในต่างประเทศที่เข้ามาลงทุนในประเทศไทย หรือเข้ามาทำงานชั่วคราวในงานที่ต้องใช้ทักษะ และเทคโนโลยีชั้นสูง  เป็นความต้องการผู้ที่มีความสามารถเฉพาะด้าน มีความชำนาญเฉพาะด้าน หรือมีความสามารถ ทางการสื่อสาร (ภาษา) ที่ยังหาคนไทยที่มีความสามารถ  หรือมีความชำนาญเข้ามาร่วมงานไม่ได้  หรือเป็นการเข้ามา ทำงานในกิจการที่ตนเองลงทุน หรือกิจการของคู่สมรส หรือกิจการที่ร่วมลงทุน  เป็นต้น  ส่วนใหญ่ทำงานในกิจการ ดังนี้

       -  กิจการที่มีการลงทุนตั้งแต่  2 ล้านขึ้นไป
       -  กิจการที่มีการลงทุนมากกว่า  30 ล้านขึ้นไป
       -  มูลนิธิ/สมาคม/องค์การเอกชนต่างประเทศ  

       (2)  ประเภทตลอดชีพ  หมายถึง คนต่างด้าวซึ่งได้รับใบอนุญาตทำงานตามประกาศคณะปฏิวัติฉบับ ที่ ๓๒๒ ข้อ ๑๐ (๑๐) มีสาระสำคัญว่า “ใบอนุญาตที่ออกให้แก่คนต่างด้าวซึ่งมีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักรตาม กฎหมาย ว่าด้วยคนเข้าเมืองและทำงานอยู่แล้วก่อนวันที่ ๑๓ ธันวาคม ๒๕๑๕ ให้ใช้ได้ตลอดชีวิตของคนต่างด้าวนั้น เว้นแต่คนต่างด้าวจะเปลี่ยนอาชีพใหม่”

       (3)  ประเภทแจ้งการทำงาน  หมายถึง  คนต่างด้าวซึ่งเข้ามาในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวตามกฎหมายว่าด้วย คนเข้าเมืองเพื่อทำงานอันจำเป็นและเร่งด่วนที่มีระยะเวลาทำงานไม่เกินสิบห้า วัน และจะทำงานนั้นได้ เมื่อได้มีหนังสือแจ้งให้นายทะเบียนทราบ

       (4) ประเภทพิสูจน์สัญชาติ หมายถึง  แรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองสัญชาติพม่า ลาว  และกัมพูชา ซึ่งเดิมคณะรัฐมนตรีมีมติผ่อนผันให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว ระหว่างรอการส่งกลับอนุญาตให้ทำงานได้  2 งาน คือ งานกรรมกร และคนรับใช้ในบ้าน มีใบอนุญาตทำงานชนิดบัตรสีชมพู และได้รับการปรับเปลี่ยนสถานะจากแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองฯ ให้เป็นแรงงานเข้าเมืองโดยถูกต้องตามกฎหมายโดยได้รับการพิสูจน์สัญชาติและได้รับเอกสารรับรองสถานะจากเจ้าหน้าที่ประเทศ ต้นทาง ได้แก่ หนังสือเดินทางชั่วคราว (Temporary Passport) หรือเอกสารรับรองบุคคล (Certificate Of Identity) เป็นต้น เพื่อใช้เป็นเอกสารประกอบการขออนุญาตทำงาน โดยได้รับใบอนุญาตทำงานเป็นชนิดบัตรสีเขียว

        ผู้รับใบอนุญาตตามมาตรา 11  หมายถึง  คนต่างด้าวซึ่งยังไม่เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร โดยนายจ้างยื่นคำขอรับใบอนุญาตและชำระค่าธรรมเนียมแทน จำแนกเป็น 2 ประเภท ดังนี้

      (1)  ประเภททั่วไป  หมายถึง คนต่างด้าวที่ เป็นแรงงานที่มีทักษะและทำงานอยู่ในตำแหน่งค่อนข้างสูงหรือเข้ามาทำงานชั่วคราวในงานที่ต้องใช้ทักษะและเทคโนโลยีชั้นสูง  เป็นความต้องการผู้ที่มีความสามารถหรือความชำนาญเฉพาะด้าน หรือมีความสามารถทางการสื่อสาร (ภาษา) ที่ยังหาคนไทยที่มีความสามารถหรือ มีความชำนาญเข้ามาร่วมงานไม่ได้  เมื่อเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรแล้วต้องดำเนินการยื่นขอใบ อนุญาต ทำงานภายใน 30 วัน

       (2)  ประเภทนำเข้า  หมายถึง  แรงงานต่างด้าวที่เข้ามาทำงานตามข้อตกลงว่าด้วยการจ้างแรงงานต่างด้าวระหว่างประเทศไทยกับประเทศคู่ภาคี  (MOU) โดยขออนุญาตทำงานได้  2 งาน คือ งานกรรมกร และ คนรับใช้ในบ้าน ปัจจุบันทำข้อตกลง (MOU) กับประเทศ ๒ ประเทศ คือ  ลาว  และกัมพูชา

ผู้รับใบอนุญาตตามมาตรา 13 (1) และ (2)  หมายถึง คนต่างด้าว ต่อไปนี้

      คนต่างด้าวที่ยังไม่เข้ามาในราชอาณาจักร ที่ประสงค์จะเข้ามาทำงานต้องปฏิบัติ ดังนี้

       (1) คนต่างด้าวถูกเนรเทศตามกฎหมายว่าด้วยการเนรเทศ และ ได้รับการผ่อนผันให้ไปประกอบอาชีพ ณ ที่แห่งใดแทนการเนรเทศหรืออยู่ในระหว่างรอการเนรเทศ
       (2) เข้ามาหรืออยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง แต่ได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวเพื่อรอการส่งกลับออกไปนอกราชอาณาจักรตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง

      ผู้รับใบอนุญาตตามมาตรา 14 หมายถึง คนต่างด้าวซึ่งมีภูมิลำเนาและเป็นคนสัญชาติของประเทศที่มีชายแดนติดกับประเทศไทย  ถ้าได้เข้ามาในราชอาณาจักรโดยมีเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทางตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง อาจได้รับอนุญาตให้ทำงานบางประเภทหรือลักษณะงานในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวในช่วงระยะเวลาหรือตามฤดูกาลที่กำหนดได้ ทั้งนี้ เฉพาะการทำงานภายในท้องที่ที่อยู่ติดกับชายแดนหรือท้องที่ต่อเนื่องกับท้องที่ดังกล่าว

      ผู้รับใบอนุญาตตามมาตรา 12  หมายถึง คนต่างด้าวซึ่งเข้ามาทำงานในราชอาณาจักรตามกฎหมายพิเศษ ได้แก่ กฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน และกฎหมายอื่น (พ.ร.บ. การนิคมอุตสาหกรรม เป็นต้น)

      1. ติดต่อสถานทูตหรือสถานกงสุลไทยประจำประเทศที่คนต่างด้าวอาศัยอยู่ เพื่อขอคำแนะนำและขอรับการตรวจลงตราประเภทคนอยู่ชั่วคราว (Non-Immigrant Visa) ในหนังสือเดินทางเท่านั้น

      2. ให้นายจ้างในราชอาณาจักรยื่นขอรับใบอนุญาตทำงานแทน 

      3. เมื่อได้รับแจ้งผลการพิจารณาอนุญาตให้เข้าทำงานตามที่ยื่นขอแล้ว จึงเดินทางเข้ามาขอยื่นความจำนงขอรับใบอนุญาตทำงานภายใน 30  วันนับจากวันที่รับหนังสือแจ้งผลการพิจารณาอนุญาตให้เข้ามาทำงาน  และจะทำงานได้เมื่อได้รับใบอนุญาตทำงานแล้วเท่านั้น

     คนต่างด้าวที่เข้ามาในราชอาณาจักร แล้วประสงค์จะทำงานต้องปฏิบัติ ดังนี้

    1. คนต่างด้าวที่จะขออนุญาตทำงานตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุนหรือการนิคมอุตสาหกรรมต้องยื่นขอรับใบอนุญาต ทำงาน ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่เข้ามาในราชอาณาจักรหรือ 30 วันนับแต่วันที่ทราบการได้รับอนุญาตให้ทำงานตามกฎหมายนั้นๆ

    2. คนต่างด้าวไม่ว่าจะมีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักรหรือคนต่างด้าวที่เข้ามาในราชอาณาจักรประเภทคนอยู่ชั่วคราว จะทำงานได้ต่อเมื่อ ได้รับใบอนุญาตแล้วเท่านั้น โดยยื่นขอรับใบอนุญาตทำงานตามแบบที่กฎหมายกำหนด

คุณสมบัติของคนต่างด้าว ที่จะขอใบอนุญาตทำงานได้

     1. มีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักรหรือได้รับอนุญาตให้เข้ามาในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว
ตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง (มิใช่นักท่องเที่ยวหรือผู้เดินทางผ่าน)

     2. มีความรู้ความสามารถในการทำงานตามที่ขอรับใบอนุญาตทำงาน

     3. ต้องไม่เป็นคนวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ

     4. ต้องไม่เป็นผู้เจ็บป่วยด้วยโรคเรือน วัณโรคในระยะอันตราย โรคเท้าช้างในระยะปรากฎอาการเป็นที่น่ารังเกียจแก่สังคม โรคยาเสพติดให้โทษอย่างร้ายแรง โรคพิษสุราเรื้อรัง

     5. ต้องไม่เคยต้องโทษจำคุกในความผิดตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมืองหรือตามกฎหมายว่าด้วยการทำงานของคนต่างด้าว ภายในระยะเวลาหนึ่งปีก่อนวันขอรับใบอนุญาต

คนต่างด้าวที่มีใบอนุญาตทำงานแล้ว ต้องปฏิบัติ ดังนี้

     1. มีใบอนุญาตติดตัวไว้หรือมีอยู่ ณ ที่ทำงานในระหว่างทำงานเพื่อแสดงต่อเจ้าหน้าที่ได้ตลอดเวลา   (ผู้ฝ่าฝืนมีโทษปรับไม่เกิน 10,000.-  บาท)

     2.ทำงานโดยไม่ได้รับใบอนุญาตทำงาน (มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับตั้งแต่ 2,000.- บาท ถึง 100,000.- บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ)

     3. ต้องทำงานตามที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น หากประสงค์จะทำงานอื่น หรือเปลี่ยนท้องที่หรือสถานที่ในการทำงาน ต้องได้รับอนุญาตก่อน (ผู้ฝ่าฝืนมีโทษปรับไม่เกิน 20,000.- บาท)

     4 ก่อนใบอนุญาตทำงานสิ้นอายุ และประสงค์จะทำงานต่อต้องยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตก่อนจึงจะทำงานได้

     5. กรณีใบอนุญาตชำรุดหรือสูญหาย ต้องยื่นขอใบแทนใบอนุญาตภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ทราบ

     6. กรณีเปลี่ยนชื่อ ชื่อสกุล สัญชาติ ที่อยู่อาศัยของคนต่างด้าว หรือชื่อสถานที่ทำงาน ต้องยื่นคำร้องขอแก้ไขโดยไม่ชักช้า

..........................................................

 

15 มีนาคม 2562

 

 

 



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 สาครงค์ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
นายยั้งคิด วันที่ : 15/03/2019 เวลา : 22.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

ตอบ ความคิดเห็นที่ 1นายยั้งคิด ถูกใจสิ่งนี้ ถูกใจความคิดเห็นนี้ (1)
like เรียบร้อยแล้ว

สาครงค์
.............................................
ขออนุญาตยึดถือเป็นคำชม และขอขอบคุณครับ

ความคิดเห็นที่ 1 นายยั้งคิด ถูกใจสิ่งนี้ (1)
สาครงค์ วันที่ : 15/03/2019 เวลา : 19.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sinchaij

วันนี้เพลงเพราะครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน