*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 2888
  • จำนวนผู้ชม : 2083268
  • จำนวนผู้โหวต : 430
  • ส่ง msg :
  • โหวต 430 คน
<< กุมภาพันธ์ 2018 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28      

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพุธ ที่ 14 กุมภาพันธ์ 2561
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 580 , 22:02:33 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 3 คน สิงห์นอกระบบ , แม่หมี และอีก 1 คนโหวตเรื่องนี้

สวัสดีครับ

         รายงานข่าวว่า : 14 ก.พ.61 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช. ซึ่งแต่งกายด้วยชุดผ้าไทยย้อนยุค

สมัยรัชกาลที่ 5 กล่าวภายหลังเยี่ยมชมงาน“อุ่นไอรัก คลายความหนาว”ว่า รู้สึกมีความสุข เพราะเราได้ย้อนกลับสู่อดีตที่มีความเป็น

มายาวนานของเรา จะเห็นว่าสถาบันพระมหากษัตริย์ได้ทำอะไรไว้มากมายกับแผ่นดินผืนนี้ เราต้องรักษาไว้ให้ได้ และงานนี้เป็นงานที่

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯได้ทรงให้จัดขึ้น เพื่อให้คนไทยได้มีความสุข

         ส่วนข่าวหวย 30 ล้านก็มีรายงานข่าวว่า

จ่อออกหมายจับ 1รายคดีหวยอลเวง 30 ล้าน ข้อหาให้การเท็จโทษจำคุกสูงสุดถึง 5 ปี  เผยบช.ก.แกะรอยคลิปเสียงสนทนาใช้เป็น

แนวทางสรุปคดี คาดเสร็จก่อนสิ้นเดือนนี้ ขณะที่ทนายครูปรีชาไม่หวั่นกลายเป็น”จอมทรัพย์2”ยันต้องสู้กันด้วยพยานหลักฐาน ส่วน”เจ้

บ้าบิ่น”มามุกใหม่งัดหนังสือสวดมนต์แผ่เมตตาสัตว์โลก

 

แนวหน้า

 

 

'นายกฯ'พาครม.เที่ยวงานอุ่นไอรักฯ จัดเต็มชุดไทยย้อนยุค (ประมวลภาพ)

'นายกฯ'พาครม.เที่ยวงานอุ่นไอรักฯ จัดเต็มชุดไทยย้อนยุค (ประมวลภาพ)

วันพุธ ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561, 18.26 น.
 

14 ก.พ.61 เมื่อเวลา 17.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช. ได้นำครม.ไปเยี่ยมชมงาน "อุ่นไอรัก คลายความหนาว" ที่บริเวณพระลานพระราชวังดุสิต โดยมีนางนราพร จันทร์โอชา ภริยานายกฯ และครม.-คู่สมรส เข้าร่วมเยี่ยมชมด้วย ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ และ ครม.ได้แต่งกายด้วยผ้าไทยย้อนยุคสมัยรัชกาลที่ 5 กันอย่างพร้อมเพรียง โดย พล.อ.ประยุทธ์ นายวิษณุ เครืองาม นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี และ นายวีระศักดิ์ ฟูตระกูล รมช.การต่างประเทศ แต่งกายพร้อมถือไม้ตะพด ต่างจากรัฐมนตรีคนอื่นๆเป็นพิเศษ 

อย่างไรก็ตาม ก่อนที่จะเดินทางออกจากทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ได้เดินออกมายืนที่บริเวณหน้ารถเพื่อโชว์ชุดผ้าไทยย้อนยุคที่ตนเองแต่ง เพื่อให้ช่างภาพ ผู้สื่อข่าวบันทึกภาพ พร้อมโบกมือทักทาย ส่วน ครม.และคู่สมรส ได้โดยสารรถบัสที่เจ้าหน้าที่เตรียมไว้จำนวน 3 คัน ออกไป

 
 
 

 
 
 
 
 

 
 

 
 
 
 
 

 
 
 

 

 

หวานหยดมดไต่! 'บิ๊กตู่'บอกรัก'อ.น้อง'ทุกวันเหมือนรักประเทศไทยไม่สิ้นสุด

หวานหยดมดไต่! 'บิ๊กตู่'บอกรัก'อ.น้อง'ทุกวันเหมือนรักประเทศไทยไม่สิ้นสุด

วันพุธ ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561, 20.00 น.
 

14 ก.พ.61 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช. ซึ่งแต่งกายด้วยชุดผ้าไทยย้อนยุค สมัยรัชกาลที่ 5 กล่าวภายหลังเยี่ยมชมงาน“อุ่นไอรัก คลายความหนาว”ว่า รู้สึกมีความสุข เพราะเราได้ย้อนกลับสู่อดีตที่มีความเป็นมายาวนานของเรา จะเห็นว่าสถาบันพระมหากษัตริย์ได้ทำอะไรไว้มากมายกับแผ่นดินผืนนี้ เราต้องรักษาไว้ให้ได้ และงานนี้เป็นงานที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯได้ทรงให้จัดขึ้น เพื่อให้คนไทยได้มีความสุข

“สอดคล้องกับที่วันนี้เป็นวันวาเลนไทน์พอดี เป็นวันแห่งความสุข ความรักอันบริสุทธิ์ที่เรามีให้ต่อกัน ที่ต้องเชื่อมต่อกันด้วยจากสถาบันชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และลงมาสู่ประชาชน อยากให้พี่น้องประชาชนทุกคนมาเที่ยวงานอุ่นไอรัก คลายความหนาว ที่จะมีไปถึงเดือนหน้า อากาศอาจจะร้อนบ้างเย็นบ้างก็ขอให้มา แล้วจะภูมิใจในความเป็นไทย “นายกฯกล่าว

ผู้สื่อข่าวถามถึงเทคนิคการเลือกชุดไทยของนายกฯและภรรยา พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า  “ก็ดูว่าเราชอบสีอะไร ซึ่งเราก็ชอบสีออกม่วงๆฟ้าๆครามๆ และเราก็เกิดวันสีเหล่านี้ด้วย และก็มีเสื้อพอดี"

เมื่อถามว่าวันนี้วันวาเลนไทน์ให้อะไรอ.นราพร จันทร์โอชา ภริยา เป็นของขวัญ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ก็เคยบอกตั้งหลายทีแล้วว่าให้ทุกวัน ความรักไม่มีวันสิ้นสุด มีแต่นับวันจะมากขึ้นเรื่อยๆตามวันเวลา ไม่ใช่น้อยลงๆ รักคน เราต้องรักทุกวันเหมือนรักประเทศไทย ที่ต้องรักทุกวัน

โทษหนักคุก5ปี จ่อหมายจับ1รายคดีหวย30ล.ข้อหาให้การเท็จ

โทษหนักคุก5ปี จ่อหมายจับ1รายคดีหวย30ล.ข้อหาให้การเท็จ

วันพุธ ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561, 21.23 น.
 

จ่อออกหมายจับ 1รายคดีหวยอลเวง 30 ล้าน ข้อหาให้การเท็จโทษจำคุกสูงสุดถึง ปี  เผยบช.ก.แกะรอยคลิปเสียงสนทนาใช้เป็นแนวทางสรุปคดี คาดเสร็จก่อนสิ้นเดือนนี้ ขณะที่ทนายครูปรีชาไม่หวั่นกลายเป็น”จอมทรัพย์2”ยันต้องสู้กันด้วยพยานหลักฐาน ส่วน”เจ้บ้าบิ่น”มามุกใหม่งัดหนังสือสวดมนต์แผ่เมตตาสัตว์โลก

เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ที่กองปราบปราม พล.ต.ต.ชาญ วิมลศรี พล.ต.ต.ชวลิต แสวงพืชน์ และพล.ต.ต.ประเสริฐ พัฒนาดี รองผบช.ก.พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้องร่วมประชุมติดตามความคืบหน้าคดีหวยอลเวง 30 ล้านบาทที่เป็นข้อพิพาทระหว่างร.ต.ท.จรูญ วิมูล อดีตข้าราชการตำรวจ และนายปรีชา ใคร่ครวญ ครูโรงเรียนเทพมงคลรังสี ที่ต่างฝ่ายต่างแสดงความเป็นเจ้าของในสลากกินแบ่งที่ถูกรางวัล ที่ 1 งวดประจำวันที่ 1 พ.ย.60 เลข 533726 จำนวน 1 ชุด 5 ใบ เป็นเงินจำนวน 30 ล้านบาท

มีรายงานว่า การประชุมได้นำเนื้อหาสำนวนการสอบสวนที่ได้รับมาจากตำรวจภูธรภาค7มาตรวจสอบอย่างละเอียดและเพื่อจัดทำหมวดหมู่พยานที่ให้การ รวมทั้งได้มีการนำคลิปเสียงการสนทนาของผู้ที่เกี่ยวข้องกับคดีทั้งหมดที่ได้มาจากการแกะรอยทางเทคโนโลยีของบก.ปอท. โดยถอดเป็นคำพูดเพื่อนำมาวิเคราะห์และใช้เป็นแนวทางในการสรุปคดีที่พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.สั่งการให้ดำเนินการให้เสร็จสิ้นก่อนสิ้นเดือนนี้ ซึ่งภายในไม่กี่วันนี้ทุกอย่างจะมีความชัดเจนมากขึ้น

เบื้องต้นเตรียมขอหมายจับผู้ต้องหาในคดี 1 ราย ฐานกระทำความผิดตามกฎหมายอาญามาตรา 174 คือการให้การอันเป็นเท็จเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับโทษทางอาญา ซึ่งมีโทษจำคุกสูงสุดถึง 5 ปี

ด้านนายเกรียงไกร นาควะรี ทนายของครูปรีชา กล่าวถึงกรณีพล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก.ออกมาระบุรู้แล้วว่าใครคือเจ้าของลอตเตอรี่ตัวจริง และกลุ่มผู้กระทำผิดนั้นร่วมมือกันทำเป็นขบวนการ โดยมีนายตำรวจอยู่ในขบวนการ ซึ่งขบวนการดังกล่าวมีลักษณะคล้ายกับคดีของครูจอมทรัพย์ว่า ทางทนายความได้พูดคุยกับลูกความ คือ ครูปรีชา มาโดยตลอด ซึ่งก็ให้ความเคารพ ความคิดเห็นของทุกคน

ส่วนเรื่องหลักฐานทางด้านวัตถุพยานนั้น ทางทนายความไม่ขอนำมาเปิดเผย เพราะเป็นจรรยาบรรณของทนาย และขณะนี้ได้มีเวทีเพื่อให้ทุกฝ่ายได้พิสูจน์ความจริง นั่นคือการพิสูจน์ความจริงในชั้นศาล

ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่บริเวณหน้าธนาคารกสิกรไทย สาขากาญจนบุรี พบนางรัตนาพร สุภาทิพย์ หรือ เจ้บ้าบิ่น พยานปากเอกของฝ่ายครูปรีชา มาตั้งแผงขายลอตเตอรี่ตามปกติ จึงเข้าไปสอบถาม เพื่อต้องการทราบว่าหายไปไหนมา รวมทั้งจะสอบถามเกี่ยวกับปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับกรณีคดีหวย 30 ล้านอลเวง ที่กำลังเป็นข่าวโด่งดังอยู่ในขณะนี้

แต่เจ้บ้าบิ่น ก็ยังคงปฏิเสธที่จะตอบ และยังคงนั่งอย่างนิ่งเฉย พร้อมกับนำหนังสือสวดมนต์บทแผ่เมตตา ขึ้นมาสวด "จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด อย่าได้มีเวรซึ่งกันและกันเลย" ซึ่งระหว่างนั้นผู้สื่อข่าวก็ได้พยายามสอบถามถึงปัญหาต่างๆ แต่ก็ไม่ได้รับการตอบรับ และพูดเพียงสั้นๆว่า "พอแล้วลูก"

ดังนั้น ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางกลับ ระหว่างทางสังเกตพบว่า แผงขายลอตเตอรี่ของ น.ส.พัชริดา พรมตา หรือเจ้พัช พยานของครูปรีชา ใคร่ครวญ ตั้งแผงขายลอตเตอรี่อยู่ แต่คนขายนั้นไม่ใช่เจ้พัช ผู้สื่อข่าวจึงแวะเข้าไปสอบถาม จึงทราบว่าชายวัยรุ่นคนดังกล่าวนั้นคือบุตรชายของเจ้พัช ซึ่งก็ได้บอกกับผู้สื่อข่าวว่า แม่ไม่อยู่ กำลังเอาลอตเตอรี่ไปส่งให้กับลูกค้าที่สั่งเอาไว้ ส่วนจะกลับมาที่แผงหรือไม่นั้นไม่ทราบ

 หน้าแรก / ข่าว Like สาระ

'บ้านก้างปลา' ยุติรุกป่าด้วยเกษตรทางเลือก

'บ้านก้างปลา' ยุติรุกป่าด้วยเกษตรทางเลือก

วันพุธ ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561, 19.23 น.
 
 

"ออกหนาวเข้าร้อน" หรือตรงกับช่วงเดือน ก.พ. - เม.ย. ของทุกปี เวลาแบบนี้สำหรับทางภาคเหนือและภาคอีสานตอนบนก็ดูจะเป็น "ข่าวธรรมเนียมประจำปี" ไปแล้วกับปัญหา "หมอกควัน-ไฟป่า" ซึ่งสาเหตุสำคัญมาจากการเผาเพื่อหาเห็ดบางชนิดบ้าง หรือที่ถูกพูดถึงกันมากในระยะหลังๆ คือกรณี "เผาป่าปลูกข้าวโพด" ชาวบ้านบุกรุกเขตป่าจนบางแห่งกลายเป็น "เขาหัวโล้น" เพื่อปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ส่งให้กับบริษัทยักษ์ใหญ่

 

แน่นอนว่าคงไม่ยุติธรรมนักหากคนในเมืองจะกล่าวโทษแต่เกษตรกรในชนบทว่าเป็นคนทำลายป่าไม้และก่อมลพิษ เพราะปลายทางของอาหารสัตว์นั้นก็คือเนื้อสัตว์ต่างๆ ที่ทุกคนมีส่วนร่วมบริโภค อีกทั้งคนอีกมากมีทางเลือกในชีวิตไม่มากนัก ดังเสียงสะท้อนของชาวบ้านที่มักย้อนถามว่า "ถ้าไม่ให้ชาวบ้านปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์แล้วจะให้ทำอะไร?" กับบรรดาผู้ที่ต่อว่าต่อขานพวกเขาเสมอมา

บ้านก้างปลา ตั้งอยู่ที่ เทศบาลตำบลศรีสองรัก อ.ด่านซ้าย จ.เลย มีพื้นที่กว่า 9,965 ไร่ ส่วนใหญ่เป็นป่าสงวน มีประชากรอาศัยอยู่ราว 223 คน มีทั้งสิ้น 60 ครัวเรือน ด้วยสภาพภูมิประเทศเป็นที่ลาดชันและเชิงเขา พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นเทือกเขาสลับซับซ้อน มีความสูงเหนือระดับน้ำทะเล 500 -1,100 เมตร มีพื้นที่ราบระหว่างหุบเขาเป็นที่ราบลุ่มแคบๆ สลับกับหุบเขาเพียงร้อยละ 4-5 ของพื้นที่ทั้งหมดถูกใช้เป็นที่อยู่อาศัยและพื้นที่ทำการเกษตร

เมื่อเวลาผ่านไป ที่ดินป่าไม้จึงถูกเปลี่ยนไปเป็นพื้นที่เกษตรอย่างถาวรและต่อเนื่อง แต่การนำไปใช้ประโยชน์ด้านการเพาะปลูกจะประสบปัญหาการชะล้างการพังทลายของหน้าดิน หากไม่มีระบบการอนุรักษ์ดินและน้ำที่ดีพอ โดยเฉพาะหน้าดินที่มีดินอยู่น้อย ยิ่งมีปัญหามาก นอกจากก่อให้เกิดภาวะเขาหัวโล้นแล้ว การทำเกษตรโดยการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่มีการใช้สารเคมีในปริมาณมากๆ ยังส่งผลกระทบต่อคนในพื้นที่ราบลุ่มด้วย

ผศ.ดร.เอกรินทร์ พึ่งประชา อาจารย์ประจำภาควิชามานุษยวิทยา คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร หัวหน้าทีมวิจัยโครงการ "Smart Farmer เกษตรทางเลือกและความมั่นคงทางอาหาร (2559-2560)" และโครงการ การเพิ่มศักยภาพเกษตรกรและหมู่บ้านต้นแบบการผลิตและการตลาดสีเขียว มาตรฐานด่านซ้ายกรีนเนตฯ (2560-2561) 2 โครงการวิจัยที่มุ่งหวังยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกร เล่าว่า แม้บ้านก้างปลาจะเป็นเพียงหมู่บ้านเล็กๆ แต่วิถีชีวิตของคนในหมู่บ้านส่งผลกระทบทั้งต่อชาวบ้านในพื้นที่ลุ่ม และต่อ "ลุ่มน้ำหมัน" แหล่งน้ำสำคัญในพื้นที่

ผศ.ดร.เอกรินทร์ พึ่งประชา

“ต้องทำให้เข้าใจวิถีชีวิตและหาแนวทางแก้ปัญหาไปพร้อมๆ กัน เพราะเราไม่สามารถไปบอกให้ชาวบ้านอย่าทำลายป่า อย่าปลูกข้าวโพด ทำให้ต้องมาคิดใหม่” ผศ.เอกรินทร์ ระบุ

นักวิชาการผู้นี้ ที่โครงการของเขาได้รับการสนับสนุนจาก สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) เล่าต่อไปว่า จากการสำรวจวิถีชีวิตของชาวบ้านก้างปลา พบว่าส่วนใหญ่จะปลูกข้าวโพดเฉลี่ย 40-50 ไร่ต่อครัวเรือน และหากให้ทำกันเช่นนี้ต่อไปจำนวนเขาหัวโล้นย่อมต้องเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน จึงทดลองใช้พื้นที่ 1 ไร่ของแกนนำหมู่บ้านมาปลูก “พริก” โดยหวังว่าจะกลายเป็น “พืชทางเลือก” นอกเหนือจากการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เพียงทางเดียว

“การเลือกปลูกพริกถือว่าค่อนข้างเสี่ยง แต่มองว่าหากทำสำเร็จจะสามารถสร้างรายได้ถึง 3 เท่าตัวเมื่อเทียบกับการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ โดยผลผลิตพริกสามารถเก็บขายได้ทุก 3-4 เดือน ขณะที่การข้าวโพดเลี้ยงสัตว์มีรายได้เพียงปีละ 1 ครั้ง และในระหว่างสัปดาห์มีการปลูกผักสวนครัวปลอดภัยขาย พอชาวบ้านเริ่มเห็นรายได้เกิดความเชื่อมั่นจึงหันมาทำเกษตรทางเลือกเพิ่มมากขึ้น” เขากล่าว

ผลการทดลอง “1 ปีผ่านไป” พบว่าน่าพอใจ กล่าวคือ “ชาวบ้านร้อยละ 80 ลดการปลูกข้าวโพด” บางรายถึงกับ “ลาขาด” เลิกปลูกไปเลยก็มี หันมาปลูกพริกและผักสวนครัวแทน เพราะโครงการนี้มิได้เพียงแต่ส่งเสริมให้ปลูกเท่านั้น แต่ยัง “หาตลาด” ให้ด้วย เช่น โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชด่านซ้าย ขายทุกวันจันทร์ , ลานเอนกประสงค์หน้าที่ว่าการอำเภอด่านซ้าย ขายทุกวันอังคาร ศุกร์และวันประชุมประจำเดือนของกำนันผู้ใหญ่ และตลาดประชารัฐ

พริกและผักสวนครัว : ทางเลือกทดแทนการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ของชาวบ้านก้างปลา

ผศ.เอกรินทร์ กล่าวสรุปบทเรียนจากโครงการครั้งนี้ว่า "Smart Farmer" จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อ 1.ต้องเป็นคนพร้อมเปิดใจรับความรู้ใหม่ๆ หากไม่เห็นด้วยสามารถพูดคุยแลกเปลี่ยนกันได้ พร้อมที่จะปรับเปลี่ยนรูปแบบการปลูกพืชใหม่ๆ พร้อมที่จะก้าวทันเทคโนโลยี และพร้อมที่จะขับเคลื่อน กับ 2.เรื่องขององค์ความรู้ การจัดการดินที่มีประสิทธิภาพ การจัดการน้ำที่มีประสิทธิภาพสูงสุด และการจัดการโรคพืช ที่เราจะต้องนำความรู้ใส่เข้ามาให้กับเกษตรกรด้วย

เช่น การตรวจคุณภาพดิน ปุ๋ยสั่งตัด การใช้สารเคมี การใช้พลาสติกคลุมหญ้า หรือการใช้น้ำแบบรู้คุณค่ามากขึ้นปรับมาใช้สปริงเกอร์หรือระบบน้ำหยดแทนจากเดิมที่ไม่เคยมี นอกจากนี้ยังมีการใช้ความรู้หลายอย่างที่เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์เข้าไปให้ชาวบ้าน และเมื่อผสมผสานกับฐานความรู้ภูมิปัญญาเดิมก็จะนำไปสู่องค์ความรู้ของชุมชนในรูปแบบที่เหมาะสมกับนิเวศของชุมชนเอง

ตลาดปลอดภัย ณ รพ.สมเด็จพระยุพราชด่านซ้าย

“ภายใน 1 สัปดาห์ชาวบ้านมีรายได้จากการขายผักปลอดภัยเพิ่มขึ้นประมาณ 1,500 บาท/ครัวเรือน ที่สำคัญลดต้นทุนในการผลิตและได้สุขภาพที่ดีขึ้น และจากความสำเร็จของหมู่บ้านก้างปลา กลายเป็นโมเดลหรือหมู่บ้านต้นแบบ Smart Farmer ให้กับหมู่บ้านอื่นๆ สนใจหันมาทำตาม เกิดการขับเคลื่อนไปยังพื้นที่อื่นๆ เกิดการขยายผลงานวิจัยเพิ่มขึ้น” ผศ.เอกรินทร์ กล่าวถึงความสำเร็จ

เมื่อการบุกรุกป่าลดลง แหล่งต้นน้ำและผืนป่าก็จะได้รับการฟื้นฟู ปัจจุบันหากใครได้มีโอกาสไปเยือนหมู่บ้านก้างปลาจะเริ่มเห็นการปลูกไม้ผลไม้ยืนต้นเข้ามาแทนที่การปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เพิ่มมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นทุเรียน มะขาม ส้ม ลิ้นจี่ ลำไย อโวคาโดและอื่นๆ ต่อไปในอีก 5 ปีข้างหน้า ที่นี่จะเกิดความหลากหลายกลายเป็นวนเกษตรขึ้นแทนที่ภาพเขาหัวโล้น “ผืนป่า” จะกลับคืนมาในท้ายที่สุด และคงจะดีไม่น้อยหากมีการขยายผลไปยังพื้นที่อื่นๆ

เพราะเชื่อเถิดว่า..หากมีหนทางอื่นที่มั่นคงกว่าในชีวิต คนส่วนใหญ่คงไม่มีใครเลือกที่จะทำในสิ่งผิดอย่างแน่นอน!!!

 
'อธิบดีสถ.'ตรวจเยี่ยมศูนย์พึ่งพิงสุนัขจรจัด เข้มสัตว์ปลอดโรคคนปลอดภัย

'อธิบดีสถ.'ตรวจเยี่ยมศูนย์พึ่งพิงสุนัขจรจัด เข้มสัตว์ปลอดโรคคนปลอดภัย

วันพุธ ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561, 19.21 น.
 
 

14 ก.พ. 61ที่ศูนย์พึ่งพิงสุนัขจรจัด คลองสิบสอง เทศบาลนครรังสิต จังหวัดปทุมธานี นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และ ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ ประธานชมรมแม่บ้านกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น  ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการบริหารจัดการศูนย์พึ่งพิงสุนัขจรจัด ภายใต้โครงการ “สัตว์ปลอดโรค คนปลอดภัย” ตามปณิธาน สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ให้การต้อนรับ 

โดยนายสุทธิพงษ์ กล่าวว่า องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีหน้าที่ในการดูแลประชาชนให้มีความสุข ที่หมายรวมถึงด้านสิ่งแวดล้อม ในการบริหารจัดการสุนัขจรจัด จึงถือเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลประชาชนเช่นกัน เพราะสุนัข อาจจะนำโรคต่างๆมาสู่คน และสร้างความทุกข์ร้อนใจให้แก่ประชาชนได้ หากเรามีการดูแลที่ดี ก็จะช่วยลดภาระทางสังคม ลดการรบกวนของสุนัขจรจัดที่อาจจะเกิดขึ้นกับคนในพื้นที่ได้ และจากการที่เทศบาลนครรังสิต ได้ดำเนินการศูนย์พึ่งพิงสุนัขจรจัด คลองสิบสอง ซึ่งมีการบริหารจัดการที่ดี ได้รับความร่วมมือกันระหว่างภาคประชาชน หน่วยงานรัฐบาล เป็นสถานที่สำหรับควบคุมดูแลสุนัขจรจัด ในเขตเทศบาลที่ไปสร้างความเดือดร้อนและก่อปัญหาด้านสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

"ผมขอชื่นชม และเป็นกำลังใจให้ดำเนินการได้เช่นนี้ต่อไป เพื่อให้สามารถเป็นต้นแบบที่ดี สามารถกระจายแนวทางในการดำเนินการเช่นนี้ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นๆ ขอให้ได้ภาคภูมิใจที่ได้เป็นผู้ขับเคลื่อน ผลักดันให้เกิดศูนย์พึ่งพิงสุนัขจรจัด คลองสิบสอง ซึ่งกรมฯ จะผลักดันให้ศูนย์พึ่งพิงสุนัขจรจัด คลองสิบสอง เทศบาลนครรังสิตแห่งนี้สามารถเป็นต้นแบบให้กับทุกๆองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้โดยเร็ว" อธิบดี สถ. กล่าว 

ด้านดร.วันดี  กล่าวเสริมว่า วันนี้มีความยินดีเป็นอย่างยิ่ง ถือว่า เป็นโอกาสที่ดีที่ได้เข้ามาเยี่ยมชมการบริหารจัดการของศูนย์พึ่งพิงสุนัขจรจัด คลองสิบสอง เทศบาลนครรังสิต ก็ขออนุโมทนาบุญทุกท่านที่มาร่วมทำกิจกรรมดีๆให้แก่สังคม ถือเป็นนิมิตรหมายที่ดีที่ทางเทศบาลนครรังสิตจะเป็นตัวอย่างในการนำร่องให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นๆได้นำไปเป็นแนวทางในการบริหารจัดการและช่วยเหลือสุนัขจรจัด ช่วยแบ่งเบาภาระทางสังคม นำมาบริหารจัดการให้ดี เพื่อให้ชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนได้มีสภาพแวดล้อมที่ดี ปลอดภัยจากโรคต่างๆที่อาจจะติดมากับสุนัขจรจัดได้ต่อไป 

 

........................................................

14 กุมภาพันธ์ 2561

 



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน