*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 4120
  • จำนวนผู้ชม : 1518471
  • จำนวนผู้โหวต : 464
  • ส่ง msg :
  • โหวต 464 คน
วันเสาร์ ที่ 25 พฤษภาคม 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 169 , 17:25:37 น.  
หมวด : ดารา/นักร้อง/คนดัง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

link @: learning english with voa news: Saturday, May 25, 2019

สวัสดีครับ

         ของที่เราเห็นว่าเป็นความแปลกอีกอย่างของม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช คือ เพลง 'รักสิบล้อ รอสิบโมง' ซึ่งเป็นผลงาน

ของวงรอยัลสไปรท์ครับ แสดงถึงความไม่ถือเนื้อถือตัวของท่าน แต่ทำตัวเหมือนคนเดินถนนทั่วไปมากกว่าครับ

 

รายการ "ในหัวใจมีเสียงเพลง"

รักสิบล้อรอสิบโมง รอยัลสไปรท์ส https://youtu.be/ZE_URC2bY68

ตังเก - พงษ์เทพ กระโดนชำนาญ (Audio) https://youtu.be/m3MfEKWhMkc

งามแสงเดือน สุนทราภรณ์ https://youtu.be/WAYLy9WKHoM

 

 

  

...........................................................

หนังสือบทประพันธ์ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช

   

 

  

 

 

 พล.ต.มรว.คึกฤทธิ์ ปราโมช 

 ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช

       เกิดเมื่อวันที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2425 เวลา 7.20 น. ในเรือลอยอยู่ในแม่น้ำเจ้าพระยา ที่ตำบลบ้านม้า อำเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี เป็นบุตรคนที่ 4 ของพระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าคำรบ กับหม่อมแดง ปราโมช โดย ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช เกิดระหว่างที่พระองค์เจ้าคำรบ เดินทางไปรับตำแหน่งที่มณฑลพิษณุโลก หลังจากนั้นไม่นาน สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถพระพันปีหลวง ได้เสด็จประพาสมณฑลพิษณุโลก พระองค์เจ้าคำรบได้ปลูกพลับพลารับเสด็จและทรงอุ้ม ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช เข้าเฝ้าด้วย ปรากฏว่าดิ้นยืดแขนยืดขาจึงทรงพระมหากรุณาโปรดเกล้าฯพระราชทานชื่อว่า “คึกฤทธิ์” 

เริ่มเรียนที่โรงเรียนวังหลัง และโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย จนสอบได้ชั้นมัธยมปีที่ 7 จากนั้นไปศึกษาต่อที่ Trent College และมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ดประเทศอังกฤษ ได้รับปริญญาตรีเกียรตินิยม ในสาขาปรัชญา เศรษฐศาสตร์และการเมือง ภายหลังได้รับปริญญาดุษฏีบัณฑิตกิตติมศักดิ์จากมหาวิทยาลัยต่างๆ อีกหลายสาขาวิชา 

เริ่มทำงานที่กรมสรรพากร และถูกเกณฑ์ทหารตอนสงครามอินโดจีน ได้ยศสิบตรี จากนั้นไปทำงานธนาคารไทยพาณิชย์ ที่ลำปาง และกลับมาทำงานธนาคารแห่งประเทศไทยที่กรุงเทพฯ ได้ร่วมก่อตั้งพรรคการเมืองชื่อ “ก้าวหน้า” เมื่อพ.ศ. 2488 จากนั้นนายควง อภัยวงศ์ ชวนไปก่อตั้งพรรคใหม่ชื่อ “ประชาธิปัตย์”โดยนายควง อภัยวงศ์ เป็นหัวหน้าพรรค ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช เป็นเลขาธิการพรรค อยู่สู้ในสภา 2 ปี ได้เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังในรัฐบาลชุดนายควง อภัยวงศ์ ต่อมาเมื่อ พ.ศ. 2490 พลโทผิน ชุณหะวัณ ทำรัฐประหารแต่ยังไม่พร้อมจะจัดตั้งรัฐบาลของตนเองจึงไปชวนนายควง อภัยวงศ์ กลับมาเป็นนายยกรัฐมนตรีอีกครั้งหนึ่ง ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ได้รับแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีลอย สั่งราชการกระทรวงการคลัง แต่อยู่ได้เพียง 5 เดือน จอมพลป.พิบูลสงคราม ก็ขึ้นบริหารประเทศแทน 

วันที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2491 ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช ประกาศลาออก จากการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฏรกลางสภา และลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์เพราะคัดค้านการขึ้นเงินเดิอนสมาชิกสภาผู้แทนราษฏร ในขณะที่สมาชิกส่วนใหญ่ของพรรคประชาธิปัตย์สมยอมกับรัฐบาล จากนั้นได้ยุติบทบาททางกรเมืองโดยตรงอยู่นานจนหลังเหตุการณ์ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2516 จึงจัดตั้งและเป็นหัวหน้าพรรคการเมือง “กิจสังคม” และจากการเลือกตั้งเมื่อพ.ศ. 2518 แม้พรรคกิจสังคมจะได้รับเลือกมาเพียง 18 คน แต่ ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมชก็สามารถเป็นแกนกลางในการจัดตั้งรัฐบาลผสม และดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีตั้งแต่วันที่ 12 สมีนาคม พ.ศ.2518 – 20 เมษายน 2519



ในส่วนที่เกี่ยวกับการประพันธ์ ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช ได้เริ่มเขียนบทสักวา บทความ และสารคดี ลงในหนังสือพิมพ์ “เกียรติศักดิ์” เป็นประจำ ตั้งแต่ช่วงเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฏรพ.ศ. 2489 เพราะสละ ลิขิตกุลบรรณาธิการยุคนั้นผู้สนิทคุ้นเคยขอร้องให้ช่วยเขียน และได้กลายเป็นนักเขียนจริงจังเมื่อออกหนังสือพิมพ์ “สยามรัฐ” รายวันของตนเอง ตั้งแต่วันที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2493 เป็นตันมา โดยระยะแรก ถูกบรรณาธิการคือ สละ ลิขิตกุล ของให้เขียนวันละ 3 เรื่อง มีเรื่องยาวประจำคือ สามก๊กฉบับ นายทุน บทบรรณาธิการ และเก็บเล็กผสมน้อย ในระยะต่อมาก็มีงานเขียนอื่นๆ อีกมาก รวมทุกประเภทมากกว่าร้อยเรื่องและล้วนได้รับความนิยมจากผู้อ่านอย่างกว้างขวางทั้งสิ้นนวนิยายเรื่อง สี่แผ่นดิน กับ ไผ่แดง ได้รับการแปลเป็นภาษาอังกฤษ หลายชีวิต แปลเป็นภาษาญี่ปุ่น เป็นต้น คณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ จึงได้ประกาศให้เป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ เมื่อ พ.ศ. 2528 

ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช สมรสกับ ม.ร.ว. พักตร์พริ้ง ทองใหญ่ มีบุตรธิดาด้วยกัน 2 คนคือ ม.ล.รองฤทธิ์ และ ม.ล.วิสุมิตรา ปราโมช ต่อมาแม้จะหย่าขาดจากกัน แต่ต่างก็ไม่สมรสใหม่และไม่ได้โกรธเคืองกัน โดย ม.ร.ว.พักตร์พริ้งอยู่กับลูกชายคือ ม.ล.รองฤทธิ์ ที่บ้านในซอยสวนพลูติดกับบ้านของ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช และยังไปมาดูแลทุกข์สุขกันเสมอ 

ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช เป็นผู้มีความรู้ความสามารถหลายบทบาท ทั้งในฐานะนักการเมือง นักการธนาคาร นักพูด นักเขียน ศิลปินระดับที่เคยร่วมแสดงภาพยนตร์กับฮอลลีวู้ด และเป็นผู้ริเริ่มก่อตั้งคณะโขนนักศึกษาธรรมศาสตร์ ฯลฯ จนได้รับยกย่องเป็นปราชญ์ของเมืองไทยที่ชาวต่างประเทศยอมรับกว้างขวาง และได้รับพระราชทานยศกรณีพิเศษเป็นพลตรี แต่ที่นับว่าประสบความสำเร็จสูงสุดและได้กระทำอย่างต่อเนื่องมากที่สุดคือ งานประพันธ์ แม้ในระยะหลังเมื่อมีอายุมากแบ้ว สุขภาพไม่แข็งแรงนักก็ยังเขียนบทความในหนังสือพิมพ์สยามรัฐรายวัน อยู่เป็นประจำ รวมทั้งนวนิยายเรื่องสุดท้ายคือ “กาเหว่าที่บางเพลง” 

ผลงานรวมเล่ม 

นวนิยาย 
- สี่แผ่นดิน 
- ไผ่แดง 
- กาเหว่าที่บางเพลง 
- ซูสีไทเฮา 
- สามก๊กฉบับนายทุน 
- ราโชมอน 

บทละครเวที 
- ลูกคุณหลวง 

เกียรติยศที่ได้รับ 
- พ.ศ. 2531 ได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เลื่อนยศจากสิบตรี เป็นพลตรี (ทหารราชองครักษ์พิเศษ) 
- ศิลปินแห่งชาติสาขาวรรณศิลป์ ประจำ พ.ศ. 2528 

ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ป่วยด้วยโรคหัวใจจนต้องเข้ารับการผ่าตัดที่สหรัฐอเมริกา เมื่อพ.ศ. 2530 และเข้ารับการรักษาพยาบาลเรื่อยมาเป็นระยะๆ จนกระทั้งถึงแก่อัญกรรม ณ โรงพยาบาลสมิติเวช กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2538

..............................................

เรื่องเล่าสำคัญๆ ที่ต้องจดจำในการพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างจีน-ไทย
 
  2012-07-04 14:26:41  cri

        จีน-ไทยได้มีความสัมพันธ์ที่มีมายาวนานหลากหลายด้านมุมอย่างยากที่จะกำหนดการเริ่มต้นที่ชัดเจน มีเรื่องราวมากมาย ทั้งมิตรไมตรี ความปรองดอง ความขัดแย้ง คละเคล้า แปรผันไปตามกระแสแห่งยุคสมัย จวบจนทุกวันนี้ ครั้งนี้ เราขอทบทวนเรื่องราวสำคัญๆ ที่ต้องจุดจำในช่วง 37 ปี นับจากจีน-ไทยได้สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการหลังจากวันที่ 1 กรกฎาคมค.ศ. 1975 เป็นต้นมา

        1. หลังคณะของนายอานันท์ ปันยารชุนกลับจากไปติดต่อเจรจาขอปรับความสัมพันธ์กับทางการจีนแล้ว วันที่ 29 มิถุนายนค.ศ. 1975 คณะผู้นำของไทยนำโดยนายกรัฐมนตรี ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช ได้เดินทางจากท่าอากาศยานกรุงเทพ โดยสารการบินเดินทางถึงดินแดนสาธารณรัฐประชาชนจีนในเช้าวันรุ่งขึ้น

        (ซ้าย) เหมาเจ๋อตง จับมือต้อนรับม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช นายกรัฐมนตรีจากประเทศไทย (ขวา) นายกรัฐมนตรีโจวเอินไหล ให้เกียรติมาต้อนรับม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช แม้ขณะนั้นท่านจะป่วยเป็นมะเร็งระยะลุกลามแล้วก็ตาม

        2. เช้าวันที่ 1 กรกฎาคมค.ศ. 1975 ประธานเหมาเจ๋อตงของจีนพบปะกับม.ร.ว.คึกฤทธิ์

        3. วันที่ 1 กรกฎาคมค.ศ. 1975 นายกรัฐมนตรีโจวเอินไหลกับนายกรัฐมนตรีม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช ลงนามแถลงการณ์ร่วมการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างสาธารณรัฐประชาชนจีนกับราชอาณาจักรไทยอย่างเป็นทางการ

        การร่วมลงนามในแถลงการณ์ว่าด้วยการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการฑูตระหว่างสาธารณรัฐประชาชนจีนกับประเทศไทย เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคมค.ศ. 1975 โดยมี นายโจวเอินไหล นายกรัฐมนตรีจีนกับ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช นายกรัฐมนตรีไทย เป็นผู้แทนของทั้งสองประเทศ

        3. นายไฉเจ๋อหมิน (柴泽民) เป็นเอกอัครราชทูตจีนคนแรกประจำประเทศไทย ขณะที่ ม.ร.ว.เกษมสโมสร เกษมศรี เป็นเอกอัครราชทูตไทยคนแรกประจำสาธารณรัฐประชาชนจีน ณ กรุงปักกิ่ง

        4. พลเอกเกรียงศักดิ์ ชมะนันท์ นายกรัฐมนตรีไทยจัดงานต้อนรับ รองนายกรัฐมนตรีเติ้งเสี่ยงผิงที่บ้าน

        เดือนพฤศจิกายน 1978 รองนายกรัฐมนตรีเติ้งเสี่ยวผิงได้เดินทางมาเยือนไทยเพื่อกระชับความสัมพันธ์สองประเทศให้แน่นแฟ้นมากขึ้น ที่เมืองไทย เติ้งเสี่ยวผิงได้กล่าวถึงความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับไทยว่า ความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับไทยเป็นตัวอย่างที่ดีของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่มีระบบสังคมแตกต่างกัน

        5. บริษัทเจียไต๋ ในเครือเจริญโภคภัณฑ์ เป็นบริษัทไทยแห่งแรกและบริษัทต่างชาติแห่งแรกที่เข้าไปลงทุนในแผ่นดินใหญ่ในปี 1980 โดยได้รับใบอนุญาติทำการค้าในจีนหมายเลข 001

        6. ปี 1981 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีเสด็จพระราชดำเนินเยือนจีนครั้งแรกในเดือนพฤษภาคม ในการเสด็จเยือนครั้งนั้นทรงแนะนำประเทศจีนให้ชาวไทยได้รู้จัก พระองค์ทรงพระราชนิพนธ์หนังสือ "ย่ำแดนมังกร" ซึ่งได้ตีพิมพ์ออกมาทั้งฉบับภาษาไทยและฉบับภาษาจีน

        7. วันที่ 11 มีนาคมค.ศ. 1985 ประธานาธิบดีหลี่เซียนเนี่ยน แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนเดินทางไปเยือนไทยอย่างเป็นทางการและเข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ของไทย

        8. ปี 1989 ที่มาของถ้อยคำว่า "จีนไทยมิใช่อื่นไกลพี่น้องกัน" นั้นเกิดขึ้นในปี 1989 พลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ ได้ไปเยือนจีนในฐานะนายกรัฐมนตรีและนายกสมาคมมิตรภาพไทย– จีน ภายในงานเลี้ยงรับรองที่สมาคมมิตรภาพจีน–ไทยจัดขึ้นนั้น พลเอกชาติชายได้กล่าวปราศรัยและมีถ้อยคำหนึ่งว่า "จีนไทยมิใช่อื่นไกลพี่น้องกัน"

        9. ปี 1992 รัฐบาลจีนเริ่มอนุญาตให้ประชาชนชาวจีนเดินทางออกไปเที่ยวประเทศเพื่อนบ้านได้ โดยประเทศแรกที่จีนอนุญาต คือ ไทย สิงคโปร์ มาเลเซีย

        10. ปี 1994 เพื่อเป็นการฉลองความสัมพันธ์ไทย–จีนครบ 20 ปี รัฐบาลจีนได้อนุญาตให้ไทยอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ หรือข้อนิ้วพระหัตถ์ จากวัดฝ่าเหมินซื่อมณฑลส่านซีของจีนมาประดิษฐานเป็นการชั่วคราวในไทย ณ พุทธมณฑล เพื่อให้พุทธศาสนิกชนชาวไทยได้นมัสการ

        11. ปี 1995 ได้มีการอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุข้อนิ้วพระหัตถ์ไปประดิษฐานเป็นการชั่วคราวในประเทศไทย โดยจัดทำเป็นข้อตกลงร่วมกันระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลจีน ในการอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุข้อนิ้วพระหัตถ์จากวัดฝ่าเหมินซื่อมณฑลส่านซี มาประดิษฐานในไทย ระหว่างวันที่ 23 พฤศจิกายนค.ศ. 1994 ถึงวันที่ 21 กุมภาพันธ์ ค.ศ.1995 รวมระยะเวลา 85 วัน ทั้งนี้เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองเนื่องในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติครบรอบ 50 ปี และเพื่อร่วมเฉลิมฉลองครบรอบ 20 ปีของการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างประเทศไทยกับประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน

        12. ระหว่างวันที่ 24-29 มีนาคมค.ศ. 1996 นายบรรหาร ศิลปอาชา นายกรัฐมนตรีไทยเยือนจีนอย่างเป็นทางการ

        13. เดือนเมษายนค.ศ. 1997 พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ นายกรัฐมนตรีไทยเยือนจีนอย่างเป็นทางการ

        14. ระหว่างวันที่ 13-17 เมษายนค.ศ. 1999 นายหลี่เผิงประธานคณะกรรมการประจำสภาผู้แทนประชาชนแห่งชาติจีนเยือนไทยอย่างเป็นทางการเป็นเวลา 4 วัน

        15. ปี 1999 นายเจียงเจ๋อหมิน ประธานาธิบดีสาธารณรัฐประชาชนจีน และภริยาเยือนไทยอย่างเป็นทางการในฐานะพระราชอาคันตุกะของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ซึ่งเจียงเจ๋อหมินได้ร่วมชมกระบวนพยุหยาตราชลมารค และแสดงปาฐกถาพิเศษเรื่อง ความสัมพันธ์ไทย–จีนและนโยบายของจีน

        16. ปี 2000 เมื่อความสัมพันธ์ทางการทูตของไทย–จีน เดินทางมาครบ 25 ปี สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนครั้งแรก พร้อมด้วยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในเดือนตุลาคม โดยทรงนำคณะนางแบบชื่อดังของไทยไปเดินแบบแสดงผ้าไทยด้วย

        ปีเดียวกัน ทางศูนย์จีนศึกษา สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้จัดสัมมนาไทย-จีน หัวข้อ "ความสัมพันธ์ไทย-จีน เหลียวหลังแลหน้า" โดยนอกจากมีนักวิชาการ วิทยากรทั้งจากไทยและจีนเข้าร่วมแล้ว ยังมีนายอานันท์ ปันยารชุน หนึ่งในผู้อยู่ร่วมในประวัติศาสตร์ของการลงนามความสัมพันธ์ไทย-จีนด้วย

        17. ปี 2001 นายจูหยงจีน นายกรัฐมนตรีจีนเยือนไทยอย่างเป็นทางการ

        18. วันที่ 27-29 สิงหาคมปี 2001 พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีไทยเยือนจีนอย่างเป็นทางการ วันที่ 28 สิงหาคม ระหว่างการพบปะเจรจา นายจูหยงจีนายกรัฐมนตรีจีนเสนอว่า เพื่อกระชับมิตรสัมพันธ์และความร่วมมือที่ไว้วางใจได้ในทุกด้านของสองประเทศให้ก้าวหน้าต่อไป จีนเสนอจะกระชับความร่วมมือในแถลงการณ์ร่วมเกี่ยวกับโครงการแห่งความร่วมมือในศตวรรษที่ 21 ซึ่งรวมทั้งเสริมความร่วมมือและการแลกเปลี่ยนระหว่างประเทศทั้งสองในด้านเศรษฐกิจการค้า วิทธยาศาสตร์เทคโนโลยี และวัฒนธรรม ดำเนินการปรึกษาหารือและให้ความร่วมมือซึ่งกันและกันในองค์การเอเปค การประชุมความร่วมมือของตัวแทน 10 ประเทศอาเซี่ยน การประชุมเอเชียยุโรป และฟอรั่มของภูมิภาคอาเซียน หลังจากการเจรจา สองประเทศลงนามในข้อตกลงแห่งความร่วมมือด้านวัฒนธรรมระหว่างจีนกับไทย และประกาศแถลงการณ์ร่วมจีนไทยในวันที่ 29 สิงหาคม

        19. เดือนกันยายน ปี 2002 นายหลี่เผิง ประธานคณะกรรมการประจำสภาผู้แทนประชาชนแห่งชาติจีนเยือนไทยอย่างเป็นทางการ

        20. ปี 2002 ได้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ พระเขี้ยวแก้ว จากวัดหลิงกวง กรุงปักกิ่ง ไปประดิษฐานเป็นการชั่วคราว ณ พุทธมณฑลเป็นระยะเวลานานถึง 76 วัน ระหว่างวันที่ 15 ธันวาคมค.ศ. 2002 ถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ค.ศ. 2003 เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดชมหาราช เนื่องในวโรกาสที่ทรงเจริญพระชนมพรรษา 75 พรรษา และประสานสัมพันธไมตรีระหว่างประเทศไทย-จีน ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น โดยอาศัยความสัมพันธ์ทางพระพุทธศาสนาเป็นสำคัญ รวมถึงเปิดโอกาสให้พุทธศาสนิกชนชาวไทยได้สักการะบูชาพระเขี้ยวแก้ว ด้วยปรารถนาว่า อานุภาพแห่งความศักดิ์สิทธิ์ แห่งองค์พระเขี้ยวแก้วนี้ จะได้แผ่พระบารมีอันไพศาล ให้พุทธศาสนิกชนชาวไทยเจริญรุ่งเรือง และมีความสุขตลอดไป

        21. ปี 2003 นายหูจิ่นเทา ประธานาธิบดีสาธารณรัฐประชาชนจีน และภริยาเยือนไทยอย่างเป็นทางการในฐานะพระราชอาคันตุกะของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ระหว่างวันที่ 17-18 ตุลาคม และเข้าร่วมประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก หรือเอเปก 2003 ระหว่างวันที่ 20-21 ตุลาคม อันเป็นการกระชับความร่วมมือและความสัมพันธ์อันดีของทั้งสองประเทศ

        22. ปี 2003 ไทย-จีนได้ลงนามในข้อตกลงการค้าเสรีระหว่างกัน โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมค.ศ. 2003 โดยยกเว้นภาษีนำเข้าผัก-ผลไม้ และในอนาคตจะมีการหารือเพื่อขยายข้อตกลงให้ครอบคลุมสินค้าประเภทอื่น เช่น อาหารสำเร็จรูป อาหารทะเล และยางพารา เพื่อให้มูลค่าทางการค้าระหว่างทั้งสองประเทศเพิ่มขึ้นจาก 6,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เป็น 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในอนาคต

         23. ปี 2003 ช่วงช่วงและหลินฮุ่ย หมีแพนด้ายักษ์ทั้งสองเดินทางมาถึงท่าอากาศยานเชียงใหม่ ในเย็นวันที่ 12 ตุลาคม ท่ามกลางการต้อนรับอย่างอบอุ่น โดยมีการเตรียมการก่อสร้างสถานที่พักและจัดแสดงหมีแพนด้าในสวนสัตว์เชียงใหม่ แพนด้าคู่ดังกล่าวมีฐานะเป็นทูตสันถวไมตรีระหว่างไทยกับจีน และถือเป็นคู่สุดท้ายที่จีนอนุมัติให้ออกนอกประเทศ

         24. เดือนมิถุนายน ค.ศ. 2003 สมเด็จพระสังฆราชของไทย ได้เสด็จเยือนประเทศจีนอย่างเป็นทางการโดยทรงมุ่งกิจกรรมทางด้านพระพุทธศาสนาเป็นสำคัญ ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนั้นได้มีการนำพระกรณียกิจนี้มาแพร่ภาพทางสถานีโทรทัศน์รวมของไทยโดยตลอด อันถือได้ว่าเป็นการเชื่อมสัมพันธไมตรีระหว่างประเทศได้เป็นอย่างดียิ่ง

        25. วันที่ 29 พฤศจิกายนค.ศ. 2004 ในการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 10 นายเวินเจียเป่า นายกรัฐมนตรีจีนได้พบปะกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีไทยที่ลาว โดยนายกรัฐมนตรีจีนได้ชื่นชมความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างไทย–จีน และหวังว่าจะส่งเสริมให้การค้าระหว่างสองประเทศมีมูลค่าการค้าทะลุ 12,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

25 พฤษภาคม 2562

 



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน