*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 4300
  • จำนวนผู้ชม : 1591276
  • จำนวนผู้โหวต : 466
  • ส่ง msg :
  • โหวต 466 คน
วันพุธ ที่ 21 สิงหาคม 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 292 , 16:34:32 น.  
หมวด : ดารา/นักร้อง/คนดัง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน สิงห์นอกระบบ , wullopp โหวตเรื่องนี้

link @: learning english with voa news: Wednesday, August 21, 2019

สวัสดีครับ

         ผมเคยโพสเรื่องการแสดงลิเก/งิ้ว เมื่อนานมาแล้ว แต่ครั้งนั้นผมหาข้อมูลเรื่องการ 'ออกแขก' ซึ่งเป็นธรรมเนียมก่อนที่ลิเกจะ

แสดงต่อไปไม่ได้ จึงได้ออกปากว่าจะพยายามหาให้ได้เพื่อให้ได้สาระครบถ้วน แล้วผมได้ปล่อยให้เวลาเนิ่นนานมามากทีเดียว จน

กระทั่งมานึกได้เมื่อมาเจอโดยบังเอิญวันนี้ ทำให้ดีใจมากที่ได้ทำตามสัญญาครับ

หมายเหตุ : ผมต้องใช้เวลาแก้ไขโพสส่วน 'ออกแขก' นานมากทีเดียว จึงมีหลายท่านที่ไม่เห็นข้อความนี้ ขออภัยครับ)

 

Talor Swift

รายการ "ในหัวใจมีเสียงเพลง"

ฉันไม่เป็นไร - นิโคล,อุ๊ [SEVEN] https://youtu.be/Jziq3_J18w4

เพลงรักวันวาน 65 https://youtu.be/KXq0G_4JaRQ

เพลงรักวันวาน / ปอง ปรีดา ชุด ฟังติดใจ https://youtu.be/Ztv2g1c15M0

 

............................................................

บทที่๓ กระบวนการแสดงลิเก

การแสดงลิเกแบ่งออกเป็น ๓ ขั้นตอน ประกอบด้วย

ขั้นตอนก่อนการแสดง

ขั้นตอน การแสดง

ขั้นตอนหลังการแสดง

การแสดงในแต่ละครั้งจะใช้เวลาทำการแสดงประมาณ ๓-๔ ชั่วโมง ดังนี้

๓.๑ ขั้นตอนก่อนแสดง

ขั้นตอนนี้จะเริ่มขึ้นโดยอ้างอิงตามเวลาที่เจ้าภาพได้ตกลงให้ลิเกทำการแสดง เมื่อถึง เวลาก่อนท าการแสดงประมาณ ๔๕ นาที ถึง

๑ ชั่วโมง ปี่พาทย์จะต้องท าการบรรเลง เรียก กระบวนการนี้ว่า “โหมโรง” เริ่มจากหัวหน้าคณะ หรือผู้อาวุโสนำผู้แสดงจุดธูป เทียน

ปี่พาทย์จะเริ่มบรรเลงเพลงหน้าพาทย์ สาธุการ และบรรเลงเรื่อยไปจนจบเพลงชุดโหมโรง วัตถุประสงค์ของการ โหมโรงคือเพื่อบูชา

ครู (ตั้งกำนลครู) บูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ แสดงความ เคารพต่อเจ้าที่ เจ้าทาง ณ สถานที่แห่งนั้น เพื่อให้มาอำนวยอวยพรให้เกิดความเป็นสิริ

มงคล เป็นขวัญและก าลังใจแก่ผู้แสดง นอกจากนั้นยังเป็นการประชาสัมพันธ์ว่าคณะลิเกก าลังจะเริ่มท าการ แสดง ลำดับเพลงชุด

โหมโรง ประกอบด้วย เพลงหน้าพาทย์จ านวน ๑๓ เพลง ดังนี้ เพลง สาธุการ เพลงตระโหมโรง เพลงรัวสามลา เพลงต้นชุบ เพลงเข้า

ม่าน เพลงปฐม เพลงลา เพลงเสมอ เพลงรัว เพลงเชิด เพลงกลม เพลงช านาญ เพลงกราวใน เพลงปลายเข้าม่าน และเพลงลา การ

บรรเลง โหมโรงนี้ในบางครั้งอาจไม่ต้องบรรเลงครบทั้งชุด แต่สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามสถานการณ์ ตามความประสงค์ของเจ้าภาพ

และความเหมาะสม แต่เพลงสุดท้ายจะต้องเป็นเพลงลา ๓.๒ ขั้นตอนแสดง การแสดงลิเกมีกระบวนการน าเสนอแบ่งเป็นขั้นตอน ที่

เรียกว่าฉาก แต่ละฉากมี ความส าคัญที่จะส่งผลให้การแสดงด าเนินไปตามเรื่องที่แสดง ครบถ้วนตามจารีตการแสดง และได้รับ ความ

นิยมตามลำดับดังนี้

๓.๒.๑ การออกแขก ขั้นตอนนี้จะเริ่มต้นเมื่อบรรเลงโหมโรงเสร็จสิ้น ปี่พาทย์จะบรรเลง เพลงวา ผู้แสดงแต่งกายเลียน

แบบแขกผู้ชายจะเต้นออกมาด้านหน้าเวทีฝั่งซ้าย เรียกว่าออกแขก ในสมัยโบราณหากไม่มีไฟฟ้าผู้แสดงจะถือตะเกียงหรือจุด

เทียน เต้นไปรอบๆเวทีแล้วมาหยุดที่กลาง เวที กล่าวสวัสดีและทักทายผู้ชมด้วย คำว่า “สล้าม สลาม” จากนั้นจึงพูดภูมิหลังของคณะ

ขอบคุณ เจ้าภาพ บอกชื่องาน ความส าคัญ วัตถุประสงค์ ประวัติคณะลิเกแต่พอสังเขป กล่าวน าเข้าสู่เรื่องที่จะ ทำการแสดง โดยพูด

ให้ผู้ชมเกิดแรงจูงใจในการติดตามรับชมการแสดง โดยภาษาไทยสำเนียงแขก เมื่อพูดจบแขกจะร้องว่า “เฮ้ๆ ฮาๆ ขอเชิญท่านมาชม

ลิเก” จากนั้นปี่พาทย์จะบรรเลงรับ แขกก็จะ เต้นไปรอบๆ เวทีอีกครั้งก่อนจะเต้นจนหายเข้าไปในโรงฝั่งขวา

๓.๒.๒ การแสดง การแสดงลิเกในแต่ละครั้งสามารถแบ่งการดำเนินเรื่องออกเป็นหลาย ฉาก ฉากที่ ๑ เป็นฉากที่สำคัญที่สุด มีความ

เชื่อว่าหากการแสดงในฉากนี้ไม่สมบูรณ์ อาจท าให้ผู้แสดง เสียขวัญและจะท าให้ผู้ชมไม่เกิดความประทับใจการแสดงในฉากต่อไป

อาจทำให้ไม่อยู่รับชมการ แสดงจนจบได้ การก าหนดฉากในการแสดงแต่ละครั้ง มาก น้อย ขึ้นอยู่กับเรื่องที่แสดง หากเกินเวลา

สามารถตัด ลด รวมฉากได้ แต่จะไม่นิยมแสดงจนจบเรื่องหากแต่จะทิ้งเรื่องไว้ เพื่อให้ผู้ชมติดใจ และ ติดตามการแสดงในครั้งต่อไป

๑) ฉากที่ ๑ เริ่ม

๓.๒.๒ การแสดง การแสดงลิเกในแต่ละครั้งสามารถแบ่งการดำเนินเรื่องออกเป็นหลายฉาก ฉากที่ ๑ เป็นฉากที่สำคัญที่สุด มีความเชื่อ

ว่าหากการแสดงในฉากนี้ไม่สมบูรณ์ อาจทำให้ผู้แสดงเสียขวัญและจะทำให้ผู้ชมไม่เกิดความประทับใจการแสดงในฉากต่อไป อาจทำ

ให้ไม่อยู่รับชมการแสดงจนจบได้ การกำหนดฉากในการแสดงแต่ละครั้งจะมาก/ น้อย ขึ้นอยู่กับเรื่องที่แสดง หากเกินเวลา สามารถตัด

ลด รวมฉากได้ แต่จะไม่นิยมแสดงจนจบเรื่องหากแต่จะทิ้งเรื่องไว้ เพื่อให้ผู้ชมติดใจ และ ติดตามการแสดงในครั้งต่อไป

๑) ฉากที่ ๑ เริ่มด้วย ปี่พาทย์บรรเลงเพลงเสมอ ผู้แสดงที่เป็นตัวนายโรง เช่น ตัวเจ้า ตัวพระยา ที่รับบทบาทเป็นตัวละครที่มีความ

ซื่อสัตย์ รำเสมอตามกระบวนออกมาหน้าโรง จากเวทีฝั่งซ้ายจนถึงกลางเวทีและขึ้นนั่งเตียงในลักษณะนั่งทับส้นหรือนั่งคุกเข่า แล้ว

ป้องหน้า จากนั้น ก็ร้องส่งเพลงในอัตรา ๒ ชั้น มีเนื้อหาบรรยายเกี่ยวกับตัวตัวเองตามบทบาทที่ได้รับ หรือรำพึงถึง เหตุการณ์ต่างๆ ที่

ตนประสบ โดยใช้เพลง ครอบจักรวาล อาถรรพ์ ขึ้นพลับพลา ตะลุ่มโปง และ พญาสี่เสา เป็นต้น ลักษณะการร้องผู้แสดงจะต้องร้อง

ก่อนแล้วปี่พาทย์จะบรรเลงรับ ในระหว่างที่ร้อง จะต้องรำประกอบบทร้องไปด้วย เมื่อร้องจบท่อนเพลง ปี่พาทย์จะบรรเลงรับ ผู้แสดง

จะต้องรำตาม จังหวะและทำนองเพลง เรียกว่า รำซัดหน้าเตียง จากนั้นจึงร้องต่อในท่อนที่ ๒ และรำประกอบ เช่นเดียวกับตอนร้อง

ในท่อนที่ ๑ (รำซัดหน้าเตียงจะไม่ซ้ำกันในแต่ละท่อน แต่ก็ไม่ได้กำหนดท่ารำไว้เป็นแบบแผน ให้ขึ้นอยู่กับความสามารถของผู้แสดง

แต่ละคน) เมื่อร้องเพลงไทยจบผู้แสดงจะร้องกลอนทำนองราชนิเกลิง และรำประกอบด้วย มีเนื้อหาเกี่ยวกับรายละเอียดของชีวิต

เหตุการณ์ต่างๆ เช่น แนะนำตัวในบทบาทที่ได้รับ ว่าเป็นใคร มาจากไหน ทำอะไร ประสบกับเหตุการณ์ต่างๆในชีวิตอย่างไร และจะ

ไปไหน อย่างไร จากนั้นจึงร้องเพลงในอัตราจังหวะสองชั้นที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการเดินทาง โดยมีตะโพน ฉิ่ง กรับ ประกอบจังหวะ เมื่อ

จบกลอน ปี่พาทย์จะบรรเลงรับในทำนองราชนิเกลิง จากนั้นผู้แสดงจะเจรจา ดำเนินเรื่อง โดยทวนเนื้อหาจากคำกลอนในบทร้องเพลง

ไทยและในกลอนราชนิเกลิง โดยสรุปเฉพาะ เนื้อหาที่สำคัญ เมื่อเจรจาจบจะร้องเพลงไทยในอัตรา ๒ ชั้นและชั้นเดียว ที่มีเนื้อหา

เกี่ยวกับการเดินทางว่าจะเดินทางไปยังเป้าหมายตามที่เนื้อเรื่องกำหนดไว้ จากนั้นปี่พาทย์จะบรรเลงรับใน ทำนองเพลงเดียวกัน

จากนั้นจะบรรเลงเพลงเชิด ผู้แสดงจะรำตามกระบวนท่ารำตามลำดับ แล้วจึง เข้าหลังโรงฝั่งขวา

๒) ฉากที่ ๒ จะเป็นฉากที่เข้าสู่การดำเนินเรื่อง นิยมให้ตัวละครที่ได้รับบทบาทที่มีความสำคัญรองจากฉากที่ ๑ ออกมาในท้ายเพลง

เชิด รำกรายออกมาพอพ้นหลืบในระยะที่ผู้ชมมองเห็นได้ชัดเจน ก็จะคำนับผู้ชม รำท่าสอด (ท่าสร้อยมาลา) ไปนั่งเตียงในลักษณะนั่ง

คุกเข่า พับเพียบหรือทับส้นหรือจะนั่งห้อยขาก็ได้ จากนั้นจึงป้องหน้า ปี่พาทย์หยุด ผู้แสดงร้องกลอนทำนองราชนิเกลิง หรือจะร้อง

เพลงไทยก็สามารถกระทำได้แต่ให้เลือกเพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง จากนั้นจึงเจรจา แนะนำตัว และกล่าวถึงรายละเอียดในบทบาทที่ได้

รับตามเนื้อเรื่อง แล้วจึงร้องเพลง

ไทยในอัตราชั้นเดียวเนื้อเกี่ยวกับการเดินทาง ปี่พาทย์บรรเลงเพลงเชิด ผู้แสดงรำเข้าไปในโรง ทางหลืบเวทีฝั่งขวา จากนั้นการแสดง

ก็จะดำเนินเรื่องไปเรื่อยๆ

๓) ฉากต่อจากฉากที่ ๒ เป็นต้นไป เป็นฉากดำเนินเรื่องที่มุ่งเน้นให้ผู้ชมได้ติดตาม เรื่องราวในการแสดง ดังนั้นกระบวนการแสดงจะ

เน้นการนำเสนอ ตามเนื้อเรื่อง จากนี้ไม่กำหนดจารีต รำ ร้อง เหมือนกระบวนการแสดงในฉากที่ ๑ แต่มีระเบียบวิธีการที่ผู้เชี่ยวชาญได้

ให้ข้อมูลถึงแนวทาง กระบวนการแสดงที่ถูกต้องไว้ว่า ระหว่างดำเนินเรื่อง หลังจากผู้แสดงทุกคนออกมาแสดงในฉากแรกของตัวเอง

ที่หมายถึงว่าเป็นการปรากฏตัวครั้งแรกบนเวที ที่เรียกว่าแนะนำบทบาทที่ได้รับจนครบทุกตัวแล้ว หลังจากนั้นในฉากต่อๆ ไปที่จะออก

มาด้านหน้าโรง และจะเข้าหลังโรง หรือมีคำเรียกง่ายๆว่า จะมา จะไป ต้องมีปี่พาทย์บรรเลงเพลงออก ในอัตรา ๒ ชั้น หรือชั้นเดียว

เสมอ กล่าวคือ ถ้าฉากนั้นมีผู้แสดงกำลังแสดงอยู่ (ศัพท์ลิเกเรียกว่ากล่าวอยู่ก่อนแล้ว หรือกำลังกล่าวอยู่) ผู้แสดงอีกคนจะออกมาหา

ที่หน้าโรง ต้องร้องเพลงอัตรา ๒ ชั้น หรือชั้นเดียว รำและตีบทออกมาด้วย ถ้าผู้แสดงที่ออกมาหา ในเรื่องเป็นคนรู้จักกัน ผู้แสดงที่อยู่

หน้าฉากต้องเป็นผู้ร้องต่อหลังจากปี่พาทย์รับท่อนแรกจบ แต่ถ้าไม่ร้องออกก็ห้ามเดินออกมาหน้าโรงโดยไม่มีปี่พาทย์บรรเลง จะต้องมี

ปี่พาทย์บรรเลงด้วยอัตรา ๒ ชั้น หรือชั้นเดียวให้รำกรายออกมาหน้าโรง แล้วป้องหน้าเสมอ ยกเว้นบทบาทในเรื่องให้ผู้แสดงคนนั้นๆ

กำลังแอบฟังหรือแอบดู ปี่พาทย์ก็ไม่จำเป็นต้องบรรเลง กรณีที่จะไปจากฉาก(เข้าโรง) ก็เช่นกัน ถ้าผู้แสดงคนใดมีบทเจรจาต่อ ก็ให้ผู้

แสดงที่ไม่มีบทเดินกรายเข้าไปก่อน ส่วนผู้แสดงที่อยู่เพื่อเจรจาเดินเรื่องต่อ ให้ร้องเพลงอัตราชั้นเดี่ยว ๒ ท่อน ปี่พาทย์รับสลับท่อน

กับร้อง จากนั้นบรรเลงเพลงเชิด(รับแล้วติดเชิด) ผู้แสดงจะรำท่าชักแป้ง หายเข้าฉากไป กรณีที่ผู้แสดงต้องไปจากฉากนั้นพร้อมกัน ก็

ให้ร้องคนละท่อนแล้วชักแป้งเข้าฉากไปด้วยกัน ให้เข้าก่อนหลังตามความสำคัญของนักแสดงในท้องเรื่อง ทำแบบนี้ทุกฉากในการ

ดำเนินเรื่องจึงจะถูกต้องตามรูปแบบการแสดงลิเก การแสดงลิเกจะดำเนินไปตามเนื้อเรื่อง จนถึงเวลาประมาณ ๒๔.๐๐ น. หรือ ตาม

เวลาที่ตกลงไว้กับเจ้าภาพ ผู้กำกับก็จะกำหนดให้เป็นฉากสุดท้าย

๔) ฉากจบ (ฉากขอด) เป็นฉากที่จะจบการแสดงหลังจากเรื่องดำเนินมาถึงจุดแตกหักที่ทำให้ผู้ชมประทับใจ และอยากที่จะติดตาม

ตอนต่อไป เป็นเทคนิคของผู้กำกับบทที่จะเลือกว่าจะสรุปเรื่องในรูปแบบใด แต่ส่วนใหญ่จะกำหนดให้เป็นฉากที่ตัวโกงพ่ายแพ้แก่

พระเอกในสนามรบ หรือในระหว่างการต่อสู้ และไล่ติดตามเป็นกองทัพ เพื่อที่จะให้ผู้แสดงเกือบทั้งหมดออกมาสู้รบกัน ตอนสุดท้าย

พระเอกเป็นฝ่ายชนะ ส่วนตัวโกงพ่ายแพ้ และได้รับบาดเจ็บสาหัส ต้องหนีไปหรือยอม จำนน การแสดงจะจบลงโดยไม่มีการตายบน

เวที เพราะมีความเชื่อว่าไม่เป็นมงคล อาจส่งผลในทางลบ ให้แก่ทั้งคณะและผู้แสดง เมื่อจะจบการแสดงฉากนี้ กลุ่มผู้แสดงที่ไล่ติด

ตามกันมาจนถึงกลางเวทีก็ต่อสู้กัน เมื่ออีกฝ่ายเพลี่ยงพล้ำอีกฝ่ายทำท่าเงื้อดาบจะฟันเป็นภาพนิ่งพร้อมกับปี่พาทย์จะบรรเลง เพลงรัว

จากนั้นจะบรรเลงลาโรง ต่อมาภายหลังใช้เพลงสรรเสริญพระบารมี ผู้แสดงกราบอำลาผู้ชม หัวหน้ากล่าวขอบคุณผู้ชม และเชิญชวน

ให้ติดตามชมการแสดงคณะของตนในโอกาสต่อไป

๓.๓ ขั้นตอนหลังแสดง เป็นขั้นตอนต่อจากเพลงสรรเสริญพระบารมี เมื่อผู้แสดงเดินเข้าไปหลังโรงแล้ว กลุ่มผู้ชมที่ชื่นชอบก็จะเข้ามา

พบปะ ทักทายกับศิลปินอย่างใกล้ชิด แบ่งเป็น ๒ กลุ่ม คือ

๓.๓.๑ กลุ่มเจ้าภาพ กลุ่มเจ้าภาพหรือผู้ว่าจ้างจะเป็นกลุ่มที่เข้ามาหลังเวทีพร้อมกับกลุ่มผู้ชม มีจุดประสงค์ เพื่อพบกับโต้โผหรือหัว

หน้าคณะ แบ่งเป็น ๒ กลุ่มคือ

๑) กลุ่มเจ้าภาพเก่าจะเข้ามาจ่ายค่าจ้างให้กับโต้โผหรือหัวหน้าคณะ พร้อมทั้ง ชมเชย ขอบคุณ หรือให้คำแนะน าและติชม การแสดง

ในครั้งนั้นๆว่าเป็นอย่างไร รวมทั้งกล่าวลาหรือ เชิญชวนให้คณะลิเกพักที่บ้านหากไม่สะดวกในการเดินทางกลับเป็นต้น ๒) กลุ่มเจ้า

ภาพใหม่จะเข้ามาทำความรู้จัก แนะนำตัว สอบถามราคาการแสดง หากตกลงราคาได้ และคณะลิเกว่างก็สามารถตกลงว่าจ้าง และทำ

สัญญาวางมัดจำการแสดงได้เลย

๓.๓.๒ กลุ่มผู้ชม กลุ่มผู้ชมหรือนิยมเรียกว่ากลุ่มแม่ยก ส่วนใหญ่จะเป็นผู้หญิง และมักจะเลือกที่นั่งรับชม การแสดงแถวหน้า จะเข้า

มาหลังโรงโดยมีจุดประสงค์เพื่อพบกับศิลปิน แบ่งเป็น ๒ กลุ่มคือ กลุ่มแม่ยกเก่า จะเป็นกลุ่มที่เข้ามาพบกับศิลปินที่ตนชื่นชอบเป็น

กลุ่มแรกเพื่อชมเชย มอบรางวัล ในกรณีที่ไม่ต้องการแสดงตนหน้าเวที หรือมอบสิ่งของต่างๆที่เป็นของฝาก กลุ่มแม่ยกใหม่ จะ

เลียบๆเคียงๆในระยะไกล จนกลุ่มแม่ยกเก่าจากไปจึงจะเข้ามาชมเชย และขอที่อยู่เพื่อสานสัมพันธ์และติดตามรับชมผลงานการแสดง

ต่อไป

...................................................

  

  "สุเมธ" แจงยิบการบินไทย ไม่ล้มละลาย


หน้าแรก / ธุรกิจ การท่องเที่ยว   "สุเมธ" แจงยิบการบินไทย ไม่ล้มละลาย
 

  "สุเมธ" แจงยิบการบินไทย ไม่ล้มละลาย

21 Aug 2019

         นายสุเมธ ดำรงชัยธรรม กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ"ว่ากรณีที่มีข่าวเผยแพร่ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ว่าการบินไทยอยู่ในสถานะใกล้ล้มละลายนั้น ผมยืนยันว่าไม่ได้อยู่ในสถานะใกล้ล้มละลายแต่อย่างใด ปัจจุบันบริษัทฯ มีสถานะการเงิน โดยเฉพาะเรื่องหนี้สินลดลง คือ หนี้สินระยะยาวลดลงประมาณ 1,000 ล้านบาท และหนี้สินรวมของบริษัทฯไม่ได้เพิ่มขึ้นแต่กลับลดลงประมาณ 3,000 ล้านบาท โดยมีหนี้สินรวม ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2561 จำนวน 248,264 ล้านบาท เปรียบเทียบกับ ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2562 จำนวน 245,447 ล้านบาท

นายสุเมธ ยังกล่าวต่อว่า การบินไทยมีทุนจดทะเบียน 26,989 ล้านบาท จัดว่าน้อยกว่าสายการบินชั้นนำ ในระดับเดียวกันมาก อาทิ เจแปนแอร์ไลน์มีทุนจดทะเบียน 52,443 ล้านบาท ออล นิปปอน แอร์เวย์ มีทุนจดทะเบียน 92,187 ล้านบาท และคาเธ่ย์แปซิฟิค มีทุนจดทะเบียน 68,032 ล้านบาท ดังนั้นเมื่อเทียบความสามารถกำลังการผลิตของทุนจดทะเบียนของการบินไทยที่มีน้อยกว่า การบินไทยสามารถผลิตภายใต้สัดส่วนผลผลิต (ASK) ต่อทุน ได้มากกว่าคาเธ่ย์แปซิฟิค 3 เท่า ออล นิปปอน แอร์เวย์ 6 เท่า และเจแปนแอร์ไลน์ 12 เท่า จึงเลี่ยงไม่ได้ที่บริษัทฯ ต้องใช้เครื่องมือ “เงินกู้” ในการขยายงาน ซึ่งเป็นเรื่องปกติของการดำเนินงานของบริษัทที่มีทุนจดทะเบียนต่ำ 

"ผมขอยืนยันว่าการบินไทยยังไม่มีความเสี่ยงในการผิดนัดชำระหนี้ เพราะยังมีความสัมพันธ์ที่ดีกับสถาบันการเงิน โดยบริษัทฯ มี TRIS Credit Rating = A Stable Outlookจึงมีความสามารถในการชำระหนี้ และ Roll Over ได้ ซึ่งใช้วิธี Roll Over หุ้นกู้และ มีเงินกู้ระยะสั้น ซึ่งเป็นเทคนิคของการบริหารจัดการทางการเงิน"

สำหรับโครงการจัดหาเครื่องบิน 38 ลำ รัฐบาลยังไม่อนุมัติในการจัดหา บริษัทฯ จึงยังไม่มี ความจำเป็นต้องกู้เงิน 156,000 ล้านบาท หากอนุมัติบริษัทฯ ยังต้องวางแผนในการจัดหาก่อน การจัดหาเงินจะเป็นในส่วนของเงินมัดจำเท่านั้น ดีดีการบินไทยกล่าว และระบุว่า

เนื่องจากเครื่องบินใช้เวลาประมาณ 2 ปี กว่าจะมีการส่งมอบเครื่องบินใหม่คือ ปี 2563-2565 และบริษัทฯ ขอยืนยันว่าการจัดหาเครื่องบินดังกล่าว มีความจำเป็น
ในการดำเนินธุรกิจ อีกทั้งการบินไทยไม่ได้มีข้อตกลงไว้ก่อนกับผู้ขายหรือตัวแทนจำหน่ายใดๆ ทั้งสิ้น การดำเนินการจัดหาเน้นหลักธรรมาภิบาลและความโปร่งใส 
 ส่วนเงินทุนในการจัดหาเครื่องบินที่ต้องใช้ในภาคหน้าบริษัทฯ จะดูตามความเหมาะสมกับสถานะการเงินของบริษัทฯ ในขณะนั้น หากมีสถานะการเงินที่ไม่ควรซื้ออาจจะใช้วิธี เช่าซื้อ เช่าดำเนินการ ซึ่งเปรียบเสมือนการแบ่งจ่าย ส่วนใหญ่ใช้ระยะเวลาการแบ่งจ่ายประมาณ 12 ปี


ดังนั้นการได้มาซึ่งเครื่องบินจึงไม่เป็นภาระต่อสถานะการเงิน ทั้งนี้ บริษัทฯ มีเครื่องบินที่อยู่ในฝูงบิน จำนวน 103 ลำ ณ ปัจจุบัน และถ้าไม่ปลดระวางจะมีความจำเป็นต้องซ่อมใหญ่ ส่งผลให้มีค่าใช้จ่ายการซ่อมบำรุงสูงมาก และไม่คุ้มค่า เมื่อเปรียบเทียบกับการไม่ซื้อเครื่องบินใหม่

นายสุเมธ ยังกล่าวอีกว่า การดำเนินงานของบริษัทที่ขาดทุนในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ ต้องยอมรับว่าปัจจัยภายนอกตลอดครึ่งปีแรกของปี 2562 มีผลกระทบต่อการแข่งขันทางธุรกิจของการบินไทย อย่างสูง  ส่งผลให้รายได้ลดลงเมื่อเทียบกับเป้าหมาย อาทิ ปริมาณการผลิต (ASK) ลดลง 4% รายได้ลดลง 2,592 ล้านบาท ซึ่งสาเหตุหลักมาจากความล่าช้าของการซ่อมเครื่องยนต์ของทางผู้ผลิต ทำให้ปริมาณการผลิตและจำนวนเครื่องบินที่ให้บริการลูกค้าลดลง อัตราแลกเปลี่ยน (FX) 3.6% รายได้ลดลง 2,333 ล้านบาท

รวมถึงการปิดน่านฟ้าปากีสถานกระทบรายได้ 0.2% ทำให้รายได้ลดลง 153 ล้านบาท จำนวนนักท่องเที่ยวจีนลดลง 1.2% รายได้ลดลง 795 ล้านบาท สาเหตุหลักจากเงินบาทแข็ง ขณะที่เงินบาทแข็งค่า สงครามการค้าระหว่างสหรัฐ-จีน เศรษฐกิจโลกซบเซา ยังส่งผลให้ปริมาณนักท่องเที่ยวและกำลังซื้อของลูกค้าลดลง

แต่การแข็งค่าของเงินบาท ก็มีข้อดีตรงที่ ค่าใช้จ่ายของบริษัทฯ ไม่ได้เพิ่มขึ้น ค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่เป็นค่าใช้จ่ายคงที่ ที่จัดการไม่ได้ (Un-Management) แต่สามารถควบคุมค่าใช้จ่ายส่วนนี้ให้อยู่ในงบประมาณได้ เช่น ค่าเสื่อมราคา ค่าเช่าเครื่องบิน ประกอบกับการบินไทยยังมีค่าใช้จ่ายอีกส่วนที่เป็นค่าใช้จ่ายในสกุลเงินดอลล่าร์สหรัฐซึ่งเป็นผลดีจากเงินบาทแข็ง ประกอบกับราคาน้ำมันที่ลดลง จึงทำให้ต้นทุนลดลงได้บางส่วน

นอกจากนี้คณะกรรมการบริษัทและฝ่ายจัดการได้ร่วมกันบูรณาการกระบวนการทำงาน โดยฝ่ายจัดการอยู่ระหว่างดำเนินการปรับโครงสร้างอย่างเร่งด่วน เพื่อให้บริษัทฯ สามารถที่จะแข่งขันในอุตสาหกรรมได้มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการปรับกระบวนการ เรื่อง Digital Transformation โดยเฉพาะการปรับปรุง Mobile Application เป็นต้น

 .......................................................................

21 สิงหาคม 2562

 



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน