*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 4060
  • จำนวนผู้ชม : 1499597
  • จำนวนผู้โหวต : 460
  • ส่ง msg :
  • โหวต 460 คน
วันอังคาร ที่ 16 เมษายน 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 313 , 16:14:39 น.  
หมวด : ดารา/นักร้อง/คนดัง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน สิงห์นอกระบบ , ลิงเขียว โหวตเรื่องนี้

link @ : learning english with voa news : Tuesday, April 16, 2019

สวัสดี จากครอบครัวหนูเอแคลร์

         วันนี้ผมนำเพลงของ 'ดา เอ็นโดรฟิน' มานำเสนอ แล้วยังได้นำเอาเรื่องราวของ ธนิดา ธรรมวิมล มาฟื้นฟูอีกด้วย เพื่อ

รับรู้เส้นทางที่ได้เกิดวง 'เอ็นโดรฟิน' ขึ้นมาในโลกดนตรีของประเทศไทยครับ

 

รายการ "ในหัวใจมีเสียงเพลง"

น้ำเต็มแก้ว - ดา เอ็นโดรฟิน I One Night in Poi-Pet https://youtu.be/47hqh35niYI

ชื่นรัก : ดิอิมพอสซิเบิ้ล https://youtu.be/x9fGpUt12Xc

สิ้นกลิ่นดิน - ชู้ทางใจ - วินัย พันธุรักษ์ https://youtu.be/rH2mRqfToyw


......................................................

รวมเพลงสตริงฮิต ดา เอ็นโดรฟิน l เธอมีฉัน ฉันมีใคร, เพื่อนสนิท, ได้ยินไหม l【LONGPLAY】

https://youtu.be/oCbwBLVBW60


อาผ่อง - คิดมาก - Knock Out - The Voice Senior Thailand - 25 Mar 2019

https://youtu.be/q5izFC1SJAw


 

goodlifeupdate

 

กว่าจะเป็น ดา เอ็นโดรฟิน

 15 December 2017
 
ดา เอ็นโดรฟิน

กว่าจะเป็น ดา เอ็นโดรฟิน กับบททดสอบของชีวิต 

ธนิดา ธรรมวิมล เป็นที่รู้จักในชื่อของ ดา เอ็นโดรฟิน หนึ่งในนักร้องเสียงทรงพลังของเมืองไทย ที่เพิ่งพิสูจน์ความสามารถในฐานะ โค้ชเดอะวอยซ์คนใหม่ในซีซั่นล่าสุด เธอบอกว่าเบื้องหลังความสำเร็จในวันนี้ไม่ใช่แค่ “ความมุ่งมั่น” แต่ยังประกอบด้วยบางสิ่งที่เชื่อว่าไม่มีวันหายไปจากโลกที่หมุนเร็วและฉาบฉวยใบนี้

ชีวิตก่อนเข้าวงการเป็นอย่างไรบ้างคะ

ดาเป็นลูกหลานข้าราชการ ไล่มาตั้งแต่รุ่นคุณย่า คุณยาย คุณลุง คุณน้า จนถึงคุณพ่อ คุณแม่ แต่จู่ ๆ ก็มีดาอยู่คนเดียวในครอบครัวที่ลุกมาจับกีตาร์ เล่นดนตรีตั้งแต่เรียนชั้นมัธยม เพราะรู้สึกว่าใช่เรามากเป็นตัวเองมากที่สุด ครอบครัวจึงค่อนข้างแอนตี้ เพราะสมัยก่อนเชื่อกันว่าข้าราชการเป็นอาชีพที่ปลอดภัย อยู่กินสบาย แล้วดาก็เป็นลูกสาวคนโต เป็นความหวังแรกของครอบครัว มีแต่คุณยายที่สนับสนุนดาเรื่องร้องรำตั้งแต่เด็ก ถ้ามีงานประกวดท่านจะพาไปแต่งหน้าทำผม แอบเป็นแม่ยกเบา ๆเพราะเชียร์เสียงดังมากไม่ได้ (หัวเราะ)

กระทั่งช่วงใกล้เอนทรานซ์ คุณพ่อคุณแม่ให้จริงจังกับชีวิต ไม่เห็นด้วยที่เล่นดนตรี เพราะภาพนักดนตรีในความคิดของท่านไม่ค่อยดี วงร็อค อันเทอร์เนทีฟ ชอบขึ้นไปเตะกลอง เตะนู่นเตะนี่ ซึ่งดูรุนแรงทำให้เสียคน เราเลยทะเลาะกัน จนคุณพ่อตัดสินใจซื้อใบสมัครดุริยางค์ทหารเรือเพื่อให้เรารับราชการ แต่ดาก็ไม่สนใจ

ครั้งนั้นครอบครัวสั่นคลอนมาก เป็นช่วงเวลาที่หนักที่สุด ความตั้งใจเรามันเร็วและแรงจนคุณพ่อคุณแม่ตามไม่ทัน ดาลุยคนเดียว คิดคนเดียว ไปประกวด ซ้อมดนตรี ทำเดโมเพลงโดยที่เขาก็ไม่รู้ ครอบครัวไม่อบอุ่นเลยในช่วงระยะเวลา 2 ปีครึ่งเราไม่คุยกัน คุณพ่อไม่โอเคเลยกับดนตรีคุณแม่ก็ต้องคอยเป็นคนกลาง

จนถึง ม.5 เทอม 2 วันหนึ่งดาไปซ้อมดนตรี เจ้าของห้องซ้อมมาขออัดเพลงไปบอกว่าจะเอาไปให้เพื่อนฟัง เราก็ไม่ได้ว่าอะไรอาทิตย์ต่อมาแกรมมี่โทร.มาหา ปรากฏว่าเพื่อนพี่คนนั้นคือโปรดิวเซอร์ค่ายแกรมมี่เขาแต่งเพลง “เพื่อนสนิท” อยากให้เราไปร้องพอสกรีนเทสต์เสร็จ แกรมมี่ก็ให้เซ็นสัญญาเลยเราไม่คิดมาก่อนว่าโอกาสจะเกิดจากซีดีแผ่นเดียว

เกิดความเปลี่ยนแปลงในครอบครัวอย่างไรบ้างคะ

ตอนนั้นดาอายุยังไม่ถึง 18 ปี เซ็นสัญญาไม่ได้ คนแอนตี้ที่สุดก็ต้องมาเป็นผู้ปกครองเซ็นสัญญาที่ตึกแกรมมี่ หลังจากนั้นคุณพ่อก็ดีขึ้น เพราะเห็นว่าเราไม่ได้เป็นอย่างที่เขาคิด เรื่องนี้ดามองว่าเป็นข้อเสียของครอบครัวที่ไม่มีเวลาให้กัน ความสัมพันธ์ในครอบครัวมันหายไป ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้โกรธกันเลย แต่ถ้าไม่ได้คุยหรือสื่อสารกันก็สามารถสร้างด้านลบได้ แค่เรื่องนิดเดียวอาจกลายเป็นเรื่องใหญ่ได้

ส่วนคุณยายบอกว่า “ถ้าฉันเด็กกว่านี้สัก 20 ปีนะ ฉันจะเป็นผู้จัดการส่วนตัว หิ้วกระเป๋าไปช่วยเธอ” (หัวเราะ) ยอมรับเลยว่าแอดติจูดส่วนใหญ่ของดาได้มาจากคุณยายท่านเป็นลูกสาวลิเก เลิกกับคุณตาตั้งแต่30 ต้น ๆ เป็นโสดเลี้ยงลูก 3 คน ถ้าไม่มีใครรักลูกตัวเองก็ไม่แต่งงานใหม่ ยายเป็นคนเดียวที่เชื่อว่าหลานทำได้ ดาสนิทกับคุณยายมากทุกวันนี้ยังตื่นเช้าไปตลาดกับยายเป็นประจำ

รู้สึกอย่างไรหลังจากได้เป็นศิลปินเต็มตัวแล้ว

ทำงานกับพี่ๆ โปรดิวเซอร์แฮ้งเอ๊าต์กัน นั่งฟังเขาคุยเรื่องชีวิตเหมือนชีวิตวัย 17 ข้ามสเต็ปไปมีเพื่อนอายุ 30 เลยดากลายเป็นเด็กโตเร็วที่ต้องดูแลตัวเองและดูแลคนอื่น ๆ ในวงด้วย ดาฟอร์มวงขึ้นมามีทั้งนักดนตรี คนขับรถตู้ แบ็กสเตจ เป็นหัวหน้าคนตั้งแต่เด็ก ๆ บางทีรู้สึกว่าเหนื่อยจังแต่จะคิดถึงคำพูดคุณยายที่บอกเสมอว่า“ชิล ๆ สิ” “ไม่เป็นไรหรอก” “ไม่เห็นเหรอคนอื่นเขาลำบากกว่าเราตั้งเยอะ”

ขณะเดียวกันก็มีอีกความรู้สึกหนึ่งคือแอบสะใจเบา ๆ (หัวเราะ) เป็นความสะใจและภูมิใจ เพราะรู้สึกกดดันมาตลอดว่า เราเป็นพี่คนโตที่ทำให้ครอบครัวผิดหวัง แต่พลิกกลับโดยสิ้นเชิง ของขวัญชิ้นแรกคือใช้หนี้สหกรณ์โรงเรียนให้คุณแม่ ดารู้สึกว่าถ้าที่บ้านสบายก่อน เราจะสบายใจ แต่ถ้าเราสบายก่อนจะรู้สึกผิด ต่อมาก็ตั้งเป้าเก็บเงินซื้อบ้านด้วยเงินสด เพราะดาโตมากับแฟลตตำรวจ และไม่อยากเป็นหนี้   ความสุขเริ่มเบ่งบานในช่วงนี้ ทุกคนมีความสุข มีบ้านมีหมา มีแมว ดากลายเป็นลูกคนโตที่จัดระเบียบความสุขของคนในบ้าน

ช่วงหนึ่งมีกระแสโจมตี ดา เรื่อง “ดังแล้วแยกวง” พอสมควร ทำใจกับเรื่องนี้อย่างไร

ตอนนั้นวงเอ็นโดรฟินเป็นวัยรุ่นกันทั้งหมด แต่เรากินข้าวคนละรสชาติ แนวดนตรีคนละแบบ จึงตัดสินใจร่วมกันว่าแยกวง เหมือนคนเป็นแฟนกันใช้ชีวิตแบบนี้ไม่มีความสุขแล้ว เราเลิกกันเถอะ (หัวเราะ)แต่ดาโดนว่าว่าดังแล้วแยกวงเยอะมาก ช่วงอัลบั้ม 3 ก็เหลือตัวคนเดียว ดาพยายามให้กำลังใจตัวเองบ่อย ๆ ว่า ไม่เป็นไร ผลงานจะพิสูจน์เราเอง เป็นนักร้องเดี่ยวที่ใช้นามสกุลเดิมก็ถูกแล้วที่สายตาคนข้างนอกจะมองแบบนั้น แต่เขาไม่รู้หรอกว่าเกิดอะไรขึ้นกับเรา ทำไมเราไม่มีความสุข

ช่วงแรก ๆ เคยท้อและเครียด เพราะต้องทัวร์คนเดียวกับแบ็กอัพแบนด์ที่เราไม่รู้จัก กีตาร์ เบส กลอง เปลี่ยนคนใหม่ตลอด เคมีของวงไม่ลิงค์กันก็ยาก ต้องปรับตัวไปเรื่อย ๆ ในขณะเดียวกันดาก็คิดอีกมุมหนึ่งว่า เฮ้ย นี้มันบททดสอบ ถ้าเราข้ามจุดนี้ไปได้ ก็อยู่บนเวทีใหญ่ได้แล้วนะจึงค่อย ๆ ปรับจูนตัวเอง

เมื่อมีความทุกข์ก็ควรปรับที่ตัวเองใช่ไหมคะ

ใช่ค่ะ ปรับที่ตัวเองก่อน อาจเพราะเราถูกสอนให้ช่วยเหลือตัวเองตั้งแต่เด็ก ต้องปรับตัวเองตั้งแต่ถูกแอนตี้เรื่องที่เรามุ่งมั่นบางคนปรับไม่ได้ก็เตลิดไปเลย แต่ดาคิดว่าการที่เราทำให้คนที่เรารักเสียใจเป็นเรื่องที่เจ็บปวดมากที่สุด ถ้าคุณยายรู้ว่าเราติดยาหรือพยายามฆ่าตัวตาย ท้อแท้ หมดหวังคนที่เสียใจที่สุดก็คือคนที่เรารัก เมื่อรู้สึกตัวว่าเราจะทำไม่ดี ก็ต้องรีบห้ามตัวเอง

ระหว่างที่ชีวิตเดินมาบนเส้นทางนี้ ดาเห็นตัวอย่างที่ไม่ดีเยอะมาก นักดนตรีเล่นยากินเหล้า ปาร์ตี้ คนตีกัน มีให้เห็นตลอดเวลา แต่เราบอกตัวเองได้ว่าไม่อยากเป็นแบบนั้น อาจซ่าจนหลุดไปบ้างนิดหน่อยแต่ก็ไม่ปล่อยให้เตลิดไป เพราะเรารู้สึกว่าถ้าเรากลับบ้านมา แล้วยายจับได้ว่าไปทำอะไรมา ยายต้องเสียใจ พ่อแม่ต้องเสียใจ

หากอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ไม่ดี ต้องถามตัวเองว่าเราอยากจะเป็นแบบนั้นหรือเปล่าดาเชื่อว่าสุดท้ายความจริงใจและความดีที่เรามีจะตัดคนที่ไม่ดีออกไปจากชีวิต เหลือแต่คนดี ๆ ในชีวิตเพียงไม่กี่คน รวมถึงความรู้สึกเราด้วย ความรู้สึกในแง่ลบจะค่อย ๆถูกดีดออกไป เราจะคิดได้ว่าเราไม่ต้องการปริมาณ แต่ต้องการคุณภาพ

คนส่วนใหญ่ทุกข์เรื่องความรัก แต่ชอบฟังเพลงเศร้าที่ส่งผลต่ออารมณ์มีคำแนะนำเรื่องนี้ไหมคะ

ไม่ผิดที่คนเราจะมีมุมคิดเยอะ มุมดราม่า มุมกำลังข้ามผ่านปัญหา เวลาที่ดาไปทัวร์คอนเสิร์ตแล้วร้องเพลงเศร้า ดาจะบอกกับแฟนเพลงว่า ถ้าวันนี้อยากจะร้องไห้ ให้ร้องเป็นวันสุดท้าย ร้องให้จบ พรุ่งนี้ไม่ต้องเสียเวลาแล้ว ชีวิตมีอะไรให้สนุกอีกเยอะ ดาเองก็เคยมีโมเมนต์เลิกกับแฟนเก่า แต่คติของดาคือ จบเร็ว ไม่จมนาน เพราะชีวิตมันเดินผ่านเวลาไปเร็วมาก ไม่อยากเสียเวลากับมัน

เรื่องราวที่ทำให้เรารู้สึกเจ็บปวดจะทำลายพลังงานบวกของเรา ถ้าปล่อยให้มันกินพลังงานเราไปหมด รู้ตัวอีกทีอาจสายเกินไป ถ้าเราโดนพลังงานลบครอบงำสัก20 เปอร์เซ็นต์ ก็ควรรีบตื่นแล้วกลับมาทำอะไรให้ชีวิตมันคึกคักดีกว่า โลกตอนนี้มันหมุนไปเร็ว ถ้าเราไม่วิ่งตามให้ทัน อาจพลาดอะไรดี ๆ ในชีวิต    เวลาปิดคอนเสิร์ต ดาชอบร้องเพลง“สิ่งสำคัญ” เพราะอยากให้ทุกคนจำว่า อดีตแก้ไม่ได้จริง ๆ คิดเยอะไปก็เท่านั้น แต่ดึงมันมาสอนเราดีกว่า บอกตัวเองว่าจะไม่ทำอีก มีแต่ปัจจุบันที่ทำให้อนาคตดีได้ เพราะฉะนั้นอยู่กับปัจจุบันดีที่สุด

ยุคนี้เทคโนโลยีเข้ามาเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง รวมถึงวงการเพลงด้วยดามีมุมมองเรื่องนี้อย่างไร

วงเอ็นโดรฟินอยู่ในช่วงปีสุดท้ายที่ผลิตเทปคาสเส็ต ก่อนจะเป็นแผ่นซีดี ดาก็ โหเปลี่ยนขนาดนี้แล้วหรอ ฉันยังเอาดินสอกรอเทปอยู่เลย (หัวเราะ) จากยุคซีดีก็มาไอพอดMV ก็หาดูได้ในยูทูบ ไม่ต้องรอหน้าทีวีแล้วแต่ดาคิดว่า ถ้าเพลงเราดี คนก็ต้องซื้อถ้าเราร้องดี เล่นสดดี เอนเตอร์เทนคนดียังไงคนก็ต้องซื้อที่ผลงาน วันนี้ทุกอย่างมันง่ายและฉาบฉวยมากขึ้น แต่สิ่งที่จะอยู่คงทนก็คือความสามารถ ซึ่งก็เหมือนกับความดีที่ไม่สามารถมลายหายไปกับเวลาได้

ในยุคนี้ยอดซื้อซีดี ยอดซื้อเพลงต่ำลงมาก เราก็ต้องพาตัวเองไปอยู่ในคอนเสิร์ตใหญ่เพื่อพิสูจน์ความสามารถ และการันตีอีกครั้งว่าฉันยังมีคุณภาพ เป็นบทพิสูจน์หนึ่งที่ดาทำมาตลอด 13 ปี และทุกครั้งที่แฟนเพลงร้องตามไปด้วยกันในคอนเสิร์ต ทำให้ดารู้สึกว่านี่แหละที่เทคโนโลยีฆ่าไม่ได้ ซึ่งก็เหมือนกับความดีของคน ที่เวลาฆ่าไม่ได้เหมือนกัน ถ้าวันหนึ่งไม่มีใครรู้จักดาอีกแล้วก็เป็นเรื่องปกติของวงการบันเทิง ดาแฮ็ปปี้แล้วสำหรับยุคที่เราได้ตักตวงความสุขมาพอสมควร หากถึงวันนั้นจริง ๆ ดาก็ตั้งเป้าหมายใหม่ที่ทำให้ตัวเองมีชีวิตชีวาอีกครั้งอย่างเช่นการร่วมค่ายอาสาสมัครไปเป็นโค้ชสร้างแรงบันดาลใจ โดยใช้ดนตรีบำบัดเข้าไปผสมผสานกับงานอาสา เยียวยาผู้ที่ต้องการพลังใจ

ยังไม่ทันถึงวันนั้น แต่เห็นดาทำงานอาสาสมัครแล้ว เริ่มสนใจเรื่องนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่คะ

เพิ่งเริ่มช่วง 2-3 ปีหลังนี้เอง ดาบอกค่ายเพลงว่าอยากใช้ดนตรีไปบำบัดเด็กวัยรุ่นเพราะรู้สึกว่าเด็กจะเสียคนหรือได้ดีเริ่มจากวัยนี้ เขาโตขึ้นมาเห็นอะไรก็จะเป็นแบบนั้นอยู่กับใครมาก็จะเป็นแบบนั้น นี้คือปัญหาใหญ่ของสังคมไทย ทุกวันนี้มีเด็กเกิดในครอบครัวที่ไม่มีคุณภาพเยอะมาก เลี้ยงลูกแบบตามมีตามเกิด ไม่ได้สอนให้ออกไปมีชีวิตที่ดีขึ้น ดาจึงอยากไปร้องเพลงความหมายดี ๆ ให้เขารู้สึกว่าสิ่งสำคัญคือปัจจุบัน อดีตคุณพลาดไปแล้ว คุณแก้ไขไม่ได้ แต่เริ่มใหม่ได้

ล่าสุดดาไปให้กำลังใจเด็กท้องก่อนวัยอันควรที่บ้านพักเด็กฉุกเฉิน ดอนเมืองพวกเขามีลูกแบบไม่ตั้งใจ พ่อเป็นโรคจิตติดยาเสพติด โดนข่มขืน ดาใช้พลังของดนตรีนี่แหละบอกเขาว่าอย่าเสียใจไปเลยถ้าวันหนึ่งดาอยากแขวนนวมขึ้นมา อาจเห็นดาช่วยคนอยู่ก็ได้

เคยมีน้องแฟนคลับเขียนจดหมายมาหาบอกว่าพ่อติดคุกไม่รู้จะทำยังไงดี มืดแปดด้านแต่ทุกครั้งที่ฟังเพลงพี่ดาจะได้กำลังใจมากเพราะรู้สึกว่าพี่ดาสู้ชีวิตมาเหมือนกัน หนูก็ต้องทำได้ จะไม่เป็นเด็กข้างถนน ไปปาร์ตี้กับเพื่อนทุกวันแบบเดิมอีกแล้ว เพราะถ้าเกิดเขาเป็นอะไรไปอีกคน แม่ต้องแย่แน่เลยบางคนเคยเกเร หันไปตั้งใจเรียนก็มี ดารู้สึกดีที่เราได้เป็นแรงบันดาลใจให้พวกเขา

ดามีแฟนเพจมากกว่า 2.7 ล้านคนอยากบอกอะไรกับพวกเขาคะ

อยากให้ทุกคนเห็นมุมอื่น ๆ ของเรานอกจากการเป็นศิลปิน เป็นโค้ชเดอะวอยซ์นั่งเก้าอี้สีแดงดูยิ่งใหญ่อลังการ ขณะเดียวกันก็อัพรูปกับคุณยาย วันว่าง ๆ วันสบาย ๆพายายไปกินก๋วยเตี๋ยวข้างทาง ทุกวันนี้ยังไปจ่ายตลาดสดอยู่เลย

มนุษย์ทุกคนมีหลายมุม บนคอนเสิร์ตดาร้องเต็มที่ เอนเตอร์เทนสุด ๆ แต่พอกลับมาก็ใส่เสื้อยืดกางเกงยีนอยู่บ้าน พาหมาไปอาบน้ำ อยากให้เห็นว่าเราก็คนธรรมดานะให้แฟนคลับได้เห็นทุกพาร์ตของเรา แฟนเพลงที่เหนียวแน่นจริง ๆ มักรู้ว่า ดามันเลี้ยงยายเลี้ยงครอบครัวนะเว้ย หลายคนคิดไม่ถึงเพราะดูขัดกับลุคของดามาก คิดว่าคงอยู่ตัวคนเดียว ไม่เอาครอบครัว (หัวเราะ)

ความสุขของดาคือทำให้ครอบครัวมีกินมีใช้ มีความสุข ดูแลเขา เพราะเขาดูแลเรามา เรื่องนี้ดาไม่ต้องพูด ถ้าคนเห็นเด็กเห็น แฟนคลับเห็น ก็จะคิดตามได้เองว่าเขาต้องทำแบบนี้ด้วยนะ ต้องไม่รักใครหัวปักหัวปํา กลับมารักที่บ้านบ้าง ยุคนี้เด็กมัธยมมีความรักกันรุนแรงมาก อยู่กันสองคนไม่สนใจคนอื่นเลย

ดาจะแอบบอกในเฟซบุ๊กหรือในคอนเสิร์ตว่า ไหนดูซิ สมมุติวันนี้เราไม่มีแฟน อยู่กับเพื่อนเราก็มีความสุขนะบอกรักเพื่อนบ้าง ร้องเพลง “ยิ่งรู้จักยิ่งรักเธอ”แล้วหันไปกอดเพื่อนสิ บอกเพื่อนว่าเรามีกันและกันจนถึงทุกวันนี้มันมีค่า แทรกมุมมองไปตามเพลงเรื่อย ๆ ส่วนใครที่เคยเสียใจกับอดีต ดาอยากบอกว่า การเซตนิวโกล หรือตั้งเป้าหมายใหม่ให้ตัวเองเป็นสิ่งที่สำคัญมากและได้ผลด้วย จะทำให้เราตื่นนอนมาด้วยความหวัง จากนั้นจึงลงมือทำทุกวันให้ดีที่สุดเพราะปัจจุบันคือ “สิ่งสำคัญ” ที่สุด

 

เรื่องโดย :  นิตยสาร Secret คอลัมน์  IDOL SECRET 

....................................................

16 เมษายน 2562

 



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ลิงเขียว วันที่ : 18/04/2019 เวลา : 00.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/greenmonkey

ไม่ได้ติดตามที่ดาเป็นโค้ชเพลงอะค่ะ เพราะไม่ชอบรายการประกวดร้องเพลง

ชอบแค่เวลาฟังเธอร้องเพลงค่ะ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
นายยั้งคิด วันที่ : 17/04/2019 เวลา : 09.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

ตอบ ความคิดเห็นที่ 1นายยั้งคิด ถูกใจสิ่งนี้ ถูกใจความคิดเห็นนี้ (1)
like เรียบร้อยแล้ว

ลิงเขียว
................................
มีข่าวธนิดา ธรรมวิมล(ดา) ออกรายการเป็นโค็ชรายการ The Voice ด้วยครับ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ลิงเขียว วันที่ : 16/04/2019 เวลา : 22.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/greenmonkey

สวัสดีค่ะ


ชอบเพลงของดา
เสียงดีมีพลัง
และมีเพลงที่เพราะๆหลายเพลงเลยค่ะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน