*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 4083
  • จำนวนผู้ชม : 2557529
  • จำนวนผู้โหวต : 529
  • ส่ง msg :
  • โหวต 529 คน
<< กุมภาพันธ์ 2014 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28  

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันเสาร์ ที่ 15 กุมภาพันธ์ 2557
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 868 , 11:28:20 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 3 คน ฝายชะลอน้ำ , กำหนัน และอีก 1 คนโหวตเรื่องนี้

สวัสดีครับ พี่น้องผู้รักขาติ รักแผ่นดิน

         คนไทยเราคุ้นสายตากับภาพโรงสีที่ตั้งอยู่ริมทางหลวงต่างจังหวัดทั่วประเทศ หรือมิฉะนั้นก็ไปสะท้อนแสงเข้า

ตาเราอยู่กลางทุ่งนาไกลออกไปเป็นอย่างดี ซึ่งปัจจุบันก็เป็นโรงสีขนาดใหญ่ที่มีโกดังเก็บข้าวที่ใหญ่โตด้วยกันทั้งนั้น

แล้วถ้าเปิดโกดังออกดูในฤดูเก็บเกี่ยวเราก็จะได้เห็นกระสอบบรรจุข้าววางเรียงกันอย่างเป็นระเบียบเต็มโกดังเลยที

เดียว เพราะโรงสีรับซื้อข้าวเปลือกจากชาวนามาสีเป็นข้าวสารต่อไปนั่นเอง ซึ่งในบางช่วงก็จะมีรถ 10 ล้อบรรทุกวิ่ง

เข้า - ออกโรงสีเป็นขบวนยาวเหยียด ขณะเดียวกันก็มีรถอีแต๋นของชาวนาบรรทุกข้าวเปลือกมาจำนำเป็นแถวด้วย

เหมือนกัน

         ภาพโรงสีดังกล่าวนั้น ทุกโรงก็จะมีลานคอนกรีตขนาดใหญ่เป็นส่วนประกอบอันสำคัญด้วยเช่นกัน เพราะทาง

โรงสีจะใช้เป็นที่ตากข้าวที่เปียกหรือมีความชื้นให้แห้งเสียก่อน ก่อนที่จะบรรจุกระสอบเก็บไว้ในโกดังต่อไป ซึ่งภาพ

ดังกล่าวนี้ ทำให้อดคิดไม่ได้ว่า เหตุใตโรงสีจึงไม่ลงทุนสร้างไซโลเอาไว้เก็บข้าวเปลือกข้าวสารกันบ้าง ซึ่งไซโลจะ

มีอุปกรณ์ควบคุมความชื้นและรักษาคุณภาพข้าว ทั้งที่ยังเป็นข้าวเปลือกและหลังจากสีเป็นข้าวสารแล้วได้เป็นอย่างดี

และค่าก่อสร้างไซโลก็ไม่ใช่เป็นสิ่งสุดวิสัยที่เจ้าของโรงสีจะลงทุนไม่ได้อยู่แล้วด้วย

         นอกจากนั้น เราคนไทยก็รู้กันเป็นอย่างดีว่า โรงสีแทบทุกโรงจะเอารัดเอาเปรียบชาวนาในการรับจำนำหรือรับ

ซื้อข้าวด้วยกันทั้งนั้น ทั้งซิกแซ็กเรื่องความชื้น คุณภาพข้าว เป็นข้อต่อรองกับชาวนาในลักษณะเอารัดเอาเปรียบ

ตลอดเวลา และทำเหมือนๆกันทุกโรงเสียด้วย ถือว่าเป็นเรื่อง 'อ้อยเข้าปากช้าง' แล้ว ชาวนาจะต่อรองได้อย่างไร

         สิ่งสำคัญอย่างยิ่งก็คือ โรงสีได้ใช้วิธีจับเสือมือเปล่าอีกด้วย เพราะโรงสีจะไม่จ่ายเงินค่าข้าวให้แก่ชาวนาใน

ทันที แต่จะออกใบรับหรือใบประทวนสำหรับให้มารับเงินในภายหลัง การจ่ายเงินตามใบประทวนช้าเร็วอย่างไรก็ขึ้น

อยู่กับฝ่ายโรงสีกำหนอทั้งสิ้น ซึ่งที่กล่าวมาทั้งหมดเป็นเรื่องที่ค่อนข้างจะรู้กันอยู่ทั่วไปอยู่แล้ว แต่รายละเอียดกลโกง

ต่างๆเพิ่มเติมก็ต้องติดตามที่สื่อและผู้รู้เรื่องดีนำมาบอกให้เรารู้กันต่อไป.

 

 

 **

**

 

เปิดเส้นทาง'โกง'จำนำข้าว

 

เปิดเส้นทาง'โกง'จำนำข้าว : กวินทรา ใจซื่อ - ชยานนท์ ปราณีตรายงาน

**

 

 

 

               เป็นที่รับรู้กันแล้วว่า นโยบายประชานิยม "โครงการรับจำนำข้าว" นั้น มีการทุจริตกันอย่างเป็นระบบ โกงชาวนาตั้งแต่นำข้าวเปลือกมาขาย นำข้าวสารคุณภาพดีจากโกดังไปขาย แล้วนำ "ข้าวคุณภาพไม่ดี" เข้ามาสวมสิทธิ์แทน และอาจกลายเป็นชนวนเพลิงไหม้โกดังข้าวตามโครงการรับจำนำข้าวในที่สุด

               นโนบายขายฝันให้ชาวนาจากราคาข้าวเปลือกที่ขายอยู่ตันละไม่ถึง 1 หมื่นบาท ขยับมา 15,000 บาท แต่สุดท้ายกลายเป็น "น้ำตา" ที่ชาวนาได้รับตอบแทน จากผลพวงการทุจริตของโครงการรับจำนำข้าวตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ เริ่มตั้งแต่ "ชาวนา" เก็บเกี่ยวผลผลิต แล้วนำข้าวเปลือกมาตาก เพื่อให้ข้าวมีความชื้นต่ำกว่า 15 เปอร์เซ็นต์ แล้วจึงนำไปจำนำที่โรงสี แต่โรงสีก็ไม่ต้องการรับซื้อในราคา 15,000 บาทต่อตัน เพราะเมื่อหักค่าใช้จ่ายในการสีข้าวแล้วจะไม่ได้ส่วนต่าง ทางโรงสีจึงรับซื้อข้าวเปลือกชาวนาในราคา 12,000-13,000 บาทต่อตัน เท่านั้น

               เมื่อโรงสีรับซื้อข้าวเปลือกจากชาวนา ด้วยข้ออ้างสารพัดทั้งความชื้นและสิ่งเจือปนที่สูง ชาวนาบางคนถูกโกง จากการคิดค่าความชื้นสูงถึง 35 เปอร์เซ็นต์ก็มี ทำให้โรงสีรับซื้อข้าวเปลือกได้ในราคาต่ำ และยิ่งเกิดภาวะปริมาณข้าวมาก และจำกัดเขตการจำนำของรัฐบาล ยิ่งทำให้โรงสีเล่นตัว กดราคาข้าวชาวนา โดยอ้างเกณฑ์ในเรื่องความชื้น และสิ่งเจือปนเป็นหลัก ชาวนาทำได้เพียงก้มหน้าก้มตายอมจำนำข้าวในราคาที่ต่ำกว่า 15,000บาทต่อตัน ส่วนโรงสีจึงแฮปปี้สุดๆ ที่ไม่ต้องเอาเงินมาลงทุนซื้อข้าว รัฐบาลออกตังค์ให้ แถมสีเสร็จได้ค่าสีเป็นกอบเป็นกำ และยังไม่รวมเรื่องการคดโกงกิโลตาชั่งของโรงสีบางแห่ง

               หลังจากชาวนานำข้าวไปขายให้แก่โรงสี จะได้รับใบประทวนสินค้า เพื่อให้นำไปยื่นรับเงินจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์เกษตร ล่าสุด มีการร้องเรียนกรณีออกใบประทวนล่าช้า ทำให้เกษตรกรได้รับเงินช้าไปด้วย ขณะที่ อคส.อ้างว่าอยู่ระหว่างตรวจสอบความเป็นเจ้าของข้าวเพื่อป้องกันการสวมสิทธิ์

               จากนั้นโรงสีก็จะนำข้าวสารส่งให้โกดังข้าว ซึ่งโรงสีต้องจ่ายเงินให้แก่บริษัทตรวจสอบคุณภาพข้าว (เซอร์เวอร์เยอร์) ในราคากระสอบ (100 กก.) ละ 3-7 บาท ทั้งนี้ บริษัทตรวจสอบคุณภาพข้าวส่วนใหญ่ เป็นเครือข่ายของนักการเมืองเครือญาติคนแดนไกล และเมื่อข้าวเข้าไปอยู่ในโกดัง จะมีค่าบริหารจัดการที่แพงมาก ตกอยู่ในราคาตันละ 32,000 บาท

               “นี่คือความเจ็บปวดของเกษตรกร ที่ชาวนาทำนามาทั้งปีได้เงินจากการขายข้าวเพียงตันละ 12,000 บาท แต่เมื่อขายให้กับโรงสีไปแล้ว ทางโรงสีก็จะขายข้าวให้กับตัวแทนบริษัทตรวจสอบคุณภาพข้าว ทำให้ข้าวที่ตกอยู่ในมือของโกดังจึงมีราคาสูงถึง 32,000 บาท เมื่อราคาสูงมากจึงไม่มีบริษัทค้าข้าวกล้าประมูลซื้อข้าว” แกนนำชาวนา กล่าว

               เมื่อข้าวในโกดังราคาดี จึงถูกขายออกไปอย่างลับๆ และรับซื้อข้าวปลายข้าวหรือข้าวคุณภาพไม่ดีจากโรงสีกระสอบละ 400 บาท เพื่อนำเข้าไปปะปนกับข้าวสารคุณภาพดีที่อยู่ในโกดังรับจำนำข้าวเพื่อเพิ่มปริมาณ จะเห็นได้ว่า หลายโรงสีที่มีปัญหาเรื่องไฟไหม้โกดัง อย่างเหตุการณ์ที่คลังสินค้าลำนารายณ์  ต.ลำนารายณ์ อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา พบว่า ข้าวที่ถูกไฟไหม้มีปลายข้าวรวมอยู่ด้วย

               นอกจากนี้ ยังมีการตั้งบริษัทประมูลข้าวเสียที่มีอายุเกิด 6 เดือนขึ้นไป ในราคากิโลกรัมละ 7 บาท ตันละ 7,000 บาท เพื่อนำมา “เปาเกา” นำมาสีใหม่เพื่อให้ข้าวดูขาว และปัดมอด บรรจุกระสอบ นำมาเก็บไว้ยังโกดังที่เข้าร่วมกับโครงการจำนำข้าวของรัฐบาล เพื่อนำข้าวใหม่ออกไปขาย หรือที่เรียกว่าเป็นการสวมข้าว ทำให้ดูว่าข้าวที่ชาวนานำมาจำนำยังอยู่ครบ แต่แท้จริงแล้วเป็นข้าวที่เสียแล้ว เมื่อนำมาหุงก็จะมีกลิ่นเหม็นอับและรับประทานไม่ได้

               ล่าสุด เกิดเหตุข้าวสารเหนียว กข. 6 กว่า 3 ล้านกิโลกรัม หรือประมาณ 34,000 กระสอบ จากโกดังข้าว จ.อุดรธานี สูญหายไประหว่างขนย้ายเมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ทั้งนี้ ข้าวในโครงการรับจำนำองค์การคลังสินค้า หรือ อคส. เป็นผู้ดูแลรักษาโดยจะฝากไว้ที่โกดังกลางในจังหวัดนั้นๆ เมื่อ อคส.ได้รับคำสั่งจากรัฐบาลจะดำเนินการตั้งคณะอนุกรรมการระบายข้าว พร้อมทั้งประกาศจัดหาผู้ประกอบการรับจ้างปรับปรุงข้าวสารบรรจุถุงยื่นซองประกวดราคา จากนั้นโรงสีข้าวจะเปิดให้บริษัทที่ชนะการประมูลดูสินค้า เมื่อพอใจจึงมีขนย้ายไปปรับปรุง 

               สำหรับการขนย้ายข้าวจะมีการควบคุมกำกับดูแล 3 ฝ่าย คือ โรงสีข้าวที่เข้าร่วมโครงการ คณะอนุกรรมการพิจารณาการระบายข้าว และองค์การคลังสินค้า โดยระเบียบการขนย้ายข้าวเมื่อรถสิบล้อที่ขนข้าวจะเดินทางออกจากต้นทาง ผู้รับผิดชอบต้องเซ็นชื่อลงในใบโอนย้ายข้าวที่มีทั้งหมด 4 ฉบับ คือ ต้นฉบับ คู่ฉบับ สำเนาที่ 1 และสำเนาที่ 2 แนบกับเอกสารการชั่งน้ำหนัก เมื่อข้าวไปถึงปลายทางต้องมีการลงนามผู้รับมอบอำนาจจากโรงสี และ อคส. จังหวัดปลายทาง ในใบโอนย้ายทั้ง 4 ฉบับด้วย จากนั้น อคส.ปลายทางจะส่งใบโอนย้ายต้นฉบับและสำเนาที่ 2 ส่งให้ อคส.ต้นทางจังหวัด ส่วนคู่ฉบับและสำเนาที่ 1 ส่งต่อไปยัง อคส. ส่วนกลาง

               แหล่งข่าวในวงการรับจำนำข้าวตั้งข้อสังเกตว่า การขนย้ายสินค้าครั้งนี้ ไม่มีใบส่งมอบ ถือว่าเป็นการกระทำที่ส่อว่าเป็นการทุจริตได้ เพราะตามหลักในการทำการค้า ไม่ว่าจะเป็นของรัฐบาล หรือ เอกชน การขนส่งทุกครั้งจะต้องมีใบขนย้าย เพื่อคู่ค้าสามารถที่จะตรวจสอบความถูกต้องของสินค้าได้ สำหรับข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นตั้งข้อสังเกตว่าเป็นการทำกันเป็นขบวนการ มีการรู้เห็นกันระหว่างเจ้าหน้าที่กับโรงสี เพราะโรงสีแต่ละแห่งจะรู้ว่าข้าวที่เก็บไว้ในโกดังไหนที่มีคุณภาพดี การที่เจ้าหน้าที่ไม่ดำเนินการตามระเบียบราชการ จึงเป็นการกระทำที่สุ่มเสี่ยง ที่สร้างความเสียหายกับภาครัฐได้ ทั้งนี้ การขนย้ายแต่ละครั้งจะมีเจ้าหน้าที่และโรงสีรับรู้ร่วมกัน แต่สำหรับกรณีข้าวล่องหนที่อุดรธานี มีการออกมาปฏิเสธ ทำให้การขนย้ายข้าวในครั้งนี้กลายเป็นประเด็นปัญหาที่ซับซ้อน ยากต่อการติดตามหาผู้กระทำผิดที่แท้จริง

               ด้าน พ.ต.อ.สุภากรณ์ คำสิงห์นอก โฆษกตำรวจภูธรภาค 4 ตั้งข้อสังเกตว่า โครงการรับจำนำข้าว รัฐบาลให้ราคาสูงตันละ 16,000 บาท เมื่อนำไปแปรรูปก็เป็นข้าวเหนียวคุณภาพดี ตามหลักปฏิบัติการขนย้ายข้าวจะต้องมีหน่วยงานร่วมรับรู้หลายหน่วยงาน การขนข้าวโดยไม่มีเอกสารแบบฟอร์มการขออนุญาตขนย้ายข้าวออกนอกเขต ทำให้เกิดช่องโหว่สุ่มเสี่ยงที่จะทำให้เกิดการนำข้าวคุณภาพที่ด้อยกว่ามาสวมแทนข้าวเหนียว กข.6 ได้


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
นายยั้งคิด วันที่ : 15/02/2014 เวลา : 16.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

ตอบ ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ฝายชะลอน้ำ
..............................
สาปแช่งกันมากๆก็ได้ผลจนได้ครับ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ฝายชะลอน้ำ วันที่ : 15/02/2014 เวลา : 14.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/slowlylife

...ใครทำสิ่งใดไว้ ย่อมได้สิ่งนั้นเท่าทวีครับ...

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
นายยั้งคิด วันที่ : 15/02/2014 เวลา : 13.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

ตอบ ความคิดเห็นที่ 1 (0)
กำหนัน
.....................
เสียงร่ำไห้และหยดน้ำตาของชาวนาผู้มีบุญคุณต่อคนไทยและประเทศไทยคราวนี้ คนไทยทุกคนควรจดจำเอาไว้เป็นข้อพิจารณาในการเลือกตั้งครั้งหน้าและต่อๆไปครับ
............................

ตอบ ความคิดเห็นที่ 2 (0)
มนต์เสียงเพลง
........................
อย่างที่ท่านว่าครับ ซื้อเสียงด้วยงบประมาณแผ่นดิน พอได้เป็นรัฐบาลก็กลับมาโกงกันต่ออีก แล้วอย่างนี้ประเทศไทยจะมีอะไรเหลือเล่าครับ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
มนต์เสียงเพลง วันที่ : 15/02/2014 เวลา : 12.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/magicsoundsong


แท้จริงแล้วนี่คือการซื้อเสียงครับคุณพี่ยั้งคิด เพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจแบบประชาธิปไตยจอมปลอม แล้วก็โกงกันยับเยิน จนชาวนาต้องผุกคอตาย บาปกรรมจริงๆครับ...

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
กำหนัน วันที่ : 15/02/2014 เวลา : 12.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/saiyai21


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน