*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 3740
  • จำนวนผู้ชม : 2379923
  • จำนวนผู้โหวต : 521
  • ส่ง msg :
  • โหวต 521 คน
<< ตุลาคม 2014 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันศุกร์ ที่ 3 ตุลาคม 2557
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 2285 , 22:08:38 น.  
หมวด : ตำรวจ-อาชญกรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน หนุ่ม_แสงหิ่งห้อย โหวตเรื่องนี้

สวัสดีครับ พี่น้องผู้รักชาติ รักแผ่นดิน

         คดีคนร้ายชาวพม่าก่ออาชญากรรมฆ่านักท่องเที่ยวชาวอังกฤษที่เกาะเต่า แม้ว่าตำรวจจะรวบตัวฆาตกรได้แล้วก็ตาม แต่ไม่รู้ว่า

สื่อทำไมยังข้องใจอยู่อีก เอาแต่ระแวงว่าตำรวจจับแพะอยู่นั่นเอง และทั้งๆที่ตำรวจก็บอกแล้วว่าจะต้องผ่าศพทั้งสองเพื่อตรวจ DNA

อีกครั้งอยู่แล้วก็ตาม แต่สื่อก็ยังจะจับตาตรงการตรวจ DNA ต่อไปอีก

         ประเด็นที่สื่อมีปฏิกริยาไม่เชื่อถือการทำงานของตำรวจเช่นนี้ อาจจะกระเทือนถึงความน่าเชื่อถือของตำรวจ แล้วจะพลอยทำให้

ต่างชาติมองประเทศของเราในแง่ไม่ดีไปด้วย เพราะฉะนั้น ก่อนอื่นสื่อก็เพลาๆปากเสียงลงบ้างก็น่าจะเป็นการดีกว่า ออกท่าไม่ไว้ใจ

ตำรวจยามนี้ มีแต่จะเสียกับเสียเท่านั้น

 

 

 

แนวหน้า

 

 ย้อนดู'ไทม์ไลน์'คดีเกาะเต่า! จับตา'ดีเอ็นเอ'มัดหรือ'มั่ว'จับแพะ?

 

วันศุกร์ ที่ 03 ตุลาคม พ.ศ. 2557, 15.33 น.

ในที่สุดคดีฆาตกรรมสะเทือนขวัญ 2 นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ บนเกาะเต่า อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี เมื่อวันที่ 15 กันยายน ที่ผ่านมา ก็มีการ "ปิดคดี" ลงไปเรียบร้อย เมื่อมีการควบคุมตัวผู้ต้องหาได้แล้ว เป็น 3 แรงงานพม่า ซึ่ง 2 ใน 3 รับสารภาพว่าก่อเหตุฆาตกรรม 2 นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษจริง

คดีนี้ถือเป็นอีกหนึ่งคดีที่เขย่า "วงการสีกากี" ของไทย เพราะกว่าจะ "จับกุม" ผู้ต้องหาได้ก็ต้องใช้เวลานานกว่าครึ่งเดือน แถมตำรวจไทยยังถูก "วิพากษ์" จากสังคมถึงความล่าช้า และความเป็น "มืออาชีพ" เพราะดูเหมือนจะเกิด "ความผิดพลาด" ในการกระบวนการสืบสวน การเก็บหลักฐาน อยู่บ่อยครั้ง และเป็นไปในลักษณะ "เหวี่ยงแห" 

ลำดับเหตุการณ์ หรือ "ไทม์ไลน์" ของคดีดังกล่าว เริ่มตั้งแต่เมื่อวันที่ 15 กันยายน ที่ผ่านมา เมื่อตำรวจ สภ.ย่อย เกาะเต่า ได้รับแจ้งจากชาวบ้านในพื้นที่ ว่า พบศพนักท่องเที่ยวหญิง-ชาย ชาวต่างชาติ ถูกฆ่าเปลือยอยู่บนหาดทรายรี ซึ่งตำรวจกองพิสูจน์หลักฐาน และชุดสืบสวน ได้ลงพื้นที่เกาะเต่าเพื่อทำงานทันที

เบื้องต้นมุ่งประเด็นการสังหารโหดครั้งนี้เป็นการ "ฆ่าข่มขืน" โดยสันนิษฐานว่านักท่องเที่ยวทั้ง 2 คนกำลัง "พลอดรัก" กันอยู่ที่บริเวณชายหาดที่เกิดเหตุ คนร้ายซึ่งอาจจะอยู่ในบริเวณนั้น หรือเดินผ่านมาเห็นเกิดอารมณ์เลยก่อเหตุฆ่านักท่องเที่ยวชาย เพื่อหวังข่มขืนนักท่องเที่ยวหญิง แต่นักท่องเที่ยวต่อสู้ จึงลงมือฆ่าอย่างโหดเหี้ยม

จากนั้น ได้มีการนำศพส่งผ่าพิสูจน์ที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ และเก็บ "ดีเอ็นเอ" จากหลักฐานทุกอย่างที่พบ ทั้ง "จอบเปื้อนเลือด", กีตาร์ และ "ก้นบุหรี่" เอาไว้เปรียบเทียบกับผู้ต้องสงสัย

ต่อมาอีก 2 วัน คือ 17 กันยายน ผลการผ่าชันสูตรศพ พบว่า ผู้เสียชีวิตมีร่องรอยการมีเพศสัมพันธ์กันมาก่อนที่จะเสียชีวิต และพบอสุจิทั้งในช่องคลอด และทวารหนักในตัวเหยื่อสาว ระหว่างนั้นตำรวจได้ควบคุมตัว นายคริสโตเฟอร์ อลันแวร์ นักท่องเที่ยวสัญชาติอังกฤษ มาสอบปากคำ หลังเจ้าของที่พักบนเกาะเต่า อ้างว่า เห็นเขาอยู่ในวันเกิดเหตุ และมีร่องรอยเลือดบนเสื้อผ้า ซึ่งได้มีการเก็บตัวอย่าง "ดีเอ็นเอ" ไปตรวจสอบ แต่ผลออกมาไม่ตรง จึงปล่อยตัวไป

นอกจากนั้น จากการสอบสวนเพื่อนผู้เสียชีวิต ทราบว่าทั้ง 2 คน ได้มารู้จักกันที่บาร์แห่งหนึ่งบนเกาะเต่า ซึ่งอยู่ห่างจากจุดที่พบศพประมาณ 100 เมตร เจ้าหน้าที่จึงตรวจสอบภาพ "กล้องวงจรปิด" บริเวณใกล้ที่เกิดเหตุ และออกสืบสวนหาข่าวเพื่อติดตามจับกุมคนร้าย โดย "เบาะแส" เดียวที่มีในมือ คือ ภาพผู้ชายที่มีลักษณะเหมือนคนเอเชีย ซึ่งกล้องวงจรปิดจับภาพได้ในเวลาและบริเวณใกล้ๆกับที่เกิดเหตุ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจมุ่งเป้าไปที่แรงงานต่างด้าวที่พักอยู่ละแวกใกล้จุดเกิดเหตุ

จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้จัดกำลัง 4 ชุด ออกค้นหาและเชิญตัวผู้ต้องสงสัยมาสอบสวนหาตัวผู้ที่ก่อเหตุร้ายในครั้งนี้ โดยมีการบุกจู่โจมตรวจค้นแคมป์คนงานต่างด้าว ในช่วงหัวรุ่งของวันถัดมา เพื่อเก็บรวบรวมพยานหลักฐานและนำแรงงานต่างด้าวที่คิดว่ามีรูปร่างใกล้เคียงกับคนในภาพกล้องวงจรปิดมาสอบเครียดและตรวจดีเอ็นดี 7 คน และยึดโทรศัพท์มือถือจำนวน 4 เครื่อง

แต่สุดท้ายก็ต้อง "คว้าน้ำเหลว" เพราะผลดีเอ็นของผู้ต้องสงสัยทั้ง 7 คน ไม่ตรงกับดีเอ็นเอ ที่พบจากศพของนักท่องเที่ยวหญิง
ต่อมา 19 กันยายน ผลตรวจ "ดีเอ็นเอ" ก้นบุหรี่ ที่เก็บได้ในที่เกิดเหตุก็ปรากฏผล โดยตรงกับคราบอสุจิในร่างกายเหยื่อสาว เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงออกควานหาผู้ต้องสงสัย โดยเน้นไปที่แรงงานต่างด้าวที่มีความสามารถในการเล่นกีตาร์ และสูบบุหรี่ยีห้อเดียวกันกับก้นบุหรี่ที่ทิ้งอยู่ใกล้กับที่เกิดเหตุ

วันรุ่งขึ้น 20 กันยายน ผลตรวจดีเอ็นเอ จากอสุจิในช่องคลอดและทวารหนักของนักท่องเที่ยวหญิงชาวอังกฤษ เพื่อหาสัญชาติของผู้ต้องสงสัย ก็ปรากฏผลชี้ชัดอีกว่าเป็นดีเอ็นเอของชาวมองโกลอยด์ หรือ "ชาวเอเชีย"

จากนั้น 21-22 กันยายน ตำรวจยังไล่ล่าหาตัวคนร้ายต่อไป โดยไล่ตรวจดีเอ็นเอผู้ต้องสงสัยในละแวกใกล้เคียงจุดเกิดเหตุมากว่า 100 คน แต่ยังไร้วี่แววเข้าใกล้ตัวคนร้ายที่ก่อเหตุ ทำให้ตำรวจไทยโดนโจมตีจากสื่อนอกถึงการทำงานที่ล้าช้า ดู "มั่ว" เหวี่ยงแหไปทั่ว ทำงานแบบเร่งรีบแต่ไม่ตรงประเด็น และไม่เชื่อฝีมือตำรวจไทยในการคลี่คลายคดีนี้

ต่อมา 23 กันยายน นายฌอน แมคแอนนา หนุ่มชาวสกอต เพื่อนของผู้ตาย เปิดเผยเรื่องราวของเขาในเฟสบุ๊คว่าถูก 2 มาเฟียท้องถิ่นขู่ฆ่า และคิดว่ามีส่วนรู้เห็นต่อเหตุการณ์ครั้งนี้ ตำรวจจึงเปลี่ยนเป้าหมายในการควานหาตัวคนร้ายอีกครั้ง โดย

พล.ต.ท.ปัญญา มาเม่น ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8(ผบช.ภ.8) ย้ำว่าอิทธิพลบนเกาะเต่าไม่สามารถทำให้คดีนี้หยุดชะงักได้
จากนั้นมีการเชิญตัว 2 พี่น้องผู้กว้างขวางบนเกาะเต่า คือ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 1 ต.เกาะเต่า เจ้าของสถานบันเทิงเอซีบาร์ และน้องชายเจ้าของ อินทัชรี สอร์ท มาให้ปากคำ โดยใช้เวลาสอบเครียดนานหลายชั่วโมง รวมทั้งเก็บดีเอ็นเอไปตรวจสอบและปล่อยตัวกลับไป เพราะยังไม่ใช่ "เป้าหมาย" ที่ต้องการ

หลังจากนั้น ตำรวจยังเดินหน้าตรวจดีเอ็นเอ กลุ่มผู้ต้องสงสัยอย่างต่อเนื่อง โดยเน้นผู้ที่อยู่ในละแวกที่เกิดเหตุในระยะ 600 เมตร ในช่วงเวลาที่เกิดเหตุ แต่สุดท้ายก็ยังไร้วี่แววว่าจะได้ตัวคนร้าย จนทำให้เสียง "วิพากษ์" ถึงการทำงานดังมากขึ้นเรื่อยๆ พร้อมๆกับมีข้อหวั่นเกรงจากผู้คนในสังคมบางส่วนที่กังวลว่างานนี้ตำรวจจะ "จับแพะ" จน ผบช.ภ.8 ต้องออกมายืนยันว่า ไม่มีทางทำเช่นนั้น 

กระทั่ง 1 ตุลาคม ท่ามกลางเสียงกดดัน และก่นด่า ก็มีข่าวออกมาว่าตำรวจจับกุมคนร้ายได้แล้ว เป็น 3 แรงงานพม่า คือ นายวิน อายุ 21 ปี นายเมา อายุ 23 ปี และนายซอ อายุ 21 ปี โดยตำรวจได้ควบคุมตัวนายเมา และนายซอ ได้บนเกาะเต่า ขณะที่นายวิน ถูกควบคุมตัวได้ที่ตัวเมืองสุราษฏร์ธานี

ต่อมามีข่าวว่า 2 ใน 3 ผู้ต้องสงสัย รับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อ "คดีโหด" โดยนายเมา ยอมรับว่า ในคืนเกิดเหตุได้ไปนั่งเล่นกีตาร์ที่ขอนไม้ในจุดที่ตำรวจพบ "ก้นบุหรี่" ซึ่งห่างจากจุดพบศพนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษทั้งสองออกไปประมาณ 65 เมตร และยังยอมรับว่าได้สูบ และทิ้งก้นบุหรี่ดังกล่าวไว้จริง แต่ไม่รู้เห็นกับการตายของนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ เพราะกลับไปหาภรรยาก่อน
ขณะที่นายวิน ยอมรับว่า เป็นผู้ลงมือฆ่า 2 นักท่องเที่ยว เนื่องจากเกิดอารมณ์ทางเพศ เพราะเห็นนักท่องเที่ยวชายหญิงคู่นี้มีเพศสัมพันธ์กัน ส่วนนายซอ อยู่ระหว่างการสอบสวน โดยตำรวจอยู่ระหว่างรอผลตรวจดีเอ็นเอทั้ง 3 คน เทียบกับดีเอ็นเอที่พบกับวัตถุพยานต่างๆที่พบในจุดเกิดเหตุ รวมถึงดีเอ็นเอที่พบบนศพของผู้ตายทั้ง 2 คน

จากนั้นวันที่ 3 ต.ค. ได้มีการคุมตัวทั้ง 3 คนไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ท่ามกลาง "คำถาม" จากผู้คนในสังคมบางกลุ่มว่าทั้ง 3 คนเป็น "แพะ" หรือไม่

ถึงตรงนี้ ถือว่างานของตำรวจจบไปหนึ่งเปลาะแล้ว เพราะ "ปิดคดี" ได้ แม้จะดู "เชื่องช้า" ก็ตามที แต่งานอีกเปลาะหนึ่งที่ยังต้องติดตามก็หลักฐานในมือตำรวจ โดยเฉพาะ "ดีเอ็นเอ" ที่พยายามไล่ตรวจมาตลอด จะแน่นหนา และน่าเชื่อถือ ใช้ประโยชน์ในชั้นศาลได้มากน้อยเพียงใด??? 

SCOOP@NAEWNA.COM



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
นายยั้งคิด วันที่ : 04/10/2014 เวลา : 09.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

ตอบ ความคิดเห็นที่ 1 นายยั้งคิด ถูกใจสิ่งนี้ (1) like เรียบร้อยแล้ว
หนุ่ม_แสงหิ่งห้อย
....................................
หมายถึงการที่เราจะให้ความร่วมมือกับฝ่ายเขาตามที่พอจะให้ได้ใช่ไหมครับ แต่ขณะนี้ เขาก็เพียงแต่รับฟังฝ่ายเราเท่านั้นครับ

ความคิดเห็นที่ 1 นายยั้งคิด ถูกใจสิ่งนี้ (1)
หนุ่ม_แสงหิ่งห้อย วันที่ : 04/10/2014 เวลา : 00.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/noomfirefly

ความคิดผม ผมว่าเพื่อให้เกิดความสบายใจของทุกฝ่าย ควรให้ทางอังกฤษเอา DNA ของผู้ต้องหาไปตรวจย้ำด้วย ก็น่าจะดีนะครับ จะได้คลายข้อสงสัยกับทุกฝ่าย ตำตรวจไทยเองก็จะได้ไม่ถูกครหาจากโลกโซเซียล หรือคนที่ยังค้างคาใจกับคดีนี้อยู่

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน