*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 2700
  • จำนวนผู้ชม : 2005205
  • จำนวนผู้โหวต : 424
  • ส่ง msg :
  • โหวต 424 คน
<< กุมภาพันธ์ 2018 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28      

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพุธ ที่ 14 กุมภาพันธ์ 2561
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 474 , 12:27:47 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน sorkanchana โหวตเรื่องนี้

สวัสดีครับ

         ข่าว 'หมอธี' รมว.ศธ.ที่ควรจะเป็นผู้มีคุณธรรมสูง ในฐานะรับผิดชอบการศึกษาของชาติ แต่เมื่อเกิดปัญหาสร้างความ

กระทบกระเทือนค.ร.ม.ที่ตนร่วมอยู่ด้วยอย่างแรง จึงไม่ควรทำแค่ขออภัยเท่านั้น ซึ่งอันที่จริงแล้วสมควรแสดงสปิริตมากกว่า

ที่ทำไปแล้วมากกว่า.

 

ไทยโพสต์

 

'หมอธี...บนทางคิดจริยธรรม'


    
 

เหมือนคนท้องอืด-ท้องเฟ้อ...........

ถ้า "ไม่เรอ-ไม่ตด" ระบายแก๊สออกจากท้องเสียบ้าง

อึดอัดตายโหง!

"รัฐบาล คสช." ก็ทำนองนั้น

เรื่อง "นาฬิกาบิ๊กป้อม" ทำ ครม. "ท้องอืด" มาเป็นเดือน

"คุณหมอธีระเกียรติ" ขับลมในท้อง-ในลำไส้ ให้ระบายออกมาปู๊ดเดียว

เหม็นนิด แต่เหมือนเยี่ยวอูฐ........

ทำให้ ครม.โดยเฉพาะ "นายกฯ ประยุทธ์" กับ "รองนายกฯ ประวิตร" ท้องโล่ง-โปร่งสมอง

หายอึดอัด-ขัดข้อง (ใจ) สบาย..สบาย!

ก็ต้องขอบคุณ "นพ.ธีระเกียรติ" อย่างน้อยก็ทำให้คนทั้งชาติ-ทั้ง ครม.ได้รู้ว่า "ครม.ด้วยกัน...คิดอย่างไร" ในเรื่องนี้

ยังไงก็ดีกว่า แต่ละคน "ซ่อนความรู้สึก" แท้จริงทาง "สำนึกมนุษย์"

แล้ว "สวมหน้ากาก" หลอกบริหารบ้านเมือง

เมื่อวาน (๑๓ ก.พ.๖๑) พูดกันมาก.........

"ทำไมหมอธีต้องขอโทษพลเอกประวิตร ในเมื่อที่พูด 'ไม่ผิด'?"

ผมก็ดูหมอธี หรือ "นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์" รมว.กระทรวงศึกษาธิการ แถลงทางโทรทัศน์เมื่อวานเหมือนกัน

ท่านไม่ได้บอกว่า ที่พูดนั้นผิด

ท่านเพียงบอก.....

ท่าน "ผิดมรรยาท" ที่ไปวิพากษ์วิจารณ์เพื่อนร่วม ครม.และขอโทษพลเอกประวิตร

เอาเต็มๆ ตามเนื้อหาข่าวแล้วกัน จะได้เคลียร์คัตชัดเจนจากเสียงหมอธีเอง ประมาณนี้

"วันนี้ ได้พบนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และรองนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ

ได้อธิบายว่า......

ส่วนตัวได้ไปบรรยายให้กับนักศึกษาที่อังกฤษ คลิปเสียงเป็นคนละตอนกับที่นั่งคุยกับนักข่าว โดยไม่ทราบว่าอัดเทปไว้ ซึ่งถือว่า 'ไม่ได้สัมภาษณ์เป็นทางการ'

และสิ่งที่พูดไป เป็นสิ่งที่เสียมารยาทกับ พล.อ.ประวิตร จึงได้ขอโทษเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

โดยทาง พล.อ.ประวิตรก็พยักหน้ารับ

เสียงนั้นไม่ได้เป็นเสียงที่ตัดต่อ แต่เป็นเสียงคนละที่ เพราะเป็นการยืนคุยกันหลังบรรยาย ไม่ทราบว่าอัดเทป

ในอนาคตยังสามารถทำงานกับ พล.อ.ประวิตรได้ เพราะส่วนตัวไม่ได้มีอะไร

และส่วนตัวยังเชื่อมั่นนายกฯ ซึ่งจะทำงานให้นายกฯ ต่อ ไม่ได้ยื่นใบลาออก เพราะยังมีทางออกที่ดีที่สุดเพื่อความมั่นคงของรัฐบาล"

นี่...สาระประมาณนี้

แต่ดูเหมือน "ไม่สะใจ" พวกซาดิสม์นิยม ซึ่งพวกนี้ไม่ชอบสาระ เน้นขยะอารมณ์ หวังทางแตกหัก

"ความฉิบหายคนอื่น คือความสุขของเรา"!

ฉะนั้น พวกซาดิสม์จะคันไปทั้งตัว ตั้งแต่ข่าวว่อนออนไลน์บ่ายวันจันทร์แล้ว

กะว่า...พรุ่งนี้ ระเบิดลง ไฟไหม้วอดวายทั้ง ครม.แน่!

นายกฯ ประยุทธ์ ต้องเต้นเป็นสิงโตตรุษจีนแน่

หมอธี ต้องลาออกแน่

แล้วเรือแป๊ะ คสช.ก็จะรั่ว น้ำทะลักเข้า นาฬิกาตั้ง ๒๕ เรือนเป็นตัวเร่ง........

ถ่วงให้เรือรัฏฐาธิปัตย์จมลงไปสู่ใต้ท้องมหานทีเร็วรี่ พี่ใหญ่-พี่รอง-น้องเล็ก สิ้นสภาพ ตกเป็นเหยื่อ ปู-ปลา-หมาน้ำ ขย้ำตอด

"รัฐบาลปราบโกง" ที่กำลังออกปากอ่าว........

ก็คว่ำไป "สมใจนึก" บางลำพู ในลักษณาการนี้!

แต่เมื่อไม่เป็นตามคาด-ตามหวัง พวกซาดิสม์และพวกเลือกตั้งนิยม ก็ประสานเสียง...ยี้

หมอธี ไม่ฮีโร่เลย

แล้วก็ลากลงมาขยี้ว่า เป็น "มวยล้มต้มคนดู"!

ตรงนี้ เข้าใจได้ในสังคมยุค "ไอทีกินสมองมนุษย์" ซึ่งความคิดใต้ไอที จะเป็นความคิด "สัญชาตญาณ"

"แรง-เร็ว-ไร้รับผิดชอบ" เป็นปฏิกิริยาสนองตอบสิ่งเร้า

ถ้าพูดถึงการออก..........

ในกรณีนี้ คนที่ควร "ลาออก" คือคนยืมนาฬิกาเพื่อนใส่

ไม่ใช่คน "ชี้ขุมทรัพย์" ทางจริยธรรมสำนึก

...........คือ "หมอธี"!

แต่เมื่อทั้งนายกฯ และบิ๊กป้อม พิสูจน์ให้เห็นถึงความเป็นคนรู้จัก "ชั่งหนัก-ชั่งเบา" ต่อสถานการณ์รวมได้ดีระดับหนึ่ง

ไม่วู่วามตามอารมณ์-ตามอำนาจ เรื่องที่คาดกันว่า ประหนึ่งปรมาณูตู่ถล่มฮิโรชิมา จึงด้านไป

บวกกับหมอธี สมแล้วที่เป็นรัฐมนตรีศึกษาฯ

กล้าพูด-กล้ารับ "เทิดจริยธรรม" เหนือกลัว เหนือประโยชน์ตน

เมื่อพูด ก็ยอมรับว่า พูด

ไม่อิดออด-ปัดสวะ โทษนั่น-อ้างนี่ อย่างที่ร้อยละ ๙๐ ชอบทำ โดยเฉพาะนักการเมือง ถ้าพูดนั้นเป็นภัย

หมอธีขอโทษ ด้าน "ผิดมรรยาท" ต่อบิ๊กป้อม ในฐานะร่วม ครม.ด้วยกัน

แต่ไม่ปฏิเสธ "ข้อความ" ที่พูด อ้างอิงถึงตัวเอง ด้านจริยธรรมสำนึก!

ตรงนี้ ต้องแยกแยะให้ชัดเจนทางความเข้าใจ ทุกคนย่อมมีความคิดเห็นเป็นของตัวเอง

เมื่ออยู่ในบรรยากาศหมู่มิตรสหาย-คนสนิทใจต่อกัน พูดคุยกันเองที่เรียกว่า off the record

ก็เป็นธรรมชาติมนุษย์ มีเรื่องร้อยแปดพันเก้า สุดแต่ใครจะยกอะไรมาคุย ก็แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันไป

คุยกันแบบไม่กั๊ก-ไม่ต้องมีฟอร์ม แฟร์ๆ ด้วยเชื่อถือในเกียรติซึ่งกันและกัน

แต่เมื่ออีกฝ่าย "ไม่ซื่อ-ไม่ถือในเกียรติ"

แอบอัดคำพูดที่เป็นเพียงคำสนทนากันมาใช้ในทางมุ่งร้าย อย่าว่าแต่หมอธีเลย...........

เป็นเราเวลาอยู่ในวงสนทนาเพื่อนฝูง ก็จะเป็นแบบนี้

ต่างคน-ต่างงัดเรื่องมาคุย ซึ่งไม่ใช่จงใจ-จริงจัง ชนิดหวังให้เป็นเรื่อง

เมื่อเพื่อนแอบเอาที่คุยไปโพนทะนาสู่สาธารณะแบบนี้ ถามว่า เราจะรู้สึกอย่างไร?

คำตอบ คือ คนพูดน่ะ มันก็เสีย แต่เสียบนฐานที่สังคมมนุษย์เข้าใจได้

ส่วนคนที่แอบเอาคำในวงสนทนาไปปูด หวังให้เป็นเรื่องจริงจัง "ทางเสี้ยม" ให้เกิดฉิบหาย อย่างกรณีนี้

ไม่เสียหรอก........

แต่ในสังคมเขาเรียก "ไอ้สัตว์" ที่คบไม่ได้ และไม่มีใครคบ!

หมอธีพูดตอนท้ายเมื่อวานน่าสนใจ......

"ยังสามารถทำงานกับพลเอกประวิตรได้ เพราะส่วนตัวไม่ได้มีอะไร"

ข้อนี้ตรง-ชัด

ทางส่วนตัว "หมอธีกับบิ๊กป้อม" นับแต่เริ่มแรก ก็มาจากคนละแผงวงจรอยู่แล้ว ไม่มีอะไรกันแน่นอน

ทางส่วนรวม กับบิ๊กป้อม ก็ไม่เกี่ยวกัน ถ้าจะเกี่ยวก็แค่ "ร่วมคณะรัฐบาล"

ซึ่งนั่น ความคิดเห็น ย่อมเป็น "สิทธิส่วนตัว" อยู่แล้ว

ที่เกี่ยวโดยตรง เกี่ยวกับนายกฯ ซึ่งหมอธีอยู่ใต้อำนาจบริหารและอำนาจตัดสิน-ชี้ขาดภายใน

และที่หมอธีบอก "ไม่ยื่นใบลาออก" เหตุผลของท่านก็ "ตรง-ชัด" อีกเช่นกัน คือ

ส่วนตัว "ยังเชื่อมั่นนายกฯ ประยุทธ์"

พร้อมทำงานให้นายกฯ ประยุทธ์ต่อ!

เรียกว่า "มาเพราะนายกฯ-อยู่เพราะนายกฯ" แต่ไม่ใช่เพราะตัวนายกฯ

หากแต่ เพราะเห็น "ความตั้งใจ-จริงใจ-มุ่งมั่น" ในการทำงานให้ชาติของนายกฯ ตะหาก

และในปัญหาขณะนี้.......

เพื่อความมั่นคงของรัฐบาล หมอธีบอกใคร่ครวญแล้ว "ยังมีทางออกที่ดีที่สุด"

ตรงนี้ "ลึกและซึ้ง" มาก!

ถ้าตัวหมอธีจะลาออก ง่ายมาก แถมเป็นทางสบาย "เฉพาะตัว" ของท่านด้วยซ้ำไป

แต่ถึงลาออกแล้ว ก็ไม่ใช่ "ทางออก" ที่ดีที่สุด ในทางแก้ "วิกฤติศรัทธา" รัฐบาลขณะนี้

แล้วอะไรล่ะ........

คือ "ทางออกที่ดีที่สุด" ตามนิยามที่หมอธีพูดละไว้ในฐานที่เข้าใจ?

ผมก็ไม่บังอาจพูดอะไรอีกเหมือนกัน เพียงอยากบอกเบาๆ ว่า

"นายกฯ จะตัดสินใจทำอะไร ก็เรื่องของท่าน.......

แต่การตัดสินใจนั้น

อย่าเป็นการ 'สร้างความชอบธรรมให้โจร' ต่อการลงมือเผาบ้าน-เผาเมืองอีกก็แล้วกัน!"

อลัชชีนั้น ชอบอ้างนรก-สวรรค์ หลอกให้คนซื้อบุญ

ก็เช่นกัน........

รัฐบาลไม่ควรยก "โจรประชาธิปไตย" ขู่ชาวบ้าน เพื่ออั้นการเลือกตั้ง จนเลื่อนลอย.

 

หวย30ล้านใกล้จบ 'ฐิติราช' ชี้กรณีนี้สะท้อน 'ขรก.' แสร้งดีมีเยอะ!


    
 

13 ก.พ.61 -เวลา 10.30 น. ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.)พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เดินทางมาติดตามความคืบหน้าการคลี่คลายคดีหวย 30 ล้าน หลังจากมีคำสั่งให้โอนย้ายจากกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 7มาให้กองปราบดูแลคดีแทน โดยมี พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหาญพิทักษ์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง  (ผบช.ก.)  พล.ต.ต.ชวลิต แสวงพืชน์ รองผู้บัญชาการสอบสวนกลาง (รอง ผบช.ก. ) พล.ต.ต.ไมตรี ชิมเฉิด ผู้บังคับการปราบปราม (ผบก.ป.) เข้าร่วมประชุมชี้แจง 

ก่อนเข้าประชุม พล.ต.ท.ฐิติราช ผบช.ก. เปิดเผยว่า  เรื่องนี้ต้องรอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำงานอย่างรอบคอบ เพื่อหาคำตอบที่ถูกต้อง เพื่อประโยชน์แก่สังคม ถ้ามองในแง่ดีเรื่องนี้จะได้เป็นกรณีศึกษาปรากฏการณ์ของสังคม อย่ามองเพียงแค่เป็นคดีของตำรวจต้องมองภาพใหญ่องค์รวมว่า เรื่องอย่างนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร เรื่องนี้นักจิตวิทยา นักวิชาการเขาคิดวิเคราะห์ดูเหตุการณ์โดยลำดับน่าจะตอบคำถามได้ว่าใครตัวจริงตัวปลอมส่วนของตำรวจต้องขอเวลานิดนึง รับปากว่าไม่เกินสิ้นเดือนนี้ทุกอย่างเสร็จสมบูรณ์ 

ส่วนพยานหลักฐานที่รวบรวมมีพอสมควรแต่ไม่ขอเปิดเผย พยายามทำให้เสร็จทุกๆเรื่องให้สิ้นกระแสความ จะได้รู้ว่าใครผิดใครถูก ใครเกี่ยวข้อง ใครเป็นตัวการใครเป็นผู้ร่วมสนับสนุน แต่ก็จะให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย บางคนไม่ตั้งใจเกี่ยวข้องแต่อาศัยความเป็นพวกพ้อง ความเชื่อ จึงออกมาช่วยกัน 

เมื่อถามว่าพยานหลักฐานที่กองปราบ ได้มาสอดคล้องกับทางตำรวจภูธรภาค 7 หรือไม่ พล.ต.ท.ฐิติราช ตอบว่า อย่าไปตำหนิใครเวลาทำงาน ยกตัวอย่างภาค7 เหมือนโรงพยาบาลต่างจังหวัดเครื่องมือไม่พร้อม ตำรวจกองสอบสวนกลาง เจอคดีอย่างนี้มาเยอะ เจอมาหลากหลายทำให้การทำงานในแต่ละเรื่องรอบคอบระมัดระวัง ไม่ถูกพยานชักนำที่ไม่ถูกต้องชักนำ ระวังทุกย่างก้าวในเรื่องงานสอบสวน 

ผบช.ก. กล่าวว่า ส่วนที่มีข่าวว่ามีตำรวจชั้นผู้ใหญ่เข้าไปเกี่ยวข้องการสอบสวนยังไม่ถึงจุดนั้น ถ้าอยากรู้คำตอบว่าใครเป็นเจ้าของหวยรางวัล 30 ล้านให้ไปถามนักจิตวิทยา ก็จะรู้ เรื่องนี้อย่ามองเพียงเรื่องคดี อยากให้มององค์รวมภาพใหญ่ เคสนี้เป็นกรณีศึกษาของสังคมไทย

"ต่อไปต้องมีการดูแลประชาชนมากกว่านี้หรือเปล่า ระบบคัดกรองข้าราชการทั้งตำรวจ  ครู ทหารทุกสาขาอาชีพมากกว่านี้หรือเปล่า ที่จะเข้ามาทำหน้าที่ พวกแสร้งดีมีเยอะ"ผบช.ก.ระบุ

ศาลอนุญาตให้ฝากขังอดีตแกนนำพธม.คดีบุกNBT


    
 

13 ก.พ.61-  ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ร.ต.อ.ศรายุทธ์ สันทัด พนักงานสอบสวน สน.สุทธิสาร ได้ควบคุมตัวนายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ อายุ 67 ปี แกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ผู้ต้องหาคดีมั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้าย ก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมืองฯ มายื่นคำร้องฝากขังต่อศาลครั้งแรก เป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 13-24 ก.พ.2561 ซึ่งผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา     

คำร้องฝากขังระบุพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อวันที่ 22-25 ส.ค. 2551 กลุ่ม พธม.ชุมนุมประท้วงขับไล่รัฐบาลที่บริเวณสะพานมัฆวานรังสรรค์ แขวงและเขตดุสิต กทม. ซึ่งมี พล.ต.จำลอง ศรีเมือง กับพวก เป็นแกนนำได้พูดปราศรัยบนเวทีเพื่อขับไล่รัฐบาล ที่มีนายสมัคร สุนทรเวช เป็นนายกรัฐมนตรี และวันที่ 26 ส.ค. 2551 ซึ่งเป็นวันเกิดเหตุ พล.ต.จำลอง ได้พูดกับกลุ่มผู้ชุมนุมว่า “วันนี้เราจะไป NBT, กระทรวงการคลัง, กระทรวงคมนาคม, กระทรวงเกษตรฯ, กระทรวงพลังงาน… จะไปเพื่อไม่ให้ข้าราชการทำงาน” ซึ่งในเวลาประมาณ 05.00 น.เศษ ได้มีกลุ่มผู้ชุมนุม ซึ่งเชื่อว่าเป็นกลุ่ม พธม. ได้ร่วมกันใช้กำลังประทุษร้ายหรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจ และพนักงานรักษาความปลอดภัยที่อยู่บริเวณทางเข้า-ออก ด้านหน้ากับบริเวณประตูรั้วด้านหลังของสถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (NBT) โดยมีมีด, ปืนพกเป็นอาวุธ โดยเจตนาก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง แล้วบุกรุกเข้าไปในสถานีโทรทัศน์ NBT ในความครอบครองของผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์ NBT และได้ข่มขืนใจเจ้าหน้าที่ของสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย, เจ้าหน้าที่วิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย ทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกายหรือเสรีภาพของเจ้าหน้าที่ ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องหยุดทำงาน หยุดการออกอากาศรายการวิทยุและโทรทัศน์ และออกจากอาคารสำนักงานด้วยความกลัว นอกจากนี้ยังได้ทำลายทรัพย์สินภายในอาคารได้รับความเสียหาย

โดยในฐานะหนึ่งในแกนนำผู้ชุมนุม พธม. ได้สลับกันพูดบนรถบรรทุกติดเครื่องขยายเสียงดัดแปลงเป็นเวทีปราศรัยที่จอดอยู่พูดโจมตีรัฐบาลและสั่งการต่อกลุ่มผู้ชุมนุมว่าต้องยึดสถานีโทรทัศน์ NBT ให้ได้ และในวันเดียวกันเวลา 08.00น.เศษ กลุ่มผู้ชุมนุมได้ร่วมกันพังประตูรั้วเหล็กกั้นทางเข้า-ออก ด้านหน้าติดกับถนนวิภาวดี-รังสิต จนพังลงมา จากนั้นกลุ่มผู้ชุมนุมที่อยู่ด้านนอกจำนวนมากโดยบางคนมีอาวุธได้บุกรุกเข้าไปในบริเวณสถานีโทรทัศน์ NBT โดยมี น.ส.อัญชะลี ไพรีรักษ์ ผู้ต้องหาที่ 86, นายภูวดล ทรงประเสริฐ ผู้ต้องหาที่ 87, นายยุทธิยง ลิ้มเลิศวาที ผู้ต้องหาที่ 88, นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ผู้ต้องหาที่ 89, นายชิติพัทธ์ หรือสนชัย ลิ้มทองกุล ผู้ต้องหาที่ 90 และนายอมร อมรรัตนานนท์ ผู้ต้องหาที่ 91 เป็นหัวหน้า หรือผู้มีหน้าที่สั่งการในการกระทำดังกล่าวและเป็นหนึ่งในจำนวนของผู้บุกรุกเข้าไปด้วย จากนั้นกลุ่มผู้บุกรุกได้ทุบทำลายประตูกระจกแล้วเข้าไปในอาคารสถานีวิทยุโทรทัศน์ NBT โดยมีนายชิติพัทธ์เป็นหัวหน้าสั่งการกลุ่มผู้บุกรุกดังกล่าว โดยบางส่วนเข้าไปในอาคารสถานี NBT และบางส่วนกระจายอยู่ที่ถนน สนามหญ้าและรอบๆ อาคารภายในบริเวณสถานี โดยมี น.ส.อัญชะลี, นายภูวดล, นายยุทธิยง, นายสมเกียรติ และนายอมร พูดปราศรัยและสั่งการเป็นระยะๆ บนรถบรรทุกติดเครื่องขยายเสียงดัดแปลงเป็นเวทีปราศรัย ซึ่งขับเคลื่อนเข้าไปภายในบริเวณของสถานี NBT จนกระทั่งเวลาประมาณ 17.00 น. ของวันที่ 26 ส.ค.2551 จึงได้ถอนตัวกลับออกไป

ผู้กล่าวหาจึงได้มาร้องทุกข์กล่าวโทษให้ดำเนินคดีกับผู้ต้องหา ในความผิดฐานมั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คน ขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้าย ขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้ายหรือกระทำอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง โดยคนหนึ่งคนใดมีอาวุธ โดยเป็นหัวหน้าหรือเป็นผู้มีหน้าที่สั่งการในการกระทำความผิดนั้น, ซ่องโจร, ร่วมกันบุกรุกเข้าไปในสำนักงานในความครอบครองของผู้อื่น โดยใช้กำลังประทุษร้ายหรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย โดยมีอาวุธและร่วมกันกระทำความผิดตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป, ร่วมกันตั้งแต่5คนขึ้นไป โดยมีอาวุธข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด ไม่กระทำการใด หรือจำนนต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อร่างกาย เสรีภาพ หรือทรัพย์สินของผู้นั้นหรือของผู้อื่น, ร่วมกันทำให้เสียทรัพย์ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 210, 215, 309, 358 และ 365

อนึ่งผู้ต้องหาที่ 1- 85 อยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา ในชั้นสอบสวนผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา เหตุเกิดที่ สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย และสถานีวิทยุกระเสียงแห่งประเทศไทย ถนนวิภาวดี-รังสิต แขวงและเขตดินแดง กทม.

ท้ายคำร้องพนักงานสอบสวนระบุว่าได้สอบสวนผู้ต้องหาไว้แล้ว โดยผู้ต้องหาขอเสนอพยานหลักฐานเพื่อต่อสู้คดีภายในกำหนดเวลา 30 วัน ทำให้การสอบสวนไม่เสร็จสิ้น และเป็นกรณีที่ผู้ต้องหามาพบพนักงานสอบสวนตามหมายเรียก แต่พนักงานสอบสวนเห็นว่ามีเหตุที่จะออกหมายขังผู้ต้องหา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 134 วรรคท้าย จึงได้นำตัวผู้ต้องหามาศาลเพื่อขอหมายขัง ด้วยความจำเป็นดังกล่าวจึงขอฝากขังผู้ต้องหานี้ไว้ระหว่างการสอบสวน

ศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้ฝากขัง

ต่อมานายสมเกียรติได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เป็นโฉนดที่ดิน มูลค่า 1.7 ล้านบาท ขอประกันตัวระหว่างสู้คดี โดยในเวลาประมาณ16.00 น. ศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้ประกันตัว โดยตีราคาประกัน 3 แสนบาท

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับผู้ต้องหาในคดีนี้ที่มารายงานตัวต่อพนักงานสอบสวน สน.สุทธิสาร ยังมีอีก 4 ราย คือนายสนชัย ลิ้มทองกุล, นายอมร อมรรัตนานนท์, น.ส.อัญชะลี ไพรีรักษ์ และนายยุทธิยงศ์ ลิ้มเลิศวาที ซึ่งไม่ได้ยื่นฝากขังในวันนี้

 

ชัดเจน!'พี่ดี้'ยันไม่ได้ชอบรถถัง แต่ชอบที่เขามาดับไฟช่วงที่ไอ้พวกนักการเมืองมันทำอะไรไว้


    
 

14 ก.พ.61-  ดี้ นิติพงษ์ ห่อนาค นักแต่งเพลงชื่อดัง โพสต์ข้อความในเพจเฟซบุ๊ก  Nitipong Honark ว่า ด่ากันมาหลายดอกเลยจ้ะ...แม่ประไพพ่อทิดเอิบ..ในวาระลองใจว่า ฉันไม่ชอบระบบการเมืองแบบที่ผ่านมา....
ฉันก็ไม่ชอบพวกขี่รถถังมานักหรอก....แต่ชอบแค่ว่า เขามาดับไฟบ้านเมืองในช่วงที่ไอ้พวกนักการเมืองมันทำอะไรไว้...
มีคนด่าฉันว่า...ฉันชื่นชมอำมาตย์ ทหาร เผด็จการ...
เออ...ใช่
ด้วยเพียงแค่..เพราะระบบการเมืองมันยังไม่มีประสิทธิภาพ 
ถึงวันนี้ก็ยังไม่มีเลย....
มีคนบอกว่า...เผด็จการมันไล่ไม่ได้ 
ฉันก็ตอบเลยว่า...เผด็จการรัฐสภา แม่งก็ไล่ยาก
เผด็จการทหาร
เผด็จการรัฐสภาจากทุนนิยม...
ก็ไล่ยากทั้งคู่แหละว่ะ...
ก็มีทั้งใส่เสื้อแดงมาเผาบ้านเมือง
มีมีทั้งใส่เสื้อเหลืองมาเป่านกหวีด ปิดสนามบิน
อะไรวะจ๊ะ
คือที่นำเสนอนี่นะ...อยากบอกว่า....
คนไทยเราพูดกันไม่รู้เรื่องเหรอ....
ภาษาเดียวกัน พูดกันได้ไหม
ทำไงดี...ที่จะได้บ้านเมืองแบบอุ่น ๆ บ้าง"

 

รอยร้าว บิ๊กป้อม-ธีระเกียรติ จบเร็ว แต่ซ่อนปัญหา


    
 

      แม้กรณีรัฐมนตรีร่วมรัฐบาลด้วยกันเอง นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ ทิ้งระเบิดไว้ที่ลอนดอน ประเทศอังกฤษ แต่สะเทือนมาถึงตึกไทยคู่ฟ้า-กระทรวงกลาโหม กับคำพูดที่ทิ่มแทง บิ๊กป้อม-พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม ในเรื่อง นาฬิกาหรู จะจบลงในเวลาอันรวดเร็ว ด้วยการที่ เสมา 1 นพ.ธีระเกียรติ เลือกที่จะเข้าพบทั้งพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา และพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ ที่ทำเนียบรัฐบาลเมื่อ 13 ก.พ. ซึ่งวันดังกล่าว นพ.ธีระเกียรติไม่ได้เข้าประชุม ครม.เพราะเพิ่งบินกลับมาจากอังกฤษจึงเตรียมตัวไม่ทัน

โดยรอยร้าวที่เกิดขึ้น นพ.ธีระเกียรติ ที่โดยสถานะทางการเมืองคือ รัฐมนตรีสายพลเรือน-รัฐมนตรีคนนอกในรัฐบาลรัฐประหารของ คสช. ดังนั้นในทางการเมืองย่อมห่างชั้นกับพลเอกประวิตร รองนายกฯ-รมว.กลาโหม-อดีต ผบ.ทบ.หลายขุม การไปผิดคิวพาดพิงบิ๊กป้อมเรื่องจริยธรรม-สามัญสำนึกทางการเมืองของ รมว.ศึกษาธิการ โดยยกกรณีประเทศอังกฤษมาเปรียบเทียบกับการเมืองไทย แน่นอนว่ากระแสสังคมหลายภาคส่วนหนุนหลัง นพ.ธีระเกียรติที่กล้าพูด แต่เมื่อเป็นประเด็นข่าวที่จะนำพาไปสู่ การแตกกันเองภายในรัฐบาล ในช่วงที่กำลังเริ่มมีปัญหาในเรื่องการยอมรับจากประชาชน โดยเฉพาะกรณีของพลเอกประวิตรจุดอ่อนของรัฐบาล

ด้วยเหตุผลทั้งหมดข้างต้นจึงไม่แปลกที่ นพ.ธีระเกียรติเลือกที่จะเป็น ฝ่ายถอย ด้วยการวิ่งโร่เข้าพบเพื่อเคลียร์ใจกับบิ๊กตู่-บิ๊กป้อมอย่างรวดเร็ว ไม่ต้องรอข้ามวัน และตามด้วยคำขอโทษอย่างเป็นทางการ

การกระทำของผมเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม และมีส่วนทำให้เกิดปัญหา ยอมรับว่า เป็นการแสดงความเห็นที่ผิดมารยาท ในการกล่าวถึงเพื่อนร่วม ครม. โดยเฉพาะพล.อ.ประวิตร และนายกรัฐมนตรี เมื่อมีข่าวผมก็มาพบและขอโทษ ผมให้ความมั่นใจกับนายกรัฐมนตรีว่า ผมมีความมั่นใจกับการทำงานของ พล.อ.ประวิตร 100% และยังเคารพต่อการทำงานของนายกรัฐมนตรี ซึ่ง พล.อ.ประวิตรก็พยักหน้า และนายกรัฐมนตรีให้ความมั่นใจในการทำหน้าที่ของผม  ดังนั้นก็จะทำหน้าที่ต่อไป

การลาออกเป็น 1 ในทางเลือก แต่ผมต้องเลือกทางที่ดีที่สุด เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นกับรัฐบาล ไม่ทำให้เกิดปัญหา และรู้สึกสบายใจขึ้นหลังจากที่ได้พูดคุยกับทั้ง 2 ท่านแล้ว นพ.ธีระเกียรติระบุในการแถลงข่าว

การแถลงข่าวดังกล่าวเห็นได้ชัดว่า มีกระแสผิดหวังจากหลายภาคส่วนในสังคมตามมาทันที กระแสโซเชียลมีเดียโหมกระหน่ำอย่างหนักตำหนิ นพ.ธีระเกียรติแบบไม่ยั้ง เช่นบอกเก่งแต่ปาก ถึงเวลาจริงๆ ก็ถอย

สะท้อนอารมณ์คนในสังคมที่ผิดหวัง รมว.ศึกษาธิการ หลังส่งเสียงเชียร์ในตอนแรก เพราะนึกไม่ถึงว่าระดับ รมว.ศึกษาธิการที่เป็นกระทรวงใหญ่ด้านสังคม ผนวกกับดีกรีโปรไฟล์การทำงานที่ดีเยี่ยมในสายงานสาธารณสุขและแวดวงการศึกษา เมื่อทิ้งระเบิดวิพากษ์บิ๊กป้อมข้ามทวีปเลยถูกใจคนหลายคน  และอยากให้รักษาจุดยืนตัวเองเอาไว้ แต่พอมาแถลงกลับพลิก 360 องศาแบบที่เห็น

แรงเหวี่ยงกองเชียร์ นพ.ธีระเกียรติในตอนแรก เลยผิดหวังรุนแรงและย้อนกระแทกกลับไปที่ รมว.ศึกษาธิการเข้าจังๆ

อย่างไรก็ตาม แม้ปมรอยร้าวที่เกิดขึ้นแล้วในรัฐบาลประยุทธ์ของ 2 รัฐมนตรีกระทรวงใหญ่ กลาโหม-ศึกษาธิการ จะจบลงในเวลาอันรวดเร็ว แต่เชื่อได้ว่าลึกๆ บิ๊กป้อมก็คงมีบางอย่างคาใจในตัว  นพ.ธีระเกียรติแน่นอนที่มาวิจารณ์ตนเองแรงๆ เช่นที่บอกว่า

"ไม่มีทาง เพราะมันเป็น conscience ลึกๆ อยู่ในสายเลือด การรู้ว่าอะไรควร อะไรถูก มาสายไม่ผิดกฎหมาย ไม่ผิด ethic เมื่อไม่ได้ฝึกมาแต่เด็ก ให้หน้าบาง ยาก เมืองไทย ไม่มีทาง  เมืองไทยเป็นอย่างหนาตราช้าง"

แทงกันแรงๆ แบบนี้ บิ๊กป้อมและเครือข่ายคนใกล้ชิดจะบอกว่าไม่ติดใจก็คงเชื่อยาก เพียงแต่บิ๊กป้อมก็ต้องเก็บอาการเอาไว้ เพื่อไม่ให้ปัญหารอยร้าวในรัฐบาลขยายวง ผนวกกับสถานการณ์การเมืองและการยอมรับของสังคมในตัวบิ๊กป้อม ยามนี้มีแต่ทรงกับทรุด เครดิตแทบไม่เหลือ จะไปฮึดฮัดกับคนในรัฐบาลด้วยกันเองอะไรมากก็ไม่ดี

เรื่องจึงต้องจบเร็ว แต่คำถามคือ จะจบแบบไม่มีอะไรค้างคาใจกันเลยได้หรือ?

คำตอบก็คือคงไม่เป็นเช่นนั้น เพียงแต่ก็ต้องอยู่กันไปแบบนี้ แล้วก็ลืมๆ กันไปเพื่อทำงาน เรียกคะแนนนิยมในตัวนายกฯ และรัฐบาลให้กลับคืนมาโดยเร็ว

รอยร้าวดังกล่าว แม้ทั้งบิ๊กตู่-บิ๊กป้อม-หมอธีระเกียรติจะจบเรื่องได้เร็ว และดูแล้วคงไม่มีการขยายผลอะไรในรัฐบาล แต่ก็คงยากจะซ่อนปัญหาบางอย่างไว้ได้

โดยเฉพาะปัญหาการยอมรับในตัวบิ๊กป้อม-พลเอกประวิตร ที่แม้แต่รัฐมนตรีร่วมรัฐบาลด้วยกันเองยังเสียบหนักถึงขนาดนี้ แม้จะไม่ตั้งใจก็ตาม.

 

'คิม จองอึน' ประทับใจ เกาหลีใต้ต้อนรับน้องสาวอย่างดี


    
 

คิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือกล่าวชมเชยเกาหลีใต้ที่ต้อนรับขับสู้น้องสาวของเขาและคณะเป็นอย่างดี พร้อมชงต่อ ควรอาศัยจังหวะที่เกิดบรรยากาศของความปรองดองจากโอลิมปิกฤดูหนาวผลักดันการเจรจาเกี่ยวกับสถานการณ์บนคาบสมุทรเกาหลี

ภาพจากสำนักข่าวเคซีเอ็นเอ คิม จองอึน (กลาง) ขนาบข้างด้วยคิม โยจอง และคิม ยอมนัม

    คำกล่าวของผู้นำสูงสุดของเปียงยางได้รับการรายงานผ่านสื่อของทางการเกาหลีเหนือเมื่อวันอังคารที่ 13 กุมภาพันธ์ 2561 ภายหลังคิมให้การต้อนรับคณะผู้แทนระดับสูงที่เขาส่งไปเยือนเกาหลีใต้นาน 3 วัน และเดินทางกลับถึงกรุงเปียงยางเมื่อวันเสาร์ คณะผู้แทนนี้นำโดยคิม โยจอง น้องสาวของเขา ที่เดินทางไปพร้อมกับคิม ยองนัม ประธานสภาประชาชนสูงสุด ซึ่งเป็นประมุขแห่งรัฐในเชิงพิธีการ
    การเข้าร่วมพิธีเปิดการแข่งขันโอลิมปิกฤดูหนาว พย็องชางเกมส์ เมื่อวันศุกร์ และกิจกรรมที่คิม โยจอง ทำร่วมกับประธานาธิบดีมุน แจอิน ของเกาหลีใต้ ทั้งการเชียร์กีฬาและการชมคอนเสิร์ต เป็นข่าวใหญ่ที่ได้รับความสนใจทั่วโลก ในการพบปะกับมุนเมื่อวันเสาร์ คิมผู้น้องซึ่งคาดว่ามีอายุราว 30 ปี ยังได้มอบจดหมายของพี่ชายของเธอต่อมุนด้วย และบอกว่า พี่ชายของเธอขอเชิญให้มุนเดินทางเยือนกรุงเปียงยาง เพื่อพบปะเจรจากัน แต่มุนไม่ได้กล่าวตอบรับทันที โดยบอกไปว่าจำเป็นต้องมีสภาพการณ์ที่เหมาะสมก่อน
    คิมทำให้บรรยากาศบนคาบสมุทรเกาหลีตึงเครียดอย่างมากเมื่อปีที่แล้ว จากการทดสอบระเบิดนิวเคลียร์และขีปนาวุธหลายครั้ง และทำให้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติเพิ่มการคว่ำบาตรประเทศของเขา ทว่า โอลิมปิกฤดูหนาวที่เกาหลีใต้เป็นเจ้าภาพ ได้เปิดโอกาสให้เกิดบรรยากาศพิเศษที่สองเกาหลีอยู่ด้วยกันอย่างปรองดอง
    ถึงอย่างนั้น นักวิเคราะห์หลายคนเตือนว่า บรรยากาศดีๆ เช่นนี้คงจะมลายไปอย่างรวดเร็วหลังจบโอลิมปิก และสหรัฐกับเกาหลีใต้เริ่มการซ้อมรบร่วมประจำปีที่เลื่อนมา
    รายงานของสำนักข่าวเคซีเอ็นเอของทางการเกาหลีเหนือกล่าวว่า คิม จองอึน พบกับคณะผู้แทนของเกาหลีเหนือที่กรุงเปียงยางเมื่อวันจันทร์ ในภาพข่าวที่เผยแพร่ คิมยืนอยู่กลางระหว่างคิม โยจอง ที่จับต้นแขนซ้ายของเขา กับคิม ยองนัม ที่ยืนอยู่ขวามือโดยมือคิมกุมมือของเขาไว้ด้วย
    เคซีเอ็นเออ้างคำกล่าวของคิมแบบอ้อมๆ ว่าเขากล่าวถึงความสำคัญของการพัฒนาบรรยากาศอันอบอุ่นของความปรองดองและการสานเสวนาที่เกิดจากโอลิมปิกฤดูหนาวครั้งนี้ และคิมยังได้แนะนำ "มาตรการที่ใช้ได้จริง" เพื่อให้เป็นไปตามนั้น แต่รายงานไม่ได้ให้รายละเอียด
    คิมยัง "ประทับใจ" ต่อการต้อนรับขับสู้ของเกาหลีใต้ และการให้คุณค่ากับการเดินทางมาร่วมของผู้แทนเกาหลีเหนือ พร้อมกับขอบคุณรัฐบาลเกาหลีใต้สำหรับ "ความพยายามอย่างจริงใจ"
    รายงานข่าวของเคซีเอ็นเอเป็นปฏิกิริยาที่ถ่ายทอดอย่างเป็นทางการครั้งแรกจากผู้นำเกาหลีเหนือ นับแต่น้องสาวของเขามาโปรยเสน่ห์ในแดนใต้ การมาเยือนของเธอทำให้เธอเป็นสมาชิกคนแรกของตระกูลนี้ที่มาเยือนเกาหลีใต้ นับแต่สงครามเกาหลีสิ้นสุดลงโดยไม่มีการทำสนธิสัญญาสันติภาพ
    การปรากฏตัวของเธอในเกาหลีใต้ถูกจับตามองและพินิจพิเคราะห์อย่างละเอียดทุกความเคลื่อนไหว ตั้งแต่เสื้อผ้าที่เธอสวมใส่ การแสดงออกทางสีหน้า ไปจนถึงกระเป๋าที่ถือ หรือแม้แต่ลายมือของเธอ แม้ชาวเกาหลีใต้ฝ่ายหนึ่งจะหวังว่าการมาเยือนของผู้แทนระดับสูงจากเปียงยางครั้งนี้จะเป็นโอกาสอันดีสำหรับการสร้างความปรองดอง แต่อีกฝ่ายกลับโกรธแค้นเผาหุ่นและธงชาติเกาหลีเหนือ และวิจารณ์มุนว่าโอนอ่อนให้เกาหลีเหนือมากไป.

วาเลนไทน์ รักษ์แสม รักเสมอ มหกรรม “แต่งงานปู” เมืองระยอง


    
 

 เดือนกุมภาพันธ์ ถือเป็นช่วงเวลาแห่งความรัก ทั่วทุกพื้นที่ในเมืองไทยจัดกิจกรรมให้ผู้คนเข้ามามีส่วนร่วม  เช่นเดียวกับจังหวัดระยอง ก็ได้จัดงานสืบสานประเพณีภายใต้ธีมความหวานผ่านงาน “รักษ์แสม รักเสมอ”  (แต่งงานปู) เพื่อเติมเต็มความประทับใจให้แก่คู่รักและผู้คนทั่วไป ควบคู่กับความสุขจากการเดินทางท่องเที่ยวในสถานที่เชื่อมโยง 

นายอุทิศ ลิ่มสกุล ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานระยอง รับผิดชอบพื้นที่จังหวัดระยองและจังหวัดจันทบุรี กล่าวว่า เทศบาลตำบลเนินฆ้อได้ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดระยอง จัดกิจกรรม “รักษ์แสม รักเสมอ” (แต่งงานปู) ขึ้น ระหว่างวันที่ 14-16 กุมภาพันธ์ 2561 บริเวณสะพานรักษ์แสม ตำบลเนินฆ้อ อำเภอแกลง จังหวัดระยอง เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ กระตุ้นให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวเข้ามายังจังหวัดระยอง และเป็นการอนุรักษ์พันธุ์สัตว์น้ำและป่าชายเลนของสะพานรักษ์แสม
    สะพานรักษ์แสม เป็นสะพานที่เกิดจากความร่วมมือร่วมใจของชาวบ้าน ช่วยกันสร้างสะพานไม้ข้ามไปอีกฝั่งเพื่อใช้เดินทางไปดูแลคอกปูแสม พันธุ์สัตว์น้ำและป่าชายเลนที่อุดมสมบูรณ์ และต่อมามีการเปลี่ยนมาสร้างเป็นสะพานแขวนที่สวยงามความยาว 80 เมตร เพื่อให้ดูเป็นธรรมชาติและไม่ขวางทางเรือที่สัญจรไปมา 
นอกจากนี้ ยังสร้างสะพานเดินชมป่าชายเลนยาว 90 เมตร ให้นักท่องเที่ยวเดินชมความงามตามธรรมชาติของริมคลองสองฝั่งที่มีต้นโกงกางและต้นแสมอายุกว่า 100 ปี อีกทั้งสามารถชมพระอาทิตย์ขึ้นและตกได้ในที่เดียวกัน จึงเป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวกลุ่มคู่รักนิยมเดินทางมาถ่ายภาพ Pre-wedding
      ทั้งนี้ กิจกรรมไฮไลต์ของงานคือการแต่งงานปู (รักษ์แสม รักเสมอ) ในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2561 โดยมีปูแสม 9 คู่ และปูดำ 9 คู่  โดยนำปูฝ่ายเจ้าบ่าวมาสู่ขอปูฝ่ายเจ้าสาวด้วยสินสอดคือ ต้นโกงกาง, ต้นชมพูพันธุ์ทิพย์ ลงแปลงเพาะปลูกเป็นแหล่งการเรียนรู้อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยมีการจัดพิธีแต่งงานตามประเพณีเช่นเดียวกับการแต่งงานของคน มีการส่งตัวเข้าหอเพื่อเป็นการขยายพันธุ์ปูแสมและปูดำต่อไป 
ก่อนหน้านั้นหนึ่งวัน คือวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2561 จะมีการจดทะเบียนสมรสและการแต่งงานทางเรือ ตามประเพณีท้องถิ่นของคู่บ่าวสาว 17 คู่ ที่ลงทะเบียนเอาไว้ โดยคู่บ่าวสาวจะแต่งกายด้วยชุดไทยตามนโยบายท่องเที่ยววิถีไทย เก๋ไก๋อย่างยั่งยืน ประจำปี 2561 ส่วนวันที่  16 กุมภาพันธ์ 2561 มีการแข่งขันเรือพื้นบ้าน และกีฬาพื้นบ้าน พร้อมด้วยกิจกรรมอื่นๆ อาทิ บูธสินค้าโอท็อป,บูธศูนย์พระมหาชนก, ชมตลาดประชารัฐคนไทยยิ้มได้  และชมตลาดประชารัฐท้องถิ่นสุขใจ 
“นักท่องเที่ยวสามารถล่องเรือชมความงามของธรรมชาติสองข้างทางของสะพานรักษ์แสม สัมผัสวิถีชีวิตของชุมชนประมงพื้นบ้าน และเป็นการผลักดันให้สะพานรักษ์แสมที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น รวมทั้งส่งเสริมการท่องเที่ยวให้ตระหนักถึงการอนุรักษ์ปูแสม ปูดำ สัตว์น้ำ และทรัพยากรตามธรรมชาติ เพื่อให้เกิดการท่องเที่ยวอย่างรู้คุณค่าสูงสุด” 
ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานระยอง กล่าวต่อว่า จากจุดนี้ของสะพานรักษ์แสม ยังสามารถท่องเที่ยวเชื่อมโยงไปสถานที่ต่างๆ ในอำเภอแกลง และไม่ควรพลาดกับการไปชมชุมชนปากน้ำประแส ตื่นตากับป่าชายเลนและทุ่งโปรงทองในยามเช้าตรู่และยามเย็น พร้อมเดินศึกษาธรรมชาติไปตามสะพานไม้ที่พาลัดเลาะเข้าไปในป่าชายเลน ซึ่งขึ้นชื่อว่ามีความอุดมสมบูรณ์มากที่สุดอีกแห่งหนึ่งของภาคตะวันออก
     ในตำบลปากน้ำประแสนี้ยังมีกิจกรรมอีกหลากหลาย เช่น นั่ง "รถมอเตอร์ไซค์พ่วงข้าง" ไปเที่ยวชมบ้านเรือนและวิถีชีวิตของชาวชุมชน จากนั้นไปดู "อนุสรณ์เรือรบหลวงประแส" พร้อมไหว้ "ศาลสมเด็จกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์" และต้นตะเคียนเก่าแก่กว่า 500 ปี ที่ "วัดตะเคียนงาม"   
หากต้องการพักผ่อนหย่อนใจก็ไป “ชายหาดแหลมสน” ซึ่งเป็นหาดอันเงียบสงบที่ปัจจุบันทางเทศบาล ตำบลปากน้ำประแสได้ทำการปรับภูมิทัศน์โดยรอบเสียใหม่ให้ดูงามตา สะอาดสะอ้านยิ่งขึ้น รองรับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางเข้ามาพักผ่อนพร้อมๆ กับชมวัดแหลมสน ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ ซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลกันเท่าไหร่นัก ส่วนเวลาค่ำก็ล่องเรือชมหิ่งห้อยไปตามปากน้ำประแส สัมผัสธรรมชาติสองฝั่งน้ำที่เรียงรายด้วยต้นโกงกาง และสำหรับใครที่สนใจอยากสัมผัสบรรยากาศใกล้ชิด ยังสามารถใช้บริการโฮมสเตย์ของชาวชุมชนได้ด้วยเช่นกัน  
ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานระยอง กล่าวต่อว่า    ขณะที่คนชื่นชอบการชิมอาหาร เมื่อมาเมืองระยองก็ไม่ควรพลาดอาหารถิ่นอย่าง "ผักกระชับ" ที่หากินได้ง่าย อย่างเช่นที่ร้านอาหารครัวมารวย, ร้านปลายระยอง ในอำเภอแกลง เป็นต้น โดยผักดังกล่าวนี้นำมาปรุงเป็นอาหารได้สารพัดเมนู เช่น นำมาต้ม ผัด แกง ทอด หรือกินสดๆ กับน้ำพริก, แกงส้มผักกระชับ, ผัดผักกระชับน้ำมันหอย, ยำผักกระชับแซ่บ และยังมีสรรพคุณเป็นยาบำรุงกำลัง ช่วยแก้อาการปวดศีรษะ ช่วยขับเหงื่อ และแก้ลมพิษ ช่วยห้ามเลือดสมานแผลสด เป็นต้น ขณะที่ผู้ชื่นชอบอาหารทะเล หรือซีฟู้ด เมืองระยองก็มีให้เลือกหลายร้าน โดยร้านยอดนิยมมีทั้งปู กุ้ง กั้ง ชิมอาหารทะเลสดๆ ใหม่ๆ ทุกวัน
"ช่วงเทศกาลวาเลนไทน์นี้ จึงเป็นโอกาสเหมาะที่คู่รักหรือสมาชิกทุกวัยในครอบครัวจะมาท่องเที่ยวในรูปแบบที่สร้างสรรค์และมีคุณภาพในสไตล์ท่องเที่ยววิถีไทย เก๋ไก๋อย่างยั่งยืนกันได้ที่เมืองระยอง พร้อมอิ่มอร่อยกับอาหารถิ่นและซีฟู้ดขึ้นชื่อ รับรองไม่ผิดหวัง และจะได้รับความประทับใจกลับไปอย่างแน่นอน" ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานระยอง กล่าวเชิญชวน
 สอบถามรายละเอียดการท่องเที่ยวในจังหวัดระยอง รวมถึงร้านอาหาร ที่พัก และการเดินทางในตัวจังหวัดได้ที่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานระยอง รับผิดชอบพื้นที่จังหวัดระยองและจังหวัดจันทบุรี โทร. 0-3865-5420-1, 0-3866-4585 หรือ 1672 เบอร์เดียวเที่ยวทั่วไทย.
                        สรณะ รายงาน
/-/-/-
ล้อมกรอบ
    เที่ยวตรุษจีนสุพรรณบุรี 
    มหัศจรรย์ 10 ปีมังกรสวรรค์
จังหวัดสุพรรณบุรี ร่วมกับคณะกรรมการศาลเจ้าพ่อหลักเมืองจังหวัดสุพรรณบุรี การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)  กำหนดจัดงาน “ตรุษจีนสุพรรณบุรี มหัศจรรย์ 10 ปี มังกรสวรรค์” ในระหว่างวันที่ 16-17 กุมภาพันธ์ 2561 ที่อุทยานมังกรสวรรค์ พิพิธภัณฑ์ลูกหลานพันธุ์มังกร อำเภอเมืองสุพรรณบุรี   จังหวัดสุพรรณบุรี เพื่อสืบสานอนุรักษ์ประเพณีวัฒนธรรมสำคัญ พร้อมสานสัมพันธไมตรีอันดีระหว่างไทย-จีน ที่มีมากว่า 50 ปี และเป็นการส่งเสริมการพัฒนาธุรกิจการท่องเที่ยวของจังหวัดสุพรรณบุรี ภายใต้แนวคิด “ปีท่องเที่ยววิถีไทย เก๋ไก๋อย่างยั่งยืน” สัมผัสแหล่งท่องเที่ยวแบบพื้นถิ่นตามชุมชนโบราณ ตลาดเก่าแก่ หรือสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ในจังหวัดสุพรรณบุรี ตลอดจนการแสดงศิลปวัฒนธรรมต่างๆ ภายในงาน “ตรุษจีนสุพรรณบุรี มหัศจรรย์ 10 ปี มังกรสวรรค์”   
ทั้งนี้ ภายในงานนักท่องเที่ยวจะตื่นตาตื่นใจกับการแสดงแสงสีเสียงต่างๆ อาทิ การแสดงกวนอิมพันมือ การแสดงวัฒนธรรมไทย-จีน ของสถานศึกษาในจังหวัดสุพรรณบุรี การแสดงลูกหลานพันธุ์มังกรงิ้วเปลี่ยนหน้ากากเปลี่ยนชุด สนุกสุดมันคอนเสิร์ตนักร้องสายเลือดสุพรรณบุรี และเพลิดเพลินกับมุมถ่ายสวยๆ ที่ประดับประดาไฟอย่างสวยงามทั่วอุทยานมังกรสวรรค์ พิพิธภัณฑ์ลูกหลานพันธุ์มังกร   
นอกจากนี้ ททท.สำนักงานสุพรรณบุรี ขอแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง อาทิ นมัสการขอพรหลวงพ่อโต พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองสุพรรณบุรี วัดป่าเลไลยก์วรวิหาร อำเภอเมืองสุพรรณบุรี, ชมทัศนียภาพ 360 องศา เมืองสุพรรณ ตื่นตาเริงระบำน้ำพุ สวนเฉลิมภัทรราชินี และหอคอยบรรหาร-แจ่มใส อำเภอเมืองสุพรรณบุรี, ไหว้พระขอพร 9 วัดเก่าแก่เมืองสุพรรณบุรี ง่ายๆ ไม่หลงทาง 9 วัด 9 กม. เส้นทางไหว้พระ 9 วัด อำเภอเมืองสุพรรณบุรี, เยี่ยมชมแหล่งเรียนรู้เรื่องประวัติเมืองสุพรรณบุรี พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสุพรรณบุรี, แหล่งรวบรวมเรื่องราวและองค์ความรู้ในวิถีของเกษตรกรวิถีแห่งท้องทุ่ง ยุ้งฉาง ไอ้ทุยควายไทย และเครื่องมือในการดำรงชีวิตของผู้คนในถิ่น ศูนย์เรียนรู้วิถีชีวิตและจิตวิญญาณชาวนาไทย (นาเฮียใช้) อำเภอเมืองสุพรรณบุรี ฯลฯ
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ที่ทำการปกครองจังหวัดสุพรรณบุรี…โทร. 0-3553-5380  และ ททท.สำนักงานสุพรรณบุรี โทร. 0-3552-5880   หรือ 1672 เบอร์เดียวเที่ยวทั่วไทย และ www.tatsuphan.net, https://www.facebook.com/SuphanburiTAT

 

.........................................................

 

14 กุมภาพันธ์ 2561

 



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
นายยั้งคิด วันที่ : 14/02/2018 เวลา : 17.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

ตอบ ความคิดเห็นที่ 1นายยั้งคิด ถูกใจสิ่งนี้ ถูกใจความคิดเห็นนี้ (1)
like เรียบร้อยแล้ว

sorkanchana
................................
ต้องเรียกว่า ปราชญ์เปรมครับ

ป่าเปรม

ความคิดเห็นที่ 1 นายยั้งคิด ถูกใจสิ่งนี้ (1)
sorkanchana วันที่ : 14/02/2018 เวลา : 15.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sorkanchana

สุดยอดเลยครับ นายยั้งคิด ป๋าเปลวเขียนได้
เหมือนกับหัวไอ้เรืองกับพวกๆคิดในใจเลยจริงๆ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน