*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 2526
  • จำนวนผู้ชม : 1926213
  • จำนวนผู้โหวต : 420
  • ส่ง msg :
  • โหวต 420 คน
<< พฤศจิกายน 2017 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันจันทร์ ที่ 13 พฤศจิกายน 2560
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 558 , 11:22:57 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน สิงห์นอกระบบ โหวตเรื่องนี้

สวัสดีครับ

         'บิ๊กตู่' บอกว่าตัวเองไม่เป็นศัตรูของใคร แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าท่านจะปลอดจากศัตรูหรอกนะครับ เพราะการที่ท่านเอาตัว

เข้าขวางผลประโยชน์ของคนหนึ่งคนใด พวกหนึ่งพวกใดด้วยการยึดอำนาจ ก็เท่ากับการสร้างศัตรูขึ้นมานั่นเอง ซึ่งเชื่อได้เลยว่า

หากโอกาสเปิดให้เมื่อไร ศัตรูที่แฝงอยู่ก็จะออกมาเล่นงานท่านเป็นแน่

         วันนี้ คุณเปลว สีเงิน แสดงความชื่นชมชาวนราธิวาส อย่างหมดใจ เพราะเห็นน้ำใจของคนเมืองนี้ที่ขบวนของ 'ตูน' ไม่ผ่าน

แต่ก็ปรากฏการณ์ดังข้อเขียนของคุณเปลวที่ว่า

อ่านข่าวที่ผมลอกจาก NATION TV เมื่อวันศุกร์ที่ ๑๐ พ.ย.นี่ก่อนดีกว่า เขารายงานข่าวว่า......

"เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 10 พ.ย.60 ที่บริเวณหน้าสวนศูนย์ราชการ อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส

นางสุชาดา พันธ์นรา นายกเทศมนตรีเทศบาลสุไหงโก-ลก, นายปรีชา นวลน้อย นายอำเภอสุไหงโก-ลก

ได้นำพลังมวลชนชาวสุไหงโก-ลก จำนวนกว่า 500 คน ซึ่งเป็นตัวแทนของชาว จ.นราธิวาส ร่วมกิจกรรม วิ่งรับบริจาคเงินสมทบทุน

ร่วมโครงการก้าวคนละก้าวกับพี่ตูน บอดี้สแลม

เนื่องจากชาวสุไหงโก-ลก ไม่มีโอกาสที่จะได้ร่วมบริจาคเงินให้ เนื่องจากพี่ตูน บอดี้สแลม ไม่ได้วิ่งผ่านหรือเริ่มต้นวิ่งจากพื้นที่

จ.นราธิวาส

         โอ ..... คนไทยยามนี้ โดยเฉพาะชาวใต้ กำลังรินหลั่งน้ำใจปนน้ำตาแห่งความปีติ มอบให้กันและกันจนท้นถั่งโดยแท้.

 

 

 

 

 Home »

 นราธิวาส 'เมืองคนมากน้ำใจ'

 Monday, November 13, 2017 - 00:01

  • นราธิวาส 'เมืองคนมากน้ำใจ'

    "รักไม่มีเงื่อนไข" คือรักแบบไหน?

    ก็แบบนี้ไง.....

    แบบที่ชาวบ้าน ทุกเพศ-ทุกวัย-ทุกชั้นฐานะ มีต่อ "ตูน บอดี้สแลม" อย่างที่เป็นอยู่ตอนนี้!

    เมื่อวาน (๑๒ พ.ย.๖๐) พี่ตูนกับคุณจิมมี่ สร้างตำนานคนดีต่อคนดีพบกัน ณ ดินแดนพระศรีมหาธาตุ เมืองนครฯ

    ด้วย "ปาฏิหาริย์แห่งรัก"......

    หลอมทัศนคติและจิตใจชาวชนทั้งหลายที่ได้พบเห็น ให้พลันสู่ "สำนึกดี" ในความดีต่อกัน

    คนเป็นหมื่น-เป็นแสน ต่างอ่อนโยน-อ่อนน้อมเข้าหากัน ถ้อยที-ถ้อยอาศัยต่อกัน

    และต่างปลื้มปริ่มจนมีน้ำตาอุ่นๆ ระอุอกกันและกัน

    เมื่อคนดีต่อกัน พลันสังคมก็ดี

    เมื่อสังคมดี..........

    ทุกคนในความเป็นมนุษยชาติด้วยกัน ด้วยใจที่เปิดเข้าหากันนั้น

    สิ่งที่ทุกมนุษย์ดิ้นรนหา มากต่อมาก "ชั่วชีวิต" ก็ยังหาไม่พบ ก็พลันพบ

    "สุข" แท้จริง หาได้จากการ "ให้" นี่เอง

    "ยิ่งให้-ยิ่งได้"

    เหมือน "น้ำตก" ยิ่งตกแรงมากเท่าไหร่ ยิ่งให้พลังงานและสว่างมากเท่านั้น

    ในทางตรงข้ามกัน.........

    "ยิ่งหวง-ยิ่งหาย"

    เหมือน "น้ำขังบ่อ" ต่อให้มีมากขนาดไหน ขังนิ่งไว้ ไม่ยอมไขให้ไหลเข้าไร่-นา

    น้ำในบ่อนั้น นอกจากไม่เกิดประโยชน์โพดผลใดๆ แล้ว นานไป ส่วนหนึ่งจะเหือดหาย

    ส่วนที่ขังนิ่งไว้ จะเป็นน้ำเน่า!

    ในนิยามนี้ ด้วยพลังแห่งการ "ให้" ของตูน เหมือนค้อนยักษ์ทุบทลายกำแพงที่กั้นใจมนุษย์ต่อมนุษย์ไว้นานนับ

    ให้เปิดเข้าหากัน

    เมื่อพลัง "ให้" ของตูนบวกเข้ากับพลัง "ให้" ของคุณจิมมี่ พ่อค้าผ้าแห่งนครศรีฯ ด้วยแล้ว

    ประหนึ่ง "พระเจ้าเปิดโลก" ให้มนุษยชาติ "ได้คิด-ได้เข้าถึง" แก่นความหมายของคำว่า "ให้"

    เกิดเป็นแรงดาลใจ ตั้งแต่เด็ก ๔-๕ ขวบ ขึ้นไปถึงผู้เฒ่าชราวัย ๘๐-๙๐ ทุกเพศ-ทุกวัย ทุกศาสนา

    เหรียญ ๕ เหรียญ ๑๐ จนถึงธนบัตรใบละ ๑,๐๐๐ กระทั่ง ๑๖ ล้าน อย่างคุณจิมมี่

    ไม่มีใครมองด้วยระคางต่อกันในจุดต่างของตัวเลข

    หากแต่ทุกคนซึ้ง........

    ด้วยถึงแล้วซึ่ง "จิตให้"!

    จะสิบบาท ล้านบาท ต่างแค่จำนวนจะเป็นไฉน เมื่อไม่ต่างกันใน "จิตเปิด" ที่มุ่งสู่ดีด้วยกัน

    จุดสำเร็จทั้งหมด-ทั้งมวลอยู่ที่จิต เงินเป็นแค่บริวารและตัวประกอบที่ตามมาเท่านั้น

    เมื่อ "จิตให้" ของแต่ละคน ทั้งผู้รับและผู้ให้ตั้งดีแล้ว เหมือนข้าวกล้าพันธุ์ดี ปลูกในเนื้อนาดินดี

    ผลิตผลที่ทุกคนได้ คือ.........

    กี่ปีแล้ว ที่เราคนไทยทั้งชาติ ไม่เคยได้เห็น "รอยยิ้ม-รอยหัวเราะ" ของกันและกัน ด้วยใจเบิกบานร่วมกันเช่นนี้?

    พิสูจน์ให้เห็นแล้ว ...........

    "เงิน" ไม่ใช่ตัวทำให้คนไทยทุกเพศ-ทุกวัย-ทุกรุ่น-ทุกเชื้อชาติศาสนากระทั่งพระ "ใจเป็นสุข" เท่าตอนนี้

    ตอนที่ "ตูน" เป็นตัวนำ "วิ่งคนละก้าว" ๒,๑๙๑ กม."ใต้จรดเหนือ"

    ทำคำว่า "ให้" มีคำตอบกระจ่างแจ้งขึ้นเองในหัวใจพี่น้องไทยโดยอัตโนมัติ!

    พี่น้องใต้ พิสูจน์ "สังคมแข็ง" ด้วยเอกลักษณ์ถิ่นให้ประจักษ์ "เอกลักษณ์แข็ง" ที่ว่านั้น คือ.......

    คนใต้ ยอมรับนับถือ "คนจริง" เมื่อตูนทำให้เขาเห็น พี่น้องใต้จึงรักตูน ชนิดซูฮก ยอมยกให้

    จึงเป็น "รักไม่มีเงื่อนไข" นั่นแหละ ไม่ว่าลูกเล็ก-เด็กแดงต่าง "ยอมหัวใจ" พี่ตูน!

    ดังนั้น ไม่แปลกเลย ที่คนรัก-คนศรัทธาในตูนจะเพิ่มขึ้น

    จากคนเป็นร้อย เพิ่มเป็นพัน

    มากขึ้นเป็นหมื่น และหลายๆ หมื่น จนเหยียบแสนในแต่ละที่ อย่างนครศรีฯ เมื่อวาน

    คนพิการเดินไม่ได้ รู้ข่าวพี่ตูนจะวิ่งผ่าน เกิดกำลังใจ จากพิการ วิ่งไม่ได้ ยังคลานได้ กำเงินมาให้พี่ตูน

    "ศรัทธา" ทำให้อะไรที่เป็นไปไม่ได้........

    "เป็นไปได้" เสมอ!

    "ยิ้ม" ที่สูญพันธุ์ไปจากใบหน้าคน ๓ จังหวัดใต้ร่วม ๒๐ ปี ตูนวิ่งเท่านั้น

    ปาฏิหาริย์พลันเกิด "ยิ้มเฉิดฉาย" ระบายทั่วใบหน้าพี่น้องคนใต้ สันติสุขสว่างไสว เมื่อใจคนเปิด

    ใจใคร ก็ไม่เท่าใจพี่น้องที่ "นราธิวาส" ผมละยกนิ้วให้เลย!

    เพราะอะไรน่ะหรือ?

    อ่านข่าวที่ผมลอกจาก NATION TV เมื่อวันศุกร์ที่ ๑๐ พ.ย.นี่ก่อนดีกว่า เขารายงานข่าวว่า......

    "เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 10 พ.ย.60 ที่บริเวณหน้าสวนศูนย์ราชการ อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส

    นางสุชาดา พันธ์นรา นายกเทศมนตรีเทศบาลสุไหงโก-ลก, นายปรีชา นวลน้อย นายอำเภอสุไหงโก-ลก

    ได้นำพลังมวลชนชาวสุไหงโก-ลก จำนวนกว่า 500 คน ซึ่งเป็นตัวแทนของชาว จ.นราธิวาส ร่วมกิจกรรม วิ่งรับบริจาคเงินสมทบทุนร่วมโครงการก้าวคนละก้าวกับพี่ตูน บอดี้สแลม

    เนื่องจากชาวสุไหงโก-ลก ไม่มีโอกาสที่จะได้ร่วมบริจาคเงินให้ เนื่องจากพี่ตูน บอดี้สแลม ไม่ได้วิ่งผ่านหรือเริ่มต้นวิ่งจากพื้นที่ จ.นราธิวาส

    ซึ่งชาว จ.นราธิวาส ต้องการจะมีส่วนร่วมที่จะบริจาคเงิน เพื่อสมทบทุนโครงการนำไปช่วยเหลือโรงพยาบาล 11 แห่งทั่วประเทศ ที่ขาดแคลนเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์

    ซึ่งบรรยากาศการวิ่งก้าวคนละก้าวของพลังมวลชนชาวสุไหงโก-ลก ไปตามถนน ผ่านห้างร้าน 2 ข้างทาง ได้รับความสนใจจากพี่น้องประชาชน รวมไปถึงนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย

    เมื่อคณะวิ่งผ่าน จะยืนรอถือเงินใส่กล่องรับบริจาคกันอย่างต่อเนื่องและด้วยความสมัครใจ เมื่อทราบว่า เงินที่รับบริจาคในครั้งนี้ ทางนายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก จะได้ประสานทีมงานของพี่ตูน บอดี้สแลม

    เพื่อนำเงินที่วิ่งรับบริจาคเพียง 2 ชั่วโมง จำนวน 289,310 บาท ส่งให้ถึงมือของพี่ตูน ที่กำลังวิ่งอยู่ในพื้นที่ภาคใต้ต่อไป"

    ท่านว่า พี่น้องนราธิวาสน่ารักมั้ย?

    ผมอ่านและดูภาพที่เขานำประกอบข่าว ตื้นตันจนขนลุก ดินแดนนราธิวาส พี่น้องร่วมชาติเรา อยู่กันแบบไหนทุกวันนี้ ก็ทราบกันดี

    จิตใจเขาช่างประเสริฐและสูงส่งจนผมต้องขนลุก

    แทนที่จะตัดพ้อต่อว่า ด้วยน้อยเนื้อต่ำใจ........

    นราธิวาสไม่มีอยู่ในหัวใจพี่ตูนหรืออย่างไร ใต้จรดเหนือ ๒,๑๙๑ กิโลเมตร จึงไม่มีนราธิวาสแม้ซักตารางเซนต์

    ไม่มีก็พอเข้าใจได้

    แต่ "คำน้อยซักคำ" พี่ตูนหรือใครๆ จะเอ่ยถึงนราธิวาสบ้าง ก็ยังไม่มีเลย!

    นี่....ถ้าผมอยู่นราธิวาส ก็อยากต่อว่าอย่างนี้

    แต่นี่ ไม่มีอยู่ในความคิดและจิตใจอันสูงส่งของคนนราธิวาสเลย!

    ตรงกันข้าม เขากลับทำอย่างที่คนทั่วไปคิดไม่ถึง ก็ตามข่าวที่ผมยกมาให้อ่านนั่นแหละ

    ตูนไม่ไป แต่ใจคนนราธิวาสมีตูน มียังไงน่ะหรือ อ่านที่ "ไลน์แก๊งแม่หมอ" เขาโพสต์ fb ดูซี.....

    "ช่างฉลาดคิดและน่ารักมากๆๆๆ..สิ่งดีๆ จากปลายด้ามขวานจริงๆๆๆ

    #ตูน เริ่มต้นที่เบตง ไม่ได้ลงไปสุไหงโก-ลก แต่วันนี้ พี่น้องชาวโก-ลก ทำสิ่งนี้ขึ้นมา

    จัดกิจกรรมวิ่ง มีคนใส่หน้ากากตูน มีสแตนดี้ตูน วิ่งไปพร้อมๆ กับพวกเค้า

    รวมเงินบริจาคได้ 305,000 บาท พวกเค้าจะนำไปมอบให้ตูน พรุ่งนี้"

    และเมื่อวาน (๑๒ พ.ย.) ที่นครศรีฯ ในกลุ่มคนมืดฟ้ามัวดินที่มารอรับพี่ตูน ก็มีคนโพสต์ fb ว่า

    "ถึงพี่ตูน! จะไม่ได้เริ่มต้นวิ่งที่ อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส...แต่ชาวโก-ลก ก็จัดให้

    ตามมา 450 กม.ถึง #นครศรีธรรมราช เพื่อมามอบให้พี่ตูน 305,000 บ.หน้าวัดพระธาตุฯ..เพื่อสมทบทุน #ก้าวคนละก้าว..โดยนางสุชาดาฯ นายกเล็กเมืองโก-ลก และชมรมนักวิ่งชาวโก-ลก #ก้าว"

    นี่แหละ ใจที่ประเสริฐและสูงส่ง ที่ต้องยอมรับนับถือ!

    คุณสุชาดา นายกเล็กเมืองโก-ลก พี่ตูนไม่ได้ไป ก็จัดกิจกรรมรวบรวมเงิน เดินทางตามพี่ตูนลงมา ๔๕๐ กิโลเมตร

    เอาเงิน ๓ แสนกว่าบาท ในนามคนนราธิวาสนั้น มามอบให้กับมือพี่ตูน

    ผมเห็นคุณสุชาดาจากภาพ ในกลุ่มคนเหมือนมด-เหมือนปลวก มุดมอบกับพี่ตูนแล้วซึ้งใจเหลือหลาย จนต้องนำมาพูดคุยตรงนี้นี่แหละ

    นี่ผมคิดไว้นะ.......

    ปีหน้า จะไปขอคิวพี่ตูนซัก ๓ คิว ตอนไหนได้ทั้งนั้น จะให้ไปเปิดคอนเสิร์ตที่นราธิวาส ๑ ครั้ง ยะลา ๑ ครั้ง และปัตตานีอีก ๑ ครั้ง

    ไปในรูปแบบธุรกิจตามปกติของตูน แต่ผมจะเปิดให้พี่น้อง ๓ จังหวัดใต้ดูกันกลางแจ้งจะจะ ไม่เก็บเงิน-เก็บทอง

    พี่น้องที่อยู่ ๓ จังหวัดใต้ทุกคนนั้น การไม่ทิ้งถิ่น เป็นเรื่องที่ผมยกย่อง-สรรเสริญอยู่ในใจตลอดเวลา

    อะไรที่ทำให้พี่น้อง ๓ จังหวัด ยิ้มได้บ้าง ก็อยากทำเป็นการตอบแทน ที่ท่านเสียสละเพื่อประเทศชาติบ้านเมือง ชนิดที่ว่า.....

    ไม่รู้ปีไหน-ชาติไหน จะได้เห็นเดือน-เห็นตะวัน "เต็มดวง" ซะที?

     

     Home »

    กกต.งัดข้อประยุทธ์ สมชัยยก‘กม.-รธน.’สอนโพลชี้97%ปลื้ม‘ท็อปบูต

     Monday, November 13, 2017 - 00:05
     
     Home »

     สกัดม็อบยางอุ้มแกนนำ15ชม.

     Monday, November 13, 2017 - 00:04

    • ทหารผวาม็อบยางบุกกรุงวันจันทร์ อุ้มแกนนำพัทลุง-ตรังเข้าค่ายกลางดึก สั่งยุติเคลื่อนไหว ให้ยื่นหนังสือเสนอรัฐบาลแก้ปัญหาแทน กยท.ยันบริษัทร่วมทุนทำงานบรรลุเป้า อ้าง 3 เหตุทำยางราคาตกต่ำ

      เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 21.45 น. ของวันที่ 11 พ.ย.ที่ผ่านมา ทหารมณฑลทหารบกที่ 42 (มทบ.ที่ 42) ได้ควบคุมตัวนายไพรัช เจ้ยชุม ประธานกรรมการชุมนุมสหกรณ์กองทุนสวนยางจังหวัดพัทลุง จำกัด และประชาสัมพันธ์กรรมการเครือข่ายสถาบันเกษตรกรแห่งประเทศไทย และนายสำรอง เพชรทอง รองประธานกรรมการชุมนุมสหกรณ์กองทุนสวนยางจังหวัดพัทลุง จำกัด แกนนำกลุ่มชาวสวนยางพาราในพื้นที่ จ.พัทลุง

      โดยนำไปควบคุมตัวภายในกองพันทหารช่างที่ 402 ค่ายอภัยบริรักษ์ อ.ศรีนครินทร์ จ.พัทลุง ส่งผลทำให้การเตรียมการเดินทางของเกษตรกรในพื้นที่ จ.พัทลุง เพื่อรวมตัวกันไปยื่นหนังสือเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ปัญหาราคายางพาราตกต่ำที่หน้ากระทรวงเกษตรกรและสหกรณ์ ที่กรุงเทพฯ ในวันที่ 13 พ.ย.นี้ ต้องหยุดชะงักลง

      ต่อมาเวลา 12.00 น. นายไพรัชและนายสำรอง สองแกนนำเกษตรกรชาวสวนยางพารา จ.พัทลุง ถูกปล่อยตัวออกจากค่ายทหาร หลังมีการเจรจาร่วมกับฝ่ายเจ้าหน้าที่ทหารและฝ่ายปกครอง ประกอบด้วย พ.อ.อุทิศ อนันตนานนท์ รองผู้บัญชาการ มทบ.ที่ 42, พ.อ.ทิม เรือนโต รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) จ.พัทลุง, พ.อ.พรรษิษฐ์ สุพรรณชนะบุรี ผู้บังคับกองพันทหารช่างที่ 401 ค่ายอภัยบริรักษ์, นายกู้เกียรติ วงศ์กระพันธุ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง และนายดำรง ธรรมเพชร ผู้อำนวยการการยางแห่งประเทศไทยจังหวัดพัทลุง โดยใช้เวลาเจรจานานกว่า 2 ชั่วโมง พร้อมทั้งสั่งห้ามแกนนำเกษตรกรทั้งสองเปิดเผยรายละเอียดต่อสื่อมวลชน

      สำหรับบรรยากาศที่หน้าค่ายอภัยบริรักษ์ ก่อนปล่อยตัว 2 แกนนำ ได้มีตัวแทนเกษตรกรจากจังหวัดพัทลุงและจังหวัดตรังกว่า 10 คน เดินทางเฝ้าสังเกตสถานการณ์

      มีรายงานข่าวว่า นายไพรัชพร้อมแกนนำชาวสวนยางได้รายงานละเอียดถึงข้อเสนอและข้อปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น เพื่อให้รัฐบาลแก้ปัญหาต่อคณะนายทหารที่เชิญตัวเข้าไปในค่ายแล้ว และจะมีการพบกับ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ต่อไป ซึ่งทางทหารจะดำเนินการเสนอต่อผู้บังคับบัญชาระดับสูงตามลำดับ

      โดยก่อนหน้านี้ นายไพรัชเปิดเผยว่า ในวันที่ 13 พ.ย.นี้ สถาบันเกษตรกรชาวสวนยางทั่วประเทศ จะแสดงเชิงสัญลักษณ์ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และสำนักงานการยางแห่งประเทศ (กยท.) โดยแต่ละจังหวัดจะมีแกนนำเดินทางไปแล้วประมาณ 1 รถตู้ เนื่องจากมีมติของที่ประชุมเครือข่ายแกนนำเกษตรกรสวนยาง 14 จังหวัดภาคใต้ ที่ทำการการยางแห่งประเทศไทย สาขาทุ่งสง อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ 8 พ.ย.ที่ผ่านมา ให้ กยท.ทำการถอนหุ้นจากบริษัทร่วมทุน ที่มีบริษัทขนาดใหญ่สุดของประเทศ จำนวน 5 บริษัท ที่ลงทุนรายละ 200 ล้านบาท รวม 1,200 ล้านบาท แล้วให้มีการจัดตั้งบริษัทใหม่ขึ้นมา โดย กยท.ถือหุ้นร่วมกับเกษตรกร สถาบันเกษตรกร นอกจากนี้ขอให้มีการแก้ไขระเบียบหลักเกณฑ์ ให้เกษตรกรได้เข้าถึงพระราชบัญญัติการยางแห่งประเทศไทย พ.ศ.2558 มาตรา 49 อนุ 3, 4, 5 เช่น แหล่งเงินทุนหมุนเวียนดอกเบี้ยต่ำ สวัสดิการ เป็นต้น

      ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า เวลา 23.00 น. ของวันที่ 11 พ.ย.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่หน่วยความมั่นคงในจังหวัดตรัง นำโดย กอ.รมน.ตรัง ได้รับคำสั่งจากแม่ทัพภาคที่ 4 ให้เรียกตัวนายถนอมเกียรติ ยิ่งฉ้วน ที่ปรึกษาประธานเครือข่ายสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางระดับประเทศ ให้ไปรายงานตัว ณ ที่ทำการหน่วยสันติบาลจังหวัดตรัง

      จากนั้นได้นำตัวนายถนอมเกียรติเข้าไปภายในค่ายกองพันทหารราบที่ 4 กรมทหารราบที่ 15 ค่ายพระยารัษฎานุประดิษฐ์ และต่อมาได้โทรศัพท์เชิญตัวนายประทบ สุขสนาน ซึ่งเป็นประธานเครือข่ายสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางจังหวัดตรัง/ประธานเครือข่ายสถาบันฯ ระดับภาคใต้ตอนกลาง และรองประธานเครือข่ายสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางระดับประเทศ ให้เข้าไปภายในค่ายทหารเช่นเดียวกัน โดยมีนายศิริพัฒ พัฒกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง เดินทางเข้าไปร่วมประชุมพูดคุยทำความเข้าใจ กรณีที่แกนนำเครือข่ายสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางระดับภาคใต้จากทุกจังหวัด เดินทางไปเรียกร้องให้แก้ไขปัญหาที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในวันที่ 13 พ.ย.

      ภายหลังการพูดคุยได้ข้อสรุป ดังนี้ 1.รัฐบาลรับทราบปัญหายางพาราและความเดือดร้อนของเกษตรกรชาวสวนยางพารา พร้อมหาทางแก้ไข 2.จังหวัดตรังพร้อมที่จะร่วมแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกรชาวสวนยางพาราอย่างจริงจัง และ 3.ให้แกนนำทำหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อนำเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ เสนอต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ และรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องเป็นการเร่งด่วนต่อไป

      จากนั้น นายถนอมเกียรติและนายประทบได้ถูกปล่อยตัวออกมาและพอใจกับข้อสรุปดังกล่าว โดยจะทำหนังสือต่อรัฐบาลผ่านทางจังหวัด และขอยุติการเดินทางไปกระทรวงเกษตรฯ ในวันที่ 13 พ.ย.นี้

      ทางด้านนายธีธัช สุขสะอาด ผู้ว่าการ กยท. ชี้แจงว่า สถานการณ์ยางพาราในช่วงเดือน ก.ค.-ต.ค.ของทุกปี เป็นช่วงที่ปริมาณยางออกสู่ตลาดสูง ทำให้ราคายางในสภาพปกติมีแนวโน้มปรับตัวลดลง สำหรับปี 2560 นี้ ภาพรวมราคายางเป็นไปตามกลไกตลาด โดยราคาทั้งในและต่างประเทศปรับตัวในทิศทางเดียวกัน แต่ปัญหาราคายางขณะนี้ สาเหตุที่แท้จริงมาจาก 1.ปริมาณผลผลิตและความต้องการใช้ยางไม่สมดุลกัน ส่งผลต่อราคาขาย โดยประเทศผู้ผลิตหลักทั้ง 3 ประเทศ ได้แก่ ไทย อินโดนีเซีย และมาเลเซีย ราคาปรับตัวลดลงเช่นเดียวกัน แต่ราคายางในประเทศไทยยังคงสูงกว่าประเทศอื่น นอกจากนี้ ยังมีประเทศผู้ผลิตยางรายใหม่ มีผลผลิตเพิ่มมากขึ้นจากปี 2559 สูงมาก เช่น กัมพูชา เพิ่มขึ้น 33.1% อินเดีย เพิ่มขึ้น 21.0% และเวียดนาม เพิ่มขึ้น 11.3% ทำให้ผลผลิตทั่วโลกเพิ่มขึ้น

      2.ปัจจัยด้านเศรษฐกิจชะลอตัว โดยเฉพาะประเทศผู้ใช้ยางรายใหญ่ของโลก ทั้งจีน สหรัฐอเมริกา และญี่ปุ่น ทำให้เกิดการชะลอซื้อของประเทศผู้ใช้ยางเหล่านี้ รวมถึงความตึงเครียดทางการเมืองหลายประเทศ ทำให้นักลงทุนชะลอการซื้อและราคาในตลาดล่วงหน้ามีความผันผวนอย่างรุนแรง ส่งผลกระทบต่อราคายางในตลาดซื้อขายจริงในประเทศที่ปรับตัวลดลงตามไปด้วย และ 3.การเก็งกำไรของนักลงทุนทั้งตลาดซื้อขายจริงในประเทศและตลาดล่วงหน้า กระทบต่อการซื้อขายทำให้ราคาในตลาดนั้นๆ ผันผวนลดลงเช่นกัน ซึ่งการดำเนินงานนโยบายของบริษัทร่วมทุน ไม่ใช่ต้นเหตุของปัญหาราคายางที่กำลังเผชิญอยู่

      โดยที่ประชุมร่วมกันระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนเพื่อกำหนดมาตรการขับเคลื่อนการสร้างเสถียรภาพราคายาง เมื่อวันที่ 28 มิ.ย.60 โดยกระทรวงเกษตรฯ กยท.กับบริษัทยางพารารายใหญ่ 5 บริษัทเข้าร่วม ได้มีข้อตกลงร่วมกันระหว่างภาครัฐ ผู้ผลิต และผู้ส่งออก ให้จัดตั้งกองทุนรักษาเสถียรภาพราคายาง เพื่อกระตุ้นแรงซื้อตลาดภายในประเทศ และชี้นำราคา ด้วยการซื้อขายยางผ่านตลาดซื้อขายจริง (ตลาดกลางยางพารา กยท.) และการซื้อขายสัญญาผ่านตลาดล่วงหน้า หรือตลาดทีเฟกซ์ โดยไม่เน้นการแสวงหากำไร เพื่อให้ประโยชน์ของกองทุน ตกอยู่ที่เกษตรกร และสถาบันเกษตรกรชาวสวนยาง สามารถขายผลผลิตได้ในราคาที่สูงขึ้น

      ทั้งนี้ ที่ผ่านมาผลดำเนินงานบริษัทร่วมทุนฯ ทำให้ราคายางปรับตัวขึ้นในระดับหนึ่งท่ามกลางราคายางที่มีทิศทางจะปรับลดลง บริษัทร่วมทุนฯ จะเข้าไปประมูลยางในราคาที่ชี้นำ ซึ่งเกษตรกรสามารถนำราคาไปอ้างอิงในการต่อรองซื้อขายกับผู้ซื้อในแหล่งอื่นๆ ได้ เช่น ผลของการประมูลในวันที่ 9-10 พ.ย.60 ราคายางมีทิศทางจะปรับลดลง บริษัทร่วมทุนฯ ได้เข้าประมูลในราคา 47.10 บาท ซึ่งหากบริษัทร่วมทุนฯ ไม่เข้าประมูล ราคายางที่พ่อค้าเสนอจะอยู่ที่ 46.39-46.49 บาทเท่านั้น และในช่วงวันที่ 30 ต.ค.-1 พ.ย. บริษัทร่วมทุนฯ ชะลอการประมูลยางในตลาดตามที่แกนนำบางกลุ่มเรียกร้อง ส่งผลให้ราคายางปรับลง 5.61 บาท ดังนั้น ที่ผ่านมาบริษัทร่วมทุนฯ ได้ดำเนินการตามวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งกองทุนฯ มาโดยตลอด

      "กยท.ยืนยันที่ผ่านมาดำเนินงานด้านบริหารจัดการเป็นไปตามแผนการดำเนินงาน นโยบายและเป้าหมายที่วางไว้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะโลกปัจจุบันเปลี่ยนแปลง ทำให้วิธีการทำงานต้องปรับให้เหมาะสม และอาจแตกต่างจากที่เคยปฏิบัติกันมา แต่ กยท.ยึดประโยชน์ต่อส่วนรวมเป็นหลัก ทั้งเกษตรกร สถาบันเกษตรกรชาวสวนยาง ผู้ประกอบกิจการยาง และผู้เกี่ยวข้องในวงการยางพารา หวังให้ทั้งระบบเกิดการพัฒนาอย่างมั่นคงและยั่งยืน" นายธีธัชระบุ.

    •  Home »

      ผมไม่ใช่ศัตรูของใคร 'บิ๊กตู่’แจงเหตุตั้ง6คำถามมท.รีบสนองดีเดย์13พ.ย.

       Saturday, November 11, 2017 - 00:07
    • "ประยุทธ์" แจง 6 คำถามไม่มีเจตนาสร้างความขัดแย้งกับนักการเมือง แต่อยากสร้างหลักคิดให้กับประชาชน ปัดเป็นศัตรู หวังนักการเมืองปฏิรูปตัวเอง มท.เปิดตอบ 6 คำถาม 13 พ.ย.นี้ "ชูชาติ" ชี้นายกฯ ต้องการฟังเสียง ปชช. ไม่ได้ขอให้ทำอะไร ซัดนักการเมืองขี้โกงดิ้นพราดๆ เหมือนไส้เดือนถูกราดด้วยน้ำผสมขี้เถ้า "วิษณุ" เผยเลือกตั้งท้องถิ่นบางระดับก่อนหวั่นปลดล็อกวุ่นวาย กกต.งอแง "วิษณุ" ไม่นัดหารือ ยันมีอำนาจจัดเลือกตั้งท้องถิ่น

      เมื่อวันศุกร์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวในรายการ "ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน" ถึงเรื่องคำถามอีก 6 ข้อว่า เป็นคำถามต่อเนื่องของตน เนื่องจาก 4 ข้อเดิมที่ได้สอบถามพี่น้องประชาชนไปแล้ว ก็จะรวมเป็น 10 ข้อ ทุกคนก็สามารถไปให้คำตอบได้ แสดงความคิดเห็นได้ หรืออาจเขียนข้อเสนอแนะเพิ่มเติมความคิดเห็นก็ได้อย่างเป็นอิสระและเปิดกว้าง ตนอยากให้ช่วยกันคิด ช่วยกันแสดงออกมาตามช่องทางนี้ได้

      "สำหรับผู้ที่เคยตอบ 4 คำถามแรกมาแล้ว ก็สามารถจะตอบใหม่ได้ทั้ง 10 ข้อ เรื่องนี้นั้นนายกรัฐมนตรี หัวหน้า คสช.ไม่ได้มีเจตนาทางด้านการเมือง หรือจะไปสร้างความขัดแย้งกับบรรดานักการเมือง พรรคการเมืองที่ดีๆ ทำเพื่อชาติบ้านเมืองมีมากมาย เราก็สมควรสนับสนุน ผมเพียงแต่สร้างความเข้าใจ สร้างหลักคิดให้กับพี่น้องประชาชนกับกลุ่มทุกฝ่ายทุกหมู่เหล่า "

      นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ที่ท่านกล่าวว่าประชาชนย่อมมีสิทธิ์มีเสียงที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในระบบการเมืองไทยนั้นคืออะไร นักการเมือง พรรคการเมืองที่ดี ก็คงต้องเห็นชอบด้วยกันในเรื่องนี้ เพราะทุกคน หลายท่านก็ตั้งใจในการที่จะทำให้บ้านเมืองเราพัฒนาไปข้างหน้า เราทุกคนต้องยอมรับข้อบกพร่อง ปัญหาที่เกิดขึ้นในระบอบประชาธิปไตยของเราในช่วงที่ผ่านมาก็มีมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน เราเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆรุนแรงมากขึ้น ขัดแย้งมากขึ้น วันนี้ต้องกลับมาสู่ปกติให้ได้ ทั้งนี้เราจะต้องทำให้เกิดความไว้เนื้อเชื่อใจกับพี่น้องประชาชน ทำผิดก็ทำใหม่ได้ หรือทำไม่ดีก็ทำให้ดีขึ้นได้ในโอกาสหน้า

      "ทั้งนี้ผมอยากให้ประชาชนทั้งประเทศได้มีความหวัง สมหวัง มองอนาคต แล้วก็เดินหน้าไปสู่อนาคตของเรา คือประเทศชาติและประชาชนอย่างยั่งยืน เราก็คงจะต้องมุ่งเน้นนโยบายที่เป็นยุทธศาสตร์ชาติ และทำงานร่วมกับนโยบายของพรรคการเมือง ถ้าทุกพรรคการเมืองเดินหน้ายุทธศาสตร์ชาติ ร่วมกับนโยบายของพรรค ทำในสิ่งที่มันควรจะเป็น ก็จะเกิดการปฏิรูปประเทศ ตามที่เราทุกคนต้องการในทุกมิติ ขณะนี้เราจะคิดแบบเดิมๆ ไม่ได้อีกต่อไป เพราะว่าไม่เข้มแข็ง เราต้องมีการจัดระเบียบ มีการสร้างระบบ สร้างมาตรฐาน กำหนดเป้าหมาย มีแบบแผน มีแผนแม่บท มีแผนปฏิบัติการ และแผนในการปฏิรูปให้ชัดเจนว่าเราจะทำอะไร"

      หัวหน้า คสช.กล่าวต่อว่า บรรดาพรรคการเมือง นักการเมือง กับรัฐบาลและ คสช.เวลานี้ เราควรจะต้องคำนึงถึงคนไทยทั้งประเทศเกือบ 70 ล้านคน มีทั้งผู้สูงอายุ เด็ก สตรี ผู้หญิง คนชรา มากมาย เราต้องมีมาตรการที่หลากหลาย ที่ต้องตอบโจทย์ที่เฉพาะเจาะจง เฉพาะกลุ่มให้ชัดเจน ไม่ใช่การหว่านลงไปทั้งหมด ก็จะเป็นการบริหารราชการแผ่นดินที่ไม่เป็นธรรมาภิบาล ไม่ทั่วถึง ไม่เท่าเทียม ไม่เป็นธรรม

      "เพราะฉะนั้นบรรดานักการเมือง พรรคการเมืองทุกท่าน ผมไม่ใช่เป็นศัตรูของใคร ผมต้องการทำให้ทุกอย่างมันเดินไปข้างหน้าได้อย่างมีอนาคต แล้วก็ไม่เกิดความขัดแย้งเกิดขึ้นอีก ก็คาดหวังว่าหลายคนหลายท่านหลายพรรคจะได้มีการเปลี่ยนแปลง มีการปรับตัวของทุกๆท่าน ของทุกๆ พรรค ซึ่งก็มีดีๆ อยู่มาก มีไม่ดีอยู่ไม่มากนักหรอก ก็หวังว่าจะมีการปฏิรูปตัวเอง ผมไม่อาจจะไปทะเลาะกับใครได้ เพราะผมเข้ามา ผมจำเป็นต้องสร้างความปรองดอง ความปรองดองก็คือด้านการเมืองด้วยทุกคนจะต้องมีการปฏิรูปตัวเอง ปฏิรูปพรรค เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนมาก่อนเสมอ ถ้าเราทำดีได้อย่างนี้เราก็จะอยู่ครบวาระ ไม่ต้องไปเตรียมการเพื่อจะเลือกตั้งใหม่ตลอดเวลา ก็จะทำให้เกิดปัญหาอย่างอื่นตามมาอีกด้วย" พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

      เปิดตอบ 6 คำถาม 13 พย.

      วันเดียวกัน พล.อ.ประยุทธ์พร้อมคณะออกเดินทางไปยังท่าอากาศยานนานาชาติดานัง นครดานัง สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม เพื่อเข้าร่วมการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปก ครั้งที่ 25 และการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 31 ณ กรุงมะนิลา สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ ระหว่างวันที่ 10-15 พ.ย.2560

      ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวถามว่า ได้ทูลเกล้าฯ ถวายรายชื่อรัฐมนตรีใหม่แล้วหรือไม่ นายกรัฐมนตรีตอบด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้มว่า “ยัง ฝากดูแลประเทศด้วย”

      พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์มอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยเปิดรับฟังความเห็นจากประชาชนต่อคำถาม 6 ข้อเกี่ยวกับอนาคตการเมืองไทยว่า ทางกระทรวงมหาดไทยจะเปิดให้ประชาชนเดินทางมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับคำถามของนายกฯ ทั้ง 6 ข้อผ่านทางศูนย์ดำรงธรรมประจำกระทรวง และสำนักงานเขตทั้ง 50 เขตของกรุงเทพมหานคร ได้ตั้งแต่วันที่ 13 พฤศจิกายนนี้เป็นต้นไป ในเวลาราชการ โดยประชาชนจะต้องนำบัตรประจำตัวประชาชนมายืนยันตัวบุคคล จากนั้นทางเจ้าหน้าที่จะแจกแบบฟอร์มให้ตอบคำถาม ซึ่งจะมีลักษณะเดียวกันกับแบบฟอร์ม 4 คำถามของนายกฯ ก่อนหน้านี้ ในส่วนภูมิภาค ก็เปิดรับฟังความคิดเห็นผ่านศูนย์ดำรงธรรมประจำอำเภอและจังหวัดทั่วประเทศ

      นายเจษฎ์ โทณะวณิก ที่ปรึกษาคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ. ) กล่าวถึงนัยทางการเมืองต่อการตั้งคำถาม 6 ข้อว่า เป็นการถามตรงๆ ว่าประชาชนจะเลือกรัฐบาลในแบบ คสช.หรือรัฐบาลแบบนักการเมือง ส่วนเจตนาของการตั้งคำถาม หากประชาชนต้องการรัฐบาลแบบ คสช. จะมีทางเลือกแบบไม่ต้องรัฐประหารและไม่ต้องตั้งพรรคการเมืองใหม่ แต่อาจจะมาในลักษณะแฝง คือได้รับความร่วมมือจากพรรคการเมืองอื่นๆ ที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีคนนอก หรือร่วมเป็นคณะรัฐมนตรีของรัฐบาลในอนาคต ทั้งนี้ ตนไม่เห็นด้วยกับคำถามข้อ 2 ที่ระบุว่า หาก คสช.จะสนับสนุนพรรคการเมืองใด เนื่องจากที่ผ่านมา คสช.รับบทบาทในฐานะกรรมการที่ยุติความขัดแย้ง ในการอาสาเข้ามาทำงาน แต่หากจะตัดสินใจเลือกข้าง ในอนาคตใครจะเชื่อมั่นให้เป็นกรรมการ และมั่นใจว่าหาก คสช.จะสนับสนุนพรรค ก็น่าจะเป็นพรรคทหารในอนาคต

      “ถามง่ายๆ กรรมการตัดสินฟุตบอล ผมเชียร์ทีมนี้ได้ไหม ผมไม่ได้เป็นคนเล่น แล้วถ้ากรรมการออกมาแบบแสดงจุดยืนนี้ ใครจะเชื่อมั่นให้เป็นกรรมการต่อไป ตลอดเวลาที่ผ่านมาบอกเป็นกรรมการ ไม่ใช่คู่ขัดแย้ง เป็นกลาง ต้องการแยกคนเหล่านี้ แต่กลับมาถามว่าจะเชียร์พรรคไหน” นายเจษฎ์กล่าว

      นายชูชาติ ศรีแสง อดีตผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊กส่วนตัว แสดงความคิดเห็นกรณี 6 คำถามของ พล.อ.ประยุทธ์ ว่า สำหรับประชาชนทั่วๆ ไป ยังไม่มีปฏิกิริยาใดๆ ทั้งในทางบวกหรือทางลบ คงมีเพียงผู้ที่เรียกตัวเองว่านักการเมืองกับสื่อมวลชนบางคน ที่ออกมาดิ้นพราดๆ เหมือนไส้เดือนถูกราดด้วยน้ำผสมขี้เถ้า รวมทั้งด่า พล.อ.ประยุทธ์อย่างสาดเสียเทเสีย อดสงสัยไม่ได้ว่าคำถามดังกล่าว มันเลวร้าย เกิดความเสียหายแก่ประเทศชาติ สังคมไทย หรือประชาชนคนไทยอย่างไรบ้าง เพียงใด

      "เพราะเป็นเพียงคำถามเพื่ออยากรู้ว่าประชาชนคิดเห็นอย่างไรเท่านั้น ไม่ได้ขอให้ประชาชนกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดในทางที่ไม่ถูกไม่ควรเลย ในขณะนักการเมืองหลายคนเข้าเล่นการเมืองเพื่อทุจริตคอร์รัปชัน โกงบ้านกินเมืองอย่างหน้าด้านๆ ทำความเสียหายให้แก่ประเทศชาติหลายแสนล้านบาท แต่กลับยังมีคนยกย่องชื่นชม และนักการเมืองพวกนี้ รวมทั้งขี้ข้าทั้งหลาย คือพวกที่ออกมาด่า พล.อ.ประยุทธ์มากที่สุด โดยเฉพาะคำพูดที่ว่า พล.อ.ประยุทธ์ไม่เคยสังกัดพรรคเมือง จึงไม่รู้ว่าพรรคการเมืองตั้งขึ้นมาเพื่อรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน เป็นการพูดอย่างไม่กระดากปากตัวเอง และฟังแล้วสะอิดสะเอียนเกินที่จะบรรยายออกมาเป็นภาษาพูดได้"

      นายชูชาติระบุต่อว่า ใครจะชอบหรือไม่ชอบ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นสิทธิของแต่ละคน แต่ ณ เวลานี้ ยังไม่มีข่าวหรือข้อมูลใดๆ ว่า พล.อ.ประยุทธ์มีการทุจริตคอร์รัปชันหรือแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบเพื่อตนเองหรือพวกพ้อง เหมือนบรรดานักการเมืองขี้โกงหรือขี้ข้าของนักการเมืองขี้โกงทั้งหลายที่ด่า พล.อ.ประยุทธ์

      ปลดล็อกบางระดับ

      นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊ก กรณี พล.อ.ประยุทธ์ เรียกร้องว่าเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่และพรรคการเมืองใหม่บ้างว่า "ผมก็งงเหมือนกันว่า เขาแยกคนรุ่นใหม่กับคนรุ่นเก่าด้วยอะไร หากแยกด้วยอายุอย่างเดียว ก็คงต้องยอมรับว่าผมอาจเป็นคนรุ่นเก่า แต่หากแยกกันด้วยความรู้และประสบการณ์ ผมก็ไม่ยอมคนรุ่นใหม่เหมือนกัน เพราะผมก็เป็นมนุษย์ที่ศึกษาและอ่านมากไม่แพ้ใครเหมือนกัน วันนี้เห็นมีพรรคการเมืองใหม่ๆ ออกหาเสียงกันบ้างแล้ว ผมก็พยายามสอดส่ายสายตาดูว่าใครบ้างที่จะลงสมัคร ก็เห็นคนที่อ้างว่าเป็นคนรุ่นใหม่ของพรรคการเมืองใหม่บางพรรค ก็เป็นคนที่เพิ่งเกษียณอายุเลย 60 กันแล้วทั้งนั้น ผมว่าคนที่เรียกตัวเองว่าเป็นคนรุ่นใหม่เหล่านี้แก่กว่าผมทั้งนั้นแหละ แม้กระทั่งพลเอกประยุทธ์ ที่พยายามเรียกร้องให้เลือกคนรุ่นใหม่ก็ ‘แก่’ กว่าผมตั้งหลายปีนะ"

      ที่ศาลรัฐธรรมนูญ นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพรรคเพื่อไทย ยื่นคำร้องใช้สิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213 ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการที่หัวหน้า คสช. ไม่ยกเลิกประกาศ คสช.ที่ 57/2557 และคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 3/2558 เข้าข่ายเป็นการกระทำขัดขวางไม่ให้พรรคการเมืองและนักการเมืองดำเนินการกิจกรรมทางการเมือง ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง 2560 ถือเป็นการละเมิดสิทธิเสรีภาพของบุคคล ตามมาตรา 45 และเป็นการกระทำต้องตามมาตรา 5 ของรัฐธรรมนูญหรือไม่

      นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการปลดล็อกให้มีการจัดการเลือกตั้งท้องถิ่นว่า ในสัปดาห์หน้าตนได้นัดทางกระทรวงมหาดไทย กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มาประชุมรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับการจะเปิดให้มีการเลือกตั้งท้องถิ่น เนื่องจากคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้ที่จะลงรับสมัครเลือกตั้งท้องถิ่นจะไม่เหมือนเดิม จึงต้องมีการแก้ไขกฎหมาย ก่อนจะดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป ทั้งนี้ คสช.จะพิจารณาว่าจะปลดล็อกให้มีการเลือกตั้งท้องถิ่นในระดับใดก่อน และระดับใดควรเลือกทีหลัง ทั้งอบต. เทศบาล อบจ. กทม. และเมืองพัทยา โดยมีทั้งการเลือกสภาท้องถิ่นและสมาชิก ซึ่งคิดว่าไม่ปลดล็อกพร้อมกันทั้งหมด เพราะเกรงว่าจะเกิดความโกลาหลวุ่นวาย

      “การเลือกตั้งท้องถิ่นในบางระดับอาจจะจำเป็นต้องเลือกตั้งภายหลังที่มีการจัดการเลือกตั้งระดับชาติไปแล้ว โดยเรื่องดังกล่าวจะต้องอาศัยกระทรวงมหาดไทยในการพิจารณาความจำเป็นเหมาะสม เพราะวันนี้ อปท.ทุกระดับทำงานครบวาระทุกตำแหน่งแล้ว ขณะนี้จึงมีเพียงข้าราชการที่ทำหน้าที่รักษาการอยู่ แม้ทุกอย่างจะเดินหน้าไปอย่างไม่ติดขัด แต่เพื่อให้ก้าวไปสู่ระบบประชาธิปไตย จึงต้องมีการปล่อยในส่วนเหล่านี้ เมื่อวันนี้ติดคำสั่ง คสช. 2 ฉบับ จึงต้องมีการผ่อนคลายว่าการเลือกตั้งท้องถิ่นควรจะเป็นอย่างไร การเลือกตั้งระดับชาติควรจะเป็นอย่างไร ทั้งหมดต้องรอให้กระทรวงมหาดไทยแก้กฎหมายเสียก่อน” นายวิษณุกล่าว

      ขณะที่ นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงข่าวที่ระบุว่าในสัปดาห์หน้านายวิษณุจะเชิญกระทรวงมหาดไทยและ กรธ.มาปรึกษาเกี่ยวกับการเตรียมการจัดการเลือกตั้งท้องถิ่น โดยไม่กล่าวถึง กกต.ว่า เป็นการออกข่าวที่แปลกยิ่ง เพราะมาตรา 224 (1) ของรัฐธรรมนูญเขียนไว้ชัดเจนว่า กกต.มีหน้าที่และอำนาจในการจัดหรือดำเนินการให้มีการจัดการเลือกตั้ง 5 ประเภท คือ ส.ส. ส.ว. สภาท้องถิ่น ผู้บริหารท้องถิ่น และการออกเสียงประชามติ นอกจากนี้ ในมาตรา 27 วรรคสอง ของ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย กกต. ก็เขียนไว้ชัดเจนว่า ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น ให้ กกต.มีอำนาจในการดำเนินการ ดังนั้นหากจะมีการปรึกษาหารือ ควรให้ความสำคัญแก่ กกต.เป็นอันดับแรก เพราะ กกต.ต้องมีหน้าที่ในการควบคุมดูแลให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความสุจริตเที่ยงธรรม

      นายประมวล เอมเปีย รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การที่นายวิษณุระบุว่าจะปลดล็อกในส่วนท้องถิ่นบางระดับก่อนนั้น หมายความว่าจะให้มีการเลือกตั้งเฉพาะเขตปกครองพิเศษ เช่น กรุงเทพมหานคร(กทม.) และเมืองพัทยา หรือเฉพาะ อบจ.ก่อนใช่หรือไม่ เหตุใดจึงไม่ปลดล็อกส่วนท้องถิ่นให้มีการเลือกตั้งพร้อมกันในคราวเดียว จะเลือกปฏิบัติทำไม เพราะแต่ละ อปท.ก็มีวาระของการบริหารงานต่างกัน ในเมื่อจะปฏิรูปแล้ว ก็ควรทำให้เป็นระบบไปในคราวเดียวกัน อย่าให้สังคมเข้าใจว่าจะเป็นการเลือกปฏิบัติ หยั่งฐานเสียงในส่วนท้องถิ่นก่อน เพื่อเช็กฐานเสียงของพรรคการเมืองในแต่ละภูมิภาคใช้รองรับการเลือกตั้ง ส.ส.

       

    .............................................

    13 พฤศจิกายน 2560



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน