*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 3210
  • จำนวนผู้ชม : 2181961
  • จำนวนผู้โหวต : 471
  • ส่ง msg :
  • โหวต 471 คน
<< มกราคม 2015 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพุธ ที่ 21 มกราคม 2558
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 1249 , 20:28:00 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

สวัสดี ครับ

         ประเทศไทยมีน้ำใช้ในการเพาะปลูกด้วยการบริหารจัดการน้ำในระบบชลประทานขึ้นมา ก็ด้วยพระประสพการณ์ประพาสน์ยุโรป

ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า มหาราช ร. 5 ซึ่งพระองค์ทรงทอดพระเนตรเห็นหลายประเทศมีระบบการชลปะทานอู่แล้ว จึง

ทรงมีพระราชดำริที่จะให้มีระบบชลประทานขึ้นมาในแผ่นดินของพระองค์ขึ้นมาบ้าง ด้วยทรงเล็งเห็นคุณประโยชน์อันมหาศาลของ

ระบบชลประทาน ที่จะทำให้การเกษตรอุดมสมบูรณ์ แล้วยังมีประโยชน์ในการคมนาคม ด้วยการใช้คลองชลประทานเป็นเส้นทางสัญจร

ทางเรือ ที่เชื่อมโยงกันในลุ่มน้ำเจ้าพระยาอีกด้วย    

         คนไทยน้อมรำลึกถึงพระบารมีของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้ามหาราช ที่ทรงก่อกำเนิดระบบต่างๆขึ้นหลายด้าน ซึ่งระบบ

ชลประทานที่พระองค์ทรงก่อกำเนิดขึ้นด้วยนี้ ก็เป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

         ผมในฐานะข้าราชกรมชลประทานมาก่อน  ก็ตั้งใจว่าจะทดแทนคุณของแผ่นดินที่ชุบเลี้ยงกระผมมาเป็นเวลหลายทศวรรษก่อน

จะเกษียณอายุราชการออกมา แม้ผมจะมีตำแหน่งเพียงข้าราชการชั้นผู้น้อยก็ตาม ด้วยการนำประวัติศาสตร์ของกรมชลประทานตั้งแต่

ก่อตั้งจนถึงปัจจุบัน เท่าที่จะค้นหาได้จากอินเตอร์เน็ต และเสริมด้วยประสพการณ์ของผมเองอีกส่วนหนึ่งด้วย

         ทั้งนี้ ผมหวังว่าเรื่องที่ผมนำมาเสนอต่อท่านทั้งหลาย จะเป็นประโยชน์อยู่บ้าง ไม่มากก็น้อย.

 

 

 

กรมชลประทาน (ประเทศไทย)

 

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
 
 
กรมชลประทาน
Royal Irrigation Department
Rid logo2.jpg
ที่ทำการ
811 ถนนสามเสน แขวงนครไชยศรี เขตดุสิตกรุงเทพฯ 10300
ภาพรวม
วันก่อตั้ง 13 มิถุนายน พ.ศ. 2445
งบประมาณ 43,054.7635 ล้านบาท (พ.ศ. 2558)[1]
ผู้บริหาร เลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ[2], อธิบดี สุเทพ น้อยไพโรจน์, รองอธิบดี สัญชัย เกตุวรชัย, รองอธิบดี ณรงค์ ลีนานนท์, รองอธิบดี ว่าที่ร.ต.ไพเจน มากสุวรรณ์, รองอธิบดี
ต้นสังกัด กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
เว็บไซต์
http://www.rid.go.th

กรมชลประทาน เป็นหน่วยงานในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีหน้าที่จัดให้ได้มาซึ่งน้ำเพื่อกักเก็บรักษา ควบคุม ส่ง ระบาย หรือ แบ่งน้ำเพื่อการเกษตร การพลังงาน การสาธารณูปโภค หรือการอุตสาหกรรม และหมายรวมถึงการป้องกันความเสียหายอันเกิดจากน้ำ กับการคมนาคมทางน้ำซึ่งอยู่ในเขตชลประทาน

 

ประวัติ

งานชลประทานในประเทศไทยเริ่มขึ้นอย่างจริงจังในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีการขุดลอกคลอง และขุดคลองขึ้นใหม่ในบริเวณที่ราบภาคกลางจำนวนมาก ดำเนินการโดยเอกชน คือบริษัทขุดคลองแลคูนาสยาม (Siam Canals, Lands and Irrigation Company) ได้รับพระบรมราชานุญาตเมื่อ พ.ศ. 2431 เริ่มขุดคลองเมื่อ พ.ศ. 2433 มีระยะเวลาดำเนินการ ตามสัมปทาน 25 ปี

ใน พ.ศ. 2445 ได้ว่าจ้างนายเย โฮมัน วันเดอร์ ไฮเด วิศวกรชลประทานชาวฮอลันดา มาดำเนินงานชลประทานประเทศไทย และทรงแต่งตั้งให้ นายเย โฮมัน เข้ารับราชการ เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2445 พร้อมทั้งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตั้ง "กรมคลอง" และทรงแต่งตั้งนาย เย โฮมัน เป็นเจ้ากรมคลองคนแรก เพื่อทำหน้าที่ดูแลทำนุบำรุงคลองต่างๆ ไม่ให้ตื้นเขิน

ต่อมาในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ได้ทรงพระกรุณา โปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้ง "กรมทดน้ำ" ขึ้นแทนกรมคลอง เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2457 และทรงแต่งตั้ง นายอาร์ ซี อาร์ วิล สัน เป็นเจ้ากรมทดน้ำ

จนในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้มีพระราชดำริว่า หน้าที่ของกรมทดน้ำมิได้ปฏิบัติงานอยู่เฉพาะแต่การทดน้ำเพียงอย่างเดียว งานที่กรมทดน้ำปฏิบัติอยู่จริงในขณะนั้นมีทั้งการขุดคลอง การทดน้ำ รวมทั้งการส่งน้ำตามคลองต่างๆ อีกทั้งการสูบน้ำเพื่อช่วยเหลือการเพาะปลูก จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เปลี่ยนชื่อจาก กรมทดน้ำ เป็น กรมชลประทาน เมื่อวันที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2470 โดยให้มีหน้าที่รับผิดชอบงานการขุดคลอง การทดน้ำ การส่งน้ำ และการสูบน้ำช่วยเหลือพื้นที่เพาะปลูกอย่างทั่วถึง

 


งานชลประทาน เริ่มขึ้นอย่างจริงจังในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีการขุดลอกคลองและขุดคลองขึ้นใหม่ในบริเวณ ทุ่งราบภาคกลางจำนวนมาก ดำเนินการโดยเอกชน คือบริษัทขุดคลองแลคูนาสยาม Siam Canals, Lands and Irrigation Company) ได้รับพระบรมราชานุญาต เมื่อ พ.ศ. 2431 เริ่มขุดคลองเมื่อพ.ศ. 2433 มีระยะเวลาดำเนินการ ตามสัมปทาน 25 ปี โครงการประกอบด้วยการ ก่อสร้างระบบคลอง ในบริเวณพื้นที่ราบฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา เขตจังหวัดปทุมธานี ที่เรียกว่า ทุ่งรังสิต โดยขุดคลองสายใหญ่ เชื่อมระหว่างแม่น้ำเจ้าพระยา ตรงไปยังแม่น้ำนครนายก พร้อมกับการสร้างประตูระบายน้ำ สำหรับ ควบคุมการเก็บกักน้ำเพื่อการเพาะปลูก และสร้างประตู เรือสัญจรเพื่อการคมนาคมขนส่งทางน้ำตลอดทั้งปี 

หลังจากที่บริษัทดังกล่าวได้ดำเนินการ มาประมาณ 10 ปี เจ้าพระยาเทเวศวงศ์วิวัฒน์ เสนาบดีกระทรวงเกษตราธิการ ได้ไปตรวจราชการที่ทุ่งรังสิต เมื่อเดือนพฤศจิกายน พ.ศ.2442 พบว่า ทุ่งรังสิต จำเป็นต้องได้รับการช่วยเหลือด้านการชลประทานเป็นการด่วน จึงนำความขึ้นกราบบังคมทูลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาต จ้างนายช่างชลประทานชาวต่างประเทศ มาศึกษาพิจารณา และแก้ไขเรื่องการจัดหาน้ำในบริเวณทุ่งรังสิตให้ดีขึ้น พระบาทสมเด็จ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเห็นชอบ และได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดหาวิศวกรผู้ชำนาญงานด้านการชลประทาน 

yahomanในพ.ศ. 2445 ได้ว่าจ้าง นายเย โฮมัน วันเดอร์ ไฮเด วิศวกรชลประทานชาวฮอลันดา มาดำเนินงานชลประทานในประเทศไทย และทรงแต่งตั้งให้ นายเย โฮมัน วันเดอร์ ไฮเด เข้ารับราชการ เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2445 พร้อมทั้งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตั้ง "กรมคลอง" และทรงแต่งตั้ง นาย เย โฮมัน วันเดอร์ ไฮเด เป็นเจ้ากรมคลองคนแรก เพื่อทำหน้าที่ดูแลทำนุบำรุงคลองต่างๆ ไม่ให้ตื้นเขิน 
นาย เย โฮมัน วันเดอร์ ไฮเด ได้ทำรายงานเสนอเห็นควรให้สร้างเขื่อนทดน้ำปิดกั้นแม่น้ำเจ้าพระยาที่จังหวัดชัยนาท
 ต่อมาในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ได้ทรงพระกรุณา โปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้ง"กรมทดน้ำ"ขึ้นแทนกรมคลอง เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2457 และทรงแต่งตั้ง นายอาร์ ซี อาร์ วิล สัน เป็นเจ้ากรมทดน้ำ รวมทั้งจัดสร้างโครงการชลประทาน ป่าสักใต้ โครงการสร้างเขื่อนทดน้ำขนาดใหญ่ คือ เขื่อนพระราม 6 ขึ้นที่ตำบลท่าหลวง อำเภอท่าเรือ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา สามารถช่วยเหลือพื้นที่เพาะปลูกได้ประมาณ 680,000ไร่ ซึ่งเป็นโครงการชลประทานขนาดใหญ่แห่งแรกในประเทศไทย 
เขื่อนพระรามหก ก่อสร้างด้วยหลักวิชาการ ที่ถูกต้องและทันสมัยตามหลักเทคโนโลยีการพัฒนาแหล่งน้ำสมัยใ
หม่อย่างแท้จริง และนับจากนั้นเป็นต้นมา ได้เริ่มก่อสร้างโครงการชลประทานกระจายไปทั่วทุกภาคของประเทศ ทั้งภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคใต้ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นการจัดการหาน้ำเพื่อการเกษตร และเพื่อการอุปโภค บริโภค งานก่อสร้างโครงการชลประทานได้ขยายออกไปอย่างกว้างขวาง เพื่อรองรับการขยายตัวทางการผลิต และความต้องการบริโภคภายในประเทศ 

praram6

จนในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้มีพระราชดำริว่า หน้าที่ของกรมทดน้ำ มิได้ปฏิบัติงานอยู่เฉพาะแต่การทดน้ำเพียงอย่างเดียว งานที่กรมทดน้ำปฏิบัติอยู่จริงในขณะนั้นมีทั้งการขุดคลอง การทดน้ำ รวมทั้งการส่ง น้ำตามคลองต่าง ๆ อีกทั้งการสูบน้ำเพื่อช่วยเหลือการเพาะปลูก จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เปลี่ยนชื่อจาก กรมทดน้ำ เป็น กรมชลประทาน เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2470 โดยให้มีหน้าที่รับผิดชอบงานการขุดคลอง การทดน้ำ การส่งน้ำ และการสูบน้ำช่วยเหลือพื้นที่เพาะปลูกอย่างทั่วถึง 

ในสมัยรัชกาลที่ 9 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงสนพระราชหฤทัยในการศึกษาและพระ ราชทานแนวพระราชดำริอันเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง ในการพัฒนาแหล่งน้ำมาตลอด เช่น โครงการอ่างเก็บน้ำเขาเต่า ที่อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ อันเป็นโครงการพัฒนาแหล่งน้ำ อันเนื่องมาจากพระราชดำริแห่งแรก ที่กรมชล ประทานก่อสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2506 ซึ่งในรัชกาลของพระองค์ได้ทรงมีพระราชดำริให้กรมชลประทานดำเนินงาน พัฒนาแหล่งน้ำทั่วประเทศมาแล้วประมาณ 2,000 โครงการ

 

....................................................................

 

    ทำเนียบอธิบดีกรมชลประทาน RID Director General 
         
1   1902-1909  Mr.Yehoman vander Heide 2445-2452 นายเย โฮมัน วันเดอร์ ไฮเด
2   1909 Mr.Wantu Bergen 2452 นายวันทู เบอร์เก็น
3   1909-1912 Phraya Sawasdi Voravidhi 2452-2455 พระยาสวัสดิ์วรวิถี
4   1914 Sir Thomas Ward 2457 เซอร์ ทอมมัส วอร์ด
5   1914-1922 Mr.R.C.R. Wilson  2457-2465 นายอาร์ ซี อาร์ วิลสัน
6   1922-1923 Chao Phraya Phollathep 2465-2466 เจ้าพระยาพลเทพ
7   1923-1936 Phraya Chonlamakphichan 2466-2479 พระยาชลมารคพิจารณ์
8   1936-1942 Major General Phra Udom Yothathiyuth (1st time) 2479-2485 พลตรีพระอุดมโยธาธิยุต
9   1942-1943 Phra Phisan Sukhumvit 2485-2486 พระพิศาลสุขุมวิท
10   1943 Mr.Charoon Seubsaeng 2486-2486 นายจรูญ สืบแสง
11   1946-1948 Luang Sinthukitpreecha 2490-2491 หลวงสินธุกิจรปรีชา
  1943 Major General Phra Udom Yothathiyuth (2nd time) 2486 พลตรีพระอุดมโยธาธิยุต
  1943-1946 Major General Phra Udom Yothathiyuth (3 rd time) 2486-2489 พลตรีพระอุดมโยธาธิยุต
12   1949-1966 M.L.Xujati Kambhu 2492-2509 ม.ล.ชูชาติ กำภู
13   1966-1971 M.L.Choengchani Kambhu 2509-2514 ม.ล.เชิงชาญ กำภู
14   1971-1975 Mr. Sawaeng Phunsuk 2514-2518 นายแสวง พูลสุข
15   1975-1979 Mr. Manus Pitiwong 2518-2522 นายมนัส ปิติวงษ์
16   1979-1984 Capt. Soonthorn Ruanglek 2522-2527 ร.อ. สุนทร เรืองเล็ก
17   1984-1986 Mr. Prakaiproek Srutanond 2527-2529 นายประกายพฤกษ์ ศรุตานนท์
18   1986-1988 Mr. Suha  Thanomsingha 2529-2531 นายสุหะ ถนอมสิงห์
19   1988-1990 Mr. Chari Tulayanond 2531-2533 นายจริย์ ตุลานนท์
20   1990-1991 Mr. Lek Chindasa-nguan 2533-2534 นายเล็ก จินดาสงวน
21   1991-1992 Mr. Yuth Kingkate 2534-2535 นายยุทธ กิ่งเกตุ
22   1992-1995 Mr.Sawad Wattanayagorn 2535-2538 นายสวัสดิ์ วัฒนายากร
23   1995-1996 Mr. Roongrueng Chulajata 2538-2540 นายรุ่งเรือง จุลชาติ
24   1997-1999 Mr. Pramote Maiklad 2540-2542 นายประโมทย์ ไม้กลัด
25   1999-2002 Mr. Kitcha Polparsi 2542-2545 นายกิจจา ผลภาษี
26   2002-2007 Mr. Samart Chokkanapitark 2545-2550 นายสามารถ โชคคณาพิทักษ์
27   2007-2009 Mr. Theera Wongsamut 2550-2552 นายธีระ วงศ์สมุทร
28   2009-present Mr. Chalit Damrongsak 2552- 2555 นายชลิต  ดำรงศักดิ์
Ditcher
29
  2009-present Mr. Lertwiroj Kowattana 2555- ปัจจุบัน นายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ
         
         
         
         
         
         
         
         
         
         
         
         
     

 

 

หน้าแรก  ข่าวโครงการพระราชดำริ
ข่าวโครงการพระราชดำริ
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี เสด็จฯในพื้นที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์

2429_copy

 

 

 

อ่านเพิ่มเติม...
 
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯเสด็จฯเรือนประทับแรมอ่างเก็บน้ำห้วยเสนง จ.สุรินทร์
2591
อ่านเพิ่มเติม...
 
สมเด็จพระเทพฯ เสด็จฯนำคณะกรรมการมูลนิธิรางวัลเจ้าฟ้ามหิดลทัศนศึกษาอ่างเก็บน้ำพระปรง
2537
อ่านเพิ่มเติม...
 
เสด็จพระราชดำเนินนำคณะกรรมการนานาชาติมูลนิธิรางวัลเจ้าฟ้ามหิดล ทัศนศึกษา โครงการกาสรกสิวิทย์
2545
อ่านเพิ่มเติม...
 
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯไปทรงเปิดป้ายศาลขุนหาญพิทักษ์ไพรวัน)
2491
อ่านเพิ่มเติม...
 
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯงานของดีเมืองนรา
2457
อ่านเพิ่มเติม...
 
บทความ อื่นๆ ...
«เริ่มแรกย้อนกลับ12345678910ถัดไปสุดท้าย»

  พิมพ์  

 

     

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน