*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 2827
  • จำนวนผู้ชม : 2058670
  • จำนวนผู้โหวต : 427
  • ส่ง msg :
  • โหวต 427 คน
<< เมษายน 2018 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30          

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอังคาร ที่ 17 เมษายน 2561
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 670 , 12:22:56 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน สิงห์นอกระบบ โหวตเรื่องนี้

สวัสดีครับ

         พรรคเพื่อไทยยังไม่ลงตัวที่จะให้ใครถือธงนำพรรคต่อไป โดยจะเป็น 'หญิงหน่อย' สุดารัตน์ เกยุราพันธ์หรือเปล่า

เพราะถึงแม้ว่า 'หญิงหน่อย' จะเด่นดังในกทม.ก็ตาม  แต่สมาชิกส่วนใหญ่ล้วยเป็น 'ถิ่นนิยม' ภาคเหนือ ภาคอีสาน' มากกว่า

         ผมมีเรื่องต้องขออภัย หากจู่ๆมีโฆษณา 'เงินติดล้อ' 2 กรอบ 'เสือก' โผล่ขึ้นมากวนสายตาด้วยครับ ผมไม่ได้ก็อบปี้เอา

มาโพสต์ที่หน้านี้เลยครับ แต่มัน 'เสือก' ขึ้นมาเอง

ดอกผลจาก 'สงกรานต์' ปีนี้

    
 
 

      อะไรที่เป็น "ความสุข" มักผ่านไปเร็ว!

      "สงกรานต์" ก็ประมาณนั้น

      โดยภาพเฉลี่ย เป็นเรื่องน่ายินดี ที่ประเพณีสงกรานต์ไทยเรา เป็น "วัฒนธรรมแข็ง"

      เหนือคำว่า "เก่า-ใหม่"..........

      ที่แต่ละยุคสมัย ใครจะมาเปลี่ยนไปเป็นอื่นไม่ได้เด็ดขาด!

      ก็ช่วยกันสืบสาน "เอกลักษณ์" สงกรานต์เอาไว้ 

      อย่าปล่อยให้ประเทศไหนเอาคำว่า "สงกรานต์" และการเล่นน้ำไปจดสิทธิบัตรเสียล่ะ!

      ปีนี้ ทุกฝ่ายเอาจริง-เอาจังเรื่อง "เมาแล้วขับ" ดีมาก

      เป็น "มาก" ทั้งคนและรถ

      คือจับคนดื่มแล้วขับ "เป็นแสน" และยึดรถเป็นหมื่นๆ คัน

      และ "มาก" ทั้งเจ็บ-ตาย จากอุบัติเหตุบนถนน!

      จากสังเกต ที่เจ็บ-ตาย ส่วนใหญ่จากขับขี่มอเตอร์ไซค์ในถนนสายรอง

      ก็ เมา-คะนอง นั่นแหละ

      โทษคนอื่นไม่ได้ เกิดจาก "พอใจ-ต้องการ" ของตัวเองมิใช่หรือ?

      เรื่องดื่มเหล้าแล้วขับรถนี่ ไม่ว่ามองมุมไหน มันไม่ดีทั้งนั้น ตัวเองก็รู้ แต่ "ตามใจกู...คือไทย"

      จึง "เจ็บ-ตาย" กันตามใจชอบ ไปต่อว่าใครไม่ได้

      แต่ที่ทำให้คนอื่นพลอยเดือดร้อนไปด้วยนี่ซี เขาเรียกว่า "สร้างภาระ" ให้สังคม

      ฝ่ายที่ต้องรับภาระนี้ไปเต็มๆ โดยใช่เหตุ ก็คือ หมอ-พยาบาล, ตำรวจ-ศาล,

      พระและสัปเหร่อ!

      แต่โดยเปอร์เซ็นต์เฉลี่ย การเล่นน้ำสงกรานต์ในหลายๆ พื้นที่ ปีนี้ น่ารัก-น่าปลื้มใจ

      เป็นสงกรานต์สะอาด..........

      สะอาดทั้งคนเล่น สะอาดทั้งรูปแบบการเล่นน้ำสงกรานต์

      เช่นที่ "ถนนข้าวเหนียว" ขอนแก่น, ถนนข้าวสาร ถนนสีลม ที่กรุงเทพฯ ที่เชียงใหม่ บุรีรัมย์ และอีกหลายๆ จังหวัด

      ผู้คนเป็นแสนๆ......

      รวมทั้งหมดที่ออกมาเล่นน้ำสงกรานต์ ต้องบอกว่ามากกว่าล้านคน ทั้งไทย ทั้งต่างชาติ

      "มากเป็นประวัติการณ์"

      เล่นสงกรานต์กัน สนุกกันแบบคนมีวัฒนธรรม ไม่ขนเหล้ายาเข้าไปดื่มในเขตงาน แล้วเมามายทะเลาะวิวาทกัน

      เรียกว่า เล่นสงกรานต์เกเร อนาจาร ตีกัน ทำลายบรรยากาศสงกรานต์ดีงาม เกิดน้อยมาก

      ไม่ใช่ว่าไม่มีเลย ซึ่งเป็นไปไม่ได้ กับคนหลากหลายนับล้าน

      ก็มีบ้าง..........

      แต่เมื่อเทียบกับผู้คนเป็นหมื่น-เป็นแสนในแต่ละที่ จะมีเหตุไม่พึงปรารถนาเช่นนั้นเกิดขึ้นบ้าง ถือว่าธรรมดา

      นับได้ว่า พวกเราคนไทย ช่วยกันเสริมสร้างรูปแบบประเพณีสงกรานต์ "ดี-งาม" ขึ้นเรื่อยๆ

      เมาเกะกะระรานในงาน แต่งกายไม่เหมาะสม "น้อยลง"

      แต่งชุดไทย เล่นสงกรานต์ งามแบบไทยๆ มากขึ้น

      แสดงว่า ทั้งประชาชน ทั้งเจ้าหน้าที่ ทั้ง สสส.ที่รณรงค์ให้คนแยกเหล้า-แยกสงกรานต์ออกจากกัน

      เมื่อต่างคน แต่ไม่ต่างเจตนา.........

      สงกรานต์ปีนี้ ภาพรวมที่ออกมา จึงค่อนข้างสวยงาม ด้วยอารยวัฒนธรรมคนไทยที่เข้าถึง

      แต่ที่เห็นสื่อโทรทัศน์ โซเชียลมีเดีย นำภาพวัยรุ่นไล่ตีกันบ้าง แต่งกายไม่เหมาะสมเล่นสงกรานต์บ้าง

      ก็ต้องย้อนถามว่า...........

      ในจำนวนคนเป็นล้านๆ ที่เล่นสงกรานต์กันเรียบร้อย มีอยู่ทั่วประเทศ     

      ทำไมเราไม่หยิบตรงนั้น มองตรงนั้น........

      แล้วนำความงามนั้น มาเสนอ-มาขยาย เป็นมุมจำเริญตา-จำเริญใจ ให้แก่บ้าน-แก่เมืองบ้างล่ะ?   

      กลับพยายามจับจ้องหา ๑ เลว ในจำนวน ๑,๐๐๐,๐๐๐ ดี มาขยาย เสนอเป็นภาพ เป็นข่าว

      ประโคมเรื่องราว ทำนองว่า...นี่ไง สงกรานต์เมืองไทย?

      ดีๆ เป็นแสนๆ ไม่เป็นข่าว.......

      ชั่ว-จัญไร คนสองคน นำมาขยาย

      คนทั่วไป จึงเห็นแต่เรื่องไม่ดี จากสื่อ ที่ดีหรือไม่ดี ก็คิดเอาเอง?

      แบบนี้ แล้วเมื่อไหร่ "บ้านเมืองไทย" ของเรา ซึ่งเป็น "สังคมเลียนแบบ"

      จะได้เห็นแบบอย่างดีๆ จากสื่อนำเสนอ

      ............เพื่อเลียนตาม "แบบดี" อย่างนั้นบ้างล่ะ?

      วันนี้ ๑๗ เมษา ทุกคนก็กลับมากันแล้ว สงกรานต์สำหรับผม ก็เหลือน้อยครั้งแล้ว

      และครั้งนี้ ก็เหมือนทุกครั้ง

      ไม่มีที่จะไปเหมือนอื่นเขา ก็นั่งคุยอยู่ตรงนี้ ฉะนั้น วันนี้ ขอพิงเก้าอี้หลับให้สบายสักวันเถอะ

      โดยจะเก็บเฉพาะความที่แม่หมอสมัครเล่น "ฟองสนาน จามรจันทร์" ทายทักไว้ในไทยโพสต์ วันอาทิตย์ มาให้อ่านแทน ดังนี้

      ตั้งแต่ ๑๔ เม.ย.๖๑ เป็นต้นไป..........

      พฤหัสบดีจร หัวหน้าดาวดี ที่ผู้เขียนอ้างเป็นประจำ ว่าเป็นหัวหน้าเทวดาประจำเมือง

      จะกลับมาให้คุณอีกรอบแบบผิดปกติ-แปลกๆ คือจะเดินแบบถอยหลัง จากพิจิกกลับเข้าตุล เล็งลัคนาและพระอาทิตย์ดวงเดิมของดวงเมือง

      จากนั้น จะเดินถอยหลังในตุล ก่อนวกกลับเดินหน้าวันที่ ๑๗ ก.ค.๖๑ แล้วเดินเข้าพิจิก ๕ ต.ค.๖๑ ต่อไป

      ระยะที่ดาวเดินผิดปกตินี้ "อาจารย์เทพย์ สาริกบุตร" ครูโหรผู้ล่วงลับ ถึงขนาดบอกไว้ในหนังสือ "โหราศาสตร์ในวรรณคดี" ว่า

      "ไม่ให้ใช้พยากรณ์ความเป็นไปของดวงชะตาเป็นอันขาด"

      คงเพราะคาดหมายผลยาก!?

      แต่ไหนๆ ก็ไหนๆ ผู้เขียนจะลองทำนายดวงชะตาเมืองดู โดยใช้สองหลักของครูโหรสองท่านมาจับ คือ

      ๑.หลักของ อาจารย์เทพย์ ที่ว่า พระเคราะห์ที่โคจรวิปริต จะมีกำลังมาก

      หากเดินถอยหลัง ถ้าเป็นจังหวะให้คุณ ก็จะแรงจัด แต่ถ้าเป็นช่วงให้โทษ ก็แรงมากเหมือนกัน

      เมื่อใช้หลักนี้เข้าจับ การกลับมาที่ตุลของพฤหัสบดีรอบนี้ น่าจะเป็นผลดีแก่เมือง แบบให้คุณ "แรงกว่าปกติ" ตามอาการ คือ

      ๑.๑ พฤหัสบดีจร เดินอยู่ในตุลซึ่งเป็นภพที่เจ็ด หรือเล็งลัคนาดวงเมืองให้คุณตามโฉลก...(พฤหัสบดี) เป็นเจ็ดลาภโดยหมาย ได้ง่ายดายด้วยปัญญา...

      ๑.๒ พฤหัสบดีเดินในตุลเล็งใส่พระอาทิตย์ดวงเดิมของดวงเมือง เป็นคู่มิตรใหญ่

      ให้คุณกับเมืองตามโฉลก พฤหัสบดี ผิว์ประทับระวิวัน สิทธิโชคมหันต์ ตนหิทธิปูชา...

      ๒.ใช้หลักครูโหร "อาจารย์ภิญโญ พงศ์เจริญ" นายกสมาคมโหราศาสตร์นานาชาติ ที่บอกว่า

      อาการดาวเดินถอยหลัง คือการทบทวน-ปรับปรุง-รื้อเรื่องเก่าๆ เกี่ยวกับดาวและเรื่องราวที่ดาวนั้นเป็นตัวแทนในดวงชะตาอยู่ มาประกอบการทำนาย

      ฉะนั้น เมื่อประมวลแล้ว ขอเสี่ยงทำนายผลของพฤหัสบดีกลับเข้าตุลรอบนี้ ซึ่งเริ่มตั้งแต่ ๑๔  เม.ย.๖๑ เป็นต้นไป ถึง ๕ ต.ค.๖๑ บนพื้นฐานว่า

      มฤตยูจร-เจ้าของภัยอาเพศ-ล็อกถล่มที่ราศีเมษ.........

      ยังพร้อมจะสร้างความแปลกใจได้ทุกเมื่อ ผสมโรงกับความแรงผิดปกติของพฤหัสบดีจร คือ

      ๑.เมืองจะมีประเด็นน่าชื่นชมยินดีเกิดขึ้นกันเอง และได้รับเกียรติ-ความชื่นชมจากต่างชาติมากกว่าติฉิน

      ๒.คนไทยจะมีประเด็นให้สามัคคีกันแบบแปลกๆ

      ๓.คดีความเก่าๆ-เรื่องเก่าๆ จะถูกรื้อฟื้น-ทบทวนให้เป็นที่ฮือฮาและแรง

      ๔.เกิดเรื่องแปลกๆ ทั้งทบทวนหลักและเปลี่ยนแปลงในกลุ่มบุคคลที่พฤหัสบดีเป็นตัวแทนอยู่

      เช่น วงการแพทย์ การรักษาพยาบาล ศาล-ตุลาการ-กระบวนการยุติธรรมทั้งหมด การศึกษา วงการศาสนา-พระสงฆ์

      ๕.มีการสมรสแบบแปลกๆ เช่นที่เคยเกิดขึ้นเมื่อรอบที่แล้ว มีหญิงสาวหลอกแต่งงานกับผู้ชายเกินสิบคน หวังเงินสินสอด

      ๖.เกิดการร่วมมือแบบแปลกๆ ของหุ้นส่วน-กลุ่ม-คนสำคัญที่มีส่วนได้-เสียในเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งพรรคการเมือง-นักการเมือง

      ๗.เป็นจังหวะดีของการทบทวน-เจรจา เพื่อหาทางออกในหลายปัญหา เช่นบ้านพักข้าราชการตุลาการภาค ๕ สันติภาพภาคใต้ ฯลฯ

      ๘.คาดว่าจะเป็นจุดเริ่มผ่อนคลายกฎเหล็กต่างๆ ของ คสช.เพื่อนำไปสู่การคืนอำนาจให้แก่ประชาชน

      ๙.คาดว่าจะมีการทบทวนตัวเลขทางเศรษฐกิจ ตลาดหุ้นขาขึ้นมากกว่าลง รอดูว่าก่อน ๕ ต.ค.๖๑ จะทำสถิติใหม่อีกรอบหรือไม่?

      เฉพาะอย่างยิ่ง ประมาณ ๑๕ มิ.ย.-๑๗ ก.ค.๖๑ เป็นระยะที่เมืองได้โชคเทวฤทธิ์ หรือเทวดาให้โชคซ้อนเข้ามาอีก

      ทั้งนี้ รวมทั้งการทบทวน-แต่งตั้งบุคคลในตำแหน่งสำคัญๆ-และผู้นำองค์กรต่างๆ ในระยะนี้

      ๑๐.ประมาณ ๑๗ ก.ค.๖๑ (ก่อน-หลังเจ็ดวัน) จับตาเหตุการณ์ใหญ่ จะเกิดให้เป็นที่ฮือฮาในเมือง

      เพราะเป็นวันที่พฤหัสบดีจร วกกลับจากเดินถอยหลังกลับมาเดินหน้า อาจารย์เทพย์บอกไว้ชัดเจนว่า ช่วงดาววกกลับจากการเดินถอยหลังนั้น...........

      "จะเป็นชนวนให้เกิดเหตุการณ์ใหญ่" ซึ่งคราวนี้ น่าจะเป็นด้านดี

      สรุปคือ ท่ามกลางเรื่องดี-ร้าย ทุกข์สุขในเมือง อย่างน้อยระหว่าง ๑๔ เม.ย.-๕ ต.ค.๖๑

       พฤหัสบดีจร ยังให้คุณ-คุ้มครองเมือง และเป็นไปในระยะที่กรุงรัตนโกสินทร์ อายุจะเต็ม ๒๓๖ ย่างเข้า ๒๓๗ ปี ในวันที่ ๒๑ เม.ย.๖๑ นี้ด้วย

        -"ฟองสนาน จามรจันทร์"

        ครับ จบแค่นี้ ที่ต้องทำต่อ คือ "ตามดูผล" ดังที่แม่หมอถอดรหัสดาวไว้.

 

'บิ๊กป๊อก'ฮึ่ม!ฟันค่ายมือถือปล่อยข้อมูลบัตรปชช.รั่วไหล


    
 

17 เม.ย.61- พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย(รมว.มหาดไทย) กล่าวถึงกรณีบริษัท ทรูมูฟเอช จำกัด (มหาชน) ปล่อยข้อมูลบัตรประชาชนที่ใช้ซื้อโทรศัพท์ให้รั่วไหลว่า ข้อมูลที่หลุดออกไปเป็นเพียงข้อมูลหน้าบัตรประชาชนเท่านั้น ส่วนข้อมูลเชิงลึกในบัตรประชาชนนั้นไม่ได้หลุดออกไปอย่างแน่นอน 

"เรามีระบบป้องกันข้อมูลส่วนตัวของประชาชน ไม่มีใครสามารถเข้าถึงข้อมูลได้นอกจากเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบ หากมีเจ้าหน้าที่รายใดที่มีส่วนทำให้ข้อมูลของประชาชนรั่วไหลออกไปต้องได้รับโทษตามกฎหมาย"รมว.มหาดไทยระบุ

'บิ๊กตู่'มอบโล่ชื่นชม'น้องแบม'ช่วยปราบโกง

  

17 เม.ย.61- ที่ตึกบัญชาการ ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) โดยก่อนการประชุมพล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รมว.การพัฒนาสังคมและมั่นคงของมนุษย์ นำน.ส.ปณิดา ยศปัญญา หรือน้องแบม นักศึกษามหาวิทยาลัยมหาสารคาม และน.ส.ณัฏกานต์ หมื่นพล อดีตลูกจ้างศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง จ.ขอนแก่น ซึ่งเปิดโปงการทุจริตงบประมาณคนไร้ที่พึ่ง เข้ารับมอบโล่เชิดชูเกียรติ

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า รัฐบาลยินดีและขอขอบคุณ ถือเป็นคนรุ่นใหม่ที่ช่วยกัน ไม่ได้ทำให้เกิดปัญหาความขัดแย้งกับเราเลย เพราะทุกอย่างเป็นเรื่องของกระบวนการภายในที่มีคนอย่างทั้งคู่เข้ามาทำให้เกิดความถูกต้อง ซึ่งไม่มีปัญหารัฐบาลตรวจสอบทุกอัน ไม่ต้องห่วง ไม่ต้องกลัว รัฐบาลดูแลอยู่แล้ว

จากนั้นพล.อ.ประยุทธ์ ได้สอบถามน.ส.ปณิดาถึงการเรียนว่าใกล้จบแล้วหรือยัง ส่วนน.ส.ณัฏกานต์ ซึ่งเป็นลูกจ้างศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งขอนแก่น แต่ยังไม่ได้บรรจุนั้น นายกฯ กล่าวว่า พร้อมดูแลขอให้ทำต่อไปให้ดี เราจะทำอย่างไรก็ได้เพื่อจะแก้ปัญหาให้สงบเรียบร้อย วันนี้โซเชียลมีเดียมันแรงถ้ารัฐบาลและครม.รู้ปัญหาก็จะแก้ปัญหาได้ แต่ต้องมีหลักฐาน ถ้าไม่มีพยานหลักฐานเราพูดอะไรไม่ได้ รัฐบาลทำทุกอย่าง เพราะมีกฎหมายอยู่แล้ว คนไม่ดีก็ต้องเอาออกไป นอกจากนี้ นายกฯ ยังกล่าวกำชับกับอธิการบดีม.มหาสารคามและกอ.รมน.ในพื้นที่ให้ดูแลทั้งสองคนด้วย

นอกจากนี้ระหว่างมอบโล่นายกฯ ได้สอบถามน.ส.ปณิดาว่าเรียนสาขาอะไร น.ส.ปณิดา กล่าวว่า เรียนสาขาพัฒนาสังคม จากนั้น นายกฯ ได้กล่าวแซวว่า ถ้าจบเร็วกว่านี้จะตั้งเป็นอธิบดีสักหน่อย ขอให้เรียนให้จบแต่ก็ไม่รู้ว่าจะดูแลได้แค่ไหน เมื่อจบปริญญาตรีแล้วค่อยว่ากัน 

ขณะที่น้องแบมปฎิเสธจะให้สัมภาษณ์โดยโทรศัพท์ออกจากห้องรับรองพิเศษ เพื่อไปขึ้นรถด้านหลังตึกบัญชาการ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ดูแลความปลอดภัยให้น้องแบมบอก น้องแบมขอไม่ให้สัมภาษณ์ เนื่องจากเกรงว่าจะมีความไม่ปล

6วันอันตรายสงกรานต์ตายพุ่ง378ศพ!

  
  
 

17 เม.ย.61 - พลโทธเนศ กาลพฤกษ์ เจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารบก ในฐานะประธานแถลงข่าวสรุปผลการดำเนินงานป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ. 2561 เปิดเผยว่า ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ. 2561 โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยและความร่วมมือของหน่วยงานภาคีเครือข่ายได้รวบรวมสถิติอุบัติเหตุทางถนนประจำวันที่ 16 เมษายน 2561 ซึ่งเป็นวันที่หกของการรณรงค์ “ขับรถมีน้ำใจ รักษาวินัยจราจร” เกิดอุบัติเหตุ 425 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 49 ราย ผู้บาดเจ็บ 464 คน

สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ขับรถเร็ว ร้อยละ 28.47 ดื่มแล้วขับ ร้อยละ 27.29 ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 81.80 ส่วนใหญ่เกิดในเส้นทางตรง ร้อยละ 64.00 บนถนนกรมทางหลวง ร้อยละ 39.76 ถนนใน อบต./หมู่บ้าน ร้อยละ 34.82 ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ช่วงเวลา 16.01 – 20.00 น. ร้อยละ 23.53 ผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตสูงสุดอยู่ในช่วงอายุ 50 ปีขึ้นไป ร้อยละ 28.07 ทั้งนี้ ได้จัดตั้งจุดตรวจหลัก 2,031 จุด เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน 65,226 คน เรียกตรวจยานพาหนะ 856,446 คัน มีผู้ถูกดำเนินคดี รวม 176,415 ราย มีความผิดฐานไม่สวมหมวกนิรภัย 49,866 ราย ไม่มีใบขับขี่ 46,067 ราย โดยจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ พิษณุโลก (17 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ สมุทรปราการ และพิษณุโลก (4 ราย) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ พิษณุโลก (17 คน)

สรุปอุบัติเหตุทางถนนสะสม 6 วัน (11 – 16 เม.ย. 61) เกิดอุบัติเหตุ 3,418 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 378 ราย ผู้บาดเจ็บ 3,575 คน จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิต (ตายเป็นศูนย์) มี 6 จังหวัด ได้แก่ ยะลา ระนอง สตูล สมุทรสงคราม หนองคาย และหนองบัวลำภู จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ (126 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ นครราชสีมา (19 ราย) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ (136 คน)

พลโทธเนศ กล่าวว่า ในวันนี้ประชาชนบางส่วนยังคงเดินทางกลับ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้เน้นย้ำให้ ศปถ.ประสานจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกในการเดินทางแก่ประชาชนทุกเส้นทางอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ขอให้จังหวัดวิเคราะห์ข้อมูลอุบัติเหตุทางถนนให้สอดคล้องกับข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในพื้นที่ โดยให้ความสำคัญกับประเด็นที่เป็นสาเหตุหลักของการเกิดอุบัติเหตุทางถนน โดยเฉพาะอำเภอที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุทางถนนสูง (พื้นที่สีแดงและสีส้ม) นำไปปรับปรุงและพัฒนาแนวทางการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนทั้งในช่วงปกติและเทศกาล เพื่อให้การขับเคลื่อนการสร้างความปลอดภัยทางถนนมีประสิทภาพในการลดความสูญเสียได้มากที่สุด

นายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้ากลุ่มงานภารกิจด้านสาธารณภัยและพัฒนาเมือง เปิดเผยว่า กระทรวงมหาดไทยได้เน้นย้ำให้จังหวัดจัดประชุมศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนจังหวัด เพื่อสรุปผลการดำเนินการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ.2561 พร้อมประสานให้จังหวัดเร่งรัดตรวจสอบข้อมูลผู้บาดเจ็บที่พักรักษาตัวในโรงพยาบาล ในระหว่างวันที่ 11 – 17 เมษายน 2561 ซึ่งเสียชีวิตภายใน 30 วัน หลังเกิดอุบัติเหตุ เพื่อให้ได้ข้อมูลสถิติอุบัติเหตุช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่สอดคล้องกับสถานการณ์บนพื้นฐานของข้อเท็จจริงมากที่สุด จะได้นำไปวิเคราะห์กำหนดมาตรการป้องกันแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุทางถนนในพื้นที่ต่อไป

นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เลขานุการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.) กล่าวว่า ศปถ.สั่งการให้จังหวัดที่ยังมีการเล่นน้ำสงกรานต์ดูแลความปลอดภัยของประชาชนอย่างต่อเนื่อง และป้องกันอุบัติภัยจากการเล่นน้ำสงกรานต์ที่อาจก่อให้เกิดอันตรายและอุบัติเหตุทางถนน โดยเน้นย้ำให้กวดขันสาเหตุหลักของการเกิดอุบัติเหตุทางถนน ทั้งดื่มแล้วขับ และขับรถเร็วในพื้นที่เล่นน้ำสงกรานต์และเส้นทางโดยรอบ อย่างไรก็ตาม ศปถ.ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงรณรงค์การสร้างความปลอดภัยทางถนนอย่างเข้มข้นและต่อเนื่องตลอดทั้งปี เพื่อให้ประชาชนมีความตระหนักและจิตสำนึกในการใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัย รวมถึงค่านิยมเกี่ยวกับการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ซึ่งจะนำไปสู่ความรับผิดชอบต่อสังคมร่วมกัน อันจะเป็นรากฐานที่สำคัญในการสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยทางถนนต่อไป

สงคราม 2 ก๊ก 'เพื่อไทย' ระอุ จับตาเปิดศึกอีกรอบ?

    
 

        ในวันการเมือง (เริ่ม) ผ่อนคลาย คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) อนุญาตให้พรรคการเมืองดำเนินการสำรวจตรวจสอบสมาชิกพรรค เปิดรูระบายให้พรรค นักการเมืองได้พอหายใจหายคอ พรรคเพื่อไทย พรรคอันดับ 1 ในการเลือกตั้งที่ผ่านมา เลยนัดแสดงตัวยืนยันสมาชิกพรรค พร้อมกับรดน้ำอวยพรแกนนำพรรค เมื่อ 4 เม.ย.

        แกนนำพรรคในระดับคนใกล้ชิด คนแดนไกล "ทักษิณ ชินวัตร" นำโดย สมชาย วงศ์สวัสดิ์, จาตุรนต์ ฉายแสง, ภูมิธรรม เวชยชัย, ชูศักดิ์ ศิรินิล ไม่เว้นแม้แต่ในรายที่ไม่ค่อยกินเส้นกัน หญิงหน่อย-สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ อย่าง เสี่ยเหลิม-ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รวมถึงพวกมากบารมี แต่หายหน้าหายตาไปพักใหญ่ บิ๊กตุ้ย-พล.อ.ชัยสิทธิ์ ชินวัตร พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี เช่นเดียวกับอดีต ส.ส.ทั้งภาคเหนือ กลาง อีสาน ทยอยเข้าพรรคเป็นจำนวนมาก

        เสมือนเป็นงานเลี้ยงรุ่น วงสนทนากลุ่มย่อยแลกเปลี่ยนข้อมูลกันอย่างออกรส โดยเฉพาะสิ่งที่นักการเมืองอยากรู้มากที่สุด วันเลือกตั้งจะมาถึงเมื่อไหร่ นักการเมืองอยู่ในสภาพร้างสนามมานาน พร้อมออกรบ ผ่านสนามเลือกตั้ง

       แม้ปัญหา หญิงหน่อย-สุดารัตน์ ยังไม่คลี่คลาย ผู้ถือธงนำพรรคที่นับวันยิ่งเห็นภาพ แบ่งขั้วกัน 2 ข้างอย่างชัดเจนระหว่างก๊วนสนับสนุน แน่นอนฐานเสียงส่วนใหญ่มาจากกลุ่ม กทม. ภาคกลาง ส่วนสายเหนือ อีสาน มีอีกเล็กน้อย แต่พอเช็กปฏิกิริยาไปอีกฝั่งที่ต่อต้าน กลับอยู่ในภาวะหนาแน่นกว่า

        เจ๊หน่อยเจอกระแสคนในพรรคยั่วยุความอดทนมาหลายรอบ ตั้งแต่พลังภายในแกนนำบางคนที่พยายามโน้มน้าว คนแดนไกล-ทักษิณ ให้เปลี่ยนคนถือธง กระแสจากคนภายในที่ออกมาถล่มเต็มตัว ใส่ไม่ยั้ง อาทิ ปาล์ม-พชร นริพทะพันธุ์ บุตรชาย พิชัย นริพทะพันธุ์ อีกหนึ่งแกนนำพรรค ที่ออกมาโจมตีอย่างไม่มีชิ้นดี แต่ฝ่ายเจ๊กลับยังนิ่งเงียบ

        ทว่าฝ่ายคนใกล้ชิดเจ้าแม่ กทม. กลับไม่คิดเช่นนั้น ที่ผ่านมามีการตั้งวงวิเคราะห์ วิพากษ์วิจารณ์ต่อเรื่องราวที่เกิดขึ้น รอเพียงไฟเขียวจากเจ้าตัวเท่านั้น ก็พร้อมจะออกมาเปิดหน้าชน โต้กลับอย่างเผ็ดร้อน แต่กลับกลายเป็นคุณหญิงหน่อยสั่งแตะเบรกเสียเอง ไม่อยากให้เรื่องลุกลามไป ทำให้คนภายนอกพรรคร่วมเข้ามาโหมโรง โจมตี

        แนวร่วมคนใกล้ชิดวางแนวทางเอาคืน มีทั้งข้อมูลทั่วไปที่พร้อมทำสงครามน้ำลาย กับข้อมูลที่พร้อมขุดรากไปถึงกระบวนการ แบ็กอัพที่อยู่ข้างหลัง เพราะเชื่อว่า เรื่องที่เกิดขึ้นมีงาน เป็นขบวนการ เดินเกมกันอย่างเป็นระบบ โดยเลือกกาหัว ขึ้นป้ายบางคน ในบัญชีต้นๆ ที่เตรียมลากไส้กันอย่างหมดไส้หมดพุง 

        ขณะที่อีกฝ่ายมุ่งโหมโจมตีจุดอ่อนเจ๊ ข้อมูลที่ส่งตรงไปถึงคนแดนไกล ไล่ตั้งแต่การบริหารงาน ไม่สามารถสร้างความเป็นเอกภาพระดับแกนนำในพรรคได้ ตลอดจนถึง สไตล์บุคลิกการทำงานที่ยึดตัวเองเป็นศูนย์กลาง ไม่ยอมทำตามความเห็นอีกด้านหากเป็นคนที่ยืนอีกฝั่ง เรื่อยไปจนการเปิดแผลความไม่เป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย แต่กลับเข้ามามีส่วนร่วมสำคัญในระดับนโยบาย การบังคับบัญชา ที่อาจจะเป็นปัญหาในอนาคต เนื่องจากตามรัฐธรรมนูญ กฎหมายลูกฉบับใหม่ระบุไว้อย่างเด่นชัด ห้ามบุคคลภายนอกเข้ามาควบคุม สั่งการ เป็นสิ่งที่หวั่นไหว หากมีคนหยิบยกประเด็นดังกล่าวไปร้องทุกข์กล่าวโทษ หากพิสูจน์ทราบได้ โทษร้ายแรงถึงขั้นยุบพรรค

        ยิ่งสุดารัตน์เคยไปให้สัมภาษณ์อย่างเด่นชัด ต่อพิมพ์เขียว แนวทางพัฒนาพรรค ยิ่งทำให้คนร่วมชายคายิ่งหวั่นไหว หากมีการหยิบยกขยายผลทางการเมือง มีการตีความให้เข้าข่าย อนาคตเพื่อไทยจึงไม่ต่างจากเหตุการณ์ในอดีต สมัยพรรคพลังประชาชนถูกยุบ

        ว่ากันอีกว่า เหตุที่สุดารัตน์ไม่ยอมสมัครเป็นสมาชิกพรรค ทั้งที่พ้นโทษแบนทางการเมือง 5 ปี ตั้งแต่สมัยพรรคไทยรักไทยถูกยุบก็นานแล้ว เป็นเพราะขอการันตีตำแหน่งบัญชีรายชื่อนายกฯ อันดับ 1 แต่ยังไร้สัญญาณตอบกลับจากคนแดนไกล ที่มองว่ายังไม่ถึงเวลา หนทางเลือกยังอีกยาวไกล

        ในส่วนของฝั่งบ้าน กทม. เจอทั้งปัญหาความไม่ชอบหน้าของแกนนำคนบ้านเดียวกัน หากถึงทางตัน พร้อมทิ้งบ้าน แล้วไปสร้างบ้านหลังใหม่เอง นาทีนี้เจ้าตัวมีเดดไลน์ในใจเอาไว้แล้ว

       หนทาง เจ๊หน่อย ในพรรคเพื่อไทย อยู่บนทาง 2 แพร่ง ที่ในวันนี้ถูกบีบให้เลือก ตัดสินใจ หากอยู่ต่อ แต่ศึกภายในคงจะไม่สงบลงง่ายๆ เช่นกัน หรือเลือกความสบายใจ รวบรวมสมาชิกออกไปทำพรรคเองเสียเลย.

แฉมส.เล่นเส้น!'หมอมโน'เผยมีกรรมการจากวัดปากน้ำถึง3รูป ใครเป็นใหญ่ก็ตั้งคนของตัวเอง

    
 

17 เม.ย.61- นพ.มโน เมตตานันโท เลาหวณิช เลขาธิการพรรคประชาชนปฏิรูป วิเคราะห์ถึงการร้องทุกข์กล่าวโทษพระชั้นผู้ใหญ่ 5 รูป ซึ่งเป็นกรรมการ มส.ถึง 3 รูปว่า จะมีผลกระทบต่อ มส.แน่นอน และถือเป็นเรื่องสำคัญ เพราะตั้งแต่มี พ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ.2505 เป็นต้นมาถือว่าสะเทือนที่สุด ที่ยุคนี้มีพระถูกร้องทุกข์กล่าวโทษถึง 5 รูป ทั้งเจ้าอาวาสอย่างเจ้าคุณธงชัย ผู้ช่วยเจ้าอาวาสอีก 3 รูปเป็นพระชั้นผู้ใหญ่ที่รู้จักในวงการสงฆ์มากมาย 

    “ชาวพุทธฟังแล้วตกใจนึกไม่ถึงว่า พ.ต.ท.พงศ์พรจะไปฟ้อง แต่เชื่อว่าคงมีหลักฐานชัดแจ้งแล้ว  และคาดว่าในวันศุกร์ที่ 20 เม.ย.นี้ที่มีการประชุมคณะกรรมการ มส.คงมีอะไรสักอย่างเกิดขึ้น สมเด็จพระสังฆราชอาจมีพระบัญชาอย่างใดอย่างหนึ่ง” นพ.มโนกล่าว

     นพ.มโนกล่าวต่อไปว่า สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้ชาวพุทธตื่นรู้ว่าต้องแก้ปัญหาแล้ว ไม่ควรเป็นอย่างนี้  ตาม พ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ.2505 อำนาจอยู่กับเจ้าอาวาสแบบเด็ดขาดเหมือนเป็นราชาในอาณาจักรเล็กๆ บัญชีเงินวัดกับบัญชีเงินเจ้าอาวาสแยกกันไม่ออก ใช้อำนาจได้ทุกอย่างตามใจ การแต่งตั้งไวยาวัจกรก็ขึ้นอยู่กับเจ้าอาวาส จึงจำเป็นต้องปฏิรูปสงฆ์ ซึ่งยากกว่าการปฏิรูปตำรวจเสียอีก เนื่องจากพระสงฆ์เป็นที่ศรัทธาและมีอำนาจทางสังคมในวัฒนธรรมไทย เชื่อว่าคดีแบบนี้จะมีอีกเป็นระลอก

     นพ.มโนยังกล่าวถึงกรรมการ มส.ว่า การแต่งตั้งกรรมการ มส.เองก็มีการเล่นพวกกันเยอะ มีกรรมการจากวัดปากน้ำถึง 3 คน ใครเป็นใหญ่ก็ตั้งคนของตัวเอง ไม่คำนึงถึงความรู้สึกประชาชน ตัว พ.ร.บ.คณะสงฆ์ก็ไม่เคารพพระธรรมวินัย พระสงฆ์ไม่ควรจับเงิน แต่กลับให้มีเงินมีอำนาจมากมาย สำหรับคดีที่เกิดนี้ถือเป็นการฉ้อราษฎร์บังหลวงแตกต่างจากคดีเงินทอนวัด เพราะเอาเงินไปใช้ในงานที่ไม่มีจริง

ผู้ลี้ภัยโรฮิงญาครอบครัวแรกกลับคืนพม่า กลุ่มสิทธิจวกจัดฉาก

    
 

รัฐบาลพม่าประกาศเมื่อวันอาทิตย์ว่า พม่ารับครอบครัวผู้ลี้ภัยชาวโรฮิงญาซึ่งมีสมาชิก 5 คน กลับคืนพม่าแล้วเป็นครอบครัวแรก แต่กลุ่มสิทธิกล่าวโจมตีว่าเป็นการจัดฉากโฆษณาประชาสัมพันธ์ ขณะบังกลาเทศอ้างไม่มีส่วนร่วม

ภาพจากสำนักข่าวเมียนมา ถ่ายไว้เมื่อวันเสาร์ที่ 14 เมษายน 2561 และเผยแพร่เมื่อวันอาทิตย์ เจ้าหน้าที่ตรวจร่างกายครอบครัวชาวโรฮิงญา 5 คนที่ค่ายรับกลับในเมืองตองเปียวเลตเว ภาพ AFP / MYANMAR NEWS AGENCY

    รายงานเอเอฟพีอ้างคำแถลงของรัฐบาลพม่าที่เผยแพร่ในเฟซบุ๊กของคณะกรรมการสารสนเทศเมื่อคืนวันเสาร์ว่า มีผู้ลี้ภัยครอบครัวแรกกลับมายังศูนย์ต้อนรับที่เพิ่งก่อสร้างขึ้นใหม่ในเมืองตองเปียวเลตเวเมื่อเช้าวันเดียวกัน ครอบครัวนี้มีสมาชิก 5 คน

    ด้านโมฮัมหมัด อาบุล คาลาม ผู้ตรวจการณ์ด้านการบรรเทาทุกข์และการส่งตัวผู้ลี้ภัยกลับคืนถิ่น ของบังกลาเทศ กล่าวกับเอเอฟพีเมื่อวันอาทิตย์ว่า โรฮิงญาครอบครัวนี้อาศัยอยู่ในค่ายที่ตั้งขึ้นในพื้นที่ที่ไม่ใครครอบครองบริเวณชายแดนบังกลาเทศและพม่า ซึ่งหมายความว่า บังกลาเทศไม่มีบทบาทหน้าที่อย่างเป็นทางการกับการกลับคืนพม่าของพวกเขา

    มีชาวโรฮิงญาหลายพันคนอาศัยอยู่ในดินแดนไร้ผู้ครอบครองนับตั้งแต่เดือนสิงหาคมปีที่แล้ว ขณะที่ผู้ลี้ภัยรายอื่นอีกหลายแสนคนแออัดกันอยู่ภายในค่ายผู้ลี้ภัยที่เขตคอกซ์บาซาร์ของบังกลาเทศ

    อาซาดุซซามัน ข่าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยของบังกลาเทศ กล่าวกับเอเอฟพีเมื่อวันอาทิตย์ว่า ความเป็นจริงก็คือ กระบวนการส่งคนกลับประเทศยังไม่ได้เริ่มต้น และการกลับคืนพม่าของคนครอบครัวเดียวไม่ได้มีความหมายอะไร บังกลาเทศยังไม่รู้ด้วยว่ากระบวนการนี้จะเริ่มได้เมื่อใด เพราะพม่ายังไม่สามารถสร้างเหตุผลรองรับความไว้วางใจที่จะส่งคนเหล่านี้กลับไป

    คำแถลงของรัฐบาลพม่ากล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองของพม่าได้มอบบัตรพิสูจน์สัญชาติแก่ครอบครัวนี้ ซึ่งเป็นบัตรประจำตัวรูปแบบหนึ่งที่ยังไม่ใช่บัตรแสดงความเป็นพลเมืองพม่า และถูกปฏิเสธโดยพวกแกนนำชาวโรฮิงญาที่ต้องการสิทธิความเป็นพลเมืองอย่างเต็มที่ พวกเขาจึงจะกลับคืนถิ่นฐาน

    ภาพถ่ายที่รัฐบาลพม่าเผยแพร่เป็นภาพของชาย 1 คน, หญิง 2 คน, เด็กสาว 1 คน และเด็กชาย 1 คน รับมือบัตรประจำตัวและตรวจสุขภาพ คำแถลงของพม่ากล่าวว่า ครอบครัวนี้ถูกส่งไปพักอยู่กับญาติในเมืองหม่องดอของรัฐยะไข่ "เป็นการชั่วคราว" หลังจากเสร็จสิ้นกระบวนการส่งกลับประเทศแล้ว

    ด้านอันเดร จีออร์เกตตา จากสหพันธ์สิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ (เอฟไอดีเอช) กล่าวโจมตีว่า คำประกาศของพม่าเป็นการจัดฉากประชาสัมพันธ์เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจจากการหาตัวผู้ก่ออาชญากรรมในรัฐยะไข่ ก่อนจะเดินหน้ากระบวนการส่งคนกลับ รัฐบาลพม่าต้องยอมรับและรับประกันสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานของพวกเขาเสีย

เนเธอร์แลนด์จัดแสดงต้นแบบ 'โลงฆ่าตัวตาย' ช่วยการุณยฆาต

    

เนเธอร์แลนด์นำ "เครื่องช่วยฆ่าตัวตาย" ที่ประดิษฐ์คิดค้นโดยนักเคลื่อนไหวสนับสนุนการการุณยฆาต มาจัดแสดงในนิทรรศการงานศพที่กรุงอัมสเตอร์ดัมเมื่อวันเสาร์ เรียกความสนใจจากผู้ชมจำนวนมาก

อเล็กซานเดอร์ บานนิงค์ นักออกแบบชาวดัตช์ อธิบายการทำงานของ "ซาร์โก" ต่อสตรีคนหนึ่งที่ทดลองนั่งบนเครื่องจำลองพร้อมใส่แว่นตาเสมือนจริง / AFP

    เอเอฟพีรายงานเมื่อวันอาทิตย์ที่ 15 เมษายน 2561 ว่าอุปกรณ์ที่สร้างจากเครื่องพิมพ์ 3 มิติและเป็นประเด็นถกเถียงชิ้นนี้ ถูกตั้งชื่อว่า "ซาร์โก" ซึ่งย่นจากคำว่า ซาร์โกฟากัส (โลงหิน) ประดิษฐ์โดย ฟิลิป นิตช์เค นักเคลื่อนไหวชาวออสเตรเลียที่สนับสนุนสิทธิการการุณยฆาต และออกแบบโดย อเล็กซานเดอร์ บานนิงค์ นักออกแบบชาวดัตช์ จะมีลักษณะเป็นโลงที่ถอดแยกได้วางอยู่บนฐานที่ติดตั้งถังไนโตรเจน

    นิตช์เคซึ่งได้รับฉายาว่า "ดอกเตอร์มรณะ" กล่าวกับเอเอฟพีว่า คนที่อยากตายก็แค่กดปุ่ม แล้วแคปซูลก็จะเต็มไปด้วยไนโตรเจน เขาหรือเธอผู้นั้นจะรู้สึกวิงเวียน แล้วจะหมดสติอย่างรวดเร็วและตาย  เครื่องซาร์โกนี้จะเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยให้คนสามารถตายตามเวลาที่เขาประสงค์ได้

    นักประดิษฐ์ทั้งสองนำแบบจำลองอุปกรณ์นี้มาแสดง พร้อมกับแว่นดูภาพเสมือนจริงที่เปิดโอกาสให้ผู้ชมได้รับประสบการณ์เหมือนกับเข้าไปอยู่ในโลงนี้ก่อนจะกดปุ่มจบชีวิต

ฟิลิป นิตช์เค นำเสนอโลงช่วยฆ่าตัวตาย "ซาร์โก" ระหว่างการประชุมที่นครโทรอนโต เมื่อตุลาคม 2560 ภาพจาก YouTube / HowStuffWorks

    นิตช์เคเผยว่า เขาตั้งเป้าว่าจะสร้างเครื่องที่สามารถทำงานได้อย่างสมบูรณ์เครื่องแรกภายในสิ้นปีนี้  แล้วหลังจากนั้นเขาจะนำการออกแบบนี้เผยแพร่ออนไลน์ให้ทุกคนสามารถดาวน์โหลดแปลนแล้วไปผลิตเองโดยใช้เครื่องพิมพ์ 3 มิติ

    ส่วนประเด็นขัดแย้งกันเรื่องการุณยฆาตและปัญหาข้อกฎหมายนั้น นิตช์เคกล่าวว่า ในหลายประเทศการฆ่าตัวตายไม่ผิดกฎหมาย แต่การช่วยเหลือการฆ่าตัวตายถือว่าผิดกฎหมาย

    "นี่คือสถานการณ์ที่คนคนหนึ่งเลือกจะกดปุ่มเอง แทนที่จะไปยืนขวางรถไฟ" เขากล่าว

    มีผู้ชมนับหมื่นคนมาชมนิทรรศการประจำปี อัมสเตอร์ดัมฟิวเนอรัลเอกซ์โป ซึ่งจัดที่โบสถ์เวสเตอร์ ที่จัดแสดงสิ่งของเกี่ยวกับการตายทุกอย่างที่เป็นแนวโน้มความนิยมล่าสุด เช่น โลงศพย่อยสลายได้ ไปจนถึงรถขนศพแบบฮอตร็อด แต่ซาร์โกได้รับความสนใจจากผู้ชมมากที่สุด หลายคนลองทดสอบเก้าอี้และแว่นตาเสมือนจริงอย่างอึดอัดด้วยความอยากรู้อยากเห็น แต่ก็มีบางคนที่ไม่สนใจและบอกว่าเป็นอุปกรณ์โง่ๆ.

.....................................................

17 เมษายน 2561

 



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน