*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 4404
  • จำนวนผู้ชม : 1629931
  • จำนวนผู้โหวต : 467
  • ส่ง msg :
  • โหวต 467 คน
วันอังคาร ที่ 22 ตุลาคม 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 360 , 19:00:27 น.  
หมวด : ดารา/นักร้อง/คนดัง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

สวัสดีครับ

I think that you know a little girl names Eclair very well. Because she is a popular girl. Big girl, she called herself.

  

Who are you smiling at?

รายการ "ในหัวใจมีเสียงเพลง"

แก้วใจ สุเทพ วงศ์กำแหง https://youtu.be/lfROXC7n4dY

Oh! That one is the most handsome man. In my sight!

........................................

มิกซ์ - แก้วใจ สุเทพ วงศ์กำแหง

YouTube
 
 
 
3:53กำลังเล่น

แก้วใจ สุเทพ วงศ์กำแหง

Aphirakchuchai78
 
3:09กำลังเล่น

ดาวประกาย สุเทพ วงศ์กำแหง.mpg

Apirak TamZ
 
2:55กำลังเล่น

แม่ยอดสร้อย สุเทพ วงศ์กำแหง

Aphirakchuchai78
 
3:08กำลังเล่น

คำคน-สุเทพ วงศ์กำแหง.

Chanin Kaewcharoen
 
3:00กำลังเล่น

กัลปังหา สุเทพ วงศ์กำแหง (ต้นฉบับ)

Aphirakchuchai78
 
3:13กำลังเล่น

กลิ่นรักโลมใจ-สุเทพ วงศ์กำแหง

Chanin Kaewcharoen
2:55กำลังเล่น

ไม่เคยคิดเลย สุเทพ วงศ์กำแหง

Aphirakchuchai78
 
3:09กำลังเล่น

.ซ่อนรัก สุเทพ วงศ์กำแหง

The One เพชรศรีจันทร์
 
3:52กำลังเล่น

พี่รักเธอคนเดียว - สุเทพ วงศ์กำแหง

amuggle15
3:04กำลังเล่น

หลับไม่ลง สุเทพ วงศ์กำแหง

Aphirakchuchai78
 
3:19กำลังเล่น

เพลง เสน่หา(ต้นฉบับ) สุเทพ วงศ์กำแหง ขับร้อง

zxzero100
3:12กำลังเล่น

รักเธอเสมอ : สุนทราภรณ์

Nunna P
 
3:33กำลังเล่น

พะเนียงรัก สุเทพ วงศ์กำแหง (ต้นฉบับ)

Aphirakchuchai78
3:04กำลังเล่น

ทะเลบ้า - วินัย จุลละบุษปะ [สุนทราภรณ์] ต้นฉบับเดิม

Tee Teerapat
 
3:50กำลังเล่น

จนนาง - สุนทราภรณ์

Suntaraporn Club
 
3:09กำลังเล่น

เท่านี้ก็ตรม - สุเทพ วงศ์กำแหง : Thaonikotrom - Suthep Wongkamhaeng

Thai Funk
3:40กำลังเล่น

ครวญ : ศรัณย่า ส่งเสริมสวัสดิ์

วิทวัส สระทองคำ
 
3:19กำลังเล่น

โลกนี้คือละคร - สุเทพ วงศ์กำแหง

พีระพันธ์ ตันวงศ์
 
3:14กำลังเล่น

สุดเอื้อมมือถึง สุเทพ

สารนาถ พรหมแก้วกุล
4:11กำลังเล่น

ฉันยังเฝ้าคอย สุเทพ วงศ์กำแหง (ต้นฉบับ)

Aphirakchuchai78
3:02กำลังเล่น

เสน่หาอาลัย สุเทพ วงศ์กำแหง

wat chitsisawat
3:34กำลังเล่น

รักข้ามขอบฟ้า - นันทิดา แก้วบัวสาย

Muk Rinda
3:22กำลังเล่น

จากน้อง สุเทพ วงศ์กำแหง

Aphirakchuchai78
 
3:04กำลังเล่น

ฟลอร์เฟื่องฟ้า เพลงเพราะๆ

นวพล พลอยจีน
 
 
หน้าแรก / คอลัมนิสต์
อังคาร 22 ตุลาคม 2562

ดร.เฉลิมพล ไวทยางกูร

ดูบทความทั้งหมด

นักวิชาการอิสระ / ผู้เชี่ยวชาญของศาลยุติธรรมด้านภาษาอังกฤษ

30 กรกฎาคม 2562
 701

บทบาท ส.ส.-ส.ว.หญิงในรัฐสภาไทยต้องเพิ่มมากขึ้น

ติดตามการทำงานของผู้นำหญิงหลายประเทศของโลก รวมถึงบทบาทของสมาชิกรัฐสภาหญิงของประเทศต่างๆ มาโดยตลอด

พร้อมกับการคาดหวังว่า ส.ส.หญิงและ ส.ว.หญิงของรัฐสภาไทยจะก้าวข้ามเรื่องเดิมๆ ในอดีต และสร้างมิติใหม่ให้กับการเมืองไทย

ทุกครั้งที่ฟังและติดตามการวางตัวของผู้นำหญิง และสมาชิกรัฐสภาหญิงของประเทศต่างๆ ไม่ว่าตั้งแต่ชั้นหาเสียงเลือกตั้ง หรือขึ้นมาบริหารประเทศในประเทศที่พัฒนาแล้ว ไม่ว่าคุณแองเกลาแมร์เคิล คุณเทเรซา เมย์ คุณแนนซี เพโลซี คุณฮิลลารี คลินตัน ยอมรับว่าชื่นชมในการก้าวข้ามข้อจำกัดเรื่องเพศ และไม่เคยเห็นว่ามีการหยิบยกประเด็นความแตกต่างทางเพศมาแสดงออกในระหว่างทำหน้าที่ผู้นำของประเทศ

ในสหรัฐนั้น ผู้หญิงเพิ่งได้รับสิทธิเลือกตั้งแค่ 100 กว่าปีที่ผ่านมาเท่านั้นเอง ในขณะที่ผู้ชายมีสิทธินี้ตั้งแต่ตั้งประเทศเมื่อเกือบ 300 ปี และควบคุมครอบงำตำแหน่งหน้าที่งานบริหารประเทศมาโดยตลอด แต่เมื่อผู้หญิงสหรัฐได้รับสิทธินี้ให้เท่าเทียมกับผู้ชาย ก็สามารถผลักดันบทบาทในการทำงานในรัฐสภาได้อย่างโดดเด่น ในเรื่องต่างๆ ไม่เฉพาะเรื่องที่เกี่ยวกับสิทธิเด็ก สตรี คนชรา สวัสดิการ ที่เป็นเหมือนกรอบที่จำกัดเพศหญิงมายาวนาน

ติดตามดาวเด่น ส.ส.หญิงสหรัฐที่เพิ่งได้รับการเลือกตั้งจากนิวยอร์กครั้งที่ผ่านมา คือคุณอเล็กซานเดรีย โอคาซิโอ-คอร์เตซ(Alexandria O'Carzio-Cortez) และชื่นชมที่ทำหน้าที่อย่างเข้มแข็งในหลายภาคส่วน ไม่ใช่แค่เรื่องของผู้หญิงในสภา

นักการเมืองหญิงในรัฐสภาไทยยุคใหม่ต้องพยายามก้าวข้ามเรื่องของเพศสภาพ เรื่องส่วนตัว เรื่องในบ้าน ในมุ้ง แม้ว่าจะได้รับคำเสียดสีส่อเสียด ก้าวร้าว ดูหมิ่นจากบางคนบางกลุ่มในสังคมที่ยังมีมุมมองเรื่องเพศเดิมๆ

แล้วหันมาเกาะติดประเด็นทางสังคม เศรษฐกิจ การเมือง ในระดับชาติและระหว่างประเทศเป็นหลัก อย่ายอมติดกับดักกับความเชื่อเก่าๆ และความคะนองปาก คะนองสื่อ ของเหล่ากากเดนสังคมที่ยังจมปลักกับเรื่องความแตกต่างทางเพศ จนลืมไปว่าทุกคนมีความเท่าเทียมกันไม่ว่าเรื่องสิทธิเสรีภาพ และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ที่ ไม่มีเพศไหนเหนือกว่าใคร ความแตกต่างเรื่องเพศสภาพจะต้องถูกมองข้าม

ให้กำลังใจ ส.ส.หญิงและ ส.ว.หญิงในรัฐสภาไทยทุกคน ให้ก้าวข้ามพวกปากหอยปากปูในสื่อสังคม และโฟกัสที่การทำงานให้สมกับที่ได้รับการเลือกตั้งหรือแต่งตั้งโดยชอบด้วยกฎหมาย หวังที่จะเห็นเช่นนั้น

 ดูบทความทั้งหมดของ ดร.เฉลิมพล ไวทยางกูร

 
 

เก็บตก 5 มิ.ย. ยกแรกสภาไทย จาก ‘โวหาร’ สู่ ‘หลักการ’

วันที่ 10 มิถุนายน 2562 - 19:27 น.
Facebook
Twitter
Google+
LINE
ที่มา หน้าประชาชื่น มติชนรายวัน
ผู้เขียน สร้อยดอกหมาก สุกกทันต์
เผยแพร่ วันที่ 10 มิถุนายน 2562

ปะทะสังสรรค์สนั่นสภาในวันประวัติศาสตร์การโหวตนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 แห่งราชอาณาจักรไทย ก่อเกิดทั้งคำศัพท์ที่บัญญัติขึ้นใหม่ และวลีเก่าๆ ที่ถูกเอาขึ้นมาปัดฝุ่น ไหนจะการเมืองเรื่องตู้เสื้อผ้าที่แต่ละฝ่ายดูคล้ายจะมีนิยามความสุภาพไปคนละสไตล์ ยังไม่นับประเด็นถกเถียงเรื่อง “คน (ไม่) เท่ากัน” ที่ฟาดฟันเชิงวิชาการสะท้านที่ประชุมอันทรงเกียรติ สะท้อนภาพการปะ ฉะ ดะ ของ 2 ขั้วความคิดหลัก อย่างสายก้าวหน้าและอนุรักษนิยม ภาพจำของ ส.ส.รุ่นเก่าและเก๋าหลายรายที่เคยคุ้นตาในสภาแห่งนี้ถูกลบหายทั้งจากการสอบตกอย่างไม่คาดฝัน อีกทั้งเหตุผลต่างๆ ซึ่งนำไปสู่การก่อร่างสร้างบรรยากาศสภาใหม่ ที่มีนิวเจน นักวิชาการ ผู้หลากหลายทางเพศ และอื่นๆ อีกมากมายเป็นส่วนประกอบ

ในช่วงเวลาไม่ถึง 24 ชั่วโมงของวันที่ 5 มิถุนายน พุทธศักราช 2562 จึงเกิดเรื่องราวมากมายอันนำไปสู่ปรากฏการณ์ทั้งในและนอกสภา ลามมาสู่ประชาชนคนไทยที่ร่วมวิพากษ์อย่างถล่มทลาย

‘สายแฟ’ ที่แท้ทรู ปะทะ กูรู ‘ธรรมเนียมปฏิบัติ’

เริ่มที่เรื่องราวดูคล้ายจะเบาๆ อย่างแฟชั่นวันโหวตนายกฯ ของ ส.ส.สตรีหญิงแกร่งแห่งพรรคอนาคตใหม่ ช่อ พรรณิการ์ วานิช ซึ่งกลายเป็นประเด็นร้อนแรงจากการตั้งคำถามผ่านเฟซบุ๊กของ แพทย์หญิง คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ สมาชิกวุฒิสภา ว่าการแต่งกายของ ส.ส.บางรายเหมาะสมหรือไม่ในช่วงเวลาแห่งการ “ไว้ทุกข์” ซึ่งควรสวมใส่สีดำทั้งชุด กระทั่งผู้ถูกพาดพิงออกมาแถลงยืนยันว่าตนเลือกสรรมาอย่างถูกกาลเทศะ เพราะเป็นเสื้อผ้าสีขาว-ดำ ไม่มีโทนอื่นปะปน

ฝั่งสื่อมวลชนก็ร่วมค้นคว้าว่าชุดดังกล่าวมาจากแบรนด์ดังสัญชาติไทยอย่าง “POEM” ซึ่งฮิตหนักมากในหมู่ดารา เซเลบริตี้ ด้วยคุณภาพการตัดเย็บชั้นดีและความเรียบหรูดูแพงมาก เช่นเดียวกับชาวโซเชียลที่ตั้งคำถามกลับอย่างถล่มทลายว่าคอสตูมของคุณหญิงที่แต่งดำทั้งสรรพางค์กายนั้น หากเทียบกับสูททะมัดทะแมงของช่อ พรรณิการ์ ชุดไหนสุภาพกว่า ยังเป็นเรื่องชวนสงสัย ไม่เพียงเท่านั้น แม้แต่นักวิชาการรัฐศาสตร์อย่าง รศ.ดร.โกวิท วงศ์สุรวัฒน์ ที่ชาวเน็ตเรียกติดปากว่า “พ่อจอห์น วิญญู” ก็ร่วมเมนต์อย่างเผ็ดร้อนว่า

“ช่อ ยันสวมชุดขาวดำถูกกาลเทศะ ย้อนดู ‘หมอพรทิพย์’ หัวม่วงเข้าประชุมสภา!”

กลายเป็นโพสต์เรียกเสียงฮา

หลังถูกวิพากษ์อย่างหนัก คุณหญิงก็ลบโพสต์ต้นเหตุออกไป ก่อนจะให้สัมภาษณ์สื่อสำนักหนึ่งว่า สีผมเป็นคนละเรื่องกับแนวทางไว้ทุกข์ พร้อมติติงด้วยความเชื่อส่วนตัวว่า มี “กระบวนการเอาคนเข้ามาถล่มในโซเชียล” ซึ่งบ่มเพาะความก้าวร้าว และคนเหล่านั้นคือ “คนไม่กล้า” สุดท้ายโดนนักร้องดังรุ่นลูก โดม เดอะสตาร์ ค้นฟ้าปาดาวกลับไปหลายดวง ด้วยการ “เมนต์” ว่า ตัวเองเริ่มวิจารณ์คนอื่นใน “โซเชียล” ก่อน พอโดนวิจารณ์บ้าง กลับมองว่าคนเหล่านั้นเป็นคนไม่กล้า อย่างนี้เรียกว่า “ด่าตัวเองเฉย” !

ประเด็นนี้ มองเผินๆ เหมือนเรื่องไม่มีสาระ ทว่า สะท้อนมุมมองที่แตกต่างในด้านธรรมเนียมปฏิบัติที่ฝ่ายหนึ่งเน้นย้ำ “ตามตัวอักษร” ดังที่ปรากฏในเอกสารซึ่ง ปารีณา ไกรคุปต์ คู่ปรับเก่าจากคดี #อีช่อ แชะภาพโชว์โซเชียลถึง ระเบียบวาระการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 25 ปีที่ 1 ครั้งที่ 3 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง ซึ่งระบุให้ “สุภาพสตรีแต่งชุดสีดำ” นัยว่า ไม่ใช่ขาวปนดำ หรือดำปนขาวนั่นเอง

ประเด็นนี้ เมื่อถามไปยังสไตลิสต์มืออาชีพอย่าง โอ๊ต ณัฐพงษ์ อุดมกัน บุคลากรในวงการออกแบบ

โอ๊ต อธิบายว่า สูท คือชุดสุภาพ มีความเป็นสากลด้วยตัวเองอยู่แล้ว เพียงแต่สูทของ ช่อ มีการไล่โทนสี จึงอาจถูกคอมเมนต์ว่าไม่สุภาพ อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวมองว่าควรพิจารณา Total look หรือภาพรวมซึ่งดูแล้วมีความ “เป็นทางการ” ในขณะที่ชุดของคุณหมอให้ลุค Street Style ดูแล้ว “ไม่เป็นทางการ” โดยเฉพาะรองเท้าประดับหมุดของ Dr.Martens ซึ่งมีความเป็น “พังก์” ดังนั้น ในการแต่งกายตามโอกาสต่างๆ อย่างเหมาะสม จึงไม่ใช่เฉพาะเรื่องของ “สี” แต่ต้องรวมถึง “รูปแบบ” ด้วย ไม่เช่นนั้นในกรณีนี้ หากยึดเฉพาะสีดำอย่างเดียว ก็ชวนให้ตั้งคำถามว่า สามารถสวมใส่ชุด “ซีทรู” สีดำได้ใช่หรือไม่ ?

ด้าน โบว์ ณัฏฐา มหัทธนา มองปรากฏการณ์ที่สังคมจดจ้องภาพลักษณ์ของนักการเมืองหญิงว่าเป็น Human Interest หรือความสนใจของมนุษย์ซึ่งเป็นเรื่องปกติ แต่ควรต่อยอดไปถึงประเด็นอื่นๆ ด้วย เช่น บทบาทสตรีในสภา รวมถึงบทบาทและการขับเคลื่อนทางการเมือง

“มาดามเดียร์ใช้ลิปสติกสีอะไร ช่อแต่งชุดยี่ห้อไหน คุณปารีณากับคุณตั๊นใครสวยกว่า สิ่งเหล่านี้คือความสนใจของมนุษย์ในขั้นพื้นฐาน เช่น ของกิน เพศ เด็ก สัตว์ และเรื่องผิดปกติ สำหรับเรื่องของผู้หญิงก็ผูกกับเรื่องเพศ ความสวยงาม ซึ่งไม่ผิด แต่สิ่งที่จะพาให้เลยไปจากนั้นคือการสื่อสารที่ต่อยอด เช่น ผู้หญิงในสภามีสิทธิโหวตเมื่อไหร่ ความเท่าเทียมทางเพศเป็นอย่างไร เขาพูดอะไร มีบทบาทในพรรคอย่างไร ส.ส.หญิงขับเคลื่อนประเด็นเกี่ยวกับผู้หญิงเป็นพิเศษหรือไม่ นี่คือสิ่งที่ควรคิดต่อ”

ศัพท์ใหม่ของ ‘ดาวสภา’ วิวาทะ ‘เผด็จการประชาธิปไตย’

เสรี สุวรรณภานนท์

จากเรื่องเสื้อผ้าขยับมาปม “ดีเบต” ซึ่ง เจ๊หน่อย สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ มอบสายสะพาย “ดาวสภา” ประจำซีซั่นนี้ให้แก่ จิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย ผู้ถอนคำพูด “นิยมเผด็จการ” เป็น “ชื่นชอบผู้มีบุญคุณ” ระหว่างการกล่าวหนุน “บิ๊กตู่” เป็นนายกฯ ของ เสรี สุวรรณภานนท์’ หนึ่งใน 250 ส.ว. กระทั่งอีกฝ่ายเอื้อนเอ่ยวาทะ “ผมนิยมเผด็จการประชาธิปไตย แต่ไม่ได้นิยมประชาธิปไตยจอมปลอม” ทำเอาวงการรัฐศาสตร์หันรีหันขวาง จากคำว่า “เผด็จการประชาธิปไตย”

ไม่ต้องทิ้งช่วงให้รอนาน ผศ.ดร.ประจักษ์ ก้องกีรติ อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ทวีตข้อความมีเนื้อหาโดยสรุปว่า สอนหนังสือ 10 กว่าปี เพิ่งเคยได้ยิน “เผด็จการประชาธิปไตย” คิดหนัก จะแปลเป็นภาษาอังกฤษอย่างไรให้โลกเก็ต?

ดังนี้

“ตั้งแต่สอนหนังสือด้านรัฐศาสตร์มาสิบกว่าปี เพิ่งเคยได้ยินคำว่า เผด็จการประชาธิปไตย เป็นครั้งแรก จะแปลภาษาอังกฤษอย่างไรให้คนทั่วโลกเข้าใจ dictatorial democracy หรือ Democratic dictatorship ต้องถือว่าเป็นวาทกรรมแปลกใหม่ที่พิสดารโดยแท้”

อย่างไรก็ตาม คำดังกล่าวเคยถูกใช้มาก่อนแล้ว โดย ศ.ดร.ลิขิต ธีรเวคิน ราชบัณฑิตผู้ล่วงลับเคยกล่าวถึงในข้อเขียนและบทความ โดยระบุว่า คำดังกล่าวเป็นศัพท์ที่ขัดแย้งกันในตัว เพราะประชาธิปไตยเป็นระบบการเมืองการปกครองที่อยู่ตรงข้ามกับเผด็จการ และเมื่อมีระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยแล้วระบบเผด็จการย่อมต้องหายไป

ศ.ดร.ลิขิตตั้งข้อสังเกตถึงคำที่มีความหมายใกล้เคียงกัน แต่คุ้นหูกว่าคือคำว่า “เผด็จการรัฐสภา” ซึ่งหมายถึง กระบวนการที่พรรคการเมืองบางพรรคมีเสียงในสภามาก การผ่านกฎหมายโดยสภาหรือการลงคะแนนเสียงในสภาใช้ความได้เปรียบของเสียงข้างมากโดยไม่คำนึงถึงความถูกต้อง สำหรับคำว่า “เผด็จการประชาธิปไตย” เป็นคำที่มีความหมาย “กว้างกว่า” โดยไม่ได้จำกัดเฉพาะกระบวนการที่เกิดขึ้นในรัฐสภานั่นเอง

 สอดคล้องกับ ผศ.ดร.ดุลยภาค ปรีชารัชช อาจารย์คณะศิลปศาสตร์ รั้วแม่โดม ที่บอกว่าคำศัพท์ “เผด็จการประชาธิปไตย” มีจริง แถมเคยมีการอภิปรายกันในวงวิชาการรัฐศาสตร์ระดับโลก โดยระบุว่า หากมองว่า “Democratic Authoritarianism” แปลว่า เผด็จการประชาธิปไตย ก็ถือว่าคำกล่าวของ ส.ว.เสรีก็ไม่ได้เพี้ยนผิดแผกแต่อย่างใด โดยมีงานวิชาการไม่น้อยที่ใช้ศัพท์เหล่านี้ เช่น บทความของ Brancati (2014) เรื่อง Democratic Authoritarianism: Origins and Effects ตีพิมพ์ใน Annual Review of Political Science ดังนั้น ถ้าพิจารณาแบบเป็นกลางตามหลักวิชาการจริงๆ ตนขอสรุปว่า เผด็จการประชาธิปไตย หรือประชาธิปไตยจอมปลอม หรืออะไรที่คล้ายๆ กันนี้ ถือเป็นศัพท์ที่มีอยู่จริงในแวดวงรัฐศาสตร์และมีให้เห็นอยู่จริงในประเทศต่างๆ รอบโลก

“ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ปัจจุบัน รัฐที่มีระบอบการเมืองแบบเผด็จการผสมประชาธิปไตยก็มีไม่น้อย เช่น มาเลเซีย สิงคโปร์ กัมพูชา และพม่า ซึ่งแสดงให้เห็นว่าประชาธิปไตยกับเผด็จการไม่ได้แยกขั้วกันเสมอไป หากแต่สามารถดำรงอยู่ร่วมกันได้ ส่วนรัฐไทยก็กำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านจากระบอบอำนาจนิยมเข้าสู่ระบอบที่มีความเป็นประชาธิปไตยมากขึ้น ซึ่งจะเรียกว่าเป็นอำนาจนิยมอมประชาธิปไตย เผด็จการประชาธิปไตย เผด็จการจำแลงในคราบประชาธิปไตย (Democratically Disguised Dictatorship/Authoritarianism) หรือจะเรียกว่าอะไรก็ตามแต่ หากแต่สิ่งเหล่านี้ย่อมสะท้อนให้เห็นถึงธรรมชาติระบอบการเมืองลูกผสมซึ่งมีปรากฏอยู่จริงในภูมิภาคอาเซียนหรือในภูมิภาคอื่นๆ รอบโลก”

ในขณะที่ ศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์ นักวิชาการและพิธีกรชื่อดัง ยืนยันต่อหน้า เสรี เมื่อถูกเชิญไปออกรายการโทรทัศน์ “ถามตรงๆ” พร้อมกันว่า “เผด็จการประชาธิปไตย” ไม่ว่าอย่างไรก็ “ไม่มีจริง”

“เผด็จการก็คือเผด็จการ ไม่มีเผด็จการประชาธิปไตยในโลกนี้ เผด็จการคือคนคนเดียวตั้งตัวเองเป็นใหญ่ แล้วบอกว่าคนในประเทศต้องเดินไปทางไหน เราไม่มีโอกาสในการเลือกผู้นำมากี่ปีแล้ว แค่จะเลือกตั้งเราไม่มีโอกาสมากี่ปีแล้ว แค่จะมีสภาซึ่งเขียนกฎหมายที่เราเป็นคนเลือกเอง เราไม่มีมากี่ปีแล้ว จะบอกว่าอย่างนี้เป็นเผด็จการ ประชาธิปไตย ผมว่าไม่ใช่”

ต่อมา นรินท์พงศ์ จินาภักดิ์ นายกสมาคมทนายความแห่งประเทศไทย ได้โพสต์เฟซบุ๊กถึงประเด็นดังกล่าว สอดคล้องกับความเห็นของ ศิโรตม์ ว่าเผด็จการกับประชาธิปไตยอยู่คนละด้านกันอย่างสิ้นเชิง ทั้งโลกไม่ปรากฏคำว่า “เผด็จการประชาธิปไตย” ตามที่ ส.ว. เสรี ซึ่งเป็นนักกฎหมายกล่าวในสภา

“ผมในฐานะนักกฎหมายร่วมวิชาชีพเดียวกันขอชี้แจงว่า ในสังคมทั้งโลกยังไม่มีปรากฏคำว่า ‘เผด็จการประชาธิปไตย’ ขึ้นมาแต่อย่างใด เพราะระบอบเผด็จการและระบอบประชาธิปไตยอยู่คนละด้านกันอย่างสิ้นเชิง ไม่สามารถจะนำมาผสมรวมกันได้……. แต่ผู้นิยมเผด็จการ คือ ผู้ชื่นชอบการสรรหาและแต่งตั้งให้ตัวเองเข้าสู่อำนาจรัฐโดยไม่ผ่านอำนาจหรือฉันทานุมัติจากประชาชน เกรงกลัวต่อระบบการเลือกตั้งจากประชาชน เนื่องจากไม่ประสบความสำเร็จและพ่ายแพ้ ถ้าหากยังอยู่ในระบอบประชาธิปไตย ด้วยเหตุผลและข้อเท็จจริงดังกล่าว อาจทำให้ท่าน ส.ว.ท่านนี้ นิยมชื่นชอบเผด็จการประชาธิปไตย”

คน ‘(ไม่) เท่ากัน’ การเมือง (ไม่) สร้างสรรค์ หรือความจริงที่ต้องรับให้ได้?

อีกหนึ่งคู่ชกทางความคิดที่ฮอตฮิตในห้วงเวลานี้ ผายมือไปที่มุม 3 สี ของ กษิดิ์เดช ชุติมันต์ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) และมุมส้ม ของ รศ.ดร.ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ที่ต่างฝ่ายใส่นวมออกมาไฝว้บนเวทีสภา เริ่มต้นจากฝั่ง พปชร.ที่จู่ๆ ก็พาดพิงถึง ปิยบุตร และพรรคต้นสังกัดซึ่งเรียกร้องความเท่าเทียมกันของมนุษย์ ทั้งที่โลกนี้ไม่มีอะไรเท่ากันตั้งแต่เกิด แค่หน้าตาก็ไม่เหมือนกัน การศึกษาก็ไม่เท่ากัน แต่วันนี้อยู่ในระบอบประชาธิปไตย

รศ.ดร.ปิยบุตร แสงกนกกุล

ตัดภาพมาที่ ศาสตราจารย์พิเศษ พรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภายกมือซ้ายกุมขมับ พร้อมหัวเราะเบาๆ ก่อนอนุญาตให้ผู้ถูกพาดพิงโต้ประเด็นดังกล่าว

“ถ้าท่านไม่เอ่ยชื่อผมก็จะจบลงกันด้วยดีแล้ว แต่เมื่อเอ่ยมาขออนุญาตบอกว่า ท่านสงสัยอะไร คุยได้ แต่ใช้ลักษณะการอภิปรายทั้งที่ผมไม่ได้เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ผมไม่เคยอภิปราย ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ สักคน ไม่ได้พูดถึง ส.ว.คนใดคนหนึ่งสักคน ผมพูดถึง พล.อ.ประยุทธ์เพียงคนเดียวในฐานะแคนดิเดตนายกฯ ซึ่งเราเห็นว่าขาดคุณสมบัติ มีลักษณะต้องห้าม นี่หรือครับการเมืองแบบใหม่ที่จะทำกัน แวะเวียนมาฉวัดเฉวียนกันทั้งที่ไม่อยู่ในประเด็น อยากให้การเมืองสร้างสรรค์ การอภิปรายแล้วชกใต้เข็มขัดแบบนี้ไม่เป็นที่นิยม ท่านยืนยันตัวท่านเองว่าไม่สนับสนุนความเสมอภาค ท่านเชื่อว่าคนไม่เท่ากันก็เป็นสิทธิของท่าน แต่พวกเรา พรรคอนาคตใหม่และพรรคร่วมทั้ง 7 พรรค 246 เสียงนี้ เราเชื่อมั่นว่าคนไทยเท่าเทียมกันครับ เราทุกคนมีศักดิ์ศรี ความเป็นมนุษย์ มีความเสมอภาค” รศ.ดร.ปิยบุตรกล่าว

เหตุการณ์นี้ ไม่ใช่เพียงการโต้เถียงธรรมดาสามัญในความเห็นที่แตกต่าง หากแต่เป็นภาพแทนที่สะท้อนให้เห็นอย่างเด่นชัดถึงขั้วความคิดด้านความยุติธรรมทางสังคม ความเหลื่อมล้ำ และสมรรถภาพของมนุษย์ซึ่งเป็นประเด็นที่ไม่อาจมองข้าม

การเมืองเรื่องโวหาร สู่วาทะเชิง ‘หลักการ’

จากบรรยากาศการประชุมสภาและโหวตนายกฯ รวมแล้วไม่กี่ครั้งที่ผ่านมา มีผู้ตั้งข้อสังเกตว่ามีความแตกต่างจากสภาในอดีตอย่างมีนัยสำคัญ สิ่งที่น่าจับตาคือสภาล่าสุด มีนักการเมืองรุ่นใหม่เข้าไปเปลี่ยนน้ำเป็นจำนวนมาก ในขณะที่นักการเมืองเจนเวทีหลายรายพลาดเก้าอี้ที่เคยเป็นเจ้าของไม่ว่าจะด้วยสาเหตุใดก็ตาม

ประเด็นนี้ต้องย้อนกลับมาต่อสายไปคุยกับ ‘ดาวสภา’ ด้วยการมอบสายสะพายโดยหญิงหน่อย สุดารัตน์ และชาวโซเชียล

จิรายุ ห่วงทรัพย์

จิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย ซึ่งเคยนั่งเก้าอี้ในสภาหลายต่อหลายสมัยว่ามองเห็นการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวหรือไม่และอย่างไร?

ก่อนอื่น จิรายุถ่อมตัวบอกว่า ถ้าเปรียบเป็นมวยก็เพิ่งเริ่มชกยกแรก ไม่อยากบอกว่าตนใช่หรือไม่ใช่ดาวสภา แต่คาใจว่าในการการอภิปรายคุณสมบัตินายกฯครั้งนี้ ประชาธิปัตย์และภูมิใจไทยไม่มีใครลุกขึ้นอภิปรายแม้แต่วินาทีเดียว ทำให้อดคิดไม่ได้ว่าผลประโยชน์ของพรรคการเมืองค้ำคออยู่หรือไม่ ส่วนบรรยากาศในสภา ซึ่งตนเป็นฝ่ายค้านตั้งแต่ปี 2550 เป็นรัฐบาลปีི และ 57 รวมถึงล่าสุด มีบทบาทในสภาปีེ มองว่าประเด็นต่างๆ ที่เกิดขึ้นอาจเป็นเหตุจากเทคโนโลยีสมัยใหม่

“ทุกวันนี้มีไอจี ทวิตเตอร์ เฟซบุ๊ก เลยกลายเป็นประเด็นที่คนสนใจ อาจเป็นสีสัน ถ้าไม่เครียด ไม่หงุดหงิดก็ไม่เป็นไร เช่น เรื่องเสื้อผ้าหน้าผม และการโต้วาทีระหว่างบุคคลไปมา ก็เป็นเรื่องปกติ แต่โดยสรุปการอภิปรายทั้งหมดทุกท่านได้ไล่เรียงมาหลายประเด็น สำหรับน้องใหม่ของสภาอย่างอนาคตใหม่ เขาพูดเก่ง พูดได้ แต่นี่เพิ่งเป็นยกที่ 1 อาจเป็นเวทีมวยที่ต้องรอดูเชิงก่อน อาจจะตีกรรเชียงวนไปเรื่อยๆ ก่อน พอยก 4 ยก 5 หมัดอาจหนักกว่าผมแล้วมีหมัดน็อกได้มากกว่าก็ได้” ดาวสภา 5 มิถุนาฯ 62 กล่าว

ด้าน ผศ.ดร.โอฬาร ถิ่นบางเตียว อาจารย์คณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ ม.บูรพา วิเคราะห์ลึกถึงภาพรวมของสภาว่า แนวโน้มของการเมืองแนว “เล่นโวหาร” กำลังจะเปลี่ยนแปลงไปสู่การเมืองที่มีการสื่อสารเชิง “หลักการ” อันสืบเนื่องจากความเปลี่ยนแปลงในระบบโครงสร้างเศรษฐกิจการเมืองไทยซึ่งเปลี่ยนทุก 50 ปี หากพิจารณาการสื่อสารของพรรคอนาคตใหม่ จะเห็นได้อย่างชัดเจน

“สังคมไทยไม่เคยเจอคนหนุ่มสาวแบบรุ่น 14 ตุลาฯ 2516 และอนาคตใหม่เป็นตัวแทนของการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง เป็นดอกผลของการเปลี่ยนแปลงในประเทศไทย เราจะพบว่า ธนาธรก็ดี ปิยบุตรก็ดี ช่อก็ดี คนเหล่านี้สื่อสารบนหลักการ บนเหตุผล มากกว่ารายละเอียดยิบย่อยที่ไม่ค่อยสอดคล้องวิถีทางประชาธิปไตย ดูการเปลี่ยนแปลงของโลกแล้วมาดูในประเทศไทย อยู่บนการเทียบเคียงของการเปลี่ยนแปลงโลก ซึ่งแตกต่างจากนักการเมืองก่อนหน้านี้ ซึ่งมักเป็นนักการเมืองแบบเล่นโวหาร นี่คือสิ่งที่น่าสนใจ ว่าแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นคือ การเมืองเชิงโวหารที่ไม่มีสาระ โจ๊กที่ตลกขบขัน เอาชนะคะคานในวาทศิลป์ จะเปลี่ยนไปสู่การเมืองเชิงหลักการ จะมีเอกลักษณ์เฉพาะ มีท่วงทำนอง มีการสื่อสารเฉพาะซึ่งจะทำให้การเมืองกลับมาสู่ความเป็นสากล การเมืองไทยจะน่าสนใจมากขึ้น ส่วนประเด็นวิจารณ์เสื้อผ้าหน้าผมของช่อ คือสิ่งที่เป็นผลพวงของนักการเมืองเก่า วิถีการเมืองเก่าที่อยู่กับอคติ ไม่เท่าทันการเปลี่ยนแปลงโลก นับตั้งแต่การที่พี่น้องม้ง แต่งชุดชาติพันธุ์ของตัวเองเข้าสภาซึ่งจริงๆ แล้วเป็นวิถีสากล”

นักวิชาการท่านนี้ยังทิ้งท้ายว่า หากไปดูสถิติการเข้าชมในเว็บไซต์ของรัฐสภา ซึ่งแม้แต่รัฐสภาเองยังตกใจ นั่นคือมีคนเข้าไปดูเกือบ 30 ล้านคน เป็นปรากฏการณ์ที่สะท้อนความตื่นตัวทางการเมืองที่น่าสนใจยิ่ง

 

.....................................................

22 ตุลาคม 2562 

 



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน