• นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 2347
  • จำนวนผู้ชม : 1827611
  • จำนวนผู้โหวต : 412
  • ส่ง msg :
  • โหวต 412 คน
<< สิงหาคม 2017 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอาทิตย์ ที่ 13 สิงหาคม 2560
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 451 , 21:10:48 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน สิงห์นอกระบบ โหวตเรื่องนี้

สวัสดีครับ

         คนที่อยู่บนเกาะกวมก็ขวัญไม่ดีไปตามกัน เมื่อนายคิม จอง อิล ปธน.เกาหลีเหนือประกาศจะถล่มเกาะกวมทันที 

หากสงครามเกาหลีเหนือ - สหรัฐเกิดขึ้น ส่วนนักท่องเที่ยวที่จะไปพักผ่อนที่เกาะกวมก็ต้องคิดหนักเลยทีเดียว ว่าจะเสี่ยง

ไปหรือไม่

 

 

 วันอาทิตย์ ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2560, 16.48 น.

 

จากกรณี “ผอ.อ้อย” น.ส.จุฑาภรณ์ อุ่นอ่อน อายุ 37 ปี รับราชการในตำแหน่ง ผอ.กองการศึกษา อบต.ชำ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ หายตัวไป พร้อมรถยนต์เก๋งยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีออส สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน กษ 8201 เชียงใหม่ ตั้งแต่วันที่ 3 ก.ค.2560 ที่ผ่านมา ปล่อยทิ้งให้ลูกสาว อายุ 8 ขวบ อยู่กับพ่อและตายายที่แก่ชรามากแล้ว นานกว่า 1 เดือน ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามรถเก๋งได้แล้ว จากนั้นได้ออกหมายเรียก นายทหารยศ “ร้อยเอก” สังกัดกองร้อยอาวุธเบาที่2 กองพันทหารบกที่2 กรมทหารราบที่6 ค่ายสรรพสิทธิประสงค์ อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี หลังพบข้อมูลว่าอาจมีส่วนเชื่อมโยงกับการหายตัวไปของ น.ส.จุฑาภรณ์ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 13 ส.ค.60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ้านเลขที่ 83/1 หมู่ 3 บ้านซำเม็ง ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ซึ่งเป็นบ้านของ นายบุญเลิศ อุ่นอ่อน อายุ 62 ปี พ่อของ น.ส.จุฑาภรณ์ ได้มีบรรดาญาติพี่น้องพากันมาให้กำลังใจ และถามข่าวความคืบหน้าของการตามหาตัว น.ส.จุฑาภรณ์ อย่างต่อเนื่องตลอดวัน ซึ่ง นายบุญเลิศ ยังคงมีสีหน้าเครียด และเศร้าเพราะห่วงใยลูกสาวที่หายตัวไป อีกทั้งเกิดความกังวลภัยมือ เนื่องจากผู้ที่เกี่ยวข้องในคดีนี้เป็นนายทหาร และในช่วงนี้มีชายฉกรรจ์แปลกหน้ามาวนเวียนดูความเคลื่อนไหวของนายบุญเลิศ และครอบครัวเป็นประจำ

นายบุญเลิศ กล่าวว่า ดีใจมากที่ พล.ต.ต.สุรเดช เด่นธรรม ผบก.ภ.จว.ศรีสะเกษ สามารถเร่งรัดคดีจนกระทั่งทำให้ได้ตัวผู้ต้องหา ซึ่งตนมั่นใจว่าข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกสาวตนหายตัวไปจะต้องถูกเปิดเผยออกมาในเร็วๆนี้

“แต่ขณะนี้ได้ข่าวว่ามีการเปลี่ยนตัวพนักงานสอบสวนคดี ซึ่งเป็นพนักงานสอบสวนที่นำนโยบายการสอบสวนของ พล.ต.ต.สุรเดช ไปดำเนินการ จนทำให้มีพยานหลักฐานครบถ้วน สามารถออกหมายเรียกให้นายทหารที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นผู้ต้องสงสัยคนสำคัญให้เข้ามามอบตัวเพื่อรับทราบข้อกล่าวหาได้ ซึ่งการเปลี่ยนตัวพนักงานสอบสวนบางคนออกไป คาดว่าอาจเกิดจากคนมีสีบางคนไม่พอใจในการทำงาน อาจมีการบีบมาจากอำนาจมืดที่ไม่ต้องการให้คดีนี้ชัดแจ้งโดยเร็ว เพื่อเป็นการช่วยเหลือพวกพ้องของตัวเอง” นายบุญเลิศ กล่าว

นายบุญเลิศ กล่าวอีกว่า ตนอยากขอความเมตตาไปถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้กรุณาช่วยเหลือดูแลให้ความเป็นธรรมในคดีนี้ด้วย เนื่องจากเกรงว่าอาจเป็นมวยล้ม เพราะส่อแววมีความไม่ชอบมาพากลในหลายอย่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเปลี่ยนตัวพนักงานสอบสวนในคดีนี้

 

เกาะกวมระส่ำ! รวมตัวสวดมนต์ให้พ้นขีปนาวุธโสมแดง

วันอาทิตย์ ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2560, 20.19 น.
 

คาบสมุทรเกาหลียังตกอยู่ในสภานการณ์ตึงเครียดต่อไป ล่าสุด"ทรัมป์"ต่อสายหารือผู้นำฝรั่งเศสหวังใช้มาตรการขั้นเด็ดขาดทั้งในทางการทูต เศรษฐกิจ และการทหารหยุดความเหิมเกริมของ"คิมน้อย" ด้านผู้นำสหรัฐฯขู่อีกใช้กำลังทหารแน่ถ้ายังไม่ได้ผล ด้านชาวเกาะกวมขวัญผวาออกมาสวดมนต์ให้รอดพ้นจากขีปนาวุธโสมแดง

เมื่อวันที่ 13 ส.ค.60 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ทำเนียบขาวได้ออกแถลงการณ์เกี่ยวกับการสนทนาทางโทรศัพท์ระหว่าง ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กับ ประธานาธิบดีเอมมานูเอล มาครง ผู้นำฝรั่งเศส เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา เพื่อปลดชนวนอาวุธนิวเคลียร์และพฤติกรรมก้าวร้าวของเกาหลีเหนือ

โดยผู้นำสหรัฐ กล่าวว่า สหรัฐและพันธมิตรพร้อมที่จะใช้มาตรการ "ขั้นเด็ดขาด" ทั้งในทางการทูต เศรษฐกิจ และการทหาร เพื่อยุติพฤติกรรมอันเลวร้ายของเกาหลีเหนือ โดยผู้นำสหรัฐขู่ว่า หากไม่ได้ผลอาจใช้ทางเลือกทางทหารจัดการกับเกาหลีเหนือ

อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีมาครง กล่าวว่า ผู้นำโลกจะต้องทำให้เกาหลีเหนือกลับสู่โต๊ะเจรจาโดยไม่มีเงื่อนไข รวมทั้งประสานเสียงกับประชาคมโลกขอให้อดทนอดกลั้นก่อน

สำหรับความตึงเครียดบนคาบสมุทรเกาหลี ปะทุขึ้นอีกครั้ง หลัง "คิม จอง-อึน" ผู้นำเกาหลีเหนือ ขู่ใช้ขีปนาวุธถล่มเกาะกวม ซึ่งเป็นที่ตั้งของฐานทัพสหรัฐฯ ในมหาสมุทรแปซิฟิก และมีเครื่องบินทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์ประจำ ในเดือน ส.ค.นี้ เพื่อเป็นการตอบโต้ผู้นำสหรัฐที่ขู่จะทำลายล้างเกาหลีเหนือ

ขณะเดียวกันมีสำนักข่าวต่างประเทศรายงานด้วยว่า ชาวเกาะกวมหลายร้อยคน ออกมารวมตัวสวดมนต์ เพื่อสันติภาพหน้ารูปปั้นพระแม่มารี บริเวณเมืองหลวงของกวม หลังเกิดเหตุการณ์โต้คารมระหว่างผู้นำสหรัฐ กับรัฐบาลเกาหลีเหนือ

สำหรับชาวเกาะกวมกว่า 80 เปอร์เซนต์ นับถือศาสนาคริสต์นิกายคาทอลิก และหลายคนยืนยันไม่หวั่นไหวกับสงครามที่อาจเกิดขึ้น เพราะยึดมั่นในสันติภาพและศาสนา

ถ้าเจอฟันไม่เลี้ยง! มท.1เผยยังไม่พบอปท.ผลาญงบขนคนเชียร์'ปู'

วันอาทิตย์ ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2560, 20.02 น.
 

13 ส.ค.60 ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ตรวจพบมีการใช้งบประมาณขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ขนมวลชนมาให้กำลังใจ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในวันฟังคำพิพากษาคดีโครงการรับจำนำข้าว 25 ส.ค.นี้ ว่า ได้กำชับไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด และนายอำเภอ ไปชี้แจงกับองค์การบริหารส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศ ว่าการจะนำงบประมาณไปใช้ขอให้อยู่ภายใต้กรอบกฎหมาย ซึ่งขณะนี้ทางกระทรวงมหาดไทยยังตรวจสอบไม่พบ และยังไม่มีรายงานเข้ามาว่ามีการทำผิดในพื้นที่ใดบ้าง หาก สตง.มีข้อมูลก็สามารถส่งเรื่องมาได้ เพราะเรื่องนี้มีความผิดทางวินัย หากพบก็จะลงโทษโดยเด็ดขาด ทั้งผู้บริหาร และสภาองค์กรท้องถิ่น

"เรื่องคดีความของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ นั้น ขณะนี้อยู่ในการพิจารณาของศาล เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม การจะนำมวลชนไปให้กำลังใจ ไม่มีผลต่อคำตัดสินของศาล จึงไม่มีประโยชน์ที่จะเดินทางไปให้กำลังใจในวันพิพากษาคดี" พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวย้ำ

ไหนอ่ะหลักฐาน! พท.ไม่เชื่ออปท.ผลาญงบขนคนเชียร์'ปู'

วันอาทิตย์ ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2560, 16.52 น.
 

13 ส.ค.60 นายอำนวย คลังผา อดีต ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ตรวจสอบพบองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) บางพื้นที่ใช้งบประมาณในการขนมวลชนเดินทางให้กำลังใจ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ขึ้นศาลในคดีรับจำนำข้าว ในช่วงที่ผ่านมา ว่า ไม่เห็นด้วยที่มีการกล่าวหา อปท.อย่างนั้น หากไม่มีหลักฐานก็ไม่ควรกล่าวหากัน เมื่อไม่เห็นก็ไม่ควรพูด เพราะท้องถิ่นต่างมีกฎระเบียบและข้อบังคับอยู่แล้ว เชื่อว่าจะไม่กล้าใช้งบประมาณไปในลักษณะนั้น เพราะถ้าใช้งบขนคนมาเชียร์ น.ส.ยิ่งลักษณ์ จริง จะมีความผิด

"ส่วนตัวอยู่ในพื้นที่ยืนยันได้ว่า ท้องถิ่นไม่กล้าทำ ขณะที่ท้องถิ่นเองก็จะต้องรักษาเกียรติภูมิของตัวเองไว้ จึงไม่กล้าเสี่ยง ทั้งนี้ ประชาชนไปให้กำลังใจ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ด้วยความรักและศรัทธา และส่วนตัวก็ไม่เคยชักชวนชาวบ้านให้เดินทางไป" นายอำนวย กล่าว

ก่อนหน้านี้ นายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส ผู้ว่าฯ สตง.ออกมาระบุว่า จากการตรวจสอบพบมี อปท.หลายจังหวัดนำงบมาใช้ โดยอ้างแอบอ้างการจัดโครงการในลักษณะการศึกษาดูงานหรือทัศนศึกษา ในช่วงเดือน ก.ค. - ต้นเดือน ส.ค.60 ที่ผ่านมา ก่อนนำมวลชนแวะเข้าร่วมกิจกรรมทางการเมืองไปให้กำลังใจ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ทำให้รัฐบาลสั่งการไปยังกระทรวงมหาดไทยเพื่อตรวจสอบ และป้องปรามไม่ให้เกิดขึ้นอีกในวันตัดสินคดีวันที่ 25 ส.ค.นี้ ขณะที่ สตง.เตรียมที่สอบสวนเพื่อเรียกคืนงบประมาณรวมถึงดำเนินคดีทางอาญาต่อไป

 

หมดยุคส่งเสาไฟฟ้าลงส.ส.! 'สุริยะใส'หนุนไอเดีย'มาร์ค'ไม่ต้องมีเบอร์ผู้สมัคร

วันอาทิตย์ ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2560, 16.41 น.
 

13 ส.ค.60 นายสุริยะใส กตะศิลา รองคณบดีวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม ม.รังสิต และ ผอ.สถาบันปฏิรูปประเทศไทย กล่าวว่า ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เตรียมกำหนดให้บัตรเลือกตั้งเป็นระบบแยกเบอร์รายเขต หมดยุคผู้สมัครกับพรรคเบอร์เดียวกันทั้งประเทศ เพราะระบบเลือกตั้งในรัฐธรรมนูญใหม่เป็นระบบจัดสรรปันส่วนผสม เป็นระบบที่บัตรเลือกตั้งใบเดียวแต่ถูกนำเป็นนับคะแนนทั้งของผู้สมัครและของพรรค

โดยส่วนตัวไม่เห็นด้วยกับระบบเลือกตั้งใบเดียวตั้งแต่ต้น แต่เมื่อผ่านประชามติบัญญัติในรัฐธรรมนูญแล้วก็ต้องยอมรับ และอาจทดลองใช้ไปสักระยะ เมื่อมีปัญหาก็ต้องทบทวนแก้ไขในอนาคต การกำหนดให้แยกเบอร์ผู้สมัครตามรายเขตแม้อยู่พรรคเดียวกันก็ตาม อาจทำให้ประชาชนสับสนบ้าง แต่ก็เป็นเรื่องท้าทายทั้งผู้สมัครและผู้สนับสนุนต้องแข่งกันหาเสียงแนะนำตัวแนะนำชื่อ สร้างผลงานให้ประชาชนประทับใจและจำชื่อได้

"บางคนมองว่าระบบเบอร์ผู้สมัครต่างกันตามแต่ละเขตจะทำให้พรรคการเมืองอ่อนแอ คนจะอยู่เหนือพรรคและทำให้พรรคพัฒนาเป็นสถาบันไม่ได้นั้น ก็ไม่แน่เสมอไปเพราะระบบไพรมารี่โหวตหรือการสรรหาผู้สมัครชั้นต้นของพรรคจะเข้ามาถ่วงดุลความนิยมของคนมากกว่าของพรรค หมายความว่ามีกลไกถ่วงดุลกำกับกันระหว่างพรรคกับบุคคลไปในตัว ขึ้นอยู่กับว่าระบบไพรมารี่โหวตจะมีประสิทธิภาพแค่ไหนด้วย" นายสุริยะใส กล่าว

นายสุริยะใส กล่าวอีกว่า ไหนๆ ก็มาถึงขั้นนี้แล้ว ส่วนตัวเห็นด้วยกับข้อเสนอ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และอดีตนายกรัฐมนตรี ที่เสนอให้พิมพ์ชื่อผู้สมัครและโลโก้พรรคลงในบัตรเลือกตั้งไปเลย ก็จะดีไปอีกแบบ เพราะที่ผ่านมาบางครั้งผู้สมัครก็เกาะกระแสพรรคแต่ไม่มีผลงานในเขตพื้นที่เลย ทำให้ประชาชนจำใจเลือกก็มี เช่น ในอดีตที่มีการเปรียบเปรยว่าภาคใต้ พรรคประชาธิปัตย์ส่งเสาไฟฟ้าลงก็ชนะ หรือในภาคอีสานแค่ถ่ายรูปกับ นายทักษิณ ชินวัตร ติดป้ายหาเสียงก็ชนะในบางเขตก็มี

ศาลให้ประกันแก๊งอุ้ม'สีกากี'พันเอี่ยวไถ่ ปล่อย'บิ๊กท็อปบูท'พวกชั่วคราว

วันเสาร์ ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2560, 09.58 น.
 

ศาลไฟเขียวประกันตัว 2 แสนบาท  “พ.ต.ท.ณัฐกฤษต์” พร้อม “โก เทช ชุน” ชาวสิงคโปร์ เข้มห้ามออกนอกประเทศ-ยึดพาสปอร์ต- “พล.ต.จรูญ” และพวก ผู้ต้องหากลุ่มทหารได้รับปล่อยตัวชั่วคราวในชั้นสอบสวน

วานนี้ (11 ส.ค.) ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ร.ต.อ.ชรินทร์ ประคองสุข พนักงานสอบสวนสน.โคกคราม ควบคุมตัว พ.ต.ท.ณัฐกฤษต์ หรือนายณัฐกฤษต์ ยุทยา อายุ 42 ปี ชาว จ.นครสวรรค์ พนักงานสอบสวน กก.5 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.), นายโอภาส ศรียา อายุ 39 ปี ชาว จ.ชัยภูมิ และนายโก เทช ชุน หรือโก๊ะ เต๊ก ฉวน (Goh Teck Chuan) อายุ 49 ปี สัญญาติสิงคโปร์ ผู้ต้องหาที่ 1-3 ตามหมายจับศาลอาญา เลขที่ 1806, 1812, 1811/2560 ลงวันที่ 10 ส.ค. 60 คดีร่วมกันอุ้มรีดทรัพย์เงินล้านเสี่ยการบิน มายื่นคำร้องฝากขังครั้งแรกเป็นเวลา 12 วัน

ตั้งแต่วันที่ 11-22 ส.ค.นี้ เนื่องจากการสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้นจะต้องสอบปากคำพยานอีก 5 ปาก และรอผลการตรวจลายพิมพ์นิ้วมือจากกองทะเบียนประวัติอาชญากร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยพนักงานสอบสวนได้ขอคัดค้านการให้ประกันตัวผู้ต้องหาทั้งสามในชั้นฝากขังนี้ด้วย เนื่องจากเกรงว่าหากปล่อยชั่วคราวแล้วผู้ต้องหาจะหลบหนี รวมทั้งจะไปยุ่งเหยิงพยานหลักฐาน
      
โดยคำร้องฝากขังระบุพฤติการณ์ สรุปว่า เมื่อวันที่ 17 ก.ค. 2560 พ.ต.ต.ณัฐกฤษต์ ผู้ต้องหาที่ 1 ได้แต่งกายเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบสังกัด กอ.รมน. และพวกซึ่งแต่งชุดลายพรางทหารบกประมาณ 10 คนที่มีผู้ต้องหาที่ 2-3 รวมอยู่ในนั้นด้วย ได้บุกรุกเข้าไปในบริษัท คันต้า กรุ๊ป ไทยแลนด์ จำกัด ของนายสุรชัย แซ่ย่าง ที่ตั้งอยู่แขวงนวลจันทร์ เขตบึงกุ่ม กทม. แล้วได้สอบถามจนให้บุคคลพาไปพบตัวนายสุรชัยซึ่งเป็นเจ้าของบริษัทที่ห้องทำงาน

จากนั้นพวกผู้ต้องหาได้นำเอกสารที่อ้างว่าทำการตรวจสอบประวัติของนายสุรชัยแล้วเป็นคนต่างด้าวสวมชื่อทำบัตรประชาชนปลอม โดยผู้ต้องหาที่ 1 และ 3 บอกว่าจะพาตัวนายสุรชัยไปพบ “นาย” หมายถึงตัว พล.ต.จรูญ อำภา จากนั้นพวกผู้ต้องหาได้พานายสุรชัยขึ้นรถยนต์เดินทางไปพบกับ พล.ต.จำรูญ ที่ได้มีการสอบถามนายสุรชัยว่ามีการทำบัตรประชาชนปลอมหรือไม่ หากทำจริงให้รับมาและให้แก้ไขให้ถูกต้องตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ โดยเวลาต่อมาผู้ต้องหาทั้งหมดกับพวก ก็ได้ข่มขู่เรียกเอาเงินจากนายสุรชัยเพื่อแลกกับการไม่จับกุมตัวดำเนินคดี นายสุรชัยเกิดความกลัวจึงมอบเงิน 1 ล้านบาทให้กลุ่มผู้ต้องหา แล้วในวันที่ 17 ก.ค.นั้น นายสุรชัยยังได้โอนเงินอีก 1 ล้านบาทเข้าบัญชีธนาคารไทยพาณิชย์ของนายโอภาส ผู้ต้องหาที่ 2

กระทั่งวันที่ 10 ส.ค.ที่ผ่านมา ผู้ต้องหาทั้งสามถูกตำรวจจับกุมได้ตามหมายจับพร้อมแจ้งข้อหาร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด ไม่กระทำการใดหรือจำยอมต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายแก่ชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียง หรือทรัพย์สินของผู้ถูกข่มขืนใจ ร่วมกันกระทำผิดตั้งแต่ห้าคนขึ้นไป, ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้อื่น หรือกระทำโดยประการใดๆให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย และให้ผู้อื่นนั้นกระทำการใดให้แก่ผู้กระทำหรือผู้อื่น, ร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่นให้ยอมให้ หรือยอมจะให้ตนหรือผู้อื่นได้ประโยชน์ในลักษณะที่เป็นทรัพย์สินของผู้ถูกข่มขืนใจ หรือบุคคลที่ 3 และร่วมกันบุกรุกเคหสถานตั้งแต่สองคนขึ้นไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 309 วรรคสอง, 310, 310 ทวิ, 337 และ 365 (2) ซึ่งชั้นสอบสวนผู้ต้องหาทั้งสามให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา

ขณะที่พล.ต.จรูญ อำภา, จ.อ.ทรงวุฒิ เที่ยงธรรม, จ.อ.เทพพิทักษ์ รัดทะนี, จ.อ.เสาวเดช ศักดิ์กิตตินันท์, จ.อ.อภิวัฒน์ ศรีนะพรม ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา เลขที่ 1815, 1810, 1809, 1807, 1808/2560 ในคดีเดียวกันนี้ก็ได้ถูกจับกุมตัวในวันเดียวกัน แต่ได้รับการปล่อยชั่วคราวไปในชั้นสอบสวนของพนักงานสอบสวน เหตุเกิดที่ บจก.คันต้า กรุ๊ป ไทยแลนด์

ทั้งนี้ ศาลพิจารณาคำร้องแล้วสอบถามผู้ต้องหาแล้วไม่คัดค้าน จึงอนุญาตให้ฝากขังได้
      
ต่อมาญาติของ พ.ต.ท.ณัฐกฤษต์ หรือนายณัฐกฤษต์ และนายโก เทช ชาวสิงคโปร์ ผู้ต้องหาที่ 1 และที่ 3 ได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์ขอปล่อยชั่วคราวระหว่างการฝากขัง
      
กระทั่งเวลา 16.30 น. ศาลพิจารณาคำร้องและหลักทรัพย์เป็นเงินสดแล้ว จึงอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว พ.ต.ต.ณัฐกฤษต์ หรือนายณัฐกฤษต์ และนายโก เทช ชาวสิงคโปร์ ผู้ต้องหาที่ 1 และที่ 3 ได้ โดยตีราคาประกันคนละ 200,000 บาท พร้อมกำหนดเงื่อนไขห้ามออกนอกประเทศเว้นแต่จะได้รับอนุญาต โดยศาลให้ยึดหนังสือเดินทาง (เล่มพาสปอร์ต) ของนายโก เทช ชาวสิงคโปร์ ผู้ต้องหาที่ 3 ไว้ด้วย
      
อย่างไรก็ดี สำหรับนายโอภาส ศรียา อายุ 39 ปี ชาว จ.ชัยภูมิ ผู้ต้องหาที่ 2 นั้น ปรากฏว่าไม่มีหลักทรัพย์ที่จะยื่นประกันตัวในชั้นนี้ เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ จึงได้ควบคุมตัวไปขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครระหว่างการฝากขังนี้
      
อย่างไรก็ตามสำหรับผู้ต้องหาทั้งหมด พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบก.สปพ. และคณะจับกุมได้เมื่อวันที่ 10 ส.ค. กลุ่มผู้ต้องหามีพฤติการณ์เรียกเงินค่าคุ้มครอง 20 ล้านบาทจากนายสุรชัย แซ่ย่าง เจ้าของ บจก.คันต้า กรุ๊ป ไทยแลนด์ ทำธุรกิจเกี่ยวกับสายการบิน โดยพวกผู้ต้องหาอ้างว่านายสุรชัยทำเอกสารทะเบียนราษฎรและบัตรประชาชนปลอม แต่ระหว่างนั้นนายสุรชัยผู้เสียหายได้ต่อรองการจ่ายเงินจนเหลือ 2 ล้านบาท โดยขณะนี้ตำรวจจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้แล้วทั้งสิ้น 8 ราย คงเหลือผู้ต้องหาที่ยังหลบหนีอีก 2 ราย คือ นายอุทิศ ก่อแก้ว และนายฐิติกร ชื่นอุรา

 

กำราบขรก.หัวงู! เปิดกฎเหล็กก.พ.เอาผิด'สายหื่น'

วันอาทิตย์ ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2560, 20.11 น.
 

ปลัดสธ.เตรียมสอบวินัยซ้ำขรก.หัวงูลวนลามลูกจ้างสาว วอนจนท.ทุกคนถ้าใครเจอแบบนี้อย่ากลัวหรือเก็บเรื่องเงียบให้รีบแจ้งผู้บังคับบัญชาเพื่อเอาผิดทันที ขณะที่อดีตเลขาก.พ.เผยเข้าข่ายผิดกฎก.พ.ชัดเจน ชี้โทษตามขั้นตอนหนักถึงขั้นถูกไล่ออกได้

เมื่อวันที่ 13 ส.ค.60 นพ.โสภณ เมฆธน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้ากรณีเจ้าหน้าที่ สธ.ในตำแหน่งลูกจ้าง เข้าแจ้งความที่ สภ.นนทบุรี ว่าถูกผู้บังคับบัญชาในสายงานลวนลามขยำหน้าอกและสะโพกหลายครั้ง ว่า ได้รับเรื่องร้องเรียนเมื่อต้นเดือน ส.ค.60 ทันทีที่ทราบเรื่อง ได้สั่งย้ายข้าราชการชายผู้ถูกร้องเรียนไปที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนนทบุรี ตั้งแต่เมื่อวันที่ 8 ส.ค.ที่ผ่านมา

พร้อมกันนี้ ยังได้ตั้งคณะกรรมการสืบสวนหาข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นทั้งหมด โดยมีผู้อำนวยการกลุ่มเสริมสร้างวินัยและระบบคุณธรรม สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานและนิติกรอีก 2 คน เป็นคณะกรรมการ คาดว่าจะสรุปผลการสืบสวนได้ภายในสัปดาห์หน้า และตั้งกรรมการสอบวินัยต่อทันที ขอให้ผู้ร้องเรียนอย่าได้กังวลใจ กระทรวงสาธารณสุขพร้อมให้ความเป็นธรรมอย่างเต็มที่ ผู้ที่กระทำผิดต้องได้รับการลงโทษ ส่วนความปลอดภัยของลูกจ้างจะเป็นเรื่องที่เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการอยู่แล้ว

นพ.โสภณ กล่าวว่า ทั้งนี้ ฝากถึงบุคลากรในสังกัดทุกคน หากมีเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์เกิดขึ้น ขอให้แจ้งไปยังผู้บังคับบัญชา หรือหน่วยงานที่รับผิดชอบทันที อย่าได้เก็บเรื่องไว้เพราะความกลัว กระทรวงสาธารณสุขยึดหลักธรรมาภิบาล พร้อมให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีที่เกิดขึ้นจะมีการตรวจสอบผู้บังคับบัญชาของข้าราชการที่ถูกย้ายจากกรณีที่เกิดขึ้นหรือไม่ เพราะเรื่องเกิดขึ้นมานาน นพ.โสภณ กล่าวว่า ให้เป็นไปตามกระบวนการ หากพบว่าทราบเรื่องมานาน แต่นิ่งเฉยก็ต้องเป็นไปตามกระบวนการตรวจสอบต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 9 ส.ค.ที่ผ่านมา ลูกจ้างของ สธ.คนดังกล่าว ได้เข้าแจ้งความกับ พ.ต.ท.วชิรนุสรณ์ คำแพง สว. (สอบสวน) สภ.เมืองนนทบุรี ว่าได้ถูกหัวหน้างานกระทำการอนาจาร กอด ลูบคลำ จับหน้าอก มาตั้งแต่ปี 57 เคยร้องเรียนผู้ใหญ่แต่เรื่องเงียบหาย และยังถูกหัวหน้าลวนลามในลักษณะเดิมอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ได้ให้เพื่อนแอบถ่ายคลิปหลักฐานเอาไว้ และใช้ประกอบการแจ้งความหัวหน้าคนดังกล่าว

ด้าน นางเบญจวรรณ สร่างนิทร อดีตเลขาธิการ ก.พ.กล่าวกับ "แนวหน้าออนไลน์" ว่า เมื่อปี 53 ได้มีการออกกฎ ก.พ.ว่าด้วยการกระทำการอันเป็นการล่วงละเมิดหรือคุกคามทางเพศ พ.ศ.2553 ซึ่งเมื่อวันที่ 30 ก.ย.53 ตนได้ทำหนังสือเวียนไปถึงกระทรวง กรม และจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อให้รับทราบถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัดไปแล้ว

"กรณีนี้ทางผู้บังคับบัญชาต้องตั้งคณะกรรมการสอบสวนตามขั้นตอน ซึ่งทราบว่าทาง สธ.ได้ตั้งไปแล้ว เมื่อมีผลสรุปออกมาก็ต้องพิจารณาตั้งกรรมการสอบสวนทางวินัยต่อไปว่ามีความผิดตามกฎ ก.พ.นี้อย่างไร หรือร้ายแรงแค่ไหน ก่อนจะมีบทลงโทษต่อไป ซึ่งโทษหนักก็ถึงขั้นไล่ออกก็เป็นไปได้" นางเบญจวรรณ กล่าว

และว่า สำหรับกรณีเจ้าหน้าที่ สธ.คนนี้ ต้องขอชื่นชมว่ามีความกล้าหาญที่ออกมาดำเนินการเรื่องนี้ด้วยตัวเอง เพราะปัญหาที่ผ่านมา แม้จะมีกฎ ก.พ.นี้ออกมา แต่ข้าราชการบางส่วนเกิดความอับอาย ไม่กลัวลุกขึ้นมาต่อสู้ หรือกลัวจะมีผลต่ออาชีพการงาน กลัวเสื่อมเสียชื่อเสียง ทำให้ปัญหาล่วงละเมิดทางเพศ หรือคุกคามทางเพศในหน่วยราชการก็ยังเกิดขึ้น ดังนั้น ตนจึงอยากเรียกร้องให้ข้าราชการกล้าออกมาต่อสู้เรื่องนี้

 

อดีตซีไอเอแฉแผนชั่ว! สหรัฐถล่ม'เวิร์ลด์เทรด'หวังปล้นอิรัก

วันจันทร์ ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2560, 12.25 น.

 

เหตุวินาศกรรม 11 กันยายน 2544 หรือ 9/11 นับเป็นปฏิบัติการก่อการร้ายที่ร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ ซึ่งในขณะนั้น สหรัฐฯเชื่อว่า เป็นฝีมือของกลุ่มอิสลามหัวรุนแรงอัลกออิดะฮ์ แต่ต่อมา มีกระแสข่าว จากบางฝ่ายระบุว่า แท้ที่จริงแล้ว โศกนาฏกรรมดังกล่าว เป็นแผนของ สหรัฐฯ สร้างเรื่องที่จะใช้เป็นเหตุผลโจมตีอิรัก

ล่าสุด มีการแชร์ข้อความในโลกออนไลน์  อ้างคำพูดของอดีตซีไอเอ ระบุว่า 'ตึกเวิร์ลด์เทรดนั้น ผมถล่มมันเอง':

อดีตซีไอเอบอก: 'ตึกเวิร์ลด์เทรดนั้น ผมถล่มมันเอง':

ประชาชนทั่วโลกรู้กันมานานแล้วว่าซีไอเอร่วมมือกับทีมอัลกออิดะห์ของซาอุฯ ทำการระเบิดตึกเวิร์ลด์เทรด ตึกถึงทรุดมาขนาดนั้น แล้วอเมริกาก็เอาเป็นอ้างส่งเครื่องบินรบและทหารไปถล่มอิรัก ซึ่งไม่เกี่ยวอะไรด้วยเลย ข่าวข้างล่าง อาจจะอยากดังหรืออยากมีคนรู้จักหรืออะไรไม่ทราบ อดีตซีไอเอท่านหนึ่งออกมายอมรับและกำลังฮือฮากันอยู่ในขณะนี้ว่า 'ผมคือหนึ่งในคนที่ร่วมถล่มตึกเวิร์ลด์เทรด เมื่อกรณี ๙/๑๑'
ความจริง รัสเซียกำข้อมูลไว้หมดแล้วว่าใครทำ ทำเพราะอะไร แต่ยังไม่ปล่อยของ แค่ให้คนอเมริกันแฉกันเองแบบนี้ อเมริกาก็ป่วนไปหมดแล้ว รัฐบาลอเมริกาเองที่สั่งให้ซีไอเอและกลุ่มก่อการร้ายอัลกออิดะห์ถล่มตึกย่านธุรกิจของตัวเองและฆ่าประชาชนตัวเองไปเกือบสามพันคน เพื่อเอาเป็นเหตุผลในการรุกรานอิรัก อยากปล้นทองคำอิรัก ต้องการสะกัดอิรักมิให้สร้างสกุลเงินของตัวเองแล้วจะเลิกใช้ดอลล่าร์ อเมริการับไม่ได้ก็เลยต้องสร้างเหตุการณ์ขึ้นมา
เท่านั้นเองจริงๆ
๗ สิงหาคม ๒๕๖๐

 

*หมายเหตุ: ๑.ถ้าจะแชร์ ไม่ต้องขออนุญาตแต่โปรดอ้างที่มาให้ชัดเจน ๒.หากจะวิจารณ์โปรดใช้คำสุภาพ สองข้อนี้สำคัญเพื่อป้องกันมิให้ผิดพรบ.คอมพิวเตอร์ โปรดสะกดใช้คำให้ถูกต้องตามหลักภาษาไทยด้วย ข้อความวิจารณ์ที่ *หยาบ* และ *สะกดผิด* จะลบออกทุกครั้งที่เห็น
http://www.neonnettle.com/…/2495-cia-agent-gives-sworn-stat…

ขอบคุณข้อมูล ปฐมพงษ์ โพธิ์ประสิทธินันท์

 

 
วันอาทิตย์ ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.
 

เปิดงานอย่างเป็นทางการ นำโดย อิทธิพงศ์ คุณากรบดินทร์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์, สุพจน์ ยศสิงห์คำ รองผู้ว่าฯ จ.นครปฐม , ธานินทร์ เทพสุรินทร์ ผู้บริหาร ตลาดน้ำทุ่งบัวแดง ณ บางเลน จ.นครปฐมร่วม เป็นประธานเปิดงาน

เปิดอย่างเป็นทางการไปเรียบร้อย ตลาดน้ำทุ่งบัวแดง ณ บางเลน ที่ถูกบรรจงสร้างสรรค์ขึ้นมาอย่างตั้งใจ เพื่อให้เป็นแลนด์มาร์กการท่องเที่ยวแห่งใหม่ของ จ.นครปฐมที่มีร้านค้าและร้านอาหารอร่อยมากมาย โดยได้รับเกียรติจาก อิทธิพงศ์ คุณากรบดินทร์ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์ และ สุพจน์ยศสิงห์คำ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม เป็นประธานเปิดงาน โดยมีทีมผู้บริหารตลาดรุ่นใหม่ไฟแรง ธานินทร์ เทพสุรินทร์, สุภัทรตราศรีสังวาลย์, จารุณี ศรีสังวาลย์, สุธามาศ ศรีสังวาลย์ต้อนรับ พร้อมด้วยแขกคนสำคัญร่วมงานคับคั่ง อาทิ เลิศหล้า นาคะเกศ พาณิชย์จังหวัดนครปฐม, อภิวัตน์เข้าภูไท นายกเทศมนตรี ตำบลบางเลน, บุญชัยตั้งไพบูลย์สุข เจ้าของเรือสำราญริเวอร์สตาร์ปริ้นเซส, ธรรมรัตน์ หน่อพงษ์, เอมอร ตะคามจันทร์, สุวรรณภา ศุภประเสริฐ ฯลฯ รวมทั้งนางเอกสาวหน้าหวานขวัญใจประชาชน แพนเค้ก-เขมนิจ จามิกรณ์ได้มาเที่ยวชมความสวยงามของ “ทุ่งบัวแดง” ดอกบัวแดงและบัวสีสวยงามที่บานสะพรั่งรับแสงแดดสะท้อนความงดงามในทุ่งกว้าง

ธานินทร์ เทพสุรินทร์ ผู้บริหาร ตลาดน้ำทุ่งบัวแดง ณ บางเลน จังหวัดนครปฐม กล่าวถึงที่มาและแนวคิดในการสร้างสรรค์ตลาดว่า ตลาดน้ำทุ่งบัวแดง ณ บางเลน ทีมผู้บริหารสร้างขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์ให้นักท่องเที่ยวได้รับรู้ถึงธรรมชาติความสวยงามของบัวแดง และร้านค้ากว่า 80 ร้าน อาทิ ร้านเมี่ยงคำบัว และกาแฟสด ร้าน เรด โลตัส คาเฟ่,ร้านผัดไทยสุดซอย อร่อยสุดๆ, ส้มตำนัวๆ ร้านลีลาปลาร้าหอม, น้ำตาลสดชื่นนนใจ, ขาหมูไฮโซ สุดฟิน, ชบาแก้ว ยำขนมจีนสุดแซ่บ,ร้านบ่าทัน อาหารเวียดนามต้นตำหรับเวียดนามแท้,หมูสะเต๊ะไม้กลม เนื้อนุ่มละมุน, เครื่องดื่มหวานชื่นใจ ร้านบัวสะอ้าน และยังมีข้าวเหนียวมะม่วงป้าบุญ เจ้าเก่าบางเลนกว่า 50 ปี ฯลฯ ตลาดนี้เที่ยวได้ทุกกลุ่ม ทุกเพศทุกวัย ยังอำนวยความสะดวกที่จอดรถฟรี ที่จอดรถสำหรับนักปั่น ทำห้องน้ำพร้อมทางสำหรับรถเข็นของผู้สูงวัย หรือผู้พิการ และหวังว่าตลาดแห่งนี้จะเป็นที่ท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจให้คนในจังหวัดต่างๆ และเป็นที่สร้างโอกาสสร้างงานให้คนในพื้นที่ได้มีรายได้เพิ่มขึ้น

"ประธานเปิดงาน,ทีมผู้บริหารตลาดรุ่นใหม่ไฟแรง , แพนเค้ก-เขมนิจ จามิกรณ์ และแขกผู้มีเกียรติ

ด้านนางเอกสาว แพนเค้ก-เขมนิจ จามิกรณ์ เล่าอย่างประทับใจว่า “แนวคิดในการสร้างตลาดเก๋มากรวมถึงคนที่นี่น่ารักต้อนรับอย่างอบอุ่น แถมยังเซอร์ไพรส์กับทุ่งบัวแดง ดอกไม้สัญลักษณ์ของความเป็นไทยถูกปลูกอยู่ในทุ่งที่ใหญ่มาก เหมาะกับการมาเที่ยวเช็คอินถ่ายรูป เพราะดอกบัวแดงของที่นี่จะบานตลอดทั้งปี มาเที่ยวช่วงไหนรับรองไม่ผิดหวังได้ชมความงามของดอกบัวแน่นอน และที่ติดใจมากๆ อีกอย่างโดยเฉพาะคุณแม่หน่อยมาถึงก็พุ่งไปช็อปปิ้งเลย ได้ของที่ระลึกและอร่อยๆ มาฝากเพียบ ใครว่างๆ มาเที่ยวที่นี่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ มีความสวยงามและของอร่อยให้เลือกสรรครบจบในที่เดียวเลยค่ะ ไม่แน่ใจเส้นทางเข้าไปดูได้ที่ เฟซบุ๊ก ตลาดน้ำทุ่งบัวแดง ณ บางเลน


จารุณี ศรีสังวาลย์


สุธามาศ ศรีสังวาลย์, พรชัย สร้อยทอง


แพนเค้ก-เขมนิจ จามิกรณ์ เที่ยวชมความสวยงามของ “ทุ่งบัวแดง”


ดอกบัวแดงและบัวสีสวยงามที่บานสะพร่างรับแสงแดดสะท้อนความงดงามในทุ่งกว้าง


เมี่ยงคำบัว


ข้าวเหนียวมะม่วงป้าบุญ เจ้าเก่าบางเลนกว่า 50 ปี


ผัดไทยสุดซอย


ร้านบ่าทัน อาหารเวียดนาม

 ..........................................................

สตรีมสด Blue Sky Media https://youtu.be/DwnW_LlXis4

 

.........................................................................

 

13 สิงหาคม 2560 

 



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน