*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 2526
  • จำนวนผู้ชม : 1926204
  • จำนวนผู้โหวต : 420
  • ส่ง msg :
  • โหวต 420 คน
<< พฤศจิกายน 2017 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพุธ ที่ 15 พฤศจิกายน 2560
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 536 , 13:30:02 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน พี่ขนฟู โหวตเรื่องนี้

สวัสดีครับ

         วันนี้ คุณเปลว สีเงิน พูดถึง 'มาร์ค' อภิสิทะิ์ เวชชาชีวะ ด้วยความห่วงใยเสียจริงๆทีเดียว 'มาร์ค' พูดให้คนฟังมามาก

เมื่อถีงคราวต้องฟังก็ควรฟังเอาไว้เถิดนะครับ

         ข่าวรัฐบาลจะแจกซิม TOT พร้อมออกค่ารายเดือนให้คนจนด้วยนั้น มองว่าออกจะเกินไปสักหน่อยแล้วครับ แล้วยังจะ

แจกสมาร์ทโฟนอีกด้วยก็ต้องค้านกันแบบหัวชนฝาเลยครับ เพราะการที่รัฐให้อะไรฟรีๆนั้น ภาระก็จะมาตกอยู่กับคนชั้นกลาง

นั่นเอง ไม่ใช่จะเป็นภาระที่ยากลำบากของคนรวยสักหน่อยเลย 

         เรื่องจำเป็นจริงๆที่จะต้องช่วยคนยากจนยังมีอีกเยอะแยะ อย่างกับการแจกข้าวสาร น้ำมันพืช ก๊าซหุงต้ม เป็นต้น

 

 Home »

ไม่มี 'รบครั้งที่ร้อย' ของอภิสิทธิ์

 Wednesday, November 15, 2017 - 00:00

  • "คุณอภิสิทธิ์" นี่............

    นับวัน อาการ "จิตหลอน" ทางการเมืองชักจะขึ้นสมองจนน่าเป็นห่วง

    "เต้น-ผวา" ไล่งับกระทั่งเงา!

    ดูแล้วหนักใจแทน

    เพราะในจำนวน "นักการเมือง" ของไทย ซึ่งคนละประเภทกับ "นักเลือกตั้ง"

    ท่านเป็นคนหนึ่งที่สังคมคาดหมายในความเป็น "ทรัพยากรบุคคลทางการเมือง" ในตัวท่าน

    และความเป็นจริง ด้วยประสบการณ์ทางการเมืองของท่านนอกจากเคยเป็นถึงนายกรัฐมนตรีแล้ว

    ยังได้ชื่อว่า "นักการเมืองผ่านศึก" ถึงขั้นเฉียดเป็น-เฉียดตายมาแล้ว ในสมรภูมิแดง "เผาบ้าน-เผาเมือง" เมื่อปี ๕๒-๕๓

    ถ้าตอนนั้น..............

    บ้านเมืองไม่มี "นายกฯ อภิสิทธิ์" ต่อต้านสงครามชิงเมืองจาก นปช.ระบอบทักษิณ

    สงสัยประเทศไทยวันนี้ ถูกเปลี่ยนชื่อเป็น "แดงทั้งแผ่นดิน" ไปแล้วก็ได้?

    จากกร้าวแกร่งของอภิสิทธิ์ชนิด "เหนือคาดหมาย" ของคนทั้งชาติตอนนั้น เป็นแต้มบวกในทางประเมินค่าคุณอภิสิทธิ์ว่า

    เป็นผู้มี "ภาวะผู้นำ" ด้วยความรับผิดชอบสูง

    เป็นความสูงที่ตั้งอยู่บนฐาน "จิตดี-สมาธิแข็ง"

    เรียกว่า "สอบผ่าน" ทุกวิชาบริหารการบ้าน-การเมือง ทั้งด้านทฤษฎีและด้านปฏิบัติการ

    เป็น "หุ้นบลูชิป" ในตลาดการเมืองเลยทีเดียว!

    แต่อดีตนายกฯ คนนี้ ทำให้ต้องแปลกใจ ในความคิดและการแสดงออกของท่าน ต่อการเมืองภายใต้รัฐบาล คสช.

    จริงอยู่..........

    คุณอภิสิทธิ์ เป็นนักการเมืองค่ายประชาธิปไตยเลือกตั้ง

    ส่วนรัฐบาล คสช.โดยนายกฯ ประยุทธ์ เป็นการเมืองค่ายเผด็จการทหาร

    คุณอภิสิทธิ์คล้ายสรุปว่า "เผด็จการ-ประชาธิปไตย" เป็น "เส้นขนาน" ไม่มีทางบรรจบกันได้

    แต่คุณอภิสิทธิ์อาจลืมไปอย่างหนึ่งว่า ในบรรดาโจทย์เลขทั้งจักรวาล ไม่มีทาง ซ.ต.พ.ได้เลย

    จนกว่าได้เห็น "เส้นขนาน" สองเส้น ที่ใต้ตัวเลขนั้นๆ!

    "การเมือง-การบ้าน" ก็เหมือนโจทย์เลข........

    ที่แต่ละรัฐบาล โดยเลือกตั้งบ้าง โดยเผด็จการบ้าง แก้โจทย์บ้าง เพิ่มตัวเลขยุ่งเข้าไปในโจทย์อีกบ้าง ก็ไม่ลงตัวกันซักที

    ซ้ำกลับมีแต่นุงนังเชิงซ้อนเพิ่มขึ้น..เพิ่มขึ้น

    มันเป็นไปไม่ได้หรอก ที่จะให้ "ล้านๆ ตัวเลข" ยุ่งเหยิงเป็นโจทย์ประเทศไม่รู้จบไปเรื่อยๆ

    ก็ต้องมี "ตัวช่วย" อะไรซักอย่างเข้ามา "ขีดเส้นใต้ ๒ เส้น" เป็นการพักโจทย์ที่ยุ่งเหยิงไว้แค่นั้นก่อน

    เพื่อ.....

    ทางหนึ่ง สะสางตัวเลขโจทย์ยุ่งเหยิงเก่าๆ ให้เข้าที่-เข้าทาง

    อีกทางหนึ่ง โจทย์ไหนที่มีทางไปได้ ก็เดินหน้ากันต่อไป

    นี่...ควรใช้ "จิตกว้าง" มองในปฏิบัติการเพื่อการแก้ไขและสร้างเสริม ส่วนจะระบบ-ระบอบอะไรนั้น

    มันก็แค่ "เครื่องมือ" ชั่วคราว ใช้เพื่อแก้ไขปัญหาที่หมักหมม-คาราคาซังขณะหนึ่งเท่านั้น

    ไม่ควรต้องไป "ขึงตึง" ตายตัว ว่ามันต้องประชาธิปไตยเท่านั้น ผิดจากนี้ไป ไม่ใช่..ใช้ไม่ได้..แก้ไม่ได้

    ควรเงยหน้ามองผล "ทางแก้ไข" มากกว่าดักดานอยู่แค่ "ชื่อระบอบ-ระบบ"!

    ไม่ต้องดูอื่นไกล เงยหน้าจากตำราประชาธิปไตยหมดอายุสิแล้วเหลียวมองไปในโลกกว้าง ก็จะเห็น

    สหรัฐอเมริกานั่นไง?

    ให้ ๑๐๐ ปี พิมพ์ดอลลาร์ตลอด ๒๔ ชั่วโมง กระดาษที่เรียกดอลลาร์ที่พิมพ์นั้น ก็ยังไม่พอใช้หนี้ประเทศต่างๆ ที่ติดค้างเขาอยู่

    มันเป็นตัวเลข "โจทย์ประเทศ" เชิงเศรษฐกิจหลัก ที่สหรัฐฯ แก้มากว่า ๒ ทศวรรษ ก็แก้ไม่ตก!

    แล้วสหรัฐฯ "เจ้าหลักการสินค้าประชาธิปไตย" ทำยังไง?

    ก็ทำอย่างที่เห็นกันทั้งโลกตอนนี้.............

    "หน้า" ขายประชาธิปไตย

    "ตูด" ขายเผด็จการฝังราก

    ทั้งยุยง ทั้งส่งเสริม ทั้งแทรกแซง แทรกซึม เข้าไปก่อสงคราม เข้าไปมอมหน้าคนในแต่ละชาติ แล้วปลุกปั่นให้เกลียดกัน-ฆ่ากันเอง

    ทำให้แต่ละประเทศเป็น "ตาอิน-ตานา"

    แล้วตัวเอง เข้าไปเป็น "ตาอยู่" ในขั้นตอนสุดท้าย!

    ก็จะเห็นว่า "เส้นขนาน" ของระบบ-ระบอบนั่นแหละ สุดท้าย ในทุกปัญหาของการบ้าน-การเมืองที่แก้ไม่ได้

    ก็จะถูกนำมาใช้เป็น "เส้นใต้ ๒ เส้น" ซ.ต.พ. หรือ Q.E.D. ของโจทย์เลขข้อนั้น!

    โลกเป็นจริง กับโลกตำรา มันเป็น "คนละโลกเดียวกัน" อย่างนี้ การเป็นนักการเมือง "หัวสมัยใหม่" นั้นดี

    แต่การจะเอา "หัว" ออกมาโชว์ให้เห็นว่าเป็น "หัวสมัยใหม่" แท้จริงนั้น

    "คอ" ต้องไม่ขัดอยู่ใน "คอห่าน"!

    ที่พูดนี่ ไม่ได้หมายให้คุณอภิสิทธิ์หรือประชาธิปัตย์ ต้องสงบเสงี่ยมและสงบนิ่ง เป็น "เด็กดี" ของรัฐบาลทหาร

    มันเป็นเช่นนั้นไม่ได้อยู่แล้วโดยสายเลือดประชาธิปัตย์

    แต่ "ประโยชน์บ้าน-ประโยชน์เมือง" คือศูนย์กลางของงานการเมืองของทุกพรรค-ทุกบุคคลมิใช่หรือ?

    นั่นคือความใคร่ครวญด้วยรู้จักแยกแยะในแต่ละสถานการณ์ นำ "ผลได้-ผลเสีย" ขึ้นตาชั่งหาน้ำหนัก แล้วตัดสินใจเพื่อการนั้น

    นั่นแหละ "วิถีแห่งนักการเมือง" เพื่อบ้าน-เพื่อเมืองแท้จริงละ!

    ดร.ป๋วย อึ๊งภากรณ์...........

    จอมพลสฤษดิ์ "แค้นนัก" ตอนเป็นนายทหาร เพราะขวางทางเกาะแกะเงินหลวง จนต้องหลบไปอยู่ต่างประเทศ

    แต่พอปฏิวัติ

    คนแรกที่จอมพลสฤษดิ์เชิญตัวมาเป็นมือเศรษฐกิจให้รัฐบาลเผด็จการทหาร ทำหน้าที่วางระบบ-จัดระเบียบ การเงิน-การคลัง-การงบประมาณให้ประเทศ

    คืออาจารย์ป๋วย!

    อาจารย์ป๋วยไม่เคยศรัทธาการเมืองระบบเผด็จการ ไม่เคยศรัทธาจอมพลสฤษดิ์

    แต่เมื่อจอมพลสฤษดิ์ขอร้อง ให้อิสระในการทำงานและการตัดสินใจเพื่อประโยชน์สังคมชาติบ้านเมือง

    ดร.ป๋วยยอมมาเป็นลูกมือทำงานการเมืองให้รัฐบาลเผด็จการ

    พูดได้เลยว่า ที่สถาบันการเงินของไทย "ธนาคารแห่งประเทศไทย" ได้รับการยอมรับเข้าระดับมาตรฐานโลกทุกวันนี้

    ก็ "อาจารย์ป๋วย" นี่แหละสร้าง!

    นี่คือตัวอย่างผู้ใคร่ครวญด้วยรู้จักแยกแยะสถานการณ์เพื่อ "สังคมรวม"

    กระทั่ง "นายควง อภัยวงศ์" ผู้ก่อตั้งพรรคประชาธิปัตย์ก็เถอะ คือหนึ่งใน "คณะราษฎร" ที่ปฏิวัติสยาม "เปลี่ยนแปลงการปกครอง ๒๔๗๕"

    ผู้รับมอบหมายให้เข้าไปทำหน้าที่ "จัดสายตะแล็ปแก็ป" ในไปรษณีย์กลาง เมื่อวันที่ ๒๔ มิถุนา

    ก็ "นายควง" นี่แหละ!

    นี่ก็เพราะท่านใคร่ครวญแล้ว ด้วยสถานการณ์และความเป็นไปยุคนั้น-สมัยนั้น สิ่งที่ทำนั้น สอดคล้องกับกาลสมัย ท่านก็ทำ

    พูดมายืดยาว แล้วผมมีเจตนาอะไรกับอดีตนายกฯ อภิสิทธิ์ บางท่านอาจสงสัย?

    เจตนาดีสถานเดียว ไม่มีอื่นแอบแฝง

    แต่เพราะเห็นท่าน แสดงภาวะผู้นำ "กอดหลักการ" ร่ายตำราประชาธิปไตยเป็น "บทขัด-บทแทรก" ในปฏิบัติการรัฐบาลเผด็จการทหารแทบทุกเรื่อง

    ไม่ใช่ให้ท่านไปเออออ-ห่อหมกกับรัฐบาล คสช.หรือกับเรื่องที่นายกฯ ประยุทธ์ทำ

    แต่มันจำเป็นมั้ย พูดแล้ว-ทำแล้ว มันได้ผลทางบวกทั้งกับตัวเองและทั้งกับสถานการณ์รวมมั้ย?

    ถ้าได้ เอาเลย..........

    แต่ที่เห็น-ที่ทำ มันไม่ได้อะไร มีแต่เอนเทอร์ เดอะ มีต เอนเทอร์ เดอะ โบน คือเข้าเนื้อ-เข้ากระดูกตัวเองแทบทุกเรื่อง

    เรื่อง "จังหวะ" นี่สำคัญ บางเรื่องนายกฯ ประยุทธ์ก็ทำไม่เข้าท่า แต่เรื่องนั้น อยู่ในจังหวะและฉากที่นายกฯ ประยุทธ์เขาเป็นผู้แสดง

    (ทน) ดูเขาไปก่อนก็ไม่เสียหายอะไร

    การที่ "ทะลุกลางปล้อง" ในฉากของเขา ตัวเรานั่นแหละกลายเป็น "ตัวรุ่มร่าม"

    อยู่เฉยๆ คือนิ่งเสีย จะตำลึงทองมากกว่า!

    อย่างกรณี ๖ คำถามที่นายกฯ ประยุทธ์เขาตั้งให้คนไปตอบนั่นน่ะ

    มันเป็นแค่ "ลีลาประกอบฉาก" ของนายกฯ ประยุทธ์เขา ไม่ใช่เรื่องเป็นเนื้อหนังเกี่ยวพัน "ประโยชน์บ้าน-ประโยชน์เมือง" โดยตรง

    คุณอภิสิทธิ์ไม่ต้องคันก็ได้

    แต่กลับคัน ไปคั้นวาทะอย่างนั้น-อย่างนี้ ถึงขั้น หยิบฉวยขยะทางโซเชียลมีเดียไปพูดเป็นจริง-เป็นจัง ว่าทางการเกณฑ์คนไปแสดงความเห็น

    เข้าเนื้อ-เข้าตัวเปล่าๆ ไม่เกิดประโยชน์ทางเอกลักษณ์เอกบุรุษทางการเมืองเลย!

    เกณฑ์-ไม่เกณฑ์ มันก็ยี่เกเหมือนเดิม แต่ถ้าเกณฑ์จริงๆ น่ะคนร่วม ๗๐ ล้าน เกณฑ์มาได้แค่หลักหมื่น ท่านก็เคยเป็น "นายข้าราชการทั้งประเทศ" มาก่อน

    ตอบด้วยตรรกะอำนาจซิ...เกณฑ์-ไม่เกณฑ์?

    ในฉากบ้านเมืองที่ "รัฐบาลทหาร" กำลังออกฉาก นักการเมืองระบบเลือกตั้ง ซึ่งยังไม่ถึงคิว ควรวางตัว-วางบทบาทอย่างไรไม่ให้เสียรังวัด

    อยากให้คุณอภิสิทธิ์มองที่ "ครูการเมือง" ของท่าน คือ "อดีตนายกฯ ชวน หลีกภัย"

    "รู้เขา-รู้เรา รบร้อยครั้ง-ชนะร้อยครั้ง"

    แต่ขืนนำทัพรบ อย่างที่คุณอภิสิทธิ์รบอยู่ตอนนี้ ไม่มีให้รบถึงร้อยครั้งหรอก

    มัน "จบ" ตั้งแต่ "รบแรก" แล้ว!

     

     Home »

    เห็นตรงหลับสนิท ไก่อูปลุกตอบ6ข้อ

     Wednesday, November 15, 2017 - 00:00

    • “มท.-กอ.รมน.” รีบเปิดยอดคนตอบ 6 คำถาม “ลุงตู่” วันแรกกลบกระแสโหรงเหรง แต่ตัวเลขไม่ตรงกัน “มหาดไทย” บอกมี 19,580 คน ส่วน กอ.รมน.ระบุ 17,696 คน คนอีสานร่วมมือมากสุด “บิ๊กป้อม-บิ๊กป๊อก” ประสานเสียงโต้ “มาร์ค” ยันไม่มีขนคน ปลัด มท.ชี้ทำจริงเยอะกว่านี้แน่ “ไก่อู” เผยเบื้องหลังตั้งคำถาม หวังสะกิดพลังเงียบให้ช่วยคิดว่านายกฯ ควรใช้วิธีใดรักษาสิ่งที่ทำมาให้คงอยู่ รักษาไว้เองหรือฝากคนอื่น!

      เมื่อวันอังคารที่ 14 พฤศจิกายน ยังคงมีความต่อเนื่องในการให้ประชาชนตอบคำถาม 6 ข้อของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ผ่านศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด อำเภอทั่วประเทศ และสำนักงานเขตทั้ง 50 เขตในกรุงเทพมหานคร ตามเวลาราชการ ซึ่งในวันแรกไม่คึกคักเท่าที่ควร รวมทั้งนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ยังระบุว่ามีการขนคนมาตอบคำถามอีก

      โดย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องนี้ว่า ไม่ได้สนใจว่าประชาชนจะมาตอบมากน้อยแค่ไหน ซึ่งแล้วแต่ประชาชน ส่วนที่บางตาคงเพราะเพิ่งเริ่มต้น แต่ยืนยันไม่ได้มีการเกณฑ์คนมาตอบคำถามตามที่นายอภิสิทธิ์ระบุ

      “นายกฯ ไม่ได้ระบุว่าจะนำคำตอบไปทำอะไร คงต้องไปถามนายกฯ เอง ส่วนที่วิจารณ์อย่างหนัก โดยเฉพาะคำถามข้อ 2 ที่ระบุว่า คสช.มีสิทธิสนับสนุนพรรคการเมืองนั้น ผมไม่ได้คิดแบบนั้น แต่นายกฯ คงอยากทราบว่าประชาชนคิดอย่างไร ท่านอยากฟังจากประชาชน ไม่ใช่เสียงจากนักการเมือง และที่นักการเมืองออกมาวิจารณ์เรื่อง 6 คำถามจำนวนมากนั้น ก็เป็นความคิดของนักการเมือง เราจะไปห้ามได้อย่างไร” พล.อ.ประวิตรระบุ

      เมื่อถามว่า นายอนุทิน ชาญวีรกุล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย วิจารณ์อย่างรุนแรงว่าเป็นคำถามที่ไม่ให้เกียรตินักการเมือง พล.อ.ประวิตรตอบว่า มองกันคนละแง่ แต่เราไม่ได้ถามนักการเมือง ถามอีกว่าการที่นายอนุทินออกมาวิจารณ์เช่นนี้ จะเป็นการผลักมิตรให้เป็นศัตรูหรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า คสช.ไม่ได้เป็นศัตรูกับใคร เป็นมิตรกับทุกคน ทุกพรรค และตอนนี้เรายังไม่ได้สนับสนุนพรรคใด ยังไม่มีอะไร มาถามล่วงหน้าจะตอบได้อย่างไร

      ถามอีกว่า 6 คำถามเป็นการหยั่งเสียงประชาชนหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่รู้ สื่อต้องไปถามนายกฯ แต่นายกฯ ไม่ได้ตั้งพรรคการเมือง ส่วนการตั้งคำถาม 4 ข้อและ 6 ข้อ เป็นการปูทางสู่การเมืองของ คสช.หรือไม่นั้น สื่อก็มองไป แต่ทำไมไม่มองกันแบบบริสุทธิ์บ้างว่านายกฯ ต้องการรู้จากประชาชน ต้องการฟังเสียงจากประชาชนว่าคิดเห็นอย่างไรเท่านั้น

      ถามอีกว่า ถ้าเสียงประชาชนให้ตั้งพรรค ก็ตั้งหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า “ยังไม่รู้อะไรเลย ไปถามเรื่องวันข้างหน้ากันหมด ยังไม่เกิดอะไรเลย”

      เรียงหน้าโต้มาร์ค

      ด้าน พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทยกล่าวว่า เมื่อวันที่ 13 พ.ย. มีคนมาแสดงความเห็น 19,580 คน เป็นไปด้วยความเรียบร้อย แต่ยังไม่มีการสรุปเนื้อหาว่าเป็นอย่างไร ส่วนจะเร่งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนมาตอบคำถามมากขึ้นหรือไม่นั้น เคยพูดไปแล้วว่าใครที่จะไปตอบคำถามของนายกฯ ให้ไปได้ตามจุดที่ มท.กำหนดไว้

      เมื่อถามถึงกรณีนายอภิสิทธิ์ตั้งข้อสังเกตว่า มีการเกณฑ์คนมาตอบคำถาม พล.อ.อนุพงษ์กล่าวว่า นายอภิสิทธิ์พูดหลายประเด็น หากเป็นเรื่องที่จะเสนอแนะนายกฯ ให้ไปคุยกับนายกฯ เอง แต่ขอชี้แจงขั้นตอนการดำเนินการที่นายอภิสิทธิ์บอกว่ามีการเกณฑ์คน ขอยืนยันว่าประชาชนมาด้วยความสมัครใจ และต้องแสดงตนด้วยตัวเอง ไม่มีการสั่งการหรืออำนวยการอะไร ใครทำถือว่ามีความผิด

      “ไม่มีนโยบายให้เกณฑ์คน ไม่ต้องการรู้มากหรือรู้น้อย ประชาชนมาแค่ไหนแค่นั้น ไม่ต้องการแห่แหนเกณฑ์คนคาดหวังต้องมามากมาน้อย ไม่มี ทำใจให้สบายๆ สื่อไม่ต้องมาถามว่าคนมาบางตาหรือหนาตา”พล.อ.อนุพงษ์ระบุ

      นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทยกล่าวว่า การตอบคำถาม 6 ของประชาชน เมื่อวันที่ 13 พ.ย. ถือเป็นวันแรก ประชาชนมาน้อยจึงถือเป็นเรื่องธรรมชาติ ถ้ามามากวันแรกจะถูกกล่าวหาว่า มท.เกณฑ์คนมา เราจึงต้องปล่อยให้เป็นอิสระ เราไม่ต้องการให้มีการแอบอ้าง จะมามากมาน้อยกำหนดไม่ได้

      “ยืนยันว่าไม่มีการเกณฑ์คน 100% ได้สั่งห้ามไปแล้วว่าห้ามมีการชี้นำ ทำได้เพียงอำนวยความสะดวกเท่านั้น ส่วนการตอบคำถามในโซเชียลมีเดียไม่สามารถเอามานับรวมได้ เนื่องจากไม่ทราบตัวตนที่แน่ชัด”นายฉัตรชัยระบุ
      มีรายงานจาก มท.แจ้งว่า ได้สรุปยอดผู้มาแสดงความคิดเห็นต่อคำถาม 6 ข้อของ พล.อ.ประยุทธ์ ในวันที่ 13 พ.ย. ซึ่งเป็นวันแรก พบว่ามีทั้งสิ้น 19,580 คน โดยที่ศูนย์ดำรงธรรม มท.มี 9 คน ศูนย์บริการประชาชน 1111 มี 4 คน 50 เขตใน กทม.มี 1,718 คน และศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดและอำเภอทั้งประเทศ 17,849 คน ทั้งนี้ จังหวัดที่มีผู้มาแสดงความคิดเห็นมากที่สุด 3 อันดับแรก คือ 1.จ.นครราชสีมา 3,416 คน 2.สกลนคร 2,311 คน และ 3.ขอนแก่น 2,302 คน ขณะที่จังหวัดที่มีผู้มาแสดงความคิดเห็นน้อยที่สุด 3 อันดับแรก คือ 1.ระนอง 7 คน 2.แพร่, สมุทรสาคร 11 คน และ 3.แม่ฮ่องสอน 12 คน ส่วนจำนวน ส่วนผู้ที่มาแสดงความคิดเห็นคำถาม 4 ข้อ ระหว่างวันที่ 12 มิ.ย. -31 ต.ค. มีทั้งสิ้น 1,099,149 คน

      ไก่อูเปิดเบื้องลึก 6 คำถาม

      ขณะที่ พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวถึงคำถาม 6 ข้อ ที่ พล.อ.ประยุทธ์ฝากถึงประชาชนว่า ส่วนหนึ่งคงเป็นความอึดอัดใจของนายกฯ ที่มีมาตั้งแต่เข้ามารับตำแหน่ง เพราะรู้สึกว่าสิ่งที่ทำไปทั้งยุทธศาสตร์ชาติ ปฏิรูป และการแก้ไขปัญหาต่างๆ นั้น มั่นใจว่าเป็นสิ่งดี แต่ในสังคมมีความเห็นหลากหลายทั้งชอบและไม่ชอบ พล.อ.ประยุทธ์ เชื่อมั่นว่าถ้าทุกคนเปิดใจรับฟัง 6 คำถามด้วยเหตุผล จะเข้าใจว่าสิ่งที่ทำมีประโยชน์อย่างไร จึงพยายามสื่อสารกับประชาชนโดยตรง ว่าสิ่งที่ทำมานั้นประชาชนคิดว่าดีหรือไม่ หากเห็นว่าดีแล้วจะเสียดายสิ่งที่ พล.อ.ประยุทธ์ทำมาหรือไม่ ถ้าเสียดาย ขอให้ช่วยคิดว่าในวันข้างหน้าที่การเมืองเป็นปกติเข้ามา แล้วเดินหน้านโยบายต่างจากนี้ ประชาชนคิดว่านายกฯ ควรใช้วิธีใดเพื่อรักษาสิ่งที่ทำมาให้คงอยู่

      “นายกฯ ยังอยากให้ประชาชนได้คิดก่อนการเลือกตั้ง แน่นอนนายกฯ เสียดาย เมื่อสิ่งที่คิดและทำไว้ไม่เป็นไปอย่างที่ควรจะเป็น เมื่อท่านทำแล้วไม่อยากให้เสียเปล่า ดังนั้นประชาชนต้องช่วยกันคิด เพราะวันนี้คนในสังคมที่ออกความคิดเห็นคือคนที่คิดต่าง ส่วนคนที่เห็นตรงกันกลับอยู่เฉยๆ ทั้ง 6 คำถาม ถ้าคิดว่ามันดี ต้องบอกมาว่าจะมีวิธีรักษาสิ่งนั้นได้อย่างไร ระหว่างรักษาไว้ด้วยตัวเองกับฝากคนอื่น จึงอยากถามประชาชนว่าคิดอย่างไร” พล.ท.สรรเสริญกล่าว

      พล.ต.พีรวัชฌ์ แสงทอง โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) กล่าวสรุปยอดประชาชนตอบคำถาม 6 ข้อของ พล.อ.ประยุทธ์ ในวันที่ 13 พ.ย.ว่า มีประชาชนทยอยเดินทางมาตอบคำถาม 6 ข้อ 17,696 คน แบ่งเป็นพื้นที่ภาคกลาง 4,787 คน โดย กทม.มากสุด 1,718 คน พื้นที่ภาคอีสาน 9,633 คน โดย จ.นครราชสีมามากสุด 3,416 คน พื้นที่ภาคเหนือ 2,250 คน จ.เพชรบูรณ์มากสุด 755 คน และพื้นที่ภาคใต้ 1,026 คน โดย จ.นราธิวาสมากสุด 175 คน และหากเรียงลำดับมากสุดทั่วประเทศ 5 อันดับแรก ได้แก่ 1.นครราชสีมา 3,416 คน 2.สกลนคร 2,311 คน 3.ขอนแก่น 2,302 คน 4.กทม. 1,718 คน และ 5.เพชรบูรณ์ 755 คน
      “ยืนยันว่า กอ.รมน.ไม่ได้เกณฑ์ประชาชนมาตอบคำถามของนายกฯ เพราะ กอ.รมน.มีหน้าที่เพียงแต่ช่วยประชาสัมพันธ์เชิญชวนประชาชนมาร่วมตอบคำถามเท่านั้น พร้อมบอกช่องทางว่าประชาชนสามารถเดินทางไปให้ข้อคิดเห็นดังกล่าวได้ที่สถานที่ใดบ้าง” พล.ต.พีรวัชฌ์กล่าวชี้แจงกรณีนายอภิสิทธิ์ระบุว่ามีการขนคนไปตอบคำถาม

      พล.ต.พีรวัชฌ์ยังระบุว่า ไม่อยากให้พรรคการเมืองมองว่าการที่มีเจ้าหน้าที่ กอ.รมน.ไปพบปะประชาชน เป็นการเกณฑ์คนให้มาตอบคำถาม ยืนยันว่าเราไม่ได้ไปเกณฑ์ใคร ซึ่งการเกณฑ์คนต้องกำหนดตัวบุคคลแบบนำโดยหรือพามาจากที่หนึ่งไปยังที่หนึ่ง แต่ในส่วนของ กอ.รมน. เป็นเพียงการชี้แจงรายละเอียด ถือเป็นการปฏิบัติงานราชการเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับประชาชน ส่วนประชาชนจะมาลงความคิดเห็นอย่างไร ก็เป็นเรื่องของประชาชน และจากการเปิดให้ตอบคำถามในวันแรก มีประชาชนเดินทางมาตอบคำถามเป็นจำนวนมาก

      “จากข้อมูลพบว่าประชาชนส่วนหนึ่งที่มาติดต่อราชการได้อาศัยช่วงเวลาดังกล่าวตอบคำถามด้วย อีกส่วนหนึ่งตั้งใจเดินทางมาตอบคำถามเอง” พล.ต.พีรวัชฌ์กล่าว

      ส่วนนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า ประชาชนที่จะไปตอบคำถามต้องเสียเวลา เสียค่าใช้จ่าย และยังต้องแสดงบัตรประจำตัวประชาชนประกอบการตอบคำถาม ซึ่งขัดหลักการสำรวจความคิดเห็น ทำให้ผู้มาตอบคำถามไม่กล้าตอบอย่างตรงไปตรงมา เพราะเกรงว่าจะขัดใจนายกฯ และหัวหน้า คสช.จนอาจไม่ได้รับความคิดเห็นตามหลักสถิติ และทำให้กระแสข่าวเกณฑ์คนไปตอบมีน้ำหนักมากขึ้น เพราะคนที่จะไปตอบคำถามด้วยความบริสุทธิ์ใจอาจไม่กล้ามา

      ซัดเป็นเฟคโพล

      “คสช.ต้องตรวจสอบว่ามีการเกณฑ์คนไปตอบคำถามเพื่อเอาใจนายกฯ และหัวหน้า คสช.หรือไม่ ประเทศไทยมาถึงจุดที่ต้องขนคนมาตอบคำถามเอาใจกันได้ยังไง เมื่อหลักคิด วิธีการ มีปัญหาตั้งแต่ต้น จะได้ผลคำตอบที่เป็นวิชาการนั้นคงยาก แต่กลับได้เฟคโพล (fake poll) ที่มุ่งสนองตอบการแก้ปัญหาทางการเมืองของ คสช.เองเท่านั้นหรือไม่” นายอนุสรณ์กล่าว

      วันเดียวกัน นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวว่า ที่ประชุม กกต.เมื่อวันที่ 13 พ.ย. มีมติมอบให้รักษาการเลขาธิการ กกต.ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมือง ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองตอบหนังสือสอบถามของพรรค ปชป. และ พท.เป็นเอกสารทางการกลับไปยัง 2 พรรค และจะประกาศผ่านเว็บไซต์ของ กกต. ซึ่งอยากให้พรรคการเมืองต่างๆ ได้เข้าไปอ่านศึกษาคำตอบเหล่านั้น เพื่อจะได้นำไปปฏิบัติและไม่ถามซ้ำกันอีก ส่วนพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) ที่ยื่นหนังสือถามมา ก็จะมอบเลขาธิการ กกต.ตอบภายในเวลาตามที่กฎหมายกำหนด

      "คำตอบที่ กกต.ให้เลขาฯ กกต.ตอบ จะเป็นคำตอบสุดท้าย ซึ่งดีแล้วที่พรรคการเมืองสงสัยอะไรก็ถามมา เพราะ กกต.มีหน้าที่ตอบ และไม่เคยรำคาญที่จะตอบ รวมทั้งไม่คิดจะเป็นผูกมัด กกต.หากมีการร้องการปฏิบัติของพรรคในอนาคต แต่การตอบปากเปล่าอาจพลาดได้ จึงให้มีเอกสารเป็นคำตอบและเผยแพร่ในเว็บไซต์ ถ้าทำตามคำตอบ กกต.แล้วเป็นผลเสีย พรรคการเมืองสิทธิมาต่อว่า กกต.ได้ เพราะถือเป็นความรับผิดชอบ" นายสมชัยกล่าว

      “การออกระเบียบและประกาศ กกต.ที่เกี่ยวข้องกับ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ที่ประชุม กกต.ยังไม่ได้หารือ แต่เชื่อว่าทันกรอบเวลา 60 วัน เพราะยังเหลือ 2 สัปดาห์” นายสมชัยกล่าว.

     Home »

    คลังปิ๊งไอเดียอุ้มคนจนเฟส 2! เล็งดึง “ทีโอที” แจกซิมฟรีพ่วงค่ารายเดือน

     Wednesday, November 15, 2017 - 11:42
    • 15 พ.ย. 60 - นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.การคลัง เปิดเผยว่า การแจกซิมอินเทอร์เน็ตฟรีให้กับผู้มีรายได้น้อย จำนวน 11.67 ล้านคนในโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐนั้น กระทรวงการคลังมั่นใจว่าจะเป็นประโยชน์ เพราะจะทำให้ผู้มีรายได้น้อย สามารถเข้าถึงข้อมูล ความรู้ การประกอบอาชีพต่าง ๆ ทั้งที่เป็นข้อมูลทั่วไป และข้อมูลเกี่ยวกับอาชีพรัฐจัดเตรียมไว้ให้ ซึ่งหากผู้มีรายได้น้อยมีช่องทาง มีความรู้เพิ่มขึ้น สามารถประกอบอาชีพ พัฒนาฝีมือแรงงานได้ ในระยะยาวก็จะหลุดพ้นจากการเป็นผู้ที่มีรายได้น้อยที่ต้องได้รับความช่วยเหลือจากรัฐบาล

      ส่วนกรณีที่หากมีการแจกซิมอินเทอร์เน็ตฟรีให้กับผู้มีรายได้น้อย และพบว่ามีปัญหา เพราะผู้มีรายได้น้อยบางรายไม่สามารถซื้อสมาร์ทโฟน หรือเครื่องมือที่จะใช้กับซิมดังกล่าวได้ กระทรวงการคลังจะต้องมีการแจกสมาร์ทโฟนพ่วงซิมอินเทอร์เน็ตฟรี ด้วยหรือไม่นั้น รมว.การคลัง ระบุว่า “จะต้องดูอีกที” แต่เบื้องต้นซิมอินเทอร์เน็ต จะมีการจ่ายค่ารายเดือนให้ด้วย โดยจะให้ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) เข้ามาร่วมโครงการ เนื่องจากคงไม่สามารถไปทำสัญญากับบริษัท เอไอเอส ดีแทค หรือ ทรูมูฟ ได้ เพราะจะถูกมองว่าเป็นการไปเอื้อให้เอกชนอีก

     

     

     Home »

    ซูจีพบสหรัฐ-ยูเอ็นถกโรฮีนจา

     Wednesday, November 15, 2017 - 00:00

    • นางอองซาน ซูจี มนตรีแห่งรัฐและรัฐมนตรีต่างประเทศพม่า ประชุมฉลองความสัมพันธ์อาเซียน-แคนาดาครบ 40 ปีที่กรุงมะนิลา ฟิลิปปินส์ ภาพ AFP

      นางอองซาน ซูจี ผู้นำรัฐบาลเมียนมา พบกับเลขาธิการยูเอ็นและรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐนอกรอบการประชุมสุดยอดที่ฟิลิปปินส์ พูดคุยเกี่ยวกับวิกฤติมุสลิมโรฮีนจา ขณะกองทัพเผยแพร่รายงานผลการสอบสวนภายใน ไม่พบทหารกระทำความผิดตามที่มีคำกล่าวหา ไม่ว่าเผาเรือน ฆ่า ข่มขืน หรือขโมยของ

      นางซูจี มนตรีแห่งรัฐ ซึ่งเป็นผู้นำรัฐบาลเมียนมาโดยพฤตินัย กำลังถูกโลกภายนอกกดดันอย่างหนักให้แก้ไขวิกฤติผู้อพยพลี้ภัยชาวโรฮีนจาที่หลบหนีข้ามแดนมายังบังกลาเทศหลายแสนคนนับแต่เกิดความรุนแรงขึ้นในรัฐยะไข่เมื่อเดือนสิงหาคม ระหว่างการร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำระดับภูมิภาคที่ฟิลิปปินส์ นางซูจีได้พบหารือนอกรอบกับผู้นำหลายราย รวมถึงอันโตนีโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น)

      เอเอฟพีรายงานเมื่อวันอังคารที่ 14 พ.ย.2560 อ้างแถลงการณ์ของยูเอ็น ว่ากูเตอร์เรสได้บอกต่อนางซูจีว่า ผู้ไร้ถิ่นฐานชาวมุสลิมโรฮีนจานับแสนๆ คน ควรได้รับอนุญาตให้กลับคืนถิ่นฐานบ้านเรือนของพวกเขาในเมียนมาได้โดยสมัครใจและปลอดภัย ขอให้หน่วยงานบรรเทาทุกข์สามารถเข้าถึงพื้นที่ และขอให้สร้างความปรองดองระหว่างชุมชนต่างเชื้อชาติศาสนา

      การพบปะและคำแถลงของเลขาธิการยูเอ็นเกิดขึ้นหลายชั่วโมงก่อนที่นางซูจีจะพบกับเร็กซ์ ทิลเลอร์สัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐ ที่อยู่ร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำ อีสต์เอเชียซัมมิต ที่กรุงมะนิลา แทนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ขอตัวกลับก่อน

      ระหว่างการถ่ายภาพร่วมกันก่อนการหารือนอกรอบของทั้งคู่ นางซูจีเลี่ยงที่จะตอบคำถามผู้สื่อข่าวที่ถามว่า ชาวโรฮีนจาเป็นพลเมืองของเมียนมาหรือไม่

      ในการปรากฏตัวภายหลังการหารือ ทิลเลอร์สันก็ปฏิเสธจะตอบคำถามใดๆ ของผู้สื่อข่าวเช่นกัน โดยตอบเพียงว่า "ขอบคุณ" ทิลเลอร์สันมีกำหนดเดินทางไปเยือนเมียนมาต่อไปในวันพุธ

      เวลาต่อมา เจ้าหน้าที่ระดับสูงในกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐกล่าวว่า ทิลเลอร์สันจะพบกับพลเอกอาวุโสมิน อ่อง หล่าย ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของเมียนมา ที่กรุงเนปยีดอ แต่เจ้าหน้าที่ผู้นี้ไม่ได้เปิดเผยว่า รัฐมนตรีสหรัฐจะยกมาตรการคว่ำบาตรกองทัพเมียนมามาข่มขู่ผู้นำทหารเมียนมา ตามที่สมาชิกสภาคองเกรสของสหรัฐหลายคนเรียกร้อง หรือไม่

      นายกฯ จัสติน ทรูโด ของแคนาดา กล่าวระหว่างมาเยือนฟิลิปปินส์เช่นกันว่า เขาได้พบปะสนทนากับนางซูจีอย่างยืดยาวเช่นกัน เกี่ยวกับชะตากรรมของผู้ลี้ภัยชาวโรฮีนจาในรัฐยะไข่ ซึ่งเป็นปัญหาที่แคนาดาและอีกหลายประเทศมีความห่วงกังวล

      ชาวโรฮีนจามากกว่า 600,000 คนหนีภัยข้ามชายแดนทั้งทางบกและทางน้ำเข้าสู่บังกลาเทศ นับแต่กองทัพเมียนมาเปิดปฏิบัติการกวาดล้างกองกำลังติดอาวุธชาวโรฮีนจาที่โจมตีที่ตั้งของฝ่ายความมั่นคงหลายสิบจุดพร้อมกันเมื่อปลายเดือนสิงหาคม ผู้อพยพชาวโรฮีนจาหลายคนเปิดเผยถึงความโหดร้ายที่เกิดขึ้นภายในรัฐยะไข่ โดยกล่าวหาทหารเมียนมาและชาวพุทธยะไข่ว่าวางเพลิงหมู่บ้านชาวมุสลิมโรฮีนจา ชาวบ้านถูกฆ่า ผู้หญิงและเด็กถูกข่มขืน

      ยูเอ็นเคยประณามว่า การปราบปรามของกองทัพเมียนมาเกิดขึ้นอย่างเป็นระบบและสอดประสานกัน โดยเป็นความพยายามขับไล่ชาวโรฮีนจาออกจากพื้นที่นั้น ซึ่งตรงตาม "ตัวอย่างในตำราของการล้างเผ่าพันธุ์" รัฐบาลของนางซูจีและกองทัพเมียนมายืนกรานปฏิเสธคำกล่าวหานี้

      เมื่อวันจันทร์ เฟซบุ๊กของกองทัพเมียนมาได้เผยแพร่รายงานสรุปผลการสอบสวนภายในของกองทัพ ซึ่งได้จากการสอบได้ความว่า กองทัพไม่ได้กระทำการตามที่มีการกล่าวหา ไม่ว่าการยิงชาวบ้านบริสุทธิ์, การใช้ความรุนแรงทางเพศและข่มขืนผู้หญิง, จับกุมทุบตีสังหารชาวบ้าน, ขโมยเครื่องเงินเครื่องทองยานยนต์หรือสัตว์เลี้ยง, เผามัสยิด, ขู่หรือขับไล่ชาวบ้าน หรือวางเพลิงบ้านเรือน.

     Home »

    ทรัมป์หนีกลับก่อน ประชุมอีสต์เอเชีย ยังโวภารกิจสำเร็จ

     Wednesday, November 15, 2017 - 00:00

    • ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โบกมืออำลาก่อนขึ้นเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวัน ออกจากกรุงมะนิลา กลับสหรัฐ ภาพ AFP

      ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐยุติภารกิจร่วมประชุมอีสต์เอเชียซัมมิตที่ฟิลิปปินส์กลางคัน ขึ้นแอร์ฟอร์ซวันกลับสหรัฐทันทีเมื่อวันพุธแม้ยังเหลือการประชุมอีกครึ่งค่อนวัน แต่ยังคุยผลงานเยือนเอเชีย 5 ชาติประสบความสำเร็จอย่างมาก

      สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานเมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2560 ว่าประธานาธิบดีทรัมป์ได้ขึ้นเครื่องบินประจำตำแหน่งเดินทางออกจากกรุงมะนิลาเพื่อไปยังรัฐฮาวายของสหรัฐแล้วในวันเดียวกัน โดยที่ไม่รอให้การประชุมสุดยอดผู้นำอีสต์เอเชียซัมมิตเริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการในช่วงบ่าย

      ก่อนออกเดินทาง ทรัมป์ได้แวะทักทายบรรดาผู้นำอีก 18 ชาติแต่ไม่ได้อยู่ร่วมการถ่ายภาพหมู่ และมอบหมายให้เร็กซ์ ทิลเลอร์สัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ ทำหน้าที่แทนเขาในที่ประชุมนี้ซึ่งกำหนดการยืดเยื้อถึงช่วงค่ำ

      เดิมนั้นทรัมป์เคยมีแผนจะไม่เข้าร่วมการประชุมสุดยอดเวทีนี้ แต่เขาเปลี่ยนใจภายหลังถูกวิจารณ์ว่าจะเป็นการแสดงออกว่าสหรัฐไม่ให้ความสำคัญกับภูมิภาคนี้

      เวทีอีสต์เอเชียนั้น นอกจากสหรัฐและชาติสมาชิกอาเซียน 10 ประเทศแล้ว ยังรวมถึงออสเตรเลีย, จีน, อินเดีย, ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้, นิวซีแลนด์ และรัสเซีย

      การมาร่วมประชุมเอเปกที่เวียดนามและประชุมอาเซียนที่ฟิลิปปินส์ของทรัมป์ครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการเดินสายเยือน 5 ชาติเอเชียนาน 12 วัน เริ่มต้นที่ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ ต่อด้วยจีน ที่ซึ่งประธานาธิบดีสีจิ้นผิง ปูพรมแดงให้การต้อนรับผู้นำสหรัฐอย่างเอิกเกริกเกินปรกติ และทำให้ทรัมป์คุยว่าไม่เคยมีใครพบเห็นมาก่อน

      ก่อนจะขึ้นเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวัน ทรัมป์คุยกับผู้สื่อข่าวที่กรุงมะนิลาว่า ภารกิจเยือนเอเชียของเขาครั้งนี้ "ประสบความสำเร็จอย่างมากมาย" ก่อให้เกิดพัฒนาการสู่เป้าหมายของเขาที่ต้องการลดการขาดดุลการค้าของสหรัฐ และสร้างมิตรภาพในระดับสูงสุดจำนวนมาก "เป็นเวลา 12 วันที่ยอดเยี่ยมจริงๆ ผมว่าเราทำงานได้มหัศจรรย์จริงๆ" ทรัมป์กล่าว

      ขณะอยู่บนเครื่อง ทรัมป์อ้างความสำเร็จของการเจรจาปัญหานิวเคลียร์เกาหลีเหนือ ที่เป็นวาระหลักที่บดบังประเด็นอื่นๆ ระหว่างการเยือนเอเชียตะวันออกของเขา ซึ่งทรัมป์บอกว่าสามารถทำให้ประเทศอื่นๆ เห็นพ้องและร่วมมือกันอย่างพร้อมเพรียงได้

      ประเด็นการค้า ทำเนียบขาวเคยคุยโวเรื่องข้อตกลงมูลค่าเกิน 2.5 แสนล้านดอลลาร์ที่ลงนามกับจีน แต่นักวิเคราะห์กล่าวกันว่า ข้อตกลงส่วนใหญ่เป็นเอ็มโอยูที่ไม่มีผลผูกมัดและหลายฉบับใช้เวลาหลายปีกว่าจะเห็นผล บางเรื่องอาจไม่เป็นจริงเลยก็ได้.

      ..................................

      15 พฤศจิกายน 2560






แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน