*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 2532
  • จำนวนผู้ชม : 1929017
  • จำนวนผู้โหวต : 420
  • ส่ง msg :
  • โหวต 420 คน
<< กรกฎาคม 2017 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31          

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันจันทร์ ที่ 17 กรกฎาคม 2560
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 541 , 19:43:21 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน สิงห์นอกระบบ โหวตเรื่องนี้

สวัสดีครับ

         ช่วงนี้กำลังมีการเดินหน้าปฏิรูปประเทศในทุกด้านคืบหน้าไปตามลำดับโดยเฉพาะการผลักดัน 2 เรื่องสำคัญนั่นคือกรณีสภา

นิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ยุคคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)ผ่านร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ(พ.ร.ป.)ว่าด้วยวิธี

พิจารณาความอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองอันมีสาระสำคัญเป็นการดัดหลังนักโกงเมืองที่ทุจริตประพฤติมิชอบ ขณะที่

สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.)ยุคปฏิรูปภายใต้การเอาจริงของ พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการ พศ.จอมตงฉิน

กำลังเดินหน้าเอาผิดเหล่าเปรตในวงการศาสนาทั้งข้าราชการระดับสูงในพศ.และสงฆ์ที่สมคบกันทุจริตงบสนับสนุนวัดทั่วประเทศ

         ข้อความข้างบน คือ รายงานข่าวเรื่อง ' จับตามารผจญรวมหัวขวางปฏิรูป ต้านกม.ดัดหลังโกง-ล้างเปรตศาสนา?' ที่ต้องขอแรง

ให้อ่านกันสักหน่อยครับ เพราะไหนๆเราก็ 'นรกกินกบาล' มาเยอะแล้ว ในฐานก้ำเกิน 'คนห่มเหลือง' ที่สร้างความมัวหมองแก่บวรพุทธ

ศาสนา โดยเราตั้งใจที่จะชะลอไม่ให้ศาสนาของเราต้องเสื่อมโทรมมากเกินไป จนมิอาจจะฟื้นคืนได้โดยง่าย ทั้งนี้ เพราะแม้แต่สงฆ์

ระดับ 'เจ้าคุณ' เองแท้ๆที่ยังไม่อยู่ในธรรมวินัย แต่มีวัตรปฏิบัติที่เห็นแก่อามิส ลาภสัการ ด้วยความหลงมัวเมากับกิเลศ ปล่อยให้เข้ามา

ครอบงำจิตใจจนเห็นผิดเป็นชอบไปเสียสิ้นทีเดียว

 

 

แนวหน้า

 

สะพัด!ปธ.ศาลอุทธรณ์ไขก๊อก "ศิริชัย"นัดเปิดใจครั้งสุดท้าย18ก.ค.

 

 

วันจันทร์ ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 17.14 น.

ยังคงมีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง กรณีคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) มีมติไม่รับรอง นายศิริชัย วัฒนโยธิน ประธานศาลอุทธรณ์ อาวุโสอันดับ 1 ให้ดำรงตำแหน่งประธานศาลฎีกา พร้อมทั้งให้มีการเปิดตำแหน่งที่ปรึกษาประธานศาลฎีกา ซึ่งเป็นตำแหน่งใหม่เทียบเท่าประธานศาลอุทธรณ์ขึ้นมา ท่ามกลางกระแสข่าวว่า เพื่อรองรับการโยกย้าย นายศิริชัย ออกจากตำแหน่งประธานศาลอุทธรณ์ รวมทั้งอาจจะมีการตั้งกรรมการสอบสวน นายศิริชัย ในประเด็นเกี่ยวกับการบริหารงานศาลอุทธรณ์

โดยเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม นายศิริชัย เปิดเผยว่า ในวันที่ 18 กรกฎาคม เวลา 14.00 น. จะขอแถลงข่าวเป็นครั้งสุดท้ายแล้ว จะแถลงถึงแนวทางการลาออกจากราชการ จะกล่าวถึงเหตุผลต่างๆ ให้ทราบ ที่ศาลอุทธรณ์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการแถลงข่าวของนายศิริชัย ที่จะมีขึ้นในวันที่ 18 กรกฎาคม นับเป็นครั้งที่ 3 หลังจากก่อนหน้านี้ นายศิริชัย ได้มีการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนมาแล้ว 2 ครั้ง ตั้งแต่ที่ประชุม ก.ต. มีมติไม่เห็นชอบให้ นายศิริชัย ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานศาลฎีกา คนที่ 44 แทน นายวีระพล ตั้งสุวรรณ ประธานศาลฎีกา คนปัจจุบัน ที่จะเกษียณอายุราชการ ในวันที่ 30 กันยายน ส่วนการแถลงข่าวครั้งที่ 2 เป็นการแถลงข่าว กรณี ก.ต. มีมติเห็นชอบให้ นายชีพ จุลมนต์ รองประธานศาลฎีกาคนที่ 1 ซึ่งมีอาวุโส รองจากนายศิริชัย ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานศาลฎีกา คนต่อไป รวมทั้งการจะเสนอตำแหน่งที่ปรึกษาประธานศาลฎีกา ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ตั้งขึ้นใหม่ให้ นายศิริชัย และการตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงในการปฎิบัติหน้าที่ราชการที่ผ่านมาของ นายศิริชัย 

 

เปิด10ข้อร่างสัญญาประชาคม หนุนปรองดอง/ยอมรับผลเลือกตั้ง

วันจันทร์ ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 15.41 น.
 

เวทีภาคกลางประเดิม เปิดร่างสัญญาประชาคม 10 ข้อ หวังเป็นฉันทามติ ขับเคลื่อนประเทศ พร้อมเผยภาคผนวก "บิ๊กตู่" ดันตรวจสอบนโยบายพรรคการเมือง เลือกนักการเมืองรับผิดชอบประชาชน  จี้บริหารการภาครัฐใช้ระบบคุณธรรม โยกย้ายข้าราชการ ขจัดระบบซื้อ-ขายตำแหน่ง 

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 17 กรกฎาคม ที่กองทัพภาคที่ 1 พล.ท.กู้เกียรติ ศรีนาคา แม่ทัพน้อยที่ 1เป็นประธาน เปิดเวทีสาธารณะ ในพื้นที่ภาคกลาง 26จังหวัด เพื่อชี้แจงร่างสัญญาประชาคม โดยมีประชาชน ตัวแทนกลุ่มการเมือง พรรคการเมืองในภาคกลาง และกรุงเทพมหานคร ร่วมทั้งหมด 312 คนในพื้นที่จ.ภาคกลาง จังหวัดละ 12 คน  71 พรรค การเมือง 2 กลุ่มการเมือง  เช่น นายชวลิต วิชัยสุทธิ์ อดีตรักษาการรองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย นายจตุพร พรหมพันธ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) และนายธนา ชีรวินิจ อดีตสส. กรุงเทพ พรรคประชาธิปัตย์ รวมไปถึง NGOs  ภาคประชาสังคม และ ภาคเอกชน เข้าร่วมเวทีอย่างคับคั่ง

พล.ท.กู้เกียรติ กล่าวเวที ว่า  ตนทราบว่าทุกภาคส่วนต้องการให้ประเทศมีความสามัคคี และเดินไปข้างหน้าอย่างสันติ จึงคาดว่าการจัดเวทีครั้งนี้จะเป็นไปอย่างสร้างสรรค์ ราบรื่น มีบรรยากาศยอมรับความคิดเห็นที่หลากหลาย ปราศจากความขัดแย้ง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความสามัคคีในอนาคต  ขณะเดียวกันเป้าหมายปรองดอง คือการมุ่งเน้น การแก้ไขปัญหาประชาชน อันเป็นปัจจัยสำคัญที่จะสร้างความสามัคคีให้เกิดความยั่งยืน โดยคำนึงถึง ข้อเสนอแนะจากทุกภาคส่วน ซึ่งการเก็บข้อมูลที่หลากหลายสะท้อนให้เห็นถึงความต้องการของประชาชน จะส่งผลให้สัญญาประชาคมมีความสมบูรณ์ และเป็นฉันทามติที่สมบูรณ์ เพื่อทำให้ประเทศเดินหน้าไปในอนาคต

สำหรับการเสวนาครั้งนี้ พล.ต.อภิศักดิ์ สมบัติเจริญนนท์ ผู้แทนคณะอนุกรรมการพิจารณา การบูรณาการข้อคิดเห็น และข้อเสนอแนะ เพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง ที่มีพล.อ.สุรพงษ์ สุวรรณอัตถ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็นประธาน และพล.ต.ชนาวุธ บุตรกินรี ผู้แทน คณะอนุกรรมการจัดทำข้อเสนอกระบวนฯ ที่มีพล.อ.เฉลิมชัย สิทธสาท ผู้บัญชาการทหารบก เป็นประธาน ได้ร่วมกันกล่าวถึงขั้นตอนการดำเนินการกว่าจะเป็นร่างสัญญาประชาคม โดยเน้นย้ำว่าร่างสัญญาประชาคมเป็นการเปิดกว้างรับฟังความคิดเห็นทุกภาคส่วน

สำหรับเนื้อหาร่างสัญญาประชาคม แบ่งเป็น3 ส่วนคือ บทนำ ความคิดเห็นร่วม และภาคผนวก  โดยความคิดเห็นร่วมมี 10 ข้อ ประกอบไปด้วย

1.คนไทยทุกคน เพิ่งร่วมมือกันสร้างบรรยากาศความสามัคคีปรองดองเพื่อให้ประเทศไทยมีความเป็นหนึ่งเดียวภายใต้การปกครอง ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และเข้าใจระบอบประชาธิปไตยอย่างแท้จริงใช้สิทธิเสรีภาพอย่างถูกต้องและกรอบกฎหมาย มีส่วนร่วมกับการเมืองภาคประชาชนยอมรับความแตกต่างทางความคิดส่งเสริมสถาบันการเมืองให้มีความเข้มแข็งเพื่อนำไปสู่การเลือกตั้งที่โปร่งใสบริสุทธิ์ยุติธรรมและยอมรับผลการเลือกตั้งซึ่งถือเป็นฉันทามติของคนไทยทั้งประเทศ รวมทั้งร่วมกันตรวจสอบถ่วงดุลอำนาจรัฐและการแก้ไขปัญหาโดยใช้กลไกรัฐสภา
2. คนไทยทุกคนพึงน้อมนำศาสตร์พระราชา ประยุกต์ใช้ในชีวิต
3. คนไทยทุกคนพึงยึดมั่นในคุณธรรมจริยธรรม
4. คนไทยทุกคนพึงอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
5. คนไทยทุกคนพึงส่งเสริม การดูแลคุณภาพชีวิต และสาธาณะสุข
6. คนไทยทุกคนพึงเคารพ เชื่อมั่น และปฏิบัติตามกฏหมาย สนับสนุนกระบวนการยุติธรรมเพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อยในสังคม
7. คนไทยทุกคนพึงใช้ความรอบคอบในการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร ไม่บิดเบือน
8. คนไทยทุกคนพึงตระหนัก ในการส่งเสริมสังคมให้มีมาตรฐานสากล ตามกฎกติการะหว่างประเทศที่ไทยเป็นภาคี
9. คนไทยทุกคนพึงส่งเสริมการปฏิรูปประเทศทุกด้าน ให้สอดคล้องและเป็นไปในแนวทางเดียวกัน
10. คนไทยทุกคนเรียนรู้ให้ความร่วมมือและสนับสนุนการขับเคลื่อนประเทศตามแนวทางยุทธศาสตร์ชาติ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากนั้นยังมีภาคผนวกที่เป็นความเห็นของนายกรัฐมนตรีรวมทั้งหมด 15 ข้อ โดยเนื้อหาส่วนใหญ่มีความใกล้เคียงกับร่างสัญญาประชาคมรายละเอียดเพิ่มเติมเช่น ประเด็น การไม่ใช้อำนาจบริหารเพียงหวังคะแนนเสียงทางการเมืองในระบบประชาธิปไตยทั้งนี้ต้องมีกลไกควบคุมให้พรรคการเมืองมีความรับผิดชอบต่อการประกาศ โฆษณานโยบายที่ไม่ได้มีการวิเคราะห์ผลกระทบ ความคุ้มค่าและความเสี่ยงอย่างรอบด้านรวมทั้งกำหนดให้ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความชื่อสัตย์สุจริตและรับผิดชอบต่อประชาชน

"การทุจริตระดับนโยบายจะต้องได้รับการตรวจสอบอย่างจริงจัง เช่นการตรวจสอบนโยบายหาเสียงของพรรคการเมืองและประชาชนต้องมีส่วนร่วมในการตรวจสอบทรัพย์สินภาครัฐ

นักการเมืองทุกคนต้องยึดถือจริยธรรมและจรรยาบรรณในอาชีพ ภาคการเมืองต้องปรับปรุงกระบวนการคัดสรรบุคคลเข้าสู่ระบบการเมืองที่เหมาะสม พร้อมกันนั้นคนไทยต้องมีส่วนร่วมกับการเมืองภาคประชาชนและยอมรับความแตกต่างทางความคิดเห็นนอกจากนี้จะต้องส่งเสริมสถาบันการเมืองให้มีความเข้มแข็งเพื่อนำไปสู่การเลือกตั้งที่โปร่งใสบริสุทธิ์และยุติธรรมรวมถึงการยอมรับผลการเลือกตั้ง ที่เป็นไปด้วยความชอบธรรม" เนื้อหาส่วนหนึ่งของภาคผนวกระบุ

นอกจากนั้น เนื้อหาส่วนใหญ่ยังคงเน้นในเรื่อง การนำศาสตร์พระราชามาปรับใช้ให้สอดคล้องกับการดำรงชีวิต โดยใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ทั้งนี้ควรให้ความสำคัญกับเศรษฐกิจฐานราก ที่เชื่อมโยงกับเศรษฐกิจเสรี ส่งเสริมสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานมุ่งเน้นการพัฒนาตนเองให้มีขีดความสามารถในการประกอบอาชีพ  การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจเกษตรกรรมและอุตสาหกรรมของไทยให้เกิดผลเป็นรูปธรรมเพื่อลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงทรัพยากร ทั้งนี้เป็นการเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันและยกระดับรายได้ของประชาชนโดยรวม

การให้ความร่วมมือในการจัดการการทุจริตฉ้อฉลและอำนาจนอกระบบอย่างเด็ดขาด โดยการนำหลักธรรมาภิบาลหรือระบบบริหารจัดการที่ดีมาประยุกต์ใช้ เพื่อให้การบริหารเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพโปร่งใสและตรวจสอบได้

การปรับปรุงและพัฒนาการบริหารงานบุคคลภาครัฐ เพื่อจูงใจให้คนที่มีความรู้ความสามารถเข้ามาทำงานในภาครัฐและสามารถเจริญก้าวหน้าตามความสามารถและผลสัมฤทธิ์ของงาน ทั้งนี้การบริหารงานของหน่วยงานภาครัฐต้องเป็นไปตามระบบคุณธรรมมีมาตรการป้องกันมิให้ผู้ใช้อำนาจกระทำการโดยมิชอบที่เป็นการก้าวก่ายหรือแทรกแซงการปฎิบัติหน้าที่หรือกระบวนการแต่งตั้ง พิจารณาความดีความชอบและต้องขจัดการซื้อขายตำแหน่งเรียกรับผลประโยชน์ในทุกโครงการ

นอกจากนี้ แล้วยังให้มีการกระจายอำนาจให้องค์การการปกครองส่วนท้องถิ่น สนับสนุนการบริหารงานให้ภาครัฐและให้ประชาชนมีบทบาทในการบริหารงานแบบรวมศูนย์ โดยที่ยึดหลักธรรมาภิบาล และเสรีภาพของประชาชน ซึ่งให้มีส่วนร่วมในการดูแลชุมชนของตนเอง รวมทั้งให้ประชาชนเป็นผู้ริเริ่ม จึงจะเป็นการบริหารชุมชนให้เป็นประชาธิปไตยทั้งนี้ ทั้งนี้ประชาชน ชุมชน. และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีหน้าที่ช่วยกันอนุรักษ์ บำรุงรักษาฟื้นฟูและบริหารจัดการ ทั้งในเรื่องของชุมชนและศาสนา

ประชาชนมีคุณภาพของชีวิตที่ดี เท่าเทียมและเป็นธรรม ทั้งในด้านการศึกษา และการส่ธารณะสุข โดยด้านการศึกษาเด็กทุกคนต้องได้รับการศึกษาและมีการเรียนรู้ตลอดชีวิต และได้มาตรฐานสากล ส่วนในด้าน สาธารณสุข ประชาชนจะได้รับการบริการอย่างทั่วถึงและมีความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับการส่งเสริมสุขภาพป้องกันโรค รวมถึงการพัฒนาเจ้าหน้าที่ของรัฐให้มีความซื่อสัตย์สุจริตและมีทัศนคติเป็นผู้ให้บริการที่ดีของประชาชน

ยอมรับชะตากรรม! ปธ.กกต.บ่นหมดหน้าที่ ปัดยื่นตีความค้าน"เซตซีโร่"

วันจันทร์ ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 18.38 น.
 

นายศุภชัย สมเจริญ ประธานกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดเผยเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม ถึงกรณีการประชุมร่วมกันของ ก.ก.ต. ในวันที่ 18 กรกฎาคม เรื่องการยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญตีความร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พรป.) ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้งว่า ไม่ทราบ ทุกอย่างต้องขึ้นอยู่กับมติที่ประชุม แต่ส่วนตัวไม่ติดใจอะไรแล้ว เพราะได้ทำหน้าที่ในฐานกรรมาธิการร่วม 3 ฝ่าย และแถลงข้อโต้แย้งต่อที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ตามมติ กกต. ถือว่า เป็นการทำหน้าที่อย่างครบถ้วนสมบูรณ์แล้ว และหมดหน้าที่ในการทำตรงนี้แล้ว

“ส่วนตัวจะได้ไปพักผ่อน หรือทำอะไรที่อยากจะทำ ที่พูดอย่างนี้ไม่ได้ว่าถอดใจ แต่เราต้องดูว่าอะไรเป็นอะไร ที่ประชุม สนช.มีมติยืนยันตามร่างที่ผ่านที่ประชุม สนช.ด้วยคะแนนเสียง 194 เสียง ต่อ 0 เราก็ควรต้องพิจารณาว่าจะทำอะไรได้มากน้อยแค่ไหนเพียงไร” นายศุภชัย กล่าว

เมื่อถามว่า หากที่ประชุม กกต. ยังมีกรรมการคนอื่นติดใจต้องการให้ยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ในฐานะประธานจะดำเนินการอย่างไร นายศุภชัย กล่าวว่า ต้องดูว่าเสียงส่วนใหญ่ของที่ประชุม กกต.เห็นอย่างไร ตนในฐานะประธาน กกต.ต้องดำเนินการไปตามมติ ส่วนที่ก่อนหน้านี้มี กกต. 2 คนเป็นเสียงข้างน้อยไม่เห็นด้วยการการโต้แย้งในประเด็นเซ็ตซีโร่ กกต. ก็เข้าใจว่าในการประชุมครั้งนี้ กกต.ทั้ง 2 คน ก็ยังคงจะยืนตามมติเดิม

ส่วนกระแสข่าวว่า กกต. อาจมีการลาออกจากตำแหน่งก่อนกำหนดนั้น นายศุภชัย กล่าวว่า เราต้องดูว่าการลาออกเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติหรือไม่ ถ้าลาออกเพื่อประชดประชัน ก็ไม่ควรทำ เราเป็นผู้ใหญ่ เขาให้อยู่รักษาการ ก็ควรทำหน้าที่ต่อไป ยกเว้นเขาไม่อยากให้เราอยู่

 

จับตามารผจญรวมหัวขวางปฏิรูป ต้านกม.ดัดหลังโกง-ล้างเปรตศาสนา?

วันจันทร์ ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 02.00 น.
 

ช่วงนี้กำลังมีการเดินหน้าปฏิรูปประเทศในทุกด้านคืบหน้าไปตามลำดับโดยเฉพาะการผลักดัน 2 เรื่องสำคัญนั่นคือกรณีสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ยุคคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)ผ่านร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ(พ.ร.ป.)ว่าด้วยวิธีพิจารณาความอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองอันมีสาระสำคัญเป็นการดัดหลังนักโกงเมืองที่ทุจริตประพฤติมิชอบ ขณะที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.)ยุคปฏิรูปภายใต้การเอาจริงของ พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการ พศ.จอมตงฉิน กำลังเดินหน้าเอาผิดเหล่าเปรตในวงการศาสนาทั้งข้าราชการระดับสูงในพศ.และสงฆ์ที่สมคบกันทุจริตงบสนับสนุนวัดทั่วประเทศ

ในกรณีพ.ร.ป.ดัดหลังนักโกงเมืองฉบับใหม่ที่กำหนดให้ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง รับฟ้องและพิจารณาคดีลับหลังกับนักการเมืองที่หลบหนีคดีได้ รวมทั้งไม่นับอายุความของคดีระหว่างที่จำเลยหลบหนีทำให้เหล่าสาวกเพื่อแม้วดาหน้าออกมาต่อต้านอย่างเอาเป็นเอาตาย นอกจาก หมอเหวง โตจิราการ อดีต สส.เพื่อแม้ว แกนนำ
คนเสื้อแดง แล้วยังมี นายสมยศ เชื้อคง อดีตสส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อแม้ว อำนวย คลังผา อดีต สส.ลพบุรี พรรคเพื่อแม้ว อ้างว่าเป็นการออกกฎหมายที่ขัดหลักสากลและมุ่งไล่ล่านักการเมืองโกง ทั้งๆ ที่คนโกงไม่ได้มีแต่เฉพาะนักการเมือง

ขณะที่ นายอำนวย คลังผา อดีต สส.ลพบุรี พรรคเพื่อแม้ว อ้างว่า นักการเมืองเป็นผู้บริหารประเทศ ส่วนผู้ปฏิบัติการใช้งบประมาณคือข้าราชการ เพราะฉะนั้นหากจะเอาผิดนักการเมืองก็ต้องกวดขันข้าราชการด้วย จะมุ่งแต่นักการเมืองฝ่ายเดียวไม่ได้เพราะการทุจริตหลายฝ่ายต้องร่วมมือกันไม่อย่างนั้นทุจริตไม่ได้

ความจริงแล้วการลงโทษเอาผิดข้าราชการที่ทุจริตประพฤติมิชอบมีการออกกฎหมายหลายฉบับอีกทั้งมีกฎหมายระเบียบที่กำหนดบทลงโทษข้าราชการที่ทุจริตประพฤติมิชอบขั้นรุนแรงอยู่แล้ว ส่วนที่ต้องมุ่งออกกฎหมายดัดหลังนักการเมืองโกงเพราะนักการเมืองคือตัวการทุจริตคอร์รัปชั่นที่สำคัญและเลวร้ายสร้างความเสียหายแก่ชาติบ้านเมืองรุนแรงที่สุด อีกทั้งที่ผ่านมานักโกงเมืองจะอาศัยเล่ห์ศรีธนญชัยหลบหนีคดีหอบเงินที่โกงชาติปล้นแผ่นดินไปเสวยสุขในต่างประเทศแล้วรอจนคดีหมดอายุความจึงค่อยกลับประเทศ หรือไม่หากพรรคของตัวเองได้เป็นรัฐบาลก็พยายามผลักดันกฎหมายนิรโทษกรรมความผิดให้ตัวเอง

นายคำนูณ สิทธิสมาน สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ(สปท.) ให้ความเห็นอย่างน่าสนใจว่า พ.ร.ป.ดัดหลังนักโกงเมืองฉบับใหม่ถือเป็นการปฏิวัติกฎหมายที่จะมีผลสะเทือนต่อการเมืองไทยอย่างใหญ่หลวงเพราะจะทำให้นักการเมืองที่ทุจริตทั้งในอดีต ปัจจุบันและอนาคตจะต้องชดใช้กรรมที่ก่ออย่างไม่อาจปฏิเสธได้เพราะคดีไม่มีอายุความและศาลสามารถพิจารณาคดีลับหลังได้

นอกจากความพยายามขวางพ.ร.ป.ดัดหลังนักโกงบ้านเมืองฉบับใหม่แล้ว ในกรณีที่พศ.ยุคปฏิรูปภายใต้การนำของ พ.ต.ท.พงศ์พร ที่กำลังล้างเปรตในวงการศาสนาครั้งใหญ่เพื่อให้พุทธศาสนาใสสะอาดแน่นอนว่าย่อมขัดผลประโยชน์ของเหล่าเปรตในวงการพระพุทธศาสนาทั้งข้าราชการในหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งสงฆ์ทั้งใหญ่และเล็กทั่วประเทศ ซึ่งที่ผ่านมาอาศัยวงการผ้าเหลืองแสวงหาลาภ ยศ ทำให้ล่าสุดมีแนวโน้มที่จะเกิดการรวมหัวกันของผู้เสียผลประโยชน์จากการสังคายนาวงการศาสนาของพศ.ยุคปฏิรูปด้วยการจุดกระแสให้สงฆ์ทั่วประเทศคว่ำบาตรไม่ให้ความร่วมมือกับ พ.ต.ท.พงศ์พร ในทุกด้าน และถึงขนาดมีข่าวร่ำลือว่าพระผู้ใหญ่บางรูปคู่อาฆาต พ.ต.ท.พงศ์พร

ก่อนหน้านี้ พระเทพปฏิภาณวาที หรือ เจ้าคุณพิพิธ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสุทัศนเทพวรารามฯ ให้ความเห็นว่า ที่ผ่านมาพระสังฆาธิการทำงานร่วมกับพศ. แบบพระให้เมตตาธรรม มีมือเปล่าไป กิจกรรมสำคัญพระท่านให้เกียรติให้มีบทบาทในงานต่างๆ ขอให้พระช่วยอะไรทั้งส่วนตัว ส่วนราชการพระก็ช่วย แต่ปัจจุบันความสัมพันธ์ขาดลงแล้ว “เพราะอะไรก็คิดกันเอาเอง แปลว่าพระสังฆาธิการท่านคว่ำบาตรเสียแล้ว ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาประจำจังหวัดก็ต้องรับชะตากรรมไปด้วย”

ขณะที่ นายไพบูลย์ นิติตะวัน ประธานเครือข่ายประชาชนปฏิรูป ซึ่งเคลื่อนไหวเพื่อให้ปฏิรูปวงการศาสนามาอย่างต่อเนื่อง ให้ความเห็นประณามพฤติกรรมของพระผู้ใหญ่ที่ทำผิดทุจริตเงินวัดและงบประมาณแผ่นดินแล้วกลับใช้อิทธิพลพยายามกลบเกลื่อนความผิดตัวเอง ขณะเดียวกันเห็นใจอยากให้กำลังใจ พ.ต.ท.พงศ์พรซึ่งปฏิบัติหน้าที่อย่างตรงไปตรงมาทำให้กลุ่มสงฆ์ที่สูญเสียผลประโยชน์ไม่พอใจรวมตัวกันคว่ำบาตร ทั้งนี้หวังว่าผู้ที่ทำหน้าที่อย่างซื่อสัตย์สุจริตจะได้รับการคุ้มครองจากอำนาจรัฐคสช.ซึ่งหากเป็นยุคก่อน พ.ต.ท.พงศ์พร คงไม่มีโอกาสได้เป็นผู้อำนวยการพ.ศ.

นายไพบูลย์ ย้ำว่าต้องมีการปฏิรูปสังคายนาวงการศาสนาครั้งใหญ่ โดยตัวเองจะผลักดันให้ยกร่างพ.ร.บ.คณะสงฆ์ฉบับใหม่เนื่องจากได้รับการร้องเรียนจากพระชั้นผู้น้อยที่ทนการปกครองของคณะสงฆ์ที่กดขี่ไม่โปร่งใสในปัจจุบันไม่ได้อีกต่อไป

เพราะฉะนั้นจากการเดินหน้าปฏิรูปสังคายนาสิ่งเลวร้ายต่างๆทั้งในวงการเมืองและวงการพุทธศาสนาครั้งสำคัญแน่นอนว่าย่อมทำให้มีกลุ่มผู้สูญเสียผลประโยชน์ ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่ต้องจับตาเพราะโดยธรรมชาติเหล่าผู้สูญเสียผลประโยชน์ทุกกลุ่มมีแนวโน้มที่จะรวมหัวกันเพื่อต่อต้านการปฏิรูปอันเป็นการรักษาสถานภาพผลประโยชน์ของตัวเองที่ฝังรากลึกเกาะกินสังคมมาช้านาน

ทีมข่าวการเมือง

......................................................

17 กรกฎาคม 2560

 

 

 

 



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน