*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 4025
  • จำนวนผู้ชม : 2536837
  • จำนวนผู้โหวต : 527
  • ส่ง msg :
  • โหวต 527 คน
<< มีนาคม 2014 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31          

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอาทิตย์ ที่ 23 มีนาคม 2557
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 846 , 14:39:10 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน BlueHill , ฝายชะลอน้ำ โหวตเรื่องนี้

สวัสดีครับ พี่น้องผู้รักชาติ รักแผ่นดิน

         ขึ้นชื่อว่า 'ขยะ' แล้วไม่มีใครชอบทั้งนั้นครับ เพราะมันเป็นของเน่าเสียส่งกลิ่นเหม็นสร้างความรำคาญ แล้วยัง

เป็นแหล่งเพาะแมลงวันที่จะเป็นพาหะนำเชื้อโรคมาสู่มนุษย์อีกต่อไป ซึ่งขนาดขยะกองเล็กๆก็ยังไม่มีใครต้องให้มีอยู่

ใกล้บ้าน แล้วหากเป็นกองขยะหรือบ่อขยะด้วยแล้ว ความน่ารังเกียจก็จะยิ่งเพิ่มเป็นหลายร้อยหลายพันเท่า

         ปัจจุบันขยะที่เป็นอันตรายต่อคนและสิ่งแวดล้อมมีหลายชนิด เช่น ขยะหรือของเสียจากโรงงาน ขยะที่เป็นสาร

พิษ และขยะติดเชื้อจากโรงพยาบาลเป็นต้น ซึ่งการกำจัดขยะแต่ละอย่างก็มีความยากง่ายต่างกันไป ขยะที่เป็น

ประโยชน์ ก็ได้แก่ขยะที่นำไปรีไซเคิ่ลได้ ขยะที่สามารถนำไปแปรรูปเป็นปุ๋ยเพื่อการเพาะปลูก และขยะที่สามารถใช้

เป็นพลังทดแทน เป็นต้น นอกนั้นเป็นขยะที่ต้องกำจัดออกไปทั้งนั้น

         การกำจัดขยะมีกรรมวิธีมากมาย เช่น กำจัดด้วยเครื่องจักรและด้วยวิธีต่างๆในโรงงาน และการฝังกลบในหลุม

หรือบ่อขนาดใหญ่ เป็นต้น แต่ทว่าทั้งโรงงานและบ่อฝังกลบก็เป็นสิ่งที่น่ารังเกียจต่อชุมชนที่อยู่ใกล้เคียงด้วยกันทั้งนั้น

จึงทำให้ต้องไปอยู่เสียไกลๆจากผู้คน แต่ก็ไม่ไกลต่อการขนขยะมาทิ้งเสียจนเกินไปอีกด้วย

         อาจจะมีคนถามว่า บางจังหวัดที่มีป่ามีเขาอยู่ไม่ห่างไกลทำไมจึงไม่นำขยะไปทิ้งกันเล่า เรื่องนี้มันทำไม่ได้

หรอกครับ เพราะทั้งป่าที่ยังเป็นป่า และป่าที่เป็นป่าหมดสภาพป่าไปแล้วก็ตามเป็นเขตหวงห้ามไม่ให้รุกล้ำเข้าไปได้

แล้วถ้าใครแอบเอาขยะไปทิ้ง ขยะเหล่านั้นนอกจากจะเป็นพิษภัยต่อต้นไม้และสัตว์ป่า และระบบนิเวศม์แล้ว ก็ยังจะ

ย้อนกลับมาทำอันตรายต่อชุมชนในหลายๆรูปแบบเลยทีเดียว

         นอกจากนั้น เราก็ยังมีคำถามต่ออีกว่า แล้วทำไมจึงไม่มีส่วนราชการหรือเอกชนตั้งโรงานกำจัดขยะให้เพียงพอ

ต่อภาวะปัจจุบัน อีกทั้งเผื่อสำหรับอนาคตกันเล่า คำตอบเรื่องนี้คงไม่ง่ายที่จะตอบได้ คงต้องผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับขยะ

มาตอบให้พวกเราทราบ

         แต่อย่างไรก็ตาม ที่แน่ๆก็คือ เรื่องขยะๆทั้งหลายนี้ ก็ยังอุตส่าห์มีคนที่ชอบกินขยะเป็นว่าเล่นด้วยเหมือนกัน.

 

 

อาชญากรรม : ข่าวทั่วไป
วันอาทิตย์ที่ 23 มีนาคม 2557

 

เบื้องลึกเงินลับ'ขุมทรัพย์บ่อขยะ'

เบื้องลึกเงินลับ 'ขุมทรัพย์บ่อขยะ' : ชยานนท์ ปราณีต ... รายงาน

 

 
                         เหตุไฟไหม้บ่อขยะบนเนื้อที่ 150 ไร่ ในซอยแพรกษา อ.เมือง จ.สมุทรปราการ เมื่อ 16 มีนาคม ที่ผ่านมา กลายเป็นมลพิษหายนะ สารพิษจากควันไฟส่งกลิ่นเหม็นคลุ้งไปหลายสิบกิโลเมตร ชาวบ้านกว่า 1,480 ครอบครัว ต้องอพยพออกจากพื้นที่อย่างเร่งด่วน ผ่านไป 4 วัน กลุ่มควันสีขาวจากเปลวเพลิงยังลอยปกคลุมไปถึงย่านบางนาและศรีนครินทร์ บางส่วนฟุ้งกระจายไปถึงย่านธุรกิจถนนสุขุมวิท
 
                         แหล่งข่าวด้านสิ่งแวดล้อมพื้นที่สมุทรปราการ เปิดเผยถึงที่มาที่ไปของบ่อขยะ ว่า แต่เดิมเป็นที่ดินว่างเปล่า ต่อมาประมาณ 30 ปีที่แล้ว มีผู้กว้างขวางและข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ในสมุทรปราการ ที่รู้จักกันดีในนาม “เสี่ย ถ.” ผู้รับเหมารายใหญ่ เข้ามากว้านซื้อที่ดินตาบอดแห่งนี้กว่า 150 ไร่ เพื่อขุดเอาดินไปถมเพื่อก่อสร้างถนน โดยเริ่มขุดดินขายตั้งแต่ปี 2534 ขุดลึกลงไปกว่า 100 เมตร หรือเทียบเท่ากับตึก 30 ชั้น จนไม่สามารถขุดต่อไปได้ เนื่องจากเจอน้ำบาดาล
 
                         ต่อมาปี 2540 “เสี่ย ถ.” มีการใช้เส้นสายเจ้าหน้าที่ระดับสูงให้มาใช้บ่อเป็นที่ทิ้งขยะ โดยเสนอราคาให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นซื้อในราคาไร่ละ 3 แสนบาท แต่ถูกชาวบ้านต่อต้านไม่อยากให้มีบ่อขยะในพื้นที่ ในที่สุดการเจรจาซื้อขายไม่ประสบความสำเร็จ 
 
                         จวบจนปี 2545 เริ่มมีการนำขยะมาทิ้งในบ่อข้างต้น “เสี่ย ถ.” เริ่มโครงการถมดินสร้างถนนเข้าไปจนถึงนิคมอุตสาหกรรมบางปู เพื่อใช้เป็นเส้นทางลำเลียงขยะเข้ามาทิ้งในบ่อของตัวเอง มีการจัดเก็บค่าทิ้งขยะในราคา 100-200 บาท ต่อ 1 คันรถ ขณะนั้นมีเพียงรถขยะจากชุมชนเท่านั้น จนถึงช่วงปี 2550 เริ่มมีการนำขยะอุตสาหกรรมมาทิ้ง มีกระบวนการจัดเก็บค่าขยะ และล้อมรั้วสังกะสี รอบบริเวณพื้นที่บ่อขยะอย่างมิดชิด จัดเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตรวจสอบบุคคลเข้า-ออกบ่อขยะแห่งนี้อย่างเข้มงวด  
 
                         ปัจจุบันบ่อขยะแห่งนี้เรียกเก็บค่านำขยะมาทิ้งคันละ 700 บาท หากเป็นขยะเคมี หรือขยะอุตสาหกรรมคิดราคาตันละ 3,000 บาท โดยใช้รถบรรทุกหกล้อคลุมผ้าใบปิดบังขยะในรถบรรทุกเป็นอย่างดี นอกจากนี้ช่วงกลางคืนมีรถบรรทุกขนาดใหญ่ หรือที่เรียกว่า แคปซูล ขนาดความจุ 6 หมื่นลิตร ขนน้ำเสียมาเททิ้งด้วย โดยจะเรียกเก็บค่าทิ้งลิตรละ 1 บาท ซึ่งเจ้าของบ่อมอบหมายให้ "นาย ก." และ "นาย ร." เป็นผู้ดูแลผลประโยชน์
 
                         เบื้องหลังขบวนการลักลอบทิ้งขยะนั้น “เสี่ย ถ.” จะต้องจ่ายเงินให้แก่หน่วยงานราชการ และนักการเมืองท้องถิ่น ในราคาลดหลั่นกันไป เพื่อป้องกันการตรวจสอบหรือการร้องเรียน เชื่อว่ามีการจ่ายประจำให้ผู้เกี่ยวข้องเป็นรายเดือนตั้งแต่ 8,000-400,000 บาท ส่วนหน่วยงานอื่นๆ รวมถึงสื่อมวลชนในท้องถิ่น จะจ่ายเงินให้เป็นครั้งคราว เมื่อเกิดเรื่องร้องเรียนขึ้นมาในแต่ละครั้ง
 
                         จากการติดตามบริษัทรับกำจัดขยะในพื้นที่ทราบว่า มีนายตำรวจในพื้นที่มีส่วนรู้เห็นในธุรกิจนี้ด้วย มีการจัดตั้งบริษัทกำจัดขยะและน้ำเสีย โดยจะรับจ้างขนน้ำเสียจากโรงงานออกมาทิ้งในท่อน้ำเสียสาธารณะ แต่หลังจากเกิดเพลิงไหม้บ่อขยะแพรกษาทำให้ขบวนการลักลอบขนน้ำเสียทำงานกันยากลำบาก ซึ่งจากการติดตามทราบว่ายังคงมีการลักลอบโดยการเปลี่ยนวิธีจากการทิ้งในบ่อขยะ และท่อระบายน้ำข้างทางแล้ว หันมาขนลงเรือที่จอดรออยู่ตามชายหาดริมทะเล พื้นที่ จ.สมุทรปราการ จากนั้นขนไปทิ้งกลางทะเล ซึ่งเรื่องนี้นักอนุรักษ์ทางทะเลพยายามจับตาดู แต่ยังไม่กล้าเปิดเผยตัวผู้คัดค้านออกมา เพราะพื้นที่สมุทรปราการ เป็นเขตอิทธิพลมืด หากเปิดโปงอะไรออกมาอาจได้รับอันตรายถึงชีวิตได้ 
 
                         "นํ้าเสียจากโรงงานอุตสาหกรรมมีมากมายหลายชนิด นํ้าเสียทุกชนิดเป็นพิษต่อสังคมทั้งสิ้น หากไม่บำบัดก่อนทิ้ง และที่อันตรายสุดคือนํ้าเสียที่มีสารโลหะหนักปนเปื้อนอยู่ เช่น แคดเมียม ตะกั่ว สังกะสี เหล็ก ทองแดง ฯลฯ และสารเคมีพิษอื่นๆ ปนอยู่ นํ้าเสียพวกนี้จะเสียค่าบำบัดค่อนข้างแพง ทำได้ช้า และไม่ง่าย ผู้ประกอบการที่เห็นแก่ตัวจะหาที่เททิ้งโดยไม่คำนึงถึงผลเสียของสิ่งแวดล้อมหรือชาวบ้าน" แหล่งข่าวด้านสิ่งแวดล้อม กล่าว
 
                         ทั้งนี้ โรงงานบำบัดนํ้าเสียจะต้องได้รับอนุญาต และต้องรายงานข้อมูลสำคัญให้กระทรวง กรม กอง ฯลฯ ที่เกี่ยวข้องรับทราบตลอดเวลา ชาวบ้านที่พักอาศัยใกล้บ่อขยะ เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า บ่อขยะแพรกษาแห่งนี้จะไม่ยอมให้บุคคลภายนอกเข้าไปคัดแยกขยะอย่างเด็ดขาด หากใครเข้าไปเก็บขยะในพื้นที่จะถูกแจ้งความดำเนินคดีทันที ชาวบ้านที่มีอาชีพหาของเก่า จึงไม่มีโอกาสเข้าไปทำมาหากินในบ่อขยะแห่งนี้เลย 
 
                         ชาวบ้านที่พักอาศัยอยู่ติดกับบ่อขยะข้างต้นรู้ดีว่า ในช่วงเวลากลางคืนจะมีรถบรรทุกขนาดใหญ่ขับเข้าบ่อขยะตลอดคืน เพื่อปล่อยน้ำเสียออกมาจากรถ โดยชาวบ้านรู้ดีว่าน้ำที่ปล่อยออกมาจากรถบรรทุก คือน้ำเสียจากโรงงานที่ขนมาจาก จ.ชลบุรี อย่างไรก็ตาม หลังเกิดเหตุไฟไหม้ขึ้นมาเมื่อต้นสัปดาห์นี้ รถที่เคยขนน้ำเสียมาทิ้งกลับหายไป ซึ่งตอนนี้ต้องเฝ้าระวังดูว่าหลังดับควันไฟได้จนหมดแล้ว รถขนขยะและน้ำเสียพิษร้ายเหล่านี้ จะกลับเข้ามาอีกครั้งหรือไม่ !?!

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน