• นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 2414
  • จำนวนผู้ชม : 1871059
  • จำนวนผู้โหวต : 418
  • ส่ง msg :
  • โหวต 418 คน
<< พฤษภาคม 2017 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31      

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันศุกร์ ที่ 19 พฤษภาคม 2560
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 408 , 18:10:25 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน สิงห์นอกระบบ โหวตเรื่องนี้

สวัสดีครับ

         นายถาวร เสนเนียม พูดถึงเรื่องการปฏิรูปตำรวจอย่างไม่เห็นด้วย ดังนี้;

19 พ.ค.60 นายถาวร เสนเนียม อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า กรณีข้อเสนอของอนุกรรมาธิการเฉพาะกิจเพื่อศึกษาแผนการปฏิรูปกิจการตำรวจ ในคณะกรรมการประสานงานระหว่างสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช) และสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ที่มี พล.ต.ท.บุญเรือง ผลพานิชย์ เป็นประธาน เสนอให้ย้ายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) มาสังกัดกระทรวงยุติธรรมนั้น ตนเห็นว่าการย้าย สตช.ไปอยู่ภายใต้รัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรม ซึ่งตัวรัฐมนตรีในอนาคตเป็นใครยังไม่ทราบ ก็จะเป็นการนำองค์กรตำรวจ ซึ่งเป็นต้นธารของกระบวนการยุติธรรม ไปอยู่ใต้อิทธิพลของฝ่ายการเมืองอยู่ดี

         ขอย้ำที่ "ตนเห็นว่าการย้าย สตช.ไปอยู่ภายใต้รัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรม ซึ่งตัวรัฐมนตรีในอนาคตเป็นใครยังไม่ทราบ ก็จะ

เป็นการนำองค์กรตำรวจ ซึ่งเป็นต้นธารของกระบวนการยุติธรรม ไปอยู่ใต้อิทธิพลของฝ่ายการเมืองอยู่ดี" ครับ แล้วขอสมมุตว่า

หากได้รัฐมนตรีอย่าง เฉลิม อยู่บำรุง จะเป็นอย่างไรล่ะครับ

         นอกจากนั้น ยังอ้างเหตุผลเพื่อป้องกันตำรวจรีดไถ จึงจะขึ้นเงินเดือนตำรวจเป็นสองเท่า คนไทยก็งงไปตามกันเชียวครับ

ที่ผ่านมาก็มีการอ้างอย่างเดียวกัน แล้วตำรวจก็ยังมีการรีดไถอยู่ดี

 

แนวหน้า

 

'สืบศักดิ์'พ้นมลทิน! มท.เซ็นอนุมัติกลับนั่ง'ผู้ว่าฯแม่ฮ่องสอน'

 

 

วันศุกร์ ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2560, 17.00 น.
 

19 พ.ค.60 ที่กระทรวงมหาดไทย นายกฤษฎา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย นายประยูร รัตนเสนีย์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ฐานะประธานคณะกรรมการสอบฯ ร่วมแถลงผลสอบข้อเท็จจริงกรณี นายสืบศักดิ์ เอี่ยมวิจารณ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน ถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการซื้อบริการเยาวชนใน จ.แม่ฮ่องสอน

โดย นายกฤษฎา กล่าวว่า 1.จากที่คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงฯ ใช้เวลาสอบ 30 วัน สอบทั้งพยานในพื้นที่ พยานแวดล้อม พยานผู้รู้เห็น และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องรวม 29 ปาก เบื้องต้น นายสืบศักดิ์ได้ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา 2.ที่มีการกล่าวอ้างว่านายสืบศักดิ์ได้เดินทางไป จ.แม่ฮ่องสอน ในวันที่ 22 - 23 ก.ย.59 นั้น นายสืบศักดิ์ได้นำพยานหลักฐานว่าวันเวลาดังกล่าว ได้เข้ารับการอบรมอยู่ที่กรุงเทพฯ นอกจากนี้ ตนยังได้สั่งให้คณะกรรมการไปตรวจสอบรายชื่อของผู้ที่เดินทางในเที่ยวบินจากกรุงเทพฯ ไป จ.เชียงใหม่ และจาก จ.เชียงใหม่ ไป จ.แม่ฮ่องสอน ก็ไม่พบรายชื่อของนายสืบศักดิ์เดินทางในช่วงเวลาดังกล่าว

3.ที่มีการกล่าวหาว่ามีการจัดเด็กไปให้บริการในงานเลี้ยงต้อนรับผู้ว่าฯ แม่ฮ่องสอน ที่รีสอร์ทแห่งหนึ่ง ในวันที่ 1 ต.ค.59 นั้น ทางคณะกรรมการฯ ได้ลงพื้นที่ไปสอบสวนผู้อยู่ในเหตุการณ์ ซึ่งทุกคนต่างให้การตรงกันว่า การจัดเลี้ยงต้อนรับนั้นจัดที่โรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่ง ไม่ใช่ที่รีสอร์ท และภายในงานเลี้ยงมีเพียงการผูกข้อมือตามประเพณี ไม่มีการจัดเลี้ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

และ 4.จากการสอบปากคำเด็กหญิง 2 ราย ซึ่งเป็นผู้เสียหาย ปรากฏว่าเด็กหญิงทั้ง 2 คน ยืนยันว่าไม่ใช่นายสืบศักดิ์ที่ซื้อบริการ และตอนชี้ภาพก็ไม่ได้ชี้ภาพนายสืบศักดิ์

อย่างไรก็ตาม ตนพิจารณาแล้วเห็นว่าเรื่องดังกล่าวไม่เข้าเงื่อนไขที่จะสอบวินัยผู้ว่าฯ แม่ฮ่องสอน จึงขอสั่งยุติเรื่องดังกล่าวตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

เมื่อถามว่า จะส่งตัวผู้ว่าฯ แม่ฮ่องสอน กลับไปปฏิบัติหน้าที่ที่ จ.แม่ฮ่องสอน อีกหรือไม่ นายกฤษฎา กล่าวว่า เนื่องจากขณะนี้ตนได้มอบหมายให้นายสืบศักดิ์ มาช่วยราชการที่กระทรวงมหาดไทย โดยดูแลเรื่องแผนงบประมาณจังหวัดประจำปี 60 และ 61 ซึ่งขณะนี้งานยังติดพันอยู่ คาดว่าประมาณ 2 สัปดาห์ จะแล้วเสร็จ จากนั้นจะมีคำสั่งให้นายสืบศักดิ์ กลับไปปฏิบัติหน้าที่ที่ จ.แม่ฮ่องสอน ตามเดิม เพราะตามกฎหมายแล้วนายสืบศักดิ์ยังคงมีตำแหน่งเป็นผู้ว่าฯ แม่ฮ่องสอน อยู่

เมื่อถามว่า ได้แจ้งเรื่องดังกล่าวกับนายสืบศักดิ์แล้วหรือไม่ นายกฤษฎา กล่าวว่า ขณะนี้ได้ให้ทางฝ่ายกฎหมายตรวจสอบเรื่องเอกสารอยู่ คาดว่าประมาณอีก 1 - 2 วัน จะสามารถแจ้งเรื่องนี้เป็นลายลักษณ์อักษรได้ แต่ได้แจ้งไปทางวาจาแล้ว เพื่อให้นายสืบศักดิ์เกิดความสบายใจ

"เรื่องนี้เป็นเรื่องที่น่าเห็นใจ เพราะผู้ว่าฯ ต้องทำงานมากมาย ดังนั้น ระหว่างที่มีการสอบสวน ท่านต้องใช้ความอดทนอย่างมาก ขอให้ทุกฝ่ายเห็นใจท่านด้วย แต่คนเป็นผู้ว่าฯ ถึงอย่างไรก็ต้องอดทนและเข้มแข็ง" ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าว

 

ล็อกราชประสงค์! ห้ามนปช.จัดรำลึก7ปี/รวบแม่น้องเกด-พวกฝ่าฝืน

วันศุกร์ ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2560, 16.33 น.
 

19 พ.ค.60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีความเคลื่อนไหวจากกลุ่มคนเสื้อแดงเนื่องในวาระครบรอบ 7 ปี การสลายการชุมนุมแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ในปี 2553 โดยเฉพาะจากฝ่ายญาติผู้เสียชีวิตและนักกิจกรรมทางการเมือง มีการนัดหมายเพื่อจัดกิจกรรมรำลึกเหตุการณ์ดังกล่าวบริเวณแยกราชประสงค์

ขณะเมื่อช่วงเช้า นายกิติรัตน์ ณ ระนอง แกนนำพรรคเพื่อไทย ได้โพสต์ภาพเซลฟี่ของตัวเองบริเวณสี่แยกราชประสงค์ และหน้าร้านแมคนัลด์ พร้อมข้อความสั้นๆ ระบุว่า "19 พ.ค.2553... ที่นี่มีคนตาย... ขอดวงวิญญาณไปสู่สุขติด้วยเถิด..."

อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำรั้วเหล็กไปล้อมบริเวณป้ายสี่แยกราชประสงค์หน้าห้างเกษรพลาซ่าไว้ ห้ามประชาชนเข้าใกล้ โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวนหนึ่งเฝ้าจับตาสถาการณ์อย่างใกล้ชิด

ขณะที่ความเคลื่อนไหวฝั่ง นปช.เมื่อเวลา 08.00 น.ที่อิมพีเรียลเวิลด์ ลาดพร้าว ได้มีการนิมนต์พระ 10 รูป มาทำพิธีถวายสังฆทาน เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้กับดวงวิญญาณของวีรชนในเหตุการณ์ เมษายน - พฤษภาคม ปี 53 เช่นเดียวกับที่วัดปทุมวนาราม เมื่อเวลา 10.40 น.มีการจัดงานทำบุญรำลึกครบรอบ 7 ปี เหตุการณ์ดังกล่าว

เวลาประมาณ 14.30 น.ที่วัดปทุมวนาราม ญาติผู้เสียชีวิตจัดกิจกรรม "walk for justice” ร่วมแสดงละครใบ้ ส่องโคมตามหาความยุติธรรม หลัง 7 ปี คดีความตายไม่คืบ นำโดย นางพะเยาว์ อัคฮาด มารดา น.ส.กมลเกด อัคฮาด พยาบาลอาสาที่เสียชีวิต นายพันธ์ศักดิ์ ศรีเทพ หรือพ่อน้องเฌอ บิดาของ นายสมาพันธ์ ศรีเทพ หนึ่งในผู้เสียชีวิต

ทั้งนี้ ล่าสุด เฟสบุ๊ก นายอานนท์ นำภา รายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจขอกลุ่มดังกล่าวให้ไม่ทำกิจกรรม พร้อมปิดประตูไม่ให้เดินออกจากโบสถ์ พร้อมควบคุมตัวทั้ง 8 คน ขึ้นรถตู้ไปสอบปากคำที่ สน.ปทุมวัน แล้ว โดยยังไม่ทราบข้อกล่าวหา สำหรับรายชื่อผู้ที่ถูกควบคุมตัว 8 คน ประกอบด้วย 1.กฤษณะ ไก่แก้ว 2.พิชญ อนันตเศรษฐ 3.อานนท์ นำภา 4.พะเยาว์ อัครฮาด 5.สิริวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ 6.พันศักดิ์ ศรีเทพ 7.วรรณเกียรติ ชูสุวรรณ และ 8.ณัฐพัชร อัครฮาด

 

'เจ้าสัว'สะดุ้ง! 'ศรีวราห์'บี้คดี'อนันต์ อัศวโภคิน'ฟอกเงิน

วันศุกร์ ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2560, 17.48 น.
 

เวลา 14.15 น. วันที่ 19 พ.ค.60 ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพรามณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) พร้อมด้วยพล.ต.ต.สมบัติ มิลินทจินดา รอง ผบช.ภ.1 เดินทางเข้าพบพ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ และคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อติดตามความคืบหน้าการดำเนินคดีที่เกี่ยวข้องกับวัดพระธรรมกาย               

พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวว่า การเดินทางมาในวันนี้ เพื่อสอบถามความคืบหน้า และเร่งรัดการดำเนินคดีที่เกี่ยวข้องกับวัดพระธรรมกายในส่วนของการดำเนินคดีบุกรุกพื้นที่ของวัด และขอให้คณะพนักงานสอบสวนดำเนินการออกหมายจับพระธัมมชโย อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ผู้ต้องหาตามหมายจับข้อหาสมคบกันและร่วมกันฟอกเงิน และรับของโจร ในคดีสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด รวมถึงการดำเนินคดี อาคารบุญรักษา ที่ตั้งอยู่ภายในวัดพระธรรมกาย เป็นการทำความผิดเกี่ยวกับตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร และคดีบุกรุกพื้นที่ป่าด้วย 

พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ยังมาสอบถามความคืบหน้ากรณีที่ดีเอสไอ ออกหมายเรียก นายอนันต์ อัศวโภคิน ประธานคณะกรรมการบริหารบริษัทแลนด์แอนด์เฮาส์ จำกัด (มหาชน) เข้ารับทราบข้อกล่าวหาสมคบกันและร่วมกันฟอกเงิน ในคดีสหกรณ์ฯคลองจั่น หลังพยานหลักฐานพบว่า มีการซื้อที่ดินจากนายศุภชัย ศรีศุภอักษร ผู้ต้องหาและอดีตประธานสหกรณ์ฯคลองจั่น ซึ่งในส่วนนี้ ดีเอสไอได้ทำการยึดอายัดที่ดินแล้ว และทางตำรวจได้ยึดอายัดอาคารบุญรักษา ซึ่งเป็นโรงพยาบาล  ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งตนอยากทราบว่ามีความเกี่ยวข้องเกี่ยวพันอย่างไรบ้าง และมีใครที่ดีเอสไอพาดพิงและมีพยานหลักฐานชัดเจนหรือไม่ เพื่อที่จะได้มีการดำเนินคดีในส่วนที่เกี่ยวข้องกับตำรวจต่อไป

รอง ผบ.ตร. กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีที่เกี่ยวโยงกับนายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ ประธานกรรมการ บ.ไทยแอ็กโกร เอ็กซ์เชนจ์ จำกัด (ตลาดไท) เนื่องจากนายประดิษฐ์ ได้ซื้อที่ดินต่อจากนายอนันต์นั้น กรณีนี้เราก็ต้องสอบถามทางคณะพนักงานสอบสวนดีเอสไอเช่นกัน เพื่อให้เกิดความชัดเจนในการดำเนินคดี

อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้ตนจะเดินทางไปที่สภ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เพื่อประชุมกับพนักงานสอบสวนเพิ่มเติม อีกทั้งหากดีเอสไอให้พยานหลักฐานพาดพิงเพิ่มเติมถึงใคร เราก็จะพิจารณาดำเนินการออกหมายจับต่อไป แต่ทางตำรวจจะรับผิดชอบเฉพาะเรื่องความผิดที่เกี่ยวข้องกับตัวอาคาร

สำหรับในส่วนการดำเนินการติดตามจับกุมตัวพระธัมมชโย มาดำเนินคดีตามกฎหมายนั้น พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวว่า มีชุดสืบสวนสอบสวนได้ติดตามอยู่ตลอดตั้งแต่ดีเอสไอได้มีการออกหมายจับ แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่พบข้อมูลว่าพระธัมมชโยได้หลบหนีออกนอกประเทศแต่อย่างใด

ชงปปช.ฟัน110จนท. โยงแก๊งรถหรูเถื่อน/ผงะ!เกือบ4พันคัน

 

วันศุกร์ ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2560, 14.50 น.
 

ดีเอสไอทลายขบวนการนำเข้ารถหรูเลี่ยงภาษี ผงะ!ตรวจสอบพบเข้าข่ายความผิดเกือบ 4 พันคัน ทำรัฐเสียหายกว่า 2,400 ล้านบาท  รองปลัดยธ.เผยเคยส่งรายชื่อจนท.รัฐล็อตใหญ่ 110 รายชื่อให้ปปช.เชือดหลังตรวจพบมีเอี่ยว

วันนี้ (19 พ.ค.) เวลา 11.00 น. ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วย พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร รองอธิบดีดีเอสไอ พ.ต.ท.ปกรณ์ สุชีวกุล ผบ.สำนักคดีการเงินการธนาคาร ดีเอสไอ นายนพดล รัตนเสถียร ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านคดีพิเศษ ดีเอสไอ และนายอังเดร วิตาโลเน่ ตำรวจสากลชาวอิตาลี ร่วมแถลงผลการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมพิเศษ กลุ่มขบวนการกระทำผิดเกี่ยวกับการลักลอบและหลีกเลี่ยงภาษีศุลกากร อันส่งผลกระทบต่อการจัดเก็บรายได้ของรัฐ มูลค่ากว่า 2,400 ล้านบาท

พ.ต.อ.ไพสิฐกล่าวว่า สืบเนื่องจากกรณีรถเทรลเลอร์บรรทุกรถยนต์หรูที่ถูกไฟไหม้ที่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา เมื่อวันที่ 29 พ.ค. 2556 จึงได้มีการสอบสวนขยายผลบริษัทผู้นำเข้ารถยนต์ที่ระบุใบราคาสินค้าขาเข้าต้องแสดงต่อกรมศุลกากรเพื่อเสียภาษีอากร โดยมีการสำแดงราคาต่ำกว่าราคาเป็นจริง ซึ่งราคาเฉลี่ยผู้นำเข้าคือไม่เกินร้อยละ 40 ของราคารถยนต์ที่บริษัทผู้ผลิตในประเทศต้นกำเนิดรถยนต์จำหน่าย กระทั่งวันที่ 18 พ.ค. 60 ที่ผ่านมาดีเอสไอดำเนินการขอหมายค้นต่อศาลอาญาเพื่อตรวจค้นสถานที่เป้าหมายจำนวน 9 แห่ง และสามารถอายัดรถยนต์ได้จำนวน 122 คัน เป็นรถหลายยี่ห้อ เช่น ลัมบอร์กินี, แมคลาเรน, โลตัส เป็นต้น จาก 5 จุดตรวจค้น ทั้งนี้ ภาษีที่ขาดโดยเฉลี่ยประมาณ 10-18 ล้านบาทต่อคัน รวมแล้วรัฐเสียหายเป็นจำนวนเงินทั้งสิ้นประมาณ 2,400 ล้านบาท

ด้าน พ.ต.ท.กรวัชร์ เปิดเผยว่า ดีเอสไอประสานการทำงานร่วมกับต่างประเทศ ตาม พ.ร.บ.ความร่วมมือระหว่างประเทศในเรื่องทางอาญา ตนและทีมงานต้องเดินทางไปหาข้อมูลจากบริษัทผู้ประกอบการรถดังกล่าวทั้งประเทศอิตาลี และประเทศอังกฤษ ใช้ความพยายามค่อนข้างมากเนื่องจากต้องค้นข้อมูลบริษัทย้อนหลังหลายปี แต่ขณะนี้ถือว่าประสบความสำเร็จ สามารถตอบคำถามสังคมได้

“ยกตัวอย่าง รถหนึ่งคันนำเข้าจากประเทศอิตาลีที่ตรวจยึดมาได้นั้น จากการตรวจสอบเลขตัวถังและเลขเครื่องยนต์ ตรงตามข้อมูลบริษัทผู้ประกอบการ ราคาขายที่นั้นราคา 12 ล้านบาท (286,000 ยูโร) เมื่อกระบวนการจัดส่งทำเอกสารภาษียื่นกรมศุลกากร เหลือราคาประมาณ 3.4 ล้านบาท (105,000 ดอลลาร์สหรัฐ) เป็นการเปลี่ยนสกุลเงินเพื่อให้ราคารถสำแดงที่คูณกับ 328 เปอร์เซ็นต์ คือ ภาษีนำเข้าที่ต้องเสียนั้นราคาต่ำลง โดยคำนวณอัตราแลกเปลี่ยนในวันเดียวกัน ทำให้การประเมินภาษีเหลือ 11 ล้านบาท ซึ่งจริงแล้วต้องเสียภาษี 41 ล้านบาท และภาษีขาดหายไปร่วม 30 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม รถแต่ละคันภาษีแตกต่างกันตามรุ่นและยี่ห้อ” พ.ต.ท.กรวัชร์เผย

พ.ต.ท.กรวัชร์ เผยอีกว่า สำหรับวิธีการนำรถเลี่ยงภาษีเข้ามายังประเทศไทยนั้น ขบวนการดังกล่าวจะทำรายการสินค้าขึ้นมาเอง และส่งให้เจ้าหน้าที่กรมศุลกากรรับชำระภาษีตามราคาแจ้ง ซึ่งดีเอสไอต้องไปตรวจสอบเอกสารว่ามีการปลอมขึ้นมาหรือไม่ต่อไป นอกจากนี้ ดีเอสไอจะดำเนินการตรวจสอบทุกบริษัทที่นำเข้ารถหรูและข้อมูลย้อนหลังทราบว่ามีรถดังกล่าวเป็นจำนวนหมื่นกว่าคัน

ขณะที่ พ.ต.อ.ดุษฎี กล่าวว่า ในช่วงที่ตนเป็นเลขาธิการ ป.ป.ท.ตรวจสอบการกระทำผิดของเจ้าหน้าที่รัฐเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว และส่งรายชื่อให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตรวจสอบแล้วกว่า 110 รายชื่อ แต่ยังไม่สามารถหาราคาซื้อขายจริงได้ พอมาอยู่กระทรวงยุติธรรม กำกับดูแลดีเอสไอจึงให้สืบสวนผู้นำเข้าเพราะต้องร่วมมือกับเจ้าหน้าที่รัฐจนสามารถจับกุมขบวนการดังกล่าวได้ และเหตุการณ์นี้ต้องยึดอายัดรถเอาไว้เพื่อป้องกันบุคคลที่ 3 ซื้อไปโดยผู้ซื้อไม่ทราบอาจเป็นผู้ร่วมกระทำผิดได้ หลังจากนี้กำชับให้ดีเอสไอทำตามหลักฐานกับรถจดประกอบเพราะมีพฤติการณ์คล้ายกัน

ด้าน นายนภดล กล่าวว่า ส่วนกรณีขบวนการนำรถยนต์ใช้แล้วเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อจดประกอบเป็นรถยนต์จากอุปกรณ์ชิ้นส่วนรถยนต์เก่า ดีเอสไอดำเนินการตรวจสอบข้อมูลจากต่างประเทศที่กรมการขนส่งทางบกนำส่งข้อมูลมาให้ 7,123 คัน จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าเข้าข่ายเป็นความผิด จำนวน 3,773 คัน ดังนี้ 1. ความผิดตามมาตรา 27 หรือ มาตรา 27 ทวิ พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2469 จำนวน 1,038 คัน รับเป็นคดีพิเศษแล้ว 25 คัน และอยู่ระหว่างการดำเนินการสืบสวนเพื่อพิจารณาเป็นคดีพิเศษอีก 1,013 คัน แบ่งเป็นรถหรูมูลค่าเกิน 4 ล้านบาท พบความผิด 98 คัน เป็นคดีพิเศษแล้ว 25 คัน มีผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องในการกระทำความผิดทั้งนิติบุคคล, บุคคลธรรมดา, เจ้าหน้าที่รัฐ และได้มีการแจ้งข้อกล่าวหาต่อผู้ต้องหาแล้ว รวมทั้งอยู่ระหว่างการพิจารณาเป็นคดีพิเศษ 73 คัน นอกจากนี้ รถมูลค่าไม่เกิน 4 ล้านบาท พบความผิดจำนวน 940 คัน และอยู่ระหว่างการพิจารณาเป็นคดีพิเศษ

นายนภดล กล่าวต่อว่า 2. ความผิดตามมาตรา 6 พ.ร.ก.พิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. 2530 จำนวน 2,735 คัน ซึ่งได้นำส่งข้อมูลรถจดประกอบให้กรมศุลกากรพิจารณาดำเนินการเรียกเก็บอากรโครงตัวถังและเครื่องยนต์ที่นำเข้ามาจดประกอบเป็นรถยนต์ครบชุดสมบูรณ์ จำนวน 848 คัน และมีมติส่งให้ดีเอสไอดำเนินคดีอาญา จำนวน 205 คัน โดยดีเอสไอออกเลขคดีพิเศษเพื่อดำเนินคดีกับกลุ่มผู้กระทำความผิดไปแล้ว จำนวน 27 คัน ทั้งนี้ คงเหลือข้อมูลรถจดประกอบที่ต้องนำส่งกรมศุลกากรพิจารณาจำนวน 1,887 คัน ขณะนี้อยู่ระหว่างรอผลข้อมูลหมายเลขตั้งต้นโครงตัวถังรถยนต์และหมายเลขเครื่องยนต์จากโรงงานผู้ผลิตจากต่างประเทศ

“ผู้ครอบครองรถปัจจุบัน อย่าหลงเชื่อกลุ่มบุคคลที่แอบอ้างว่าสามารถตกลงกับเจ้าหน้าที่ไม่ให้มีการดำเนินคดี และไม่ต้องนำรถยนต์มาส่งมอบให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตรวจสอบรถยนต์ เพราะเบื้องต้นรถยนต์ที่ท่านได้ครอบครองไว้ตามรายการดังกล่าวจำนวน 73 คัน มีหลักฐานน่าเชื่อถือว่าอาจเข้าข่ายกระทำผิดตามกฎหมาย ทั้งนี้เพื่อประโยชน์ต่อผู้ครอบครองรถยนต์ดังกล่าว และเป็นการปกป้องสิทธิของผู้ที่จะครอบครองรถยนต์รายต่อไป จึงให้ท่านนำรถยนต์ที่ครอบครองมาส่งมอบให้เจ้าหน้าที่ดีเอสไอได้ดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป” นายนพดล กล่าวทิ้งท้าย

 

 

'บิ๊กเจี๊ยบ'ลั่นตามโบราณวัตถุกลับคืนไทย จ่อชง'อุทยานศรีเทพ'เป็นมรดกโลก

 
วันศุกร์ ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2560, 14.44 น.
 

“บิ๊กเจี๊ยบ” ลั่นตามโบราณวัตถุ ที่กระจายในต่างประเทศ กลับคืนสู่ไทยให้เร็วที่สุด เผย 2 - 3 ปี ทวงคืนมาได้นับร้อยๆ ชิ้น จ่อชง “อุทยานศรีเทพ” เป็นมรดกโลกต้นปี 61

19 พ.ค.60 เมื่อเวลา 11.05 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการทวงคืนสมบัติของชาติประเภทโบราณวัตถุบางส่วนที่อยู่ในต่างประเทศกลับคืนมาว่า เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม ตนได้ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ จ.เพชรบูรณ์ ซึ่งบริเวณนั้นถือเป็นหลักฐานทางโบราณคดีในสมัยทวารวดีที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และเรากำลังดำเนินการเก็บข้อมูลทางวิชาการเพื่อตรวจสอบทางวิทยาศาสตร์ โดยเอาส่วนประกอบต่างๆ เช่น หิน ดิน ฟัน หรือแม้แต่โครงกระดูกไปตรวจหาข้อเท็จจริง ซึ่งพบว่ามีอายุ 1,700 ปี

นอกจากนี้ ทางกรมศิลปากร จะเชิญผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศมาดำเนินการด้านเอกสารและงานวิจัย และเมื่อเรียบร้อยแล้ว ก็คาดว่าช่วงต้นปี 2561 ตนจะให้ผู้ที่เกี่ยวข้องเสนอต่อองค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) เพื่อขอให้อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก

“อย่างไรก็ตามโบราณวัตถุที่เป็นของไทยที่กระจายอยู่ในขณะนี้ เรากำลังสืบและหาข้อมูล เนื่องจากมีผู้ที่เปิดเผยข้อมูลต่างๆ เหล่านี้ ชิ้นไหนที่เราพบก็จะพยายามดำเนินการเอากลับมา ทั้งนี้ 2-3 ปีที่ผ่านมาสามารถติดตามกลับมาได้เป็นร้อยๆ ชิ้น ทั้งจากสหรัฐฯ และประเทศต่างๆ เรายืนยันว่าจะไม่นิ่งนอนใจ อะไรที่เป็นของเราแน่นอนเราจะติดตามจนถึงที่สุด” พล.อ.ธนะศักดิ์ กล่าว

‘ถาวร เสนเนียม’ปูดปฏิรูปตำรวจมีเบื้องหลัง ชี้สังกัดยุติธรรมไม่พ้นอิทธิพลฝ่ายการเมือง

วันศุกร์ ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2560, 15.04 น.
 

19 พ.ค.60 นายถาวร เสนเนียม อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า กรณีข้อเสนอของอนุกรรมาธิการเฉพาะกิจเพื่อศึกษาแผนการปฏิรูปกิจการตำรวจ ในคณะกรรมการประสานงานระหว่างสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช) และสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ที่มี พล.ต.ท.บุญเรือง ผลพานิชย์ เป็นประธาน เสนอให้ย้ายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) มาสังกัดกระทรวงยุติธรรมนั้น ตนเห็นว่าการย้าย สตช.ไปอยู่ภายใต้รัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรม ซึ่งตัวรัฐมนตรีในอนาคตเป็นใครยังไม่ทราบ ก็จะเป็นการนำองค์กรตำรวจ ซึ่งเป็นต้นธารของกระบวนการยุติธรรม ไปอยู่ใต้อิทธิพลของฝ่ายการเมืองอยู่ดี

‘ถามว่าจะเป็นการปฏิรูปจริงหรือไม่ ที่สำคัญตัวประธานอนุฯ พล.ต.ท.บุญเรือง สังคมรู้ว่ามีความสนิทสนมกับใครบางคนในผู้มีอำนาจ ดังนั้นการระบุว่าเป็นการปฏิรูปตำรวจของ สนช.และ สปท.ในครั้งนี้ ขอให้สังคมจับตาดูว่า สนช. และ สปท.มาจากไหน ทำงานให้ใคร เพราะแผนปฏิรูปตำรวจตามที่ปรากฏเป็นข่าว ไม่มีการระบุถึงการกระจายอำนาจให้ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค มีอำนาจในการแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจในพื้นที่ รวมถึงไม่มีการกล่าวถึงการคืนอำนาจหน้าที่ของส่วนราชการอื่น ให้ตรงกับภารกิจของหน่วยงานนั้นๆที่ซ้ำซ้อน’ นายถาวร กล่าว

นายถาวร กล่าวด้วยว่า ดังนั้นจึงอยากเตือนให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พึงระวังในข้อเสนอที่ระบุว่าเป็นการปฏิรูปตำรวจในครั้งนี้ เพราะไม่ใช่แนวทางที่แท้จริงของการปฏิรูปตำรวจที่ประชาชนและสังคมต้องการ การปฏิรูปตำรวจไม่ใช่แค่เปลี่ยนแปลงบางอย่าง โดยการเพิ่มสิทธิประโยชน์ให้ตำรวจชั้นผู้น้อย แล้วมากล่าวอ้างว่าเป็นการปฏิรูปตำรวจ เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ที่สังคมจับตามอง จึงขอให้นายกฯพิจารณาให้รอบคอบถี่ถ้วน

...........................................................

19 พฤษภาคม 2560

 



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
นายยั้งคิด วันที่ : 20/05/2017 เวลา : 12.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

ตอบ ความคิดเห็นที่ 1นายยั้งคิด ถูกใจสิ่งนี้ ถูกใจความคิดเห็นนี้ (1)
like เรียบร้อยแล้ว

สิงห์นอกระบบ
.............................................
อิทธิพลฝ่ายการเมืองทำได้ตามใจชอบแม้กระทั่งการสังหารในสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ มีการจัดตั้งนปช.เป็นฝ่ายปลุกระดมมวลชน พร้อมทั้งฟอกให้รัฐบาลจาก 'เน่าเหม็น' ให้กลายเป็นสดใส ขณะเดียวกันก็ต่อต้านมวลชนฝ่ายตรงข้ามด้วย

ความคิดเห็นที่ 1 นายยั้งคิด ถูกใจสิ่งนี้ (1)
สิงห์นอกระบบ วันที่ : 20/05/2017 เวลา : 12.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nfedlion

ไม่ลืมการฆาตกรรมพลเอกร่มเกล้าและทหารของชาติที่สี่แยกคอกวัวด้วยครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน