• นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 2418
  • จำนวนผู้ชม : 1873435
  • จำนวนผู้โหวต : 418
  • ส่ง msg :
  • โหวต 418 คน
<< กันยายน 2017 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพฤหัสบดี ที่ 14 กันยายน 2560
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 572 , 11:32:37 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน พี่ขนฟู , สิงห์นอกระบบ โหวตเรื่องนี้

สวัสดีครับ

         ไม่ว่าเจตนารมณ์ของคนเลี้ยงแมวจะอย่างไรก็ตาม แต่ผลจากการที่มีแมวอยู่ในบ้านก็จะทำให้หนูไปอยู่ที่อื่นกันหมด

แต่สำหรับคนที่หาแมวมาเลี้ยงด้วยหวังให้แมวจับหนูในบ้าน แล้วเจ้าแมวกลับ 'เกี้ยเซี๊ยะ' กับหนูเสียอีก อย่างนี้ก็น่าเคือง 'เจ้า

เหมียว' สักหน่อยแล้ว

 

 

ดูทีวี Spring News ออนไลน์ Spring-NewsThai Live TV ONLINE

 

..............................................

 

 Home »

เมื่อชาวบ้านรู้สึก 'แมวไม่จับหนู'

 Thursday, September 14, 2017 - 00:00

  • ความหวัง "เลือกตั้ง" เป็นรูป-เป็นร่างขึ้นมานิด!

    เมื่อวาน (๑๓ ก.ย.๖๐)..........

    พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ พ.ร.บ.กกต. พ.ศ.๒๕๖๐

    ประกาศลงราชกิจจานุเบกษาแล้ว!

    ทั้งหมดมี ๗๘ มาตรา........

    ประเด็นที่ควรทราบ ทันทีที่ พ.ร.บ.ฉบับนี้ประกาศใช้ ๕ เสือ กกต.ปัจจุบัน ประกอบด้วย

    -นาย ศุภชัย สมเจริญ ประธานกรรมการการเลือกตั้ง รับผิดชอบด้านกิจการบริหารกลาง

    -รองศาสตราจารย์ สมชัย ศรีสุทธิยากร กรรมการการเลือกตั้ง รับผิดชอบด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง

    -นาย บุญส่ง น้อยโสภณ กรรมการการเลือกตั้ง รับผิดชอบด้านกิจการสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัย

    -ดร.ประวิช รัตนเพียร กรรมการการเลือกตั้ง รับผิดชอบด้านกิจการการมีส่วนร่วม

    -ดร.ธีรวัฒน์ ธีรโรจน์วิทย์ กรรมการการเลือกตั้ง รับผิดชอบด้านกิจการพรรคการเมืองและการออกเสียงประชามติ

    พ้นจากตำแหน่งทันที!

    แต่ให้ปฏิบัติหน้าที่ต่อไป จนกว่า กกต.ชุดใหม่จะเข้ามารับหน้าที่

    จะเข้ามารับกันเมื่อไหร่ล่ะ?

    ตามบทเฉพาะกาลบอก ให้คณะกรรมการสรรหาและที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาสรรหาและคัดเลือกตัว กกต.ให้เสร็จภายใน ๙๐ วัน

    กกต.ใหม่ จะมี ๗ คน!

    ก่อน ๑๒ ธ.ค.๖๐ จะได้ตัว ผ่านการพิจารณา-ตรวจสอบตามกระบวนการ จนถึงขั้นตอนนำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย

    ก็ไม่น่าเกิน มี.ค.๖๑...........

    คณะกรรมการการเลือกตั้งชุดใหม่ หรือ ๗ เสือ กกต.จะเข้ารับหน้าที่ต่อจาก กกต.ชุดเดิม

    นั่นหมายความว่า การเลือกตั้งทั่วไปที่จะมีในปี ๖๑ หรือปีไหนก็ตามต่อจากนี้

    เป็นการเลือกตั้งภายใต้ ๗ เสือ กกต.ชุดใหม่!

    แต่ใช่ว่า ประกาศใช้ พ.ร.บ.กกต.ฉบับนี้ ฉบับเดียว แล้วจะเลือกตั้งได้

    ยังหรอก ยังต้องรอกฎหมายลูกอีก ๓ ฉบับ คือ

    -พ.ร.บ.เลือกตั้ง ส.ส.

    -พ.ร.บ.การได้มาซึ่ง ส.ว. และ

    -พ.ร.บ.พรรคการเมือง

    ถึงได้ยังไม่ครบทั้ง ๔ ฉบับ แต่อย่างน้อย ต้องครบ ๓ คือ พ.ร.บ.กกต., พ.ร.บ.ส.ส และ พ.ร.บ.พรรคการเมือง จึงจะมีเลือกตั้งได้

    ส่วน พ.ร.บ.การได้มาซึ่ง ส.ว.ทีหลังยังทัน!

    เดือนธันวาก็รู้ จะได้ครบ-ไม่ครบ เท่าที่ฟังหางเสียงบาง สนช.ผมชักเสียว

    เพราะบางท่านว่า ไม่ค่อยพอใจร่าง พ.ร.บ.พรรคการเมืองซักเท่าไหร่ ถ้าฉบับใด-ฉบับหนึ่งใน ๒ ฉบับที่เหลือ ถูก สนช.คว่ำ

    ที่ว่าปลายปีหน้า..........

    ก็คงต้องเปลี่ยนเป็น "ปีโน้น" ประมาณนั้น!

    ประเด็นอำนาจบริหารประเทศนี่.......

    ผมว่า "ตัวระบบปกครอง" ไม่ใช่ตัวชี้ขาด ในคำตอบว่า

    รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง กับรัฐบาลที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง

    อย่างไหนดี-เลวกว่ากัน!?

    เมื่อวาน "คุณภูมิชาย ล่ำซำ" ซึ่งโตมาในดงต้นแบบประชาธิปไตยคือที่อังกฤษแต่เด็ก

    ชำเลืองการเมืองประชาธิปไตยรอบข้าง แล้วมองเปรียบเทียบบ้านเมืองไทย

    คงอัดอั้นตันใจเอามาก..........

    เขียนเป็นภาษาอังกฤษ ด้วยอัตราแรงลมปานเฮอริเคนมาให้ผม คัดกรองแล้ว ได้ประมาณนี้

    "กับพวกคนไทยและต่างชาติที่เกลียดรัฐบาลทหารของไทยที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง และพวกที่อยากได้ 'ประชาธิปไตย' เหลือเกิน

    ผมอยากรู้ว่า..........

    พวกคุณ จะว่าอย่างไร เกี่ยวกับรัฐบาลมาเลเซียและรัฐบาลพม่าที่มาจากการเลือกตั้ง

    ผู้นำรัฐบาลมาเลเซียที่มาจากการเลือกตั้ง ขโมยเงินหลายพันล้านดอลลาร์จากประชาชนชาวมาเลเซีย

    กระทรวงยุติธรรมอเมริกา กำลังสอบสวนอาชญากรรมนี้

    รัฐบาลพม่าที่มาจากการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย นำโดย 'อองซาน ซูจี' ผู้ชนะรางวัลโนเบล

    ก็กำลังเมินเฉยต่อการล้างเผ่าพันธุ์ชนกลุ่มน้อย 'โรฮิงญา' ที่เป็นพลเมืองของตนอย่างเปิดเผย

    อองซาน ซูจี ถึงขั้นพูดตรงข้ามความเป็นจริงต่อชาวโลกว่า การกระทำที่โหดร้ายต่อชาวโรฮิงญา โดยรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งนั้น

    ไม่ได้มีอย่างนั้นเกิดขึ้น?

    จากเหตุผลพิลึกพิลั่นเหล่านี้แล้ว หากเป็นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ก็สามารถขโมยเงินของประชาชนและสามารถเข่นฆ่าข่มขืนประชาชนของตนได้

    แต่หากรัฐบาลนั้น ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง การกระทำแบบเดียวกัน ก็ไม่อาจยอมรับได้

    และท้ายนี้ ถึงพวกคนไทยที่คอยแต่ดุด่ารัฐบาลทหารของไทย และต้องการกลับสู่ประชาธิปไตย ด้วยการเลือกตั้ง

    พวกคุณคิดเกี่ยวกับรัฐบาลประชาธิปไตยของ ๒ ผู้นำรัฐบาลนั้นอย่างไร?

    หรือสิทธิเสียงตามระบอบประชาธิปไตยของพวกคุณ กำลังถูก.....ของทักษิณ อุดคอหอยอยู่ก็เป็นได้"

    ในมุมมองผมนะ........

    เผด็จการหรือประชาธิปไตย เหมือนเสื้อผ้าแฟชั่น จะดี-ไม่ดี ถูกใจคนหรือไม่?

    ส่วนหนึ่ง อยู่ที่ "นางแบบ"!

    นางแบบ-นายแบบ หุ่นดี เดินบนเวทีเก่ง ด้วยผ้าขี้ริ้วพัน คนก็ยังฮือฮา ผ้าขี้ริ้วมีราคา เทรนดี้ ขึ้นมาทันที

    แก่นความเป็น-ความมี "ประชาธิปไตย" นั้น ไม่ได้ผูกขาดจำเพาะกับการเลือกตั้งอย่างเดียว

    จะเลือกตั้ง จะแต่งตั้ง จะตั้งเอง...........

    มันมี-มันเป็น, ไม่มี-ไม่เป็นประชาธิปไตย ได้เหมือนๆ กันทั้งนั้น

    เพราะประชาธิปไตย.........

    ในความหมาย "ทุกอย่าง เพื่อประโยชน์สุขประชาชน" นั้น

    มันมาจากจิต "คุณธรรม-สำนึก" ของคนนำบริหารและปกครอง

    ประชาธิปไตย เป็นคำแทนค่า "ธรรมชาติสังคม" อันมีอยู่ในความเป็นสัตว์มนุษย์โดยกำเนิด

    "การเลือกตั้ง"........

    ไม่ได้มีสาระหลักแทนค่า "ประชาธิปไตย" โดยตรงและตายตัว

    เป็นแค่มูลสมอง "นักคิด-นักปรัชญา" แต่ละยุค "คิดขึ้น-บัญญัติขึ้น"

    เป็นรูปแบบ-วิธีการหนึ่ง เพื่อตอบโจทย์สังคมยุคนั้นๆ เท่านั้น!

    มองกันจริงๆ สิ่งเป็นจริงในระบบเลือกตั้ง.........

    ประชาธิปไตยเลือกตั้ง คือ เครื่องมือ "กินเมือง-กินประชาชน" ชนิดผูกขาดของ "ระบบทุน" ขนานแท้!

    ไม่มีปลาตัวไหน ฮุบเบ็ดเปล่า ฉันใด

    การเลือกตั้ง ก็ฉันนั้น.........

    นักเลือกตั้งคนไหน ไม่ใช้ทุนเกี่ยวเบ็ดตกปลาในบ่อเลือกตั้ง ก็อย่าหวัง จะมีปลาฮุบเหยื่อประชาธิปไตย!

    ประชาธิปไตยเป็นจริง กับประชาธิปไตยเลือกตั้ง มันเหมือนในต่างและต่างในเหมือนกันประมาณนี้

    ฉะนั้น ไม่แปลก..........

    ที่จะเห็นผู้นำจากระบบเลือกตั้งส่วนใหญ่ เมื่อเข้าสู่อำนาจแล้ว จะฉ้อฉลด้วยกลเล่ห์ในประชาธิปไตย

    เพราะเขาต้องหาเหยื่อไปตกเบ็ดต่อ!

    กรณีที่พูดนี่ ไม่ได้พูดให้เข้าใจ ในความหมายจำเพาะลงไปว่า รัฐบาล คสช.นี้ ดีกว่ารัฐบาลประชาธิปไตย

    ผมหมายเพียงว่า "ตัวคน" ที่ชื่อ "พลเอกประยุทธ์" คนนี้ ในเสียงรังเกียจ ว่าไม่ได้มาจากเลือกตั้ง

    แต่ปรากฏว่า บริหาร "ด้วยมี-ด้วยเป็น" ประชาธิปไตยในเผด็จการ

    คือ ประชาชนได้มากกว่า-ดีกว่า .........

    เมื่อเทียบกับ ผู้นำรัฐบาลเลือกตั้ง ที่บริหารด้วยเผด็จการในประชาธิปไตย

    มิดเม้นเงินประชาชน จนรัฐบาลอเมริกันต้องสอบสวน

    เมินเป็นมองไม่เห็น การเข่นฆ่า บีบคั้นผู้คน ล้ำเส้นมนุษยธรรม ไปถึงขั้น "ล้างเผ่าพันธุ์" ตำตาชาวโลก

    ไม่มีอะไรสรุปว่า ...........

    รัฐบาลจากเลือกตั้งและไม่จากเลือกตั้ง อย่างไหนจะดี-ไม่ดีกว่ากัน เท่าคำพูดของ "เติ้งเสี่ยวผิง" ที่ว่า

    "แมวสีไหนไม่สำคัญ ขอให้จับหนูได้เท่านั้นก็พอ"!

    ชั่วโมงนี้ ประยุทธ์ "แมวสีเขียว" จับหนูได้ ก็ให้จับหนูไปก่อน

    เพียงแต่ช่วงนี้...........

    หนูเพ่นพ่านมากเหลือเกิน ทั้งหนูในบ้าน คสช.และนอกบ้าน ถ้าแมวนอนหวด ไม่จับ ไม่กัด ไม่ไล่กวดหนูเหมือนแรก

    ชาวบ้านจับไปปล่อยวัด จะว่าชาวบ้านก็ไม่ได้!

    ดังนั้น ที่ชาวบ้านเริ่มเบื่อแมว อยากเปลี่ยนเป็นหมาบ้างนั้น ไม่ได้หมายความว่า เบื่อรัฐบาล คสช. อยากได้รัฐบาลเลือกตั้ง

    แต่หมายความว่า..........

    เขาเบื่อ แมวเอาแต่ "แมวพวก" มาเป็นฝูง แต่ไม่จับหนูบ้าง จับไม่เป็นบ้าง เอาแต่กินปลาย่าง แล้วนอนหวดบ้าง

    หรือจะปฏิเสธ?

     

     Home »

    พระโกศจันทน์ สร้างเสร็จแล้ว วิจิตรสวยงาม

     Thursday, September 14, 2017 - 00:00

    • สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ เสด็จพระราชดำเนินไปในการยกพระนพปฎลมหาเศวตฉัตรยอดพระเมรุมาศ ท้องสนามหลวง วันที่ 18 ต.ค. ช่างสิบหมู่ผนึกจิตอาสา 100 ชีวิตจัดสร้างพระโกศจันทน์แล้วเสร็จวิจิตรงดงามพร้อมสำหรับพระราชพิธี งานลงสีสัตว์หิมพานต์คืบหน้า 90% ส่วนนิทรรศการภายหลังพระราชพิธีกำหนด 5 โซน เปิดเข้าชมเวลา 07.00-21.00 น. เตรียมเคาะรูปแบบนำชมให้ ปชช.ซึมซับพระเมรุมาศมากที่สุด

      เมื่อวันที่ 13 ก.ย. พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการฝ่ายจัดสร้างพระเมรุมาศ สิ่งปลูกสร้างประกอบพระเมรุมาศและบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถและพระยานมาศ งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการฝ่ายจัดนิทรรศการงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ครั้งที่ 3/2560 ว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ เสด็จพระราชดำเนินไปทรงยกพระนพปฎลมหาเศวตฉัตรยอดพระเมรุมาศ ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง ในวันที่ 18 ต.ค.2560 ตั้งแต่เวลา 17.00 น. เป็นต้นไป ซึ่งนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

      สำหรับการก่อสร้างพระเมรุมาศคืบหน้ากว่าร้อยละ 90 กำหนดแล้วเสร็จภายในวันที่ 30 ก.ย. ซึ่งจะมีเวลาที่เหลืออีก 17 วันในการเก็บรายละเอียดเพื่อให้การดำเนินงานทุกด้านสมพระเกียรติยศที่สุด นอกจากนี้ ในวันที่ 21 ก.ย. นายกรัฐมนตรียังมีกำหนดการเดินทางมาเป็นประธานในพิธีบวงสรวงราชรถและพระยานมาศที่ดำเนินการบูรณปฏิสังขรณ์แล้วเสร็จ ก่อนจะอัญเชิญไปทำการซักซ้อมและใช้ในการพระราชพิธียังโรงราชรถพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร เวลา 14.00 น.

      พล.อ.ธนะศักดิ์กล่าวว่า สำหรับการจัดนิทรรศการภายหลังพระราชพิธีที่ประชุมได้กำหนดหมวดของการจัดนิทรรศการเป็น 5 โซน ดังนี้ 1.เมื่อเสด็จอวตาร 2.รัชกาลที่ร่มเย็น 3.เพ็ญพระราชธรรม 4.นำพระราชไมตรี และ 5.พระจักรีนิวัตฟ้า ภายใต้ชื่อนิทรรศการว่า พระผู้ทรงเป็นนิรันดร์ กำหนดเวลาเข้าชมตั้งแต่เวลา 07.00- 21.00 น. ตั้งแต่วันที่ 1-30 พ.ย. โดยจะมีรถรับ-ส่ง 4 มุมเมือง 6 เส้นทาง พร้อมรับสมัครอาสาสมัครนำชมนิทรรศการ พร้อมทั้งจัดมหรสพแสดงให้ประชาชนชมตลอดวัน ทั้งบริเวณเวทีมหรสพ ส่วนภายในพระเมรุมาศจะบรรเลงเพลงปี่พาทย์ที่ใช้ในพระราชพิธีด้วย นอกจากนี้ ยังมีการจัดสร้างพระเมรุมาศจำลอง 4 มุมเมืองและประจำจังหวัด โดยจะมีการจัดนิทรรศการดังกล่าวยังพระเมรุมาศจำลองทั้งส่วนกลางและภูมิภาค โดยในส่วนกลาง กรุงเทพมหานคร (กทม.) จะเป็นผู้รับผิดชอบ

      พล.ต.ธานี ฉุยฉาย ที่ปรึกษากองทัพภาคที่ 1 กล่าวว่า กองทัพภาคที่ 1 กำหนดจุดคัดกรองผู้เข้าชมนิทรรศการ 3 จุด ได้แก่ แม่พระธรณีบีบมวยผม, หน่วยบัญชาการรักษาดินแดน และท่าช้าง จากนั้นจะมีจุดพักคอยเข้าชมพระเมรุมาศและนิทรรศการบริเวณด้านในสนามหลวง ทิศเหนือ เพื่อให้ประชาชนชมงานภูมิสถาปัตยกรรมประกอบพระเมรุมาศ อาทิ แปลงนา คันนาเลข 9 กังหันชัยพัฒนา ฝายแม้ว สำหรับรูปแบบการเข้าชม กำลังหาข้อสรุประหว่างรูปแบบที่ 1 one wayจะมีการแวะชมแต่ละจุด โดยกำหนดเวลา ซึ่งอาคารแต่ละหลังรองรับผู้ชมได้ 50 คน ส่วนรูปแบบที่ 2 mass ให้ประชาชนชมและถ่ายภาพงานภูมิสถาปัตยกรรมบริเวณทิศเหนือ สนามหลวง 15 นาที มีป้ายบรรยายพระเมรุมาศอาคารแต่ละหลังชัดเจน จากนั้นให้เข้าชมพระเมรุมาศและอาคารแต่ละจุดอย่างอิสระ กำหนดเวลา 45 นาที รอบละ 2,000-3,000 คน อย่างไรก็ตาม จะต้องประชุมหารือร่วมกันว่า 2 รูปแบบนี้จะใช้รูปแบบใด เพื่อให้ประชาชนได้ซึมซับพระเมรุมาศมากที่สุด ด้านการรักษาความปลอดภัย จะสนธิกำลังทั้งทหาร ตำรวจ และเทศกิจ เพื่อให้มีความปลอดภัยสูงสุด

      นายพิจิตร นิ่มงาม นายช่างศิลปกรรมอาวุโส สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร กล่าวว่า การดำเนินงานจัดสร้างฐานรองพระโกศจันทน์ (พระหีบจันทน์) และพระโกศจันทน์เสร็จสมบูรณ์อย่างวิจิตรงดงามพร้อมสำหรับการพระราชพิธีครั้งประวัติศาสตร์ การจัดสร้างครั้งนี้ถือเป็นผลงานที่ช่างสิบหมู่และจิตอาสาต่างมุ่งมั่นและทุ่มเท นับเป็นชิ้นงานที่มีความสำคัญที่สุดเท่าที่เคยจัดสร้างมา อีกทั้งยังมีความพิเศษในเชิงช่างศิลปกรรม เพราะองค์พระโกศจันทน์ประดับด้วยเทพนม ส่วนพระหีบจันทน์ประดับครุฑ เมื่อนำมาประกอบรวมกันแล้วเปรียบเสมือนดั่งองค์พระนารายณ์ที่อวตารลงมา และมีครุฑเป็นราชพาหนะ เป็นการรวมพลังของเจ้าหน้าที่ช่างสิบหมู่จำนวน 20 คน และจิตอาสาอีกกว่า 80 รวมกว่า 100 ชีวิต ร่วมจัดสร้างหลายกระบวนการ เช่น การเลื่อยฉลุไม้จันทน์ชิ้นเล็กๆ มารวมกันเป็นพระโกศจันทน์ที่มีความสง่างาม ซึ่งทุกกระบวนการดำเนินการได้บันทึกองค์ความรู้เป็นแนวทางสำหรับให้ช่างรุ่นหลังได้ศึกษาเรียนรู้ตั้งแต่เริ่มจัดสร้างจนเสร็จสิ้นกระบวนการ

      นางนิธีราฤดี ช่วยหนู นายช่างชำนาญงาน กลุ่มจิตรกรรม เปิดเผยว่า ความคืบหน้าการลงสีประติมากรรมประกอบพระเมรุมาศที่หอประติมากรรมต้นแบบในส่วนของครุฑยืนกางปีก 1 องค์ลงสีใกล้แล้วเสร็จ อีกองค์คืบหน้า 80% ส่วนองค์ที่ 3 กำลังหล่อชิ้นงาน ตกแต่งเตรียมจะเคลื่อนย้ายจากสำนักช่างสิบหมู่ จ.นครปฐม มาส่งเร็วๆ นี้ ส่วนสัตว์หิมพานต์ของกลุ่มช่างปั้นปูนสดจังหวัดเพชรบุรีงานลงสีคืบหน้ากว่า 90% เหลือเก็บรายละเอียดอีกเล็กน้อย โดยกำหนดแล้วเสร็จภายในวันที่ 20 ก.ย. พร้อมครุฑยืนกางปีกทั้ง 3 องค์ ส่วนท้าววิรูปักษ์อยู่ในขั้นตอนลงสีเก็บลายผ้าและคัดสีผิว ภาพรวมคืบหน้า 50% ส่วนเทวดานั่ง เทวดายืนรอบพระเมรุมาศซึ่งเก็บที่ศาลาลูกขุน สนามหลวง ช่างเข้าไปเก็บสีองค์ให้สมบูรณ์ครั้งสุดท้าย ขณะนี้จิตรกรช่างสิบหมู่และจิตอาสาปฏิบัติงานลงสีจำนวน 90 คน หมุนเวียนมาทำงานทุกวัน ทั้งยังมีกลุ่มศิลปินล้านนา นำโดยอาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติ มาช่วยงานลงสีในช่วงสุดท้ายจนกว่าประติมากรรมทุกชิ้นจะแล้วเสร็จ.

       

       Home »

      ผลงานพุทธศิลป์ภาคใต้ เสน่ห์อันหลากหลายบนผืนดินไทย

       Sunday, September 10, 2017 - 00:00
      • “พุทธศิลป์ในภาคใต้เป็นงานที่มีคุณค่า โดดเด่น ไม่เหมือนชาติใดในโลก เป็นแหล่งสืบทอดวิทยาการด้านศิลปะ เป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์สำคัญที่แสดงถึงสังคม วิธีคิด และภูมิปัญญาของช่างโบราณ” นี่คือเสียงแห่งความภาคภูมิใจของ รศ.ดร.สมพร ธุรี อาจารย์ภาควิชาทัศนศิลป์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ที่ลงพื้นที่กว่า 7 จังหวัด รวม 18 วัดทั่วภาคใต้ เพื่อศึกษาและวิเคราะห์เรื่องราวของงานพุทธศิลป์

        “คำว่าพุทธศิลป์ คืองานศิลปะที่สร้างขึ้นมาเพื่ออุทิศ สนองตอบและรับใช้พระพุทธศาสนาโดยตรง เป็นศิลปะชั้นสูงอันก่อให้เกิดความศรัทธาเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา เพื่อการสืบทอดพุทธศาสนาให้ยั่งยืนต่อไป และพุทธศิลป์ในภาคใต้จากการลงพื้นทั้งหมด แบ่งได้ 3 ประเภทคือ งานจิตรกรรมไทย-ศิลปะเกี่ยวกับการเขียนภาพจิตรกรรมทางพุทธศาสนาตามผนังอุโบสถ วิหาร ศาลาการเปรียญหรือตามถ้ำ งานสถาปัตยกรรมไทย-ศิลปะที่เกี่ยวกับการก่อสร้างสถาปัตยกรรมชั้นยอดของไทย เช่น อุโบสถ วิหาร พระสถูปเจดีย์ และงานประติมากรรมไทย ที่เป็นศิลปะการปั้น แกะสลัก เช่น เทวรูป พระพุทธรูป” รศ.ดร.สมพร อธิบาย

        โดยพุทธศิลป์ภาคใต้ในเขตพื้นที่ฝั่งทิศตะวันออกทะเลอ่าวไทยนั้น เป็นพื้นที่ได้รับอิทธิพลศิลปวัฒนธรรมที่หลากหลาย ทำให้เกิดการซึมซับเอาคตินิยมแบบต่างๆ มาผสมผสานในงานพุทธศิลป์ แต่ชาวภาคใต้ไทยพุทธยังคงรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีไทยและมีศูนย์รวมความเชื่อความศรัทธาทางพุทธศาสนา ดังปรากฏงานพุทธศิลป์อยู่ที่วัด ที่มีรูปแบบช่างหลวงภาคกลางเป็นหลักในการแสดงออก ผสมผสานความหลากหลายทางความคิด สังคม ความเชื่อ ศิลปวัฒนธรรม เรื่องราวทั้งหมดดังกล่าวในพุทธศิลป์ภาคใต้ จึงเป็นภาพสะท้อนทั้งแนวคิดและรสนิยมในรูปแบบที่หลากหลายของศิลปวัฒนธรรมจีน ตะวันตก มลายู อิสลาม อินเดีย ชวา ลังกาวงศ์ และประเภทอื่นๆ

        ถ้าจะขยายความให้กระจ่างขึ้น รศ.ดร.สมพรอธิบายว่า ถึงแม้พุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติและเป็นแรงบันดาลใจที่สำคัญในการสร้างผลงานพุทธศิลป์ แต่ก็ยอมรับอิทธิพลศิลปวัฒนธรรมของคติความเชื่อรูปแบบของต่างชาติและท้องถิ่น จึงปรากฏเป็นภาพของความหลากหลาย การอยู่ร่วมกันอย่างมีส่วนร่วม ความกลมกลืน ความสามัคคี ความเป็นเอกภาพ ถือเป็นรากเหง้าของสังคมชาวภาคใต้ ที่ปรากฏและสะท้อนออกมาให้เห็นจากผลงานพุทธศิลป์

        “นับวันจะชำรุดไปตามเวลา ถ้าไม่ช่วยกันอนุรักษ์ สืบสานและพัฒนาให้ถูกต้อง ผลงานทั้งหมดก็คงจะสูญหาย เหลือแค่เรื่องเล่าขานหรือเพียงแค่ตำนาน และอีกหนึ่งปัญหาที่สำคัญก็คือ งานจิตรกรรมและประติมากรรมมีการบูรณะอย่างไม่ถูกต้อง ทำให้สูญเสียคุณค่าความงามและอัตลักษณ์ท้องถิ่นภาคใต้”

        ดังเช่นผลงานการดัดแปลงรูปแบบเจดีย์จุฬามณีของศาสนาพุทธผสมผสานกับมัสยิดของศาสนาอิสลามเกิดความเป็นเอกภาพของรูปแบบการจัดองค์ประกอบศิลป์ของรูปทรง และเทคนิคเชิงช่าง อันแสดงถึงสมาธิความสมดุล และการพึ่งพาอาศัย การอยู่ร่วมกันของคนในภาคใต้ ดังปรากฏจากภาพจิตรกรรมฝาผนัง วัดโคกเคียน จ.ปัตตานี

        ภาพจิตรกรรมฝาผนัง วัดชลธาราสิงเห จ.นราธิวาส ที่แสดงการนับถือตามวัฒนธรรมท้องถิ่นและความเชื่อคติพราหมณ์ด้วยภาพการหามโลงศพ ซึ่งมีลักษณะเป็นพุ่มยอดพนมเตี้ย สัญลักษณ์แทนเขาพระสุเมรุ หรือภาพจิตรกรรมฝาผนัง วัดมัชฌิมาวาสวรวิหาร จ.สงขลา ที่แสดงเรื่องราวที่มีความเป็นจริงตามสภาพแวดล้อม สังคม วิถีชีวิต ซึ่งปรากฏภาพสิ่งก่อสร้าง หอนาฬิกา ซุ้มประตู

        ภาพเรือขนส่งสินค้าชาวตะวันตกอยู่ในเนื้อหาหลักของภาพพุทธประวัติและทศชาดก เทคนิคเชิงช่างการสลักหินแกรนิตเป็นเจดีย์หรือถะของศิลปะจีน โดยสั่งทำจากเมืองจีนแยกส่วน แล้วมาประกอบในไทย รูปทรง 6 เหลี่ยม 7 ชั้น สร้างในสมัยเจ้าพระยาสงขลา ซึ่งผู้สำเร็จราชการเมืองสงขลาคนที่ 2 เป็นผู้สร้าง (มีจารึกว่าสร้างสมัยรัชกาลที่1) เห็นได้จากวัดมัชฌิมาวาสวรวิหาร จ.สงขลา

        ในความหลากหลายนี้ จึงเกิดเป็นหนังสือ "พุทธศิลป์ในภาคใต้" โดยการสนับสนุนจากกระทรวงวัฒนธรรม ซึ่งศาสตราจารย์สุชาติ เถาทอง ได้ให้คำนิยมไว้อย่างน่าสนใจว่า “จุดเด่นของหนังสือช่วยให้เห็นพลังการผสมผสานในพุทธศิลป์ของภาคใต้ที่มีชีวิต มีความเติบโต พร้อมกับการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นที่มีรากเหง้าของอัตลักษณ์ทางศิลปะอย่างแท้จริง”

        รศ.ดร.สมพรสรุปให้ฟังว่า ความหลากหลายของศิลปวัฒนธรรมในภาคใต้นั้น ช่างในอดีตได้สร้างความเป็นเอกภาพด้วยการให้มีศูนย์รวมทางความเชื่อทางศาสนา และให้ความสำคัญเท่าเทียมกันโดยมีศาสนาพุทธเป็นหลักแกนกลางในการแสดงออกของผลงานพุทธศิลป์ ด้วยการสร้างสรรค์การจัดองค์ประกอบของรูปภาพและเนื้อหาที่แสดงถึงการอยู่ร่วมกัน และสอดแทรกเรื่องราวปริศนาธรรมอันจะเป็นหลักคิดเตือนใจให้เห็นว่า แม้จะมีความแตกต่างหลากหลาย แต่ก็อยู่ร่วมกัน และเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันได้บนพื้นแผ่นดินไทย

        อยากเชิญชวนให้มาศึกษาและท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของภาคใต้ มาสัมผัสการแสดงออกคุณค่าความงาม และเรียนรู้ประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ ชวนให้ตีความหมาย นับเป็นเสน่ห์ความงามอันมีคุณค่าและน่าสืบทอดต่อไป.

     

     Home »

    อึ้ง'ดร.เก๊'สวมสิทธิ์คนจน เผยผ่านเกณฑ์11ล้านคนคลังเปิดตรวจรายชื่อ

     Thursday, September 14, 2017 - 00:00

    • อึ้ง! พบดอกเตอร์เก๊ลงทะเบียนคนจนอื้อ ตรวจสอบแล้ว 100 คน มีจริงแค่ 5 คน ด้านคลังเผยยอดผู้ลงทะเทียนผ่านเกณฑ์ 11.43 ล้านคน ส่วนอีก 2.74 ล้านคน ตกรอบ มีทรัพย์สินเกิน นายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังไม่ได้มีการกำหนดแนวทางการเอาผิดกับผู้มีรายได้น้อยที่มาลงทะเบียนในโครงการสวัสดิการแห่งรัฐ ที่ระบุว่ามีวุฒิการศึกษาระดับปริญญาเอก เพราะไม่ได้มีการกำหนด หรือปิดกั้นระดับการศึกษาสำหรับผู้มาลงทะเบียน ทุกคนสามารถลงทะเบียนได้หมดหากเข้าข่ายที่โครงการกำหนด แต่ในการลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อยรอบใหม่ก็จะให้มีการกรอกรายละเอียดในส่วนนี้อย่างเข้มข้นมากขึ้น เพื่อให้ผู้ที่มีคุณสมบัติจริงได้รับความช่วยเหลือจากรัฐอย่างแท้จริง

      นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า ได้มีการตรวจสอบคุณสมบัติผู้ลงทะเบียนที่ระบุวุฒิการศึกษาระดับปริญญาเอกแล้ว จำนวน 100 คน จากผู้ลงทะเบียนในกลุ่มดังกล่าว 500 คน พบว่า มีผู้จบการศึกษาระดับปริญญาเอกจริงเพียง 5 คน โดยระบุว่าเหตุผลที่ต้องมาลงทะเบียนเพื่อรับสวัสดิการจากรัฐนั้น เพราะยังอยู่ระหว่างการหางาน ส่วนที่เหลืออีก 95 คนไม่ได้จบการศึกษาระดับปริญญาเอกจริง ซึ่งในจำนวน 5 คนนั้นจะทราบว่าได้รับสวัสดิการหรือไม่ในวันที่ 15 ก.ย.นี้ โดยหลังจากนี้กระทรวงการคลังและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเร่งตรวจสอบคุณสมบัติบุคคลในส่วนที่เหลืออย่างละเอียดต่อไป

      ทั้งนี้ กระทรวงการคลังได้สรุปยอดผู้ได้รับสิทธิโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ จากที่มาลงทะเบียนทั้งหมด 14.17 ล้านคน มีผู้ผ่านเกณฑ์การตรวจสอบเพียง 11.43 ล้านคน ในจำนวนจะแบ่งเป็นผู้ที่ได้รับบัตรสวัสดิการแบบแมงมุม 1.3 ล้านคน และบัตรแบบธรรมดากว่า 10 ล้านคน โดยมีผู้ไม่ผ่านเกณฑ์ 2.74 ล้านคน แบ่งเป็นผู้ถือครอบครองที่ดินเกินกว่าเกณฑ์ 1.6 ล้านคน มีเงินฝากเกินกว่าเกณฑ์ 6.8 แสนคน และ มีรายได้สูงกว่าที่กำหนด 4 แสนคน

      อย่างไรก็ดี กระทรวงการคลังจะเปิดให้มีการตรวจสอบสิทธิตั้งแต่วันที่ 15 ก.ย.2560 เป็นต้นไป เพื่อเป็นการยืนยันสิทธิ ก่อนไปรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐตามหน่วยที่ได้ลงทะเบียนไว้ ตั้งแต่วันที่ 21 ก.ย.2560 ผ่าน 3 ช่องทางคือ 1.การตรวจสอบด้วยตัวเองผ่านเว็บไซต์ www.epayment.go.thwww.mof.go.th และ www.fpo.go.th โดยพิมพ์เลขบัตรประชาชนในการตรวจสอบ 2.ตรวจสอบผ่านสายด่วน 6 หน่วยงาน และ 3.ตรวจสอบ ณ ที่ทำการกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือหน่วยงานที่กรมการปกครองเห็นสมควร และสำนักงานเขตกรุงเทพมหานคร โดยคลังจะนำส่งรายชื่อเพื่อติดประกาศต่อไป

      นายกฤษฎากล่าวอีกว่า ผู้ไม่ผ่านเกณฑ์ 2.74 ล้านคน สามารถเข้าสู่กระบวนการอุทธรณ์เพื่อขอรับสิทธิสวัสดิการได้ ภายในวันที่ 29 ก.ย.2560 โดยผู้ที่ลงทะเบียนตรวจสอบผลจาก 3 ช่องทางแล้วพบว่าไม่ผ่านคุณสมบัติ ซึ่งคลังจะให้เหตุผลว่าไม่ผ่านคุณสมบัติเรื่องใดบ้าง ให้กดยื่นคำขออุทธรณ์ และกรอกคำขออุทธรณ์ พร้อมบันทึกและส่งคำขอ เพื่อให้อยู่ในระหว่างขั้นตอนการอุทธรณ์ หลังจากปิดให้ยื่นอุทธรณ์ หน่วยงานตรวจสอบจะใช้เวลา 1 สัปดาห์ และส่งผลมาที่กระทรวงการคลังภายในวันที่ 16 ต.ค. ซึ่งหากอุทธรณ์สำเร็จ ก็สามารถรับบัตรสวัสดิการได้

      น.ส.สุทธิรัตน์ รัตนโชติ อธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 21 ก.ย.2560 จะเริ่มทยอยแจกบัตรสวัสดิการพร้อมกันทั่วประเทศ โดยบัตรห้ามไม่ให้คนอื่นใช้สิทธิ์ ยกเว้นบุคคลที่ดูแลหรือให้ความช่วยเหลือผู้ทุพพลภาพ พิการ คนแก่ ผู้ดูแลสามารถนำบัตรมาใช้แทนได้.

     

    ..............................................

    14 กันยายน 2560



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน