• นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 2466
  • จำนวนผู้ชม : 1896830
  • จำนวนผู้โหวต : 419
  • ส่ง msg :
  • โหวต 419 คน
<< ตุลาคม 2017 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันศุกร์ ที่ 13 ตุลาคม 2560
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 502 , 19:51:12 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน พุธทรัพย์ , feng_shui โหวตเรื่องนี้

สวัสดีครับ

          ทุกวันนี้ ต้องโทษว่าพระบางรูปซึ่งก็มิใช่น้อยแท้เทียว ที่ทำให้เราบาปหนาไปด้วย เพราะต้องวิพากย์วิจารณ์การกระทำ

ที่แย่มากๆของพระ ดังเช่นปัจจุบันที่มีคดี 'เงินทอน' อันสุดแสนอุจาดในวงการพุทธศาสนาในปัจจุบัน เป็นต้น

         ใครที่ยังไม่เคย หรือไม่ค่อย ได้ดูการแสดงโขนของกรมศิลปากรบ้างครับ ทั้งนี้ที่ผมถามขึ้นมา ก็เพราะอยากจะบอกว่า

โขนนั้นเป็นนาฏศิลป์ที่ลเอียดอ่อนมาก ทุกสิ่งทุกอย่างของโขน ล้วนเป็นวิจิตรศิลป์ด้วยกันทั้งสิ้น จึงทำให้การชนการแสดงโขน

ต้องชมด้วยความเข้าใจ ซึ่งหากจะมองว่าเป็นการแสดงที่แสนจะ 'ยืดยาด' แล้วล่ะ อย่าเสียเวลาติดตามชมดีกว่านะครับ

         ปัจจุบันนี้ หากสมเด็จพระบรมราชินีนาถในรัฐกาลที่ 9 ไม่ทรงรับไว้ในพระบรมราชินูปถัมภ์ส่วนพระองค์แล้ว โขนก็ไม่สามารถ

ดำรงอยู่อีกต่อไปแล้ว ดังนั้น การแสดงโขนจะต้องถือว่าเป็น 'โขนพระราชทานนั่นเอง

         โปรดติดตามข่าว "วิจิตร ‘โขนพระราชทาน’ พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สนองพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้ ถวาย

อาลัยครั้งสุดท้าย" ท้ายเพจนี้ครับ จะทำให้ท่านได้เห็นคุณค่าของ 'โขนพระราชทาน' อย่างแท้จริง

 

 

 

ผู้สำเร็จราชการ'ออสเตรเลีย' เข้าร่วมงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงร.9

ผู้สำเร็จราชการ'ออสเตรเลีย' เข้าร่วมงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงร.9

วันศุกร์ ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 15.39 น.
 

13 ต.ค.60 สถานเอกอัครราชทูตออสเตรเลียประจำประเทศไทย ออกแถลงการณ์ว่า เซอร์ปีเตอร์ คอสโกรฟ ผู้สำเร็จราชการแห่งเครือรัฐออสเตรเลีย และเลดี้ ลินน์ คอสโกรฟ ภริยา จะเดินทางเยือนไทยระหว่างวันที่ 25-27 ต.ค.นี้ 

โดยในวันที่ 26 ตุลาคม ทั้งสองท่านจะทำหน้าที่ผู้แทนประเทศออสเตรเลีย เข้าร่วมงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ณ พระเมรุมาศ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง กรุงเทพมหานคร

 

'แม้ว'สะอึก! อัยการสูงสุดเมินเร่งทบทวนฟ้องหมิ่นเบื้องสูง

'แม้ว'สะอึก! อัยการสูงสุดเมินเร่งทบทวนฟ้องหมิ่นเบื้องสูง

วันศุกร์ ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 14.51 น.
 

วันที่ 13 ตุลาคม นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เปิดเผยกรณี นายทักษิณ ชินวัตร มอบอำนาจให้ทนายความเข้ายื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมต่อ นายเข็มชัย ชุติวงศ์ อัยการสูงสุด (อสส.) ทบทวนคำสั่ง กรณีมีความเห็นสั่งฟ้อง นายทักษิณ ในความผิดเกี่ยวตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องจากการให้สัมภาษณ์สื่อต่างประเทศที่เกาหลีใต้เมื่อเดือนพฤษภาคม 2558 ซึ่งมีการพาดพิงถึงสถาบันเบื้องสูง และมีนำข้อความไปเผยแพร่ผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์

โดย นายโกศลวัฒน์ กล่าวว่า ขณะนี้ได้เสนอหนังสือร้องขอความเป็นธรรมของ นายทักษิณ ไปยังอัยการสูงสุดแล้ว ซึ่งโดยหลักปฏิบัติแล้ว อัยการสูงสุดจะสั่งให้ผู้ที่มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวข้องกับสำนวนคดีดังกล่าว เป็นผู้พิจารณาก่อนส่งความเห็นมาให้อัยการสูงสุด พิจารณาเพื่อสั่งการต่อไป ดังนั้นในช่วงนี้จึงเป็นไปได้ว่า อัยการสูงสุด จะยังไม่มีการสั่งการใดๆ ลงมาทันที เพราะต้องดำเนินการทุกอย่างตามกระบวนการอย่างถูกต้องครบถ้วน และให้เป็นไปตามปกติของการร้องขอความเป็นธรรมทั่วไป ไม่ได้เร่งรัดให้มีการดำเนินการเป็นพิเศษเเต่อย่างใด 

 

สัปดาห์หน้า 'ป.ป.ง.'แจ้งความล้างโกงเปรตเงินทอนวัดล็อต 2

วันศุกร์ ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 14.25 น.
 

13 ต.ค.60  พล.ต.ต.กมล เหรียญราชา ผู้บังคับการปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ(ผบก.ปปป.) กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบการทุจริงเงินงบประมาณอุดหนุดการบูรณปฏิสังขรณ์และการพัฒนาวัด หรือ เงินทอนวัดล็อตที่ 3ว่า จ ากการประชุมร่วมกับกับทางสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) และทางสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ปปง.) ได้ตั้งชุดคณะทำงานโดยในทาง พศ.เป็นเจ้าภาพ มีการแบ่งการทำงานกัน โดยส่วนของ พศ. จะดูในเรื่องของการทุจริตของเจ้าหน้าที่ และทางบก.ปปป.จะดูในเรื่องของการฟอกเงิน ในล็อตที่ 3 อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน 

สำหรับในล็อตที่ 2ได้ส่งสำนวนไปยังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.)จำนวน 23 คดี มีผู้ต้องหาทั้งหมด 19 ราย และมีการมารับทราบข้อกล่าวหาแล้ว 5 ราย นอกจากนี้ภายในสัปดาห์หน้าทาง ปปง. จะเดินทางเข้าร้องทุกข์ในเรื่องของการฟอกเงินกับผู้ต้องหาในล็อตที่ 2 ต่อไป 

อย่างไรก็ตามในส่วนผู้ต้องหา19 ราย มีนายพนม ศรศิลป์ อดีตผอ.พศ. นายณรงค์เดช ชัยเนตร ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด (พศจ.) สิงห์บุรี นายพัฒนา สุอำมาตย์มนตรี นักวิชาการพศ. นายฉัตรชัย ชูเชื้อ ผอ.กองพุทธศาสนสถาน พศ. นายพยงค์ สีเหลือง นายช่างโยธา ชำนาญงาน พศ. และนางณัฐฐาวดี ตันตยาวิสารสุทธิ นักวิชาการ พศ. โดยกลุ่มนี้เดินทางมารับทราบข้อกล่าวหาแล้ว ส่วนนายบุญเลิศ โสภา อดีตผอ.กองพุทธศาสนศึกษา นางพรเพ็ญ กิตติธรางกูร ผอ.กลุ่มการศึกษาพระปริยัติธรรม แผนกสามัญ พศ. นายวิโรจน์ อุ่นทรัพย์ ผู้ตรวจราชการ พศ.นายแก้ว ชิดตะขบ ผอ.การสำนักงานพระพุทธศาสนา จ.สมุทรสงคราม นายไพฑูรย์ กรรณโม (ไม่ทราบตำแหน่ง) ยังไม่มารับทราบข้อกล่าวหา 

ขณะที่ผู้ต้องหา5คน ที่เคยตกเป็นผู้ต้องหาในคดีทุจริตเงินทอนวัดล็อตแรก และมีชื่อในล็อต2ด้วย มีนายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ อดีตผอ.พศ.(หนีไปต่างประเทศ) นายวสวัสดิ์ กิตติธีระสิทธิ์ ผอ.ส่วนบูรณะพัฒนาวัดและการศาสนสงเคราะห์ พศ. นางประนอม คงพิกุล รองผอ.พศ. และนายศิวโรจน์ ปิยรัตน์เสรี (ไม่ใช่ข้าราชการ)

นอกจากนี้มีพระเถระ4รูป ประกอบด้วย พระครูกิตติพัชรคุณเจ้าอาวาสวัดลาดแค จ.เพชรบูรณ์ และเจ้าคณะอำเภอชนแดน พระราชรัตนมุนี เลขานุการสมเด็จพระพุทธชินวงศ์ เจ้าคณะใหญ่หนกลาง ผู้ช่วยเจ้าอาวาส วัดพิชยญาติการาม ย่านคลองสาน กทม.พระเทพเสนาบดี เจ้าอาวาสวัดกวิศรารามฯ ต.ท่าหิน อ.เมือง จ.ลพบุรี และเจ้าคณะจังหวัดลพบุรี และพระครูวิสุทธิวัฒนกิจ ผู้ช่วยเจ้าอาวาส วัดราชสิทธารามฯ ย่านบางกอกใหญ่ กทม.

ปชป.ทำบุญถวายเป็นพระราชกุศล พระเทพญาณกวียกทศพิธราชธรรม

ปชป.ทำบุญถวายเป็นพระราชกุศล พระเทพญาณกวียกทศพิธราชธรรม

วันศุกร์ ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 13.51 น.
 

13 ต.ค.60 เมื่อเวลา 09.15 น. ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยกรรมการบริหารพรรค อดีต ส.ส. สมาชิกพรรค พร้อมทั้งประชาชนทั่วไป ร่วมพิธีทำบุญและถวายสังฆทาน เพื่ออุทิศถวายเป็นพระราชกุศล แด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เนื่องในวันสวรรคต 1 ปี โดยมีผู้เข้าร่วมทำบุญเป็นจำนวนมาก อาทิ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์, นายบัญญัติ บรรทัดฐาน กรรมการสภาที่ปรึกษาพรรค, นายกรณ์ จาติกวณิช เป็นรองหัวหน้าพรรค, คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รองหัวหน้าพรรค, นายองอาจ คล้ามไพบูลย์  รองหัวหน้าพรรค, นางศิริวรรณ ปราศจากศัตรู รองหัวหน้าพรรค, นายชำนิ ศักดิเศรษฐ์ รองหัวหน้าพรรค, นายจุติ ไกรฤกษ์ เลขาธิการพรรค, นายเกียรติ สิทธีอมร อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ, นายโกวิทย์ ธารณา ส.ส.กทม., นายเทพไท เสนพงศ์ รองเลขาธิการพรรค เป็นต้น ขณะที่แกนนำ กปปส. มีเพียง น.ส.จิตภัสร์ ภิรมย์ภักดี ซึ่งเคยเป็นอดีตผู้สมัคร ส.ส.ในนามพรรคประชาธิปัตย์ เพียงคนเดียวเท่านั้นที่เข้าร่วมงาน 

โดยมีการเชิญพระสงฆ์จากวัดเทพศิรินทราวาสราชวรวิหาร 10 รูป ร่วมทำพิธี ทั้งนี้ พระเทพญาณกวี เจ้าอาวาสวัดเทพศิรินทราวาส ได้เทศนาเรื่องธรรมของผู้ปกครองหรือทศพิธราชธรรม โดยยกตัวอย่างจากการทรงงานของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชให้เห็นเป็นตัวอย่าง

นอกจากนั้นในเวลา 15.52 น. นายอภิสิทธิ์ กรรมการบริหารพรรค สมาชิกพรรค จะมีการยืนสงบนิ่งถวายอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เป็นเวลา 89 วินาที

 
 
 
 
 
เปิดใจพ่ออุ้มลูกสาวเข้าสอบ!  ปัดเลี้ยงเดี่ยวยันรักกับภรรยาดี

เปิดใจพ่ออุ้มลูกสาวเข้าสอบ! ปัดเลี้ยงเดี่ยวยันรักกับภรรยาดี

วันพฤหัสบดี ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 16.36 น.
 
 

12 ต.ค. 60 จากกรณีภาพที่ได้รับกระแสชื่นชมจากชาวโซเชียล สำหรับภาพคุณพ่อที่หอบลูกน้อยมานั่งสอบด้วย โดยให้เหตุผลว่าลูกสาวยังเล็ก ติดพ่อมาก และเรามีกันแค่ 2 คน จึงจำเป็นต้องพามาเข้าห้องสอบด้วยนั้น

ล่าสุด รายการทุบโต๊ะข่าว ทางช่อง Amarin TV ได้สัมภาษณ์ นายสุทธิรักษ์ โพธิบัลลังค์ อายุ 22 ปี ชายในภาพ เผยว่า ภาพดังกล่าวคือตอนที่ตนเองเข้าสอบกศน. วันสุดท้าย ตนเองมีลูกตั้งแต่อายุ 18 ปี ตอนนี้ลูกสาวอายุ 2 ขวบแล้ว ชื่อว่า น้องต้นหอม ซึ่งวันนั้นที่บ้านไม่มีคนว่างดูแล จึงได้พาลูกสาวไปเข้าห้องสอบด้วย โดยที่ได้มีการขออนุญาตครูที่คุมสอบ และครูที่คุมสอบก็อนุญาต

ทั้งนี้ภาพดังกล่าวที่เผยแพร่ออกไปมาจากพี่สาวที่ถ่ายรูปแล้วนำไปโพสต์ลงโซเชียล ไม่ได้คิดอะไร ตนไม่นึกว่าจะดังและมีคนพูดถึงเยอะขนาดนี้ และขอแก้ข่าวหน่อยเพราะที่จริงแล้วตนเองไม่ใช่พ่อเลี้ยงเดี่ยว ตนยังไม่ได้เลิกรากับภรรยา เพียงแต่ตอนนี้ภรรยาต้องไปทำงานอยู่ที่ต่างจังหวัด

อย่างไรก็ตาม ตนเองและภรรยามีลูกตั้งแต่อายุยังน้อย คิดว่าเกิดอะไรขึ้นก็ต้องรับผิดชอบ ต้องเลี้ยงดูลูกตัวเองให้ได้ ซึ่งความเหนื่อยก็มีบ้าง เพราะปัจจุบันตนเองเป็นช่างซ่อมรถ แต่พอได้อุ้มลูก ตนก็มีความสุขและหายเหนื่อยเอง

"ลูกผู้ชาย ทำได้ก็ต้องรับผิดชอบได้ ไม่ต้องกลัวว่าจะเลี้ยงลูกไม่ได้ สถานการณ์มันจะบีบให้เราทำเป็นเองครับ"

ขอบคุณข้อมูล คลิป : Amarin TV

 

อัตราการว่างงานกับอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ไปในทิศทางเดียวกันหรือไม่

อัตราการว่างงานกับอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ไปในทิศทางเดียวกันหรือไม่

วันพุธ ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 17.04 น.
 

“..มีประชาชนส่วนใหญ่คิดว่าการว่างงานของประเทศไทยไม่สูงและไม่เป็นปัญหา แต่ระยะหลังเมื่อได้ฟังหรือได้อ่านเกี่ยวกับตัวเลขจำนวนและอัตราการว่างงาน เช่น ในไตรมาส 1 ปี 2560 ที่เผยแพร่โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติรายงานว่ามีคนว่างงาน 463,319 คน หรือร้อยละ 1.21 ของกำลังแรงงาน 38.21 ล้านคน ดูจะไม่มากเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศในอาเซียนหรือในมุมมองของนักเศรษฐศาสตร์แรงงาน ถือว่าประเทศไทยมีการจ้างงานเต็มที่ (Full Employment) จึงไม่น่าห่วงแต่อย่างใดในภาพรวม..”

แต่ถ้าจะวิเคราะห์ลึกลงไปสักนิด โดยนำตัวเลขการว่างงานของปี 2560 ไปเทียบกับไตรมาสเดียวกัน ของปี 2557 (ก่อนมี คสช.) จะพบว่า มีสิ่งที่เหมือนกันคือ อัตราการว่างงานสูงสุดเมื่อแรงงานมีอายุ 35 - 39 ปี ทั้งในปี 2557 และปี 2560 โดยปี 2560 มีจำนวนคนว่างงาน 463,379 คน ซึ่งสูงกว่าไตรมาสเดียวกันของปี 2557 (จำนวน 341,117 คน) หรือเพิ่ม 122,162 คน เช่นเดียวกับอัตราการว่างงานในปี 2560 สูงกว่าปี 2557 ในไตรมาสเดียวกัน

และถ้าพิจารณาให้ลึกลงไปอีกพบว่าอัตราการว่างงานในช่วงอายุ 15-39 ปีของไตรมาสแรกปี 2560 สูงกว่าไตรมาสเดียวกันของปี 2557 ในทุกกลุ่มอายุ “และถ้าดูอัตราการว่างงานจากทุกช่วงอายุจะพบว่าปี 2560 นั้นสูงกว่าปี 2557 เกือบทุกช่วงอายุ” อัตราและจำนวนการว่างงานในปีปัจจุบันที่สูงกว่าปี 2557 เป็นผลมาจากความสามารถในการดูดซับแรงงาน (ทั้งเก่าและใหม่) ในตลาดแรงงาน อันเนื่องมาจากความพยายามในการกระตุ้นเศรษฐกิจให้พ้นจากความตกต่ำ อาจจะยังไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร

เทียบกับตัวเลขของ “เอ ดี บี” (ADB - ธนาคารพัฒนาเอเชีย) ประมาณการการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมประเทศ (GDP) ของประเทศไทยใน ปี 2560 ต่ำกว่าทุกประเทศในอาเซียน จากการพิจารณาเครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจ 4 ตัวคือ การบริโภคภาคประชาชน (C) การลงทุนของภาคเอกชน (I) การใช้จ่ายของภาครัฐ (G) และการส่งออกสุทธิ (X-M) ซึ่งเครื่องยนต์ตัวสุดท้ายนี้ถูกมรสุมของวิกฤติแฮมเบอร์เกอร์จากซีกประเทศตะวันตกเล่นงานตลอดจนปัญหาราคาน้ำมันตกต่ำ ทำให้เกิดปัญหาการส่งออกตกต่ำต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน

“..การส่งออกสุทธินี้เคยมีสัดส่วนมากกว่า 65% ของ GDP จริงอยู่การขยายตัวของ GDP ตั้งแต่ปี 2557 จนถึงปี 2559 ถึงจะเติบโตขึ้นมาเรื่อยๆ ตั้งแต่ไม่ถึง 1%  เพิ่มขึ้นต่อเนื่องจนมาถึงประมาณ 2.3% ในปี 2558 และคาดว่าจะเติบโตไม่ต่ำกว่า 3.5%ในปี 2560 คงจะส่งผลให้อัตราการขยายตัวของ GDP น่าจะมากกว่า 3.5% จากการพยากรณ์ของหลายสำนักทางเศรษฐกิจ..”

การเติบโตดังกล่าว “ส่งผลในเรื่องของขีดความสามารถในการดูดซับแรงงานได้ดีในระดับล่าง” ซึ่งมีภูมิหลังไม่เกินระดับประถมศึกษา จากตัวเลขเดือนกรกฎาคม 2560 มีอัตราการว่างงานไม่เกิน 1% ซึ่ง “เรามีสถานประกอบการประเภทต้องใช้แรงงานจำนวนมาก (labor intensive) และเป็นอุตสาหกรรมขนาดเล็กและขนาดย่อมมากกว่า 95%” ซึ่งใช้แรงงานระดับล่างมากเกินไป (over-employed) “จนต้องนำแรงงานต่างด้าวมากกว่า 3 ล้านคน” เข้ามาทำงานเสริมกับคนไทย เพื่อลดปัญหาขาดแรงงานระดับล่างเรื้อรังมามากกว่า 15 ปี

หลากหลายธุรกิจที่ต้องพึ่งพาแรงงานต่างด้าว

ในทางกลับกัน อัตราการว่างงานของแรงงานที่มีภูมิหลังทางการศึกษามากกว่ามัธยมต้นขึ้นไปกลับตรงกันข้ามคือ อัตราการว่างงานของผู้มีภูมิหลังการศึกษากลุ่มนี้ เช่น ในเดือนกรกฎาคม 2560 สูงเกินกว่าค่าเฉลี่ย (1.2%) จนถึง 3.3% โดยเฉพาะ “ตัวเลขของการว่างงานของภูมิหลังการศึกษาอนุปริญญาตรีสูงถึง 3.2% และ 3.3%” เพื่อให้ผู้อ่านเห็นภาพได้ยกตัวอย่าง ข้อมูลการมีงานทำของสำนักงานสถิติแห่งชาติ กรกฎาคม ปี 2560 จากจำนวนผู้ว่างงานทั้งหมด 4.76 แสนคน “มีผู้ว่างงานตั้งแต่ ม.ต้น ถึง ป.ตรี ถึง 426,000 คน” หรือ 87% ของผู้ว่างงานทั้งหมด

“..ภาพที่มองเห็นก็คือ สถานประกอบการนับตั้งแต่รัฐบาลก่อนหน้านั้นจนถึงรัฐบาลปัจจุบันเข้ามาบริหาร ยังไม่สามารถปรับโครงสร้างภาคการผลิตของประเทศไทย ให้สามารถจ้างแรงงานที่มีความรู้ความสามารถมีการศึกษาดีเข้ามาทำงานได้หมด ถ้าสังเกตตัวเลขการว่างงานของผู้จบมัธยมปลายซึ่งรวมเอาผู้จบสายอาชีพเข้าไว้ด้วยพบว่า สามารถจ้างงานได้ดีแต่ยังไม่เพียงพอ เนื่องจากยังมีผู้ว่างงานในระดับเดียวกันค่าเฉลี่ยคือ ร้อยละ 1.2 ..”

ที่หนักหนาสาหัสเห็นจะเป็นเรื่อง “ผู้จบปริญญาตรีที่ว่างงานมากกว่า 2.5 แสนคน” โดยมีสัดส่วนผู้จบสายวิชาการตกงานมากกว่าสายอาชีพมากกว่า 2 เท่า “นับเป็นความสูญเปล่าทั้งผู้จบ ครอบครัว และทางเศรษฐกิจอย่างมหาศาล” ในยุคที่เรามีกำลังแรงงานใหม่เริ่มจะลดลง แต่ภาคเศรษฐกิจยังไม่สามารถที่จะพัฒนาปรับตัวมากพอที่จะดูดซับผู้มีการศึกษาและความรู้สูงได้หมด

ที่จริงจะไปโทษทางฝ่ายผู้พัฒนาเศรษฐกิจของประเทศฝ่ายเดียวไม่ได้ “ต้องหันมา (โทษ) มองฝ่ายที่ผลิตกำลังคนบ้างที่ไม่ได้สร้างความเข้าใจที่ถูกต้องให้กับผู้ปกครองและเด็กได้เข้าใจความต้องการ (อุปสงค์) ในตลาดแรงงานว่ามีการปรับตัวในทิศทางใด” การผลิตตามศักยภาพของตัวเอง ตามใจผู้ปกครอง ตามใจนักเรียน (ซึ่งเจ้าตัวก็ไม่ทราบว่าจะเรียนอะไรดี)

โดยมีการสนับสนุนของภาครัฐที่สนับสนุนเงินทอง ทั้งอุดหนุนค่าหัว ไม่พอก็มีเงินกู้ กยศ. มาเพิ่มเติมให้อีกเพื่อให้เป้าหมายของผู้ปกครองได้ชื่นใจที่เห็นลูกจบปริญญา (ถือว่า “เป็นวันชื่นคืนสุข” ของครอบครัวมาถ่ายรูปฉลองกันอย่างเต็มที่) แล้วในที่สุดก็หนีไม่พ้นกรรมคือผู้ที่จบปริญญาเป็นจำนวนถึง 2.53 แสนคนไม่มีงานทำ กลายเป็นภาระของพ่อแม่ เงินออม ทรัพย์สินของพ่อแม่ที่หวังจะเอาไปใช้ยามแก่ต้องเอามาดูแลลูกที่จบปริญญาต่อไป เป็นภาระของรัฐและเยาวชนรุ่นต่อไป

ที่ส่วนใหญ่ของผู้ว่างงานเหล่านี้ไม่สามารถคืนเงินกู้ให้กับรัฐ เพื่อหมุนเวียนให้เยาวชนรุ่นต่อไปกู้ได้ บางคนอาจจะเป็น “มหากาพย์” ขึ้นโรงขึ้นศาล ซึ่งเรื่องนี้ไม่รู้ว่าใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ!!!

ดร. ยงยุทธ  แฉล้มวงษ์
สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI)

 

รถยนต์พระที่นั่งในรัชกาลที่9 จารึกในความทรงจำ

รถยนต์พระที่นั่งในรัชกาลที่9 จารึกในความทรงจำ

วันศุกร์ ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.
 

ในการเสด็จพระราชดำเนินทรงเยี่ยมราษฎรของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชบรมนาถบพิตร ภาพเจนตาคือ การเสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์ และบ่อยครั้งที่เราจะได้ยินข่าวว่า โปรดขับรถยนต์ด้วยพระองค์เองไปตามพื้นที่ต่างๆ เพื่อทอดพระเนตรความเป็นอยู่ของราษฎร เพื่อเป็นการรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ และถวายความอาลัย “แนวหน้ายานยนต์” ขอประมวลภาพพระบรมฉายาลักษณ์ และภาพรถยนต์พระที่นั่ง ที่ใช้ทรงงานตลอดรัชสมัย

1 Mercedes-Benz 300SL Gullwing 1955 ป้ายทะเบียน 1ด-1110 รถยนต์พระที่นั่งองค์แรก เข้าประจำการเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2498 เป็นรถยนต์ที่ จอมพล ป.พิบูลสงคราม น้อมเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 และได้เปลี่ยนทะเบียนจาก 1ด-0010 ไปเป็น 1ด-1110 ความพิเศษของรถยนต์พระที่นั่งองค์นี้ กล่าวได้ว่าเป็นรถซูเปอร์คาร์ของยุคนั้นที่มีประสิทธิภาพสูงและมีเพียง 8 คันในประเทศไทย ปัจจุบันรถยนต์พระที่นั่งองค์นี้ได้รับการดูแลรักษาไว้เป็นอย่างดี

 

2 600 “Pullman Landaulet” หมายเลขทะเบียน ร.ย.ล.9 ความพิเศษของรถยนต์พระที่นั่งองค์นี้ตัวถังจะยาวเหมือนกับลีมูซีนทั่วไปที่เราเคยเห็นกัน และ 600 องค์นี้ยังสามารถเปิดหลังคาส่วนหลังได้ หรือที่เรียกว่า “Landaulet” ใช้เครื่องยนต์ M100 6,322 cc V8 เช่นเดียวกับรุ่น 600 LWB ซึ่งรถยนต์รุ่นนี้ได้รับความนิยมอย่างมากจากพระมหากษัตริย์ในประเทศต่างๆ นำมาใช้เป็นรถยนต์พระที่นั่ง และประเทศไทยก็มี 1 คันเท่านั้น ไม่เพียงเท่านั้น 600 “Pullman Landaulet” หมายเลขทะเบียน ร.ย.ล.9 องค์นี้ ได้รับการยกย่องจากนิตยสารยานยนต์จากต่างประเทศว่าเป็น 1 ใน 32 คันในโลก ที่สภาพเหมือนเดิมตั้งแต่ออกจากโรงงานทีเดียว

 

3 Land Rover Range Rover Classic MK1 เลขทะเบียน 1ด-0111 เป็นรถยนต์พระที่นั่งที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงใช้เป็นพระราชพาหนะในการเสด็จฯทรงเยี่ยมราษฎรในถิ่นทุรกันดาร เนื่องจากเป็นรถยนต์ขับเคลื่อนสี่ล้อที่สามารถใช้งานได้ทั้งสภาพถนนที่ปกติ และสภาพถนนแบบออฟโรด เราจึงมักได้เห็นรถยนต์พระที่นั่งองค์นี้เจนตา ทั้งในทางเรียบและลุยน้ำถนนลูกรัง ที่เสด็จพระราชดำเนิน

 

4 เมื่อครั้งยังทรงมีพระพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรง หนึ่งในพระราชกรณียกิจที่ไม่ทรงละเลยนั่นคือ พิธีถวายสัตย์ปฏิญาณตนและสวนสนามของทหารรักษาพระองค์ และรถยนต์พระที่นั่งที่ทรงโปรดใช้ในพิธีการดังกล่าวคือCadillac DTS หมายเลขทะเบียน ร.ย.ล.960 โดยรถยนต์พระที่นั่งองค์นี้ได้รับการดัดแปลง โดยนำมาตัดหลังคาให้เป็นรถเปิดประทุนสำหรับใช้ในการยืนบริเวณด้านหลัง ซึ่งเป็นอีกหนึ่งภาพความประทับใจที่อยู่ในใจคนไทยไม่รู้ลืมเช่นกัน

5 อีกหนึ่งภาพระบรมฉายาลักษณ์ที่คนไทยเห็นบ่อยตามสื่อต่างๆ ที่มีการเผยแพร่ต่อๆ กันไป คือ ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงขับรถยนต์ Toyota Soluna เลขทะเบียน 1ด-0956 โดยมีสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณบดินทรเทพวรางกูร ขณะทรงดำรงพระราชอิสริยยศสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯสยามมกุฎราชกุมาร ประทับคู่ด้านหน้าและสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ประทับนั่งด้านหลัง รถยนต์พระที่นั่งองค์นี้ ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงซื้อด้วยพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ จำนวน 600,000 บาท แต่ทางโตโยต้าไม่ขอรับพระราชทานเงินนั้น
พระองค์จึงพระราชทานเงินจำนวนดังกล่าวตั้งโรงสีข้าวเพื่อช่วยเหลือชาวนาซึ่งปัจจุบันคือ บริษัท ข้าวรัชมงคล จำกัด

6 Rolls-Royce Phantom VI หมายเลขทะเบียน ร.ย.ล.972 พระราชพาหนะที่เรียกได้ว่าในหลวงรัชกาลที่ 9 ของเราใช้ทรงงานมากที่สุดถึง 30 ปี

7 Volkswagen Transporter ทะเบียน 1ด-0929 รถยนต์พระที่นั่งองค์นี้มีนามเรียกขานว่า “เจมส์ บอนด์” เป็นรถตู้สีเทาอมฟ้าปี 2541 เป็นหนึ่งในรถยนต์พระที่นั่งที่ทรงโปรด ด้านในถูกตกแต่งอย่างเรียบง่าย หรือกล่าวได้ว่าไม่ได้รับการดัดแปลงใดๆ เลย นอกจากวิทยุเดิมๆ ที่ติดมากับรถ โต๊ะทรงงานเล็กๆสิ่งที่ทำให้ชาวไทยจะไม่วันลืมรถยนต์พระที่นั่งองค์นี้นั่นคือ เป็นรถยนต์พระที่นั่งที่ใช้ในการเคลื่อนพระบรมศพจากโรงพยาบาลศิริราชมายังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวังนั่นเอง

มือปืนบุกกราดยิงคนในตลาด'สวีเดน' ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย4คน

มือปืนบุกกราดยิงคนในตลาด'สวีเดน' ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย4คน

วันศุกร์ ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 13.15 น.
 

13 ต.ค.60 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน เกิดเหตุมือปืนบุกกราดยิงผู้คนใน ตลาดเทรลเลบอร์ก (Trelleborg) ประเทศสวีเดน ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 4 คน และถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเป้นที่เรียบร้อยแล้ว

โดยพยานในที่เกิดเหตุเผยว่า ได้ยินเสียงปืนดังถึง 6 ครั้งเป็นอย่างน้อย ผู้คนวิ่งหนีแตกตื่นออกจากบริเวณดังกล่าว

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่มาตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมกั้นบริเวณที่เกิดเหตุไว้ อนุญาตเพียงแต่รถพยาบาลฉุกเฉินสามารถผ่านเข้าไปได้เท่านั้น เบื้องต้น ยังไม่มีรายงานความคืบหน้าเกี่ยวมือปืนและแรงจูงใจในการก่อเหตุ 

 
 
วิจิตร ‘โขนพระราชทาน’ พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สนองพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้ ถวายอาลัยครั้งสุดท้าย

วิจิตร ‘โขนพระราชทาน’ พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สนองพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้ ถวายอาลัยครั้งสุดท้าย

วันศุกร์ ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.
 

ตามที่ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระราชประสงค์ให้นำโขนพระราชทาน ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ได้มาแสดงร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการแสดงบนเวทีมหรสพ ในงานถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในวันที่ 26 ตุลาคม 2560 ซึ่งเป็นการแสดงโขนหน้าเวทีกลางแจ้ง บริเวณสนามหลวงด้านทิศเหนือ เริ่มตั้งแต่เวลา 18.00 น. เป็นต้นไป นับได้ว่าเป็นเกียรติที่โขนพระราชทานฯ จะได้สนองพระมหากรุณาธิคุณและถวายความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เป็นครั้งสุดท้าย

ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ทีขะระ ราชเลขานุการในพระองค์สมเด็จพระบรมราชินีนาถ ประธานคณะกรรมการจัดการแสดงโขน มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ กล่าวถึงการแสดงโขนพระราชทานในครั้งนี้ว่า สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มีพระราชประสงค์ให้โขนพระราชทาน ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ได้มาแสดงร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการแสดงบนเวทีมหรสพในงานถวายพระเพลิงพระบรมศพ ซึ่งทุกคนทั้งคณะกรรมการ ครู ผู้เชี่ยวชาญ นักร้อง นักดนตรี นักแสดง ผู้ทำงานประกอบฉาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงานปักผ้า งานทำหัวโขน งานเครื่องประดับโขน งานวาดต่างๆ  ร่วมกับนักเรียนจากศูนย์ศิลปาชีพในพระองค์  ที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ทรงดูแลชุบเลี้ยง ฝึกฝนตั้งแต่ยังไม่รู้จักศิลปะชั้นสูง ซึ่งทุกคนมีความภาคภูมิใจที่ได้มีโอกาสแสดงความจงรักภักดีอย่างสุดหัวใจ เพื่อถวายแด่ในหลวงรัชกาลที่ 9 โดยผู้แสดงโขนทั้งหมดซ้อมร่วมกัน ที่วิทยาลัยนาฏศิลป์ ศาลายา จ.นครปฐม ส่วนใหญ่เป็นนักเรียน นักศึกษาของวิทยาลัยนาฏศิลป์ที่เคยแสดงโขนพระราชทานมาแล้ว รวมถึงครูอาจารย์ด้านนาฏศิลป์ ที่ต้องการมีส่วนร่วมแสดงถวายพระองค์เป็นครั้งสุดท้าย

โขนพระราชทาน ได้คัดเลือกตอนการแสดงจำนวน 3 ตอนใหญ่ ใช้เวลาในการแสดง 2 ชั่วโมง อาจารย์ประเมษฐ์ บุณยะชัย ผู้ออกแบบและจัดทำบท เผยว่า โขนพระราชทานเริ่มที่ ตอนรามาวตาร อันเป็นต้นเรื่องของการแสดง กล่าวถึงพระมหาฤๅษีทั้งห้าขึ้นไปกราบทูล พระอิศวร และเชิญพระนารายณ์ให้อวตารลงมาเป็นพระราม เพื่อปราบอสูร เหล่าเทพบุตรต่างๆ ได้ร่วมอาสาลงมาเป็นพลวานร ทั้งพระลักษณ์และเทพอาวุธ ตลอดบัลลังก์นาคก็อาสาลงมาจุติ เพื่อเป็นกำลังของพระนารายณ์ ซึ่งเปรียบให้เห็นถึงพลังแห่งความดีความถูกต้อง ที่จะช่วยป้องกันความชั่วร้ายหรือฝ่ายอธรรมให้มีอำนาจได้ ตอนสีดาหาย และพระรามได้พล กล่าวถึง พระรามรับสัตย์จากพระบิดาออกเดินทางมาอยู่ป่าเป็นเวลา 14 ปี พระลักษณ์ อนุชาและนางสีดา มเหสีติดตามมาด้วย ทศกัณฐ์ใช้อุบายลักนางสีดาพาขึ้นพระราชรถเหาะมาพบนกสดายุเข้าขัดขวาง แต่นกสดายุพ่ายแพ้ เมื่อพระราม พระลักษณ์ ติดตามมาพบนกสดายุบาดเจ็บอยู่ จึงทราบเหตุการณ์ทั้งหมด พระรามเศร้าโศก เข้าพักใต้ต้นหว้าใหญ่ หนุมานซึ่งถูกพระอุมาสาปมาพบเข้า จึงอาสาไปนำสุครีพ อุปราชเมืองขีดขินเข้ามาเฝ้าถวายไพร่พลเป็นกองทัพใหญ่ติดตามไปทำสงครามกับทศกัณฐ์ และ ตอนขับพิเภก ทศกัณฐ์เมื่อลักพานางสีดามาไว้ที่อุทยานท้ายกรุงลงกาแล้ว วันหนึ่งทศกัณฐ์เกิดนิมิตฝันเป็นลางร้าย จึงให้พิเภกทำนาย พิเภกทูลให้ส่งคืนนางสีดาแก่พระราม ทศกัณฐ์โกรธจึงขับไล่ออกจากเมือง พิเภกไปสวามิภักดิ์กับพระราม และถวายสัตย์สุจริต เหล่าเทพบุตรนางฟ้าจึงร่วมกันแสดงความยินดีในสัตย์สุจริตของพิเภก

รูปแบบการแสดงครั้งนี้เป็นรูปแบบการแสดงโขนกึ่งฉาก อาจารย์สุดสาคร ชายเสม ผู้ออกแบบและจัดทำฉากโขน เผยว่า มีฉากประกอบบางฉากตามท้องเรื่องและนำเทคนิคการใช้มัลติวิชั่นเข้าประกอบ เหตุที่ใช้รูปแบบการแสดงเช่นนี้ เพราะโขนพระราชทานได้รับความนิยมอย่างมากจากการแสดงโขนฉาก แต่เนื่องจากว่าการแสดงครั้งนี้เป็นการแสดงบนเวทีกลางแจ้ง จึงไม่สามารถจัดฉากประกอบได้อย่างเต็มรูปแบบ โดยสารัตถะที่จะได้จากการแสดงครั้งนี้ นอกจากความสนุกสนาน ความงดงามตระการตาตามรูปแบบโขนพระราชทานแล้ว ได้มีการปรับเปลี่ยนสอดแทรกเทคนิค ชั้นเชิงทางศิลปะ การขับร้อง แสดงดนตรี ขบวนท่ารำ อีกทั้ง แทรกระบำประกอบการแสดง ที่สำคัญที่สุดคือ คุณธรรมแห่งความจงรักภักดีของตัวละคร และสะท้อนให้เห็นความจงรักภักดีของผู้ปฏิบัติงานในการจัดการแสดงโขนพระราชทานครั้งนี้ต่อ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร

“ฉากที่นำมาใช้ในครั้งนี้เป็นฉากเดิมที่เคยทำไว้อย่างดีที่สุด และมีการเก็บรักษาไว้ตั้งแต่เริ่มจัดแสดงโขนพระราชทานครั้งแรกเมื่อ 10 ปีที่แล้ว โดยจะนำมาถ่ายรูปและฉายขึ้นวีดิทัศน์ ประกอบกับอุปกรณ์ประกอบฉาก เช่น ราชรถ และวิมาน เป็นต้น ซึ่งมีความงามไม่แพ้กับฉากจริง”

ขณะที่การจัดทำเครื่องแต่งกายโขนพัสตราภรณ์ จะมีการดำเนินการใหม่ให้วิจิตรงดงามตามโบราณราชประเพณี อาจารย์วีระธรรม ตระกูลเงินไทย ผู้จัดทำเครื่องแต่งกายและเครื่องประดับ เผยว่า ชุดสำคัญจะสร้างใหม่ทั้งหมด ได้แก่ ชุดของทศกัณฐ์ 5 ชุด และที่พิเศษมีการสร้างชุดมหาเทพ พระอิศวร พระนารายณ์ 2 ชุด ซึ่งไม่เคยสร้างขึ้นมาก่อน รวมถึงผ้าห่มนาง 24 ผืน 12 ชุด กษัตริย์ 2 ชุด นางกำนัล 10 ชุด เช่นเดียว กับชุดเสนายักษ์ เสนาลิงที่ชำรุดเพราะผ่านการแสดงมานานก็สร้างใหม่เช่นกัน ในการทำงานจะแบ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนแรก คือการทอผ้ายกทองเป็นผ้านุ่งที่วิจิตรงดงาม ใช้ช่างฝีมือของศูนย์ศิลปาชีพบ้านเนินธัมมัง และศูนย์ศิลปาชีพบ้านตรอกแค

นอกจากนี้ ยังได้กลุ่มศิลปาชีพสีบัวทอง จ.อ่างทอง ร่วมทอผ้ายกทอง ส่วนงานปักเครื่องโขน ตั้งแต่แขนเสื้อ อินธนู กรองคอ สนับเพลา รัดเอว ได้ช่างฝีมือของศิลปาชีพ จำนวน 76 คน จากทั่วประเทศเข้ามาดำเนินการ ได้แก่ ศูนย์ศิลปาชีพสีบัวทอง ศูนย์ศิลปาชีพสวนจิตรลดา ศูนย์ศิลปาชีพหนองลาด จ.สิงห์บุรี กลุ่มดอนคำเสนา จ.สกลนคร กลุ่มกุดนาขาม จ.สกลนคร กลุ่มสานแว้แว้ จ.สกลนคร กลุ่มอุทุมพรพิสัย จ.ศรีสะเกษ กลุ่มกาญจนบุรี จ.กาญจนบุรี และกลุ่มเพชรบุรี ศูนย์ศิลปาชีพสวนผึ้ง

“เครื่องแต่งกายและเครื่องประดับที่จัดสร้างขึ้นใหม่ ได้สืบทอดจากเครื่องภูษาพัสตราภรณ์ ถนิมพิมพาภรณ์ อันเป็นเครื่องประดับลงยาที่เคยมีมาตั้งแต่ต้นกรุงรัตนโกสินทร์ โดยใช้วัสดุอย่างดี มีค่า ขณะนี้เครื่องแต่งกายโขนทั้งหมดเสร็จเรียบร้อยแล้ววิจิตรงดงามเป็นงานที่ประณีตยิ่งขึ้น เพราะสมาชิกศูนย์ศิลปาชีพมีทักษะและความชำนาญมากขึ้น”

ทั้งนี้ การแสดงโขนพระราชทานในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร จัดทำฉาก โดยนักเรียนจากศูนย์ศิลปาชีพเกาะเกิด จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งเยาวชนกลุ่มนี้เป็นชาวปกาเกอะญอ หรือกะเหรี่ยง อยู่ในพื้นที่ อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ และบ้านห้วยต้า อ.ท่าปลา จ.อุตรดิตถ์ ซึ่งได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงรับไว้ในพระราชินูปถัมภ์ เข้ามาศึกษาเรียนรู้งานด้านประติมากรรม ตลอดจนการทำหัวโขน และฉากโขนพระราชทาน ซึ่งทุกคนพร้อมปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มความสามารถเป็นครั้งสุดท้าย

ในการแสดงโขนพระราชทานในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร นี้จะใช้ผู้แสดงมากถึง 300 คน มากกว่าโขนพระราชทานที่จัดแสดงเป็นปกติซึ่งใช้ผู้แสดงราว 200 คน ดังนั้น จึงต้องจัดทำเครื่องแต่งกายและเครื่องประดับโขนเพิ่มเติมตามโบราณราชประเพณี โดยใช้ช่างฝีมือของศูนย์ศิลปาชีพ สีบัวทอง จ.อ่างทอง ศูนย์ศิลปาชีพสวนจิตรลดา และสมาชิกของศูนย์ศิลปาชีพอีกหลายแห่ง เพื่อร่วมกันปักเครื่องโขนพระราชทานให้วิจิตรงดงาม

  •  

.....................................

13 ตุลาคม 2560

 


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน