*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 3269
  • จำนวนผู้ชม : 2203418
  • จำนวนผู้โหวต : 482
  • ส่ง msg :
  • โหวต 482 คน
<< กรกฎาคม 2018 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพฤหัสบดี ที่ 12 กรกฎาคม 2561
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 452 , 10:46:23 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน สิงห์นอกระบบ , เพลงธรรม โหวตเรื่องนี้

สวัสดีครับ

         การร่วมปฏิบัติการช่วยทีมหมูป่าออกจากถ้ำของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สนช.) ก็เป็นงานหนักเช่นกัน แต่เป็นการ

สำรวจบนเขาหลวงฯเพื่อหาช่องทางลงสู่ห้องโถงภายในถ้ำ จึงไม่ปรากฏเป็นข่าวมากนัก ทั้งที่ผบ.ตร. พล.ต.อ.จักรทิพย์

ชัยจินดา เป็นผู้ร่วมปฏิบัติงานอยู่ในพื้นที่ตลอดเวลา ร่วมกับรองผบ.ตร. พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา อีกผู้หนึ่งด้วย ผมจึงหา

รายงานข่าวเอามาเผยแพร่ย้อนหลังครับ

         การติดตามข่าวในช่วงหลังๆอาจจะต้องใช้วิจารณญาณด้วยครับ เพราะสื่อบางสำนักเสนอข่าวบิดเบือนจากความจริงไป

มาก ขวางโลกเสียจริงๆ

  
วันที่ 12 กรกฎาคม 2561
 
 
ข่าวสด
 
 

ลุย! ‘จักรทิพย์-วิระชัย’ คุมโรยตัวลึก70เมตร ช่วย13ชีวิต-พบโถงใหญ่! (คลิป)

วันที่ 2 กรกฎาคม 2561 - 10:52 น.
 
"ผบ.ตร.จักรทิพย์-วิระชัย" เตรียมลุยบัญชาการ คุมพลร่มโรยตัวลึก70เมตร สำรวจโพรงดอยผาหมี พบโถงใหญ่ เร่งช่วย13ชีวิต ที่ติดอยู่ภายในถ้ำหลวง!

“ผบ.ตร.จักรทิพย์-วิระชัย” เตรียมลุยบัญชาการ คุมพลร่มโรยตัวลึก 70 เมตร สำรวจโพรงดอยผาหมี พบโถงใหญ่ เร่งช่วย 13 ชีวิต ติดอยู่ภายในถ้ำหลวง!

ผบ.ตร. ถ้ำหลวง ดอยผาหมี / เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 2 ก.ค.2561 ที่สนามกีฬากลางอำเภอแม่สาย อ.แม่สาย จ.เชียงราย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) และเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิร่วมกตัญญู เจ้าหน้าที่ป่าไม้ รวมกว่า 50 นาย ได้เปลี่ยนเวรเดินทางขึ้นดอยผาหมีทางทิศเหนือ บนยอดเขาวนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จุดที่ 6 ที่ทางชุดของผบ.ตร.พบโพรงขนาดใหญ่ และนำกำลังเจ้าหน้าที่เข้าขุดเจาะขยายโพรงดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อค้นหา 13 ชีวิตที่ติดในถ้ำหลวงมาตั้งแต่วันที่ 23 มิ.ย.ที่ผ่านมานั้น

ขณะที่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. เดินทางมาถึงสนามกีฬากลางอำเภอแม่สาย ได้ขึ้นเฮลิคอปเตอร์ทันที จากก่อนหน้านั้น พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร. นำกำลังเจ้าหน้าที่ ตชด.ขึ้นไปกว่า 20 นายแล้ว เพื่อปฏิบัติภารกิจที่โพรง 6 ทางทิศเหนือของดอยผาหมี

“ผบ.ตร.จักรทิพย์-วิระชัย” เตรียมลุยบัญชาการ คุมพลร่มโรยตัวลึก70เมตร สำรวจโพรงดอยผาหมี พบโถงใหญ่ เร่งช่วย13ชีวิต ที่ติดอยู่ภายในถ้ำหลวง!
“ผบ.ตร.จักรทิพย์-วิระชัย” เตรียมลุยบัญชาการ คุมพลร่มโรยตัวลึก70เมตร สำรวจโพรงดอยผาหมี พบโถงใหญ่ เร่งช่วย13ชีวิต ที่ติดอยู่ภายในถ้ำหลวง!

สำหรับภารกิจของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สนธิกำลังกันหลายฝ่ายในพื้นที่ดอยผาหมีทางทิศเหนือวันนี้ ผบ.ตร.พบโพรงขนาดใหญ่แล้วนั้น ล่าสุดวันนี้เจ้าหน้าที่ลำเลียงอุปกรณ์ เครื่องปั่นไฟ และเชือกโรยตัวที่มีความยาวให้มากขึ้น เพราะก่อนหน้านั้นคือเมื่อวันที่ 1 ก.ค. เจ้าหน้าที่โรยตัวไปได้ 70 เมตรแล้วต้องหยุดปฏิบัติงานไว้ก่อนเพราะเวลาจำกัด และเป็นห่วงเจ้าหน้าที่จะไม่ปลอดภัย เพราะขนาดความลึกที่ 70 เมตรจะดูแลเรื่องความปลอดภัยได้ยาก จึงให้เจ้าหน้าที่ขึ้นมาประเมินสถานการณ์อีกครั้ง และวางแผนลงไปในวันที่ 2 ก.ค.นี้ โดยทาง ผบ.ตร.เดินทางมาบังคับบัญชาเอง ในการปฏิบัติหน้าที่สำรวจโพรงที่ 6 ในห้องโถงใหญ่เพื่อหาโพรงอื่นๆ เพิ่มในบริเวณใกล้เคียงกันด้วย

1 ก.ค. คืบหน้า สำรวจปล่องดอยผาหมี เจ้าหน้าที่ ได้หยุดสำรวจชั่วคราว หลังเชือกที่เตรียมขึ้นไป ยาวไม่พอ หลังทะลวงโพรงลงไปแล้ว 5 โพรง ลึกกว่า 70 เมตร
 
 

‘จักรทิพย์’ เดินป่าแต่เช้า หาทุกโพรงช่วย13ชีวิต – ส่งหมาตำรวจลุยถ้ำหลวง!

วันที่ 29 มิถุนายน 2561 - 10:07 น.
 

“ผบ.ตร.จักรทิพย์ ชัยจินดา สวมชุดสนาม เดินลุยป่า สำรวจทุกโพรงถ้ำหาทางช่วย13ชีวิต – ส่งสุนัขตำรวจลุยถ้ำหลวง!”

เมื่อเวลา 06:30 น. วันที่ 29 มิ.ย. ที่ ถ้ำหลวง วนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ต.โป่งผา อ.แม่สาย จ.เชียงราย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ต.มนต์ชัย เรืองจรัส ผบก.ตชด.ภ.3 , พ.ต.อ.รังสิมันต์ สงเคราะห์ธรรม และ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ กองร้อย ตชด.ที่ 327 , เจ้าหน้าที่ตำรวจ กองร้อยกู้ชีพ(ค่ายนเรศวร) , ตำรวจสื่อสาร และผู้ที่เกี่ยวข้อง เดินเท้าสำรวจโพรงถ้ำที่ค้นพบ เมื่อวาน (28 มิ.ย. 61) จำนวน 3 โพรง เพื่อหาเส้นทางเชื่อมภายในถ้ำฯ ในการค้นหาเด็กนักเรียนทีมฟุตบอลหมูป่าและโค้ช จำนวน 13 คน ที่สูญหายพลัดหลงเข้าไปภายในถ้ำหลวงฯ

“ผบ.ตร.จักรทิพย์ ชัยจินดา สวมชุดสนาม เดินลุยป่า สำรวจทุกโพรงถ้ำหาทางช่วย13ชีวิต – สุนัขตำรวจเตรียมลุยถ้ำหลวง!”“ผบ.ตร.จักรทิพย์ ชัยจินดา สวมชุดสนาม เดินลุยป่า สำรวจทุกโพรงถ้ำหาทางช่วย13ชีวิต – สุนัขตำรวจเตรียมลุยถ้ำหลวง!”

07:30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศบริเวณทางเข้าถ้ำหลวง เช้านี้ไม่มีฝนตก ท้องฟ้าปลอดโปร่ง ทางเจ้าหน้า จึงได้นำสุนัขค้นหาลงพื้นที่ หมู่บ้าน ผาหมี เพื่อที่จะค้นหาเบาะแสต่างๆที่อาจจะเป็นล่องลอย ในการค้นหาผู้สูญหายทั้ง 13 ชีวิต ไดจักร์ทิพยจักร

สุนัขตำรวจเตรียมลุยถ้ำหลวง!”สุนัขตำรวจเตรียมลุยถ้ำหลวง!”สุนัขตำรวจเตรียมลุยถ้ำหลวง!”

ในส่วนของการเจาะรู้บริเวณหน้าถ้ำเพื่อเร่งระบายน้ำนั้น เมื่อคืนที่ผ่านมามีการยุติการดำเนินการ ชั่วคราวเนื่องจากเจาะลงไปแล้วหน้าดินไสด์ ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องปรับแผนการเจาะถ้ำใหม่ ใช้วิธีแนวดิ่ง ซึ่งขณะนี้กำลังเจาะรูที่ 2 เพิ่มเติม โดยการใช้แท่งเจาะขนาด 6-8 นิ้ว เจาะลงไปเพื่อเปิดทางและจะนำตีท่อเหล็ก ลงไปภายใน ซึ่งกระบวนการนี้ใช้เวลา 3-4 ชม. ในการเจาะผนังถ้ำ และหากไม่มีปัญหาในการเจาะครั้งนี้ คาดว่า จะสามารถดูดน้ำออกจากห้องโถงของถ้ำได้ในช่วงเย็นวันนี้

โดยตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา เข้าหน้าที่ยังคงปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากพบว่า ปริมาณน้ำในถ้ำเพิ่มสูงขึ้น 10 ซม. แม้จะไม่มีฝนตกลงมา แต่เป็นน้ำที่มาจากแหล่งน้ำธรรมชาติไหลลงมาเติม ขณะนี้จึงเร่งใช้เครื่องสูบน้ำแรงดันสูงมาสูบน้ำออก ด้วยระดับน้ำที่เพิ่มขึ้นทำให้ปฏิบัติการค้นหาของหน่วยซีลต้อง ยุติการค้นหาชั่วคราว และเมื่อเช้าวันนี้ จะมีการตรวจสอบระดับน้ำอีกครั้ง ก่อนจะวางแผนเริ่มปฏิบัติการดำน้ำค้นหา ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ก็ได้มีการเตรียมถังอากาศและอุปกรณ์เครื่องมือ คอยสแตนบายสลับสับเปลี่ยน อำนวยความสะดวกให้เจ้าหน้าเข้าปฏิบัติการค้นหาโดยเร็ว

ทั้งนี้ในส่วนของบริเวณหน้า วนอุทยานถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน พบว่ามีการจราจรที่ค่อนข้างติดขัด เนื่องจากมีเจ้าหน้าที่ตำรวจที่คอยตรวจสอบคนเข้าออกตลอดเวลา เพื่อป้องกันไม่ให้ ผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้ามาขัดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่

 

เปิดภาพเบื้องหลังภารกิจ ถ้ำหลวง บิ๊กตร. สวมเสื้อกันฝนใช้ขนมปังต่างหมอน ช่วยกู้ 13 ชีวิต

วันที่ 2 กรกฎาคม 2561 - 13:17 น.
 
ถ้ำหลวง

เปิดภาพเบื้องหลังภารกิจ ถ้ำหลวง บิ๊กตร. สวมเสื้อกันฝนใช้ขนมปังต่างหมอน ช่วยกู้ 13 ชีวิต

ถ้ำหลวง – จากกรณีเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ (นสร.) หรือ หน่วยซีล กู้ภัย และอื่นๆ ที่ร่วมภารกิจปฏิบัติการช่วยเหลือนักฟุตบอลเยาวชนทีมหมูป่าอะคาเดมี และโค้ช รวม 13 ชีวิต ที่ติดอยู่ภายใน ถ้ำหลวง วนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จ.เชียงราย ซึ่งขณะนี้เวลาผ่านไปแล้ว 10 วัน

โดยเมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 2 ก.ค. ที่สนามกีฬากลาง อ.แม่สาย อ.แม่สาย จ.เชียงราย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) และเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิร่วมกตัญญู เจ้าหน้าที่ป่าไม้ จำนวน 50 นาย ได้เปลี่ยนเวรเดินทางขึ้นไปที่ดอยผาหมีทางทิศเหนือ บนยอดเขาวนอุทยานถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน จุดที่ 6 ที่ทาง ผบ.ตร. พบโพรงขนาดใหญ่ และได้นำกำลังเจ้าหน้าที่เข้าขุดเจาะขยายโพรงดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่องเพื่อค้นหา 13 ชีวิต

ถ้ำหลวง
 
พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร. นอนพักค้างแรมในเต็นท์

จากที่ก่อนหน้านั้น พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร. ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ ตชด.ขึ้นไปจำนวนกว่า 20 นายแล้ว เพื่อปฏิบัติภาระกิจ ที่โพรง 6 ทางทิศเหนือของดอยผาหมี

ถ้ำหลวงพล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร. นอนพักค้างแรมในเต็นท์ ใช้ขนมปังหนุนต่างหมอน

ซึ่งต่อมาได้มีภาพ พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร. นอนพักค้างแรมในเต็นท์ พร้อมกับเจ้าหน้า และทีมปฏิบัติการ โดยปราศจากผ้าห่ม และหมอน แต่กลับใช้ขนมปัง มาหนุนต่างหมอน เพียงสวมเสื้อกันฝนพลาสติก เพื่อป้องกันละอองฝนเท่านั้น ถือเป็นการปฏิบัติหน้าที่ที่สามารถ สร้างขวัญกำลังใจ ให้แก่ผู้ใต้บังคับบัญชาเป็นอย่างมาก

ถ้ำหลวง
 
พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร. นอนพักค้างแรมในเต็นท์ ใช้ขนมปังหนุนต่างหมอน
 
Manager Online

ย้อนรอยเหตุการณ์ "จ่าสมาน" ฮีโร่ถ้ำหลวงเสียชีวิต จากปาก ผบ.กรมรบพิเศษที่ 1

เผยแพร่: 12 ก.ค. 2561 09:49   โดย: MGR Online

 
 
ผบ.กรมรบพิเศษที่ 1 เล่าเหตุการณ์วันที่ "จ่าสมาน" เสียชีวิตขณะปฏิบัติภารกิจรับอาสาวางขวดอากาศร่วมกับทีมดำน้ำต่างชาติ ระบุ หายไป 7 ชั่วโมง ก่อนคู่บัดดี้บอกว่าเกิดเหตุไม่ดีขึ้น

ในตอนหนึ่งของการแถลงข่าวปิดศูนย์อำนวยการร่วมค้นหาผู้สูญหายในวนอุทยานถ้ำหลวง - ขุนน้ำนางนอน จ.เชียงราย (ศอร.) เมื่อวันที่ 11 ก.ค. น.อ.อนันต์ สุราวรรณ ผู้บังคับการกรมรบพิเศษที่ 1 หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ กล่าวถึงช่วงเวลาที่ จ.อ.สมาน กุนัน หรือ จ่าแซม อดีตนักทำลายใต้น้ำจู่โจม (หน่วยซีล) นอกราชการ ที่อาสาลงมาช่วยเหลือทีมนักฟุตบอลเยาวชนหมูป่าอะคาเดมี่ 13 คน และเสียชีวิตขณะปฏิบัติภารกิจดำน้ำเพื่อวางขวดอากาศ ว่า 

"จ.อ.สมาน รับอาสาวางขวดอากาศร่วมกับทีมดำน้ำต่างชาติ 4 คน และคนไทย 1 คน ไปวางขวดอากาศตามที่กำหนดไว้ และกลับมา ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง พบว่า จ.อ.สมาน กับเพื่อนอีกคนยังไม่กลับ คำนวณเวลาว่าน่าจะไม่เกิน 5 ชั่วโมง แต่ 7 ชั่วโมงผ่านไปก็ยังไม่กลับทั้งสองคน ดูจากสถานการณ์ก็ยังคิดเข้าข้างตัวเอง เพราะดำจากโถงสามไปแล้วประมาณ 400 เมตร จะมีช่วงน้ำตื้นที่เดินได้ มีดำน้ำเป็นช่วงๆ ก็ยังมั่นใจว่าเหนื่อยและพัก 

จนเวลาประมาณ 01.00 น. คู่บัดดี้ของ จ.อ.สมาน ก็ดำมาที่โถงสามคนเดียว แจ้งว่าเกิดเหตุไม่ดีขึ้น ก็เป็นคืนที่เราสูญเสีย แต่สูญเสียหนึ่งชีวิต กับอีก 13 ชีวิตที่รอเราอยู่เราก็เดินหน้าต่อ ทุกคนยอมรับในความเสี่ยง เพราะหน่วยเราฝึกให้รับภารกิจเสี่ยงอยู่แล้ว เรื่องของความสูญเสียเราต้องเตรียมใจอยู่แล้ว สุดท้ายก็ถือว่างานนี้เป็นโอกาสดีของหน่วยงานของผมเอง ที่มีโอกาสร่วมมือกับนักดำน้ำระดับโลก ทำให้เห็นแนวทาง วิธีการ เทคนิคในการดำน้ำในถ้ำ เพื่อพัฒนาขีดความสามารถ เพื่อรองรับอุบัติภัยของเราในอนาคต"

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 6 ก.ค. เฟซบุ๊ก “Wassana Nanuam” ของ น.ส.วาสนา นาน่วม ผู้สื่อข่าวสายทหาร หนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ ระบุว่า จ.อ.สมาน กุนัน อายุ 38 ปี นักทำลายใต้น้ำจู่โจม หรือหน่วยซีล นอกราชการ เสียชีวิตเมื่อเวลา 01.00 น.ที่ผ่านมา ที่โถงสามภายในถ้ำหลวง วนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน อ.แม่สาย จ.เชียงราย หลังจากเกิดอาการหมดสติในน้ำขณะดำน้ำกลับจากจุดสามแยกไปยังโถงสาม

โดยเมื่อวันที่ 5 ก.ค. จ.อ.สมานได้รับภารกิจให้ไปลำเลียงขวดอากาศจากโถงสาม จุดบัญชาการของหน่วยซีล ไปยังจุดต่างๆ บริเวณจุดสามแยก โดยเริ่มดำน้ำเมื่อเวลา 20.37 น. เมื่อเสร็จภารกิจขณะดำน้ำกลับได้หมดสติในน้ำ คู่ดำน้ำได้ทำการปฐมพยาบาล (CPR) แต่ไม่ได้สติจึงนำกลับมายังโถงสามเพื่อปฐมพยาบาลอีกครั้ง แต่ก็ไม่ได้สติและเสียชีวิตลง เจ้าหน้าที่ได้นำร่างของ จ.อ.สมาน ออกมาถึงหน้าถ้ำ และส่งไปยังโรงพยาบาลค่ายพญาเม็งรายมหาราช จ.เชียงรายต่อไป 

สำหรับ จ.อ.สมาน จบหลักสูตรนักทำลายใต้น้ำจู่โจม หรือหน่วยซีล รุ่นที่ 30 ปัจจุบันเป็นเจ้าหน้าที่ตระเวนระงับเหตุฝ่ายรักษาความปลอดภัย (รปภ.) ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน)

น.อ.อนันต์ สุราวรรณ ผู้บังคับการกรมรบพิเศษที่ 1 หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ
 
น.อ.อนันต์ สุราวรรณ ผู้บังคับการกรมรบพิเศษที่ 1 หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ

 

 

 

 

 

 

 
 
 
 
 
 

'ปาฏิหาริย์รอดแห่งการติดถ้ำ'

    
 

      เลข ๑๓..........

      เมื่อ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๕๙ คนไทย เสียใจกันทั้งประเทศ

      เลข ๑๐

      เมื่อ ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๖๑ คนไทย ดีใจกันทั้งประเทศ

      ปฏิบัติการ "๑๘ วันช็อกโลก" ที่ถ้ำหลวง แม่สาย เชียงราย

      การอุ้ม ๑๓ หมูป่า "ดำน้ำลอดรูถ้ำ" จากเนินนมสาวออกไป

      ขนาด "ประธานาธิบดีทรัมป์" ยังเรียก treacherous cave นั้น

      "ทีมไทย+ทีมนานาชาติ"

      สามารถทำในสิ่งที่คนทั้งโลกบอก "เป็นไปไม่ได้"

      ให้ "เป็นไปได้"

      นั่นมัน "เหลือเชื่อ" จนคนทั้งโลกต่างยกนิ้ว

      ด้วยจิตกตัญญูรู้คุณ.......

      ทำให้คนไทยจะเกลียดใคร "ทุกคน-ทุกชาติ" ในโลกไม่ได้อีกเลย นับจากนี้

      เพราะคุณค่าทั้งด้านวัตถุและจิตใจ ที่มนุษยชาติทั้งโลกมอบให้ไทย จากเหตุการณ์ ในช่วง ๑๘ วัน ที่ผ่าน

      มันมากมายมหาศาลเหลือเกิน!

      โดยเฉพาะที่ปรมาจารย์ "ดำน้ำกู้ภัยในถ้ำ" หลายๆ ชาติ ทั้งที่ไม่เคยรู้จักกัน ทั้งคนละชาติ-ศาสนา

      กลับ "ทุ่มชีวิต" เข้าช่วย โดยไม่แยแสสิ่งตอบแทนใด

      จิตใจท่านเหล่านั้น.........

      "ซื้อหัวใจ" คนไทยไปหมดทั้งประเทศ ตั้งแต่วัน-สองวันแรกแล้ว!

      โลกรอยต่อศตวรรษใหม่ ดูเหมือน "ภัยพิบัติ" ทางธรรมชาติ จะมากขึ้น

      ทั้งมารุนแรง ทั้งมาในลีลาใหม่ๆ

      เตือนให้ต้องตระหนักในด้านว่า มนุษย์ยุคล้ำวิทยาการหาญพิชิตธรรมชาติมานาน

      ถึงกาลเวลา "ธรรมชาติ" จะให้บทเรียนที่เหนือวิทยาการมนุษย์บ้างแล้ว!?

      ความมหัศจรรย์พันลึกแฝงธรรมชาติเร้นลับในถ้ำหลวง ให้ "บทเรียนแรก" แก่ทุกคนในโลกไปคิดเป็นการบ้านแล้ว

      กรณีนี้ เป็นกรณีศึกษา........

      ไทยเป็นเจ้าของพื้นที่ อย่าปล่อยให้เหตุการณ์นี้ผ่านเลย อย่าปล่อยให้การเสียสละของ "วีรบุรุษแซม" ต้องสูญเปล่า

      เร่งระดม "สรรพสาขา" ในประเทศ แกะแบบธรรมชาติเป็น "ต้นตำรับ" เพื่อการเรียนรู้เถิด

      นับจากนี้ไป โป่งผา แม่สาย เชียงราย........

      จะเป็น "จุดหมาย" นักท่องเที่ยว นักผจญภัยทั่วโลก หลั่งไหลไปสู่ มีเป้าหมายที่

      "ถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน"!

      "โป่งผา" ที่สงบนิ่ง ด้วยประชากรหมื่นต้นๆ จากปลายปีเป็นต้นไป โป่งผา จะค่อยๆ กลายเป็น "เมืองใหม่"

      ทุกอย่างจะไม่เหมือนเดิม..........

      โลก-ชีวิต-ทัศนคติ-วิถีผู้คน จะเปลี่ยนไป สิ่งดี-สิ่งร้าย จะเป็นสิ่งเกิดใหม่กับผู้คนที่นี่

      รวมทั้ง ๑๓ หมูป่าน้อยด้วย!

      ตรงนี้แหละ เป็นประเด็นที่ผมอยากคุย

      ก็เห็นมั้ย......

      ยังไม่ทันไรเลย ตั้งแต่วันรุ่งขึ้น ที่ผู้คนตื่นข่าว ๑๓ นักฟุตบอลเยาวชน ทีมหมูป่าอะคาเดมี "ติดถ้ำ" ๒๓ มิ.ย.๖๑

      มีนักสร้างภาพยนตร์ จองตัวโค้ช และ ๑๒ หมูป่า

      มีคนขออุปถัมภ์โค้ชเอก ไปเป็นลูกบุญธรรม

      มีคนรับ ๑๓ หมูป่าเข้าสังกัดสโมสรฟุตบอล

      มีนักฟุตบอลระดับโลก จะส่งข้าวของมาให้

      มีสโมสรฟุตบอลระดับโลก เชิญไปดูถึงสนาม

      กระทั่ง "ฟีฟ่า" ยังเชิญไปดูบอลโลกที่ขอบสนาม

      ฮอลลีวูดประกาศสร้างเป็นภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์

      นี่........

      ด้วยคุณงามความดีใด คนมากมายจึงแย่งกันมอบให้หมูป่าทั้ง ๑๓ รวมทั้งญาติ หรือคนทั่วไป อาจถาม

      กรณีนี้ มีหลายมิติ เหมือนมองผ่านแท่งปริซึม แต่ที่คนเกือบทั้งโลกมองเห็น คือ

      ๑๓ หมูป่า "กีฬาสร้าง" เป็นเยาวชนคุณภาพ

      ๑๓ หมูป่า "กล้าหาญ" ต้นแบบเยาวชน

      ๑๓ หมูป่า "ใฝ่รู้-ใฝ่ฝึกฝน-มีระเบียบวินัย"

      โดยเฉพาะ "โค้ชเอก"................

      ในคำว่า "ทุกอย่างที่เกิดขึ้นไม่มีคำว่าบังเอิญ" ล้วนถูกกำหนดไว้แล้วทั้งสิ้น เพียงแต่เราไม่รู้เท่านั้น

      การติดถ้ำของ ๑๓ หมูป่า มีเหตุให้ "โค้ชเอก" ต้องไปติดด้วยนั้น

      นี่ก็ไม่ใช่บังเอิญ หากแต่ "มิติสัจจะ" กำหนดว่าต้องเป็นเช่นนี้ไว้แล้ว!

      ถ้าไม่มีโค้ชเอกติดด้วย คงไม่ต้องบอกกระมัง ว่าเด็กๆ ทั้ง ๑๒ คน ที่ถูกน้ำขังอยู่ในถ้ำ

      มืด "ไม่รู้วัน-รู้คืน" หนาว...หิว...กลัว..ไม่รู้จะออกไปได้อย่างไร?

      สภาพนั้น เอาว่าเป็นผม ขอบอก "สติแตก" ตั้งแต่ ๑๐ นาทีแรกแล้ว!

      แต่ ๑๐ วัน ในถ้ำ ในสภาพ.........

      ไม่มีอาหาร ไม่มีความหวัง ไม่เห็นอะไร อากาศหายใจมีให้จำกัด ชีวิตจมมิดในกรงขังโลกมืด

      เด็กๆ ทั้ง ๑๒ คน กลับรอดได้ดังปาฏิหาริย์

      นั่นเพราะ........

      "เหนือปาฏิหาริย์" มี "สมาธิภาวนา" ที่เรียก meditation นั่นเอง!

      โค้ชเอก เคยบวชเป็นเณร-เป็นพระในพระพุทธศาสนา ศึกษาทั้งปริยัติและปฏิบัติภาวนา

      วิกฤติในถ้ำ โค้ชเอกสอน "สมาธิภาวนา" ให้เด็กๆ ใช้ควบคุมสติ ขับไล่ความตื่นกลัว ทำให้ทุกคน "นิ่ง"

      เมื่อนิ่ง สติมา-ปัญญาเกิด

      เมื่อปัญญาเกิด ทุกคนก็ปฏิบัติตัวตามตารางบริหารที่โค้ชเอกแนะ

      ทั้งการเคลื่อนไหว อาหารแห้งเท่าที่พกไป การขับถ่าย และไฟฉายที่มี

      สรุปได้ว่า ที่ ๑๒+๑ มีชีวิตรอดได้ เพราะอานิสงส์แห่งการปฏิบัติ "สมาธิภาวนา"

      ตรงนี้ด้วยแหละ..........

      ซึ่งเวลานี้ โลกกำลังตื่นตัว ใช้ "สมาธิภาวนา" แก้ปัญหาชีวิตว้าวุ่น เห็นจริงกันแล้วว่า

      "ปัญหา" ทั้งหลาย เกิดจาก "เหตุ" ถ้าต้องการออกจากปัญหานั้น ก็ต้องแก้ที่ "เหตุ"

      ไม่ใช่แก้ที่ปัญหา ซึ่งเป็น "ปลายเหตุ"!

      ติดถ้ำ แท้จริง ติดด้วย "ความรู้สึก" ว่าติด พอรู้สึกว่าติด มันก็ ตื่นกลัว ปรุงแต่งความคิดให้เตลิด ว่าออกไม่ได้...ตายแน่

      "สติแตก" ทันที!

      แต่โค้ชเอก เข้าใจดี สติแตก มัน "ปลายเหตุ" การแก้ ต้องแก้ที่ "ต้นเหตุ"

      ต้นเหตุอยู่ที่ "ติดถ้ำ" หรือ?

      ไม่ใช่ อยู่ตรง "ความรู้สึกว่าติด..ความคิดว่า ออกไม่ได้..ตายแน่"

      เมื่อสอนให้เด็กๆ ทำสมาธิ ใช้สติตามรู้ความรู้สึก-นึก-คิด คุมจิตไม่ให้ฟุ้งซ่าน ตื่นกลัว ลักษณะตีตนไปก่อนไข้

      พอจิตสงบ-ใจนิ่ง อาการสติแตกก็หาย และเริ่มรู้ด้วยปัญญาตามเป็นจริง ว่าไม่ได้ติดถ้ำ

      ในเมื่อถ้ำมีทางเข้ามาได้ ก็ต้องมีทางให้ออกไปได้

      เพียงแต่ตอนนี้ "น้ำ" มันปิดทางไว้ชั่วคราวเท่านั้น!

      รู้ "ต้นเหตุ" แล้ว ก็เบาใจ ว่าออกได้ ไม่ตายแน่ เพียงแต่ต้อง "รอเวลา"

      ฉะนั้น ตอนยังไม่ได้ออก ก็บริหารชีวิตให้เป็นไปตามเหตุปัจจัยไป

      ด้วย ๑๓ หมูป่า เป็นนักกีฬา สูตรนักกีฬาที่ดี ฝึกกายแล้ว ต้องฝึกใจ คือสมาธิ เพื่อไม่ตื่นตอนแข่งขันด้วย

      โค้ชเอก เป็นโค้ชที่ดี เคยบวชเรียนฝึกสมาธิมา เมื่อโค้ชสอน นักกีฬาก็ฟัง และปฏิบัติตามโค้ช

      จึงเกิดปรากฏการณ์เหนือปาฏิหาริย์ ๑๓ หมูป่า จำศีลภาวนาอยู่ในถ้ำมืด

      อดข้าว มีแค่หยดน้ำ เกือบ ๒ สัปดาห์

      ด้วย "อานิสงส์สมาธิภาวนา" ทั้งโลก จึงร้อง incredible!

      ตรงนี้ด้วยแหละ...........

      ทั้งโลก จึงยกย่อง-ชมเชย ด้วยซึมซับรับรู้การติดถ้ำของ ๑๓ หมูป่า ด้วยทัศนคติผ่านมุมมองดีๆเช่นนั้น

      ทีนี้ ถึงประเด็นสำคัญ

      ต่อจากนี้ ในภาวะ ฮีโร่ ของ ๑๓ หมูป่า ทุกอย่างในทาง ลาภ ยศ สรรเสริญ สุข จะแย่งกันวิ่งมาหา

      เงินทอง ข้าวของ กระทั่งความเป็นดารา ได้ออกโทรทัศน์ ได้เล่นหนัง-ละคร ได้ออกรายการร้อยแปด

      เรียกว่า นึกเงิน ก็จะได้เงิน นึกทอง ก็จะได้ทอง ทุกอย่างจะมาสู่ ๑๓ หมูป่า สู่ครอบครัว ๑๓ หมูป่า

      ผมขอเตือนผู้ปกครองทุกท่าน...........

      "ได้ลูกหลานแสนดีกลับมาคราวนี้ ประเสริฐสุดแล้ว"

      ถ้า "ติดกับดัก" เฉพาะหน้าอย่างที่ผมบอก

      มนุษยชาติทั้งโลก หน่วยซีล-นักดำน้ำผจญภัยในถ้ำทั้งโลก

      ไม่สามารถ "กู้ชีวิต-กู้อนาคต" ๑๓ หมูป่า ได้เป็นครั้งที่สองอีกแล้ว

      ฉะนั้น อย่าหลง "สิ่งเย้ายวน" ที่จะวิ่งกันมาเสนอเป็นอันขาด เหตุที่ผ่านมา นึกเสียว่า ไปถ่ายทุ่งเสร็จแล้ว ก็แล้วไป อย่าคุ้ยมาดมกันอีก!

      เดิม ๑๓ หมูป่า เป็นนักฟุตบอลกันอยู่อย่างไร ก็จงให้ดำเนินไปครรลองเดิม

      ส่วนอนาคต เมื่อทุกอย่างเข้าสภาพปกติแล้ว ใครจะไปทางไหน "เหตุปัจจัย" แต่ละคน จะชักนำไปเอง

      ๑๓ หมูป่า เก่งภาษาอังกฤษ ญี่ปุ่นยังซูฮก

      ฉะนั้น มีสิ่งเย้ายวนชวนให้นอกทาง ขอให้อ่านนี่ "เตือนสำนึก" ก่อนตัดสินใจ

      "Mae Bua Chaicheun is a rice farmer. Her rice paddies were destroyed by the 130  million liters of water pumped from the cave in the rescue mission.

      Her response: Children are more important than rice. We can regrow rice but we  can’t regrow the children.”

 

อังกฤษอดชิงฯมานด์ซูคิชยิงดับฝันช่วงต่อเวลาพิเศษ

    
 

"สิงโตคำราม"ทีมชาติอังกฤษ ฝันสลาย ยังไม่สามารถผ่านเข้าไปเล่นในนัดชิงฯ ฟุตบอลโลก ได้สำเร็จ นับตั้งแต่ปีที่คว้าแชมป์เมื่อปี 1966 หลังพ่าย โครเอเชีย ในช่วงต่อเวลาพิเศษ ทั้งที่ขึ้นนำได้เร็วตั้งแต่ 5 นาทีแรก

    อังกฤษ ออกสตาร์ทได้ดีเหลือเชื่อ ได้ประตูขึ้นนำเร็วจาก ฟรีคิกหน้าเขตโทษของ คีแรน ทริปเปียร์ ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็น นิวเดวิด เบ็คแฮม ซัดเสียบเกือบมุมสามเหลี่ยมเข้าไปอย่างสุดสวย
    สถานการณ์ดูจะเข้าทาง ทีมของ เซาธ์เกต และยังมีโอกาสเพิ่มสกอร์อีกในครึ่งแรก แต่ยังทำเพิ่มไม่ได้ ได้แค่เฉี่ยวไปเฉี่ยวมาเท่านั้น 
    ครึ่งหลัง โครเอเชีย เริ่มเล่นกันเข้าฟอร์ม และเป็นฝ่ายกดดัน อังกฤษ ได้มากขึ้นเรื่อยๆ กระทั่งได้ประตูตีเสมอจาก อิวาน เปริซิช โฉบเข้าไปตัดหน้า ไคย์ล วอล์คเกอร์ ดีดบอลผ่านมือ จอร์แดน พิคฟอร์ด เข้าไป สกอร์กลับมาเท่ากันอีกครั้ง 1-1 นาทีที่ 68
    เกมยืดเยื้อถึงช่วงต่อเวลาพิเศษอีกครั้ง หลังจบ 90 นาทียังหาผู้ชนะไม่ได้ และเป็นทีมตราหมากรุกที่พลิกขึ้นนำบ้าง จาก มาริโอ มานด์ซูคิช นาทีที่ 109 อังกฤษ อาการหนักอีก ทริปเปียร์ เจ็บ ต้องออกจำเกมทำให้เหลือ 10 คนในสนามเพราะเปลี่ยนตัวครบแล้ว ขณะที่ทั้งเกม ทีมสิงโตคำราม ยิงเข้ากรอบได้แค่ฟรีคิกเมื่อต้นเกม จบ 120 นาที ต่อเวลาเพิ่มอีก 4 นาที ก็ยังไม่มีโอกาสลุ้นตีเสมอ จบเกม โครเอเชีย เป็นฝ่ายชนะไป 2-1 ผ่านเข้าไปเจอ ฝรั่งเศส ในนัดชิงชนะเลิศ คืนวันอาทิตย์นี้ ขณะที่ อังกฤษ ได้รีแมทช์ ในเกมเพลย์อออฟชิงที่ 3 กับ เบลเยี่ยม ที่เจอกันมาในรอบแรก เสาร์นี้

 
(โปรดคลิกที่รูปเพื่ออ่านข่าว)
 
 

 

 

 

 
 

 

 

 

 

 

 

 

 
 
 ................................................................
 
12 กรกฎาคม 2561
 
 


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน