*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 2636
  • จำนวนผู้ชม : 1975542
  • จำนวนผู้โหวต : 423
  • ส่ง msg :
  • โหวต 423 คน
<< มกราคม 2018 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31      

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันศุกร์ ที่ 12 มกราคม 2561
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 551 , 18:19:52 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน sorkanchana โหวตเรื่องนี้

สวัสดีครับ

         ติดตามอ่านข่าวขณะที่มีเสียงเพลงจาก 'บ้านเพลงเก่า' คลอเป็นแบ็คกราวน์ไปด้วยก็น่าจะดีนะครับ เพราะท่านจะได้ทั้งสาระ

และบันเทิงพร้อมกัน จะได้ลดความเครียดลงไปมิใช่น้อย

         'เต้น' สร้างสีสันด้วยการถือตะเกียงเข้าพบป.ป.ช.เรียกร้องขอดูสำนวนที่ป.ป.ช.ตีตกจากเหตุการณ์สลายการชุมนุมปี 2553 และ

ญาติผู้เสียชีวิต ยื่นหนังสือต่อป.ป.ช. เพื่อทวงถามความเป็นธรรม และร้องขอสำนวนการไต่สวนคดีที่ ป.ป.ช.มีมติตีตกสำนวนการสลาย

ชุมนุมกลุ่มนปช. ที่มีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี เกี่ยวข้อง

         ญาติผู้เสียชีวิตลืมไปแล้วกระมัง ว่าคดีนี้พวกของนายณัฐวุฒิเอาไปแลกกับการนิรโทษกรรมให้ทักษิณแบบสุดซอย เพื่อให้

ทักษิณลอยชายกลับเข้าประเทศ แต่ฝ่ายนายอภิสิทธิ์ นายสุเทพ ต่างหาก ที่ไม่ต้องการนิรโทษกรรม แต่ต้องการให้พิสูจน์ความผิด/

ถูกกันในศาลให้กระจ่างมิใช่หรือเล่า.

 

บ้านเพลงเก่า

ทดสอบระบบฟังวิทยุออนไลน์ ช่วงนี้จะเป็นการทดสอบระบบฟังเพลงออนไลน์ของเว็บบ้านเพลงเก่านะครับ ยังไม่ได้จัดช่วงว่าเวลาไหนจะเปิดเพลงแนวไหน แล้วแต่เวลาการออนไลน์ของแอดมินด้วย ถ้าแอดมินไม่ออน ก็ฟังเพลงเดิมๆ วนๆ ไปก่อนนะครับ แล้วก็เป็นการทดสอบการใช้งานของเซิฟเวอร์ที่ไปเช่าทำสถานีวิทยุด้วย

 

 

 

วงชาตรี

 

ไทยโพสต์

สมการ "ลาออกของพี่ใหญ่"

    
 

 "พลเอกประวิตร"...........

              หมู่นี้ ดูหน้าท่านหมองเหมือนตะวันยามโพล้เพล้ เห็นแล้วก็เหงาใจแทนยังไงก็ไม่รู้

            เรื่อง "นาฬิกา" คงรบกวนจิตใจท่านมาก

            ทั้งวัน-ทั้งคืน ทั้งหลับและตื่น เสียงติ๊กๆๆๆๆๆ แม้เบาปานมดเยี่ยว แต่คงดังปานปืนใหญ่สะเทือน-สะท้านอยู่ในทรวง

            อย่าว่าแต่ท่านเลย.......

            เป็นผม ก็คงเหมือนท่าน ต่างกันตรงผมมีน้อยเรือนกว่าท่าน และเป็นราคาชั่งโลขายเท่านั้น

            เรื่อง "คิดมาก-คิดน้อย" ห้ามกันไม่ได้

            แต่การสะสมเรื่องคิดจนเครียด ตรงนี้แหละ อยากบอกด้วยความเป็นห่วงว่า

            "ความเครียด" คือมือยักษ์ที่จะจับเข็มนาฬิกาแห่ง ลำไส้เล็ก-ลำไส้ใหญ่-ตับ-ไต-หัวใจ-ม้าม-ปอด เรียกว่าองคาพยพร่าง

กายทั้งหมด ให้เดินย้อนศร

            ผลคือ.........

            ล้มตึงเฉียบพลัน อย่างคุณกล้านรงค์ในสภาฯ เมื่อวาน (๑๑ ม.ค.๖๐) มีโอกาสเกิดได้

            ช่วง ๕ ปีนี้ ท่านยังตายไม่ได้!

            ฉะนั้น "ท่านพี่ใหญ่" โปรดถนอมสุขภาพ (จิต) ด้วย

            ตุ้ยนุ้ยอย่างท่าน ล้มแล้วเป็นผักคาเตียงเอาได้ง่ายๆ ต่อให้กินถั่งเช่าเป็นกิโล ที่ล้มก็อย่าหวังว่าจะโด่คืน บอกไม่เชื่อ

            เหตุที่ผมไม่อยากให้ท่านเป็นอะไรไปตอนนี้ ไม่ใช่เพราะห่วงท่านโดยตรงหรอก

            หากแต่ห่วง "น้องเล็ก" ของท่าน คือ นายกฯ ลุงตู่นั่นแหละ!

            คือเมื่อน้องเล็กประกาศลงชนในเวทีการเมืองแล้ว กราดตาทั้งแผ่นดิน

            ต่อให้มีพรรคทหาร พรรคพลเรือน พรรคพวก หรือพรรคอะไรก็แล้วแต่เป็นกองหนุน

            ถ้าขาด "พรรคพี่ใหญ่" เป็นพรรคนอมินีหนุน ชาตินี้ "น้องเล็ก" ก็อย่าหวังจะได้เป็น

            "นายกฯ คนนอก"!?

            คือในรัฐสภา อันประกอบด้วย ส.ส.-ส.ว. ๗๕๐ คนนั้น มีทั้งคนดีและคนไม่ดี

            ต้องได้คนเทาๆ อย่างพี่ใหญ่นี่แหละ ใช้บารมีดูแลทั้งฝ่ายเทพ-ฝ่ายมาร อย่าให้รวมหัวจนคนดีพลาดเก้าอี้ "นายกฯ คนนอก"

            เพราะเท่าที่สังเกต ในความเป็น "องค์รัฏฐาธิปัตย์" ของน้องเล็ก รวมถึงความเป็น คสช.ควบคุมอำนาจประเทศตลอด ๓-๔ ปีมานี้

            เป็น "พี่ใหญ่" เซอร์วิส ซะ ๗๐-๘๐%

            กราดตาไปทุกยูนิตงานเวลานี้ องค์กรไหนบ้าง ที่ไม่มีคน "พี่ใหญ่จับวาง"?     

            ลองบอกมาซักหน่วยซิ ไล่ลงไปตั้งแต่ ครม.-สนช.-ป.ป.ช.-สตช.-ทบ.-ทร.ทอ. รวมทั้งรัฐวิสาหกิจ ไม่เว้นกระทั่งว่าที่นักเลือกตั้ง

            ต้องยอมรับว่า รัฐบาล คสช.ที่อยู่ได้..........

            ส่วนหนึ่ง เพราะการทำหน้าที่ "แม่บ้านรัฐบาล" ของพี่ใหญ่ "น้องเล็ก" จึงหน้าตึง-อกตั้ง-เสียงดัง แต่สตางค์ไม่ค่อยมีนั่นไง!

            "ข้างนอก" ขรมด้วยเสียงขับไล่ อยากให้พลเอกประวิตรออกไป

            แต่หารู้ไม่.......

            ข้างในนั้น "ขาดพี่ใหญ่-เหมือนขาดใจ" ขาดวันไหน อาการที่เรียกว่า

            "ไฟตัน-น้ำมันชอร์ต" เกิดทันที!

            เหมือนบ้านหลังใหญ่-คนเยอะ.........

            วันไหน "แม่บ้านพม่า" ลากลับบ้าน โกลาหลเลย

            ใครจะหุงหาข้าวปลา ใครจะซักเสื้อผ้า ใครจะเลี้ยงลูก ใครจะกวาดบ้าน-ถูบ้าน ใครจะให้ข้าวหมา-เช็ดขี้แมว

            และจาน-ชาม กินกันทิ้งไว้เขลอะ ใครจะช่วยล้าง-ช่วยเคลียร์ และช่วยรับหน้าเสื่อให้ล่ะ?

            เนี่ย....โบราณเขาถึงว่า ข้าวของจะรู้ว่ามีค่า ก็ต่อเมื่อหาย

            คนข้างนอก อยากให้บิ๊กป้อมหาย

            แต่คนใน คสช.บอก บิ๊กป้อมหาย ฉิบ....เลย!

            คือในความเป็นรัฐบาลทหารนั้น นายกฯ ลุงตู่ เท่าที่ดู จะหนักไปทาง "พระเดช"

            "อำนาจ" คุม

            ส่วนพลเอกประวิตร จะหนักไปทาง "พระคุณ" คุมจักรวาล

            เรียกว่า "คลื่นบารมี" พี่ใหญ่ รัศมีครอบคลุมกว้างไกล ไม่ว่า ยาจก-เศรษฐี-ผู้ดี-ไพร่-โจรร้าย-โจรดี-สมี-นักเลือกตั้ง กระ

ทั่งพ่อค้าวาณิช

            อยู่ในตาข่ายคลื่น "พี่ใหญ่" ครบเครื่อง!

            เพราะฉะนั้น......

            เผลอๆ ช็อกกันทั้งประเทศได้ ถ้าวันไหน พลเอกประวิตร "ลาออก" จากรัฐบาล

            ไม่ใช่ออกเพราะนายกฯ หรือใครในรัฐบาลบีบคั้น-ดัน-กดให้ออก

            แต่ออกตามยุทธศาสตร์ "แยกกันทำ-รวมกันอยู่" น่ะ!

            ในงานการเมือง ๕ ปีข้างหน้า มีเก้าอี้ "นายกฯ คนนอก" เป็นเดิมพัน

            พลเอกประยุทธ์ ก็เหมือนจอมพลถนอม

            "ถนอม" ขาด "ประภาส" ไม่ได้ ฉันใด "บิ๊กตู่" ก็ขาด "บิ๊กป้อม" ไม่ได้ ฉันนั้น!

            พูดกันตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๖๗-๒๖๘ ตุลา-พฤศจิกานี้ การเลือกตั้งผู้แทนต้องเกิดขึ้นแล้ว

            เรื่อง "กองหนุน" นายกฯ ลุงตู่ จึงเป็นภารกิจของคนเป็นแม่บ้านต้องคิดและเตรียมการแล้ว!

            จะมีพรรคไพบูลย์ พรรคทหาร พรรคประชารัฐ พรรคสวามิภักดิ์ กองหนุน-กองโจร อะไรก็แล้วแต่

            นั่นเป็นเรื่องจิตศรัทธาญาติโยม "จรมา" สุดแต่เจตนาเขา จะไปกะเกณฑ์อะไรไม่ได้

            ผมจึงประเมินใจพี่ใหญ่ว่า........

            รักและห่วงใยน้องเล็ก มากกว่าห่วงเก้าอี้รัฐมนตรีตัวเอง

            เหตุนั้น พี่ใหญ่ผู้มากบารมี อาจตัดสินใจออกไป "สร้างกำแพงแก้ว ๗ ชั้น" ทางการเมืองให้น้องเล็ก

            ๓ มกรา ๖๑ "น้องเล็ก" ประกาศ

            "ผมเป็นนักการเมืองที่เคยเป็นทหาร"

            เท่ากับ "เปิดหน้าชน" ในสนามการเมืองอันว่าด้วยพลเรือนเต็มตัวแล้ว

            ๘ มกรา ๖๑ พี่ใหญ่ประกาศ........

           "ผมไม่ใช่นักการเมือง แต่เข้ามาทำงานการเมือง และไม่ใช่นักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้ง เพราะไม่คิดว่าจะลงเลือกตั้ง"

            ถ้า "นายกฯ ประยุทธ์" เป็นนักการเมืองล่ะ.......

             .........."จะสนับสนุนมั้ย?"

             “ผมก็จะสนับสนุนตลอด ทำไมล่ะ....ผมจะสนับสนุนไม่ได้หรือ แต่ขอย้ำว่า ผมจะไม่เปลี่ยนสถานะเป็นนักการเมือง”

            ชัด...ไม่ต้องถอดรหัสอะไรอีก

            น้องเล็ก ประกาศ "ขึ้นเวที"

            พี่ใหญ่ ประกาศเป็น "พี่เลี้ยง"!

            เหมือนพลเอกประยุทธ์ประกาศบวช แล้วเดินธุดงค์ไปปักกลดบำเพ็ญตบะในถ้ำ

            พระธุดงค์นั้น เคร่งครัด เก็บตัว มักน้อย สันโดษ

            บิณฑบาตได้อาหารแค่ไหน-อย่างไร ก็ฉันแค่นั้น อย่างนั้น ไม่มีใครถวายเลย ท่านก็อด

            แต่โยมพี่ใหญ่ ไม่บวชด้วย ปวารณาเป็นโยมอุปัฏฐาก ไปปลูกกระท่อมอยู่ใกล้ๆ ถ้ำ

            คอย "เชือดเป็ด-เชือดไก่" ปิ้ง-ย่าง-ต้ม-แกง ใส่บาตรพระน้องเล็ก ดูแลไม่ได้ขาดเครื่องใช้-เครื่องขบฉัน

            เพื่อพระน้องเล็กจะได้มีกำลังเรี่ยวแรง "ธำรงธรรม" สู่ทางบรรลุ!

            เห็นพลเอกประวิตรท่านหงิมๆ อย่างนั้นเถอะ ใครไม่ทราบก็โปรดทราบไว้

            เครือข่ายศรัทธาในพระคุณท่านมีกระจายไปทุกค่าย-สาขา ทหารมีคำพูด "กองทัพเดินด้วยท้อง"

            ในทางการเมืองก็มี "มือจะยกด้วยท้อง"!

            ดังนั้น ก็ลงตัว-ชัดแจ้ง พี่ใหญ่กับน้องเล็ก "แยกกันทำ-รวมกันอยู่"

            น้องเล็กขึ้นเวทีการเมือง พี่ใหญ่หิ้วถังเป็นพี่เลี้ยง ครบ ๕ ยก รู้แพ้-รู้ชนะ แล้วค่อยมาว่ากันอีกที

            "ลับ-ลวง-พราง" หรือ "แจ้ง-กลวง-โผล่"

            ก็เป็นเช่นนี้แล!.

 

แกนนำกปปส.ตบปาก 'ทนายแดง' ปูดล็อบบี้คดีกบฏ

แฟ้มภาพ

12 ม.ค. 61 - นายถาวร เสนเนียม แกนนำกลุ่ม คณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงปฏิรูปประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์แบบอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข(กปปส.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) ได้เผยแพร่ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า มีการวิ่งเต้นเพื่อชะลอฟ้องคดีกบฏแกนนำกปปส. ว่าคนพวกนี้มักจะมองโลกในแง่ร้าย ซึ่งความจริงคนเป็นนักกฎหมายต้องวิพากษ์วิจารณ์โดยยึดถือความสุจริตเป็นที่ตั้งเสียก่อน และขอให้มองคนอื่นในแง่ดี ดังนั้นจึงขอเตือนนักกฎหมายที่มีจิตคุณธรรมต้องมองผู้อื่นในทางที่ดีก่อน จนกว่าจะพิสูจน์ได้

นายถาวร กล่าวด้วยว่าขอถามว่านายแก้วสรร อติโพธิ และอ.เสรี วงษ์มณฑา ซึ่งยุคนายธาริต เพ็งดิษฐ์ เมื่อครั้งเป็นอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) ฟ้องคดีกบฏต่อทั้งสองนั้น สาธารณชนมองอย่างไรว่าคนพวกนี้เป็นกบฏในราชอาณาจักร คิดว่าคนมองโลกในแง่ดีจะเข้าใจได้ว่าการพิจารณาสั่งฟ้องของพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ)ในยุคนั้นใช้ดุลยพินิจตามอำเภอใจ หรือใช้ดุลยพินิจตามกฎหมายและข้อเท็จจริง อย่างไรก็ตามในวันที่ 24 ม.ค. จะได้เดินทางไปตามที่อัยการนัดให้ฟังคำสั่งแน่นอน.

ทนายแดงปูดล็อบบี้ฝุ่นตลบ ชะลอฟ้องคดีกบฏแกนนำกปปส.

    
 

แฟ้มภาพ

 

    
 

12 ม.ค. 61 - นายวิญญัติ ชาติมนตรี  ทนายความแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) ได้เผยแพร่ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก วิญญัติ ชาติมนตรี  ระบุว่าเป้นไปตามคาด ฝุ่นตลบ มีความพยายามที่จะขอให้อัยการสูงสุดหรืออัยการผู้มีอำนาจสั่งคดี ให้ชะลอฟ้องหรือไม่ฟ้องผู้ต้องหาคดีกบฏของกลุ่ม กปปส. เพื่อรอผลคำพิพากษาคดีที่ฟ้อง 4 คน ข่าวว่า 24 ม.ค. นี้จะให้ระดับแกนนำ 9 คนไปพบเพื่อส่งฟ้องไปก่อน ที่เหลือให้คอยปาฏิหาริย์จากสวรรค์

นายวิญญัติ เชื่อว่าแผนการแบบนี้ ถ้าพนักงานอัยการขององค์กรอัยการไม่จัดให้ก็ทำได้ยาก ถึงขนาดจะหอบสำนวนและหนังสือบงการไปพบผู้มีอำนาจวาสนาก็เอาสิครับ  เพราะคดีนี้ มีการสอบสวนมีความเห็นสั่งฟ้องแล้ว ทั้งดีเอสไอและอัยการทีมทำงาน พฤติการณ์แห่งคดีและประชาชนทั้งประเทศเห็นหมดว่าใครทำอะไรเข้าข่ายกระทำผิดกฎหมาย

"อัยการสูงสุด คนไหนไม่ทราบ ที่บอกว่าจะไม่ก้าวล่วงการสั่งของทีมทำงาน คราวนี้จะมีคนขอให้ช่วยอะไรเดี๋ยวก็รู้ ระวัง! ตำแหน่งทางราชการของท่านทั้งหลายจะมีมลทินผิดอาญาเต็มๆ"นายวืญญัติ ระบุและว่าวันจันทร์ที่ 15 มกราคม 61 เวลา 10:00 น. ตนจะไปยื่นหนังสือถึงอัยการสูงสุดให้สั่งการอัยการผู้ใต้บังคับที่คิดจะช่วยใครก็ตาม ต้องทำให้กฎหมายมันศักดิ์สิทธิ์ ดังคำกล่าวของหัวหน้าพรรคฯท่านหนึ่ง.

 

'ณัฐวุฒิ'หิ้วตะเกียงบุกป.ป.ช. บีบคายสำนวนตีตกคดี'มาร์ค-สุเทพ'สลายแดง

    
 

12 ม.ค. 61 - เวลา 09.00 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุกจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำนปช. พร้อมด้วยนายโชคชัย อ่างแก้ว ทนายความญาติผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์สลายการชุมนุมปี 2553 และญาติผู้เสียชีวิต ยื่นหนังสือต่อป.ป.ช. เพื่อทวงถามความเป็นธรรม และร้องขอสำนวนการไต่สวนคดีที่ ป.ป.ช.มีมติตีตกสำนวนการสลายชุมนุมกลุ่มนปช. ที่มีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี เกี่ยวข้อง

นายณัฐวุฒิ กล่าวว่าการมาครั้งนี้ไม่ได้มีเจตนาเผชิญหน้า ท้าทายป.ป.ช. หรือผู้มีอำนาจในบ้านเมือง เพียงแต่เห็นว่าเหตุการณ์การสลายการชุมนุมดังกล่าวมีคนตายมากที่สุดในการต่อสู้ทางการเมืองของไทย แม้ป.ป.ช.จะยกคดีที่เกี่ยวข้องกับนายอภิสิทธิ์ และนายสุเทพ แล้ว แต่กฎหมายยังมีช่องทางให้ดำเนินการต่อไปได้ จึงอยากจะขอสำนวนดังกล่าวจากป.ป.ช. เพื่อนำมาพิจารณาว่า ป.ป.ช.ใช้หลักฐานใดในการพิจารณายกคดีดังกล่าว เพื่อที่เราจะได้ไปรวบรวมพยานหลักฐานอื่นๆ นอกเหนือจากนั้น ซึ่งจะเป็นหลักฐานใหม่มาดำเนินการต่อสู้ต่อไป ร่วมกับสำนวนคดีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และอัยการได้มีการสั่งฟ้องในคดีฆ่าคนตาย ซึ่งศาลฎีกาไม่ได้มีการยกฟ้องแต่อย่างใด รวมทั้งคำสั่งศาลที่วินิจฉัยว่ามีผู้ชุมนุม 20 ราย เสียชีวิตจากอาวุธของเจ้าหน้าที่ เพราะหลักฐานส่วนนี้อาจไม่ได้นำเข้ามาพิจารณาอย่างครบถ้วนหรือไม่ ถ้าเป็นเช่นนี้ พยานหลักฐานเหล่านี้จะถือเป็นพยานหลักฐานใหม่หรือไม่

นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า การขอสำนวนดังกล่าวเพื่อความชัดเจน ตรงไปตรงมา และต้องการเทียบดุลพินิจของป.ป.ช. กับกรณีที่ป.ป.ช.จ้างทนายฟ้อง นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกฯ และพวก กรณีสลายการชุมนุมกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยปี 51 ทั้งที่อัยการมีคำสั่งไม่ฟ้อง การที่ ป.ป.ช.ยกคดีสลายชุมนุมนปช. ปี 53 แล้วจะถือว่ายุติในชั้นนี้ พวกตนไม่อาจยอมรับได้ อยากให้คดีที่มีคนเจ็บ คนตาย ถึงชั้นศาล เรายืนยันจะแสวงหาความจริง และความยุติธรรมอย่างถึงที่สุด จากนี้ หากป.ป.ช.ยังเพิกเฉย ไม่ส่งสำนวนคดีที่ยกฟ้องนายอภิสิทธิ์ และนายสุเทพ เราจะใช้สิทธิ์ตามพ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารเพื่อให้ป.ป.ช.เปิดเผยสำนวน                                                   

ทั้งนี้ นายณัฐวุฒิ ทนาย และญาติผู้เสียชีวิตได้เข้าหารือกับนายจักรกฤช ตันเลิศ ผู้อำนวยการสำนักไต่สวนการทุจริตภาคการเมือง1 เพื่อติดตามความคืบหน้าในเรื่องดังกล่าว โดยใช้เวลาประมาณ 15 นาที หลังจากนั้น นายณัฐวุฒิ ให้สัมภาษณ์ ว่า ทางป.ป.ช.ยืนยันว่าไม่ได้เพิกเฉย ได้มีการดำนินการอย่างต่อเนื่อง  ซึ่งคำร้องของญาติผู้เสียชีวิตที่มีการยื่นให้ป.ป.ช.ล่าสุด ได้รับการยืนยันจากผู้อำนวยการสำนักไต่สวนการทุจริตภาคการเมือง1 ว่า จะเสนอเรื่องต่อที่ประชุมป.ป.ช.ภายในสัปดาห์หน้า ส่วนจะมีการเปิดเผยสำนวนการไต่สวนหรือไม่เป็นดุลพินิจของประธานป.ป.ช. ซึ่งได้ให้ข้อเสนอแนะไปว่า เนื่องจากเหตุการณ์สลายการชุมนุมปี 53 เกิดขึ้นหลายเหตุการณ์ ต่างกรรม ต่างวาระ มีรูปแบบ และยุทธวิธีที่แตกต่างกัน จึงควรแยกสำนวนการไต่สวนเป็นรายกรณี.

 

 

ปัดพัลวันลังเลยื่นตีความกฎหมายปปช. 'พรเพชร' อ้างบังคับสนช.ไม่ได้

    
 

12 ม.ค. 61 - นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เปิดเผยว่า ขณะนี้นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ไม่ได้เสนอให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกัน 3 ฝ่ายระหว่างกรธ.  สนช. และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ซึ่งสนช.ได้พิจารณาเสร็จแล้ว ทั้งนี้ สนช.ยังจะต้องรอความคิดเห็นอย่างเป็นทางการจากป.ป.ช.อีกครั้งก่อนซึ่งจะมีกำหนดสิ้นสุดตามรัฐธรรมนูญพ.ศ.2560 ในวันนี้

นายพรเพชร กล่าวว่า ขณะเดียวกัน นายมีชัย ได้มีข้อเสนอแนะให้สนช.พิจารณาประเด็นเกี่ยวกับบทเฉพาะกาลของร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญดังกล่าวในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการดำรงตำแหน่งต่อไปของกรรมการป.ป.ช.ชุดปัจจุบัน เนื่องจากบทบัญญัติในร่างกฎหมายฉบับนี้ได้มีการยกเว้นให้กรรมการป.ป.ช.ที่มีลักษณะต้องห้าม คือเคยเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือกรรมการองค์กรอิสระมาก่อนยังสามารถดำรงตำแหน่งต่อไปได้ โดยนายมีชัย แสดงความคิดเห็นว่าควรจะต้องมีการเสนอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้เด็ดขาดว่าสามารถกำหนดการยกเว้นลักษณะต้องห้ามได้หรือไม่

ประธานสนช. กล่าวว่าสำหรับการเสนอร่างกฎหมายไปให้ศาลรัฐธรรมนูญนั้นรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันกำหนดให้สามารถดำเนินการได้ 2  วิธี ได้แก่ 1.การให้สมาชิกสนช.เข้าชื่อร่วมกันไม่น้อยกว่า 1 ใน 10 หรือ 2.นายกรัฐมนตรี เสนอไปให้ศาลรัฐธรรมนูญด้วยตัวเอง และตนในฐานะประธานสนช. จะให้สั่งสมาชิกสนช.ยื่นหรือไม่ ไม่ได้ แต่ทำได้เพียงดำเนินการเพื่อบอกกล่าวแก่สมาชิกสนช.เท่านั้น เนื่องจากการยื่นหรือไม่ยื่นเป็นดุลพินิจของสมาชิกสนช.แต่ละคน

สำหรับกระแสข่าวที่ระบุว่าสนช.ลังเล จะยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความ เพราะเกรงว่าจะสร้างปัญหาให้ศาลรัฐธรรมนูญ เพราะตัวศาลเองได้รับการต่ออายุเช่นกันนั้น ตนรู้สึกไม่สบายใจ และอยากเรียนว่าตุลาการศาลรัฐธรรมนูญชุดปัจจุบันจำนวน 5 คน เป็นแต่เพียงทำหน้าที่รักษาการ เมื่อคนใหม่มาก็จะพ้นทันที เช่นเดียวกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) และคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ(กสม.) ดังนั้น ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจึงไม่เกี่ยวกับกับคุณสมบัติหรือลักษณะต้องห้ามอะไรทั้งสิ้น อย่างไรก็ตาม ศาลรัฐธรรมนูญถูกวิพากษ์วิจารณ์ในเรื่องข้อกฎหมายที่ผิดเพี้ยนไป  วันนี้ท่านไม่อยู่ในฐานะที่พูดได้ ตนจึงต้องออกมาพูดให้ .

'ศรี'แนะ'กุ้ย'ฉีกตัวจาก'ป้อม' กันข้อครหาหรี่ตานาฬิกาหรู!


    
 

11 ม.ค. 61 - ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สนามบินน้ำ จ.นนทบุรี นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เดินทางมาให้คำชี้แจง และยื่นหลักฐานเพิ่มเติมกับป.ป.ช. กรณีการตรวจสอบที่มานาฬิกาหรู และแหวนเพชรของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม โดยนายศรีสุวรรณ กล่าวก่อนเข้าให้คำชี้แจงต่อ ป.ป.ช. ว่า ตนมั่นใจในเอกสารและหลักฐานที่นำมาให้ป.ป.ช.เนื่องจากเห็นว่า พล.อ.ประวิตร มีพฤติการณ์ปกปิดบัญชีทรัพย์สิน และร่ำรวยผิดปกติ รวมมูลค่ากว่า 30 ล้านบาท ส่วนเอกสารที่นำมาให้ป.ป.ช.เพิ่มเติม คือ รูปภาพตอนที่พล.อ.ประวิตร ถ่ายในวันที่ 4 ธ.ค.60 และรวบรวมภาพนาฬิกาจากเว็บไซต์ต่างๆ  

นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า ป.ป.ช.จะต้องดำเนินการอย่างเที่ยงตรง ตนทราบมาว่าพล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธาน ป.ป.ช.ชุดปัจจุบันเคยสนิทสนมกับพล.อ.ประวิตร เนื่องจากเคยเป็นรองเลขาธิการฯ หน้าห้องมาก่อน เพราะฉะนั้นการทำอะไรจะต้องอยู่ในสายตาของสาธารณชน 

"ประธานป.ป.ช.จึงต้องฉีกตัวเองออกมาจากจุดนั้น เพราะการทำหน้าที่ตรวจสอบอำนาจรัฐของข้าราชการระดับสูงจะเป็นผลงานของ ป.ป.ช.อย่างยิ่ง โดยจะต้องจริงจังกับการทำหน้าที่ และกรณีดังกล่าวเป็นการวัดใจป.ป.ช. รวมถึงนายกรัฐมนตรีด้วย เนื่องจากเคยบอกว่าจะเอาจริงกับการปราบปรามการคอร์รัปชัน และการทุจริตทุกรูปแบบ" นายศรีสุวรรณ กล่าวและว่าหากป.ป.ช.มีมติส่งฟ้องกรณีดังกล่าว บทบาทของป.ป.ช.จะโดดเด่นมากขึ้น แต่หากไม่ส่งฟ้องสาธารณชนจะพุ่งเป้า และป.ป.ช.จะสั่นค่อน นอกจากนี้ ตนจะรวบรวมรายชื่อประชาชน 20, 000 รายชื่อ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 236 เพื่อขอให้ตั้งคณะกรรมการไต่สวนการทำหน้าที่ของ ป.ป.ช.

จากนั้นเวลา 11.50 น. นายศรีสุวรรณ ให้สัมภาษณ์อีกครั้งภายหลังจากให้คำชี้แจงต่อป.ป.ช. ว่า เจ้าหน้าที่ป.ป.ช.ได้สอบถามเกี่ยวกับหลักฐานที่นำมาเพิ่ม ซึ่งตนได้ชี้แจงไปว่าครั้งก่อนได้ยื่นเอกสารไป 3 - 4 เรือน มาครั้งนี้ยื่นเอกสารเพิ่มอีก 16 เรือน รวมเป็น 19 เรือน เพื่อให้ทาง ป.ป.ช.ได้มีหลักฐานที่ชัดเจนมากขึ้น และยังขอให้เชิญอธิบดีกรมศุลกากร และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง มาให้ข้อมูลกับทางป.ป.ช. ว่าใครบ้างเป็นคนสั่งเข้ามา เนื่องจากนาฬิกามีมูลค่าหลายล้านบาท การที่นำเข้าประเทศมาจะต้องผ่านกรมศุลกากร เพื่อจ่ายภาษีก่อน และอยากให้ตรวจสอบนาฬิกาของพล.อ.ประวิตร ว่าได้เสียภาษีถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่.


......................................................
 
12 มกราคม 2561

 



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน