*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 4080
  • จำนวนผู้ชม : 2555830
  • จำนวนผู้โหวต : 528
  • ส่ง msg :
  • โหวต 528 คน
<< มิถุนายน 2017 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30  

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันศุกร์ ที่ 16 มิถุนายน 2560
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 771 , 22:40:54 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน แม่หมี โหวตเรื่องนี้

สวัสดีครับ

         ผู้อยู่อาศัยตามมุมต่างๆของกทม. มีสวนสาธารณะให้พักผ่อนหย่อนใจ หรือให้เป็นที่ออกกำลังกายหลายต่อหลายแห่ง

คนอยู่บ้านนอกที่โล่งๆ กลับไม่ค่อยมีที่ออกกำลังกายที่กว้างขวางและสวยงามเสียอีกด้วยซ้ำไป

         'คม ชัด ลึก ' นำประมวลภาพสวนสาธารณะพระราม 3 ของกทม.มาอวดกันครับ

 

คม ชัด ลึก

บรรยากาศ สวนสาธารณะพระราม 3
 

รวมรูปภาพบรรยากาศ สวนสาธารณะพระราม 3
 

ประชาชนเดินทางมาออกกำลังกายในช่วงเช้าภายใน “สวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบ พระชนมพรรษา” หรือ สวนพระราม 3 ริมแม่น้ำเจ้าหระยา ฝั่งถนนพระราม 3 ซึ่งเปิดให้บริการเมื่อปี พ.ศ.2543

โดยการทางพิเศษแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่ มีหนังสือแจ้งมายังกรุงเทพมหานคร ในฐานะผู้ใช้สถานที่ว่าต้องการขอคืนพื้นที่สวนพระราม 3 ทั้งหมดจำนวน 29 ไร่ หนังสือลงวันที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2560 และขอให้คืนพื้นที่ภายในเวลา 60 วัน ทำให้ประชาชนจะสามารถใช้บริการสวนแห่งนี้ได้ถึงวันที่ 28 มิถุนายนนี้ โดยมีเสียงคัดค้านจากกลุ่มชาวสวนพระราม 3 ที่ไม่ต้องการให้ยกเลิกและรื้อถอนสวนสาธารณะ 

ซึ่งสวนแห่งนี้จะถูกใช้เป็นแคมป์คนงาน วางเครื่องจักร ก่อสร้าง และอื่นๆ เนื่องจากจะมีโครงการทางพิเศษสายพระราม 3 ดาวคะนอง - วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานครด้านตะวันตก เป็นโครงการที่จะแก้ปัญหาจราจรบนถนนพระราม 2 ช่วงดาวคะนอง - วงแหวน และทางด่วนขั้นที่ 1 ช่วงบางโคล่ - ดาวคะนอง และสะพานพระราม 9 และเป็นเส้นทางทดแทนกรณีที่ต้องปิดสะพานพระราม 9 ซ่อมบำรุงใหญ่หลังจากใช้งานมานานกว่า 30 ปี คาดว่าโครงการจะเปิดประมูลช่วงเดือนกันยายน - ตุลาคม และเริ่มก่อสร้างปลายปีนี้

ภาพ ฐานิส สุดโต / NationPhoto

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 
 

เอื้ออาทรฉันที!! ‘วัฒนา เมืองสุข’ เจอชุดใหญ่ไฟกะพริบ

คนในข่าว  :  2 ชั่วโมงที่ผ่านมา
1.2K
ชุดใหญ่ไฟกะพริบ, วัฒนา เมืองสุข อดีตร, คสช, ปปช, บ้านเอื้ออาทร, คมชัดลึก, คนในข่าว, เอื้ออาทรฉันที, วัฒนา, เมืองสุข, เจอชุดใหญ่ไฟกะพริบ, ย้อม, นวรัตน์, สาขากฎหมายเศรษฐกิจ, บิ๊กป้อม, พลร2 รอ, พรรคไทยรักไทย

ตามกฎหมายอาญา มาตรา 148 และ 149 โทษขั้นสูงสุดถึงประหารชีวิตเลยทีเดียว


               ข่าวร้อนๆ ที่ว่า ป.ป.ช. ชี้มูลความผิด วัฒนา เมืองสุข อดีตรัฐมนตรีกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ รัฐบาล ทักษิณ ชินวัตร ในพฤติกรรมทุจริตโครงการบ้านเอื้ออาทร โดยเวลานี้รอผ่านกระบวนการที่จะพิจารณาส่งฟ้องศาลต่อไปนั้น

               เกิดเป็นกระแสให้พูดถึงกันอื้ออึง ถึงขนาดว่างานนี้ วัฒนาและพวกอาจเจอโทษหนักหนา ตามกฎหมายอาญา มาตรา 148 และ 149 โดยมีขั้นสูงสุดถึงประหารชีวิตเลยทีเดียว !!

 
 

               แต่กว่าจะไปถึงบทสรุป คงต้องว่ากันอีกยาวไกล ตอนนี้ที่ทำได้ คือติดตามข่าวอยู่ห่างๆ และก็อดไม่ได้ที่จะต้องมาทำความรู้จักกับผู้ชายคนนี้อีกครั้ง เพราะอันที่จริง คนไทยรุ่นหลัง ก็เพิ่งได้ยินชื่อเขาจังๆ ก็ตอนปะฉะดะกับทหาร จนถูกเรียกไปจิบน้ำชาในค่ายทหารอยู่เสมอ

               วัฒนา เมืองสุข หรือ เสี่ยไก่ เกิดเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2500 เป็นคนปราจีนบุรี ครอบครัวมีฐานะปานกลาง บิดา คือ “ย้อม” เคยทำสวนทุเรียน มารดา คือ “นวรัตน์” ที่เป็นชาวนามาก่อน โดยต่อมาทั้งคู่หันมาประกอบกิจการวิ่งรถโดยสารระหว่างจังหวัดนครนายกกับปราจีนบุรี

               ไก่ วัฒนา จบชั้นมัธยมที่โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย และมาจบปริญญาตรี นิติศาสตรบัณฑิต เนติบัณฑิตไทย และระดับปริญญาโท ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต (สาขากฎหมายเศรษฐกิจ) จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยระหว่างที่ร่ำเรียนอยู่นั้น เขาพักอาศัยกินนอนเป็นเด็กวัด อยู่ที่วัดเทพศิรินทราวาส ราชวรวิหาร

               นอกจากนี้เขายังเป็นเพื่อนร่วมรั้วจามจุรีแบบซี้ย่ำปึ๊ก กับ ศ.ดร.กิตติพงษ์ กิตยารักษ์ อดีตที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีฝ่ายข้าราชการประจำ สำนักนายกรัฐมนตรี และ ดร.ปานปรีย์ พหิทธานุกร อดีตรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย อีกด้วย

               หลังเรียนจบกฎหมาย วัฒนาในวัยเบญจเพส ไปเป็นทนายความประจำสำนักกฎหมายดิศญุตม์และวัฒนา ตั้งแต่ปี 2525 ทำอยู่ราว 10 ปี เขาก็พบรักกับทายาทซีพี คือ พัชรา เจียรวนนท์ บุตรสาวของสุเมธ เจียรวนนท์ ผู้บริหารเครือบริษัทซีพี จากการที่ฝ่ายหญิงได้มาเป็นลูกความ

               วัฒนาทำการสู่ขอสาวถึงที่อาคารซีพีทาวเวอร์ ที่ถนนสีลม โดยที่ตัวเองเป็นเถ้าแก่ให้ตัวเอง

               กระทั่งปี 2539 ชีวิตของทนายหนุ่มผู้นี้ เรียกว่าลงตัวไปหมดทุกด้านแล้ว จึงตัดสินใจลงเล่นการเมือง โดยการชักชวนของ ส.ส.ปราจีนหลายสมัย สมาน ภุมมะกาญจน ขณะสังกัดพรรคชาติพัฒนา

               ลงปุ๊บก็ได้เป็น ส.ส.ปราจีนบุรีบ้านเกิดทันที โดยเวลานั้นเม้าท์กันว่า ที่ได้มาเพราะนอกจากมีแบคดีเป็น ส.ส.เก่าแล้ว เขายังมีฐานเสียงจากบรรดาลูกจ้างของซีพี ซึ่งก็ไม่ใช่น้อยๆ

               และรู้กันดีว่า เสี่ยไก่สมัยหนึ่งราว 20 ปีก่อน เดินเข้าออกค่ายทหารแถวปราจีนบุรี เป็นว่าเล่นเหมือนกัน แต่อาจคนละอารมณ์กับสมัยนี้

               ยิ่งกับ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ตอนที่ยังเป็นผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.ร.2 รอ.) ค่ายพรหมโยธี ปราจีนบุรี ก็เรียกว่าผูกพันกันอยู่เก่าก่อน

               มาปี 2541 - 2542 เสี่ยไก่ได้เป็นเลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พิทักษ์ อินทรวิทยนันท์ แต่ผ่านไปไม่นาน ช่วงปี 2543 เขาก็ลาออกจากพรรคชาติพัฒนา แล้วเดินหน้าเข้าพรรคใหม่ชื่อ “พรรคไทยรักไทย”

               เวลานั้น เสี่ยไก่คนนี้ก็ได้ดิบได้ดี เริ่มจากเป็นรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ตั้งแต่ปี 2544 - 2545 ตามด้วยรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ และขยับขึ้นเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในปี 2546

               ผ่านมาจนปี 2548 ก็ได้เก้าอี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม จนปี 2548 เขาขึ้นเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ซึ่งปีนั้นเอง คือปีที่โครงการบ้านเอื้ออาทรกำเนิดเกิดขึ้นอย่างเป็นทางการ

               เมื่อการเมืองพลิก 19 กันยายน 2549 พรรคไทยรักไทยแตกกระจาย เสี่ยไก่ก็ยังมีบทบาทอยู่พอตัว โดยเฉพาะช่วงความขัดแย้งปี 2552 - 2553 ค่าที่มักคุ้นกับทหารแห่งบูรพาพยัคฆ์ เสี่ยไก่จึงมักเป็นคนกลางระหว่างคนชุดเขียวกับคนเสื้อแดง ทั้งที่ถนนราชดำเนินหรือที่แยกราชประสงค์อยู่เสมอ

               แต่อีกด้านหนึ่ง ตั้งแต่ปี 2549 นั่นเอง ที่ “เรื่องทุจริตบ้านเอื้ออาทร” ก็ได้ไปตกในมือของฝ่ายที่เดินหน้าจะเอาเรื่องให้มั่นคั้นให้อยู่หมัดเรียบร้อยแล้ว

               อย่างไรก็ดี แม้ว่าระหว่างนั้นเส้นทางการเมืองของเสี่ยไก่ จะยังคงเฉิดฉาย โดยช่วงปี 2554 เสี่ยไก่จะกลับมาอีกครั้งในฐานะ ส.ส. บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย หรือรอดมาได้หวุดหวิดกับคดีรถดับเพลิง ช่วงปี 2556 แถมยังได้เป็น ส.ส. บัญชีรายชื่อต่อในพรรคเพื่อไทย ช่วงปี 2557

               แต่ด้วยความเป็น ไก่ วัฒนา ผู้กล้าท้าชนตามสไตล์ โดยเฉพาะการวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาลทหาร เขาจึงมักต้องไปคุยกับ คสช. อยู่เสมอ

               เช่น ช่วง 2 มีนาคม 2559 เขาตกเป็นผู้ต้องหาในคดีความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพ์ จนศาลอนุมัติฝากขัง 12 วัน แต่ก็ได้ขอประกันตัวโดยวางเงินหนึ่งแสนบาท ศาลอนุญาตแต่ห้ามเดินทางออกนอกประเทศ

               มาวันที่ 20 เมษายน ยังถูกแจ้งความข้อหาฝ่าฝืนคำสั่ง คสช. ห้ามเคลื่อนไหวทางการเมือง โดยเสี่ยไก่ได้โพสต์เฟซบุ๊กตอบโต้การบริหารงานของรัฐบาลหลายครั้ง มาช่วง 1 ตุลาคม 2559 เสี่ยไก่ก็ยังไปเข้าร่วมกับกลุ่ม นปช. ที่ สหรัฐอเมริกาอีก

               ที่สุดแล้ว ต้นปีที่ผ่านมานี้เอง ป.ป.ช. เลยจัดชุดใหญ่ คดีบ้านเอื้ออาทรให้ จนมาเป็นข่าวดังอยู่ตอนนี้

 
 

รวบมือบึ้ม! จับตา “โยงใคร”อย่ามองข้าม “หมาป่าไทย”

110
รพพระมงกุฎเกล้า, บึ้ม, มือระเบิด, มือบึ้ม, รวบมือบึ้ม, จับตา, โยงใครอย่ามองข้าม, หมาป่าไทย, โยงใคร, สงวนนามสกุล, มทบ11, บิ๊กแดง, พลทอภิรัชต์, โกตี๋, กลุ่มวิทยุใต้ดิน, ลุงสนามหลวง, ชูชีพ ชีวะสุทธิ์, สหายหมาน้อย, ต้าน คสช, โลนวูล์ฟ

บึ้มเขย่า คสช. เนื่องในวันครบรอบ 3 ปี แห่งการทำรัฐประหาร ก่อให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์มากมาย


          เหตุเกิดเมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 22 พฤษภาคม 2560 บริเวณชั้น 1 อาคารเฉลิมพระเกียรติ 80 ปี รพ.พระมงกุฎเกล้า ถนนราชวิถี แขวงอนุสาวรีย์ เขตพญาไท กทม. แรงระเบิดทำให้เศษกระจกหลายบานแตกกระจายเกลื่อน และผู้นั่งรอใช้บริการถูกเศษกระจกได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก

          จากวันนั้น ทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง ได้ติดตามคนร้ายลอบวางระเบิด รพ.พระมงกุฎเกล้า อย่างไม่ลดละ จนได้เบาะแส และเข้าตรวจค้นบ้านพักภายในหมู่บ้านอัมรินทร์นิเวศน์ 1 ซ.รามอินทรา ซ.3 เขตบางเขน กทม. ภายในบ้านพัก เจ้าหน้าที่พบแผงวงจรระเบิดหรือไอซีไทเมอร์หลายชิ้น โดยหน่วยอีโอดี ยืนยันในเบื้องต้นว่า เป็นแผงวงจรชนิดเดียวกับหลักฐานที่พบในเหตุการณ์ระเบิด รพ.พระมงกุฎเกล้า 

 
 

          นอกจากนี้ ยังพบว่าในบ้านหลังดังกล่าวมีการประกอบวัตถุระเบิดอีก 4 แท่งทำมาจากท่อพีวีซีเตรียมพร้อมไว้เรียบร้อย ซึ่งถ้าหากมีการใส่ดินดำจะทำให้วงจรระเบิดทำงานได้อย่างครบถ้วน

         บ้านหลังดังกล่าว เป็นของนายวัฒนา (สงวนนามสกุล) อายุ 62 ปี จบวิศวกรรมไฟฟ้า ซึ่งเป็นอดีตพนักงานรัฐวิสาหกิจแห่งหนึ่ง

          แหล่งข่าวจากหน่วยงานความมั่นคง เปิดเผยว่า ชายวัย 62 น่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ระเบิด รพ.พระมงกุฏเกล้า เนื่องจากภายหลังจากตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดของ รพ.พระมงกุฎเกล้า ในวันเกิดเหตุ พบบุคคลต้องสงสัยเดินผ่านเข้ามาทางประตูทางเข้าของโรงพยาบาล มุ่งหน้ามาที่ห้องวงษ์สุวรรณ มีลักษณะผอมสูงประมาณ 160-165 ซม. ผมยาวประบ่า สวมเสื้อยืดคอปกสีดำ กางเกงขายาวสีดำ และรองเท้าแตะ โดยที่มือซ้ายถือถุงหิ้วคล้ายถุงผ้าสีขาว มีสิ่งของโผล่ออกมาลักษณะคล้ายดอกไม้ใส่แจกัน เดินตรงเข้ามาแล้วเลี้ยวเข้าไปในห้องวงษ์สุวรรณ ใช้เวลาประมาณ 10 นาทีก่อนเดินออกมา โดยไม่ถือสิ่งของดังกล่าวออกมาด้วย 

          ขณะนี้ เจ้าหน้าที่ได้นำตัวชายคนดังกล่าวมาสอบสวนที่มณฑลทหารบกที่ 11 (มทบ.11) โดยบรรยากาศเป็นไปด้วยความเครียด ซึ่งชายคนดังกล่าวยอมรับว่าไม่ชอบทหาร ไม่ชอบรัฐบาล แต่ปฏิเสธว่า ไม่ได้เป็นผู้วางระเบิด แต่ทางฝ่ายความมั่นคงคาดว่าไม่ได้ทำคนเดียว โดยอาจมีทหารบางกลุ่มร่วมด้วย

          มีรายงานข่าวว่า “บิ๊กแดง” พล.ท.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ แม่ทัพภาคที่ 1 ได้ลงพื้นที่ไปตรวจหลักฐานด้วยตัวเอง แต่เวลาต่อมาปฏิเสธว่า ไม่ได้เป็นผู้นำชุดปฏิบัติการเข้าตรวจค้นจับกุมชายวัย 62 และขอให้เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นผู้แถลงข่า่ว

          ย้อนไปในช่วงหลังเกิดเหตุใหม่ๆ “พล.ท.อภิรัชต์” ระบุว่า ผู้ต้องสงสัยมีหลายกลุ่มทั้งอยู่ในประเทศ นอกประเทศ รวมไปถึงผู้เสียประโยชน์ ส่วนตัวทราบแล้วว่าเป็นใคร มีด้วยกัน 3-4 กลุ่ม และได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชารับทราบแล้ว 

          ส่วน พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก ได้ตั้งข้อสังเกตหลายประเด็น และได้กล่าวพาดพิงถึง วุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ หรือ “โกตี๋” แกนนำวิทยุเสื้อแดง ที่ปัจจุบันหลบหนีคดีความมั่นคง อยู่ในกัมพูชา

          กรณี “โกตี๋” ได้มีเสียงวิจารณ์ย้อนศร “พล.อ.เฉลิมชัย” ทำนองว่า โยนบาปให้โกตี๋ หรือโกตี๋เป็นเหยื่อของความขัดแย้งในกองทัพ

          แหล่งข่าวของหน่วยข่าวกรองไทย ที่เฝ้าติดตามการส่งกระจายเสียงของ “กลุ่มวิทยุใต้ดิน” จากฝั่งลาว ตั้งแต่ช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน 2560 กลับมองว่า มีความเชื่อมโยงกันในลักษณะ “เครือข่ายทางความเชื่อ” เพราะโกตี๋ ได้เปิดไลน์ให้สมาชิกได้โทรเข้าไปแสดงความเห็น ระหว่างการจัดรายการช่วงกลางคืน

          เนื้อหาที่กลุ่มโกตี๋ ในนามสหพันธรัฐไท นำเสนอผ่านรายการของ “ลุงสนามหลวง” (ชูชีพ ชีวะสุทธิ์) หรือ “สหายหมาน้อย” (โกตี๋) ก็มุ่งปลุกระดมให้สมาชิกลุกขึ้นมาก่อการ “ต้าน คสช.” ในทุกรูปแบบ และทำกันเองโดยไม่ต้องรอการชี้นำจากใคร?

          หากคนใดหรือกลุ่มใด สร้างผลงานได้แล้ว ให้ส่งภาพมาทางไลน์ เพื่อจะได้นำผลงานไปโชว์ทางเฟซบุ๊กของกลุ่มสหพันธรัฐไท 

          กรณีเผาซุ้มเฉลิมพระเกียรติฯ อ.ชนบท จ.ขอนแก่น เป็นตัวอย่างของปฏิบัติการตามคำชี้แนะของ “กลุ่มวิทยุใต้ดิน” เพราะหลังจากมีการเผาแล้ว ก็มีคลิปไฟไหม้ซุ้มเฉลิมพระเกียรติฯ เผยแพร่ทางยูทูบของกลุ่มสหพันธรัฐไท พร้อมกันนั้น โกตี๋ ยังกล่าวชื่นชมการทำงานของกลุ่มสมาชิกสหพันธรัฐไท

          ต่อมา ตำรวจได้สืบทราบผู้ต้องสงสัยก่อเหตุทั้งหมด 6 คน เป็นคนลงมือร่วมกัน 5 คน สามารถจับกุมได้แล้ว 4 คน ทั้งหมดเป็นชาว อ.ชนบท ซึ่งผู้ที่ถูกจับกุมตัวได้อ้างว่าได้รับจ้างให้ก่อเหตุคนละ 200 บาท จากเสี่ยปรีชา (สงวนนามสกุล) อายุ 45 ปี เจ้าของโรงงานยาสมุนไพร 

          บทเรียน “เผาซุ้มเฉลิมพระเกียรติ” ทำให้กลุ่มสหพันธรัฐไท ถูกโจมตีโดย “คนอุดมการณ์เดียวกัน” ว่า เป็นพวกดีแต่เห่า ยุยงให้คนอื่นไปทำ เมื่อเกิดความผิดพลาด ถูกจับกุมก็ไม่รับผิดชอบอะไร

          เรื่องนี้ ร้อนถึง “แยม ไฟเย็น” หรือ รมย์ชลี สินสืบผล ต้องโพสต์เฟซบุ๊กอธิบายความว่า

          "บางคนบอกพวกอยู่นอกประเทศก็ดีแต่เห่า ไม่เห็นจะทำอะไรได้สักที คำถามคือ ในเมื่อคนในประเทศยังไม่พร้อม และยังไม่ให้ความร่วมมือ แล้วมันจะทำอะไรได้มากไปกว่านี้หรือ??..

          คนที่เขาอยู่นอกประเทศส่วนใหญ่ เขาก็ทำอย่างสุดความสามารถแล้ว..ทำกันจนไม่รู้จะเอาชีวิตเลือดเนื้อลมหายใจและอนาคตไปซุกหัวอยู่ตรงไหนได้..ชีวิตมีแต่ความหวาดผวา..คิดว่ามีความสุขกันหรือยังไง..

          ตอนที่พวกเราพูดๆ หน้าไมค์ บางคนก็บอกว่าถ้าคนในไทย เป็นอะไรไป ทางพวกเราจะรับผิดชอบได้ไหม..งั้นขอถามกลับไปมั่งว่า..แล้วถ้าสมมติแยมวันดีคืนดีไปอยู่ในหลุม..คนในไทยมีใครจะรับผิดชอบในตัวแยมได้บ้าง..

          แยมเคยพูดในรายการนะว่า..ใครไม่พร้อมอย่าเพิ่งทำอะไร..เพราะการไม่พร้อม มันนำมาซึ่งความเสี่ยง..ปล่อยให้คนที่พร้อมเขาทำ..บอกเสมอว่าเวลาจะทำอะไรให้นึกถึงความปลอดภัย ทำอย่างรอบคอบ.."

          สิ่งที่ “แยม ไฟเย็น” พูดถึงการปฏิบัติการทำนองว่า “ใครไม่พร้อมอย่าเพิ่งทำอะไร..เพราะการไม่พร้อม มันนำมาซึ่งความเสี่ยง..ปล่อยให้คนที่พร้อมเขาทำ” ย่อมสะท้อนถึงความจริงที่ว่า มีคนบางกลุ่ม ที่ฟังวิทยุใต้ดินทุกวัน จนเกิดอาการเสพติดความรุนแรง และหลงกระทำการที่ “เสี่ยงภัย” ตามคำชี้แนะของกลุ่มสหพันธรัฐไท

          ลักษณะการปลุกระดมเช่นนี้ ทำให้แหล่งข่าวในหน่วยข่าวกรองไทย เชื่อว่า มีคนซึมซับการใช้ความรุนแรงจากวิทยุใต้ดิน จึงปฏิบัติการคนเดียว เรียกว่า “โลนวูล์ฟ” ที่แปลตรงๆ แปลว่า “หมาป่าโดดเดี่ยว” หรือ “จิ้งจอกเดียวดาย” 

          แหล่งข่าวคนเดิมกล่าวว่า ขณะนี้ กลุ่มสหพันธรัฐไท ทั้ง 7 คน ได้ยุติการส่งกระจายเสียงในลาว และย้ายมาอยู่ในกัมพูชาหมดแล้ว ซึ่งผู้ที่เคลียร์พื้นที่ให้คือ จักรภพ เพ็ญแข โดยการมาอาศัยอยู่ในกัมพูชา มีความยากลำบากกว่าอยู่ในลาว แต่พวกเขาก็ยังหาทางส่งกระจายเสียงผ่านช่องยูทูบ

          ในเบื้องต้น “โกตี๋” กับพวกอีก 3-4 คน ยังหลบซ่อนตัวอยู่ในเขตชนบทของกัมพูชา เนื่องจากหวั่นเกรงความไม่ปลอดภัย เพราะที่ต้องออกจากลาว ก็ด้วยเหตุหนีการไล่ล่า

          สำหรับคดีระเบิด รพ.พระมงกุฎเกล้า ก็ต้องรอการสอบสวน “ผู้ต้องสงสัย” ว่า เป็นผู้ลงมือกระทำการจริงหรือไม่? ทำโดยลำพัง หรือทำเป็นกลุ่มขบวนการ

          ฝ่ายความมั่นคงจะต้องหาหลักฐานมาแสดงให้ชัดๆ มิเช่นนั้นแล้ว ก็จะเจอคำครหาว่า จับแพะอยู่ร่ำไป? 

 
 
 
โปรดคลิกตามหัวข้อข่าวท้ายนี้ เพื่ออ่านข่าว

NOW SHOWING : ยอดหญิงปันซู (F)

 
 ..........................................................................
 
16 มิถุนายน 2560
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
numouse วันที่ : 17/06/2017 เวลา : 19.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/numouse
ถ้าเราลดความ "เห็นแก่ตัว" ให้น้อยลงบ้าง อะไรๆ มันคงจะดีกว่านี้ และถ้ายิ่งจัก "ยอม" บ้างคงจะดี

หลากหลายกิจกรรมดีค่ะ ได้ที่สาธารณะแล้วควรใช้ให้เต็มที่
โดยใช้สถานที่ออกกำลังกายเหมาะสุด

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
นายยั้งคิด วันที่ : 17/06/2017 เวลา : 11.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

ตอบ ความคิดเห็นที่ 1นายยั้งคิด ถูกใจสิ่งนี้ ถูกใจความคิดเห็นนี้ (1)
like เรียบร้อยแล้ว

แม่หมี
.......................................
จะคอยอ่านเรื่องที่ครอบครัวหมีไปเที่ยวที่ปาร์คพระราม 3 ครับ แม่หมี

ความคิดเห็นที่ 1 นายยั้งคิด ถูกใจสิ่งนี้ (1)
แม่หมี from mobile วันที่ : 17/06/2017 เวลา : 09.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

พระรามสามใกล้บ้านแต่ยังไม่เคยไปสักที

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน