*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 2885
  • จำนวนผู้ชม : 2082041
  • จำนวนผู้โหวต : 430
  • ส่ง msg :
  • โหวต 430 คน
<< กุมภาพันธ์ 2018 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28      

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอังคาร ที่ 13 กุมภาพันธ์ 2561
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 576 , 12:23:49 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

สวัสดีครับ

         ข่าวบีบีซี ไทย รายงานเรื่อง รมว.กระทรวงศึกษาธิการ น.พ.ธีรเกียรติ์  เจริญเศรษฐศิลป์ กล่าวในการประชุมพบปะนักเรียนไทย

ที่ประเทศอังกฤษ 9 ก.พ. ที่ผ่านมา พาดพิงถึงเรื่องนาฬิกาหรูของ 'บิ๊กป้อม'  แล้วกลายเป็นแรงกระแทกรุนแรงในการประชุมค.ร.ม.

วันนี้ โดย 'หมอธีร์' ชอลากิจไม่ได้เข้าร่วมประชุม แล้วถึงกับมีข่าวการปรับค.ร.ม.ตามมาอีกด้วย.

 

 

ไทยโพสต์

 

 

ไซด์ไลน์' ภาคสังคมจริยธรรม


    
 

      เชื่อผมเถอะ........

      ไม่มีใครสามารถล้ม "ผู้นำ คสช." ได้

      นอกจาก

      "คำพูดและการกระทำ" ของตัวผู้นำเอง!

      และคนที่จะช่วยผู้นำ คสช.ให้ยืนอยู่บนฐานศรัทธาและความเชื่อของประชาชนได้ต่อไป นั้น

      "ไม่ใช่พี่-ไม่ใช่เพื่อน-ไม่ใช่กองทัพ-ไม่ใช่กองหนุนออนไลน์"

      หากแต่ คือ..........

      คำ "สัญญาจะทำ" นำปฏิรูปตำรวจ-ขจัดฉ้อฉล-ล้างโกงให้ชาตินั่นแหละ

      ก็ "หมดคำพูด" แค่นี้!

      แต่นี่เป็นคำพูด "พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง" อธิบดี DSI เมื่อวาน (๑๒ ก.พ.๖๑)

      พนักงานสอบสวนเจ้าของสำนวนคดี "วิคตอเรีย ซีเครท" จะออกหมายเรียก

      "พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง" อดีต ผบ.ตร. มาให้ปากคำในฐานะพยาน

      "พ.ต.ท.สุภัทธ์ ธรรมธนารักษ์" ผอ.กองคดีต่อต้านการค้ามนุษย์ เสริมรายละเอียดว่า

      ส่งหนังสือแจ้ง พล.ต.อ.สมยศไปแล้ว ให้มาให้ข้อมูลในพฤหัสบดีที่ ๑๕ กุมภาที่จะถึงนี้ ตอน ๓ โมงเช้า

      ประเด็นที่เรียกมาชี้แจง......

      จะให้ชี้แจงถึงการได้มาของเงิน ตามหลักฐานข้อมูลที่ ดีเอสไอ ตรวจสอบพบความเกี่ยวพันทางธุรกรรมการเงินทั้งหมด

      รวมถึง ข้อมูลในประเด็นที่ "พล.ต.อ.สมยศ" แถลงผ่านสื่อว่า "ได้ยืมเงิน ๓๐๐ ล้านบาท จากนายกำพล วิระเทพสุภรณ์"

      "เจ้าของวิคตอเรีย ซีเครท"

      ที่ถูกดำเนินคดี ในข้อหาค้ามนุษย์ และตอนนี้ มีข่าวว่า

      หนีเข้าเขมรไปแล้ว!

      วิคตอเรีย ซีเครท อาบนวด นอกจากค้ากามแล้ว ดีเอสไอบุกจับ ยังพบเอาหญิงต่ำกว่า ๑๘ เป็นสินค้ามนุษย์

      และคำว่า "ไซด์ไลน์" ก็เป็นศัพท์ "กะหรี่บัญญัติ"

      หมายถึง หญิงที่ต้องการหา "ลำไพ่พิเศษ" ไม่ใช่หมอนวดนั่งตู้หรือหญิงขายตัวอาชีพ ก็จะมา "นั่งนอกตู้" ขายตัวในราคาพิเศษ

      ในหมู่นักเที่ยว เรียกหญิงประเภทนี้ว่า "ไซด์ไลน์"!

      กลับมาถึงเรื่อง พล.ต.อ.สมยศ นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยกันต่อ

      พูดกันตามสำนึกมนุษย์......

      ถ้าดีเอสไอไม่บุกจับวิคตอเรีย ซีเครท และสาวจนความจริงเปิดเผยออกมา

      ใครพูดว่า พล.ต.อ.สมยศคลุกคลีอยู่กับคนทำธุรกิจค้ากามที่ชื่อนายกำพล

      จ้างก็ไม่มีใครเชื่อ!

      นอกจากไม่เชื่อแล้ว จะถูกหาว่า เจตนากลั่นแกล้ง-ใส่ความด้วยซ้ำไป

      ก็มีอย่างที่ไหน........

      นายตำรวจที่ คสช.โดยพลเอกประยุทธ์ขณะนั้น คัดตัวแล้วว่า "ดีเลิศประเสริฐศรี" ในปฐพีตำรวจตอนนั้น

      ตั้งให้เป็น "ผบ.ตร."

      เบื้องหลัง สนิทสนม-คบค้า-ร่วมธุรกิจ-ธุรกรรม อยู่กับคนอาชีพคาบเกี่ยวกฎหมาย ค้ากาม-ค้ามนุษย์!?

      แต่มองอีกด้าน ใครเพื่อนใคร "เป็นส่วนเพื่อน" ด้านธุรกิจ-ชีวิตส่วนตัว ไม่ได้หมายความว่า เพื่อนจะต้องเป็นเหมือนเพื่อนไปทุกคน

      ตอนเป็นข่าว ผมก็รับรู้ ด้วยเข้าใจด้าน "เพื่อนคบเพื่อน"

      เพียงแค่แปลกใจนิดหน่อยตรงว่า ท่ามกลางมิตรภาพงอกงาม เป็นความงอกงาม ค่อนข้างวิจิตรพิสดาร

      ฝ่ายหนึ่ง เป็นนายใหญ่ระบบ "ผู้รักษากฎหมาย"

      อีกฝ่าย ทำธุรกิจค้ากาม-ค้ามนุษย์ "ที่ผิดกฎหมาย"

      "ขาวจัด-ดำจัด"...........

      ผสมลงตัวเป็นเฉด "กากีเทา" ได้น่าทึ่ง!?

      แต่ถ้าเกษียณแล้ว พล.ต.อ.สมยศไปใช้ชีวิตในโลกส่วนตัว ก็แล้วไป

      แต่ทีนี้ พล.ต.อ.สมยศ เป็น "สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ" หรือ สนช.อยู่ในขณะนี้ด้วย

      ปัญหาที่ตามมา คือ

      สังคมสำนึกด้าน "ความถูกต้อง-เหมาะสม" ที่เรียก "จริยธรรม" มันเหมาะมั้ย.....

      คนในสถาบันอำนาจ "นิติบัญญัติ" มีหน้าที่ออกกฎหมายบังคับใช้กับคนทั้งประเทศ

      เบื้องหน้า เป็น ผบ.ตร.แต่บอก ตำรวจเป็นแค่งานไซด์ไลน์

      เบื้องหลัง เป็นนักเล่นหุ้น คลุกคลีเงินทองอยู่กับคนค้ากาม-ค้ามนุษย์?

      ความเชื่อมโยงทางการเงินระหว่าง พล.ต.อ.สมยศกับนายกำพล เชื่อมโยงมาจากจุดไหน?

      ดีเอสไอเขาจะทำให้กระจ่าง

      ในขั้นนี้ ให้ทุกคนเข้าใจ สอบ พล.ต.อ.สมยศ ในฐานะพยาน ไม่ใช่ผู้ต้องหา

      ทั้งสองคน เป็นสัมพันธ์ฐานะบุคคล แต่ในความเป็นบุคคลของ พล.ต.อ.สมยศนั้น เผอิญมีฐานะ "สนช." ติดอยู่ด้วย

      ตำแหน่ง "สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ" เป็นเรื่องส่วนรวมของสังคมชาติ

      ฉะนั้น โปรดอย่าทำให้สังคมสับสนด้าน "จริยธรรมสำนึก" มากไปกว่านี้เลย

      พล.ต.อ.สมยศ ลาออกจาก สนช.ไปเถอะ!

      ลำพัง "นาฬิกาเพื่อน" ไม่อยู่ในนิยามโกงตามพจนานุกรม คสช.นั่น ทำให้เสื่อมพออยู่แล้ว

      ขืนอดีต ผบ.ตร.ทำให้คำว่า "ตำรวจเป็นอาชีพไซด์ไลน์" ไม่อยู่ในนิยามจริยธรรมบัญญัติขึ้นมาอีก

      แล้วสังคมจะเหลืออะไร ทั้งพระ-ทั้งโจร จะไม่ตะโกนด่า ว่าจะเอาแต่พวกไปถึงไหนหรือ!?

      พูดกันตรงๆ......

      การที่ ผบ.ตร.ออกปาก การเป็นตำรวจแค่ไซด์ไลน์ มันไม่แค่หยาบหยามระบบจริยธรรมเท่านั้น

      มันสะเทือนไปถึง "ทุกสถาบันราชการ" และกับประชาชนผู้จ่ายภาษี ยิ่งกว่าถูกเอาตีนลูบหน้าอีก

      เพื่อซึมซับให้สาแก่ใจ.......

      ว่ากาลครั้งหนึ่ง กบเถลิงอำนาจฝูงหนึ่ง เลือกกบตัวหนึ่ง ให้ขึ้นมาอยู่เหนือชีวิตประชาชน ในฐานะผบ.ตร.

      จะนำที่ "ตำรวจไซด์ไลน์" ให้สัมภาษณ์ โทรทัศน์สปริง นิวส์ รายการ "คุณดนัย เอกมหาสวัสดิ์" และ "คุณอมรรัตน์ มหิทธิรุกข์" เมื่อ ๗ กุมภา ๖๑ มาให้อ่านอีกครั้ง ดังนี้

        "กรณีที่ผมไปยืมเงินคุณกำพล ๔ ครั้ง จำนวน ๓๐๐ ล้านบาท นั้น ก็มีคนสงสัยว่า จะเอามาทำอะไร

        ต้องเรียนแบบนี้ก่อนว่า....

        ตลอดชีวิตรับราชการของผม เกือบจะเรียกได้ว่า 'อาชีพตำรวจ' นี่ ถือว่าเป็น 'ไซด์ไลน์'

        อาชีพหลักๆ ผมคือ 'ทำธุรกิจ' ซึ่งคนในแวดวงธุรกิจรู้เรื่องดี โดยเฉพาะ 'เรื่องหุ้น' ผมนิยมมาก

        ผมมีรายได้ ผลกำไรจากการเล่นหุ้น และก็เสียหายเพราะการเล่นหุ้นเช่นกัน

        ดังนั้น ช่วงที่ 'หมุนเงินไม่ทัน' ก็ไป 'ยืมเงินคุณกำพล'

        ส่วนการรวบรวมเงินไปคืนคุณกำพลจำนวน ๓๐๐ ล้านบาทนั้น ต้องเรียนว่า 'การชดใช้'

        บางครั้ง ถ้ามีเงินสดก็ชดใช้เป็นเงินสด ถ้าไม่มีเงินสด ต้องเอาที่ดินไปให้เขาก็ยังมี

        โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผมและคุณกำพลอยู่ใน 'แวดวงพระเครื่อง'

        บางครั้ง ก็มีการชดใช้หนี้ในรูปแบบที่แตกต่างกัน แล้วแต่ผมกับคุณกำพลจะตกลงกันได้

        นี่เป็นเรื่องปกติ........

        ผมกับคุณกำพลมีการชดใช้หนี้กันทุกรูปแบบรวมไปถึงหุ้นก็ยังมี

        แต่อย่างไรก็ตาม สิ่งที่สำคัญก็คือ......

        'กระบวนการโอนเงิน กระบวนการใช้หนี้นั้น ทุกอย่างเป็นกระบวนการที่ถูกต้องตามกฎหมาย ผ่านทั้งทางธนาคารและผ่านตลาดหลักทรัพย์ฯ

        ถ้าที่ผ่านมาผมเคยบอกคุณกำพลไปว่า ถ้าหากจะให้ผมฟอกเงินให้ คุณกำพลหิ้วเงินสดมาให้ผมดีกว่า แล้วตอนหลังผมเอามาคืนในรูปแบบอะไรก็ได้ ถ้าผมทำแบบนี้สิ ผมถึงจะปกปิดซ่อนเร้น แต่ผมรู้ดีว่าเรื่องแบบนี้ มันปกปิดไม่ได้'

        'วันหนึ่ง เมื่อมีปัญหาขึ้นมา ผมก็ต้องเตรียมความพร้อมไปชี้แจง เพราะผมเป็นบุคคลที่สังคมให้ความสนใจ'

        ทั้งนี้ ผมอยากจะขอร้องไปยังสื่อต่างๆ หลายสำนักด้วยว่า กรณีเสนอข่าวว่า

        'อดีต ผบ.ตร.รับส่วยน้ำกาม'

         'อดีต ผบ.ต.ร.รับส่วยธุรกิจผิดกฎหมาย'

        ผมก็อยากจะแสดงตัวตนของผมเองว่า อย่าว่าแต่เงินส่วย เงินผิดกฎหมายเลย

        'ผมกล้าพูดได้อย่างเต็มปากเลยว่า ผมเป็น ผบ.ตร.ที่ไม่เคยรับเงินลูกน้องเลยแม้แต่บาทเดียว

        'ผมเคยประกาศต่อหน้าผู้ใต้บังคับบัญชาว่า ถ้าใครสามารถแสดงตนว่าเคยเอาเงินหรือเอาส่วนมาให้ผม ผมจะเดินลงไปกราบเท้าเขาเลย'

        เพราะผมมั่นใจว่า ตลอดเวลาชีวิตราชการผม รายได้หลักของผม

        'มาจากธุรกิจ'

        'มาจากการเล่นหุ้น'

        ดังนั้น ผมสามารถพูดได้อย่างเต็มปากว่า 'ผมไม่เคยไปยุ่งกับธุรกิจที่ผิดกฎหมาย'

        'กรณีคุณกำพลทำธุรกิจอาบอบนวด อาจจะเป็นสีเทาๆ แต่ก็มีเปิดอยู่ถึง ๘๑ แห่งทั่วประเทศไทย

        เพราะฉะนั้น ถ้าคุณกำพลทำไม่ได้ คนอื่นก็ทำไม่ได้ ก็ปิดอาบอบนวดมันให้หมดไปเลย จะได้หมดเรื่องหมดราวไป' "

      ครับ....เรื่องนี้ ขอจบว่า

      ถ้าบ้านเมืองไม่มีกฎหมาย มีเพียงความเป็นคน ยังอยู่กันได้

      แต่ถ้าบ้านเมืองไม่มีจริยธรรมสำนึก เท่ากับไม่มีความเป็นคน

      แม้มีกฎหมาย......
       ก็อย่าหมาย...ว่าจะอยู่กันได้!

นาฬิกาเขย่าครม.'บิ๊กตู่'เครียด โยน'หมอธี'เคลียร์'ป้อม'เอง


    
 

13 ก.พ.61 -09.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานการประชุม คสช. และประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) โดยก่อนการประชุมผู้สื่อข่าวถามว่าได้พูดคุยกับนพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ถึงข่าวการพาดพิงปมนาฬิกาหรูแล้วหรือยัง 

พล.อ.ประยุทธ์ ตอบเพียงสั้นๆว่า "เดี๋ยวให้เขาชี้แจงเอง" เมื่อถามว่าจะเป็นรอยร้าวในครม.หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ตอบคำถามดังกล่าว ก่อนที่จะเดินขึ้นตึกบัญชาการไป.

 

'บิ๊กป้อม'ยิ้มกริ่มไม่ตอบ'หมอธีระเกียรติ'บี้ลาออก


    
 

แฟ้มภาพ

13 ก.พ.61- ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาล ว่า เมื่อเวลา 08.00 น. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เดินทางเข้าร่วมประชุมคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ใดๆ กับผู้สื่อข่าวกรณี นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ กล่าวกับนักเรียนไทยและนักธุรกิจไทยในงานเลี้ยงรับรองที่สถานเอกอัครราชทูตไทยในกรุงลอนดอน เมื่อวันที่ 9 ก.พ.ที่ผ่านมา ถึงกรณนาฬิกาหรูของพล.อ.ประวิตรว่า หากเป็นตนเองคงลาออกไปตั้งแต่นาฬิกาเรือนแรกแล้ว
     โดย พล.อ.ประวิตร เพียงหันมายิ้มให้กับผู้สื่อข่าวเท่านั้น ก่อนที่จะเดินขึ้นตึกบัญชาการ 1 เพื่อประชุมทันที

'บิ๊กอู๋'ชงม.44ผ่าทางตันเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม3พันล้าน


    
 

13 ก.พ.61-  พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวถึงการเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคมชุดใหม่ว่า ขณะนี้ฝ่ายที่เกี่ยวข้องกำลังพิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไรเพราะการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมจะต้องใช้งบประมาณสูงถึง 3,000 ล้านบาททั้งนี้ เมื่อผ่านการพิจารณาแล้วจะมีการเสนอขึ้นมาให้พิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไร จะเสนอให้ออกเป็นคำสั่งตามมาตรา 44 หรือไม่ คาดว่าจะมีความชัดเจนในเร็ววันนี้
    ทั้งนี้ เมื่อเดือน พฤศจิกายน 2558 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราว ตั้งคณะกรรมการ (บอร์ด) ประกันสังคม ที่ปรึกษาของคณะกรรมการประกันสังคม คณะกรรมการการแพทย์ และคณะกรรมการการกองทุนเงินทดแทน แทนคณะกรรมการที่มีอยู่เดิม เป็นเวลา 2 ปี โดยระบุว่าพบปัญหาและข้อขัดข้องในการดำเนินการของระบบประกันสังคมและสำนักงานประกันสังคม ซึ่งมีผลกระทบต่อสิทธิประโยชน์ของนายจ้าง ลูกจ้าง และผู้ประกันตน อันส่งผลไปถึงความเสียหายต่อรัฐด้วย จึงมีความจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องมีการปฏิรูประบบทั้งหมด เพื่อให้มีการดำเนินงานที่โปร่งใส มีธรรมาภิบาล และเกิดประโยชน์สูงสุดแก่นายจ้าง ลูกจ้างและผู้ประกันตน
    ขณะที่พ.ร.บ.ประกันสังคม ฉบับใหม่ซึ่งประกาศใช้เมื่อ 20 ตุลาคม 2558 ที่ผ่านมา กำหนดให้ผู้แทนฝ่ายนายจ้างและฝ่ายผู้ประกันตนในบอร์ดประกันสังคมมาจากการเลือกตั้ง ใน 180 วันหลังประกาศใช้กฎหมาย ซึ่งควรจะเกิดขึ้นเมื่อเดือนเมษายน 2559
    อย่างไรก็ตามปัจจุบันบอร์ดประกันสังคมยังคงเป็นชุดที่ตั้งโดยม.44 ไม่มีการเลือกตั้งแต่อย่างใด เนื่องจากกระทรวงแรงงานอ้างว่าคุยกับคณะกรรมการการเลือกตั้งแล้ว พบว่าอาจต้องใช้งบประมาณสูงถึง 3 พันล้านบาทในการเลือกตั้ง ขณะที่บอร์ดประกันสังคมมีวาระการดำรงตำแหน่งเพียง 2 ปีเท่านั้น 
    บอร์ดประกันสังคมชุดปัจจุบันประกอบด้วย (๑) ปลัดกระทรวงแรงงาน ประธานกรรมการ (๒) ผู้แทนกระทรวงการคลัง กรรมการ (๓) ผู้แทนกระทรวงสาธารณสุข กรรมการ (๔) ผู้แทนสํานักงบประมาณ กรรมการ (๕) นายทวี ดียิ่ง กรรมการ (๖) นายธีระวิทย์ วงศ์เพชร กรรมการ (๗) นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ กรรมการ (๘) นายมานิตย์ พรหมการีย์กุล  กรรมการ 
    (๙) นายวาชิต รัตนเพียร กรรมการ (๑๐) นายวันชัย ผุดวารี กรรมการ (๑๑) นายสมพงศ์ นครศรี กรรมการ (๑๒) นายสุวรรณ สุขประเสริฐ กรรมการ (๑๓) นายสุวิทย์ ศรีเพียร กรรมการ (๑๔) นางอรุณี ศรีโต กรรมการ และ(๑๕) เลขาธิการสํานักงานประกันสังคม กรรมการและเลขานุการ

 

สาวนักปชต.ย้อน'พี่ดี้'หวาดระแวงปชต.เท่ากับหวาดระแวงเพื่อนร่วมชาติ


    
 

Bow Nuttaa Mahattana

13 ก.พ. 61 - น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา หรือโบว์ 1 ใน 7 แกนนำที่ถูกแจ้งข้อกล่าวหาขฝ่าฝืนคำสั่งคสช.แความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 จากกรณีร่วมกันคัดค้านการยืดเลือกตั้ง 90 วัน บริเวณสกายวอล์ก เมื่อวันที่ 27 ม.ค.ที่ผ่านมา ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กBow Nuttaa Mahattana ระบุว่า "ตอนแรกว่าจะนั่งไล่ตอบคำถามพี่ดี้ทีละข้อ แต่อ่านไปอ่านมาพบว่าปัญหาไม่ได้อยู่ในคำถาม แต่อยู่ที่การขาดจินตนาการและความไว้เนื้อเชื่อใจในเพื่อนร่วมชาติของพี่ดี้เอง

พี่ดี้และเพื่อนควรพิจารณาตั้งต้นบนจุดใหม่ จุดที่เชื่อว่าชาวไทยทุกคนล้วนอยากมีอนาคตที่ดี เมื่อเชื่อได้อย่างนี้จะเห็นความเป็นไปได้อีกมากมาย ใครอยากตั้งพรรคการเมืองใหม่หากมีไอเดียที่ดีพอย่อมสามารถโน้มน้าวผู้คนและระดมทุนให้มาร่วมกันสร้างความฝันนั้นได้ แต่หากทำไม่ได้ให้ประเมินตนและพิจารณาความได้เรื่องได้ราวของไอเดียตัวเองก่อนจะโทษทุนนิยม ที่สุดแล้วประชาชนคือผู้กลั่นกรองตัวเลือกตลอดกระบวนการไปจนสุดทางที่ผลการเลือกตั้ง และหากไม่หยุดที่จะมีส่วนร่วมในทางการเมือง ก็จะยังคงมีส่วนก่อร่างสร้างอนาคตด้วยกันผ่านสารพัดช่องทางต่อไป ไอเดียที่ยังไม่ดีพอ เอากลับไปทำการบ้านมาใหม่ วันหนึ่งเมื่อเข้าตาประชาชนก็จะได้โอกาสนั้นเอง พรรคใหญ่อย่างเพื่อไทยหรือประชาธิปัตย์ก็มีจุดเริ่มต้นจากการนับหนึ่งทั้งสิ้น เป็นการนับหนึ่งบนจินตนาการถึงความเป็นไปได้ ไม่ใช่สิ้นหวังตั้งแต่ยังไม่เริ่มแบบที่พี่ดี้แสดงออกผ่านการคร่ำครวญกับตัวละครในภาพอดีตซ้ำแล้วซ้ำเล่า

แม้แต่รัฐธรรมนูญฉบับเผด็จการที่ทำให้หลายคนสิ้นหวัง ก็ไม่อาจอยู่ชั่วฟ้าดินสลายหากคนในชาติชัดเจนในความต้องการของตนที่จะแก้ไข มนุษย์เคยพาตัวเองไปได้ไกลกว่าดวงจันทร์ จะกลัวอะไรกับการหาวิธีแก้ตัวอักษรบนกระดาษ วิธีการนั้นมีอยู่แล้วและมีได้หลากหลาย หากพร้อมรับฟังคงจะได้อภิปรายกันในโอกาสต่อไป

การนับหนึ่งในวันนี้เริ่มที่การเปิดพื้นที่ ให้ทุกคนมีสิทธิมีเสียงและมีความหวัง ที่เหลือจะไปได้ไกลแค่ไหนอยู่ที่ศักยภาพ สองมือหนึ่งสมองของทุกคนรวมกัน ได้แค่ไหนคือเก่งแค่นั้นไม่ต้องไปโทษใคร คนอย่างพี่ดี้เองก็ยังทำอะไรได้อีกมากถ้าไม่ขาดจินตนาการ

ความหวาดระแวงประชาธิปไตยคือความหวาดระแวงในเพื่อนร่วมชาติ หยุดความคุ้นชินกับภาพจำเดิมๆแล้วเปิดทางให้จินตนาการใหม่ คนไทยใจเสาะหรือใจสู้ จะสร้างอนาคตแบบไหนให้ตัวเอง เราก็จะได้เห็นไปด้วยกัน 

#เลือกตั้งปีนี้
#เผด็จการจงพินาศ
#ประชาธิปไตยจงเจริญ

การโพสต์ ของ น.ส.ณัฏฐา สืบเนื่องจาก "ดี้ นิติพงษ์ ห่อนาค"  นักแต่งเพลงชื่อดัง โพสต์ข้อความในเพจเฟซบุ๊ก Nitipong Honark ถึงกลุ่มอยากเลือกตั้ง ตั้งเป็นคำถาม 9 ข้อ ดังนี้...
    อยากเลือกตั้งมั่งอ้ะแม่ประไพ พ่อทิดเอิบ..
    แต่มีคำถามในใจตัวเอง ดังต่อไปนี้...
    คำว่า "มึง" คือฉันถามตัว "กู" เองจ้ะ
    1.มึงจะเป็นคนเลือก...มึงจะเลือกใครวะ มึงก็เลือกมาแล้วหลายที เลือกมาแล้ว มันก็งั้น ๆ จะเลือกหรือไม่เลือก ก็ไม่เห็นแตกต่าง
    2.หรือกูจะเสนอตัวเป็นคนให้เขาเลือก....กูจะได้ไปทำแบบที่กูคิดไว้ว่าดี แต่กูจะไปสมัครที่ไหน พรรคไหน เขาจะรับกูไหมถ้าเขารู้ว่า กูไม่ชอบคำว่า "มติพรรค"
    3.รัฐธรรมนูญไม่ให้คนลงการเมืองเป็น สส.อิสระ ต้องอยู่ในพรรคใดพรรคหนึ่งเท่านั้น ต้องทำตามมติพรรค...เออ แค่นี้ก็เผด็จการในพรรคละ ประชาธิปไตยตรงไหนวะ
    4.แต่ถ้าอิสระได้หมด..ใครอยากสมัครเป็นผู้แทน ก็อิสระ ก็เข้าใจได้เลยว่า ส่วนหนึ่งอาจจะมีความคิดเป็นของตัวเองสูงที่จะทำงานเพื่อชาติโดยไม่คิดถึงพวกพ้อง....แต่ส่วนที่เป็นปัญหาคือ...แม่งพร้อมจะขายตัวยกมือ....คือเป็นกะหรี่การเมืองขายปลีก....วุ้ย กลุ้มใจ
    5.งั้นขอตั้งพรรคใหม่ละกัน...ชาวบ้านธรรมดาที่ก็เป็นคนไทยที่อยากทำงานให้บ้านเมือง ที่ไม่ใช่สองสามพรรคใหญ่นั่น...ตั้งพรรคใหม่แล้วจะรอดไหมจ๊ะ
    6.ต่อจากข้อที่ห้า...การอยากอาสาเข้าไปทำงานการเมือง ต้องมีเงินแค่ไหน...ต้องมีเงินด้วยหรือ
    7.คนจน คนชั้นกลาง มนุษย์เงินเดือน รวมเงินได้ ตั้งพรรคได้ไหม อันนี้ถามจริงๆ...หมายถึงไม่ใช่แค่ตั้งพรรคไปอย่างสิ้นหวังนะ...อันนั้นรู้ว่ามีกฎหมายว่าตั้งพรรคได้...แต่พรรคเบี้ยน้อยหอยน้อยมันเคยเกิดขึ้นไหม
    8.ประชาธิปไตยย่อมเป็นญาติกับเสรีนิยม...และเสรีนิยมเป็นญาติกับทุนนิยมไหม แล้วทุนนิยมมันจะย้อนกลับไปเป็นญาติที่แท้จริงกับประชาธิปไตยเพื่อปวงชนไหม...
    9.สิ่งหนึ่งทีฉันสับสนคือ...เผด็จการในเมืองไทยวันนี้ เป็นเผด็จการที่หน่อมแน้ม รู้สึกผิดว่าตัวเองมาจากวิธีที่เขาหาว่าไม่เป็นประชาธิปไตย...จะเด็ดขาดก็ไม่กล้าเด็ดขาด แถมยังเฟอะฟะอีกหลายเรื่องให้อีกฝ่ายเย้ยหยันได้ตลอดเวลา...
    แต่ฝ่ายที่ต่อต้านเผด็จการ...อยากเลือกตั้ง...เคลื่อนไหวไปเรื่อย...
    ซ้ำๆซากๆ...ไม่มีข้อเสนออะไรเลย...ย้ำ ไม่มีข้อเสนออะไรเลย นอกจากอยากจะมีเลือกตั้ง...
    ประชาธิปไตยคือเผด็จการอีกรูปแบบหนึ่งที่ห่อหุ้มแพกเกจให้ดูงดงาม ถ้าหากยังตอบคำถามเก้าข้อของฉันนั้นไม่ได้...
    ประชาธิปไตยแบบอนาล็อก...ตั้งแต่ 2475 มันไม่เวิร์คละ...
    ตอนนี้ต้องประชาธิปไตยแบบดิจิตอลโซเชียลมีเดียละ
    เผด็จการก็ไม่รอด...
    ประชาธิปไตยทุนนิยม...เสรีนิยมสร้างภาพ..ก็จะไม่รอด..
    ตอนนี้โซเชียลมีเดีย....สร้างสังคมประชาธิปไตยที่แท้จริงละแม่เอ๋ย
    แม่ประไพเอ๋ย...
    เปิดหูเปิดตาเถิด...
    และเข้าใจไว้ด้วย..
    ว่า ประชาธิปไตย ห่าเหวนี่...
    ถ้าไม่มีเงิน ตั้งพรรคการเมืองไม่ได้ดอก
    สมัคร สส.ไม่ได้
    เลือกตั้งใช้เงิน...
    แล้วจะมีใครที่จะเสียสละทำงานเพื่อชาติ...โดยที่ต้องเสียเงินอีกต่างหาก แบกงาน แถมยังพร้อมโดนด่า...
    มันถึงได้ต้องเอาคืนไง...
    วงจรเอาเงินคืนมันถึงได้เกิดขึ้น...
    ประเทศไทย...ไม่เหมาะกับระบอบประชาธิปไตยแบบฝรั่ง
    ประเทศไทย...เหมาะกับประชาธิปไตยแบบพ่อขุนรามฯ
    แล้วจะบอกให้เลยว่า ประชาธิปไตยแบบพ่อขุนรามคำแหงมหาราช...โคตรจะจริงใจ ไม่ดัดจริตแบบกระบวนการรัฐสภาห่าหอย...
    ฉันอยากเลือกตั้งเหมือนกันนะ...
    แต่ช่วยตอบคำถามหน่อยว่ามึงจะเลือกตั้งไปทำห่าไร...
    หรืออยากเลือกตั้งแค่ให้คุณประยุทธ์ จันทร์โอเค...เด้งไปไกลๆ
    ฉันก็ชอบแกนะ...แต่พักหลังแกเสียรูปมวยไปเยอะ...
    ยิ่งรุ่นพี่แก ยิ่งโดนโห่...ฉันก็โห่
    แต่ตอบคำถามฉันหน่อย เก้าข้อนั่น.
    จะเลือกตั้ง...
    ฉันอยากตั้งพรรค
    อยากสมัครทำงานการเมือง...
    มีเงินในกระเป๋าอยู่ สองร้อยห้าสิบบาท...
    ตั้งพรรคได้ไหม...

 

จับตา ป.ป.ช.ปิดม่าน 'ฟอกขาว' นาฬิกา 'บิ๊กป้อม'


    
 

      แม้ประเด็นแหวนแม่ นาฬิกาเพื่อนของ บิ๊กป้อม-พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหมดูจะคลายความร้อนแรงลงไปบ้าง เนื่องจากความสนใจของประชาชนจำนวนไม่น้อยตอนนี้ถูกเบี่ยงไปหาพรานไฮโซล่าสัตว์ในป่าทุ่งใหญ่นเรศวร

     ว่าโดยท้ายที่สุดกฎหมายจะเอาผิด นายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหารบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) ได้หรือไม่ กับเรื่องราวการยกย่องสรรเสริญ นายวิเชียร ชิณวงษ์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก อยู่ติดลมบนทั้งในหน้าสื่อและโซเชียลมีเดีย เรียกได้ว่ายังต้องตามติดจนกว่าจะมีการสั่งฟ้อง อย่างน้อยตลอดสัปดาห์นี้เรื่องดังกล่าวจะเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ต่อไป

      แต่...อย่างไรก็ตาม เรื่องใหญ่อย่างนาฬิกาก็ไม่ได้หายลับไปกับสายลม ยังมีพลังจากสังคม จากหลายฝ่าย หลายส่วน ที่เกาะติด จับตา กัดไม่ปล่อย

      โดยเฉพาะต้องทวนข้อมูลสำคัญว่า เมื่อวันที่ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา ครบกำหนดที่ บิ๊กป้อม จะต้องทำหนังสือ ชี้แจงเรื่องนาฬิกาและแหวนเพชร เป็นครั้งที่ 3 ส่งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)

      เพราะไม่ว่า บิ๊กป้อม จะชี้แจงต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช.ไปแล้วหรือยัง ทุกคนรู้ว่าคงยังไม่สามารถทำอะไรได้อยู่ดี เนื่องจากยังไม่ถึงเดดไลน์ที่ ป.ป.ช.บอกว่าจะได้ข้อสรุปในสิ้นเดือนกุมภาพันธ์นี้

      จะชี้แจงแล้วหรือยังไม่ชี้แจง ป.ป.ช.ย่อมใช้โควตาที่ขอเวลาไว้เต็มจำนวน และถ้ายังไม่ชี้แจงแล้วคอขาดบาดตายจริง ป.ป.ช.คงออกมาตีฆ้องร้องป่าวแล้ว เพราะถือเป็นเรื่องใหญ่เหมือนกับตอนคดีรับจำนำข้าวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี 

      ประเด็น เสือดำ เลยดูวูบวาบกว่าในความรู้สึกคนที่เกาะติด จนกระทั่งสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ เรื่องแหวนแม่ นาฬิกาเพื่อน ถึงจะกลับมาตื่นเต้นและได้รับความสนใจจากประชาชนอีกครั้ง และช่วงนั้นประเด็นเรื่องพรานไฮโซคงเบาบางกว่าปัจจุบันนี้ไปเยอะแล้ว

      แต่สิ้นกุมภาพันธ์ก็คงยังไม่ได้คำตอบอะไรเกี่ยวกับเรื่องนาฬิกา บิ๊กป้อม อยู่ดี เพราะปัจจุบันนี้การตรวจสอบยังอยู่ในช่วงแรกเริ่มด้วยซ้ำคือ การแสวงหาข้อเท็จจริง ซึ่งเป็นชั้นที่หนึ่งเท่านั้น

     ขนาดชั้นแสวงหาข้อเท็จจริงยังยืดแล้วยืดอีก ใช้เวลา 3 เดือนเต็ม นั่นหมายความว่ามีความพยายามจะลากยาวคดีนี้อยู่เหมือนกัน

     คำตอบหรือข้อสรุปของ ป.ป.ช. ในวันครบเดดไลน์ออกได้เป็น 2 ทาง ทางแรกสรุปเลยทันทีว่า บิ๊กป้อม ไม่มีความผิด พร้อมอธิบายคำชี้แจงต่างๆ ในประเด็นนาฬิกา

    กับทางที่สอง เพื่อเป็นการ ต่อเวลาคณะกรรมการ ป.ป.ช.จะตั้งอนุกรรมการไต่สวน ซึ่งเป็นการบ่งบอกว่าเริ่มต้นตรวจสอบจริงจัง

    โดยปกติแล้วในชั้นอนุกรรมการไต่สวนใช้เวลาค่อนข้างนานกว่าจะชี้ถูกชี้ผิด เพราะขั้นตอนนี้ต้องสอบพยาน หาหลักฐานกันค่อนข้างละเอียด ซึ่งถ้าเลือกทางนี้คดีนี้จะยาวนานเหมือนกับคดีอื่นๆ ที่ผ่านมา ซึ่งโอกาสออกทางนี้มีค่อนข้างสูง

   เพราะอย่างน้อยก็สามารถทำให้เรื่องแหวนแม่ นาฬิกาเพื่อนเงียบไปอีกพักใหญ่ๆ ในขณะที่ ป.ป.ช.ก็ไม่เจ็บตัวถูกกล่าวหาว่า ฟอกให้พี่ใหญ่บูรพาพยัคฆ์

    ก่อนหน้านี้มีวลีเด็ดของ บิ๊กกุ้ย-พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานคณะกรรมการ ป.ป.ช.แพลมๆ ออกมาเหมือนกันว่า เรื่องนี้เร่งไม่ได้เพราะสื่อเองก็อยากให้ ป.ป.ช.มีคำตอบที่เคลียร์

     ระยะเวลาที่ผ่านมากับนาฬิกา 25 เรือน การจะชี้แจงแต่ละเรือนคงกระทำไม่ได้ภายในเดือนกุมภาพันธ์ สรุปแล้วหมดเดือนแห่งความรักก็คงยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น?

 

บีบีซีไทย นาวิเกชัน

Exclusive: รมว.ศึกษาฯ เล่าเรื่องเมืองไทย "อย่างหนา" กับคนครอง "นาฬิกาหรู" ไม่ลาออก

  • 12 กุมภาพันธ์ 2018
 
 
รมว.ศึกษาฯ เล่าเรื่องเมืองไทย "อย่างหนา" กับคนครอง "นาฬิกาหรู" ไม่ยอมลาออก

รมว. ศึกษาฯ บอกนักเรียนไทยในอังกฤษ หลักนิติธรรมยังไม่เกิดในไทย ยกตัวอย่างวุฒิสมาชิกอังกฤษมาประชุมสายขอลาออก แต่รัฐมนตรีไทยถูกกล่าวหานาฬิกา 25 เรือน ยังไม่ออก

การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันนี้ (13 ก.พ.) ประเด็นที่เป็นที่จับตามองหนีไม่พ้นปฏิกิริยาของแกนนำรัฐบาล หลัง นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ กล่าวพาดพิงกรณีการครอบครองนาฬิกาหรูของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ระหว่างพบปะกับนักเรียนไทยในอังกฤษ

ผู้ถูกพาดพิงอย่าง พล.อ.ประวิตรได้เดินทางเข้าร่วมประชุม ครม. ตามปกติ โดยปฏิเสธจะให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับการแสดงความคิดเห็นของเพื่อนร่วม ครม. เพียงแต่หันมาส่งยิ้มให้ผู้สื่อข่าวเท่านั้น ส่วนผู้เปิดประเด็นร้อนอย่าง นพ.ธีระเกียรติแจ้งลาการประชุม ครม.

ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ผู้มีอำนาจในการพิจารณาปรับ ครม. ตอบคำถามผู้สื่อข่าวที่ว่าได้พูดคุยกับ นพ.ธีระเกียรติแล้วหรือยัง โดยกล่าวเพียงสั้น ๆ ว่า "เดี๋ยวให้เขาชี้แจงเอง" ส่วนประเด็นนี้จะทำให้เกิดรอยร้าวใน ครม. หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ไม่ตอบคำถาม โดยได้เดินฝ่าวงล้อมสื่อมวลชนขึ้นไปบนตึกบัญชาการ 1 สถานที่ประชุม ครม. ทันที

ก่อนหน้านี้ นพ.ธีระเกียรติ กล่าวกับนักเรียนไทย และนักธุรกิจไทยที่มาร่วมงานเลี้ยงรับรองที่สถานเอกอัครราชทูตไทยในกรุงลอนดอน เมื่อวันศุกร์ที่ 9 ก.พ. ว่า ขอให้ตระหนักว่าเมื่อจบการศึกษากลับไปทำงานที่ประเทศไทยแล้ว การบังคับใช้กฎหมายของไทย และสำนึกของนักการเมืองและผู้บริหารประเทศยังต่างจากของอังกฤษ การยึดหลักนิติธรรม (rule of law) ยังไม่เกิดขึ้นจริง

นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ (คนที่ 3 จากซ้ายมือ)Image copyrightBBC THAIคำบรรยายภาพนพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ (คนที่ 3 จากซ้ายมือ) ระหว่างร่วมงานเลี้ยงรับรองที่สถานเอกอัครราชทูตไทยในกรุงลอนดอน เมื่อ 9 ก.พ.

นพ.ธีระเกียรติ ยกตัวอย่างกรณีที่ นายไมเคิล เบทส์ สมาชิกสภาขุนนางของอังกฤษสังกัดพรรคอนุรักษ์นิยมได้ประกาศลาออกจากสมาชิกสภาขุนนาง เนื่องจากรู้สึกละอายใจที่เข้าร่วมประชุมสภาสาย เมื่อปลาย ม.ค. แต่คำลาออกของเขาถูกนางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรี ยับยั้ง

"แต่เมืองไทย มีนาฬิกาใส่ 25 เรือน ยังไม่เป็นไร" รมว. ศธ. กล่าวติดตลก ท่ามกลางความแปลกใจของบรรดาผู้บริหารบริษัทจากไทยที่มาร่วมรับสมัครงานนักเรียนไทยในอังกฤษ

หลังการปราศรัยเป็นเวลา 15 นาทีจบลง นพ.ธีระเกียรติให้สัมภาษณ์กับบีบีซีไทย ว่า ไม่มีทางที่จะเห็นนักการเมืองไทยลาออก เพราะมาสาย

"ไม่มีทาง เพราะมันเป็น conscience (ความรู้สึกผิดชอบชั่วดี) ลึก ๆ อยู่ในสายเลือด การรู้ว่าอะไรควร อะไรถูก มาสายไม่ผิดกฎหมาย ไม่ผิด ethic (จริยธรรม)... เมื่อไม่ได้ฝึกมาแต่เด็ก ให้หน้าบาง ยาก เมืองไทย ไม่มีทาง เมืองไทยเป็นอย่างหนาตราช้าง" อดีตจิตแพทย์เด็กอาวุโสในอังกฤษกล่าว

ครม.ประยุทธ์ 5Image copyrightAFP/GETTY IMAGESคำบรรยายภาพการถ่ายภาพหมู่ ครม. "ประยุทธ์ 5" เมื่อ 4 ธ.ค. 2560 นำมาสู่ปมร้อน "แหวนมารดา นาฬิกาเพื่อน" ของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ

ในส่วนเรื่อง "นาฬิกาหรู" ของ พล.อ.ประวิตรนั้น นพ. ธีระเกียรติ ซึ่งเป็นคนไทยที่ได้รับเกียรติเป็นสมาชิกของราชวิทยาลัยจิตแพทย์แห่งสหราชอาณาจักร กล่าวว่า "เรื่องนาฬิกา ถ้าผมถูก exposed (เปิดโปง) เรือนแรก ผมก็ออกแล้ว อันนี้ถามผมนะ ส่วนใครจะว่าอะไร ให้ไปถามคนนั้น ของอย่างนี้ คนก็ไม่กล้าพูด กลัวอะไร ทำไม พูดแล้ว มันจะมาไล่ผมออกหรือ"

กรณี "แหวนมารดา นาฬิกาเพื่อน" ทำให้ "เพื่อน" หลายรายกลายเป็น "หอก" ที่รุมทิ่มแทง "พี่ใหญ่" แห่งคณะรัฐประหารให้ลาออก ท่ามกลางการเปิดโปงของเพจจอมสืบ CSI LA ที่กล่าวหา พล.อ.ประวิตรว่าครอบครองเครื่องบอกเวลาหรูคู่ข้อมือกว่า 2 โหล รวมมูลค่าเกือบ 40 ล้านบาท

กระแสวิจารณ์ของสังคมทำให้ พล.อ.ประวิตรออกมากล่าวเมื่อ 31 ม.ค. บนเวทีงานเลี้ยงอาหารกลางวันหน่วยขึ้นตรง ผบ.เหล่าทัพ ข้าราชการสังกัดกระทรวงกลาโหม และสื่อมวลชนสายทหาร ว่า รับราชการมานานกว่า 50 ปี ที่ผ่านมาไม่เคยมีเรื่องอะไรที่ทำความเสียหายให้กับประเทศ และเข้ามาด้วยเจตนาอยากช่วยเหลือบ้านเมือง ก่อนจะกล่าวทิ้งท้ายว่าพร้อมจะไปจากตำแหน่ง หากประชาชนไม่ต้องการ จึงเกิดการรณรงค์ร่วมลงชื่อออนไลน์ให้ พล.อ.ประวิตรออก

ประวิตรImage copyrightโฆษกกระทรวงกลาโหมคำบรรยายภาพพล.อ.ประวิตร ไปร่วมประชุม รมว.กลาโหมอาเซียน เมื่อ 5-7 ก.พ. ที่ประเทศสิงคโปร์ ท่ามกลางกระแสข่าวลาออกจากตำแหน่ง จนโฆษกกระทรวงกลาโหมต้องออกมาปฏิเสธข่าวผ่านสื่อ

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ไม่กลัวทำให้เพื่อนร่วมคณะรัฐมนตรีเสียหน้าหรือ นพ.ธีระเกียรติ ผู้แต่งหนังสือเรื่อง "ความฉลาดทางด้านจริยธรรมและศีลธรรม (MQ)" กล่าวว่า "ไม่เกี่ยวนี่ นี่มันความเห็นของผม ไม่ใช่ความเห็น ครม. อย่างนี้แปลว่าถ้าผมอยู่ที่ไหน ผมต้องคิดตามเขาหมดเหรอ ลูกผมยังคิดไม่เหมือนผมเลย... การคิดเหมือนกันคือหลัก 'เผ่ากู' ซึ่งโตกว่า 'หลักกู' นิดเดียว"

นพ.ธีระเกียรติ มีเส้นทางการเติบโตในกระทรวงศึกษาธิการอย่างรวดเร็ว

  • 2557 ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ (ครม. ประยุทธ์ 1)
  • ส.ค. 2558-ธ.ค. 2559 ดำรงตำแหน่ง รมช.ศึกษาธิการ (ครม. ประยุทธ์ 2)
  • ธ.ค. 2559-ปัจจุบัน ขึ้นดำรงตำแหน่ง รมว.ศึกษาธิการ (ครม. ประยุทธ์ 3)

ภายหลังรับตำแหน่ง รมว.เต็มตัว เขาให้สัมภาษณ์กับ มติชน ชี้แจงเรื่อง "สนิทกับหลังบ้านนายกฯ" ว่า "ทุกคนสนิทกับนางนราพร จันทร์โอชา หรืออาจารย์น้อง ภริยานายกฯ หมดทุกคน... ผมก็รู้จักอาจารย์น้องในฐานะที่เป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยเหมือนกัน อาจารย์น้องสนใจภาษาอังกฤษ เคยคุยกัน เคยให้คำแนะนำ แต่คงไม่ใช่ปัจจัยที่นายกฯ จะเลือกใครมาเป็น รมว.ศธ."

พล.อ.ประยุทธ์ และนางนราพร จันทร์โอชาImage copyrightAFP/GETTY IMAGESคำบรรยายภาพพล.อ.ประยุทธ์ และนางนราพร จันทร์โอชา ภริยา

..................................

 

 

UndubZapp ข่าวดารา ข่าวบันเทิง Instagram ไลฟ์สไตล์ ดูดวง สุขภาพ ความงาม เรื่องแปลก แต่งบ้าน
 

ความน่ารักดึงดูดสูง 5+1 ดารา-นักร้องสาวรุ่นใหม่ พลังดาเมจรุนแรง!

ขอเอาใจหนุ่มๆ กันบ้างกับ 5 ดาราสาว + นักร้องสาวอีก 1 คน ที่ทั้งสวย ทั้งสดใส และมีความเซ็กซี่นิดๆ พวกเธอทั้ง 6 พร้อมจะทำให้หัวใจของหนุ่มใหญ่หนุ่มน้อยเต้นผิดจังหวะ

 

1. เก้า สุภัสสรา ธนชาต

เก้า สุภัสสรา ธนชาต
© รูปต้นฉบับ: supassra_sp

สาวสดใสคนแรกคนนี้ฉายแววความสวยมาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมที่โรงเรียนสามเสนค่ะ เส้นทางวงการบันเทิงเริ่มตั้งแต่เก้าได้รับโอกาสจากทีวีธันเดอร์ให้เป็นนางเอกน้องใหม่ในละครเรื่อง หลวงตามหาชนผจญภัยค่ะ และหลังจากนั้นเก้าก็มีโอกาสได้มารับบทเป็นสาววัยรุ่นร้อนแรงในเรื่อง Hormones วัยว้าวุ่น ของค่ายจีทีเอช และ นาดาว บางกอก ซึ่งทำให้เธอดังเป็นพลุแตกขึ้นเป็นดาราสาววัยรุ่นที่หนุ่มๆ อยากเห็นหน้ามากที่สุดไปในทันทีทีเดียวค่ะ

เก้า - สุภัสสรา ธนชาต
© รูปต้นฉบับ: supassra_sp

 

2. ฝน ศนันธฉัตร ธนพัฒน์พิศาล

ฝน - ศนันธฉัตร ธนพัฒน์พิศาล
© รูปต้นฉบับ: sananthachat

สวยตัวเล็กแต่มีเสน่ห์ล้นเหลือคนนี้ เริ่มมีคนรู้จักจากการเป็นเน็ตไอดอลในเว็บเด็กดี ต่อมาฝนมีโอกาสเล่นบทสก๊อยสาว ในภาพยนตร์เรื่อง ATM เออรัก เออเร่อ และ ดวงจะดีอะไรก็ฉุดไม่อยู่ นอกจากนี้ ฝน ยังได้รับบทเด่นในซีรีย์ Hormones วัยว้าวุ่น อีกด้วยค่ะ และยังต่อเนื่องความดังด้วยบทซอล จากซีรีส์ I HATE YOU I LOVE YOU กับท่าโพสต์ยืนรอลิฟต์ในตำนาน ทั้งหมดนี้ได้ส่งให้ฝนกลายเป็นดาราสาววัยรุ่นที่หนุ่มๆ อยากจะออกเดทด้วยซักครั้งในยุคนี้อีกคนค่ะ

ฝน ศนันธฉัตร ธนพัฒน์พิศาล
© รูปต้นฉบับ: sananthachat

 

3. เบียร์ ภัสรนันท์ อัษฎมงคล หรือเบียร์ เดอะวอยซ์

เบียร์ ภัสรนันท์ อัษฎมงคล หรือเบียร์ เดอะวอยซ์
© รูปต้นฉบับ: beerpassaranan

เป็นสาวใสอีกคนที่โด่งดังจากการเป็นเน็ตไอดอลค่ะ แต่สิ่งที่ทำให้เบียร์เป็นที่รู้จักในวงกว้าง คือ การที่ได้เข้ารอบของ The voice ซีชั่น 3 และเพราะหน้าตาที่แบ๊วเหมือนตุ๊กตาบวกกับเสียงร้องหวานใส จึงทำให้หนุ่มๆ ค่อนประเทศหลงรักเบียร์กันเป็นแถว แต่ความฮอตของเบียร์ได้มาพุ่งถึงขีดสุดจนปรอทแตกนั้น เห็นทีว่า…น่าจะมาจากถ่ายแบบในชุดบิกินี่ตัวจิ๋วของนิตยสาร Mars ซะมากกว่าค่ะ แล้วก็หลงดีใจกันได้ไม่นาน หนุ่มๆ ก็ต้องมาหัวใจสลาย เพราะเบียร์นั้นได้เปิด ตัวว่าคบหากับนักร้องหนุ่มคัตโตะ ลิปตา ความเศร้าของหนุ่งๆ นั้นมากมายถึงขนาดต้องติดแฮชแท็กบนทวิตเตอร์ #ทวงคืนเบียร์เดอะวอยซ์จากคัตโตะลิปตา กันเลยทีเดียวล่ะค่ะ

เบียร์ - ภัสรนันท์ อัษฎมงคล หรือเบียร์ เดอะวอยซ์
© รูปต้นฉบับ: beerpassaranan

 

4. ยิปซี คีรติ มหาพฤกษ์พงศ์

ยิปซี - คีรติ มหาพฤกษ์พงศ์
© รูปต้นฉบับ: gypsykeerati

สาวหมวยสุดร้อนแรงคนนี้เริ่มเข้าวงการจากผลงานโฆษณาและถ่ายแบบนิตยสารวัยรุ่น รวมทั้งเล่นมิวสิควิดีโอค่ะ จนมาตอนหลังถึงได้เริ่มมาเล่นภาพยนตร์และละคร เดิมทีเดียวเราจะเห็นยิปซีในลุคสาวหมวยมาดนิ่งแต่ปัจจุบันเธอปรับลุคกลายเป็นสาวเซ็กซี่จนหนุ่มๆ อยากควงออกงานกันแทบทุกคน ยิปซียอมรับว่าได้ศัลยกรรมมาบ้างและเธอก็ขยันออกกำลังจนกลายเป็นเซ็กซี่สตาร์แบบวันนี้ค่ะ

ยิปซี คีรติ มหาพฤกษ์พงศ์
© รูปต้นฉบับ: gypsykeerati

 

5. ปันปัน สุทัตตา อุดมศิลป์

ปันปัน สุทัตตา อุดมศิลป์
© รูปต้นฉบับ: punpun_sutatta

จากเด็กน้อยในภาพยนตร์เรื่อง ลัดดาแลนด์ กลายมาเป็นสาววัยรุ่นจาก Hormones วัยว้าวุ่น ที่แสนจะโด่งดังค่ะ ปันปันเป็นเด็กวัยรุ่นยุคใหม่ที่ดูๆ แล้วแบบว่า…อาจจะดูแรงๆ ไปบ้าง บวกกับเคยมีข่าวเสพยาเมื่อหลายปีก่อน ทำให้ชื่อเสียงของเธอชะงักไป แต่ตอนนี้เธอก็ได้กลับตัวใหม่และได้กลับมารับงานแสดงต่อ พร้อมกับความคิดความอ่านที่โตขึ้นจากเดิม แต่ยังไม่ละทิ้งคาแร็กเตอร์สาวมั่นใจซึ่งเป็นบุคคลิกที่ทำให้หนุ่มๆ เพ้อหาค่ะ

ปันปัน - สุทัตตา อุดมศิลป์
© รูปต้นฉบับ: punpun_sutatta

 

6. เฌอปราง อารีย์กุล

เฌอปราง อารีย์กุล BNK48

© รูปต้นฉบับ: cherprang.bnk48official

ไอดอลสาวสวยตาเฉี่ยวสุดน่ารัก เรียนเก่ง มากความสามารถ กับรอยยิ้มกระชากใจพลังทำลายล้างสูง กัปตันวงไอดอลเกิร์ลกรุ๊ปที่มีสมาชิกมากที่สุดอย่างวง BNK48 ที่นอกจากความน่ารักระดับสิบผ่านแล้ว น้องเฌอปรางยังเป็นเด็กที่สนใจด้านการศึกษาเป็นอย่างมาก โดยเธอศึกษาอยู่ที่คณะวิทยาศาสตร์ สาขาวิชาเคมีหลักสูตรนานาชาติจากมหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งนอกจากจะสวยเก่งฉลาดครบเครื่องแบบนี้แล้ว งานอดิเรกของเธอยังชื่นชอบการแต่งคอสเพลย์ด้วยแหละ

เฌอปราง - อารีย์กุล
© รูปต้นฉบับ: cherprang.bnk48official

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ สำหรับดาราสาววัยรุ่นที่พลังความน่ารักรุนแรง จนหนุ่มๆ ต้านทานความน่ารักไม่ไหวทั้ง 6 คนที่เราหยิบยกมาพูดในวันนี้ คงจะไม่มีใครเถียงถึงความสดใสบวกกับเซ็กซี่นิดๆ ของพวกเธอไปได้จริงมั้ยคะ

 

...................................................

13 กุมภาพันธ์ 2561

 

 



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน