*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 3389
  • จำนวนผู้ชม : 2258456
  • จำนวนผู้โหวต : 503
  • ส่ง msg :
  • โหวต 503 คน
<< พฤศจิกายน 2017 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันเสาร์ ที่ 4 พฤศจิกายน 2560
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 1098 , 21:33:23 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน feng_shui , สิงห์นอกระบบ โหวตเรื่องนี้

สวัสดีครับ

         สำนักข่าว บี.บี.ซี.ประเทศไทย ทำตัวเป็นไม้เบื่อไม้เมากับรัฐบาลปัจจุบันตลอดเวลา เข้าข้างรัฐบาล 'ยิ่งลักษณ์'

อย่างไม่แคร์ความรู้สึกของคนไทยแต่อย่างไร แต่ปกติคนไทยในประเทศก็ไม่ได้รับข่าวบี.บี.ซี.อยู่แล้ว

         ขนาดที่รัฐบาลยังไม่ปลดล็อกการเมืองแท้ๆ แต่ก็มีคนหน้าเดิมในแวดวงการเมือง ทั้งในพรรค 'เพื่อไทย' กับปชป.

ก็เรียงหน้ากันรุมเล่นงานรัฐบาลและ 'บิ๊กตู่' อย่างสนุกสนานกันเลยทีเดียว

        น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ อดีต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร บอกว่าปชช.จะไม่ลืมที่มา

ของรัฐบาลชุดนี้ ก็จริงทีเดียว ปชช.ไม่ลืมแน่ๆว่าใครที่เป็นตัวการให้ทหารต้องปฏิวัติจนมาเป็นรัฐบาลทุกวันนี้

         ส่วนนายนพดล ปัทมะ ก็อุตส่าห์ตะแบงว่าตัวเลขเศรษฐกิจดีขึ้น แต่สวนทางกับปัญหาปากท้องประชาชนรอการแก้ไข ราย

นี้ก็คงจะลืมนโยบายที่ทักษิณ ชินวัตรคุยโขมงโฉงเฉงว่าจะแก้จนคนไทย แต่กลายเป็นเพิ่มควารวยให้ตัวเองกับพรรคพวก

ด้วยการคอรัปชั่นอย่างที่ไม่เคยมีใครทำขนาดนั้นมาก่อน ส่วนประชาชนก็ได้แต่เศษกระดูกที่เขาโยนให้

         นอกจากนั้น ยังมีอีกราย นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานรัฐบาลก่อน ก็ออกมาอ้างอันดับ

ความสะดวกการลงทุนอันดับที่ 18 ดีกว่าที่ 26 ตอนนี้ ชี้ สะดวกลงทุนแต่ไม่มีคนมาลงทุนก็ไม่มีประโยชน์ แนะเร่งแก้ปัญหาตรง

จุด ... เอ พูดเองนะที่ว่า สะดวกลงทุน แต่ความสะดวกที่ให้นักลงทุนต่างชาติสมัยรัฐบาล 'ทักษิณ - ยิ่งลักษณ์'

ก็ล้วนแต่เอื้อประโยชน์ต่างตอบแทนซึ่งกันและกันอย่างสะดวกต่างหาก

         อ้าว ... นึกว่าหมดแถวแล้ว แต่กลับยังเหลือ นายชัยเกษม นิติสิริ อดีต รมว.ยุติธรรม ในรัฐบาลพรรคเพื่อไทย สายล่อฟ้า

ให้เกิดการปฏิวัติ ที่ออกมาพูดเรื่องปลดล็อกอีกราย ว่าอย่างไรโปรดอ่านกันเองเถิดครับ ผมเองเหนื่อยเต็มทีครับ.

 

 

คำต่อคำ!คอลัมนิสต์ดังสหรัฐ ถลกหนัง'บีบีซี' เสนอข่าวพระราชพิธีมี'อคติ'ยังไง

คำต่อคำ!คอลัมนิสต์ดังสหรัฐ ถลกหนัง'บีบีซี' เสนอข่าวพระราชพิธีมี'อคติ'ยังไง

วันเสาร์ ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 20.00 น.
 

ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน "เจริญขวัญ บลาฮาสสกี้" คอลัมนิสต์ชื่อดัง ได้โพสต์เฟสบุ๊ก “เจริญขวัญ แพรกทอง บลาฮาสสกี้” เผยแพร่บทแปลเป็นภาษาไทยของบทความเรื่อง “BBC Reaches Out In Response To Article on Thai King’s Funeral” ซึ่ง "แดน บลาฮาสสกี้" คอลัมนิสต์ชาวสหรัฐ ได้เขียนเผยแพร่ในเว็บไซด์ http://newsorg.org แสดงความสงสัยเกี่ยวกับการแสดงท่าทีของสื่อชื่อดังอย่าง "บีบีซี" ในการนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับพระราชพิธีถวายพระเพลิง พระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช (อ่านต้นฉบับบทความได้ที่ http://newsorg.org/2017/11/bbc-reaches-out-in-response-to-article-on-thai-kings-funeral/)

โดย เจริญขวัญ ระบุไว้ดังนี้

เพื่อนๆ หลายคนถามหาบทแปล

เพราะอยากรู้ว่าแดน บลาฮาสสกี้เขียนตอบทางบีบีซีไปว่าอย่างไร

เนื่องจากดิฉันเป็นภรรยา..

การแปลงานของสามีอาจเกิดการเอนเอียงเข้าข้าง

เพื่อนเฟซคนหนึ่งซึ่งขอใช้นามแฝงว่า “พ่อใหญ่บุญมา”

เสียสละเวลามาช่วยแปลให้ดังนี้..

ขอบคุณ “พ่อใหญ่บุญมา” อย่างสูงด้วยค่ะ

................................................

บีบีซีติดต่อมาเรื่องบทความของผม เกี่ยวกับพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระมหากษัตริย์ไทย บทความล่าสุดของผมบนเว็บไซต์นี้เรื่อง พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระมหากษัตริย์ไทยและโอกาสแสดงให้ชาวโลกได้เห็นถึงวัฒนธรรมอันงดงามและวิจิตรของไทย” ได้รับการตอบรับอย่างดีจากผู้อ่านอย่างล้นหลาม ผมขอขอบคุณคนไทยหลายพันคนที่เสียสละเวลาส่งคำขอบคุณมาถึงผม

แต่มีเสียงหนึ่งเป็นเสียงมาจากโปรดิวเซอร์คนหนึ่งของบีบีซี ซึ่งตั้งข้อกังขาต่อบทความดังกล่าวของผมว่า ขอให้ผมเอาหลักฐานมายืนยันด้วยว่า บีบีซีตำหนิค่าใช้จ่ายในการจัดพระราชพิธีถวายพระเพลิงฯ ตรงไหน ผมไม่ได้ตอบกลับเธอทันที วันต่อมาเธอก็ส่งข้อความทวิตมาตามเรื่องโดยเขียนว่า ฉันยังไม่เห็นคุณติดต่อกลับมาเลยและบทความนั่นก็ยังออนไลน์อยู่” เขียนมาอย่างยโสเป็นนัยว่า ผมควรจะเอาบทความข้างต้นออกจากเว็บไซต์ เพราะมีใครบางคนในบีบีชีไม่ชอบใจกับบทความนี้ บีบีซีควรจะรู้ดียิ่งกว่าจะมาแนะให้คนอื่นทำแบบนี้

ต่อไปนี้คือคำตอบของผมถึงบีบีซี

ท่วงทำนองการทำข่าวของบีบีซีลึกล้ำ แต่แฝงไว้ด้วยอคติ นักเขียนของบีบีซีมีไหวพริบและชั้นเชิง พวกนี้รู้วิธีการพลิกแพลงคำและการพาดหัวข่าว เพื่อแฝงอคติเอาไว้โดยไม่แสดงความคิดเห็นอย่างชัดเจน เช่น นายโจนาธาน เฮด สัมภาษณ์ ม.ร.ว. นริศรา จักรพงษ์ ซึ่งเป็นเหลนของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ โดยใส่หัวข่าวว่า “พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระมหากษัตริย์ไทย: พระญาติแสดงความคิดเห็นต่อ “ความรักอันแท้จริง” ของชาติ” โดยใช้คำว่า “ความรักอันแท้จริง” อยู่ในเครื่องหมายคำพูด

นักข่าวทุกคนรู้ดีว่าการใช้เครื่องหมายคำพูดกับถ้อยคำ...มีสองนัยที่แตกต่างกัน นัยแรกคือต้องการบอกว่าเป็นการอ้างคำพูดของคนอื่น หรือนัยที่สอง ต้องการให้มีความหมายเชิงเสียดสี ประมาณว่าคำที่ใช้นั้นไม่ได้หมายความตามความหมายจริงของมัน พาดหัวข่าวสัมภาษณ์ ม.ร.ว.นริศราฯนั้น น่าจะเป็นวิธีการอย่างหลังมากกว่า มีเหตุผลอื่นใดที่ทำให้ใช้คำว่า “ความรักอันแท้จริง” ในเครื่องหมายคำพูด?

ถ้าเป็นนักข่าวที่ไม่มีอคติก็จะเขียนหัวข่าวว่า “พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระมหากษัตริย์ไทย: พระญาติแสดงความคิดเห็นต่อความรักอันแท้จริงของชาติ” ไม่ใส่เครื่องหมายคำพูดในคำว่าความรักอันแท้จริง เครื่องหมายคำพูดที่ใส่ไปนั้นไม่ได้เพิ่มค่าใด ๆ แต่กลับบอกเป็นนัยว่าความรักนี้น่าสงสัยมากกว่าจะเป็นความรักอันแท้จริง ในระหว่างการสัมภาษณ์ นายโจนาธาน เฮด ได้ตั้งคำถามนำ ซึ่งฟังแล้วเป็นคำถามท้าทายความรักและความเคารพของคนไทยที่มีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช

นอกจากนี้ในรายงานข่าวสัมภาษณ์คุณหญิงนริศราฯ บีบีซีอ้างถึงคุณหญิงนริศาฯ โดยใช้ชื่อหน้า นริศรา เฉยๆ ไม่มีคำว่า ม.ร.ว. นำหน้า (ในภาษาอังกฤษคือคำว่า The Honorable) ในอดีตเช่นตอนที่บีบีซีรายงานเกี่ยวกับการอภิเษกสมรสระหว่างเจ้าหญิงไดอาน่าและเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์นั้น บีบีซีจะเรียกทั้งสองพระองค์ว่า “ไดกับชัค” หรือไม่ .. (ชัคคือชื่อเรียกเล่นๆ ของชาร์ลส์) คำตอบคือไม่แน่นอน การที่ไม่ใสยศคำนำหน้าเป็นตัวอย่างอคติที่แฝงอยู่และเป็นการไม่ให้เกียรติกัน

วิธีพาดหัวข่าวนั้น บีบีซียังใช้วิธีพาดหัวข่าวล่อให้คนคลิกเข้ามาอ่านข่าว บ่อยครั้งโดยการพูดถึงการจัดงานพระราชพิธีฯ อย่างฟุ่มเฟือย อ้างถึงค่าใช้จ่ายจำนวน 90 ล้านดอลลาร์ทั้งในพาดหัวข่าวและบทเกริ่นนำ โน้มน้าวให้ผู้อ่านโฟกัสไปที่ตัวเลขค่าใช้จ่าย และบอกเป็นนัยว่าเป็นงานพระราชพิธีฯ ที่ฟุ่มเฟือยมากเกินไป ตามที่ผมได้เขียนไว้ในบทความชิ้นที่แล้วว่า การจัดพระราชพิธีในครั้งนี้เป็นมากกว่าการจัดพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ แต่พิธีนี้คือการแสดงทุกอย่างเกี่ยวกับความเป็นไทย ค่าใช้จ่ายเป็นเรื่องรองจากเรื่องหลักคืองานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ แต่ค่าใช้จ่ายกลับเป็นเรื่องหลักในพาดหัวข่าว ค่าใช้จ่ายเป็นส่วนหนึ่งของงานพระราชพิธีฯ ก็จริงอยู่ และไม่ใช่เรื่องผิดที่นักข่าวจะเขียนถึงเรื่องค่าใช้จ่าย แต่ค่าใช้จ่ายไม่ใช่เรื่องหลักและไม่ควรจะอยู่ในบทเกริ่นนำด้วย

มาเปรียบเทียบดูกับการพาดหัวข่าวเกี่ยวกับราชวงศ์อื่น ๆ ของบีบีซีดูบ้าง เช่น ข่าวพระราชพิธีฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปีของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธ บีบีซีพาดหัวข่าวเชิงบวกว่า “ประมวลภาพ: ศิลปินในสหัสวรรษร่วมงานพระราชพิธีฉลองสิริราชสมบัติ” เพื่อร่วมชื่นชมว่ามีเหล่าศิลปินมากหมายมีส่วนสร้างสรรค์ผลงานต่าง ๆ ในพระราชพิธีฉลองสิริราชสมบัติของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธ ไม่ต่างจากเหล่าศิลปินและช่างฝีมือไทยหลายแขนง ได้เสียสละเวลาและความเพียรสร้างสรรค์ผลงานเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช พาดหัวข่าวพระราชพิธีฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปีของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธชิ้นนี้จริงใจและตรงไปตรงมา

ในบทความใต้หัวข้อว่า ชาวฝรั่งเศสแอบรักราชวงศ์อังกฤษ?” นักข่าวไม่ได้เอาคำว่ารักใส่ไว้ในเครื่องหมายคำพูด บทความนี้พูดถึงความต้องการโหยหาความหรูหราและพิธีแห่แหนและพูดถึงราชวงศ์อังกฤษว่าสร้างความมั่นใจอย่างไรจึงยืนหยัดอยู่ได้ในสังคมโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงนี้ได้ (ซึ่งจุดนี้คล้ายกับจุดที่ผมเขียนในบทความชิ้นที่แล้วของผม) บทความชิ้นนี้ไม่มีอคติหรือนัยยะแอบแฝงเกี่ยวกับราชวงศ์อังกฤษให้เห็น พาดหัวข่าวและการรายงานทำอย่างตรงไปตรงมา การเขียนข่าวแฝงด้วยอคติของบีบีซีไม่ใช่เฉพาะข่าวเกี่ยวพระราชพิธีถวายพระเพลิงเท่านั้น เฉกเช่นเดียวกับสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชก็ได้ทรงสร้างความมั่นใจ และความอบอุ่นใจให้กับชาวไทยในสังคมโลกที่กำลังเปลี่ยนไปนี้เช่นกัน

ยังมีตัวอย่างให้เปรียบเทียบอีก เช่น บทความของบีบีซีภายใต้ชื่อ “พระราชพิธีฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปีของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธ: ความหรูหราและพระราชพิธีเฉลิมฉลองสู้สายฝน” บีบีซียกย่องสรรเสริญพระราชพิธีเฉลิมเฉลองและใช้เวลาสัมภาษณ์คนเข้าร่วมงานพูดสิ่งดี ๆ เกี่ยวกับงานและสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธ คำพูดถึงสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธว่าพระองค์ทรงมีพระจริยวัตรอันงดงามและทรงห่วงใยพสกนิกรของพระองค์ได้ถูกนำมาเขียนลงไว้ในบทความ ไม่มีข้อความแฝงการเสียดสีและไม่พาดหัวข่าวให้เข้าใจผิดเพี้ยน แต่พอเป็นเรื่องเกี่ยวกับพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช บีบีซีไม่พลาดโอกาสที่จะดึงนายแอนดรูว์ มาร์แชลล์ เข้ามา นายแอนดรูว์ มาร์แชลล์ เป็นผู้ชอบวิพากษ์วิจารณ์และโจมตีทุกอย่างที่เกี่ยวข้องสถาบันกษัตริย์และรัฐบาลไทยอย่างสม่ำเสมอ

เรื่องราวอันแท้จริงไม่ใช่ตัวเลขค่าใช้จ่ายของงานพระราชพิธีถวายพระเพลิง เรื่องราวที่แท้จริงคือความรักอันสุดซึ้งและความเคารพของพสกนิกรชาวไทยที่มีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เป็นการแสดงวัฒนธรรมและศิลปะไทยซึ่งเป็นตัวชูงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงในครั้งนี้ บทความชิ้นที่แล้วของผมเที่ยงตรง จริงใจไม่เสแสร้ง และผมจะคงมันไว้ตามเดิม

 

เพื่อนๆ หลายคนถามหาบทแปล
เพราะอยากรู้ว่าแดน บลาฮาสสกี้เขียนตอบทางบีบีซีไปว่าอย่างไร
เนื่องจากดิฉันเป็นภรรยา..
การแปลงานของสามีอาจเกิดการเอนเอียงเข้าข้าง
เพื่อนเฟซคนหนึ่งซึ่งขอใช้นามแฝงว่า "พ่อใหญ่บุญมา”...

ดูเพิ่มเติม
 
'อนุดิษฐ์'เชื่อปชช.ลืมยากที่มา 'รบ.ลุงตู่' หนุนพลเรือนนั่งครม.

'อนุดิษฐ์'เชื่อปชช.ลืมยากที่มา 'รบ.ลุงตู่' หนุนพลเรือนนั่งครม.

วันเสาร์ ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 14.19 น.
 

"อนุดิษฐ์"เชื่อประชาชน ลืมยากที่มารัฐบาลลุงตู่  หนุนพลเรือนนั่งคณะรัฐมนตรีชี้ทำงานดีกว่าทหาร

4 พ.ย.60 น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ อดีต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ระบุว่า การปรับคณะรัฐมนตรีครั้งนี้ อาจเป็นไปได้ที่จะมีทหารน้อยลง ว่า หากเป็นเช่นนั้นน่าจะเป็นเรื่องดี เพราะรัฐมนตรีที่มาจากทหารจะมีความเชี่ยวชาญในงานด้านความมั่นคงเป็นพิเศษ แต่ถ้าเป็นด้านอื่นอาจมีความสามารถไม่เท่ากับพลเรือนที่มีความรู้ความสามารถด้านนั้นโดยเฉพาะ ถ้าให้คนเหล่านั้นมาทำหน้าที่อาจบริหารกระทรวงเหล่านั้นได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ส่วนจะทำให้ภาพลักษณ์ของรัฐบาลดีขึ้น และเรียกความเชื่อมั่นนักลงทุนได้มากขึ้นหรือไม่นั้น การให้พลเรือนเข้ามามากขึ้นคงไม่ทำให้ภาพลักษณ์ของรัฐบาลเปลี่ยนไปจากเดิม เพราะรัฐบาลนี้ ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง ทั้งประชาชนและนักลงทุนเขาอาจจะยังจดจำภาพลักษณ์เดิมๆของรัฐบาลอยู่ว่ามีที่มาอย่างไร

โผล่เห็นด้วยล้างไพ่ปรับครม. 'นพดล'บอกให้เอาบุญ

โผล่เห็นด้วยล้างไพ่ปรับครม. 'นพดล'บอกให้เอาบุญ

วันเสาร์ ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 13.47 น.
 

โผล่เห็นด้วยล้างไพ่ผลงานปรับ ครม.“นพดล”บอกให้เอาบุญ นำคนเชี่ยวชาญมาทำงาน หวั่นไม่มีใครกล้าเข้ามา ปลายรัฐบาล มึนตัวเลขชี้วัดต่างๆดีขึ้น สวนทางปัญหาปากท้องประชาชนรอการแก้ไข 

4 พ.ย. 60  นายนพดล ปัทมะ อดีตรมว.ต่างประเทศ และแกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ระบุ จะมีการปรับคณะรัฐมนตรีว่า การนำผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญมาทำงานเป็นเรื่องที่ดี แต่จะโน้มน้าวคนนอกเข้ามาทำหน้าที่ ตนยังเป็นห่วงว่า เขาจะมาหรือไม่ เพราะตอนนี้เป็นช่วงปลายรัฐบาล เข้ามาแล้วไม่รู้จะทำงานได้มากน้อยแค่ไหน ซึ่งการปรับคณะรัฐมนตรีไม่ใช่สูตรสำเร็จในการเรียกความเชื่อมั่น 

เพราะทั้งนักลงทุน และประชาชนเขาดูการทำงานช่วงที่ผ่านๆมาของรัฐบาลและ คสช. ว่ามีประสิทธิภาพการบริหารประเทศเป็นอย่างไร เช่น การบริหารจัดการน้ำ นอกจากจัดตั้งสำนักงานบริหารทรัพยากรน้ำแห่งชาติแล้ว ได้วางโครงสร้างการบริหารจัดการน้ำอย่างไร ช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนอย่างไร ตรงนี้ประชาชนต้องเป็นผู้ตัดสินใจว่า ให้ผ่านหรือไม่ เพราะถ้าตนไปวิพากษ์วิจารณ์จะกลายเป็นประเด็นทางการเมือง 

นายนพดล ยังกล่าวถึงการปรับ ครม. ควรปรับในลักษณะของกระทรวงใดว่า  ปัญหาของประเทศในขณะนี้คือ เรื่องเศรษฐกิจ ปากท้องของประชาชน ที่รัฐบาลออกมา ระบุตัวเลขชี้วัดต่างๆดีขึ้นนั้น ตัวเลขดังกล่าว ยังไม่ส่งผลทำให้ปากท้องของประชาชนดีขึ้น ประชาชนยังคงรอการแก้ปัญหาปากท้อง 

"วันนี้ ข้าว ยางพาราราคาตกต่ำ คนจึงไม่มีเงินออกมาใช้หมุนระบบเศรษฐกิจ นายกฯรู้ดีอยู่แล้วปัญหามันอยู่ตรงไหน ประสิทธิภาพการทำงานของเจ้ากระทรวงต่างๆ เป็นอย่างไร ผมคงไม่กล้าไปแนะนำอะไร" อดีตรมว.ต่างประเทศ กล่าว  

 

เย้ย'สมคิด'เพ้อตัวเลขธนาคารโลก 'พิชัย'ฟุ้งรบ.ปูอันดับดีกว่าหลังปฎิวัติ

เย้ย'สมคิด'เพ้อตัวเลขธนาคารโลก 'พิชัย'ฟุ้งรบ.ปูอันดับดีกว่าหลังปฎิวัติ

วันเสาร์ ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 13.16 น.
 

'พิชัย'เย้ย'สมคิด'บอกไม่หมด ก่อนปฏิวัติธนาครโลกจัดอันดับความสะดวกการลงทุนอันดับที่ 18 ดีกว่าที่ 26 ตอนนี้ ชี้ สะดวกลงทุนแต่ไม่มีคนมาลงทุนก็ไม่มีประโยชน์ แนะเร่งแก้ปัญหาตรงจุด 

4 พ.ย.60 นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า ตามที่รัฐบาล โดยพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ออกมาแสดงความดีใจที่ธนาคารโลกจัดอันดับความสะดวกในการลงทุนของไทยดีขึ้น 20 อันดับ จากอันดับที่ 46 ขึ้นมาอยู่ที่อันดับที่ 26 โดยอ้างว่า เป็นความสำเร็จในการบริหารงานของรัฐบาล ซึ่งอาจจะเป็นความจริงแค่บางส่วน ทั้งนี้ อยากให้ข้อมูลที่เป็นจริง เพราะหากมองย้อนหลังจะพบว่า ก่อนการปฏิวัติรัฐประหาร อันดับความสะดวกในการทำธุรกิจอยู่ที่ อันดับที่ 18 ในปี 2556 และ ปี 2557 และตั้งแต่มีการจัดอันดับตั้งแต่ปี 2547-2557 ประเทศไทยอยู่อันดับ 12-19 มาโดยตลอด อันดับมาตกลงอย่างหนักหลังการปฏิวัติ โดยในปี 2558 ตกลงมาอยู่ที่ 46 หรือตกลงถึง 26 อันดับ (ซึ่งถือเป็นความล้มเหลวหรือไม่) และตกลงไปถึงอันดับที่ 49 ในปี 2559 และเพิ่งจะฟื้นมาอยู่ที่ 26 ซึ่งยังคงต่ำกว่าอันดับเดิมที่ 18 ก่อนจะมีการปฏิวัติ และในอดีตก็ไม่ต้องมี ม.44 ก็มีอันดับที่ดีกว่าได้

"ก็หวังว่าความสะดวกในการทำธุรกิจที่ดีขึ้นจะสามารถทำให้การลงทุนเพิ่มขึ้น และอยากให้นายสมคิด เปิดเผยยอดการลงทุนที่แท้จริงว่ามียอดเท่าไหร่ เทียบกับก่อนการปฏิวัติแล้วลดลงเท่าไหร่ และที่เชิญกลุ่มนักลงทุนญี่ปุ่นมาโปรโมทเขตอีอีซี  5-600 คน แล้วมียอดการลงทุนเท่าไหร่ ซึ่งทราบว่า มียอดลงทุนไม่มากใช่หรือไม่ ไม่อยากให้ใช้อันดับความสะดวกในการลงทุนเป็นเพียงแค่เครื่องมือเพื่อการตลาดเท่านั้น แต่การลงทุนไม่เกิดขึ้นจริง และหากการลงทุนเข้ามามากจริง รัฐบาลคงไม่ต้องออก ม.44 เพื่อเร่งการลงทุน โดยไม่คำนึงผลกระทบในอนาคต" นายพิชัย กล่าว

นายพิชัย กล่าวว่า จึงอยากให้รัฐบาลพยายามเพิ่มยอดการลงทุนให้ได้มากขึ้นจริงจะดีกว่า เพราะประเทศเพื่อนบ้านของไทยที่มีอันดับความสะดวกในการลงทุนต่ำกว่าไทยมาก แต่กลับมีการลงทุนจากต่างประเทศเพิ่มสูงขึ้นมากกว่าไทย ซึ่งรัฐบาลไทยจะต้องกลับมามองตัวเองว่า เป็นเพราะสาเหตุใด เปรียบเสมือนร้านค้าที่ได้คะแนนการให้บริการดีแต่กลับไม่มีลูกค้ามาใช้บริการ ก็ต้องหันกลับมาพิจารณาตัวเองว่า จะต้องแก้ไขปรับปรุงอย่างไร ถ้าสาเหตุเกิดจากการไม่ยอมรับระบอบการปกครองก็ต้องเร่งแก้ปัญหาให้ตรงจุด และการปรับ ครม.ก็คงจะไม่ช่วยอะไรนัก อีกทั้ง พลเอกประยุทธ์ พูดเองว่า คนที่มีความรู้ความสามารถไม่อยากเข้ามาทำงานในรัฐบาลที่มาจากการรัฐประหารนี้ ซึ่งหากพลเอกประยุทธ์มั่นใจว่าจะสามารถได้รับเสียงสนับสนุนให้กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีหลังการเลือกตั้งได้ จากกลไกรัฐธรรมนูญที่ประกาศใช้แล้ว ก็ไม่ควรจะถ่วงเวลา ปัญหาของประเทศจะได้รับการแก้ไขได้อย่างถูกต้อง  

โวย'บิ๊กตู่'เล่นเกมอยู่ยาว! เพื่อไทยพล่านหนัก กดดันปล่อยผี

โวย'บิ๊กตู่'เล่นเกมอยู่ยาว! เพื่อไทยพล่านหนัก กดดันปล่อยผี

วันเสาร์ ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 19.19 น.
 

'เพื่อไทย'ตบเท้าขย่มรัฐบาล เย้ยปรับ ครม. ไปก็เท่านั้น ภาพลักษณ์ต่อนักลงทุนไม่เคยเปลี่ยน ดิ้นพล่านกดดันหนักให้ปลดล็อกพรรคการเมือง โวย“บิ๊กตู่”ยื้อไม่ปล่อยผี หวังให้ตัวเองอยู่ยาว

นายชัยเกษม นิติสิริ อดีต รมว.ยุติธรรม ในรัฐบาลพรรคเพื่อไทย ได้ออกมาให้ความเห็นเมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน ถึงกรณีที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ยังไม่ปลดล็อกให้พรรคการเมืองสามารถทำกิจกรรมและประชุมพรรคได้ว่า ทุกครั้งที่มีการรัฐประหาร คณะรัฐประหารมักจะมีความต้องการเล่นการเมืองต่อ สำหรับคสช.จะเห็นว่าถ้ามีสิ่งใดก็ตามที่ทำให้ตัวเองได้เปรียบทางการเมือง ก็จะทำสิ่งนั้น ด้วยเหตุนี้จึงยังไม่ปลดล็อกให้พรรคการเมืองทำกิจกรรม หรือจัดประชุมเพื่อเตรียมพรรคให้พร้อมสำหรับการเลือกตั้ง

“ที่ผ่านมา คสช.เขียนทั้งรัฐธรรมนูญและกฎหมายต่างๆ ให้ตัวเองพร้อมมากกว่าคนอื่น และหากมีปลดล็อกเมื่อไหร่ โอกาสที่ คสช. จะได้เปรียบก็ย่อมน้อยลง เพราะเมื่อพรรคการเมืองได้มีโอกาสเตรียมตัวมากขึ้น ความได้เปรียบของ คสช. ก็จะน้อยลง และความได้เปรียบที่เกิดขึ้น จะนำไปสู่การเลือกตั้งที่ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มีโอกาสมากกว่าคนอื่น ซึ่งสอดคล้องกับที่มีผู้วิเคราะห์ว่า พล.อ.ประยุทธ์ อยากเป็นนายกฯต่อไป” นายชัยเกษม กล่าว

ด้าน นายนพดล ปัทมะ อดีต รมว.ต่างประเทศ และแกนนำพรรคเพื่อไทย ให้ความเห็นกรณี พล.อ.ประยุทธ์ เตรียมปรับคณะรัฐมนตรีว่า การนำผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญมาทำงานเป็นเรื่องที่ดี แต่จะโน้มน้าวคนนอกเข้ามาทำหน้าที่นั้น ยังเป็นห่วงว่า เขาจะมาหรือไม่ เพราะตอนนี้เป็นช่วงปลายรัฐบาล เข้ามาแล้วไม่รู้จะทำงานได้มากน้อยแค่ไหน ซึ่งการปรับคณะรัฐมนตรีไม่ใช่สูตรสำเร็จในการเรียกความเชื่อมั่น เพราะทั้งนักลงทุน และประชาชนเขาดูการทำงานช่วงที่ผ่านๆมาของรัฐบาลและ คสช. ว่ามีประสิทธิภาพการบริหารประเทศเป็นอย่างไร เช่น การบริหารจัดการน้ำ นอกจากจัดตั้งสำนักงานบริหารทรัพยากรน้ำแห่งชาติแล้ว ได้วางโครงสร้างการบริหารจัดการน้ำอย่างไร ช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนอย่างไร ตรงนี้ประชาชนต้องเป็นผู้ตัดสินใจว่า ให้ผ่านหรือไม่ เพราะถ้าตนไปวิพากษ์วิจารณ์จะกลายเป็นประเด็นทางการเมือง

น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ อดีต รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กล่าวถึงกรณีการปรับคณะรัฐมนตรีครั้งนี้ อาจเป็นไปได้ที่จะมีรัฐมนตรีสายทหารน้อยลงว่า หากเป็นเช่นนั้นน่าจะเป็นเรื่องดี เพราะรัฐมนตรีที่มาจากทหารจะมีความเชี่ยวชาญในงานด้านความมั่นคงเป็นพิเศษ แต่ถ้าเป็นด้านอื่นอาจมีความสามารถไม่เท่ากับพลเรือนที่มีความรู้ความสามารถด้านนั้นโดยเฉพาะ ถ้าให้คนเหล่านั้นมาทำหน้าที่อาจบริหารกระทรวงเหล่านั้นได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ส่วนจะทำให้ภาพลักษณ์ของรัฐบาลดีขึ้น และเรียกความเชื่อมั่นนักลงทุนได้มากขึ้นหรือไม่นั้น การให้พลเรือนเข้ามามากขึ้นคงไม่ทำให้ภาพลักษณ์ของรัฐบาลเปลี่ยนไปจากเดิม เพราะรัฐบาลนี้ ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง ทั้งประชาชนและนักลงทุนเขาอาจจะยังจดจำภาพลักษณ์เดิมๆของรัฐบาลอยู่ว่ามีที่มาอย่างไร 


.......................................
 
4 พฤศจิกายน 2560
 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
นายยั้งคิด วันที่ : 05/11/2017 เวลา : 15.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

ตอบ ความคิดเห็นที่ 1นายยั้งคิด ถูกใจสิ่งนี้ ถูกใจความคิดเห็นนี้ (1)
like เรียบร้อยแล้ว

rkii
....................................
ขอบใจมากลูกเอ๊ย ที่เป็นห่วงปู่ มีหลานสาวก็ดีอย่างนี้แหล่ะ เอาใจเก่ง

ความคิดเห็นที่ 1 นายยั้งคิด ถูกใจสิ่งนี้ (1)
rkii วันที่ : 05/11/2017 เวลา : 13.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/rkii

คุณปู่ สวัสดีคุณปู่ค่ะ บ้านคุณปู่อากาศเย็นเจี๊ยบรึเปล่าคะ คุณปู่ใส่ถุงเท้าด้วยนะคะจะได้อบอุ่นร่างกาย หนูเองอาคิ วันถวายดอกไม้จันทน์หนูไม่รู้คุณปู่ได้ไปรึเปล่า แต่หนูถวายแทนคุณปู่ด้วยค่ะคุณปู่

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน