*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 2975
  • จำนวนผู้ชม : 2112644
  • จำนวนผู้โหวต : 431
  • ส่ง msg :
  • โหวต 431 คน
<< พฤษภาคม 2018 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพฤหัสบดี ที่ 17 พฤษภาคม 2561
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 464 , 11:11:58 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน สิงห์นอกระบบ โหวตเรื่องนี้

สวัสดึครับ       

         เราจะรู็ 'กึ๊น' ของพรรคการเมือง หรือผู้สมัครเข้าทำหน้าที่ทางการเมืองได้เป็นอย่างดี จากการดีเบตระหว่างพรรคหรือนักการ

เมืองที่เป็นคู่แข่งระหว่างกัน แต่ทั้งนี้ ยังไม่มีกฎหมายบังคับให้ต้องดีเบตแต่อย่างไร แล้วคนไทยก็ยังไม่เห็นความสำคัญเรื่องนี้ด้วย

         มีเรื่องน่าขำก่อนการเลือกตั้ง เมื่อทักษิณ ชินวัตร ส่งน้องสาว 'ปู' ยิ่งลักษณ์ลงสมัคร ทั้งๆที่แม่หญิงไม่เดียงสาทางการเมือง

แม้แต่น้อย แล้วยัง 'ขี้เมา' หยำเปเสียอีกด้วย ทำให้นายศิริโชค กุนซือการเลือกตั้งของพรรคปชป. เห็นเป็นเหยื่อที่จะขม้ำได้โดยง่าย

จึงท้าให้มีการดีเบตระหว่างผู้สมัครทั้งสองฝ่ายกลางเมือง โดยทางปชป.มีนายอภิสิทธิ์เป็นจอมยุทธ์รออยู่แล้ว

         แต่อนิจจา ปรากฏว่า ทางพรรคเพื่อไทยปฏิเสธการดีเบตอย่างสิ้นเชิง แล้วใช้การโฆษณาแบบประชานิยมสุดโต่ง คิดอะไรได้ก็

พูดออกไปเลย โดยไม่ต้องนึกถึงความถูกต้องชอบธรรมแต่อย่างไรทั้งสิ้น ผลจึงทำให้พรรคเพื่อไทยชนะอย่างแผ่นดินถล่มทะลายไป

เลยแล้วยังได้ทำให้ 'ปู' เสาไฟฟ้าที่พี่ชายส่งลงแข่งขันได้เป็นนายกฯหญิงคนแรกของประเทศไทยนั่นเอง แล้วผลต่อมาเป็นอย่างไร

คนไทยก็ได้เห็นกันอยู่แล้วหนำใจเลยทีเดียว.

 

 

'บวชซ่อนชั่ว-บวชศรัทธา'?

    
 

      "สังคมไทย" นี่.....

      ต้องบอกว่า "น่ารัก" ที่สุดในโลก!

      เพราะ "ทุกเรื่อง-ทุกปัญหา" ไม่ว่า "ร้ายแรง-เลวร้าย" ตีบตันทางไปขนาดไหน?

      เป็นบ้านอื่น-เมืองอื่น

      ในภาวะ "ตันทาง" มีแต่ต้องวิบัติหรือไม่ก็ตายตกกันไปข้างเท่านั้น

      แต่สำหรับสังคมไทย ไม่มีคำว่า "ทางตัน-ตันทาง"

      จะเห็นหลายๆ คน เมื่อจนตรอก ก็หลบเข้าซอก

      "ซุกวัด"!

      หยิ่งผยอง อหังการ ทำเลว-ทำทรามอะไรกันมาทั่วหัวเอ็ดเจ็ดย่านน้ำ แต่พอไปไม่รอด

      วัด คือ ทางไปสุดท้าย....

      โกนหัว "ซุกผ้าเหลือง" ได้วันไหน รอด "นาทีตาย" ได้วันนั้น!

      อย่างเมื่อวาน (๑๖ พ.ค.๖๑) "ครอบครัวหัวร้อน" หายร้อนดีแล้ว

      บวกกับถูกสังคมประณาม ถึงขั้นขับไล่ไม่ให้อยู่ร่วมถิ่น ๓ พ่อ-แม่-ลูก คอตก

      ไปกราบ "สำนึกผิด" กับตำรวจ บนโรงพักมาบตาพุด และบอก "จะไปบวช"

      ชาวบ้านบอก ถ้าบวชก็จะให้อภัย และอนุโมทนา!

      เห็นมั้ย ..........

      วัด ยึดเป็นที่ "หักมุมจบ" ได้สวยงามเสมอ

      เป็นสังคมอื่น จากพฤติกรรมซ้ำซากตามที่เห็นกัน

      ยิ่งลีลาตัวแม่ด้วยแล้ว.......

      มือหนึ่งถ่ายคลิป ตาถลึง ลอยหน้า แสยะปาก "ไม่ถูกต้อง....ทำไมเหรอ...ไม่ถูกต้อง"

      สลับกับอีกมือ ยกขึ้นชี้ นิ้วแทบจิ้มตาตำรวจ อย่างเห็นในคลิป

      ให้ลูกบวชลุกะโทษ ก็ได้อยู่หรอก

      แต่ก่อนได้ ไม่แน่ใจว่า จะมีอุบัติเหตุสามัญทางสังคมเป็นบทเรียนสอนใจหรือไม่?

      นี่ "บุญพระยังรักษา" หรอกนะ

      ที่ทำกับตำรวจในที่สาธารณะ ในยุคการ "ถ่ายคลิป" เป็นยันต์คุ้ม

      ก็ไม่เพียง "ครอบครัวหัวร้อน" ที่จนตรอกทางสังคม แล้วหันหัวเข้า "วัด"

      แม้ พ.ต.ท.สันธนะ เมื่อถึงบท "น้ำตาพระเอก" หลั่ง ยังออกปาก "จะไปบวช"

      กับสังคมไทยเรา ไม่ว่าชาวบ้านโจร นักการเมืองโจร ข้าราชการโจร โจรในโจร

      มี ๒ สถานภาพคละเคล้าตลอด

      ๑.นักโทษ

      ๒.นักบวช!

      กรณีลูกชาย "ครอบครัวหัวร้อน" ถ้าจะบวช ก็คงได้แค่ "บวชเณร" เพราะอายุเพิ่ง ๑๘ ปี

      เรื่อง "คนมีปัญหา" บวช..........

      โดยเฉพาะ "ระหว่างโทษ-ระหว่างคดี" แล้วหลบไปบวช มันเป็น "ครหาสังคม" ยากหาข้อสรุป

      และเป็น "ข้อกังขา" ทางพระวินัยสงฆ์ ถกกันไม่จบ ว่า

      "บวชได้หรือ...ทำไมพระอุปัชฌาย์จึงบวชให้คนต้องคดี?"

      ในข้อเท็จจริง.........

      ตามพระธรรมวินัย มีบัญญัติถึง "ลักษณะคนบวชได้-บวชไม่ได้" ไว้ครบถ้วน

      พระที่จะสอบผ่านเป็น "องค์อุปัชฌาย์" คือประหนึ่งพ่อ-แม่ที่จะให้กำเนิดพุทธบุตร ต้องรู้-ต้องเข้าใจ

      แต่กระนั้น ก็ยังบวชให้คนมีปัญหาเชิงอาศัยผ้าเหลืองคลุมหลบภัยอยู่ประจำ

      ส่วนมากจะเป็น "ผู้ต้องคดี"...........

      มักตีความแบบเลี่ยงบาลี "คดียังไม่ถึงที่สุด" ถือเป็นคนบริสุทธิ์ตามกฎหมาย ฉะนั้น บวชได้ ประมาณนั้น

      หรือบางที พระอุปัชฌาย์ เกรงใจ ด้วยรู้จักกัน คนจะบวช เป็นใหญ่-เป็นโต มีชื่อเสียง

      หรือคนที่รู้จักกัน พามาขอให้บวช เป็นต้น

      บวชแล้ว นำปัญหาสู่ทั้งวัด ทั้งตัวคนบวช และตัวพระอุปัชฌาย์!

      ตรงนี้ ต้องแยก ๒ นัย...........

      ตามพระวินัยนั้น มีทั้งลักษณะ "บวชไม่ได้" หมายถึงห้ามบวช บวชก็ไม่เป็นพระ

      เช่น เคยบวชแล้วเป็นปาราชิก อายุไม่ครบ ๒๐ ฆ่าพ่อ-แม่ เป็นคน ๒ เพศ เป็นต้น

      กับ "ไม่ควรให้บวช" หมายถึง จะบวชก็ได้ แต่ไม่ควร มี ๓๒ ประเภท

      ๑.คนที่เป็นโรคติดต่อ    

      ๒.คนที่มีอวัยวะบกพร่อง      

      ๓.คนที่มีอวัยวะไม่สมประกอบ

      ๔.คนพิการเช่นคนตาพิการ คนง่อย คนมือเท้าหงิก

      ๕.คนทุรพล คือ คนง่อนแง่น ทำกิจสงฆ์ลำบาก

      ๖.คนที่ผู้ปกครอง หรือบิดามารดาไม่อนุญาต

      ๗.โจรผู้ร้ายขึ้นชื่อ ผู้ที่กฎหมายต้องการตัว

      ๘.บุคคลตามลักษณะมาตรา ๑๕ แห่ง สังฆาณัติระเบียบพระอุปัชฌายะ พุทธศักราช ๒๔๙๗ ห้ามบวช

      ๑.คนทำผิดและอยู่ระหว่างหลบหนีอาญาแผ่นดิน

      ๒.คนที่หนีราชการ (หนีเกณฑ์ทหาร ถือว่าหนีราชการ-เปลว)

      ๓.คนมีคดีคั่งค้างในศาล

      ๔.คนเคยถูกตัดสินจำคุก ฐานเป็นผู้ร้ายสำคัญ

      ๕.คนถูกห้ามอุปสมบทเด็ดขาดทางพระพุทธศาสนา

      ๖.คนมีโรคติดต่อร้ายแรง

      ๗.คนอวัยวะพิการ ปฏิบัติกิจพระศาสนาไม่สะดวก

      เนี่ย......

      คนลักษณะเหล่านี้ พระอุปัชฌาย์ "ไม่ควรให้บวช" แต่ถ้าบวช ก็ถือว่าเป็นเณร-เป็นพระได้

      พระวินัยก็เหมือนข้อกฎหมาย ตราไว้เป็นกรอบ จะให้ชี้เปรี้ยงๆ ตายตัว ว่าอย่างนั้น-อย่างนี้ เป็นไปไม่ได้

      ดังนั้น การใช้ ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจพระอุปัชฌาย์ ว่าเข้ากฎเกณฑ์ หรืออนุโลมได้-ไม่ได้อย่างไร

      ยุคสมัยเปลี่ยน พฤติกรรมและองค์ประกอบต่างๆ มันก็เปลี่ยนด้วย

      ดังนั้น "จิตตรง-จิตคด" เพื่อการวินิจฉัยขององค์อุปัชฌาย์เป็นสำคัญ ต่อการจะให้บวช-ไม่ให้บวชของคนนั้นๆ

      ที่จริง ตามระเบียบก็ระบุชัดอยู่แล้ว ว่า

      -คนทำผิดและอยู่ระหว่างหลบหนีอาญาแผ่นดิน

      -คนมีคดีคั่งค้างในศาล

      เหล่านี้ บวชได้ก็จริง แต่พระอุปัชฌาย์ "ไม่ควรให้บวช"!

      ยึดกรอบนี้ ก็จะทราบว่า อย่างลูกชาย "ครอบครัวหัวร้อน" ที่ว่าจะบวช พระอุปัชฌาย์สมควรจะบวชให้หรือไม่?

      ยิ่งบอกเจตนาที่จะบวช..........

      บวชล้างซวย บวชให้พ่อ-ให้แม่ และให้ตำรวจ

      ตีค่าพระพุทธศาสนา "พระ-วัด" เหมือนอ่างล้างมือ ล้างเท้าอย่างนั่นแหละ ใครสกปรก-โสโครก ก็เข้ามาใช้ล้างได้!

      พระพุทธศาสนา สอนอะไร.......

      "วัด" คือสถานที่อะไร "พระ" มีหน้าที่ทำอะไร?

      ลูกชายหัวร้อน กระทั่งคนที่ "มีปัญหา" แล้วมาซุกบวช ไม่ทราบว่า "เข้าถึง-ศรัทธา" ข้อนี้หรือไม่

      หรือแค่เข้ามาใช้เป็นที่หลบภัยชั่วคราว?

      ผมว่านะ กรณี คนมีปัญหามาบวช (ชั่วคราว) อยากฝากทางสำนักพุทธคิด

      เอาอย่างนี้ดีไหม........

      ให้วัดจัด "สำนักศีลวิรัติ" สำหรับคน "มีเงื่อนไข" ทางสังคม-ด้านคดีความ

      เมื่อต้องการบวชชั่วคราว ๗ วัน ๑๕ วัน หรือ ๑ เดือน ก็ให้ "บวชใจ" อยู่ในสำนัก ด้วยการให้สมาทานศีล ๕

      เน้น "อบรมจิต" ทาง "สมาธิภาวนา"

      ถ้าบวชตั้งแต่ ๑๕ วัน ขึ้นไป ถึงวันพระ ๑๕ ค่ำ ๘ ค่ำ ก็ให้สมาทาน "ศีลอุโบสถ" คือ ศีล ๘ เน้นสมาธิภาวนาเช่นกัน

      จริงๆ แล้ว ศีล ๒๒๗ ของพระ สาระหลักทั้งหมด สรุปลงอยู่ในศีล ๕ ข้อนั่นแหละ

      เพื่อไม่ให้เสียศรัทธา ไม่ให้พระอุปัชฌาย์ยุ่งยาก และเพื่อไม่ให้ "พระพุทธศาสนา" ถูกใช้เหมือนเป็นเครื่องซักผ้า

      ตั้ง "สำนักศีลวิรัติ" ได้ทั้งหญิง-ชาย จะเป็นทางออกสวยงามกว่า "เอะอะเอาผ้าเหลืองคลุม"!

      ศีล ๕ ศีล ๘ นี่ อย่านึกว่าน้อย จะต้อง ๒๒๗ แค่ ๕ ข้อ ก็ปิดนรก-เปิดสวรรค์แล้ว

      ตอนรับศีล ลงท้ายที่พระท่านว่า.......

      "สีเลนะ สุคะติง ยันติ สีเลนะ โภคะสัมปะทา สีเลนะ นิพพุติง ยันติ ตัสมา สีลัง วิโสทะเย"

      ถ้าแปลความออกจะเข้าใจ และพอใจอยู่ตรงนี้ ไม่ต้องบวช ก็สวรรค์แล้ว

      สีเลนะ สุคะติง ยันติ = มีศีลแล้วถึงสวรรค์

      สีเลนะ โภคะสัมปะทา = มีศีลทำให้รวย

      ตัสมา สีลัง วิโสทะเย = เพราะเหตุนั้น จงรักษาศีลให้ดีเถิด.

      จำไว้เลย "ผ้าเหลือง" ไม่ใช่สิ่ง "ทำให้คนดี"

     "ศีล" ที่ตนรักษาดีแล้วตะหาก "ทำให้คนดี".

 

เตือน'กลุ่มชาวพุทธฯ-อดีตผู้ว่าสตง.'ป้องพระโกงเงินหลวงเข้าข่ายสนับสนุน

    

17 พ.ค. 61 - นายไพบูลย์ นิติตะวัน ว่าที่หัวหน้าพรรคประชาชนปฏิรูป กล่าวว่า ตามที่ปรากฏเป็นข่าวว่า กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ปปป.) ได้ตรวจพบการทุจริตเกิดขึ้นในวัดใหญ่แห่งหนึ่งภายในพื้นที่ กทม. และมีพระชั้นผู้ใหญ่เข้าไปเกี่ยวข้องกับการทุจริตเงินดังกล่าว เนื่องจากพบว่ามีการนำเงินดังกล่าวไปใช้ไม่ตรงตามวัตถุประสงค์ที่ทางสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กำหนด จึงได้ทำการตรวจสอบเส้นทางการเงิน กระทั่งพบว่าพระชั้นผู้ใหญ่ของวัดดังกล่าวได้มีการโอนเงินงบประมาณที่ทางวัดได้รับมาจากทาง พศ. จำนวน 25 ล้านบาทจาก 30 ล้านบาท ไปให้กับ หญิงสาวรายหนึ่งที่พักอาศัยอยู่ในบ้านหลังนี้ จนนำไปสู่การเข้าทำการตรวจค้นดังกล่าว

นายไพบูลย์ กล่าวอีกว่า กรณีดังกล่าวทราบว่าเป็นกระบวนการทุจริตงบประมาณแผ่นดินของพระชั้นผู้ใหญ่ที่มีกลุ่มชาวพุทธพลังแผ่นดิน และอดีตผู้ว่าฯ สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ออกมาปกป้องพระผู้ใหญ่ โดยพยายามกดดัน แทรกแซงเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ทำหน้าที่ตรวจสอบเรื่องนี้ทุกวิถีทาง แต่ตอนนี้มีหลักฐานปรากฎแล้วว่า พระชั้นผู้ใหญ่ในระดับกรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) เฉพาะวัดนี้เบิกงบประมาณแผ่นดินเพื่อใช้ในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาไปแล้วหลายร้อยล้านปีละ 60 ล้านบาท โดยกรณีนี้นำเงินหลวงมาเข้าบัญชีวัดที่ตนเป็นเจ้าอาวาส จากนั้นก็โอนเงิน 25 ล้านบาทเข้าบัญชีสีกา แล้วให้สีกาเบิกเงินเป็นแคชเชียร์เช็กสั่งจ่ายคืนให้กับตนที่เป็นพระชั้นผู้ใหญ่ระดับกรรมการ มส. แล้วก็นำไปใช้ต่อ พฤติกรรมอย่างนี้ทำให้เชื่อได้ว่าเข้าข่ายเป็นการฟอกเงินที่ได้จากการทุจริตเงินหลวงแล้ว และล่าสุดทราบว่าพระชั้นผู้ใหญ่ระดับกรรมการ มส.รายนี้ขณะอยู่ต่างประเทศ

"จึงขอให้ทั้งกลุ่มชาวพุทธพลังแผ่นดิน และอดีตผู้ว่าฯ สตง. ที่ออกมารับรองความบริสุทธิ์ของพระชั้นผู้ใหญ่ ที่เป็นกรรมการ มส. รายนี้ ได้หูตาสว่างขึ้นด้วย เพราะการที่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอาผิดกับบุคคลที่ทุจริตเงินหลวงนั้น ไม่ว่าบุคคลนั้นจะเป็นนักการเมือง ข้าราชการ หรือพระชั้นผู้ใหญ่ก็ตาม การทำหน้าที่ตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ดังกล่าว ประชาชนทั้งประเทศเขาสนับสนุนกันทั้งประเทศ ดังนั้นกลุ่มบุคคลดังกล่าว ควรหยุดการเคลื่อนไหวในทางที่ไม่ถูกไม่ต้องเสีย เพราะอาจจะกลายเป็นเข้าข่ายสนับสนุนช่วยเหลือผู้กระทำความผิดทุจริตเงินหลวง ซึ่งเป็นพระชั้นผู้ใหญ่ แต่กลับอาศัยพระพุทธศาสนามาแสวงหาประโยชน์เข้าตน โดยไม่ชอบด้วยทั้งพระธรรมวินัยและกฏหมาย" นายไพบูลย์ กล่าว

นายไพบูลย์ กล่าวด้วยว่า และเชื่อว่าการตรวจสอบทุจริตเงินหลวงของพระชั้นผู้ใหญ่ในระดับกรรมการ มส. โดยหน่วยงานของรัฐเช่น สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) จะมีการตรวจสอบเส้นทางการเงินและขยายผลไปยังขบวนการหรือกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้องอีกมาก เป็นความเข้มแข็งของการบังคับใช้กฏหมายของรัฐบาลในยุคนี้ จะเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญนำไปสู่การปฏิรูปการปกครองคณะสงฆ์ และการจัดการทรัพย์สินวัดและพระภิกษุให้เป็นไปตามพระธรรมวินัย ตามแนวทางที่คณะผู้ก่อตั้งพรรคประชาชนปฏิรูปเสนอนโยบายแก้ไขปัญหาโดยให้มี พ.ร.บ.คณะสงฆ์ ฉบับ “ธรรมาธิปไตย”ขึ้น

 

จับตาหัวขบวน 3 พรรคใหญ่ขึ้นเวทีดีเบตประชันวิสัยทัศน์

    
 

17 พ.ค.61 - นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 2535เผยว่าวันที่ 17  นี้จะมีการจัดกิจกรรมรำลึกพฤษภาประชาธรรม ปีที่ 26 ณ สวนสันติพร อนุสรณ์พฤษภาประชาธรรม ถนนราชดำเนิน กรุงเทพฯ โดยกิจกรรมจะเริ่มตั้งแต่เวลา  09.09 น. พิธีวางมาลา สดุดีวีรชนในเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ โดยผู้ว่าราชการกทม. ผู้แทนพรรคการเมือง ผู้แทนกองทัพบก  จากนั้น 09.39 น. จะเป็นการแสดงของเยาวชนเพื่อเรียกร้องความปรองดองในสังคมเรื่อง “ความฝันของหนู”

นายอดุลย์ กล่าวว่า จากนั้นเวลา 13.30 น. ที่ห้องเพทาย รร.รัตนโกสินทร์  จะมีการเสวนาหัวข้อ “วิสัยทัศน์ผู้นำพรรคการเมือง” โดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายอนุทิน ชาญวีรกุล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ และผู้แทนพรรคพลังประชารัฐ.

 

 
 

 

 

 

......................................................

 

 

 .................................................................

17 พฤษภาคม 2561

 

 

 



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
นายยั้งคิด วันที่ : 17/05/2018 เวลา : 15.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

ตอบ ความคิดเห็นที่ 1นายยั้งคิด ถูกใจสิ่งนี้ ถูกใจความคิดเห็นนี้ (1)
like เรียบร้อยแล้ว

แม่หมี from mobile
....................................
ดีครับ คุณเปลวเขียนอย่างตรงไปตรงมา วิจารณ์อย่างถูกต้องครับ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
นายยั้งคิด วันที่ : 17/05/2018 เวลา : 15.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

ตอบ ความคิดเห็นที่ 1นายยั้งคิด ถูกใจสิ่งนี้ ถูกใจความคิดเห็นนี้ (1)
like เรียบร้อยแล้ว

แม่หมี from mobile
....................................
ดีครับ คุณเปลวเขียนอย่างตรงไปตรงมา วิจารณ์อย่างถูกต้องครับ

ความคิดเห็นที่ 1 นายยั้งคิด ถูกใจสิ่งนี้ (1)
แม่หมี from mobile วันที่ : 17/05/2018 เวลา : 11.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

อ่านเรื่องของคุณเปลว สีเงินแล้วค่ะท่านพี่ เห็นด้วยกับบทความนี้มาก

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน