*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 3155
  • จำนวนผู้ชม : 2164770
  • จำนวนผู้โหวต : 463
  • ส่ง msg :
  • โหวต 463 คน
<< มิถุนายน 2018 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพฤหัสบดี ที่ 14 มิถุนายน 2561
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 245 , 16:09:57 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

สวัสดีครับ

         คำแถลงของนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กับบทความของ เปลว สีเงิน วันนี้ สอดคล้องต้องกันเป็นอย่างดี

ทำให้หายห่วงว่า 'ลุงตู่' จะเสียท่านักการเมืองที่ชอบใช้ 'คำชมอาบยาพิษ' ที่ท่านพูดขึ้นมาเองตามรายงานข่าววันนี้

         

 

 

'ประยุทธ์วันนั้น-กับลุงตู่วันนี้'

    
 

      ตอน "ครม.สัญจร" ไปบุรีรัมย์ คนนินทากันอื้อ!

      แต่วานซืน (๑๑-๑๒ มิ.ย.๖๑).........

      นายกฯ ลุงตู่ ครม.สัญจรไป "ภาคเหนือตอนล่าง" พิจิตร-นครสวรรค์

      คนชมกันตรึม!?

      เลือดเนื้อเชื้อไขพิจิตรคนหนึ่ง เป็นใหญ่-เป็นโตอยู่ในกรุงเทพฯ เขาโทร.มาพูดกะผม ชนิดเป็นปลาบ-เป็นปลื้ม

      ถามเขา "ปลื้มตรงไหน?"

      เขาตอบว่า นายกฯ ตั้งใจทำงาน จริงใจ ไม่เสแสร้ง เป็นธรรมชาติ เป็นกันเองกับชาวบ้านดี

      ไม่ต้องให้นักการเมืองจัดฉากต้อนรับ อย่างคราวที่แล้ว!

      ที่ได้ใจคนภาคเหนือตอนล่าง "นครสวรรค์-กำแพงเพชร-พิจิตร-อุทัยธานี" เที่ยวนี้เอามากๆ

      คือนอกจากแผน "บริหาร-จัดการน้ำ" ที่ไหลผ่านทั้ง ปิง-ยม-น่าน-เจ้าพระยา-สะแกกรัง แล้ว

      ที่สั่ง ฟื้นฟู-พัฒนา.........

      "บึงสีไฟ" ที่พิจิตร "บึงบอระเพ็ด" ที่นครสวรรค์ ชนิด "ยกเครื่อง" ครั้งใหญ่ นี่แหละ!

      ถูกใจชาวบ้าน-ชาวเมืองยิ่งนัก!

      บึงสีไฟและบึงบอระเพ็ด ไม่ใช่สมบัติเฉพาะคนพิจิตร-นครสวรรค์

      หากแต่เป็น "ธรรมชาติสมบัติ" ของประเทศไทย เพื่อมวลมนุษยชาติโดยตรง

      บึงสีไฟ นอกจากเป็นแหล่งน้ำใหญ่อันดับ ๕ ของประเทศ ขนาด ๕ พันไร่แล้ว

      ยังเป็นแหล่งดูและศึกษาพันธุ์ "นกหายาก" กว่าร้อยชนิด ที่อพยพมาอาศัย

      ปลายปี "พฤศจิกา-ธันวา" บัวจะชูดอกเต่งตึงทั้งบึงสะพรั่ง เป็นทั้งแหล่งท่องเที่ยว แหล่งเพาะพันธุ์ปลา

      ที่สำคัญ เป็น "แก้มลิง" ด้วย!

      "บึงบอระเพ็ด" นั้น เป็นทะเลสาบน้ำจืดใหญ่ที่สุดในประเทศ ขนาดกว่าแสนไร่

      เป็น "บึงคู่ชาติ" คงไม่มีใคร ที่ไม่รู้จัก ใครไม่เคยไป ต้องหาโอกาสไป "สักครั้งหนึ่ง" ในชีวิต

      เราตักตวงประโยชน์จากบึงบอระเพ็ดกันเป็นร้อยปี แต่แทบไม่มีใครเห็นความสำคัญจะ ฟื้นฟู-พัฒนา-รักษาสภาพ

      มันโทรม เสื่อมสภาพ และตื้นเขิน น่าสงสาร

      การที่นายกฯ เห็นความสำคัญต้อง "ฟื้นฟูสภาพ" ครั้งนี้ นับเป็นอเนกอนันตคุณเลยเชียว

      นายกฯ งานเยอะ..........

      แต่เรื่องนี้ จำแม่นๆ หน่อยนะท่าน ช่วยติดตามด้วย "ฝ่ายปฏิบัติ" ทำไปถึงไหน

      สักแต่ว่าทำ หรือทำกันจริงจัง ด้วยเข้าใจ?

      แต่ผมว่า ท่านจริงจังนะ เท่าที่ทราบ ไม่เพียง "บึงสีไฟ-บึงบอระเพ็ด" เท่านั้น

      "กว๊านพะเยา" ที่จังหวัดพะเยา ทะเลสาบน้ำจืดใหญ่อันดับ ๔ ของประเทศ

      และ "หนองหาน" ที่กุมภวาปี อุดรธานี อันได้ชื่อว่า "ทะเลบัวแดง" ตอนปลายปี บัวแดงจะบานเต็มหนอง

      ๔ แห่งนี้ "บึงสีไฟ-บึงบอระเพ็ด-กว๊านพะเยา-หนองหาน"

      นายกฯ สั่งการเป็นเรื่อง-เป็นราวไปแล้ว.....

       ให้ฟื้นฟู "คืนสภาพสมบูรณ์" เพื่อเป็นทั้งแหล่งท่องเที่ยว แหล่งศึกษาธรรมชาติพันธุ์พืช-พันธุ์สัตว์ และเป็น "แก้มลิง"

      อันที่จริง.........

      ครม.สัญจร "นครสวรรค์-พิจิตร" ของนายกฯ เที่ยวนี้ ก็เป็นอย่างที่ "คนพิจิตร" เขาโทร.มาชม

      ผมก็ดูข่าวตลอด สัมผัสความรู้สึกได้ว่า นายกฯ จริงใจ-จริงจัง กับงาน ด้วยตั้งหวัง ให้เป็น "ทางอนาคต" เพื่อชาวบ้านมาก

      ก็เป็นธรรมดา อะไรที่จริงใจ-ตั้งหวังมาก เมื่อพบกับคนที่จ้อง ลบล้าง-ทำลาย ย่อมผิดหวัง-น้อยใจบ้าง

      แต่แววตานายกฯ จะฉายประกายสุขและผ่อนคลายเป็นธรรมชาติมาก เมื่อแวดล้อมด้วยชาวบ้านผู้เฒ่า-สาวแก่

      ได้พูด-ได้คุย-ได้หยอกล้อ ได้อธิบายเรื่องนั้น-เรื่องนี้ให้ชาวบ้านฟัง

      โดยเฉพาะได้อยู่กับเด็กๆ ได้เป็น "ลุงตู่" ของหลานๆ

      ๔ ปี.........

      ไม่มีใครทำให้นายกฯ อารมณ์ดี "ยิ้มบริสุทธิ์" ได้เท่าตอนมีเด็กๆ มาหา ได้อยู่กับเด็กๆ

      เด็กๆ รักลุงตู่ และลุงตู่ก็รักเด็กๆ ผมว่าเป็น "จุดเด่น" ลงตัวที่สุดของท่านนายกฯ!

      อย่างตอนพบประชาชนที่บึงสีไฟ พิจิตร.......

      นักเรียนในเครื่องแบบชั้นประถม โรงเรียนไหน ผมก็อยากรู้เหมือนกัน แต่ไม่มีใครบอกให้รู้

      เธอยืนเรียงแถว ต่อหน้านายกฯ และคณะรัฐมนตรี แล้วนักเรียนหญิงคนหนึ่ง เก่ง ฉลาด ฉาดฉาน  และมาดมั่น

      เธอถือไมค์ แล้วกล่าวประโยคต่อไปนี้...........

      "นายกฯ ลุงตู่อาจทำงานปิดทองหลังพระ แต่อีกไม่นาน สักวันหนึ่ง ทองที่ปิดหลังพระล้นออกมาข้างหน้าให้ทุกคนได้เห็นอย่างแน่นอนค่ะ"

      แค่ท้ายคำ "ปิดทองหลังพระ...."

      ลุงตู่ "นักสู้ ๑๐ ทิศ"....น้ำตาก็ร่วงผล็อย!

      ต้องก้มหน้า ไม่ข่ม หากแต่ "ซ่อนน้ำตา" ซึ้งที่ทะลักทำนบใจฉับพลัน

      และเมื่อแม่หนูคนนั้นกล่าวจบ นักเรียนที่ยืนเรียงแถวทั้งหมด ก็ประสานเสียงก้อง......

      "ชีวิตที่เกิดมา เธอคือสิ่งที่ยึดมั่น ทั้งรักทั้งผูกพัน ยิ่งสิ่งใด เพราะเธอนั้น คือ ประเทศไทย..........."

      โอ๊ะ....

      นั่น เพลง "เพราะเธอคือประเทศไทย" ที่นายกฯ แต่งตอนปีใหม่

      กินทั้งเนื้อ-ทั้งตัวและ "กินทั้งใจ" นายกฯ ไปทั้งหมดเลย!

      เรียกว่า ทุกคนในที่นั้น "คอแข็ง" ตีบตัน ด้วยความรู้สึกดาลใจพลุ่งทะลุ

      ไม่ทราบว่าจากโรงเรียนไหน ใครเป็นครู-อาจารย์ แต่ผมไม่ได้ฟังโดยตรงหรอก ดูและฟังจากคลิปข่าวน่ะ

      ถึงกระนั้น ต้องบอกว่า "อิน" จริงๆ!

      อิน เพราะความรู้สึกตอบสนองว่า เด็กๆ เธอตั้งใจ ไม่ใช่เพราะครู-อาจารย์ "ไขลาน" ประจบ-เอาใจนายกฯ

      นายกฯ "ลงพื้นที่" กี่ครั้งแล้ว ผมก็จำไม่ได้..........

      แต่บอกได้ว่า ประยุทธ์ตอนเป็นทหาร กับประยุทธ์ตอนนี้ ที่เป็นนายกฯ เหมือนก้อนหินกะเทาะกลิ้งจากยอดเขาสูง

      หินตะปุ่ม-ตะป่ำ "จากยอดเขา"...........

      กระเด็นกระดอนลงมา กระแทกกระทั้นหิน จากตรงนั้น กระเด็นไปตรงนี้

      ๔ ปี ในความเป็น "นายกฯ ทหาร".............

      ตะปุ่ม-ตะป่ำในความกร้านแข็งของทหาร ค่อยๆ กร่อนจากแรงกระแทกหายไปทีละน้อย..ทีละน้อย

      จนถึงเวลานี้ ริมๆ สู่สภาพ "ก้อนหินกลม" เหมือนถูกกลึงแล้ว!

      ทหาร ฝึกมา ๒ แบบ

      -แบบ "นาย" ชินกับพูดให้คนอื่นฟัง และ สั่งให้คนอื่นทำ

      ไม่ชิน ที่จะฟังคนอื่นพูด และไม่ชอบ ที่จะให้ใครมาสั่ง

      -แบบ "ลูกน้อง" ชินกับ ครับ..รับทราบ ปฏิบัติ

      ในสมอง คิดได้ แต่ "ทำไม่ได้" และไม่พอใจได้ แต่ "ขัดขืนไม่ได้"  

      เมื่อพลเอกประยุทธ์ จากบล็อก "นาย" มาเป็นนายกฯ

      แรกๆ คงเข้าใจคำว่านายกฯ หมายถึง "ผู้นำ"

      ขึ้นเวที, ประชุม ครม., ตอบคำถามสื่อ นายกฯ จึงถนัดเป็นฝ่ายพูดๆๆๆๆ และสั่งๆๆๆๆๆ

      ใครถาม ใครแย้ง จะโกรธ!

      หลังจากเป็นนายกฯ ครบ ๔ ปี เริ่มเข้าใจแล้ว คำว่านายกฯ ตามศัพท์น่ะ ใช่..."ผู้นำ"

      แต่ความหมายจริงทางปฏิบัติ "นายกฯ" คือ........

      "ผู้ถูกนำ..โดยประชาชน"

      หรือเอากันตรงๆ "ขี้ข้าประชาชน" นั่นแหละ ตรงเป๊ะ!

      เพราะอย่างนี้ การลงพื้นที่พบประชาชนระยะหลังๆ ของนายกฯ ลุงตู่ จะปรับสภาพ "เข้าพระ-เข้านาง" ได้นวลเนียนและกลมกลืน

      ตอนนี้ พลเอกประยุทธ์ น่าจะซึ้ง ถึงขั้น "ศรัทธา-เข้าถึง" แล้ว ว่า

      การเป็น "ขี้ข้าประชาชน" ในตำแหน่งนายกฯ นั้น การเป็นนายกฯ ที่ดี ที่ประชาชนพอใจ ควรทำอย่างไร? 

      คนส่วนใหญ่ถึงชม......

      ว่าสัญจร "พิจิตร-นครสวรรค์" เที่ยวนี้ พลเอกประยุทธ์ทำหน้าที่ "นายกฯ" ได้ถึง

      จึงเป็นที่รัก-เป็นที่เรียกหาของประชาชน ทั้งหนุ่มสาว-เฒ่าแก่ ยันเด็กๆ!

      ฉะนั้น อะไรจะเกิดใน "เวทีการเมือง" ต่อจากนี้ ก็ให้นึกเสียว่า

      เป็น "กระท้อน"........

      ต้องถูก "ทุบ" ก่อน ถึงจะ "หวาน" ก็แล้วกัน.

'บิ๊กตู่'แอ่นอกรับคำด่า ดีกว่าคำชมเคลือบยาพิษ

    
 

13 มิ.ย. 61 - ที่อาคารอิมแพ็คฟอรั่ม ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานเปิดปฏิบัติการโครงการพัฒนาหมู่บ้านและชุมชนอย่างยั่งยืน โดยศาสตร์พระราชาตามแนวทางประชารัฐ โดยมีนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นายสุวพันธ์ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง นายกฤษฎา บุญราช รมว.เกษตรและสหกรณ์ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พาณิชย์ นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รวมถึงประชาชนกว่า 10,000 คนเข้าร่วมงาน โดยปี 2561 รัฐบาลอนุมัติงบประมาณให้กองทุนหมู่บ้านผ่านโครงการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืนฯ วงเงิน 20,000 ล้านบาท กองทุนละไม่เกิน 300,000 บาท

"ผมดีใจที่กองทุนหมู่บ้านมีความมั่นคง ก้าวหน้า ดีใจที่ชาวบ้านเข้มแข็งทางความคิด และร่วมมือกันมากขึ้น รัฐบาลนี้ไม่มีหน้าที่ให้งบประมาณอย่างเดียว แต่ต้องสร้างความเข้มแข็งให้ 70 ล้านคนได้มีอาชีพ เพราะถ้าให้แต่เงินเปล่าๆลงไป แม้ทุกคนจะพอใจ แต่ไม่ดีในเชิงเศรษฐกิจ เพราะเงินเหล่านั้นจะหายไปเปล่าๆ ภาระหน้าที่นี้เป็นของทุกๆรัฐบาล เราต้องทำงานเพื่อคนจน ไม่ได้ทำเพื่อคนรวยอย่างเดียว เพราะคนรวยมีความฉลาด บางครั้งฉลาดแกมโกง จะเห็นว่าคนรวยสู้คดีได้ตลอด แต่รัฐบาลจะไม่ปล่อยให้เป็นเช่นนั้น อย่างไรก็ตาม รัฐบาลไม่ก้าวล่วงคดีความต่างๆ และเราไม่รังแกคนจน” พล.อ.ประยุทธ์ ระบุ

ทั้งนี้ตนและคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต้องรับผิดชอบเงินทุกเม็ด เพราะมีกฎหมายทุกฉบับดูแล มีการกำหนดหลักเกณฑ์ไว้ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องหนี้สาธารณะ เงินคงคลัง ถ้าเราให้เงินโดยง่าย ทุกคนจะพอใจ ภาพดูเหมือนเศรษฐกิจดี แต่ถ้าเก็บภาษีไม่ได้ ทุกอย่างจะพัง ดังนั้นรัฐบาลจะให้เงินแบบสุ่มสี่สุ่มห้าไม่ได้ เพราะจะเป็นคดีความ จึงขอให้เห็นใจกันด้วย การทำงานของรัฐบาลไม่ใช่การหาเสียงแต่ทำเพื่อประชาชน โดยเราได้ปรับแก้ทุกอย่างให้ตรงกับความต้องการ

นายกฯ กล่าวว่า วันนี้เศรษฐกิจต้องดีขึ้น เพียงแต่พวกเรารู้สึกว่าไม่ดีขึ้น มองตัวเลขดีแต่ผลไม่เห็นมีอะไร ก็กำลังทำตรงนี้และท่านจะดีตามไปด้วย เพราะต้องสร้างยึดโยงกันหมด รวมกลุ่ม ค้าขายออนไลน์  ต้องเรียนรู้  นี้คือโอกาสของท่าน เรียกว่าความเท่าเทียม เกิดขึ้นโดยกฎหมาย ทุกคนจะยากดีมีจนต้องเคารพกฎหมาย ซึ่งกฎหมายดีทุกตัว หลายอย่างไม่ใช่เลวไปทั้งหมด คนไม่ดีก็ไปว่ามา ในส่วนของกระบวนการยุติธรรมวันนี้ก็ดำเนินการไปเยอะ   

"หลายคนไม่อยากฟังผมและรัฐบาลพูด เพราะต้องไปใช้เวลาคิดตามหวย 30 ล้านใครมันโกง หรือดาราคนนี้เลิกกับคนนี้ ท้ายสุดก็ลืมว่าตัวเองคิดอะไร รัฐบาลพูดอะไรก็ไม่รู้อีก แล้วกลับมาด่ารัฐบาล ด่ากันเองนี้แหละ ผมยินดีรับคำด่าคำว่าทุกวัน มากกว่าคำชมที่เคลือบแฝงไปด้วยยาพิษ จริงใจต่อกัน คนเราพูดแล้วทำสำคัญ และความรับผิดชอบ ความจริงใจที่ผมทำให้กับท่าน ผมไม่เคยหยุดคิด ไม่เคยหยุดทำงาน คณะรัฐมนตรีทุกคนของผมเหมือนกัน" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว.

'บิ๊กป้อม'ปัดคสช.ดูดนักการเมืองเข้าพรรคพลังประชารัฐ

    
 

“บิ๊กป้อม” ปัด “คสช.” ดูดนักการเมืองเข้าพรรค จ่อคุยพรรคการเมือง รู้ผลปลดล็อกชัด

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 14 มิ.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ตอบข้อซักถามกรณีจะเป็นประธานหารือกับพรรคการเมืองที่ขณะนี้มีหลายคนให้ความสนใจพรรคพลังประชารัฐ โดยเฉพาะนายอนุชา นาคาศัย อดีตส.ส.ชัยนาท พรรคไทยรักไทย ที่ประกาศว่าจะมีข่าวดีเร็วๆนี้ รวมถึงกลุ่มของนายสมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำกลุ่มมัชฌิมาก็สนใจเข้าร่วมล่าสุดได้มีการตกลงจะมาพูดคุยกันหรือไม่ว่า "ตกลงกับใคร ผมไม่ได้อยู่พรรคพลังประชารัฐ จะไปรู้ได้อย่างไร ใครบอกว่าเป็นพรรคของคสช. ใครพูดอย่างไรก็ไปถามคนนั้น ใครพูดว่าจะมีข่าวดีก็ไปถามคนนั้น ไม่ต้องมาถามผม"

เมื่อถามว่าในฐานะเป็นพี่ใหญ่ในคสช. ทราบเรื่องดังกล่าวหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่ทราบ ตนจะเป็นพี่ใหญ่ได้อย่างไร ตนแค่อายุมากกว่าเขาเท่านั้นเอง เมื่อถามย้ำว่าได้ตกลงกันชัดเจนหรือยังเรื่องการพูดคุยพรรคการเมือง พล.อ.ประวิตร ตอบว่า ไม่มี เมื่อถามอีกว่ากรณีที่มีนักการเมืองหลายคนออกมาระบุว่า สมาชิกในพรรคถูกคนของคสช.ดูดไป พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ดูดที่ไหน ใครดูด ใครทาบทาม ตนไม่ทราบ ขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนอะไรเลย ส่วนการพูดคุยกับพรรคการเมืองในช่วงปลายเดือนมิ.ย.นี้ จะมีการพูดคุยกันครั้งเดียวจบ หรือต้องมีครั้งต่อไปนั้น คงต้องดูก่อนว่าจะเอาอย่างไร และต้องรอพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. และพ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งส.ว. ด้วย 

เมื่อถามว่า ภายหลังการพูดคุยจะทราบผลชัดเจนใช่หรือไม่ว่าจะมีการปลดล็อคเรื่องอะไรบ้าง พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ใช่ ทั้งนี้เมื่อกฎหมายทั้ง 2 ฉบับผ่านแล้ว จะมีการพูดคุยกับพรรคการเมืองอีกครั้ง

'ผมต้องช่วยเด็กให้ได้'ฮีโร่หนุ่มเปิดใจฝ่าเปลวไฟช่วยชีวิต2หนูน้อย

    
 

วันที่ 14 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่ในโลกออนไลน์มีการเผยแพร่คลิปหนุ่มลุยไฟเข้าช่วยชีวิตเด็ก2รายที่ติดอยู่ในรถขณะไฟไหม้ลุกทั่วคันที่จังหวัดนครราชสีมา ทราบชื่อภายหลังว่าพลเมืองดีคนนี้ชื่อ นายประสิทธิ์ สราบรรณ อายุ 39 ปี พนักงานขับรถบรรทุก 6 ล้อ อยู่ที่บริษัท ซันกิ ควอลิตี้ โปรดักส์ จำกัด ตั้งอยู่ที่ตำบลคอกกระบือ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร

ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่บริษัทดังกล่าวเพื่อสอบถามนายประสิทธิ์ สราบรรณ ถึงเหตุการณ์นาทีชีวิตลุยไฟเข้าไปช่วยชีวิตเด็กที่ติดอยู่ในรถขณะไฟไหม้ว่า ขณะเกิดเหตุดังกล่าวตนเองกำลังขับรถกลับจากการส่งสินค้า ระหว่างทางก็ได้เห็นไฟไหม้รถยนต์อยู่ จึงลงไปช่วยแม่เด็กที่นอนอยู่บนถนน ขณะนั้นแม่ก็ได้ตะโกนบอกว่ามีเด็กอยู่ในรถอีกคน ตนจึงได้วิ่งไปที่รถยนต์ที่ไฟไหม้ลุกท่วมคันเพื่อจะช่วยเด็กที่ติดอยู่ในรถออกมาให้ได้

"ผมไม่คิดเลยว่าผมจะเป็นอะไร แต่ผมรู้ว่าผมต้องช่วยเด็กให้ได้ ผมรู้สึกดีใจที่ได้ช่วยชีวิตคน เพราะผมก็เป็นพ่อคน มีลูกสาวเหมือนกัน" นายประสิทธิ์ สราบรรณ ยังได้ฝากให้ทุกคนช่วยกันช่วยเหลือซึ่งกันและกัน

ทั้งนี้ บรรยากาศภายในโรงงานมีเพื่อนๆร่วมงานยืนปรบมือให้กำลังใจ ประสิทธิ์ สราบรรณ ฮีโร่หนุ่มอย่างอบอุ่นและเป็นกันเอง

 

อดีตผู้การเลยเบี้ยวรอบ3 ภ.4สั่งออกหมายเรียก

    
 

13 มิ.ย. 61 - ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 (บช.ภ.4) จ.ขอนแก่น ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พนักงานสอบสวนได้นัดให้ พล.ต.ต.สุทิพย์  ผลิตกุศลธัช รองผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ อดีตผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเลย (อดีต ผบก.ภ.จว.เลย) มาให้ปากคำ ในคดีการทุจริตโครงการรวมหนี้และบริหารหนี้ของสหกรณ์ออมทรัพย์ ภ.จว.เลย โดยมีผู้เสียหายที่เป็นข้าราชการตำรวจ ในสังกัด ภ.จว.เลย ทั้งหมด 192 นาย  

โดยวันนี้เป็นครั้งที่ 3 ที่คณะกรรมการสอบสวนฯได้นัดหมายให้ พล.ต.ตสุทิพย์ เข้าให้ปากคำเป็นครั้งสุดท้าย ซึ่งก่อนหน้านี้นั้นได้มีการทำหนังสือแจ้งไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้เข้ามารายงานตัวและให้ปากคำแล้ว 2 ครั้ง แต่เจ้าตัวไม่เดินทางมาให้ปากคำ มีเพียงการส่งเอกสารชี้แจงถึงขั้นตอนของการดำเนินงานเท่านั้น

สำหรับบรรยากาศบริเวณ ด้านหน้า บช.ภ.4 เต็มไปด้วยสื่อมวลชนและผู้ที่ติดตามข่าวในประเด้นดังกล่าวมาปักหลักทำข่าวกันเป็นจำนวนมากเนื่องจากครั้งสุดท้ายตามการประสานเข้าให้ปากคำ โดมีเจ้าหน้าที่ตำรวจและคณะกรรมการสอบสวนและทีมพนักงานสอบสวนที่ บช.ภ.4 ได้แต่งตั้งขึ้น เตรียมความพร้อมอยู่ในห้องสอบสวนทั้งหมด จนกระทั่งถึงเวลานัดหมายในเวลา 10.00 น. พล.ต.ต.สุทิพย์ ไม่ได้เดินทางมารายงานตัวและเข้าให้ปากคำกับคณะกรรมการสอบสวนฯ

พล.ต.ท.สุรชัย  ควรเดชะคุปต์ ผบช.ภ.4 กล่าวว่า ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายที่คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ซึ่ง บช.ภ.4 แต่งตั้งขึ้นนั้นได้ออกหมายให้มารายงานตัวและให้ปากคำ แต่จนถึงเวลานัดหมายไม่เดินทางมา จึงให้มีการดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายคือการออกหมายเรียก พล.ต.ต.สุทิพย์ เข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน หากออกหมายเรียก 2 ครั้งแล้วไม่มาอีก จะออกหมายจับทันที

ทั้งนี้ได้มีการแยกคดีออกเป็น 2 ส่วน คือคดีที่เกี่ยวข้องกับ พล.ต.ต.สุทิพย์ ที่เกี่ยวกับตำรวจทั้งหมด ได้ถูกรวบรวมคดีมาที่ บช.ภ.4 โดย มีพล.ต.ต.ธนาศักดิ์  ฤทธิเดชไพบูลย์ รอง ผบช.ภ.4 เป็นหัวหน้าคณะทำงานทั้งสืบสนและสอบสวน โดย บก.สส.ภ.4 จะส่งทีมมือปราบและนักสืบมาเป็นคณะทำงานในเรื่องดังกล่าว เพื่อให้การดำเนินคดีทางอาญานั้นเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมายในข้อหาฉ้อโกงประชาชน

ส่วนที่ 2 คือการแยกคดีที่เกิดขึ้นกับประชาชน ที่ พล.ต.ต.สุทิพย์ เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องในรูปแบบของเครือข่ายแชร์ลูกโซ่ ที่พบว่ามีการนำเงินจำนวน 229 ล้านบาท ของตำรวจทั้ง 192 นายในสังกัด ภ.จว.เลย ไปลงทุนในตลาดหลักทรัพย์และอสังหาริมทรัพย์ โดยมีนายหน้าเป็นชาว ขอนแก่น 2 คน และมีเครือข่ายแชร์ลูกโซ่ครอบคลุมพื้นที่ จ.เลย ขอนแก่นและ จ.หนองบัวลำภู ซึ่งขณะนี้พนักงานสอบสวนที่รับผิดชอบในคดีดังกล่าวรวมทั้งชุดจับกุมได้ดำเนินการอย่างเต็มที่เพื่อจับกุมผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

"เรื่องที่เกิดขึ้นกับ พล.ต.ต.สุทิพย์ ที่ถือเป็นผู้บังคับบัญชาในระดับ รอง ผบช. ในสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ บช.ภ.4 ได้มีการสรุปสำนวนการสอบสวนและการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น แจ้งให้กับ พล.ต.อ.จักรทิพย์  ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้รับทราบแล้วเพื่อดำเนินการเอาผิดทางวินัยและอาญา ตามระเบียบของสำนักงานตำรวจแห่งชาติเรียบร้อยแล้ว” ผบช.ภ.4 ระบุ.

(คลิกที่รูป เพื่ออ่านข่าว)

 

 

 

 

........................................................

 
 

........................................................

14 มิถุนายน 2561



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน