*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 4776
  • จำนวนผู้ชม : 1823207
  • จำนวนผู้โหวต : 476
  • ส่ง msg :
  • โหวต 476 คน
<< มิถุนายน 2020 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันศุกร์ ที่ 26 มิถุนายน 2563
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 315 , 15:03:50 น.  
หมวด : ดนตรี

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

สวัสดีครับ

         เรื่องหนึ่งที่พุทธศาสนิกชนสมควรรู้ คือ เรื่อง'ธรรมกาย' ซึ่งหลวงพ่อสดแห่งวัดปากน้ำภาษีเจริญถือเป็นประเด็นสำคัญในเทศนา

ธรรมของท่านเป็นหลัก ซึ่งในเวลาต่อมา ภายหลังจากหลวงพ่อสดล่วงลับดับขันธ์แล้ว ได้มีพระสงฆ์ผู้ทรงสมณศักดิ์ที่เคยเป็นศิษย์ของ

หลวงพ่อสดมาก่อน ก็ได้ชักชวนญาติโยมสร้างวัดสาขาในนาม 'วัดหลวงพ่อสด ..... '   แผ่กิ่งก้านออกไปอีก เช่น วัดหลวงพ่อสดธรรม

กายาราม ที่ผมนำมาเผยแพร่คราวนี้ เป็นต้น

ธรรมกายคืออะไร ? มีความหมายว่าอย่างไร ?

ตอบ:

“ธรรมกาย” คือ กายและดวงใจที่สะอาดบริสุทธิ์ปราศจากเครื่องเศร้าหมอง คือกิเลส ตัณหา อุปาทาน และอุบัติขึ้น ณ

ศูนย์กลางกายที่สุดละเอียดของผู้ปฏิบัติธรรมที่ปฏิบัติทางศีล สมาธิ และปัญญา อันมีนัยอยู่ในอริยมรรคมีองค์ 8 จนจิต

ใจสะอาดบริสุทธิ์จากกิเลสเครื่องเศร้าหมองดังกล่าว ซึ่งอาจจะเป็นการหลุดพ้นจากกิเลสชั่วคราวชื่อว่า ตทังควิมุตติ หรือ

หลุดพ้นด้วยการข่มกิเลส เรียกว่าวิกขัมภนวิมุตติ หรือหลุดพ้นโดยเด็ดขาดสิ้นเชิง เรียกว่า สมุจเฉทวิมุตติ ก็จะสามารถ

เข้าถึงได้รู้เห็น และเป็นธรรมกายภายในตนเองได้


ผู้ปฏิบัติที่ถึงธรรมกายแล้ว เมื่อมรรคมีองค์ 8 เจริญขึ้นเป็นอริยมรรค ให้สามารถปหานสังโยชน์กิเลสเครื่องร้อยรัดให้ติด

อยู่กับโลกได้อย่างน้อย 3 ประการขึ้นไป (คือสักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉา และสีลัพพตปรามาส) ได้ ก็นับว่าได้บรรลุมรรคผล

เป็นพระอริยบุคคล ตามระดับภูมิธรรมที่ปฏิบัติได้

แต่ถ้ายังละสังโยชน์ดังกล่าวไม่ได้ ก็จัดเป็นแต่เพียงโคตรภูบุคคล ยังไม่ใช่เป็นพระอริยบุคคล และยังมีโอกาสที่จะกลับ

ตกต่ำได้อีกทุกเมื่อ หากปล่อยใจให้ตกเป็นทาสของกิเลส ตัณหา อุปาทาน ธรรมกายอันบริสุทธิ์ย่อมดับ และกลับมีสภาวะ

เช่นเดียวกันกับปุถุชนที่ยังหนาด้วยกิเลสอยู่ตามเดิม จึงเอาเป็นที่แน่นอนยังไม่ได้ว่า “ตนเป็นที่พึ่งของ ตนได้จริงแล้ว”

ผู้บรรลุมรรคผลนิพพาน เป็นพระอรหันต์ขีณาสพแล้ว ต้องเป็นธรรมกายด้วยกันทุกองค์ ดังมีหลักฐานปรากฏในที่มาก

แห่งว่า พระพุทธองค์ หรือ พระตถาคต และพระอรหันตสาวก เมื่อแสดงถึงธรรมกาย ต่างแสดงว่าท่านเป็น “ธรรมกาย”

ทั้งสิ้นดังตัวอย่างที่มีมาในพระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย สรภังคเถรคาถา ข้อ 365 พระไตรปิฎก ภาษาไทยฉบับหลวง

เล่มที่ 26 หน้า 334 ความว่า

“เมื่อก่อน เราผู้ชื่อว่า สรภังคะ ไม่เคยได้เห็นโรค คืออุปาทานในขันธ์ 5 ครบบริบูรณ์ทั้งสิ้น โรคนั้นอันเราผู้ทำตามพระ

ดำรัสของพระพุทธเจ้าซึ่งเป็นเทพเจ้าผู้ยิ่งใหญ่ ได้เห็นแล้ว

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่า พระวิปัสสี พระสีขี พระเวสภู พระกกุสันโธ พระโกนาคมน์ พระกัสสปะ ได้เสด็จไปแล้ว

โดยทางใดแล พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่า โคดม ก็ได้เสด็จไปแล้วโดยทางนั้น

พระพุทธเจ้า 7 พระองค์นี้ทรงปราศจากตัณหา ไม่ทรงถือมั่น ทรงหยั่งถึงความสิ้นกิเลส เสด็จอุบัติแท้โดยธรรมกาย ผู้

คงที่ ทรงเอ็นดูอนุเคราะห์สัตว์ทั้งหลาย ได้ทรงแสดงธรรม คืออริยสัจ 4 อันได้แก่ ทุกข์ เหตุเกิดทุกข์ ความดับทุกข์ ทาง

เป็นที่สิ้นทุกข์ เป็นทางไม่เป็นไปแห่งทุกข์ อันไม่มีที่สุดในสงสาร เพราะกายนี้แตกและเพราะความสิ้นชีวิตนี้ การเกิดใน

ภพ

ใหม่อย่างอื่นมิได้มี เราเป็นผู้หลุดพ้นแล้วจากสรรพกิเลสและภพทั้งปวง”

ธรรมกายที่บรรลุพระอรหัตตผลแล้ว ชื่อว่า “พระนิพพาน” เป็นธาตุล้วน ธรรมล้วน ไม่ประกอบด้วยปัจจัย กล่าวคือ กิเลส

อวิชชา ตัณหา ปรุงแต่ง เป็นวิราคธาตุวิราคธรรมแท้ๆ และธรรมกายนี้เองที่ประมวลความบริสุทธิ์ 3 ประการเข้าไว้พร้อม

เสร็จสมบูรณ์ กล่าวคือ

กายและหัวใจ เป็นเนื้อหนังที่แท้จริง รวบยอดกลั่นออกมาจากพระวินัยปิฎก เป็น ปฐมมรรค

ดวงใจ เป็นเนื้อหนังที่แท้จริงรวบยอดกลั่นออกมาจากพระสุตตันตปิฎก เป็น มรรคจิต

ดวงปัญญา เป็นเนื้อหนังที่แท้จริง รวบยอดกลั่นออกมาจากพระอภิธรรมปิฎก เป็น มรรคปัญญา

ทำหน้าที่ปหานสังโยชน์กิเลสเครื่องร้อยรัดให้ติดอยู่กับโลกให้พินาศไปอย่างสิ้นเชิง และโดยเด็ดขาด เป็นสมุจเฉทปหาน

ได้บรรลุมรรคผล นิพพาน ที่สุดแห่งทุกข์ทั้งปวง

จากที่บูรพาจารย์ได้ถ่ายทอดไว้และจากที่มีผู้ปฏิบัติธรรมได้เข้าถึงและรู้เห็นธรรมกายที่แท้จริง ต่างพบว่า ธรรมกายนั้นมี

พุทธลักษณะคล้ายพระปฏิมา เกตุดอกบัวตูม ครองจีวรแบบลดไหล่ธรรมดา ม้วนลูกบวบเข้าใน (ม้วนขวา) ไม่มีผ้ารัดอก

แบบห่มดอง ประทับอยู่บนองค์ฌาน ธรรมกายโคตรภูมีขนาดหน้าตักความสูง และเส้นผ่าศูนย์กลางดวงธรรม 4 วาครึ่งขึ้น

ไป ส่วนธรรมกายอรหัตมีขนาดเต็มธาตุเต็มธรรม 20 วาขึ้นไป เฉพาะพระนิพพานของพระพุทธเจ้าในอายตนะนิพพาน

ถอดกายนั้น ประทับอยู่บนรัตนบัลลังก์อีกชั้นหนึ่ง ขาวใสบริสุทธิ์ และ มีรัศมีสว่างมาก

ส่วนพระพุทธเจ้าองค์ต้นธาตุต้นธรรม และกลางธาตุฯ ในอายตนะนิพพานเป็นนั้น มีพุทธลักษณะเหมือนพระสงฆ์กาย

เนื้อของเรานี้เอง มีขนาดใหญ่เต็มธาตุเต็มธรรม และครองจีวรแบบเดียวกันกับธรรมกายของพระพุทธเจ้าในอายตนะนิพ

พานถอดกาย ที่กล่าวข้างต้น กล่าวคือ ครองจีวรแบบลดไหล่ธรรมดา ไม่มีผ้ารัดอกอย่างแบบห่มดอง ลูกบวบม้วนขวาเข้า

ในแต่มีรัศมียิ่งไปกว่า เพราะท่านได้บำเพ็ญบารมีมาแก่กล้ายิ่งกว่าพระนิพพานในอายตนะนิพพานถอดกาย มากมายนัก

 

วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

วัดปากน้ำ
 เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ ตั้งอยู่ ณ ที่ราบลุ่มบางกอกซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำ
 
เจ้าพระยา ตั้งอยู่ริมคลองหลวงหรือ คลองบางกอกใหญ่ อันเป็นลำแม่น้ำเจ้าพระยาเดิม ก่อนที่จะมีการขุดคลองลัดหน้าวัดอรุณราชวรา
 
รามราชวรมหาวิหาร และกลายเป็นลำแม่น้ำเจ้าพระยาในปัจจุบัน เนื่องจากวัดตั้งอยู่บริเวณปากคลองด่านที่แยกไปจากคลองบางหลวง
 
อีกทีหนึ่ง ชื่อของวัดจึงถูกเรียกขานตามตำบลที่ตั้งว่า วัดปากน้ำ ซึ่งชื่อนี้มีปรากฏเรียกใช้ในจดหมายเหตุโบราณหลายฉบับ แต่ได้พบ
 
ชื่อของวัดที่แปลกออกไปในแผนที่กรุงเทพฯ พ.ศ. 2453 และ พ.ศ. 2474 ว่า วัดสมุทธาราม แต่ไม่เป็นที่นิยมเรียกขานกันอย่างนั้น คง
 
เรียกว่า วัดปากน้ำ มาโดยตลอด

ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้มีการขุดคลองภาษีเจริญที่ข้างวัดด้านทิศตะวันตก วัดจึงมีลำน้ำหลักล้อมอยู่ทั้ง 3 ด้าน

ส่วนด้านใต้เป็นคลองเล็กแสดงอาณาเขตของวัดในสมัยก่อน วัดปากน้ำ เป็นวัดโบราณสร้างมาแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนกลาง (ระหว่าง

พ.ศ. 2031-2172) สถาปนาโดยพระราชวงศ์ในสมัยกรุงศรีอยุธยา แต่ไม่ปรากฏพระนามแน่ชัด เป็นวัดประจำหัวเมืองธนบุรี ปรากฏใน

ตำนานเรื่องวัตถุสถานต่างๆ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงสถาปนาว่าเป็นพระอารามหลวงครั้งกรุงศรีอยุธยา อันหมายถึง

พระอารามที่พระเจ้าแผ่นดินหรือพระมเหสีทรงสถาปนาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยานั้น หลักฐานทางโบราณวัตถุและโบราณสถานภายในวัด

มีอายุย้อนไปถึงสมัยอยุธยาตอนกลาง ได้พบร่องรอยคลองเล็กด้านทิศใต้และทิศตะวันตกของวัด ที่โบราณขุดไว้เป็นแนวเขตที่ดินของ

วัดหลวงสมัยอยุธยา ที่ตั้งของวัดปากน้ำจึงมีลักษณะเป็นเกาะรูปสี่เหลี่ยมมีน้ำล้อมอยู่ทุกด้าน สถาปัตยกรรมและศิลปวัตถุที่อยู่คู่วัดมา

เช่น หอพระไตรปิฏก ตู้พระไตรปิฎกทรงบุษบก ล้วนเป็นฝีมือช่างหลวงสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช และตัวพระอุโบสถก็ใช้เทคนิค

การก่อสร้างในสมัยนั้น ได้ค้นพบนามเจ้าอาวาส 1 รูป ในรัชสมัยสมเด็จพระที่นั่งสุริยาศน์อมรินทร์ (พระเจ้าเอกทัศ) คือ พระครูธนะราชมุ

นี วัดปากน้ำ ได้มีบทบาทสำคัญมาแต่โบราณเพราะได้รับสถาปนาเป็นพระอารามหลวงที่อยู่นอกกรุงศรีอยุธยา เป็นวัดสำคัญประจำหัว

เมืองหน้าด่านทางทะเล

ในจดหมายเหตุสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชได้เสด็จพระราชดำเนินทางชลมารคถวายผ้า

พระกฐินหลวง ณ วัดปากน้ำ ตลอดรัชกาลวัดปากน้ำได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์มาโดยตลอด คือ ได้รับพระราชทานพระราชทรัพย์จาก

สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชในการซ่อมหลังคาพระอุโบสถคราวหนึ่ง ต่อมาพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 ได้บูรณ

ปฏิสังขรณ์ใหญ่ในตอนต้นกรุงรัตนโกสินทร์ และให้คงรูปแบบสถาปัตยกรรมสมัยกรุงศรีอยุธยาไว้ ครั้นถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระ

จุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 ทางวัดได้รับพระบรมราชานุญาตบูรณปฏิสังขรณ์ครั้งใหญ่เกือบทั้งอารามโดยให้อนุรักษ์ศิลปะเดิมไว้

และได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระบรมวงศานุวงศ์นำพระกฐินหลวงมาถวายตลอดรัชกาล ในสมัยรัชกาลที่ 6 วัดปากน้ำได้ชำรุด

ทรุดโทรมลง ไม่มีเจ้าอาวาสประจำพระอาราม มีแต่ผู้รักษาการที่อยู่ในอารามอื่น

ทางเจ้าคณะปกครองได้ส่งพระสมุห์สด จนฺทสโร จากวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหารมาดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส ซึ่งท่าน

ได้กวดขันพระภิกษุสามเณรให้ปฏิบัติในพระธรรมวินัยอย่างเคร่งครัด ที่สำคัญได้มีการสอนสมถวิปัสสนากัมมัฏฐาน ส่งเสริมการศึกษาพระ

ปริยัติธรรมตั้งสำนักเรียนทั้งนักธรรมและบาลี สร้างโรงเรียนพระปริยัติธรรมที่ทันสมัยที่สุดในสมัยนั้น ทำให้พระภิกษุสามเณร และสาธุชน

เข้ามาขอศึกษาและปฏิบัติธรรมเป็นจำนวนมาก วัดจึงเจริญขึ้นมาโดยลำดับ กลายเป็นศูนย์กลางการปฏิบัติธรรม และเป็นศูนย์กลางการ

ศึกษาบาลี ท่านได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ ตั้งสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะฝ่ายวิปัสสนาธุระ และได้รับพระราชทานเลื่อน

สมณศักดิ์มาโดยลำดับ สมณศักดิ์สุดท้ายในพระราชทินนามที่ พระมงคลเทพมุนี แต่ผู้คนทั่วไปรู้จักและเรียกขานนามท่านว่า หลวงพ่อวัด

ปากน้ำ ในสมัยสมเด็จพระวันรัต (ปุ่น ปุณฺณสิริ) ดำรงตำแหน่งรักษาการเจ้าอาวาส (ในกาลต่อมาท่านได้รับพระราชทานสถาปนาพระ

อิสริยยศเป็นสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (ปุ่น ปุณฺณสิริ) สมเด็จพระสังฆราช ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดช

มหาราช บรมนาถบพิตร) วัดปากน้ำได้รับการปรับปรุงทัศนียภาพและบูรณปฏิสังขรณ์ครั้งสำคัญ เช่น พระอุโบสถ พระวิหาร ช่างได้

เปลี่ยนสถาปัตยกรรมเครื่องบนเป็นศิลปะสมัยรัตนโกสินทร์เกือบทั้งอาราม แต่ตัวรากฐานและอาคารยังคงเป็นของโบราณแต่เดิมมา

ถึงสมัยสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ) เจ้าอาวาสวัดปากน้ำรูปปัจจุบัน วัดปากน้ำได้พัฒนาอย่างมากในด้านการศึกษา

พระปริยัติธรรม มีพระภิกษุสามเณรสอบได้เปรียญธรรม 9 ประโยคในนามวัดปากน้ำเป็นจำนวนมาก และการปฏิบัติภาวนาตามแนวหลวง

พ่อวัดปากน้ำก็ได้รับการส่งเสริมสนับสนุนให้มีสถานที่ปฏิบัติ คือ หอเจริญวิปัสสนาเป็นเอกเทศ และมีผู้เข้าปฏิบัติเป็นจำนวนมากทุกวัน

.........................................................

วัดหลวงพ่อสดธรรมกายาราม

วัดหลวงพ่อสดธรรมกายาราม

อ.ดำเนินสะดวก

A วัดหลวงพ่อสด_13

A วัดหลวงพ่อสด_18

A วัดหลวงพ่อสด_11

A วัดหลวงพ่อสด_03

วัดหลวงพ่อสดธรรมกายาราม ตั้งอยู่ริมถนนสายบางแพ-ดำเนินสะดวก กม.ที่ 14  ต.แพงพวย อ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี

วัดหลวงพ่อสดะรรมกายาราม นี้ได้รับการประกาศตั้งเป็นวัด เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ.2534 ตลอดระยะเวลายาวนานกว่า 20 ปี ได้ริ่เริ่มโครงการให้การศึกษาอบรมและเผยแผ่พระสัทธรรมของสมเด็จพระสัมมา สัมพุทธเจ้าอย่างกว้างขวางออกไปทั่ว ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ได้แก่ โครงการธรรมปฏิบัติเพื่อประชาชน โครงการพุทธภาวนาวิชชา มูลนิธิพุทธภาวนาวิชชาธรรมกาย เป็นต้น นอกจากการเผยแพร่คำสอนของพระพุทธเจ้าแล้ว ภารกิจหลักของการทะนุบำรุงพระพุทธศาสนาตามวาระและเทศกาลต่างๆ โดยในฤดูร้อน (ช่วงเมษาถึงพฤษภา) วัดแห่งนี้จะจัดบวชเณรภาคฤดูร้อนอีกด้วย วัดหลวงพ่อสดธรรมกายาราม ตั้งอยู่ที่ตำบลแพงพวย ถนนบางแพ-ดำเนินสะดวก หากเดินทางมาจากบางแพ วัดอยู่ขวามือก่อนถึงแยกดำเนินสะดวก 10 กิโลเมตร พระอุโบสถสร้างในสมัยอยุธยาตอนปลาย และเป็นที่เก็บรักษาพระพุทธรูปหยกปางต่าง ๆ ภายในวัดมีอุทยานการศึกษา และสวนป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติฯพื้นที่กว่า 200 ไร่ วัดนี้ได้รับรางวัลสวนป่าดีเด่นจากกรมป่าไม้ ประจำปี 2539 นอกจากนี้ยังเป็นสำนักเรียนภาษาบาลีประจำจังหวัด มีนิทรรศการเกี่ยวกับพระบรมสารีริกธาตุ และมีการสอนปฏิบัติธรรมวิปัสสนาสำหรับชาวไทย และชาวต่างประเทศ


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
นายยั้งคิด วันที่ : 26/06/2020 เวลา : 16.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

เนื่องจากหน้าเว็บเพ็จรองรับไม่ไหว ผมจึงต้องขออนุญาตนำคลิปเพลงมาไว้ที่กรอบ"แสดงความคิดเห็น"ครับ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
นายยั้งคิด วันที่ : 26/06/2020 เวลา : 16.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

กัน นภัทร - หัวใจเพรียกหา @ TS6 Wk#4

https://youtu.be/CdlPD7l-8fA


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน