*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 3161
  • จำนวนผู้ชม : 2166807
  • จำนวนผู้โหวต : 463
  • ส่ง msg :
  • โหวต 463 คน
<< กุมภาพันธ์ 2018 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28      

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพุธ ที่ 14 กุมภาพันธ์ 2561
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 513 , 00:30:20 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

สวัสดีครับ

         ชาวกทม.คนไหนที่ยังไม่ได้ไปเที่ยวงาน 'อุ่นไอรัก คลายความหนาว' ที่ลานพระราชวัง บ้างครับ ถ้าอย่างไรก็อย่ารอช้านะครับ

หาชุดไทยได้แล้วก็แต่งตัวไปเที่ยวกันเถอะครับ น่าสนุกมากทีเดียว ดังที่มีรายงานข่าวท้ายนี้ ;

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้จัดงาน "อุ่นไอรัก คลายความหนาว" ขึ้น เพื่อสืบสานการจัดงานฤดูหนาวในสมัยรัชกาลที่ 5 ตลอดจนแสดงพระราชกรณียกิจ ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลเดช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 เป็นการสะท้อนให้เห็นความผูกพันระหว่างสถาบันพระมหากษัตริย์กับประชาชน โดยจะทรงนำรายได้ในการจัดงานไปช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนในทุก ๆภูมิภาค  กับเสริมสร้างความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ไทยให้แก่ประชาชน ตลอดจนเป็นการให้ผู้มาร่วมงานได้ร่วมทำบุญโดยเสด็จพระราชกุศล 

         กรณี 'หมอธี' กับ 'บิ๊กป้อม' โดยล่าสุดฝ่าย 'หมอธี' แถลงขออภัย 'บิ๊กป้อม' แล้วนั้น แต่ไม่ปรากฏว่า 'บิ๊กป้อม' ให้อภัยหรือเปล่า

ดังรายงานข่าวว่า ...

"หมอธี"เข้าทำเนียบขอโทษ"บิ๊กตู่-บิ๊กป้อม"ผิดมารยาทวิจารณ์นาฬิกาหรู แต่ยืนยันพูดจริงเป็นความเห็นส่วนตัวถูกแอบอัดเสียงไว้โดยไม่รู้ตัว ยืนยันยังไม่ลาออก ขณะที่นายกฯลั่นเคลียร์จบแล้วภายใน 5 นาที 15 วินาที ไม่มีรอยร้าวทำผิดขอโทษก็จบ ด้าน "ประวิตร" อ้างเจ็บคอไม่ยอมตอบให้อภัย รมต.ศึกษาฯหรือไม่

แนวหน้า

งาน'อุ่นไอรัก คลายความหนาว'คักคัก จัดต่อเนื่องเป็นวันที่6 (ประมวลภาพ)

งาน'อุ่นไอรัก คลายความหนาว'คักคัก จัดต่อเนื่องเป็นวันที่6 (ประมวลภาพ)

วันอังคาร ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561, 23.13 น.
 

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้จัดงาน "อุ่นไอรัก คลายความหนาว" ขึ้น เพื่อสืบสานการจัดงานฤดูหนาวในสมัยรัชกาลที่ 5 ตลอดจนแสดงพระราชกรณียกิจ ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลเดช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 เป็นการสะท้อนให้เห็นความผูกพันระหว่างสถาบันพระมหากษัตริย์กับประชาชน โดยจะทรงนำรายได้ในการจัดงานไปช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนในทุก ๆภูมิภาค  กับเสริมสร้างความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ไทยให้แก่ประชาชน ตลอดจนเป็นการให้ผู้มาร่วมงานได้ร่วมทำบุญโดยเสด็จพระราชกุศล   

วันนี้( 13 ก.พ. ) เวลา 17. 30 น. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ นายอรรถนิติ ดิษฐอำนาจ องคมนตรี เยี่ยมชมกิจกรรมในงาน “อุ่นไอรัก คลายความหนาว” ณ พระลานพระราชวังดุสิตและสนามเสือป่า  เมื่อองคมนตรี เดินทางถึงพระลานพระราชวังดุสิต วางพวงมาลัยถวายสักการะ พระบรมราชานุสรณ์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ต่อจากนั้น เยี่ยมชมจุดตั้งเรือสุพรรณหงส์ จำลอง ซึ่งเป็นจุดที่ประชาชนเข้าเที่ยวชมงานจะถ่ายภาพเป็นที่ระลึก เสร็จแล้ว เยี่ยมชมนิทรรศการการร้อยมาลัย การแกะสลักผลไม้ การทำขนมไทยโบราณ ขนมจีบตัวนก ค้างคาวเผือก ทองม้วนสด จากฝ่ายใน สำนักพระราชวัง และเยี่ยมชมสตูดิโอถ่ายภาพโบราณ (ย้อนยุค) ที่ให้ผู้เข้าชมงานได้ถ่ายเป็นที่ระลึก เยี่ยมชมนิทรรศการพระราชกรณียกิจพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในการเสด็จพระราชดำเนินประพาสยุโรป และการเลิกทาส ซึ่งเป็นการจัดแสดงให้เห็นถึงพระมหากรุณาธิคุณของ รัชกาลที่ 5 ในการที่จะทำให้ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ทันเทียมอารยประเทศตะวันตก ในชื่อนิทรรศการ "สยามประชารำฦก" เสร็จแล้ว เข้าเยี่ยมชมร้านค้าพระบรมวงศานุวงศ์  ร้านจิตอาสา 904  ซึ่งจำหน่ายเสื้อ อุ่นไอรัก กระเป๋าจิตอาสา และสมุดบันทึกแห่งความสุข ที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานภาพวาดฝีพระหัตถ์สำหรับจัดทำ  

ต่อจากนั้น เยี่ยมชมร้านภูฟ้า ที่นำผลิตภัณฑ์ต่างๆในโครงการในพระราชดำริ ของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี มาจำหน่าย เยี่ยมร้านเพื่อนพึ่ง(ภา) มูลนิธิเพชรรัตน์-สุวัทนา และมอบรางวัลพิเศษ และรถจักรยานแก่ผู้โชคดีที่รวมสอยกัลปพฤกษ์(สอยดาว)โพธิ์ทอง จากนั้น ไปร่วมสอยกัลปพฤกษ์(สอยดาว)โพธิ์เงิน และร่วมซื้อสลากการกุศลอุ่นไอรัก กับเยี่ยมชมร้านค้ารับเชิญร้านคิงเพาเวอร์  มูลนิธิราชประชานุเคราะห์  ร้านโตโยต้า มอร์เตอร์ และร้านไทยเบฟเวอเรจ ที่นำสินค้ามาร่วมจำหน่ายโดยจะนำรายได้โดยเสด็จพระราชกุศล สมควรแก่เวลา องคมนตรีเดินทางกลับ

ในโอกาสนี้ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ห้องเครื่องอาหารไทย สำนักพระราชวัง จัดทำอาหารข้าวราดแกง และข้าวเหนียวหมูปิง  ที่ปรุงสดใหม่ มาออกร้านข้าวแกงชาววังเพื่อให้ประชาชนที่เข้าเที่ยวชมงาน ได้มีอาหารรับประทาน อย่างเพียงพอในราคา 25 บาท ด้วย

ขอเชิญชวนประชาชนแต่งกายย้อนยุค หรือชุดสุภาพ ร่วมงาน “อุ่นไอรัก คลายความหนาว”  ณ พระลานพระราชวังดุสิต และสนามเสือป่า  ตั้งแต่เวลา 10.30 – 21.00 น. วันที่ 8 กุมภาพันธ์ ถึง 11 มีนาคม ทุกวัน  โดยในวันศุกร์ และเสาร์ เปิดถึง 22.00 น. โดยไม่เสียค่าผ่านประตู

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศงาน “อุ่นไอรัก คลายความหนาว”  ซึ่งเป็นที่ 6 ของการจัดงาน ตั้งแต่โดยในวันนี้ตั้งแต่เวลา 10.00 น. เจ้าหน้าที่ได้เปิดจุดคัดกรองทั้ง 4 จุด ให้ประชาชนเดินทางเข้าชมภายในงาน โดยประชาชนส่วนใหญ่ต่างพร้อมใจสวมใส่ชุดไทยย้อนยุค ชุดผ้าไทย หรือชุดสุภาพ มาเข้าเที่ยวชมงานเป็นจำนวนมาก พร้อมให้ความสนใจนำกล้องและโทรศัพท์มือถือบันทึกภาพดอกไม้เมืองหนาวนานาชนิดที่บานสะพรั่งอวดสีสรรสวยงามบนแปลงขนาดใหญ่ และมีเรือพระที่นั่งสุพรรณหงษ์ จำลอง ที่ตกแต่งไว้อย่างสวยงาม บริเวณหน้าพระลานพระราชวังดุสิต นอกจากนี้ ยังได้ชมนิทรรศการพระราชประวัติและพระราชกรณียกิจของล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 5 และรัชกาลที่ 9 ที่ทรงคุณค่าสะท้อนให้เห็นถึงความรักความผูกพันระหว่างสถาบันพระมหากษัตริย์ที่มีต่อประชาชนและประเทศชาติ ผู้ร่วมชมงานจะได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ชาติไทย การดำเนินชีวิตของชาวไทยสมัยก่อนจนถึงปัจจุบันอันเป็นเอกลักษณ์ของความเป็นไทยและชาติไทย รวมถึงได้รับความสุข สนุกสนานรื่นเริงท่ามกลางบรรยากาศอันอบอุ่นย้อนยุค

สำหรับบรรยากาศภายในสนามเสือป่า ผู้มาเที่ยวชมงานยังได้มีส่วนร่วม โดยเสด็จพระราชกุศลในการเลือกซื้อสินค้าและอาหารไทยโบราณนานาชนิดจากร้านค้าในพระบรมวงศานุวงศ์ และร้านค้ารับเชิญจากภาครัฐและเอกชน ที่ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันมาออกร้านตลอดการจัดงาน ในแนวคิด “ใต้ร่มพระบรมโพธิสมภาร สืบสานชุมชนวิถีไทย” และร่วมกิจกรรมสอยต้นกัลปพฤกษ์ (สอยดาว) ราคา 25 บาท และซื้อสลากการกุศล 129 บาท ถ่ายภาพย้อนยุคและภาพ 3 มิติ โดยรายได้จากการจัดงานทั้งหมดไม่หักค่าใช้จ่าย จะนำไปช่วยเหลือผู้ได้รับความเดือดร้อนในทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ ซึ่งผู้มาร่วมงานนอกจากจะได้รับความสุขสนุกสนานกับบรรยากาศย้อนยุคแล้วยังได้ร่วมทำบุญกุศลอีกด้วย 

นอกจากนี้ ตั้งแต่เวลา 18.00-20.00 น. ได้มีการแสดงบนเวทีเล็ก ในค่ำคืนนี้เป็นการแสดงของเด็กและเยาวชนจากชุมชนท้องถิ่น อาทิ การแสดงนาตยบูชาศิวาบลัย จาก เทศบาลเมือง วังน้ำเย็น จ.สระแก้ว, เทศบาล ต.รางหวาย จ.กาญจนบุรี, เทศบาล ต.หงาว จ.เชียงราย, เทศบาลเมือง จ.กระบี่

ส่วนที่บริเวณ พระลานพระราชวังดุสิต ตั้งแต่เวลา 18.00-20.00 น” มีศิลปิน ดารา นักร้อง จากค่ายต่างๆมาร่วมให้ประชาชนถ่ายภาพ เพื่อนำเงินรายได้โดยเสด็จพระราชกุศลด้วย โดยจุดที่ 1 บริเวณพระที่นั่งวิมานเมฆ จำลอง มี ธนากร ศรีบรรจง (โหน) และ ฉัตรดาว สิทธิผล (ฟิล์ม) จากช่อง 7 สี , จุดที่ 2 หน้าพระบรมรูปทรงม้า โฆษวิส ปิยะสกุลแก้ว(ป๊อก) วรินทร์ลดา ปิยะวิรัทธิ์(ไหยหยา) ศิลปินจากช่อง 3, จุดที่ 3 กิจวัตร รัชกาลที่ 5 ธนภัทร กาวิละ (ฟิล์ม) พิจิกา จิตตะปุตตะ (ลูกหว้า)ศิลปิน จาก บ.แกรมมี่และ one 31, จุดที่ 4 นิทรรศการในรัชกาลที่ 9 ปภาวิน หงส์ขจร(มังกร)) และสิทธา สภานุชาติ(เอี้ยง) ศิลปินจาก บริษัทอาร์เอส และช่อง 8, จุดที่ 5 พระมหาเศวตฉัตร จำลอง ร.๙ รวมมิตร คงชาตรี(จ่อย)ไมทองคำ และผทัยมาศ สวาทโพธิ์กลา (ป๋อม)ศิลปิน จากเวิร์คพอยท์ และจุดที่ 6 สวนแนวตั้งในสนามเสือป่า วิทยา ศุภพรโอภาส  รุ่ง สุริยา และปิ๋ม ซีโฟร์ และมีศิลปินนักร้อง จากสายตรงลูกทุ่ง ไทยรัฐทีวี 

ทั้งนี้ สำนักพระราชวัง แจ้งจำนวนผู้ที่มาร่วมเที่ยวชมงาน “อุ่นไอรัก คลายความหนาว” ของวันที่ 12 ก.พ.2561 ว่ามีจำนวน 20,071 คน รวมยอดตั้งแต่วันที่ 8 ก.พ.มีจำนวน 162,927 คน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ส่วนการแสดงในค่ำคืนของวันที่ 14 ก.พ. ที่เวทีเล็ก ตั้งแต่เวลา 17.00 น. มีการแสดงพื้นบ้าน จากโครงการดำลังใจในพระดำริฯ  และเวลา 19.00 น. มีการฉายหนังกลางแปลง เรื่อง "สวรรค์มืด"(พ.ศ.2501) จากหอภาพยนต์

 
 
 
 
 
หนุ่มอิตาลี-ภรรยาไทย ทำกุ้งอบวุ้นเส้นสูตรภัตตาคารดัง ขายกันถูกๆ แต่รับเละวันละ2พัน

หนุ่มอิตาลี-ภรรยาไทย ทำกุ้งอบวุ้นเส้นสูตรภัตตาคารดัง ขายกันถูกๆ แต่รับเละวันละ2พัน

วันอังคาร ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561, 21.18 น.
 

หนุ่มอิตาลีพบรักสาวชาวไทย แต่งงานกันกว่า 5 ปี ช่วยกันทำมาหากิน ล่าสุดเปิดร้านขายกุ้งอบวุ้นเส้น  ในตลาดเจริญโรจน์ ใกล้แยกแม็คโคร ต.ท่าทอง อ.เมืองพิษณุโลก ด้วยให้กุ้งตัวใหญ่  รสชาติอร่อย หอมเครื่องเทศ และราคาไม่แพงเพียง 60 บาทเท่านั้น อบอวนด้วยความรักต้อนรับวาเลนไทน์ 

วันที่ 13 กุมภาพันธ์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ตลาดเจริญโรจน์ ตลาดใหม่ใกล้สามแยกแม็คโคร ต.ท่าทอง อ.เมืองพิษณุโลก มี น.ส.นภัสสร  คงรังสรรค์ อายุ 41 ปี อยู่บ้านเลขที่ 460/35 หมู่ 8 ต.สมอแข อ.เมือง จ.พิษณุโลก และ นายวอลเตอร์ บูลเอ็ดโต้ อายุ 39 ปี สามีซึ่งเป็นกุ๊กร้านอาหารชาวอิตาลี ซึ่งทั้งคู่ได้พบเจอกันที่ประเทศอิตาลี แล้วรักกันจนตัดสินใจใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน  แต่ด้วยช่วงนี้ตั้งครรภ์จึงเดินทางมาอยู่ประเทศไทย  ระหว่างรอคลอดลูกก็ได้ทำงานเปิดร้านขายกุ้งอบวุ้นเส้น ขายในราคาหม้อละ 60 บาท ปรากฏว่าลูกค้าให้การตอบรับดี เดินทางไปซื้อกันจำนวนมาก

น.ส.นภัสสร  คงรังสรรค์ ภรรยาหนุ่มอิตาลีแม่ค้าขายกุ้งอบวุ้นเส้นกล่าวว่า   เปิดขายกุ้งอบวุ้นเส้นมาเมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2561 หลังจากตลาดเจริญโรจน์เปิดพื้นที่ให้ขายฟรี เลยทดลองมาขายเพื่อหารายได้จุนเจือครอบครัว และเป็นการใช้เวลาว่างช่วงตั้งแต่ เวลา 15.00-19.00 น.ให้เกิดประโยชน์ สนุกสนาน อบอุ่นเป็นเวลาครอบครัวที่สามารถทำเงินได้  สำหรับจุดเด่นของกุ้งอบวุ้นเส้นของตน เป็นสูตรของคุณแม่ ที่ได้จากกุ๊กในภัตตาคารดัง นำมาปรับให้รสชาติให้กลมกล่อม มากขึ้น  ใช้กุ้งสดตัวใหญ่ 3-4 ตัว วุ้นเส้นคุณภาพดีแบบเหนียวนุ่ม  น้ำซุป ปรุงรสพิเศษ มีเครื่องเทศเป็นสูตรเฉพาะทำให้มีกลิ่นหอม  ที่สำคัญไม่มีส่วนผสมของหมู ทำให้ผู้ที่นับถือศาสนาที่ห้ามทานสามารถรับประทานได้ เพิ่มด้วยขิงแก่หั่นแว่น  และใบขึ้นฉ่าย ทำให้อร่อยมากขึ้น ทำให้ขายดีขนาดเริ่มขายในตลาดเปิดใหม่ยังสามารถขายได้เฉลี่ยวันละ 1,500-2,000 บาทเลยทีเดียว

อย่างไรก็ตาม ในอนาคตด้วยสามีชาวอิตาลี  ในสมัยที่อยู่อยู่ประเทสอิตาลีทำงานเป็นกุ๊กพิซซ่า อาจนำความรู้และฝีมือที่มีทำพิซซ่า รสชาติเจ้าตำรับแท้ๆ เพื่อให้คนพิษณุโลกได้ซื้อรับประทานเพิ่มขึ้นอีกเมนู   นอกจากนี้ยังรับไปเปิดขายตามงานเทศกาลต่างๆ โดยล่าสุดรับไปขายที่ห้างเซ็นทรัล โดยจะขายกุ้งอบวุ้นเส้นเหมือนเดิม  แต่จะเพิ่มเติม เป็นปูอบวุ้นเส้น  เพิ่มเห็ดหอม เต้าหู้ไข่  เพิ่มปริมาณเนื้อมากขึ้น แต่ราคาขายเพิ่มขึ้นเป็น 100 บาท/กล่อง   พร้อมทั้งรับทำกุ้งอบวุ้นเส้นเดลิเวอรี่  5-10 กล่องในเขตเมือง พร้อมส่ง สามารถโทรสั่งได้ที่หมายเลขโทรศัพท์  093-3322829

 
 
'สตูล'ส่งโดรนเก็บหลักฐาน บุกยึดบ่อกุ้งรุกป่าชายเลน16ไร่ (ชมคลิป)

'สตูล'ส่งโดรนเก็บหลักฐาน บุกยึดบ่อกุ้งรุกป่าชายเลน16ไร่ (ชมคลิป)

วันอังคาร ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561, 21.57 น.
 

ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ ร.อ.ปิยะเชษฐ์  หนูฉ้ง ผช.หน.บก.ควบคุบ สขว.กอ.รมน.ที่ 4 พร้อม นายจรงค์ คงระวะ หัวหน้าชุดปฏิบัติการทวงคืนผืนป่าชายเลน จ.สตูล พร้อม เจ้าหน้าที่สถานีพัฒนาทรัพยากรป่าชายเลนที่ 36 (ละงู สตูล) ร่วมกับ เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษป้องกันและปราบปรามการบุกรุกทำลายทรัพยากรป่าชายฝั่งและป่าชายเลน ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นำกำลังออกปฏิบัติการทวงคืนพื้นที่ป่าชายเลนที่ถูกนายทุนบุกรุกป่าชายเลนในท้องที่หมู่ที่ 2 บ้านกาแบง ต.แหลมสน อ.ละงู จ.สตูล เป็นบริเวณกว้างกว่า 16 ไร่ เพื่อทำบ่อเลี้ยงกุ้งจำนวน  4 บ่อ

ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้ปล่อยโดรนขึ้นบินเพื่อเก็บหลักฐานจนมั่นใจ จึงเดินเท้าบุกเข้าไปตรวจยึดก็พบว่า ภายในมีการบุกรุกพื้นที่ทำเป็นบ่อเลี้ยงกุ้งจำนวน 4 บ่อ แต่ลักษณะคล้ายกับได้หยุดดำเนินการไปแล้ว และไม่พบผู้ดูแลในบริเวณดังกล่าว จึงได้มอบให้ นายจรงค์  คงระวะ ทำหน้าที่หัวหน้าสถานีพัฒนาทรัพยากรป่าชายเลนที่ 36 (ละงู สตูล) ดำเนินการแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษต่อไป

 
ปปง.ลุยอายัดทรัพย์อดีตผู้ว่าฯอุบล คดีงาบสารเคมีภัณฑ์กว่า400ล้าน

ปปง.ลุยอายัดทรัพย์อดีตผู้ว่าฯอุบล คดีงาบสารเคมีภัณฑ์กว่า400ล้าน

วันอังคาร ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561, 21.30 น.
 

13 ก.พ.61 พล.ต.ต.รมย์สิทธิ์ วีริยาสรร รองเลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ปปง.) รักษาราชการแทนเลขาธิการ ปปง.เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการธุรกรรม ครั้งที่ 3/2561 มีมติให้ยึดและอายัดทรัพย์สินนายสุรพล สายพันธ์ อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี กับพวก คดีถูกร้องเรียนการทุจริตในการจัดซื้อสารเคมีผลิตภัณฑ์กำจัดศัตรูพืชเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีโรคระบาดด้านพืช

คดีนี้สำนักงาน ปปง. ได้รับรายงานจากคณะกรรมธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร และสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน รายงานเรื่องร้องเรียนการทุจริตในการจัดซื้อสารเคมีผลิตภัณฑ์ กำจัดศัตรูพืชเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ กรณีโรคระบาดด้านพืชของอำเภอต่างๆ ในจังหวัดอุบลราชธานี 

โดยผลการตรวจสอบสอดคล้องต้องกันว่านายสุรพลกับพวก เข้าข่ายเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต และกระทำการด้วยความจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง ตามพ.ร.บ.ว่าด้วยความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่พ.ศ.2539 เป็นความผิดตามพ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 และการยักยอก ฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญา อันมีลักษณะเป็นปกติธุระ ตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 มาตรา 3(5) และ (18)

พล.ต.ต.รมย์สิทธิ์ กล่าวต่อว่า คดีนี้คณะกรรมการธุรกรรมได้มีมติให้เลขาธิการ ปปง. ส่งเรื่องให้พนักงานอัยการ เพื่อยื่นคำร้องต่อศาลให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดินแล้ว จำนวน 327 รายการ มูลค่ากว่า 422,136,965 บาท ปัจจุบันคดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล และในการประชุมคณะกรรมการธุรกรรม ครั้งที่ 3/2561 เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2561 ได้มีมติให้ส่งเรื่องให้พนักงานอัยการเพิ่มเติมอีก 1 รายการ ประมาณ 850,000 บาท รวมทรัพย์สินที่ได้ส่งให้พนักงานอัยการเพื่อยื่นคำร้องต่อศาล ให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดินไปแล้วทั้งสิ้นจำนวน328 รายการ มูลค่ากว่า 422,986,965 บาท

บิ๊กป้อมเจ็บ! ไม่ตอบให้อภัย'หมอธีร์'ปมนาฬิกาหรูหรือไม่

บิ๊กป้อมเจ็บ! ไม่ตอบให้อภัย'หมอธีร์'ปมนาฬิกาหรูหรือไม่

วันอังคาร ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561, 21.11 น.
 

"หมอธี"เข้าทำเนียบขอโทษ"บิ๊กตู่-บิ๊กป้อม"ผิดมารยาทวิจารณ์นาฬิกาหรู แต่ยืนยันพูดจริงเป็นความเห็นส่วนตัวถูกแอบอัดเสียงไว้โดยไม่รู้ตัว ยืนยันยังไม่ลาออก ขณะที่นายกฯลั่นเคลียร์จบแล้วภายใน 5 นาที 15 วินาที ไม่มีรอยร้าวทำผิดขอโทษก็จบ ด้าน "ประวิตร" อ้างเจ็บคอไม่ยอมตอบให้อภัย รมต.ศึกษาฯหรือไม่

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 13 กุมภาพันธ์ ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) เป็นประธานการประชุม คสช. และประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) โดยก่อนการประชุมเมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าได้มีการพูดคุยกับ นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ถึงข่าวที่เกิดขึ้นว่ามีข้อเท็จจริงอย่างไร พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวตอบเพียงสั้นๆว่า "เดี๋ยวให้เขาชี้แจงเอง"

บิ๊กตู่ตีสีหน้าเรียบเฉยปมครม.ร้าวลึก

เมื่อถามว่าจะเป็นรอยร้าวในครม.หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ มีสีหน้าเรียบเฉย และไม่ตอบคำถามดังกล่าว ก่อนที่จะเดินขึ้นห้องประชุมตึกบัญชาการไปทันที

ทั้งนี้ นพ.ธีระเกียรติ พิพากษ์วิจารณ์ถึงนาฬิกาของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมว่าหากเป็นตนเองคงลาออกไปตั้งแต่นาฬิกาเรือนแรกแล้ว ในระหว่างการพบปะกับนักเรียนไทยและนักธุรกิจไทยในงานเลี้ยงรับรองที่สถานเอกอัครราชทูตไทยในกรุงลอนดอน เมื่อวันที่ 9 ก.พ.ที่ผ่านมา

"บิ๊กป้อม"รูดซิปปากแค่ส่งยิ้มให้นักข่าว

เวลา 08.00 น. พล.อ.ประวิตรวงษ์ สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเดินทางเข้าร่วมประชุม คสช. และประชุม ครม.แต่ปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ใดๆกับผู้สื่อข่าวเมื่อถูกถามถึงกรณีที่ นพ.ธีระเกียรติ อออกมาวิพากษ์วิจารณ์ปมนาฬิกาหรู โดย พล.อ.ประวิตร เพียงหันมายิ้มให้กับผู้สื่อข่าวก่อนที่จะเดินขึ้นห้องประชุมตึกบัญชาการไปทันที

หมอธีร์แจ้งลาไม่ร่วมประชุมครม.

ทางด้านความเคลื่อนไหวของ นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการนั้น เมื่อเวลาประมาณ 9.00 น.  ได้เดินทางเข้ามาที่ ศธ.โดยไม่ได้เข้าร่วมครม. ให้เหตุผลว่าลากิจ และปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนกรณีวิจารณ์นาฬิกาหรูของพล.อ.ประวิตร และเดินขึ้นห้องทำงานภายในอาคารราชวัลลภทันที และเก็บตัวเงียบ

เวลา 10.00 น. นพ.ธีระเกียรติ ออกจากกระทรวงศึกษาธิการ โดยผู้ใกล้ชิดเปิดเผยว่า จะไปพบนายกฯ ที่ทำเนียบรัฐบาลเป็นการส่วนตัว โดยวันนี้ได้ขอลางานทั้งวัน

สะพัด!หมอธีร์พร้อมยื่นใบลาออก

จากนั้น นพ.ธีระเกียรติ มายังตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล เพื่อเข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.ด้วยสีหน้าเรียบเฉย และไม่ได้สัมภาษณ์ใดๆ ต่อสื่อมวลชน คาดว่า นายกฯ เรียกเข้าพบชี้แจงถึงกรณีดังกล่าว   ท่ามกลางกระแสข่าวสะพัดว่านพ.ธีระเกียรติพร้อมลาออกจากตำแหน่ง ขณะที่รัฐมนตรีคนอื่นๆ ต่างปิดปากเงียบไม่วิพากษ์วิจารณ์เรื่องดังกล่าว

เดินทางเข้าพบ"บิ๊กตู่-บิ๊กป้อม"

เวลา  12.14 น. นายธีระเกียติ ได้เดินทางมายังตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล เพื่อรอเข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช. กับพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ที่กำลังประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)

ไม่ได้ให้สัมภาษณ์ไม่รู้ว่าถูกอัดเสียง

กระทั่งเวลา 14.10 น. นพ.ธีระเกียรติ เปิดแถลงข่าวที่ห้องโถงด้านล่างตึกบัญชาการว่า วันนี้ มาพบนายกฯ และพล.อ.ประวิตร ตามที่เป็นข่าว สิ่งที่เกิดขึ้นคือตนไปบรรยายให้กับนักศึกษาไทยในกรุงลอนดอน ภาพที่เห็นในคลิปเป็นภาพนั่ง แต่เสียงเป็นคนละช่วงในการนั่งคุยกับผู้สื่อข่าวบีบีซี เมื่อสัมภาษณ์เสร็จก็มาดักคุยกับตนเรื่องนาฬิกา โดยไม่ทราบว่าอัดเทปเอาไว้ด้วย และถือว่าไม่ได้ให้สัมภาษณ์อย่างเป็นทางการ

รับผิดมารยาทแต่ยังไม่ลาออก

"ผมยอมรับว่าเป็นการทำผิดมารยาทในการกล่าวถึงเพื่อนร่วม ครม.อย่างท่านรองนายกฯ พร้อมกับได้กล่าวขอโทษ ขอยืนยันว่า ผมยังให้ความมั่นใจกับ พล.อ.ประยุทธ์ ร้อยเปอร์เซ็นต์ ผมมาทำงานที่นี้เพราะเชื่อมั่นในตัวนายกฯ และเห็นความตั้งใจของนายกฯ ก็ยังทำงานให้กับนายกฯ จนกว่าจะเห็นว่าไม่เหมาะ ขอยืนหยัดทำงานต่อไปและมั่นใจตัวนายกฯคนนี้อยู่" นพ.ธีระเกียรติ กล่าว

ขอโทษประวิตร-แค่พยักหน้า

เมื่อถามว่า พล.อ.ประวิตร ว่าอย่างไรบ้างหลังพูดคุย นพ.ธีระเกียรติ กล่าวว่า พล.อ.ประวิตรพยักหน้ารับ ตนก็ขอโทษท่าน เรียกว่า ตนเสียมารยาท เมื่อถามว่า เป็นการตัดต่อใช่หรือไม่ รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า ไม่ได้ตัดตอนเพียงแต่ภาพกับเสียงเป็นคนละส่วน ภาพเหมือนกับตนให้สัมภาษณ์ ซึ่งไม่ใช่เลย เมื่อถามว่า แต่พูดจริงใช่หรือไม่ นพ.ธีระเกียรติ ตอบว่า ยอมรับว่าพูดแบบนั้นจริง และจากที่ตนเห็นจากคอมเมนต์ต่างๆ ถือว่ าตนมีส่วนทำให้เกิดเรื่องขึ้นมา

ยันพูดจริงเป็นความเห็นส่วนตัว

ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า ยืนยันว่า สิ่งที่พูดเป็นความเห็นส่วนตัวใช่หรือไม่ นพ.ธีระเกียรติ กล่าวว่า ถามแบบนี้เพื่ออะไร คนเราก็มีความคิดเห็นส่วนตัว ท่านถามเพื่อให้เกิดความขัดแย้งหรืออย่างไร  

เมื่อถามว่า นายกฯ ให้คำแนะนำอย่างไรบ้าง รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า นายกฯก็น่ารัก ถามตนว่าเกิดอะไรขึ้น ซึ่งตนก็พูดให้ท่านฟัง และบอกว่า ยังมั่นใจกับท่านอยู่ ซึ่งท่านให้ความมั่นใจที่ได้ร่วมงานกันมาถือเป็น ครม.เดียวกัน ดังนั้น ควรมีความไว้วางใจซึ่งกันและกัน ซึ่งตนก็ได้ขอโทษท่านที่ทำให้ไม่สบายใจ

ถูกแอบอัดเทปแต่ไม่ติดใจเอาความ

เมื่อถามว่า การมาแถลงเป็นความคิดตัวเองหรือได้รับแรงกดดัน นพ.ธีระเกียรติ ตอบว่า เป็นความคิดของตัวเอง ตนเพิ่งกลับจากอังกฤษเช้ามาก็เหนื่อยเห็นข่าวออกมาเยอะแยะ จึงคิดมาขอพบนายกฯแต่ไม่ได้ร่วมประชุม ครม. ด้วย

เมื่อถามต่อว่า จะมีการดำเนินการทางกฎหมายกับผู้ที่ปล่อยคลิปเสียงหรือไม่ รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า ไม่รู้จะดำเนินการทำไม เพราะไม่ได้เป็นการให้สัมภาษณ์อย่างจริงจัง ตนถือว่า เป็นการแอบอัดเทป เป็นการพูดคุยแสดงความคิดเห็น การดำเนินการคงไม่ได้ประโยชน์สูงสุดอะไร

เผยบิ๊กป้อมไม่พูดอะไรได้แต่ยิ้ม

ผู้สื่อข่าวถามว่า อนาคตคิดว่าจะทำงานกับพล.อ.ประวิตร ราบรื่นหรือไม่ นพ.ธีระเกียรติ กล่าวว่า ตนไม่ได้มีอะไรกับท่านเลยจนมาถึงวันนี้ ลองไปถามท่านได้ไม่มีอะไรแน่นอน เมื่อถามว่า มีการมองว่า หลังจากนี้ ตัวท่านกับรองนายกฯจะมองหน้ากันไม่ติด นพ.ธีระเกียรติ กล่าวพร้อมหัวเราะว่า"เมื่อกี้ก็มองหน้ากันอยู่เลย" เมื่อถามว่า พูดคุยกันแล้วสบายใจหรือไม่ รมว.ศึกษาธิการตอบว่า สบายใจขึ้น และพล.อ.ประวิตร ก็ไม่ได้พูดอะไร เพียงแต่ยิ้มเท่านั้น

ได้รับบทเรียนเสียมรรยาท

เมื่อถามว่าคิดหรือไม่ว่าสิ่งที่พูดจะกระทบรัฐบาลมากแค่ไหน นพ.ธีระเกียรติ กล่าวว่า ถ้าตอนให้สัมภาษณ์เป็นทางการตนก็ต้องคิดจะไม่พูดอย่างนี้แน่นอน เมื่อถามว่า คิดว่าได้บทเรียนอะไรจากเรื่องนี้ นพ.ธีระเกียรติ ตอบว่า ตนได้บทเรียนว่าแม้ว่าจะเป็นความคิดเห็นส่วนตัวก็ตาม ตนก็เป็นหนึ่งในครม.อยู่ เพราะฉะนั้น ก็ถือว่าตนเสียมารยาท

ยังเชื่อมั่นในตัวนายกฯ100%

เมื่อถามว่า สื่อโซเชียลออกมาแสดงความคิดเห็นว่าท่านเจ๋งมาก นพ.ธีระเกียรติ กล่าวว่าโลกโซเชียลมีทั้งสองทาง ตนก็ฟังทั้งสองทาง มองประเด็นทั้งหมด มองว่า เพื่อไม่ให้คนไม่เชื่อมั่นตัวนายกฯหรือเปล่าว่าจะจัดการอย่างไร แต่ตนยืนยันว่าเชื่อมั่นนายกฯร้อยเปอร์เซ็นต์ และนี้คือเหตุผลที่ตนมาทำงานและเป็นเหตุผลที่ตนยังอยู่กับนายกฯต่อไป

ยอมรับลาออกเป็นทางเลือกหนึ่ง

เมื่อถามว่าก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวเตรียมตัวลาออก นพ.ธีระเกียรติ  ตอบว่า เข้าใจพอมีเรื่องเกิดขึ้นการลาออกเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง แต่ขณะเดียวกันทางเลือกก็มีหลายทางซึ่งเราต้องเลือกทางที่ดีที่สุด ที่จะทำให้เกิดความมั่นคงกับรัฐบาลชุดนี้ไม่ใช่เอาแต่สะใจ พอเกิดอะไรขึ้นก็เอะอะยื่นใบลาออก

เมื่อถามว่าแล้วได้มีการยื่นใบลาออกหรือไม่ รมว.ศึกษาธิการกล่าวว่า ไม่ได้ยื่นเลย เราต้องคุยกับนายกฯก่อน ไม่ใช่อยู่ๆจะไปยื่นนู้นยื่นนี้

เมื่อถามว่าที่ออกมาพูดแซะพล.อ.ประวิตร ไม่มีใครหนุนหลังใช่หรือ ไม่มีหรอก ตนพูดเอง ไม่มีใครอยู่ข้างหลัง เพราะตนเป็นคนตรงไปตรงมา

"บิ๊กป้อม"อ้างเจ็บคอไม่ตอบให้อภัยหรือไม่

เวลา 14.15 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์และตอบคำถาม หลังผู้สื่อข่าวพยายามถามถึงกรณีนายธีรเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์รมว.ศึกษาธิการ ออกมาแถลงขอโทษที่กล่าววิจารณ์ปมนาฬิกาหรูที่ประเทศอังกฤษ จะมีการให้อภัยหรือไม่ โดยกล่าวอ้างเพียงว่า"เจ็บคอพูดไม่ได้"และมีสีหน้าที่เรียบเฉย ก่อนรีบเดินขึ้นรถออกจากทำเนียบฯไปทันที

"บิ๊กตู่"ยืนยันไม่มีรอยร้าวในครม.

ทางด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า(คสช.) กล่าวภายหลัง นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ เข้าพบว่า  เท่าที่รับฟังจากนพ.ธีระเกียรติ ทราบว่าไม่ใช่เป็นการวิพากษ์วิจารณ์ แต่เป็นการพูดคุย ซึ่ง นพ.ธีระเกียรติ ก็ได้ชี้แจงไปแล้ว ซึ่งไม่ได้มีปัญหาอะไรกับตน

ผู้สื่อข่าวถามว่า เรื่องที่เกิดขึ้นจะเป็นรอยร้าวกระทบการทำงานในครม.หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวยืนยันว่า ครม.ไม่มีร้าว ทุกคนรักใคร่กันดี เข้าใจกัน มีอะไรก็พูดจาให้กำลังใจซึ่งกันและกัน ทำอะไรผิดก็ขอโทษซึ่งกันและกันมันก็จบ เราต้องระงับความขัดแย้งให้ได้บ้าง

เคลียร์กันจบภายใน5นาที15วิฯ

เมื่อถามถึงบรรยากาศการพูดคุยเป็นอย่างไร คุยกันนานหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า "ก็พูดไปแล้ว ไม่มีอะไร ทำไมต้องคุยนาน คุยไม่นาน  5 นาที 15 วินาที ปัดโธ่" เมื่อถามว่าจะกลายเป็นโดมิโนต่อไปหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า "ระวังเธอนั่นแหล่ะจะโดมิโน ไอ้คนที่ถามเมื่อกี้ ไอ้คนที่ชอบคุ้ยข่าว" 

 
13ก.พ.'วันรักนกเงือก' ชาวบ้านสร้างโพรงรังเทียม..ร่วมอนุรักษ์หวั่นสูญพันธ์

13ก.พ.'วันรักนกเงือก' ชาวบ้านสร้างโพรงรังเทียม..ร่วมอนุรักษ์หวั่นสูญพันธ์

วันอังคาร ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561, 20.20 น.
 

กลุ่มชาวบ้านเรารักษ์ เกาะยาว ได้ร่วมกับนักวิจัยโครงการศึกษานิเวศวิทยาของนกเงือก คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล นำร่องสร้างโพรงรังเทียมให้นกเงือกเป็นที่อยู่อาศัยปัจจุบันพบว่านกเงือกบนเกาะยาวเริ่มลดลงพร้อมให้หลายฝ่ายร่วมอนุรักษ์หวั่นสูญพันธ์

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากเพจเฟซบุ๊ก 'เรารักษ์ เกาะยาว' ได้แชร์ข้อความและภาพของการติดตั้งโพรงเทียมสำหรับนกเงือกบนเกาะยาวน้อย อ.เกาะยาวจ.พังงา โดยการจัดทำโครงการโพรงรังเทียม ให้กับนกเงือกที่อาศัยอยู่บนพื้นที่เกาะยาว โดยทางกลุ่มชาวบ้านเกาะยาวและนักวิจัยโครงการศึกษานิเวศวิทยาของนกเงือก คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้นำไม้ขนาด 2x4 นิ้ว สำหรับสร้างโพรงรังเทียมเป็นกล่องไม้ขนาดประมาณ 50 x 50 x100 ซม. ลักษณะเป็นตู้ทึบปิดมิดชิด และจะมีช่องทางเข้าโพรงโดยใช้ไม้หนาประมาณ 2 นิ้ว และนำดินไปใส่ไว้ในโพรงรังประมาณ 10 - 15 กก. ซึ่งจะเสมอปากโพรงรังพอดี และมีคอนหน้าทางเข้าโพรงสำหรับพ่อนก ใช้เกาะป้อนอาหารให้แม่นกและลูกนก ก่อนทางชาวบ้านและเจ้าหน้าที่นักวิจัยโครงการศึกษานิเวศวิทยาของนกเงือก คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล นำโพรงที่สร้างเสร็จไปติดตั้งบนต้นไม้ตามจุดต่างๆในพื้นที่เกาะยาว หลังจากการติดตั้งโพรงนกเงือกเสร็จภายใน 7 วัน พบว่านกเงือกตัวเมียจะเข้าไปอาศัยและปิดปากโพรงก็จะเห็นนกเงือกตัวผู้ เอาอาหารมาป้อนให้กับตัวเมีย

ทางกลุ่มเรารัก เกาะยาว ระบุว่า ปัจจุบันพบว่าในพื้นที่เกาะยาว จ.พังงา เริ่มเป็นเมืองทางการท่องเที่ยวที่เจริญและมีการก่อสร้างโรงแรมจนทำให้ต้นไม้ที่เป็นโพรงแหล่งอาศัยของนกเงือกจำนวนมากเริ่มหายไป ซึ่งทางกลุ่มชาวบ้านและทางนักวิจัยโครงการศึกษานิเวศวิทยาของนกเงือก คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ร่วมศึกษาอนุรักษ์ พร้อมติดตามความเป็นอยู่ของนกเงือกบนเกาะยาว พร้อมสร้างโพรงรังเทียมให้กับนกเงือก พบว่าหลังจากสร้างได้มีนกเงือกเข้ามาอยู่อาศัย และทุกฝ่ายได้ร่วมกันช่วยกันอนุรักษ์นกเงือกในพื้นที่เกาะยาวให้อยู่คู่เกาะยาวตลอดไป

สำหรับวันที่ 13 กุมภาพันธ์ของทุกปี เป็น "วันรักนกเงือก" ซึ่งนกเงือก เป็นนกขนาดใหญ่ ส่วนมากมักจะมีขนสีดำสลับขาว ทั่วโลกมี 55 ชนิด มีการแพร่กระจายอยู่ในแถบเขตร้อน ของทวีปอัฟริกา และเอเชีย นกเงือกเป็นนกผัวเดียวเมียเดียว มีลักษณะการทำรังที่แปลกจากนกอื่น คือ เมื่อถึงฤดูกาลทำรัง นกคู่ผัวเมียจะพากันหารัง ซึ่งได้แก่ โพรงไม้ตามต้นไม้ใหญ่ เช่น ต้นยาง ที่อยู่ในที่ลับตา เมื่อตัวเมียเข้าไปอยู่ในโพรง จะทำความสะอาดแล้วเริ่มปิดปากโพรง ด้วยวัสดุต่าง ๆ เช่น ดิน เปลือกไม้ ตัวเมียจะขังตัวอยู่ภายในเพื่อออกไข่เลี้ยงลูก ปัจจุบันนกเงือกในประเทศไทยมีทั้งหมด 13 สายพันธุ์ จากทั้งหมด 50 กว่าสายพันธุ์ที่มีอยู่ทั่วโลก ส่วนใหญ่กระจายตัวอยู่ในผืนป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์อย่างมาก โดยเฉพาะผืนป่าตะวันตก อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่และอุทยานแห่งชาติบูโด-สุไหงปาดี ซึ่งรวมแล้วมีนกเงือกประมาณ 3,000–5,000 ตัว

 

 
 
 
.............................................................
 
13 กุมภาพันธ์ 2561
 
สุดยอดฝีมือเด็กไทย! แกะสลักรองเท้าหารายได้เลี้ยงน้อง-ดูแลแม่ป่วย (ชมคลิป)

สุดยอดฝีมือเด็กไทย! แกะสลักรองเท้าหารายได้เลี้ยงน้อง-ดูแลแม่ป่วย (ชมคลิป)

วันอังคาร ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561, 16.21 น.
 

ต้องบอกว่าเป็นสุดยอดฝีมือเด็กไทยอย่างแท้จริง เมื่อเฟซบุ๊ก ณัฐกมล พลเพชร ได้แชร์คลิปภาพรองเท้าแตะแกะลายด้วยฝีมือ 'น้องกอล์ฟ' วัย 14 ปี ที่แกะสลักรองเท้าเป็นลายต่างๆนาๆ ที่มีทั้งลายการ์ตูนดัง ลายเส้นดอกไม้สวยๆและสัญลักษณ์ทีมฟุตบอล

คุณณัฐกมล พลเพชร เจ้าของเฟซบุ๊กและเป็นคุณแม่ของหนูน้อยทั้ง 5 คน เผยว่า ลูกของเธอมี 3 คน ก็คือ น้องที่พูดเชิญชวนให้อุดหนุนรองเท้า พี่ชายที่กำลังแกะสลักรองเท้า และน้องคนเล็ก 3 ขวบ ส่วนเด็กอีก 2 คน เป็นลูกของน้องชายสามีที่มาอาศัยอยู่ด้วยเพราะพ่อแม่แยกทางกัน

น้องกอล์ฟใช้เวลาหลังเลิกเรียน ทำการบ้าน และภารกิจหาอาหารให้น้องๆทานในช่วงมื้อเย็น ก็มานั่งโต๊ะหินอ่อนหน้าบ้านลงมือแกะสลักตามลวดลายที่ลูกค้าสั่งเข้ามา รองเท้า 1 คู่ น้องกอล์ฟใช้เวลา 2-3 วัน หากท่านใดสนใจฝีมือสวยๆของเด็กไทยที่มีความกตัญญูคนนี้ สามารถเข้าไปเยี่ยมชมหรือสั่งซื้อได้ที่ เฟซบุ๊ก  ณัฐกมล พลเพชร

 
ณัฐกมล พลเพชร

รองเท้าแกะลายด้วยมือ by น้องกอล์ฟ

 
 
ในภาพอาจจะมี 1 คน, รองเท้า
 
ในภาพอาจจะมี รองเท้า
 
ในภาพอาจจะมี รองเท้า
 
ในภาพอาจจะมี สถานที่ในร่ม
 
.........................................................
 
13 กุมภาพันธ์ 2561
 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
นายยั้งคิด วันที่ : 14/02/2018 เวลา : 09.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

ตอบ ความคิดเห็นที่ 1นายยั้งคิด ถูกใจสิ่งนี้ ถูกใจความคิดเห็นนี้ (1)
like เรียบร้อยแล้ว

vinitvadee
.....................................
มีบริการ delivery หรือเปล่าเนี่ย ... หรือแพ็คส่งทางไปรษณีย์ก็เก๋ไปอีกแบบเหมือนกัน

ความคิดเห็นที่ 1 นายยั้งคิด ถูกใจสิ่งนี้ (1)
vinitvadee วันที่ : 14/02/2018 เวลา : 07.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/natcha2

บาดเอยบาดใจ บาดลงไปจนในคอ


กิน กุ้งอบวุ้นเส้นสูตรภัตตาคารดัง ดีกว่า
มาโซ้ยด้วยกันค่ะคุณลุง

ขอบพระคุณนะคะ _/\_

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน