• นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 2303
  • จำนวนผู้ชม : 1801106
  • จำนวนผู้โหวต : 409
  • ส่ง msg :
  • โหวต 409 คน
<< กรกฎาคม 2017 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31          

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอาทิตย์ ที่ 16 กรกฎาคม 2560
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 1039 , 18:47:52 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 3 คน พี่ขนฟู , rattiya และอีก 1 คนโหวตเรื่องนี้

สวัสดีครับ

         คดีฆ่า 8 ศพ ที่จ.กระบี่ คนร้าย คือ นายซูริก์ฟัต หรือบังฟัต บ้านนบวงศ์สกุล อายุ 41 ปี นายทุนปล่อยเงินกู้ คนบงการ

และเป็นคนลั่นไกสั่งหารเหยื่อทั้งหมด อ้างแก้ตัวถูกผญบ.ขู่ฆ่าก่อน

 

แนวหน้า

 

วันอาทิตย์ ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 16.01 น.
 

16 ก.ค.60 จากกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมผู้ต้องสงสัยคดีฆ่า 8 ศพ ที่ จ.กระบี่ ได้แล้ว พร้อมของกลางรถยนต์ที่ใช้ก่อเหตุ และอาวุธปืน รวมทั้งหลักฐานอย่างอื่นอีกหลายรายการ ซึ่งต่อมา พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้นำผู้ต้องสงสัยเข้าชี้จุดที่นำรถเก๋ง ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นยาริส สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน กค 533 กระบี่ ของผู้ใหญ่ นายวรยุทธ สังหลัง ไปเผาทำลายในพื้นที่ ต.ตากแดด อ.เมือง จ.พังงา โดยขณะนี้จับกุมผู้ต้องหาได้แล้ว 9 คน ตามข่าวที่เสนอไปแล้วนั้น

ต่อมา พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ได้เดินทางไปยังบ้านหลังหนึ่ง ในพื้นที่ หมู่ที่ 6 ต.เขาคราม อ.เมือง จ.กระบี่ ซึ่งเป็นบ้านเดี่ยว ที่ระบุว่าเป็นบ้านของ นายซูริก์ฟัต หรือบังฟัต บ้านนบวงศ์สกุล อายุ 41 ปี นายทุนปล่อยเงินกู้ ซึ่งถูกเจ้าหน้าที่จับกุมตัวได้ที่ จ.ภูเก็ต เมื่อวานนี้ (15 ก.ค.) และเป็นผู้ที่ถูกซัดทอดว่าเป็นคนบงการ รวมทั้งเป็นคนปล่อยเงินกู้ ที่สำคัญเป็นคนลั่นไกสั่งหารเหยื่อทั้งหมด

สำหรับการตรวจค้นบ้านหลังดังกล่าว เนื่องจากการสอบปากคำผู้ต้องสงสัยระบุว่า ก่อนที่ลงมือก่อเหตุ บังฟัตได้นำทีมสังหารมาวางแผนที่บ้านหลังนี้ โดยเดินทางมากับรถยนต์โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ สีดำ หลังจากวางแผนเสร็จทั้งหมดได้เดินทางไปยังบ้านผู้ใหญ่ และลงมือก่อเหตุดังกล่าว หลังจากก่อเหตุก็ได้ขับรถกลับไปที่บ้านหลังดังกล่าวอีกครั้ง ก่อนที่จะแยกย้ายกันหลบหนี แต่ในที่สุดก็ถูกเจ้าหน้าที่ตามจับกุมตัวได้ พร้อมด้วยของกลางที่เป็นพยานสำคัญอีกหลายรายการ

อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการตรวจค้นที่บ้านหลังดังกล่าว ทาง รอง ผบ.ตร.ระบุว่า พบหลักฐานสำคัญคือ หัวกระสุนชนิดเดียวกับที่ใช้ยิงผู้ใหญ่บ้าน ส่วนจำนวนกี่หัวไม่มีการระบุถึง หลังจากนั้น ทางรอง ผบ.ตร.และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้เก็บพยานหลังฐานต่างๆ และเดินทางกลับทันที โดยใช้ระยะเวลาในการตรวจค้นที่บ้านหลังดังกล่าวประมาณ 20 - 30 นาที ในการเข้าตรวจค้นไม่มีใครอยู่ภายในบ้าน เจ้าหน้าที่ต้องงัดประตูเข้าตรวจสอบ

จากการสอบถามชาวบ้านบริเวณดังกล่าวทราบว่า บ้านหลังนี้นานๆ บังฟัตจะเดินทางกลับมาสักครั้งหนึ่ง ไม่ใช่บ้านที่อยู่ประจำ ก่อนเกิดเหตุมีคนพบเห็น บังฟัตเดินทางมาที่บ้านหลังดังกล่าวพร้อมกลุ่มชายฉกรรจ์ประมาณ 5 - 6 คน

ต่อมาเวลา พล.ต.อ.จักรทิพย์ พร้อมด้วย พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ และนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่หลายคน ได้เข้าไปในค่ายทหาร ร.15 พัน 1 (คลองท่อม) ซึ่งเป็นที่ควบคุมตัวบังฟัต และผู้ต้องหาร่วมขบวนการ โดย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ได้สอบปากคำผู้ต้องหาด้วยตัวเอง

ทั้งนี้ บังฟัตเปิดปากสารภาพแล้วว่า ตนเป็นคู่กรณีของนายวรยุทธ และเป็นผู้ใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บทั้งหมด 11 รายเอง และเป็นนายทุนเงินกู้คนหนึ่งใน จ.กระบี่ จะทำธุรกิจปล่อยเงินกู้และรับจำนองที่ดิน โดยก่อนเกิดเหตุ พ่อตานายวรยุทธ นำที่ดินไปขายฝากกับบังฟัต กระทั่งต่อมา นายวรยุทธ นำเงินไปไถ่ถอนจนหมด แต่บังฟัตไม่ยอมคืนให้ เนื่องจากนำไปจำนองกับธนาคารแห่งหนึ่งกว่า 10 ล้านบาทแล้ว กระทั่งนายวรยุทธ บุกไปทวงถึงบ้านบังฟัต โดยนายวรยุทธ ขู่จะฆ่ายกครัวด้วย แต่ถูกบังฟัตชิงลงมือสังหารก่อน ซึ่งบังฟัตยังระบุว่า ก่อนหน้านี้ประมาณ 3 เดือน ตนเคยดักอุ้มผู้ใหญ่ แต่ไม่สำเร็จ จึงวางแผนบุกฆ่าทั้งครอบครัว

ข่าวแจ้งด้วยว่า สำหรับกลุ่มมือปืนเป็นแก๊งทวงหนี้ที่บังฟัต เคยเรียกใช้งานเป็นประจำ ไม่ใช่กลุ่มเรียกค่าคุ้มครองสวนปาล์มในพื้นที่ โดยบังฟัตอ้างกับกลุ่มมือปืนให้มาทวงหนี้ โดยขณะเกิดเหตุคนร้ายบังคับให้นายวรยุทธโทรศัพท์ไปยืมเงินเพื่อนสนิท 5 แสนบาท แต่เพื่อนไม่รับสายโทรศัพท์กระทั่งเกิดเหตุสลดขึ้น

นอกจากนี้ ตำรวจยังจับกุมหญิงสาว 1 คน ร่วมขบวนการฆ่าหมู่ 8 ศพ เบื้องต้นพบว่าหญิงสาวรายนี้เป็นสาวคนสนิทของบังฟัต ผู้ต้องหาบงการฆ่า โดยทำหน้าที่หาเครื่องแบบทหารให้ทีมสังหารทั้งหมด และร่วมอยู่ในขั้นตอนการวางแผนสังหารด้วย

ผบ.ตร.ลั่นไม่อยากจับเป็น! แฉ'บังฟัต'ตั้งใจฆ่ายกครัว-ชี้โทษต้องประหาร 

วันอาทิตย์ ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 17.31 น.
 

16 ก.ค.60 ที่ห้องประชุม ภ.จว.กระบี่ เมื่อเวลา 17.00 น. พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) พร้อมชุดสอบสวนคดี แถลงข่าวการจับกุมผู้ต้องหาคดี "ฆ่ายกครัว" นายวรยุทธ สังหลัง ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 ต.บ้านกลาง อ.อ่าวลึก ก่อนจ่อยิงศีรษะคนในบ้านทุกคนจนมีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 8 ราย ได้รับบาดเจ็บ 3 ราย

พล.ต.อ.จักรทิพย์ แถลงว่า กลุ่มคนร้ายมีทั้งหมด 7 คน รวมทั้ง นายซูริก์ฟัต หรือบังฟัต บ้านนบวงศ์สกุล อายุ 41 ปี ไปยังที่เกิดเหตุคือบ้านของนายวรยุทธ ใหญ่บ้านหมู่ 1 ต.บ้านกลาง อ.อ่าวลึก จ.กระบี่ ส่วนคนที่เกี่ยวข้องมีบางส่วน 2 - 3 คน โดยสาเหตุมาจากเรื่องการขายฝากจำนองที่ดิน มีการฟ้องร้องกันหลายล้านบาท รวมทั้งผู้ต้องหามีปากเสียงกับนายวรยุทธ มีการคู่ฆ่าล้างโครตกันมาก่อน

พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวว่า จากแนวทางทาการสอบสวนทราบว่า บังฟัตเป็นคนลงมือลั่นไกสังหารนายวรยุทธ และครอบครัวทั้ง 11 คน เสียชีวิต 8 ราย โดยชัดเจนว่าบังฟัตตั้งใจจะมาฆ่าครอบครัวของนายวรยุทธ โดยพยายามจัดฉากว่ามีปัญหาเรื่องเศรษฐกิจ หนี้สิน จึงฆ่าลูกเมียตัวเองทั้งบ้าน แต่ก็ไม่สามารถตบตาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้

"บังฟัดเป็นตัวสำคัญตัวหลัก แนวทางสืบสวนชี้ชัดแล้วว่า เขาคิดเองทำเองลงมือเอง ส่วนลูกน้องที่ไปด้วยได้ค่าจ้างคนละ 1,000 บาท ทั้งหมดบอกว่าโดนหลอกให้ไปร่วมด้วย ไม่มีทหาร ไม่มีตำรวจเกี่ยวข้องแน่นอน เขาอำมหิตโหดเหี้ยมมาก ตั้งใจทำแบบนี้มาแล้วถึง 3 ครั้ง ตั้งแต่ปลายปี 59 ผู้ตายเอาเงินไปไถ่คืนแล้ว แต่เขากลับไม่ให้โฉนดที่ดินคืน บอกตรงๆ ผมเองไม่อยากได้ตัวเป็นๆ ภาวนาให้เขาต่อสู้ด้วยซ้ำ แต่คดีนี้ผมบอกได้เลยว่าผมจัดเต็มให้อยู่ทุกข้อหา แก๊งคนร้ายกลุ่มนี้ต้องโดนศาลพิพากษาประหารชีวิตแน่นอน" ผบ.ตร.กล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง :

รวบ5รายฆ่าโหด8ศพ 'จักรทิพย์'พาตัวชี้จุดฝังหลักฐาน-เผายาริส (ประมวลภาพ)

ยันจับได้ยกแก๊ง 'จักรทิพย์'เตรียมแถลงฆ่าโหด8ศพ

เปิด2พี้นที่'ใช้ฝัง-ทำลายหลักฐาน' ทีมฆ่า8ศพเลือก'เปลี่ยว-คดเคี้ยว-หายาก'

'ยาริส'คดี8ศพวอดทั้งคัน พฐก.งัดฝากระโปรงเช็คเลขเครื่อง

จับแล้ว'บังฟัด'มือฆ่าโหด8ศพ เตรียมแถลงบ่ายนี้

จอมทมิฬ!'บังฟัด'เปิดปาก อ้างถูกผญบ.ขู่ฆ่าก่อน/ชิงลงมือชนวน8ศพ

 

ปชป.ออกโรงหนุนกม.ไต่สวนคดีลับหลัง ชี้เป็นประโยชน์มากกว่าเป็นโทษ

วันอาทิตย์ ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 14.59 น.
 

16 ก.ค.60 นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงกรณีร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาความอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองให้มีการไต่สวนลับหลัง ว่า ตนเชื่อว่าเมื่อออกมาบังคับใช้จะทำให้นักการเมืองบางส่วนที่เข้ามาแสวงหาอำนาจทางการเมืองเพื่อทุจริต คิดมิชอบ ต้องคิดหน้าคิดหลังมากขึ้น เพราะถ้าทุจริตแล้วถูกจับได้ไล่ทันจนมีคดีขึ้นสู่ศาล การพิจารณาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองจะไม่สามารถใช้วิธีการหลบหนีคดีจนหมดอายุความแล้วกลับมาเสวยสุขบนทรัพย์สินเงินทองที่ทุจริตได้อีกต่อไป เนื่องจากศาลสามารถพิจารณาคดีลับหลังจำเลย รวมทั้งไม่นับรวมอายุความระหว่างที่จำเลยหลบหนี เท่ากับว่าถ้าจะหนีก็ต้องหนีกันทั้งชีวิต

"ถ้าไม่มีกฎหมายว่าด้วยวิธีพิจารณาความอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองออกมาแบบนี้ ก็อาจจะมีนักการเมืองบางส่วนยอมเสี่ยงทุจริตถ้าไม่ถูกจับก็เสวยสุขจากทรัพย์สินเงินทอง แต่ถ้าถูกจับได้ก็จะใช้วิธีหลบหนีคดีจนหมดอายุความ ทำให้การเอาผิดลงโทษนักการเมืองที่ทุจริตในอดีตที่ผ่านมาเป็นไปด้วยความยากลำบาก เชื่อว่ากฎหมายนี้เป็นประโยชน์ต่อการป้องกันปราบปรามการทุจริตมากกว่าเป็นโทษอย่างแน่นอน" นายองอาจ กล่าว

ทั้งนี้ ตนเชื่อว่าการมีกฎหมายในลักษณะนี้จึงน่าจะช่วยทำให้การป้องกันปราบปรามการทุจริตของนักการเมืองได้ผลมากขึ้น ถึงแม้วิธีพิจารณาความอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองจะเป็นเพียงอีกกลไกหนึ่งของการป้องกันปราบปรามการทุจริตโดยรวมก็ตาม นอกเหนือจากนั้นถึงแม้จำเลยจะหลบหนีคดี ไม่ยอมมาศาล แต่เมื่อมีการพิจารณาคดีจนมีคำพิพากษาออกมา อาจทำให้สามารถนำทรัพย์สินเงินทองที่ทุจริตไป ซึ่งเป็นทรัพย์สินของแผ่นดินมาคืนหลวงได้ รวมถึงการเรียกค่าเสียหายต่างๆ ก็อาจดำเนินการต่อไปได้หลังมีคำพิพากษา

 

ทนายแม้วชักดิ้นชักงอ! โวยกม.ไต่สวนลับหลังขัดหลักสากล

วันอาทิตย์ ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 17.28 น.
 

16 ก.ค.60 นายนพดล ปัทมะ อดีตรมว.ต่างประเทศ ขอตั้งคำถามเกี่ยวกับร่างกฎหมายว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ที่พึ่งผ่านสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ว่า บางฝ่ายเห็นว่าต้องมีกฎหมายเนื้อหาแบบนี้เพื่อปราบปรามการทุจริต แต่อีกฝ่ายก็เห็นว่าทุกคนเห็นด้วยกับการปราบปรามการทุจริต แต่ต้องยึดหลักนิติรัฐและหลักนิติธรรมด้วย

ทั้งนี้ ตนมีคำถามว่า 1.การที่กฎหมายนี้เปลี่ยนแปลงหลักการพิจารณาคดีอาญาที่ต้องทำต่อหน้าจำเลยเป็นให้มีการพิจารณาโดยไม่ต้องกระทำต่อหน้าจำเลย ถามว่าจะขัดหลักสากลหรือไม่ เพราะกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (ICCPR)ได้กำหนดไว้ในข้อ 14 (3)(ง) ว่าในการพิจารณาคดีอาญา บุคคลที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดมีสิทธิที่จะได้รับการพิจารณาต่อหน้าบุคคลนั้น (right to be tried in his presence) และสิทธิที่จะต่อสู้คดีด้วยตนเอง ซึ่งหลักการนี้มีไว้เพื่อคุ้มครองสิทธิของจำเลยที่จะต่อสู้คดีอย่างเต็มที่และถือว่าเป็นหลักการที่สากลยอมรับจนเขียนขึ้นเป็นกติการะหว่างประเทศ นอกจากนั้น มีนักกฎหมายพิจารณาและไม่เห็นด้วยในประเด็นนี้ใช่หรือไม่

2.ส่วนการแก้ไขกฎหมายว่าถ้าจำเลยหนีไประหว่างการดำเนินคดี มิให้นับระยะเวลาในระหว่างที่หนีไปรวมเป็นอายุความนั้น (การนับอายุความในคดีอาญาที่คนทั่วไปกระทำผิดกรณีอื่นๆ ยังเป็นไปตามกฎหมายอาญาทั่วไป) ถือว่ามีความลักลั่นและขัดกับหลักการที่ว่าทุกคนมีความเสมอภาคกันตามกฎหมายและมีสิทธิที่จะได้รับความคุ้มครองทางกฎหมายเท่าเทียมกันหรือไม่ ซึ่งหลักการนี้มีอยู่ในรัฐธรรมนูญและปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนข้อ 7

3.การแก้ไขมาตรา 67 ที่เป็นส่วนบทเฉพาะการของร่างกฎหมายดังกล่าว ให้มีผลแตกต่างจากเนื้อหาของร่างแรกที่เสนอเข้า สนช.ซึ่งต่อมามีคำอธิบายว่าร่างมาตรา 67 ที่แก้ไขแล้วจะทำให้กฎหมายมีผลใช้บังคับกับคดีที่เกิดขึ้นก่อนกฎหมายฉบับนี้ ขอถามว่าการแก้ไขดังกล่าวเป็นการเขียนกฎหมายให้มีผลย้อนหลังใช่หรือไม่ การทำเช่นนั้นมีความเหมาะสมหรือไม่ นอกจากนั้น ที่มีคำอธิบายว่าไม่ได้แก้กฎหมายเพื่อใช้บังคับกับบุคคลหรือกรณีใดเป็นการเฉพาะนั้น ลองถามปุถุชนทั่วไปว่าเขาเชื่อคำอธิบายของท่านหรือไม่

"ทุกคนต้องการความยุติธรรม นิติธรรม และเมตตาธรรม ตนเชื่อว่าการดำเนินการของฝ่ายต่างๆ นั้น ถ้ายึดมั่นในหลักนิติรัฐและนิติธรรมจะนำไปสู่ความปรองดองและสมานฉันท์ได้ เพราะความปรองดองคือสิ่งที่ประชาชนต้องการ" นายนพดล กล่าว

 

 

 

ครัวคุณตุ้ม อาหารรสดั้งเดิมจากเมืองกาญจน์

จังหวัดกาญจนบุรี เต็มไปด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ สงครามกับพม่าที่ลาดหญ้าเหตุการณ์ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยมีอนุสรณ์สถานหลายแห่งปรากฏให้เห็นเป็นหลักฐาน เช่น สะพานข้ามแม่น้ำแคว สุสานทหารสัมพันธมิตร พิพิธภัณฑ์ช่องเขาขาด ฯลฯ ถือเป็นจังหวัดใหญ่จังหวัดหนึ่งของภาคกลางประเทศไทย มีพื้นที่กว้างใหญ่ประมาณ 19,473 ตารางกิโลเมตร มีระยะทางห่างจากกรุงเทพมหานคร 129 กิโลเมตร มีชายแดนติดต่อกับประเทศพม่าระยะทาง 370 กิโลเมตร

เป็นดินแดนแห่งธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ด้วยผืนป่า พรรณไม้ โถงถ้ำ น้ำตก และประเพณีวัฒนธรรมอันหลากหลายของผู้คนหลากเชื้อชาติที่อาศัยอยู่ร่วมกันอย่างเอื้ออารี ทั้งไทย จีน พม่า มอญ ปกากะญอ (กะเหรี่ยง) ฯลฯ จึงเป็นจังหวัดที่มีนักท่องเที่ยวมากที่สุดของภาคกลาง เพราะอยู่ใกล้กรุงเทพฯ อีกทั้งมีแหล่งท่องเที่ยวให้เลือกมากทั้งรีสอร์ท แพพักริมน้ำ บ้านพักทุกระดับราคา จนถึงที่พักแบบแคมปิ้งนอนเต็นท์ในราคาไม่แพง กับมีที่พักตามเขื่อนใหญ่อีกหลายเขื่อน

อีกทั้งมีสนามกอล์ฟให้เลือกเล่นร่วมสิบสนาม จึงไม่น่าแปลกใจว่าต้องมีร้านอาหารจำนวนมากไว้รองรับเหล่านักท่องเที่ยวทั้งหลาย อาหารเมืองนี้มีเอกลักษณ์ของตัวเองที่ไม่ค่อยเหมือนจังหวัดอื่นๆ ในภาคกลาง เพราะพื้นที่ยังเป็นป่าสมบูรณ์ จึงมีพืชผักสมุนไพรมากชนิดให้ปรุงแต่งจนมีกลิ่นรสเฉพาะตัว ยกตัวอย่างเรื่องของพริกกะเหรี่ยงที่มีความเผ็ดร้อนโลดเร่าและกลิ่นเฉพาะตัว แม้แต่ใบกะเพราป่าก็ยังหอมฉุนไม่เหมือนกะเพราสวนที่เราคุ้นเคย รวมทั้งพืชผักสมุนไพรอีกหลายชนิดเช่นผักหวานป่า ผักกูด ผักชีไร่ เป็นต้น อีกทั้งบรรดาปลาน้ำจืดที่มีหลากหลายล้วนแต่ตัวใหญ่ อาศัยอยู่ตามเขื่อนและแม่น้ำสายต่างๆ จนเป็นแหล่งส่งออกปลาน้ำจืดเหล่านั้นไปตามร้านอาหารทั่วภาคกลาง ปลาหลายชนิดเราไม่สามารถหาได้จากตลาดในกรุงเทพฯ ก็มาพบได้ที่นี่ ปลาที่มีมากคือปลากดคัง ปลายี่สก ปลาเค้า ปลาเนื้ออ่อน เป็นต้น ปลาแต่ละชนิดที่กล่าวมานี้เป็นปลาจากธรรมชาติ ตัวโต เนื้อยังสดนุ่มแน่น

“ร้านครัวคุณตุ้ม” อาหารไทยท้องถิ่นรสดั้งเดิมของเมืองกาญจน์ แม้จะตั้งอยู่ห่างเมืองสักหน่อย แต่คนเมืองกาญจน์มักเลือกที่จะไปสังสรรค์กับครอบครัว เพื่อนฝูง หรือสำหรับต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองที่นี่


ร้านเป็นบ้านไม้ บริเวณ ร่มรื่นด้วยไม้ประดับนานาพรรณ โต๊ะไม้สวยงามนั่งสบาย

โต๊ะเก้าอี้ไม้แท้ที่เจ้าของสะสมมานานปี ล้วนแต่เป็นไม้เนื้อแข็งแผ่นใหญ่หนา

ไก่ซัดเกลือ เริ่มด้วยเมนูเด่นของร้าน ใช้ไก่บ้านน้ำหนักไม่เกิน 1.5 กิโลกรัม เป็นไก่อ่อนที่เนื้อยังไม่เหนียว ผ่านกรรมวิธีทอดให้ผิวกรอบเกรียมกำลังดี เนื้อในแห้งสู้ฟันเล็กน้อย สับเป็นชิ้นโตแล้วซัด (โรย) ด้วยเกลือป่นพอเค็มปะแล่ม แทะเคี้ยวแล้วแทบหยุดไม่อยู่

เป็ดซัดเกลือ ตัวเป็ดเอาไปต้มพะโล้ให้หอม ก่อนจะทอดแบบเดียวกับ ไก่ซัดเกลือ เนื้อเป็ดจะหยาบและเหนียวกว่าไก่เล็กน้อย แต่หอมกลิ่นพะโล้ ตามแต่จะชอบ

หลนปลาอินทรีเค็ม เป็นเมนูเด่นของร้านใช้ปลาอินทรีเค็มทั้งที่อยู่ห่างทะเล เครื่องจิ้มที่จวนลืมเลือนเพราะมีทำขายกันไม่มากร้าน หลนรสเข้มเหมาะจิ้มกินกับผักต่างๆ แตงร้าน มะเขือ ขมิ้นขาว ฝักถั่ว และพืชผักตามฤดูกาล

แกงเขียวหวานลูกชิ้นปลากรายกับโรตี แกงได้เข้มข้นหอมพริกแกงสดที่โขลกตำเองวันต่อวัน ตัวลูกชิ้นปั้นเป็นเม็ดโตขนาดเกือบเท่าลูกกอล์ฟ แค่เคี้ยวไปครึ่งลูกก็รู้ว่าเป็นเนื้อปลากรายล้วนไม่มีแป้งหรือสิ่งอื่นผสม ปลาที่นวดได้ที่ไม่ได้ประดังนวดจนเหนียวเกิน จึงเคี้ยวอร่อยเพราะได้สัมผัสความนุ่มแต่แน่น น้ำแกงใช้กะทิข้นได้ที่เอามาจิ้มกับโรตีแทนขนมจีนหรือข้าว


ปลาเค้าขนาด 20 กิโลกรัม

ปลาเนื้ออ่อนนึ่งซีอิ๊ว วงศ์ปลาเนื้ออ่อน เป็นปลาหนัง (ไม่มีเกล็ด) มีลักษณะส่วนหัวแบนราบหรือแบนข้างในบางชนิด ปากกว้าง มีฟันซี่เล็กและแหลมขึ้นบนขากรรไกร และเป็นแผ่นบนเพดาน มีหนวด 2-3 คู่ กินเนื้อเป็นอาหาร คือ แมลงขนาดเล็ก, ปลาขนาดเล็ก, กุ้งฝอย และสัตว์หน้าดินต่างๆ วางไข่แบบจมติดกับวัสดุใต้น้ำ กระจายพันธุ์ไกล พบตั้งแต่ยุโรป, เอเชียตอนบน, อินเดียไปจนถึงอินโดนีเชีย เฉพาะที่พบในประเทศไทยมีราว 30 ชนิด เช่น ปลาก้างพระร่วง ปลาขาไก่ ปลาคางเบือน ปลาค้าวขาว ปลาชะโอน ปลาชะโอนหิน ปลาดังแดง ปลาแดง ปลาน้ำเงิน ปลาสายยู เป็นอาทิ

เป็นตระกูลปลาที่มีเนื้อละเอียด ไม่มีไขมันใต้หนัง ปลาสามชิ้นที่เห็นนี้ หั่นจากปลาที่มีน้ำหนัก 7 กิโลกรัม ทางร้านบอกว่าปรกติจะได้ตัวใหญ่กว่านี้ บางครั้งถึงขนาด 20 กิโลกรัม จึงคงไม่ใช่ปลาเนื้ออ่อนขาไก่ หรือก้างพระร่วงที่ตัวยางแค่คืบนิยมใช้ทอดกระเทียมพริกไทย

ปลา 3 ชิ้นใหญ่นี้น่าจะเป็นปลาน้ำเงินหรือปลาคางเบือน หั่นขวางแล้วนึ่งกับซีอิ๊วเมืองจีนดีๆ เหยาะน้ำมันงา ก็ต้องยกให้เป็นสุดยอดปลาแม่น้ำได้อีกชนิดหนึ่ง


ไก่ซัดเกลือ

ปลาช่อนผัดขิง ร้านนี้จะไม่ใช้ปลาเลี้ยงหรือปลาเขื่อน จะใช้แต่ปลาแม่น้ำเพราะว่าเนื้อปลาแม่น้ำได้ออกกำลังมาก เนื้อจึงแน่นกว่าปลาบ่อหรือเขื่อน บางแห่งเรียกปลาช่อนชนิดนี้ว่าปลาป่า ผัดกับขิงอ่อนซอยและใบขึ้นฉ่าย ปรุงรสด้วยเต้าเจี้ยวอย่างดี เป็นรายการอร่อยจากเนื้อปลาเป็น ไร้กลิ่นคาวใดๆ เพราะเป็นปลาที่สดมาก โดยถูกกลบจากกลิ่นขิงใบขึ้นฉ่ายถอดแบบการผัดปลาจากคนจีน

หัวปลาคังต้มเผือก ปลากดคังเป็นๆ แต่ละตัวใหญ่หนักไม่ต่ำกว่า 5 กิโลกรัม ขังไว้ในบ่อหลังร้าน เมื่อแล่เนื้อปลาแล้วได้หัวปลาขนาดใหญ่และยวงไข่ปลาพุงปลาเป็นผลพลอยได้ อุ่นร้อนมาในหม้อไฟพร้อมเผือกแก่ชิ้นโต น้ำซุปหวานสนิท ซดชื่นใจ เทียบเคียงกับบรรดาหัวปลาหม้อไฟทั้งหลาย ร้านนี้ได้เปรียบที่หัวปลาจะสดกว่า และเป็นปลาที่หายากกว่าจากแหล่งอื่นๆ

แกงป่าปลากดเหลือง แกงป่าเนื้อ มาเมืองกาญจน์ทั้งที ถ้าไม่ได้กินแกงป่าของเมืองนี้ เหมือนจะขาดอะไรไปบางอย่าง อาหารที่อร่อยถูกปาก รสจัดจ้านเผ็ดอย่างกลมกล่อม หอมเครื่องแกงกลิ่นสมุนไพรไม่เหมือนเมืองอื่น ด้วยว่าสูตรน้ำพริกแกงใส่สมุนไพรที่แตกต่าง รวมทั้งพริกแห้งพริกสดเม็ดเล็กเผ็ดประชันกับพริกกะเหรี่ยง อันเป็นเสน่ห์ของพริกแกงป่าเมืองกาญจน์ นอกจากมะเขือพริกสดที่ลอยหน้ายังใส่มะเขือเหลืองแคะเม็ดออกและใบกะเพราป่าอีกด้วย  ทำให้แกงได้รสขื่นหน่อยๆ ไม่จำเป็นต้องใส่ฟักทอง ข้าวโพดที่ชาวกรุงเทพฯใส่กัน เพราะทำให้แกงชืด รสผิดกลิ่นผิดประเภท


เป็ดซัดเกลือ

ไข่เจียวหมูสับ ไข่เจียวสีสวยผสมหมูสับ รายการอาหารที่มีอยู่ทุกหนแห่ง สั่งมากินเพื่อกินแก้เผ็ดจากแกงป่า

เป็นร้านอาหารรสดั้งเดิมของเมืองกาญจน์ รายการอาหารมีเพียง 2 หน้า ไม่ได้มีมากเป็นร้อยๆ อย่าง ร้านอยู่นอกเมืองบรรยากาศยังเป็นป่าเขา ไม่แออัดวุ่นวาย ยังมีปลาสดเป็นๆ หลากหลายล้วนแต่เป็นปลาตกเบ็ด ไม่ใช้ปลาเลี้ยง หรือปลาเขื่อน เพราปลาเขื่อนหรือปลาเลี้ยงกระชังไม่แข็งแรงเท่าปลาแม่น้ำ เพราะต้องแหวกว่ายสู้กระแสน้ำอันเชี่ยวกรากตลอดเวลา นอกจากนี้ยังมีเมนูเด็ดอื่นๆ อีก เช่น ผัดฉ่า ผัดกะเพรา เมี่ยงกะเพรา ปลาเค้าทอดน้ำปลา ต้มยำ ปลาตะโกก (บ้างเรียกปลาโจก) เป็นปลาขนาดใหญ่ เนื้ออร่อย มีราคาค่อนข้างสูง นิยมทำโดยการปรุงสด เช่น ต้มยำ น้ำยา (นานๆ ครั้งจึงได้มาสักตัวสองตัว) และ แปะก๊วยคั่วเกลือ เป็นต้น

จึงพอจะสรุปได้ว่าเป็นอาหารอร่อยได้มาตรฐานชั้นดีอีกร้านหนึ่งของจังหวัด รสชาติถูกปาก ถูกจริตยิ่งนัก


หลนปลาอินทรีย์เค็ม

ครัวคุณตุ้ม

205/3 ม.1 ต.หนองหญ้า

จ.กาญจนบุรี 71000

โทร. 089-9962514

การเดินทาง

จากตัวเมืองกาญจน์ ข้ามแม่น้ำแควใหญ่ที่สะพานสมเด็จพระสังฆราชญาณสังวรวัดเทวสังฆาราม (วัดใต้) ที่ถนนปากแพรก พอเลยสะพานถึงทางแยกเลี้ยวขวามีป้ายบอกทางไปวัดถ้ำเขาปูน (ทล.3228) เมื่อถึงวัดถ้ำเขาปูน ให้ไปต่อทางไปบ้านหนองหญ้าอีก 2.3 กิโลเมตร เห็นร้านมีลักษณะเป็นบ้าน มีป้ายสีน้ำเงินอยู่ด้านขวามือ

พิกัด : N 13.990577

E 99.484524


แกงเขียวหวานลูกชิ้นปลากรายกับโรตี


ปลาเนื้ออ่อนนึ่งซีอิ๊ว


ปลาช่อนผัดขิง


หัวปลาคังต้มเผือก


แกงป่าปลากดเหลือง

ถ่ายภาพ มีรัติ รัตติสุวรรณ

แผนที่ มูฮัมหมัด พันธุ์โพธิ์

 

 .............................................................................

 

ฮอตไม่พัก! 'อุ้ม ลักขณา'งัดบิกินีโชว์หุ่นอึ๋มเล่นน้ำสุดชิล(คลิก)

วันอาทิตย์ ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 14.39 น.
 

16 ก.ค.60 เผ็ดร้อนเร้าใจไม่แพ้ใครเลยทีเดียว สำหรับสาวสวย อย่าง "อุ้ม ลักขณา" ที่ล่าสุดเจ้าตัวขอสลัดผ้าจัดทริปเที่ยวทะเลพัทยา งัดบิกินี่มาอวดหุ่นสุดอึ๋ม งานนี้บอกเลยว่าแซ่บจนต้องซี้ดปาก สมเป็นตัวแม่สุดเซ็กซี่จริงๆ

..................................................

 16 กรกฎาคม 2560

 



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
นายยั้งคิด วันที่ : 17/07/2017 เวลา : 19.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

คำชื่นชมผบ.ตร. ทำให้พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ พลอยชื่นใจด้วยครับ

ความคิดเห็นที่ 1 นายยั้งคิด ถูกใจสิ่งนี้ (1)
สุรศักดิ์ วันที่ : 16/07/2017 เวลา : 22.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/surasakc
เชิญอ่านบทความใหม่ได้จากที่นี่เลย "ว้าว!! วิดีโอเทคนิคพิเศษร่นเวลาได้ VOYAGEURS และ HAWAI’I VOLCANOES !!" กรุณาคลิกลิงก์บรรทัดบน

คดีฆ่า 8 ศพ ที่จ.กระบี่
ในที่สุดก็เสร็จเรียบร้อยตำรวจ
ขอชื่นชมการทำงานของ ผบ.ตร.และ
ตำรวจทุกนาย ที่ทำงานอย่างรวดเร็วครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน