*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 2985
  • จำนวนผู้ชม : 2115736
  • จำนวนผู้โหวต : 433
  • ส่ง msg :
  • โหวต 433 คน
<< เมษายน 2018 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30          

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันจันทร์ ที่ 16 เมษายน 2561
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 776 , 12:49:35 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน feng_shui โหวตเรื่องนี้

สวัสดีครับ

         ออกจะเห็นด้วยกับ 'พี่มาร์ค' ที่ตั้งข้อสังเกตว่า ""ข้อสังเกตที่ได้มาตลอด 3-4 ปีที่ผ่านมา หลายโครงการไม่เป็นไปตาม

เป้าหมายที่รัฐบาลวางไว้ ไม่สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้อย่างที่ตั้งใจ แต่จำกัดอยู่กับคนบางกลุ่มมากกว่าจะทำให้คนทั่วไปมีรายได้

ที่ดี"  แต่สงสัยตรงคำว่า 'คนบางกลุ่ม' ครับ เพราะมีหลายกลุ่มจริงๆ โดยเฉพาะกลุ่มเรียกร้องเอาโน่นเอานี่ หรือเป็นกลุ่มที่นายกฯ

ไปเจอะเจอเมื่อยกครม.สัญจรที่โน่นที่นี่

       

เมื่อ '๓ กุ๊ยตะวันตก' ออกฉาก

    
 

      เสร็จ "สงกรานต์" ก็เข้าเทศกาล "สงคราม"!

      แต่ยังหรอกครับ.....

      ยังไม่ต้อง "สติแตก" ถึงปานนั้น
      ที่ ๓ แกนนำจักรวรรดินิยมอำนาจตะวันตก "สหรัฐอเมริกา-อังกฤษ-ฝรั่งเศส" ถล่มซีเรีย เมื่อศุกร์  ๑๓ เมษา

      ไม่ใช่สัญญาณ "สงครง-สงคราม" ที่ไหนหรอก

      มันก็แค่ "อันธพาลโลก"

      ยกแก๊งไป "ปาหลังคาบ้าน" คนอื่น วิ่งหางจุกตูดหนีเข้าบ้านตัวเอง แล้วปิดประตูเห่า......

      "จบแล้ว..จบแล้ว ไม่มีภาค ๒"!

      เรื่องทำนองนี้ สำหรับไทยเรา ถือสุภาษิต "รักไม่ยุ่ง-มุ่งแต่งาน" ดูตามเขาไปขำๆ

      คงไม่ต้อง อุ๊ย..ว้าย..ตาย..กรี๊ด อะไรหรอก

      เรื่องที่เป็น "วิเทศกรณี" ผมก็ไม่ลึกซึ้ง ได้แต่อ่านตามข่าว ตามโซเชียล

      ฉะนั้น ไม่ขอคุยในเรื่อง แต่อยากเก็บ "ข้อสังเกต" จากเรื่องมาคุยแบบนอกเรื่อง

      กรณีนี้ ทำให้ "รู้เช่น-เห็นชาติ" เพื่อการรับรู้เชิงประจักษ์หลายอย่าง

      อย่างแรก ยูเอ็น หรือสหประชาชาติ

      ไม่ได้ตั้งขึ้นด้วยประสงค์ ป้องกันสงคราม เพื่อสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน และเพื่อสันติภาพโลก ตามแถลง

      เนื้อแท้ เป็นองค์การที่ "จักรวรรดินิยมอำนาจตะวันตก" ตั้งขึ้น เป็นเครื่องมือรักษา-สถาปนา "อำนาจเดียวครองโลก"

      ก็ดูซี........

      ปีที่แล้ว แค่เกาหลีเหนือทดลองบั้งไฟ คณะมนตรีความมั่นคงของยูเอ็น (UNSC) ลงมติ "คว่ำบาตร" ทันที

      แล้วนี่...........

      "สหรัฐ-อังกฤษ-ฝรั่งเศส" ถล่มขีปนาวุธเป็นร้อยลูกใส่ซีเรีย ไม่เพียงเลขาฯ ยูเอ็น "นายอันโตนีโอ  กูเตอร์เรส" นั่งอมหัวแม่มือเฉย

      รัสเซียยื่นเรื่องให้ประณามสหรัฐฯ

      ฐานละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศและกฎบัตรสหประชาชาติ

      UNSC มีขาประจำ "เสียงชี้ขาด" ๕ ประเทศ แต่กรณีนี้ เป็น "ตัวการ" ซะเอง ๓ คือ สหรัฐ-อังกฤษ-ฝรั่งเศส

      เหลืออีก ๒ เสียง คือ จีน-รัสเซีย

      ก็ไม่ต้องพูดว่าจะมีมติให้ประณามได้หรือไม่ ถึงแม้ใน UNSC ยังมีประเทศ "ขาจรอีก ๑๐ ประเทศ" ร่วมโหวต ก็ตาม

      ขาจร ๑๐ ก็เหมือน "พระอันดับ" ที่ท่านเจ้าคุณนิมนต์มาตั้ง กล้าหรือที่จะสวน?

      ผลที่ออกมา........

      จึงมีเพียง "โบลิเวีย" ชาติเดียวที่เอากับรัสเซีย-จีน

      อีก ๕ ชาติ รู้กิน-รู้อยู่ "สหรัฐ-อังกฤษ-ฝรั่งเศส" ว่างาม ก็งามไปตามเจ้า

      อีก ๔ คงเป็นเซียนไฮโล ประเภท "กั๊กๆ เหม็งๆ เป็นนักเลงได้นาน" ซ้าย-ขวา ไม่เอี้ยว กางขาคร่อมดีกว่า

      คือ "งดออกเสียง"!

      จะเห็นว่า สหประชาชาติ กับองค์การนาโต ที่กลุ่มจักรวรรดินิยมอำนาจตะวันตกตั้งขึ้นถ่วงดุลสหภาพโซเวียตในยุคสงครามเย็น นั้น

      เจตนาหลัก ใช้เป็นกลไกบังคับและควบคุมโลก มุ่งทางเศรษฐกิจ-การเมืองและการทหาร ในความเป็นเจ้าจักรวรรดิอำนาจในโลกเสรี

      ทำนอง "ตามเรา-อยู่, ขวางเรา-ฝัง" ประมาณนั้น!

      กรณีซีเรีย..........

      สมาชิกนาโต ต่างเห็นดี-เห็นงาม กับที่พวกเขาเอง ตีหัวซีเรียโพละ..โพละ.. แล้ววิ่งไปแจ้งความที่ยูเอ็นก่อน ว่า

      "ซีเรียใช้แก๊สพิษ พวกผมทนเห็นประชาชนถูกรังแกไม่ได้ จึงเข้าไปช่วย"

      จากจำเลยโลก พลิกบทเป็น "พระเอกโลก" หน้าด้านๆ ท่ามเสียงตบมือ เป่าปาก กระทืบตีน จากริงไซด์ ยูเอ็นและนาโต

      สมาชิกนาโต ๒๙ ชาติ ในชาตินี้ มีชาติไหนบ้างล่ะ?

      ดูกันซักนิดก็ได้........

      นำโดย ๓ ตัวการ "สหรัฐ-อังกฤษ-ฝรั่งเศส" และตามด้วย

      กรีซ, โครเอเชีย, แคนาดา, เช็ก, เดนมาร์ก, ตุรกี, นอร์เวย์, เนเธอร์แลนด์, บัลแกเรีย, เบลเยียม, โปรตุเกส, โปแลนด์, มอนเตเนโกร, เยอรมนี, โรมาเนีย, ลักเซมเบิร์ก, ลัตเวีย, ลิทัวเนีย, สเปน, สโลวาเกีย, สโลวีเนีย, อิตาลี, เอสโตเนีย, แอลเบเนีย, ไอซ์แลนด์, ฮังการี

      นายกูเตอร์เรส "เลขาฯ ยูเอ็น" ชาติไหน ทราบมั้ย?

      ก็ "โปรตุเกส" ๑ ใน ๒๙ ชาติสมาชิกนาโตนั่นไง!

      ทีนี้ ก็มาดู "เชิงประจักษ์" อย่างที่ ๒............

      ๓ หัวโจก ถล่มขีปนาวุธเป็นร้อยลูกใส่ซีเรีย ชนิดไม่คำนึงชีวิตชาวบ้านชาวช่องว่าจะล้มตายกันขนาดไหน?

      ถามว่า ใครเห็น ไอ้แอมเนสตี กับฮิวแมนไรต์ส วอตช์ องค์กรหากินเอง...........

      ทั้งตัวพ่อในต่างประเทศและตัวลูกในประเทศ โผล่หัวออกมาเห่าพวกทำลายล้างสิทธิมนุษยชนบ้าง?

      ทั้งมนุษย์ ทั้งสุนัข อมหาง-หายหัวเงียบ!

      ทีกับเรื่องแค่ทหารไปคุยพ่อแม่พวกอาศัยคราบนิสิต-นักศึกษากวนเมือง

      แค่นั้นแหละ แหล็นออกมาเลย......

      ทหารคุกคามสิทธิมนุษยชนบ้างละ โร่ไปร้องยูเอ็นบ้างละ

      กระทั่ง "โรฮีนจา" ในพม่า อันเป็นเรื่องนอกบ้านแท้ๆ

      มันก็ยังลากเข้ามาเล่นสนององค์กรหากินเองของมันในบ้าน!

      แต่กับที่ซีเรีย พ่อมันเองริยำ.........

      ก็เห็นกันทั้งโลก แล้วใครเห็นหัวไอ้ ๒ องค์กรหากินเอง ออกมาต่อต้าน-ค้าน-ด่า อเมริกาตัวพ่อน้ำเลี้ยงของมันบ้าง?

      ก็มาดู "เชิงประจักษ์" ที่ ๓..........

      ดูกันแบบไม่เข้าฝ่ายใด ใช้ข้อมูลข่าวสารที่ออกมาจากทั้งสองฝ่ายเป็นฐานวิเคราะห์

      เมื่อ ๗ เมษา ๖๑ ข่าวออกมาทางฝ่ายจักรวรรดินิยมอำนาจตะวันตกว่า

      "ซีเรียใช้ก๊าซพิษกับกลุ่มกบฏในซีเรีย เป็นเหตุให้ชาวเมืองเสียชีวิตจำนวนมาก"

      ปูพื้นเรื่องให้ซีเรียเป็นอาชญากรสงคราม และสร้างภาพให้ตัวเองเป็นพระเอก ต้องไปปราบผู้ร้าย

      แล้วแจ้งให้รัสเซียทราบตามกติกา ว่าจะถล่มคลังเก็บเคมีซีเรีย

      ๑๓ เมษา ๖๑ ตอนเช้ามืด.......

      สามตัวการ "ทรัมป์-เมย์-มาครง" ขนจรวดไปทอดผ้าป่าซีเรียใกล้กรุงดามัสกัสทันที

      สหรัฐฯ ทอดด้วย Tomahawk ฝรั่งเศสด้วย Scalp ส่วนของอังกฤษ เป็น Storm Shadows

      ทรัมป์บอก one time shot "ตีหัวทีเดียวพร้อมกัน" ๓ จุด แล้วถลกตูดเผ่น...เลิกเลย

      เป้าถล่มที่ ศูนย์วิจัยและพัฒนาอาวุธเคมี คลังเก็บอาวุธ และบังเกอร์เก็บอาวุธเคมี

      สหรัฐฯ อ้าง พื้นที่เป้าหมาย ถูกจรวดถล่มใส่ เสร็จสมอารมณ์หมายทุกประการ!

      จรวดลงเป้าเป๊ะๆ รวมแล้ว กว่า ๑๐๐ ลูก!

      ฝ่ายซีเรีย-รัสเซีย บอก ที่ยิงมาเป็นร้อย ถูกสอยเรียบ มีหลุดรอดเข้ามา ๓-๔ ลูก ตกใส่ตึกร้าง

      เรียกว่า ทั้งโทมาฮอว์ก สกัลป์ และ สตอร์ม แชโดว์ "บ่มิไก๊" ทำอะไรซีเรียไม่ได้เลย

      ยืนยันข้อนี้ ด้วยภาพข่าว หลังถล่มเสร็จ แทนที่ปรากฏภาพคนเจ็บ-คนตาย

      กลับเป็นภาพชนชาวซีเรียออกมาเล่นสงกรานต์จรวดขยะกันสนุกสนาน!?

      จากข้อมูลเหล่านี้ พอจะวิเคราะห์ได้ว่า...........

      ที่อ้าง ซีเรีย ใช้อาวุธเคมีสังหารประชาชนนั้น ยังไม่มีน้ำหนักให้เชื่อได้

      เพราะฝ่ายสหรัฐฯ "ส่อพิรุธ"

      ประการแรก ออกมาปูดเอง โดยไม่มีหลักฐานยืนยัน

      ประการที่สอง ไม่รอตรวจสอบความจริงในพื้นที่ให้ประจักษ์ก่อน ก็ชิงลงมือแล้ว?

      ประการที่สาม ออกข่าววันที่ ๗ เมษา ห่างมาเพียง ๖ วัน

       ๑๓ เมษา..........

      สหรัฐ-อังกฤษ-ฝรั่งเศส รวบรัด "รวมหัว" ถล่มซีเรียทันทีเลย!

      จากพฤติกรรมนี้ ชาวโลกต้องเบนตาสงสัยไปที่ ๓ อันธพาล ด้วยคำถามว่า

      "รีบโจมตีซีเรีย หวังทำลายหรือกลบเกลื่อนร่องรอย-หลักฐานที่ฝ่ายตัวเองทำหกตกหล่นไว้กับพวกก่อการร้ายหรือเปล่า?"

      นี่ข้อสงสัยด้าน "รีบร้อนลงมือ"...........

      ยังในด้าน "อเมริกันขี้โม้" อีก ที่ทรัมป์และเพนตากอนแถลง ถล่มเละตามเป้านั้น

      ซีเรียเละ หรือ หน้าตาตัวเองเละกันแน่?

      เฉพาะโทมาฮอว์ก คุยว่ายิงไป ๖๐-๗๐ ลูก "ลงเป้า" เป๊ะๆ นั้น

      น่าจะ "โม้" มากกว่า "จริง"!

      เพราะโทมาฮอว์กนั้น ยอมรับกันว่า พลังทำลายร้างสุดยอดของโลก

      ลูก-สองลูก ก็เหลือแหลกแล้ว!

      ถ้าลงเป้าจริงละก็ อย่าว่าเละแค่ศูนย์วิจัยเคมีเลย

      ชาวบ้าน-ชาวเมือง ก็แทบจะไม่เหลือออกมาเฮๆ ถลกตูดให้ไอ้กันดม อย่างที่เห็น

      แต่นี่ มากสุด ตายแค่ ๓ คน!

      โทมาฮอว์ก ลูกละ ๒๕-๓๐ ล้าน ยิงไป ๖๐-๗๐ ลูก เป็นเงินเท่าไหร่ คนตาย ๓

      สู้ "สงกรานต์เมืองไทย" ไม่ได้ คาถนนไปแล้ว เป็นร้อย!

      มหาอำนาจตะวันตก วันนี้.......

      มีภาพเป็น "กุ๊ยตะวันตก" กระหายสงคราม-กระหายอำนาจเถื่อนในสายตาชาวโลกไปแล้ว

      การใช้มาด "สงบสยบกุ๊ย" ของปูติน-สีจิ้นผิง ไม่เพียงขับเน้นรังสี "ผู้นำอำนาจโลก" ในศตวรรษใหม่เท่านั้น

      ยังทำให้ภาพ "ผู้ปรารถนาสันติภาพโลก" แท้จริง ปรากฏ

      บนวุฒิภาวะ "ผู้ใหญ่-ผู้นำ"..........

      อันประชาคมโลก เชื่อถือ พึ่งพาได้ โดยใหญ่ไม่รังแกเล็ก ใฝ่สันติสุข-สันติภาพ ร่วมกัน!

      สงครามโลก ครั้งที่ ๓ อย่างที่พูดกัน เกิดได้ แต่ไม่ใช่วันนี้-พรุ่งนี้

      ถ้าเกิด จะไม่ยืดเยื้อเหมือน ๒ ครั้งที่ผ่านมา และทั้งรูปแบบก็ไม่เหมือนกัน

      แต่สาเหตุจะมาจากจุดเดียวกัน คือ เศรษฐกิจตะวันตก ที่ยิ่งแก้ยิ่งจมในหล่มเศรษฐกิจโคลนดูด

      เจ้าประคู้น...........

      ขอให้ "สงครามโลก" เกิดจริงๆ ทีเทิ้ด!

คสช.ยึดรถเมาไม่ขับ5วันทะลุหมื่นคัน

    
 

16 เม.ย.61- พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกคณะรักษษความสงบแห่งชาติ(คสช.) กล่าวถึงการตรวจพบผู้กระทำผิดในลักษณะที่สุ่มเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุโดยประมาทด้วยการดื่มแล้วขับขี่ว่า ในวันที่ 15 เม.ย.2561 พบรถจักรยานยนต์กระทำความผิด 52,698 ครั้ง เจ้าหน้าที่ได้ยึดใบอนุญาตขับขี่ไว้ 2,999 ราย  จำเป็นต้องยึดไว้ 2,069 คัน และส่งผู้กระทำผิดดำเนินคดี 41,443 คน ส่วนรถโดยสารสาธารณะ/รถยนต์ส่วนบุคคล พบการกระทำความผิด 38,956 ครั้ง เจ้าหน้าที่ได้ยึดใบอนุญาตขับขี่ไว้ 3,544  ราย ยึดรถยนต์ 814 คัน ส่งผู้กระทำความผิดดำเนินคดี 24,936 คน

"โดยตลอด 5 วันที่ผ่านมา (11 – 15 เมษายน 2561) เจ้าหน้าที่ได้ยึดรถที่ฝ่าฝืนมาตรการความปลอดภัย ดื่มไม่ขับไว้แล้ว  10,099 คัน (รถจักรยานยนต์ 7,372 คัน และรถยนต์ 2,727 คัน ) และดำเนินคดี กับผู้กระทำผิด รถจักรยานยนต์ 113,450 คน รถโดยสารสาธารณะ/รถยนต์ส่วนบุคล 69,898คน"

รองโฆษกคสช.กล่าวว่า เพื่อให้การเดินทาง สัญจรทั่วประเทศรวมถึงบริเวณด่านชายแดน เป็นไปด้วยความเรียบร้อย  เจ้าหน้าที่ทุกส่วน จะผลัดเปลี่ยนปฏิบัติติหน้าที่ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ทุกคนเดินทางกลับถึงที่หมายโดยสวัสดิภาพ.

 

'อภิสิทธิ์'อัดคสช.ถลุงงบละลายแม่น้ำ

 

16 เม.ย.61-นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการบริหารเศรษฐกิจของรัฐบาลคสช. ว่า อยากให้ประเมินการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ผ่านมาทุกอย่างแล้วดูความคุ้มค่า เพราะข้อสังเกตที่ได้มาตลอด 3-4 ปีที่ผ่านมา หลายโครงการไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่รัฐบาลวางไว้ ไม่สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้อย่างที่ตั้งใจ แต่จำกัดอยู่กับคนบางกลุ่มมากกว่าจะทำให้คนทั่วไปมีรายได้ที่ดีขึ้น 

"เมื่อเทียบงบประมาณที่ลงไปกับความคุ้มค่าที่ได้รับมีผลที่ได้น้อยเมื่อเทียบกับเงินที่ลงไป จึงอยากให้ปรับวิธีคิดว่า ทำอย่างไรให้ประชาชนมีรายได้ดีขึ้นโดยธรรมชาติ ซึ่งจะยั่งยืนและเป็นผลดีต่อภาวะการคลังด้วย อย่างไรก็ตามเชื่อว่ารัฐบาลคงไม่ตั้งใจให้เกิดปัญหาแต่มองสภาวะเศรษฐกิจไม่ตรงกับความจริงที่เปลี่ยนไป" 

 

เริ่มแล้ว สงกรานต์วันไหลบางแสน

    
 

 

วันไหลบางแสนวันแรก  ประชาชนเริ่มก่อพระทรายเต็มชายหาดอนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่น.

16 เม.ย61- ตั้งแต่เช้าวันนี้ซึ่งเป็นวันแรกของงานประเพณีก่อพระทรายวันไหลบางแสน ประจำปี 2561  มีบรรดาพนักงานก่อสร้างด้านพื้นฐาน ไปจนถึงสถาปนิก นักจัดสวนดอกไม้ ผู้ที่เขียนป้ายของทุกหน่วย ของภาครัฐ เอกชน รัฐวิสาหกิจ โรงเรียน และหน่วยงานต่าง ๆ จำนวน 80 แห่งทั่วประเทศ ส่งเข้ามาแข่งขันประกวดก่อพระทรายทั้งประเภทสวยงาม  ความคิดสร้างสรรค์ รวมถึง 80 กอง ซึ่งก่อสร้างกันบนชายหาดบางแสน ระยะทางยาวกว่า 3 กม. และจะมีการตัดสินกันในเช้าวันพรุ่งนี้  ทั้งนี้ พระเจดีย์ทราย จะถูกตั้งโชว์ไว้ที่ชายหาดเป็นเวลา 7  วัน เพื่อให้ประชาชนนักท่องเที่ยวได้รับชม 

นอกจากนี้ กิจกรรมภายในงาน นอกจากจะมีการเล่นสาดน้ำสงกรานต์กันรอบเขตเทศบาลเมืองแสนสุขกันแล้ว ยังมีการสรงน้ำพระพุทธรูป รดน้ำดำหัวผู้เฒ่าผู้แก่  การแข่งขันกีฬาพื้นบ้าน 

นายสวัสดิ์ หอมปลื้ม รองนายกเทศบาลเมืองแสนสุข กล่าวว่า  ขอเชิญชวนคนที่ไม่รู้จะไปเล่นสงกรานต์ที่ไหนมาร่วมงานประเพณีก่อพระทรายวันไหลบางแสน  แต่ขอความกรุณาให้เล่นด้วยความสุภาพ ไม่ใช้ดินสอพองสี ไม่ใช้ท่อฉีดน้ำแรงดันสูง ไม่พกอาวุธเข้ามา ไม่เล่นลามกอนาจาร ไมดื่มไม่ขายสุราและของมึนเมาทุกชนิด.    

 

 

'กทม.'ปรับแบบ'สะพานเกียกกาย' อีกรอบ

    
 

15 เม.ย.61-นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) กล่าวถึงความคืบหน้าโครงการก่อสร้างสะพานเกียกกาย เพื่อเชื่อมถนนสองฝั่งเจ้าพระยาด้วยโครงข่ายสะพานยกระดับว่า ปัจจุบันอยู่ระหว่างปรับรูปแบบรายละเอียดโครงการฯ  ให้เหมาะสมกับลักษณะกายภาพบริเวณโดยรอบ เนื่องจากก่อนหน้านี้ กทม.ได้ออกแบบรูปแบบของโครงการก่อสร้างสะพานสะพานเกียกกายหลายครั้ง แต่ติดอุปสรรคของลักษณะพื้นที่ เพราะเมื่อปรับให้สะพานอยู่ทางขวา โครงการก่อสร้างฯ ก็กระทบต่อโครงการก่อสร้างรัฐสภาแห่งใหม่ทำให้บดบังทัศนียภาพ เมื่อปรับรูปแบบมาด้านซ้าย โครงการก่อสร้างฯ กลับกระทบต่อวัดแก้วฟ้าจุฬามณี ทำให้อยู่ระหว่างการแก้ไขรูปแบบของสะพานอีกครั้ง หากปรับรูปแบบแล้วเสร็จจะส่งรายงานเพื่อขอความเห็นชอบจากกระทรวงมหาดไทย (มท.) ก่อนเข้าสู่ขั้นตอนการเสนอรัฐบาลของบอุดหนุนในการก่อสร้าง สาเหตุที่ต้องของบอุดหนุนนั้น เนื่องจากใช้งบประมาณในการก่อสร้างมากกว่า 1 หมื่นล้านบาท

นายจักกพันธุ์ กล่าวว่า ส่วนความคุ้มค่าและประสิทธิภาพของโครงการก่อสร้างฯ กทม.ยืนยันว่า หากก่อสร้างแล้วเสร็จจะช่วยให้โครงข่ายจราจรของกรุงเทพมหานครเกิดความสมบูรณ์ โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาจราจรติดขัด ซึ่งในอนาคตจะมีปริมาณการจราจรหนาแน่นจากหน่วยงานราชการ โดยเฉพาะรัฐสภาแห่งใหม่ ซึ่งโครงการก่อสร้างสะพานเกียกกายจะช่วยบรรเทาปัญหาจราจรได้มาก เพราะเป็นสะพานเชื่อมทั้งทางตะวันออก ตะวันตกและบริเวณใกล้เคียง

"ปัจจุบันกทม.อยู่ระหว่างการดำเนินการตามขั้นตอน เนื่องจากเป็นส่วนหนึ่งของโครงข่ายจราจรกทม. ส่วนในอนาคตนั้นจะเกิดการก่อสร้างหรือไม่ ตนไม่ขอตอบ เพราะหากประชาชนคัดค้านทุกโครงการที่กทม.ดำเนินการ เชื่อว่าการพัฒนาเมืองคงไม่เกิดขึ้น"รองผู้ว่าฯกทม.กล่าว

เป็นไปได้!ผีแพ้บ๊วยคาบ้านส่งซิตี้เป็นแชมป์เรียบร้อย

    
 


แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สามวันดีสี่วันไข้ เพิ่งทำเซอร์ไพรส์ บุกชนะจ่าฝูง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มาเมื่อนัดที่แล้ว แต่ดันมาเสียฟอร์มอย่างแรง แพ้ทีมบ๊วยของตาราง เวสต์ บรอมวิช อัลเบี้ยน คาบ้าน 0-1 ส่งผลให้การลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก ฤดูกาลนี้ ปิดฉากลงทันที เพราะแต้มขาดเป็นเรียบร้อย เหลือเตะ 5 นัดห่าง ซิตี้ 16 แต้ม ยังไงก็ไล่ไม่ทัน
    เวสต์บรอม ทีมอันดับสุดท้ายของตาราง ที่จ่อตกชั้นเต็มที ทำผลงานสุดช็อคได้อย่างเหลือเชื่อ เมื่อบุกไปชนะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้ที่ โอลด์แทรฟฟอร์ด 1-0 ในเกมคู่ดึก เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา
    แมทช์นี้แม้ ยูไนเต็ด จะทำเกมได้เหนือกว่า แต่จังหวะสุดท้ายทำได้แค่หวาดเสียว ขณะที่ เบน ฟอสเตอร์ อดีตนายทวารปีศาจแดง ก็โชว์ฟอร์มซูเปอร์เซฟ ป้องกันลูกอันตรายได้หมด 
    โชเซ มูรินโญ่ พยายามเปลี่ยนตัวแก้เกม แต่กลายเป็น เวสต์บรอม ทีมเยือน ได้ประตูขึ้นนำ จาก เจย์ โรดริเกซ ตามขวิดจ่อๆกลางเขตโทษ ผ่านมือ ดาวิด เด เค อาเข้าไป และเป็นประตูชัย ให้ เวสต์บรอม บุกชนะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ของ มูรินโญ่ ได้ พร้อมกับทำให้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่เตะนัดที่ 33 ไปก่อนตั้งแต่เมื่อคืนเสาร์ ได้แชมป์ฤดูกาลนี้ไปเป็นที่เรียบร้อย

เวงเกอร์รับไม่อยากเชื่อปืนบุกพ่ายนิวคาสเซิล

    
 



อาร์แซน เวงเกอร์ กุนซือทีม"ปืนใหญ่"อาร์เซนอล ผิดหวังไม่คิดว่า อาร์เซนอล จะบุกแพ้ นิวคาสเซิล ได้ ที่ เซนต์เจมส์ปาร์ค หลัง เจ้าสาลิกาดง เจ้าบ้าน ฮึดกลับมาชนะ 2-1 เมื่อคืนวันอาทิตย์
    อโยเซ่ เปเรซ กับ แมทท์ ริทชีย์ ซัดไปคนละประตู นำ นิวคาสเซิล กลับขึ้นนำ และเป็นฝ่ายชนะไปได้หวุดหวิด หลังจากที่ อาร์เซนอล ทีมเยือน ได้ประตูขึ้นนำก่อนจาก อเล็กซ็องดร์ ลากาแซ็ตต์
    "ผมว่าทุกคนคงประหลาดใจว่าเราแพ้เกมนี้ได้อย่างไร" เวงเกอร์ กล่าวอย่างอารมฌ์เสียหลังเกมการแข่งขัน
    "เราเสีย 2 ประตูจากจังหวะที่ไม่ได้อันตรายอะไรเลย ครึ่งหลังผมรู้สึกว่าผู้เล่นบางคนเริ่มมีปัญหาเรื่องสภาพร่างกาย ซึ่งก็เป็นผลมาจากการที่ลงเตะเมื่อคืนวันพฤหัสฯ"
    "เราเล่นด้วยสปิริตที่เยี่ยมแล้ว แต่สิ่งที่ได้คือผลการแข่งขันที่ถือว่าเลวร้าย มันยากที่จะทำใจยอมรับจริงๆ"
    อาร์เซนอล เวลานี้แพ้ในลีก 5 นัดติดต่อกันแล้วในเกมนอกบ้าน ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่เกิดขึ้น นับตั้งแต่เดือน ธันวาคม ปี 1984

 

"แม็คก้า"แนะหงส์พัก"ซาลาห์"ได้แล้ว

    
 


สตีฟ แม็คมานามาน ตำนานปีกจอมพลิ้วของลิเวอร์พูล ออกโรงแนะทีมเก่า ควรต้องพัก โมฮาเหม็ด ซาลาห์ บ้างในเกมพรีเมียร์ลีกนับจากนี้ เพื่อให้นักเตะฟิตเต็มที่สำหรับศึกรอบเซมิไฟนอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก กับ โรม่า
    ลิเวอร์พูล เปิดบ้านถล่ม บอร์นมัธ ไป 3-0 ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก เกมคู่ดึก เมื่อคืนวันเสาร์ และ โมฮาเหม็ด ซาลาห์  ยังคงกระหน่ำประตูให้ทีมอย่างต่อเนื่อง แมทช์นี้เป็นคนทำประตูที่สองของเกม พา ลิเวอร์พูล เปิดบ้านถล่ม บอร์นมัธ 3-0 โดยอีก 2 ประตูได้จาก ซาดิโอ มาเน่ กับ โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ 
    แม็คมานามาน บอกว่า ในเมื่อ เรื่องไปแชมเปี้ยนส์ลีก ฤดูกาลหน้านั้นไม่มีอะไรต้องห่วงแล้ว จากผลงานที่ติดท็อปโฟร์ได้แน่ในฤดูกาลนี้ จึงไม่มีความจำเป็นต้องให้ กองหน้าชาวอียิปต์ต้องเสี่ยงเจ็บอีกในเกมที่เหลือ
    "เราไม่รู้ว่า ซาลาห์ จะถูกใช้งานอย่างไรหลังจากนี้ในเมื่อมีเกมสำคัญรออยู่ในแชมเปี้ยนส์ลีก และสถานการณ์ในตอนนี้ ลิเวอร์พูล ก็มีคะแนนทิ้งห่างจากา เชลซี อยู่เยอะมาก" อดีตปีกลิเวอร์พูล กับ เรอัล มาดริด กล่าว 
    ""เราต้องมองภาพใหญ่ นั่นคือทำให้ ลิเวอร์พูล ผ่านเข้าสู่นัดชิงฯ แชมเปี้ยนส์ลีก ให้ได้"
    "ถ้าเป็นผม ผมจะไม่ให้เขาลงเล่นในเกมกับ เวสต์บรอม เสาร์หน้า เมื่อคุณมี แดนนี่ อิงก์ส กับ โดมินิค โซลังเก้ รอโอกาสอยู่ที่ม้านั่งสำรนอง และเกมกับ โรม่า ก็รออยู่ในคืนวันอังคาร ผมจะจับเขาห่ออย่างดีประคบประหงบอย่างดีเพื่อเซฟเขาไว้"

 

ทูตสหรัฐเปิดหลักฐานทางประวัติศาสตร์ มิตรภาพ200ปีไทย-สหรัฐ

    
 

21 มี.ค. 61 - ที่พิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในพระบรมมหาราชวัง สถานฑูตสหรัฐอเมริกา โดย นายกลิน ที เดวีส เอกอัครราชฑูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย นำคณะสื่อมวลชนชมนิทรรศการ “Great and Good Friends Exhibition (เกรท แอนด์ กู๊ด เฟรนด์ส เอ็กซิบิชั่น) เนื่องในโอกาสครบรอบความสัมพันธ์ 200 ปี ระหว่างราชอาณาจักรไทยและสหรัฐอเมริกา โดยนิทรรศการดังกล่าว เป็นการนำหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญอันเกี่ยวเนื่องกับความสัมพันธ์ระหว่างทั้ง 2 ประเทศ ตั้งแต่ ทศวรรษที่ 1818 เป็นต้นมา

เอกอัครราชฑูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย กล่าวว่า  แนวคิดการจัดงานดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อ 3 ปีที่แล้ว จากการค้นพบจดหมายฉบับแรก ที่เขียนโดย พระยาสุริยวงศ์มนตรี (ดิศ บุนนาค) ถึง ประธานาธิบดี เจมส์ มอนโร ซึ่งเป็นการติดต่อกันทางจดหมายครั้งแรกระหว่างสองประเทศ  ซึ่งเป็นการเขียนในภาษาโปรตุเกส เนื่องจากขณะนั้น ภาษาโปรตุเกสเป็นภาษาราชการของประเทศสยาม

เช่นเดียวกับสนธิสัญญาไมตรีและพาณิชย์ ที่มีการลงนามร่วมกันในปี 1818  ซึ่งสนธิสัญญาดังกล่าว ถือเป็นสนธิสัญญาฉบับแรกที่สหรัฐอเมริกาลงนามร่วมกับประเทศในทวีปเอเชีย เช่นเดียวกับวัตถุหลักฐานทางประวัติศาสตร์อื่นๆที่สหรัฐอเมริกา เก็บรวบรวมไว้ใน หอสมุดในรัฐสภาสหรัฐอเมริกา สถาบันสมิธโซเนียน สถาบันการศึกษา และสถาบันแห่งชาติอื่นๆ ทั่วประเทศ รวม 79 ชิ้น 

สำหรับการจัดนิทรรศการในครั้งนี้นั้น ได้รับความร่วมมือจากบริษัทเอกชนของสหรัฐอเมริกาที่อยู่ในประเทศไทย บริษัทเอกชนของไทย และหน่วยงานภาครัฐต่างๆรวมแล้วกว่า 100 หน่วยงาน โดยเป็นการบอกเล่าถึงความสัมพันธ์ระหว่างพระมหากษัตริย์ของประเทศไทยและประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นความสัมพันธ์พิเศษที่มีความโดดเด่น

สำหรับของขวัญที่ทำให้ตนเกิดความสนใจมากที่สุด คือ ฉลองพระองค์ครุยสีทอง ที่พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวรรณไวทยากร กรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์ ซึ่งเป็นสมบัติส่วนตัวของท่าน แก่สถาบันสมิธโซเนียน เมื่อปี 1947 เนื่องจาก ฉลองพระองค์ครุยนั้นทำจากทองทั้งชุด อันแสดงให้เห็นถึงความงดงาม อันเกิดจากช่วงศิลปะของไทยในสมัยนั้น

“สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงมีความสนพระราชหฤทัย ในพระราชสาส์นในสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ตอบกลับมาโดยประธานาธิบดี อับราฮัม ลินคอร์น รวมทั้งของขวัญพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รวมทั้งของขวัญพระราชทานของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ แก่สหรัฐอเมริกา ซึ่งผมรู้สึกซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่านอย่างหาที่สุดมิได้ ที่ได้มีโอกาสถวายรายงานแก่พระองค์ท่านเมื่อวันที่ 20 มี.ค.ที่ผ่านมา”นาย กลิน ที เดวีส์ กล่าว

ผู็สื่อข่าวรายงานว่าภายในงานนิทรรศการมีการจัดแสดงหลักฐานทางประวัติศาสตร์ทั้งสิ้น 79 ชิ้น อาทิ จดหมายฉบับแรกระหว่างไทยและสหรัฐอเมริกา ที่กล่าวถึงกัปตันเรือชาวอเมริกันที่เดินทางมายังประเทศไทย และสนธิสัญญาไมตรีและพาณิชย์ฉบับแรกในปี 1818 โดยได้มีการให้สัตยาบรรณอย่างสมบูรณ์ในปี 1836 ซึ่งเป็นสนธิสัญญาที่เก่าแก่ที่สุดของอาณาจักรสยาม ขันถมเงินที่พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวพระราชทานแก่ ประธานาธิบดีเฮอร์เบิร์ต ฮูเวอร์ เมื่อปี 1931 

รวมทั้งกล่องบุหรี่ทอง ประดับอักษรพระปรมาภิไธยของ ร.8 อยู่ด้านหน้า โดยนายปรีดี พนมยงค์ ผู้สำเร็จราชการแทนพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร ได้ส่งถึงนายแฟรงกลิน ดี รูสเวลท์ ที่ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 อย่างลับๆ อันแสดงให้เห็นถึงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ความเห็นอกเห็นใจ และแสดงว่าประเทศไทยต้องการสนับสนุนสหรัฐอเมริกาในช่วงสงครามโลก ซึ่งของวัญชิ้นดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงอานุภาพของของขวัญที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง และทำให้ประธานาธิบดี รูสเวลท์ ต้องการจะช่วยเหลือประเทศไทย และของขวัญพระราชทานในสมัยของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช อาทิ พานถมทอง พระศรัณย์ถมทอง โถมทองประดับอักษรพระปรมาภิไธย รวมทั้งเครื่องดนตรีไทยทั้ง 10 ชนิด อาทิ ฉิ่ง โทน รำมะนา ขลุ่ยอู้ จะเข้  ตามที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช พระราชทานแก่หอสมุดรัฐสภาสหรัฐอเมริกา.

 

..................................................

 

16 เมษายน 2561

 



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน