*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 4292
  • จำนวนผู้ชม : 1588761
  • จำนวนผู้โหวต : 466
  • ส่ง msg :
  • โหวต 466 คน
วันเสาร์ ที่ 17 สิงหาคม 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 294 , 17:49:34 น.  
หมวด : ดารา/นักร้อง/คนดัง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

สวัสดีครับ

         คราวนี้ผมนำเพลงที่เคยนำมาเผยแพร่แล้วบางคลิป เอามาฝากคุณๆอีกครั้ง เพราะเข้าใจว่า หลายๆคุณๆก็ยังโหยหาเพลง

เหล่านี้เหมือนผมอยู่อีก แต่ถ้าไม่เป็นเช่นว่าก็ขอสุมาเต๊อะครับ

         สำหรับสารคดี ดีดี วันนี้ เป็นเรื่อง 'สำเพ็ง' ครับ เพราะสถานการณ์ของบ้านเมืองมันแปรเปลี่ยน จึงได้ทำให้ย่านสำเพ็งที่ก่อตั้ง

มาพร้อมๆกับการก่อตั้งกรุงรัตนโกสินทร์ แล้วรุ่งเรืองด้วยการเป็นย่านการค้าของคนจีนนั้น กำลังจะเฉาตายอยู่รอมร่อแล้วครับ แล้ว

ทำไมคนจีนที่เป็นเชื้อแถวมาจากบรรพบุรุษย่านสำเพ็ง จึงไม่รวมตัวกันช่วยคิดแก้ไขสถานการณ์ให้กลับฟื้นคืนบ้างเลย

         หาบขายอาหารแต่ละชนิด เช่น เฉาก๊วย & เต้าฮวย(หาบเดียวกัน) ขนมผักกาด ก๊วยเตี๋ยวผัด คล้ายผัดไทย ฯลฯ พวก 'ซินตึ๊ง'

ที่เพิ่งมาจากเมืองจีนบางคนเริ่มที่อาชีพนี้  แล้วมีวิวัฒนาการมาจนถึงราวๆพ.ศ. 2500s พอมีทุนตั้งร้านได้ก็หายหน้ากันไป ส่วนที่ไป

ตั้งหลักแหล่งตามต่างจังหวัดก็มีไม่น้อย เช่นกัน 

 

Britt Ekland and star in remember !!

รายการ "ในหัวใจมีเสียงเพลง"

ภูมิแพ้กรุงเทพ | สหรัถ สังคปรีชา, สุนารี ราชสีมา | คอนเสิร์ตคุณพระช่วยสำแดงสด ๖ https://youtu.be/ojYuqFxol4Y

เทพธิดาผ้าซิ่น - ตุ้ม จ่านกร้อง (คอนเสิร์ตคุณพระช่วยสำแดงสด ๒) https://youtu.be/KT7EjhffWyc

ล่องแม่ปิง - ส้มเช้ง สามช่า (คอนเสิร์ตคุณพระช่วยสำแดงสด ๒) https://youtu.be/LAzZt4su4Cs

คนกล่อมโลก ส้มเช้ง สามช่า Ultra HD https://youtu.be/WqmgbOLnIds

อาทิตย์ละวัน - ใหม่ เจริญปุระ https://youtu.be/T61zgJBeY1g

 

Britt Ekman now

...............................................

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ บรรยากาศเก่าก่อนของสำเพ็ง à¸œà¸¥à¸à¸²à¸£à¸„้นหารูปภาพสำหรับ บรรยากาศเก่าก่อนของสำเพ็ง

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ บรรยากาศเก่าก่อนของสำเพ็ง à¸œà¸¥à¸à¸²à¸£à¸„้นหารูปภาพสำหรับ บรรยากาศเก่าก่อนของสำเพ็ง

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ บรรยากาศเก่าก่อนของสำเพ็ง à¸œà¸¥à¸à¸²à¸£à¸„้นหารูปภาพสำหรับ บรรยากาศเก่าก่อนของสำเพ็ง

สำเพ็ง - สะพานหัน ยุคเก่าก่อน

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ บรรยากาศเก่าก่อนของสำเพ็ง

 

สำเพ็งยุคปัจจุบัน

...................................................

 "สะพานหิน" และ "สำเพ็ง"

 
 + + “สะพานหิน” และ “สำเพ็ง” ชื่อนี้มีประวัติ..+ +   

หากจะกล่าวถึงต้นกำเนิดของสถานที่ ชื่อบ้าน นามเมือง ของชุมชนโบราณ ตั้งแต่ก่อตั้งกรุงรัตนโกสินทร์เมื่อ พ.ศ. ๒๓๒๕ เป็นต้นมา มีหลายชุมชน หลายสถานที่ไม่น้อยที่ประวัติชื่อชุมชนมีที่มา อยู่ในคำตอบของตัวเอง เช่น บางลำภู, ถนนดินสอ, ถนนบ้านหม้อ, ถนนตีทอง, มักกะสัน เป็นต้น

โดยเฉพาะการค้นหาต้นกำเนิดของคำว่า “สำเพ็ง” ยังคงเป็นเพียงแค่ “น่าจะมีความหมายมาจาก” ซึ่งหากลองได้พิจารณาแล้วอย่าได้ทึกทักเอาเสียเองว่า ต้องกำเนิดมาจากคำนั้นหรือคำนี้ ซึ่งเป็นการเข้าข้างตนเองมากจนเกินไป

จึงใคร่ขอเสนอความที่น่าจะเป็นของที่มาของชุมชนสำเพ็ง ซึ่งมีประวัติอันยาวนานให้ได้ทราบกัน

 

 
 
จากคุณ : หนุ่มรัตนะ  
เขียนเมื่อ : 16 ส.ค. 53 13:57:36
   

 
 
 

 

 
 ความคิดเห็นที่ 1

สมัยกรุงศรีอยุธยา

ในสมัยกรุงศรีอยุธยา ดินแดนแถบนี้ได้มีชุมชนดั้งเดิมอยุ่แล้ว โดยมีหลักฐานจากพื้นที่ตั้งวัดอยู่ ๓ แห่งคือ วัดบพิตรพิมุขวรวิหาร (วัดเชิงเลน), วัดจักรวรรดิ์ราชาวาสวรมหาวิหาร (วัดสามปลื้ม) และวัดปทุมคงคาราชวรวิหาร (วัดสามเพ็ง) ซึ่งวัดเหล่านี้เดินทางถึงได้ด้วยมีคลองย่อยจากแม่น้ำเจ้าพระยาเข้าไป ซึ่งไม่มีหลักฐานว่าเป็นเคยชุมชนใหญ่

 

 
 
จากคุณ : หนุ่มรัตนะ  
เขียนเมื่อ : 16 ส.ค. 53 13:58:22
   
 
 
 

 

 
 ความคิดเห็นที่ 2

สมัยกรุงธนบุรี

ปฐมบทแห่งการเป็นพื้นที่ตั้งมั่นแห่งชุมชน โดยบริเวณทั้งสองฝั่งของแม่น้ำเจ้าพระยา ได้มีชาวจีนเข้าพึ่งพระบรมโพธิสมภาร ได้เข้ามาตั้งบ้านเรือนกันอย่างหนาแน่น และบริเวณฝั่งตะวันออกของแม่น้ำ ซึ่งเป็นบริเวณตรงข้ามพระราชวัง ก็ปรากฎชุมชนชาวจีนขนาดใหญ่เกิดขึ้น ซึ่งเรียกว่า “ย่านท่าเตียน” ซึ่งอยู่ปะปนผสมกับชุมชมชาวญวน

 

 
 
จากคุณ : หนุ่มรัตนะ  
เขียนเมื่อ : 16 ส.ค. 53 13:59:15
   
 
 
 

 

 
 ความคิดเห็นที่ 3

สมัยกรุงรัตนโกสินทร์

เป็นที่ทราบกันดีแล้วว่าเมื่อพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกฯ ทรงปราบดาภิเษกขึ้นเป็นปฐมกษัตริย์ เมื่อ พ.ศ. ๒๓๒๕ จึงโปรดเกล้าให้ย้ายชุมชนชาวจีน ไปตั้งที่นอกกำแพงพระนคร ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ บริเวณคลองวัดสามปลื้มเรื่อยไปจนถึงคลองวัดสำเพ็ง พร้อมกันนี้จึงได้มีการสร้างถนนตามกันไป จึงเรียกถนนดังกล่าวว่า ถนนสำเพ็ง ได้ถือกำเนิดขึ้นมา
การตั้งชุมชนของชาวจีนในที่ใหม่นี้ ได้ถือกำเนิดแห่งการค้าที่เรียกว่า “ตลาดบก” ขึ้นมาควบคู่ไปกับ “ตลาดน้ำ” ซึ่งมีอยู่เก่าก่อน การเดินทางเข้าพื้นที่สำเพ็ง ในสมัยนั้นไม่ลำบากอะไร โดยเดินเลาะกำแพงพระนคร ออกประตูเมือง ข้ามคลองโอ่งอ่าง และเดินเข้าสู่สำเพ็งได้ หรือ นั่งเรือมาแล้วเข้าคลองที่ซอยย่อยอยู่อย่างมากมาย

ในช่วงแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย พื้นที่แห่งนี้ได้ถูกใช้เป็นที่สำหรับพวกมิชชันนารีอเมริกัน เข้ามาตั้งหลักแหล่งเพื่อเผยแพร่ศาสนาคริสต์ นิกายโปรแตสแตนท์ โดยมาเช่าบ้านแถววัดเกาะ  ซึ่งต่อมาเมื่อหมอบรัดเลย์ เข้ามาในสมัยรัชกาลพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว หมอบรัดเลย์ก็มาเช่าห้องพักดังกล่าวด้วย และเปิด “โอสถศาลา” เพื่อแจกและขายยาฝรั่ง พร้อมกับแผยแพร่ศาสนาในระยะหนึ่ง

ภาพตลาดในถนนสำเพ็ง

 

 
 
จากคุณ : หนุ่มรัตนะ  
เขียนเมื่อ : 16 ส.ค. 53 14:02:25
   
 
 
 

 

 
 ความคิดเห็นที่ 4

ลักษณะย่านสำเพ็ง

ด้วยอุปนิสัยของชาวเชื้อสายจีน จากบ้านเกิดถิ่นฐานมา ความเป็นอยู่ก็ต้องมีความอดทน มัธยัสถ์ กินง่าย อยู่ง่าย และรักพวกพ้อง ทำให้บ้านเรือนในย่านดังกล่าวมีลักษณะเล็ก และแออัด พร้อมกับการวางขายสินค้าตามนิสัยชอบค้าขายเป็นทุนเดิม การที่อยู่กันอย่างแออัด มักจะเกิดปัญหาไฟไหม้ซึ่งเป็นปัญญาใหญ่มากในชุมชนนี้ เช่น

" พ.ศ.๒๓๔๓ วันจันทร์ เดือนยี่ ขึ้น ๘ ค่ำ เวลา ๕ โมงเย็น  เกิดเพลิงไหม้ ที่วัดสามปลื้ม ตลอดลงไปถึงตลาดน้อยวัดสำเพ็ง"

จะเห็นได้ว่าไฟได้ไหม้ขยายเป็นวงกว้างอย่างมาก แต่ก็ไม่นานก็กลับมาเป็นชุมชมแออัดเหมือนเดิม จนชุมชนเติบโตเรื่อยมาเข้าสู่สมัยรัชกาลพระบาทพระจอมเกล้าฯ ชุมชนนี้มีประชากรหนาแน่น มีสินค้าจากต่างประเทศ เสื้อผ้า เครื่องแก้ว นำเข้ามากันดาษดื่น

ผลแห่งการขยายตัวของชุมชนชาวจีน ซึ่งมีอย่างต่อเนื่องและปัญหาไฟไหม้ที่เรื้อรังมานาน ทำให้ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าฯและรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าฯ ทรงมีพระราชดำริจัดระเบียบชุมชน มีการตัดถนนเพิ่มขึ้น แทรกตัวลงในที่เกิดปัญหาไฟไหม้ และตัดถนนใหม่อยู่อย่างต่อเนื่อง เพื่อแก้ปัญหาแห่งการดับเพลิงที่เข้าถึงได้ยาก ซึ่งการตัดถนนนี้เอง ทำให้การเดินทางที่สะดวก เข้าถึงง่าย กลายเป็นแหล่งการค้าที่เติบโตอยู่คู่บ้านคู่เมืองมาโดยตลอด

ภาพบรรยากาศในถนนสำเพ็งในสมัยรัชกาลที่ ๕ เป็นทางเดินเล็กๆเหมือนในปัจจุบัน สองข้างทางในภาพเป็นร้านขายบาตรพระ อีกด้านเครื่องโลหะ ฆ้องโหม่ง อยู่หน้าร้าน

 

 
 
จากคุณ : หนุ่มรัตนะ  
เขียนเมื่อ : 16 ส.ค. 53 14:06:21
   
 
 
 

 

 
 ความคิดเห็นที่ 5

วิเคราะห์คำว่า “สำเพ็ง” มาจากไหนกันแน่

ดังที่กล่าวไว้แต่แรกว่า คำว่าสำเพ็ง ไม่ควรชี้ชัดไปที่คำใดคำหนึ่ง เนื่องจากในหมู่นักปราชญ์ นักคิด ยังคงวิเคราะห์ถึงความเป็นไปได้ของคำนี้ว่ามีต้นกำเนิดมาจากอะไร ซึ่งเราไม่ควรตะแบงและเข้าใจอย่างผิดๆ จนบ้าคลั่งไป แม้ว่าพระราชพงศาวดาร ฉบับเจ้าพระยาฯ (ขำ บุนนาค) จะได้ระบุไว้ชัดถึงคลองสามเพ็ง และวัดสามเพ็ง แต่ก็ไม่ได้บอกเล่าถึงชื่อมีต้นราก กำเนิดมาจากสิ่งไร

 

 
 
จากคุณ : หนุ่มรัตนะ  
เขียนเมื่อ : 16 ส.ค. 53 14:09:54
   
 
 
 

 

 
 ความคิดเห็นที่ 6

แนวคิดที่ ๑ สามแผ่นดิน

จากหนังสือ ชื่อบ้านนามเมือง โดยศันสนีย์ วีระศิลป์ชัย และหนังสือเล่าเรื่องเก่าของไทย โดยสมพงษ์ เกรียงไกรเพชร์ ได้ตั้งข้อสังเกตุที่คล้ายกันเอาไว้ว่า ลักษณะภูมิประเทศของย่านนี้ มีคลองขวางอยู่ด้วยกัน ๒ คลอง คือ คลองเหนือวัดสำเพ็ง และคลองวัดสามปลื้ม ทำให้ตัดแผ่นดินออกเป็นสามตอน หรือ สามแผ่น คือ แผ่นดินวัดสำเพ็ง ๑ แผ่นดินวัดเกาะ๑ และแผ่นดินวัดสามปลื้ม๑ คนทั่วไปจึงเรียกย่านนี้ว่า “ย่านสามแผ่นดิน” หรือ “สามแผ่น” และด้วยสำเนียงคนจีน เรียกเพี้ยนมาเป็น “สำเพ็ง”

 

 
 
จากคุณ : หนุ่มรัตนะ  
เขียนเมื่อ : 16 ส.ค. 53 14:10:39
   
 
 
 

 

 
 ความคิดเห็นที่ 7

แนวคิดที่ ๒ สามแพร่ง

จากหนังสือ ชื่อบ้านนามเมือง โดยศันสนีย์ วีระศิลป์ชัย ได้ตั้งข้อสังเกตุเอาไว้อีกว่า คำว่าสำเพ็ง นอกจากจะมาจาก “สามแผ่นดิน” ยังอาจจะมาจาก “สามแพร่ง” ก็เป็นไปได้ ซึ่งสามแพร่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของลักษณะภูมิประเทศในย่านนี้ก็เป็นไปได้

 

 
 
จากคุณ : หนุ่มรัตนะ  
เขียนเมื่อ : 16 ส.ค. 53 14:12:49
   
 
 
 

 

 
 ความคิดเห็นที่ 8

แนวคิดที่ ๓ เฟิร์นชนิดหนึ่ง

อีกแนวคิดหนึ่งท่านได้ให้ข้อสังเกตุว่า อาจจะการกร่อนเสียงจากพืชตระกูลเฟิร์น ที่เรียกว่า “ลำเพ็ง” หรือ “ผักกูดแดง” ซึ่งเจริญเติบโตบริเวณภูมิภาคนี้ ที่ลุ่ม ที่หนองแฉะ และอาจจะขึ้นอยู่มากด้วยต้นลำเพ็ง จึงเรียกและเพี้ยนเป็น “สำเพ็ง” ในเวลาต่อมา

ภาพเฟิร์นที่เรียกว่า ลำเพ็ง

 

 
 
จากคุณ : หนุ่มรัตนะ  
เขียนเมื่อ : 16 ส.ค. 53 14:13:50
   
 
 
 

 

 
 ความคิดเห็นที่ 9

บางท่านอาจทักท้วงว่า แถวนี้จะมีต้นเฟิร์น ขึ้นได้หรือ ..ขอให้มองย้อนกลับไปเมื่อ ๒๐๐ ปีกว่า บริเวณสำเพ็ง เป็นที่ลุ่มชายน้ำ มีป่าโกงกาง ป่าแสม และเลนตม ขนาดในสมัยรัชกาลที่ ๓ ยังมีร่องรอยของเสือ กินคนอยู่แถวๆวัดมหรรณพารามกันอยู่เลย 

แนวคิดเรื่องเฟิร์นลำเพ็ง ก็น่าจะเป็นไปได้ เลยแทรกภาพถ่ายบริเวณแห่งหนึ่ง นอกเขตกำแพงพระนคร ถ่ายไว้ในสมัยรัชกาลที่ ๔ จะได้นึกบรรยากาศแห่งสมัยก่อนได้

 

 
 
จากคุณ : หนุ่มรัตนะ  
เขียนเมื่อ : 16 ส.ค. 53 14:15:59
   
 
 
 

 

 
 ความคิดเห็นที่ 10

แนวคิดที่ ๔  สามเพ็ง

แนวคิดข้อสันนิฐานนี้ ขุนวิจิตรมาตรา(สง่า กาญจนาคพันธุ์) ได้เสนอไว้ว่า อาจจะมาจากชื่อคน “เพ็ง” ๓ คนที่อาศัยอยู่ในบริเวณนี้ จึงเรียกว่า “สามเพ็ง” หรือ “สำเพ็ง”

ภาพขุนวิจิตรมาตรา(สง่า กาญจนาคพันธุ์)

 

 
 
จากคุณ : หนุ่มรัตนะ  
เขียนเมื่อ : 16 ส.ค. 53 14:16:39
   
 
 
 

 

 
 ความคิดเห็นที่ 11

แนวคิดที่ ๕  ย่านน้ำลึก

ส.พลายน้อย สันนิษฐานไว้ในหนังสือ “บางกอก” ว่าแต่ก่อนบริเวณนั้นคงเป็นที่น้ำลึกหรือเป็นทางสามแพร่ง ซึ่งชาวจีนเรียกเพี้ยนเป็น สามแพ่ง และสำเพ็งในที่สุด

ภาพ ส.พลายน้อย

 

 
 
จากคุณ : หนุ่มรัตนะ  
เขียนเมื่อ : 16 ส.ค. 53 14:17:21
   
 
 
 

 

 
 ความคิดเห็นที่ 12

แนวคิดที่ ๖  มาจากชื่อวัด และคลอง

และข้อคิดเห็นที่ใกล้เคียงกันของ “บุปฝา คุมมานนท์” กล่าวไว้ในหนังสือศิลปวัฒนธรรมว่า “สำเพ็งศูนย์กลางการค้าแห่งแรกของกรุงรัตนโกสินทร์” ซึ่งสำเพ็งเป็นชื่อที่เรียกเพี้ยนมาจากคำว่า “สามเพ็ง” ซึ่งเป็นชื่อวัดและชื่อคลองที่อยู่ใกล้เคียงกัน ทำให้คนจีนในละแวกนี้เคยชินกับการออกเสียงสั้นๆ จึงทำให้ “สามเพ็ง” กลายเป็น “สำเพ็ง”

จากคุณ : หนุ่มรัตนะ  
เขียนเมื่อ : 16 ส.ค. 53 14:18:04
   
 
 
 

 

 
 ความคิดเห็นที่ 13

สะพานหิน

ถนนสำเพ็ง ปัจจุบันได้ถูกเปลี่ยนชื่อเป็น “ถนนวานิช๑” เมื่อราว ๕๐ ปีก่อน มีความยาว ๑,๙๕๐ เมตร เดิมในสมัยรัชกาลที่ ๑ จะปูด้วยอิฐโรยทรายและปัจจุบันเป็นทางเดินปูกระเบื้องสีแดง มีหลังคาคลุมอย่างสวยงาม กลบฝังอดีตไปเสียสิ้น ยังมีอีกสถานที่หนึ่งซึ่งเคยถูกระบุไว้ในนิราศชมตลาดสำเพ็ง ของนายบุศย์ เมื่อต้นรัชกาลที่ ๖ ระบุว่า

๏ ถึงหน้าวัดนามเรียกสามปลื้ม   แทบจะลืมกลับหวนรัญจวนหา
ถึงโฉมตรูคู่ปลื้มดื่มวิญญา         ทุกเวลาปลื้มทรวงด้วยดวงใจ
ปลื้มสิ่งอื่นหมื่นแสนไม่แม้นเหมือน อย่างแม่เพื่อนปลื้มจิตพิสมัย
จากที่ปลื้มลืมลาเหลืออาลัย      หมองฤทัยจรจรัลเที่ยวผันแปร ฯ

๏ ถึงสะพานหินผินหน้าเที่ยวหาน้อง แต่มองมองไม่เห็นนางไปห่างแห
อาลัยมิตรขนิษฐาสุดตาแล        ได้แต่ชมหญิงอื่นไม่ชื่นใจ
นามเรียกสะพานหินถวิลคิด        ขอน้ำจิตน้องรักเป็นหลักไหล
อย่าหูเบาเฝ้าแหนงระแวงไป       ถึงผู้ใดยุยงอย่าหลงลม
จงพกหินไว้กับอกอย่าพกนุ่น      ถ้าเฉียวฉุนวู่วามไม่งามสม
จะรวนเรเสน่หาสมาคม              ด้วยอารมณ์นารีไม่จีรัง
คิดถึงรักปักเข็มไว้เต็มแน่น         ยังคลอนแคลนคลาดเคลื่อนไม่เหมือนหวัง
พอเข็มครากรากทรุดก็หลุดพัง     ลงเซซังต้องใส่เอาไม้จุน
ไม่เหมือนอย่างโฉมศรีขอพี่แล้ว   ลงรากแก้วไม่ยะเยื้อนออกเคลื่อนหมุน
หญิงทุกวันฉันระอามักทารุณ       เที่ยวว้าวุ่นแต่ข้างทางเกเร ฯ


สะพานหินดังกล่าว ปัจจุบันไม่มีผู้ใดรู้จักกันแล้ว เนื่องด้วยเป็นทางเดินเรียบตลอดถนนวานิช ๑ ซึ่งมีหนังสือเล่มหนึ่งได้ระบุพิกัดที่ตั้งสะพานหินแห่งนี้ไว้ว่า

“จากคำบอกเล่าของพระครูถิน คณะ ๕ วัดสามปลื้มเมื่อพ.ศ. ๒๕๓๕ ท่านพระครูมีบ้านเดิมที่อยุธยา เมื่อบวชเรียนแล้วมาจำพรรษาที่วัดแห่งนี้ร่วม ๖๐ ปี และมีโอกาสถามถึง “สะพานหิน” ท่านพระครูก็ตอบในทันทีว่า คือ จุดที่ถนนสำเพ็ง ตัดกับถนนมหาจักร หรือปัจจุบันเป็นสี่แยกเล็กๆ สุดมุมวัดด้านตะวันออกพอดี

ซึ่งถนนมหาจักร นี้เดิมเป็นคลองวัดสามปลื้ม เลียบข้างวัดเรื่อยไปผ่านถนนเจริญกรุง ถนนหลวง เลียบข้างโรงพยาบาลกลางและไปออกคลองมหานาค ต่อมาราว พ.ศ. ๒๔๗๐ มีการถมคลองทำถนน จึงเรียกอย่างสามัญว่า คลองถมจักรวรรดิ หรือเรียกว่า ถนนจักรวรรดิ ภายหลังเปลี่ยนชื่อมาเป็น ถนนมหาจักร และเรียกกันอย่างติดปากว่า คลองถม 

และจากการที่ถนนสำเพ็ง ข้ามคลองดังกล่าวนี้เอง ทำให้ตรงนี้เป็นสะพาน คงปูลาดด้วยหิน (น่าจะเป็นหินแกรนิต อย่างวัดพระแก้ว)

ภาพคลองวัดสามปลื้ม (เส้นสีเหลือง เพื่อให้เห็นได้ชัด) เป็นคลองที่เชื่อมคลองมหานาค กับแม่น้ำเจ้าพระยา

 

 
 
จากคุณ : หนุ่มรัตนะ  
เขียนเมื่อ : 16 ส.ค. 53 14:21:31

ฯลฯ

.............................................................

17 สิงหาคม 2562



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน