*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 4083
  • จำนวนผู้ชม : 2823397
  • จำนวนผู้โหวต : 534
  • ส่ง msg :
  • โหวต 534 คน
<< กรกฎาคม 2018 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันจันทร์ ที่ 23 กรกฎาคม 2561
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 489 , 19:06:05 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

สวัสดีครับ

         วันนี้มีข่าวนายวัน อยู่บำรุง ลูกชาย ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง อดีตรองนายกฯสมัย 'ปู' ยิ่งลักษณ์ ที่กุมอำนาจเอาไว้มากทีเดียว

จนกระทั่งประเทศไทยกลายเป็นรัฐตำรวจเลยทีเดียว แต่คราวนี้ไปที่โรงพักเข้าเยี่ยมลูกชาย แต่ไม่สามารถช่วยให้ลูกชายพ้นจากการ

ถูกคุมขังได้ ดังข่าวที่มี 2 ช่วงท้ายนี้

 

23 ก.ค.61  - ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงเช้า นายวัน อยู่บำรุง อายุ 44 ปี อยู่บ้านเลขที่ 18

ซอยเอกชัย 118 แขวงบางบอนใต้ เขตบางบอน กทม.บุตรชายของ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง อดีตรองนายกรัฐมนตรีและแกนนำพรรค

เพื่อไทย ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ที่ จ.409/2561 ลงวันที่ 19 กรกฎาคม 2561 ข้อหาร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่นให้การ

กระทำการใด หรือไม่กระทำการใด หรือจำยอมต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย โดยมีอาวุธ และร่วมกันทำ

ร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ได้เดินทางเข้ามอบตัวกับ พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผบก.ป.เพื่อต่อสู้คดีดัง

กล่าว

23 ก.ค.61  - ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงเช้า นายวัน อยู่บำรุง อายุ 44 ปี อยู่บ้านเลขที่ 18 ซอย

เอกชัย 118 แขวงบางบอนใต้ เขตบางบอน กทม.บุตรชายของ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง อดีตรองนายกรัฐมนตรีและแกนนำพรรคเพื่อไทย

ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ที่ จ.409/2561 ลงวันที่ 19 กรกฎาคม 2561 ข้อหาร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่นให้การกระทำการ

ใด หรือไม่กระทำการใด หรือจำยอมต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย โดยมีอาวุธ และร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้

อื่นเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ได้เดินทางเข้ามอบตัวกับ พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผบก.ป.เพื่อต่อสู้คดีดังกล่าว

 

วิสัชนา 'อาจารย์เฉลิมชัย'

    
 

      ถ้าบ้านเมืองจะมี "คนบ้า" ซักคน

      ขอให้บ้าแบบ.......

      "อาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์" ศิลปินแห่งชาติ เถอะ

      ประเทศชาติจะเจริญ!

      อาจารย์เฉลิมชัยกำลังระดมศิลปิน เร่งสร้างอนุสาวรีย์จ่าแซม "นาวาตรีสมาน กุนัน" ชนิดแข่งตะวัน

      ที่บริเวณวนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน แม่สาย เชียงราย

      ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนสู่การหล่อรูปปั้น เชื่อว่าทุกท่านติดตามข่าวอยู่แล้ว

      โดยเฉพาะคลิป "เฉลิมชัยเทศนา" ในกัณฑ์ "กูไม่รับเงินบริจาค"

      บรรดาสาวกคงซาบซึ้งน้ำหู-น้ำตาไหลอยู่แล้ว!

      ผมก็พลาดซะที่ไหน

      อย่างวานซืน ดูคลิปที่ "ก้าวไกรเชียงรายนิวส์" ไลฟ์สด จากโรงเหล็กวัดร่องขุ่น

      คือ "อฟซ่ากัดโฟมนครปฐม" นำโฟมปั้นต้นแบบไปส่งที่โรงเหล็ก

      อาจารย์ก็เลยอนุโมทนากถาผ่านนักข่าวถึงญาติโยม ผมฟังแล้วเกิดศรัทธา แกะคำจากคลิปมาให้สดับกัน ดังนี้

      เอาละครับ...........

      พี่น้องที่คอยอยู่กับประติมากรรมของจ่าแซม นี่คือ สเกตช์นะครับ สเกตช์เฉยๆ หมายความว่าร่างเฉยๆ แทนที่จะวาดรูป ก็ร่างเป็นปั้น อันนี้เป็นแบบเฉยๆ ตามความคิดว่ามีหมู ๑๓ ตัว หมูใหญ่สุดคือไอ้โค้ชเอก แต่ตอนนี้เรารีบในการสเกตช์ ไอ้ต้นเนี่ยมันรีบ เรามีเวลาน้อยในการสร้าง อยากให้ประชาชนเห็นว่าเราอยากจะสร้างอนุสาวรีย์ให้ ต้องเร็ว

      ดังนั้น สเกตช์อันนี้ถือว่ายังไม่สมบูรณ์นะครับ ผมจะต้องแก้หลายอย่าง ดังนั้นหมูป่าจะต้องมีตัวใหญ่ตัวเล็ก ค่อยๆ เล็กลงมาจนถึงเด็ก เด็กคนสุดท้ายอายุ ๑๑ ขวบ ดังนั้นจะมีหมูขนาดแตกต่างกัน

      ครับ ในงานศิลปะต้องบอกนะครับว่า อย่ามายุ่งกับผม เข้าใจมั้ย เรื่องของเรื่องคือ อย่าเสือกผมด้านนี้ ผมไม่เสือกในเรื่องของคุณ คุณก็อย่ามาเสือกในเรื่องของผม

      ในเรื่องความคิดความอ่าน ในสเกตช์ทุกอย่างเป็นความคิดของผมในท่า ท่าที่เดินเข้าไปในถ้ำ นะ...บางคนบอกว่า ทำไมไม่เอาตอนเดินออกมา เรื่องของกู ไม่เกี่ยวกับมึง

      ดังนั้น ผมต้องการอะไร มันต้องเป็นตามนั้น นั่นคือลักษณะ แอกชันต่างๆ แล้วหมูเนี่ย ไม่ต้องมาปั้นคนหรอก ๑๓ คน มันเบื่อ มันน่าเชย

      ฉะนั้น เอาสัญลักษณ์ เอาฟิลลิง เอาความรู้สึก พี่น้องเราไม่ค่อยรู้จักศิลปะ ดังนั้นก็จะไปพูดกันต่างๆ นานา ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของผม และทีมงานทั้งหมด

      เราจะทำให้ดีที่สุด เป็นงานศิลปะที่ล้ำค่า อยากให้ฝรั่งต่างชาติเห็น คนมีสติปัญญาเท่านั้นที่เห็นงานประติมากรรมชิ้นนี้ว่า "สุดยอด..โอะ..โอ้ววววว" ต้องช็อกอย่างนี้

      ดังนั้น ผมไม่อยากให้พี่น้องประชาชน ทุกคนที่ไม่รู้จักงานศิลปะ อย่าวิพากษ์ผมนะครับ ผมทำงานระดับโลก ผมไม่ได้ทำงานเพื่อใครต่อใครที่มันมีสุนทรียภาพหรือรสนิยมที่ต่ำๆ

      ผมต้องบอกก่อนนะ รสนิยมทางสุนทรียภาพต้องเรียนรู้ ดังนั้น ผมรู้จักสากลดี ผมรู้จักว่าอะไรทำให้คนที่..ฝะหร่ง ฝรั่ง คนต่างชาติ หรือคนไทย ที่มีความเข้าใจงานศิลปะ และรู้ว่าสิ่งที่ผมทำน่ะ เป็นสิ่งที่ดีและงดงาม

      ดังนั้น พี่น้องครับ เราไม่รู้เรื่อง อย่ายุ่ง ปล่อยให้เป็นเรื่องของผม และศิลปินทุกคนที่มาร่วมงาน เรามีคนเก่งทั้งหมดของประเทศไทยที่จะมาร่วมงาน เสียสละคนละ ๑ อาทิตย์

      เราจะทำ..เนรมิตรูปปั้น "จ่าแซม" นี้ ให้เสร็จภายใน ๒ เดือน เราต้องการนะครับ

      ดังนั้น ทุกอย่างในนี้ ไม่ใช่อย่างนี้นะครับ เดี๋ยวเราจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลง อาจจะต้องตัดขา หรือท่าแอกชันต่างๆ อาจจะเปลี่ยนแปลงนิดหน่อย ส่วนแท็งก์น้ำ อะไรพวกนี้ อุปกรณ์เราของจริงมาหมดนะ เนี่ย...ของจริงมา แล้วนำมาขยาย นะ...ไม่ว่าทุกอย่าง อันนี้ยังไม่สมบูรณ์ แต่ความสมบูรณ์จริง เราจะใช้อันนี้ และความจริงเราจะขยายออกมาเป็นอันใหญ่อันนั้นนะครับ

      เราจะเห็นว่ารูปปั้นจ่าแซมนั้นใหญ่มาก เท่าครึ่งของคนได้เห็นมั้ย ดังนั้นจะเหมาะสมพอดี เวลาจะนำไปตั้งอยู่หน้าสถาปัตยกรรมที่เป็นศาลาเก็บรูป ดังนั้นก็จะสวยงามพอดี

      เฮ้ย...เอาศาลามาให้กูดูทีซิ (สั่งลูกน้อง) เห็นมั้ยครับ อันนี้ต้องบอกนะครับ อันนี้เราสามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้ อันนี้คือวิธีการขยายแบบจากนี่ เราเรียกว่า CNC ขยายจากรูปนี้เป็นโฟม

      บริษัทไอ้น้องพวกเนี่ยอยู่นครปฐม บริษัทมึงชื่ออะไรนะ... เเอฟซ่ากัดโฟม เห็นมะ เขาทำให้นะ ผมไปจ้างเค้า แต่เค้าบอกว่า อาจารย์...ขอทำให้ฟรี ฟรีแล้วยังอุตส่าห์มาติดตั้งให้อีก น่ารักมาก นี่..นี่ จากนครปฐม อย่างนี้ไม่เอาตังค์ ผมจ่ายก็ไม่เอา ผมไม่อยากเอาฟรี แต่เขาบอก..ขอเถอะครับอาจารย์ ผมไม่รับ แล้วมาส่งด้วย จ่ายแค่ค่ารถพอ เห็นมะ...น่ารัก

      อันนี้เป็นการขึ้นโฟมที่เร็วที่สุด ถ้าเราปั้นเลย เราจะช้า เราต้องส่งไปขยายแบบนี้ เป็นอย่างนี้ เดี๋ยวเอาดินปั้นเลย พอกเข้าไปเลย อันไหนตัดออก ตัด..เฉือนออก อันไหนอยากจะสูงขึ้น ตัด..ยกขึ้น ได้ทุกอย่างง่ายดาย

      ครับ...เราจะมีศิลปินเก่งๆ ของประเทศเรามาประมาณ ๔-๕ คน ที่จะมาร่วม ค่อยๆ ทำ คนที่เก่งเรื่องหมูป่า ก็มาปั้นคนละตัว-สองตัว คนควบคุมก็คือไอ้ต้น เป็นคนควบคุมแบบทั้งหมดนะครับ

      มีคำถามมั้ยครับ......

      ไหนเอาไอ้นั่นมาให้กูซิ..นี่นะ (แบบศาลา) อันนี้คือศาลาที่เรียบร้อยแล้ว เป็นภาพที่เราส่งไปให้กรมทรัพย์พิจารณาแบบเพื่อขอทราบพื้นที่ ประติมากรรมก็จะตั้งประมาณนี้ แท่น..เทิ่นอะไรพวกนี้เปลี่ยนนะ  อันนี้เพียงให้รู้คร่าวๆ นะ ยังไม่ใช่ของจริง เดี๋ยวจะบอก..ไอ้ห่า..ไม่สวย..ไม่สวย มันยังไม่เสร็จ..เนี่ย เป็นแบบให้เห็นเฉยๆ ว่า เวลาติดตั้งแล้ว เนี่ย..มันจะเป็นอย่างนี้

      ศาลาจะเป็นแบบนี้โดยประมาณ เป็นไม้หมด เห็นมั้ย..รูปปั้นอยู่ข้างหน้า รูปวาดอยู่ข้างใน อันนี้เป็นด้านข้าง ด้านหลังมีห้องน้ำ ห้องน้ำเป็นอีกหลังนะ

      เนี่ย..เนี่ย..อันนี้ชัดเจนหน่อย (พลิกให้ดูรูปหลังแรก) เนี่ย พี่น้อง ดู..เราจะมีรูปของเราติดอยู่ที่นี่ ๑๓  เมตร เปิดประตูเข้าไปจะเป็นรูป มีที่นั่งอยู่ข้างใน ด้านหลังก็จะเป็น อ้า...ห้องส้วม เราทำเป็น ๒ หลัง

      อันนี้เป็นอนุสาวรีย์ด้านหน้า อันนี้เป็นศาลา นี้จะเป็นมุมบน เวลาเราดูมุมบน มีบันไดขึ้นไป อนุสาวรีย์อยู่ตรงนี้ เปิดประตูเข้าไปจะเป็นรูปติดอยู่ทั้ง ๓ ด้าน แล้วข้างหลังจะเป็นห้องน้ำ มีอีกหลังนะ เพิ่มขึ้นอีกหลัง งบประมาณก็เพิ่ม ดังนั้นจะกลายเป็น ๒ หลัง หลังข้างหลังจะเป็นห้องน้ำเนี่ย เข้าไปก็จะเป็นแบบนี้ ข้างหลังนั่งเล่นได้ นี่..ภายในนะ เป็นไม้หมดเลย เป็นไม้หมดให้เข้ากับธรรมชาติ ข้างในก็จะเป็นแบบนี้ โล่งๆ มีรูปเขียนติด อีกหน่อยจะหาเก้าอี้มาให้นั่ง ที่นั่งพัก มีน้ำท่าให้กิน ด้านนี้จะเป็นฝา ๕ เมตร จะเอารูปมาติด ส่วนข้างๆ อาจจะเป็นรูปถ่าย รูปถ่ายของคนที่ช่วยงาน

      เราไม่สามารถเอารูปทั้งหมด ฮีโร่ทั้งหมด ไม่ว่าทหาร ไม่ว่าจะเป็น อพปร. พวกหน่วยกู้ภัยต่างๆ ทั่วประเทศมาใส่ได้ในรูปเขียน เราจะเอารูปถ่าย รูปถ่ายของท่านจะมีติดอยู่ในนี้ ใครที่ไปช่วยงานจริงก็จะมีรูปถ่าย เพื่อให้บันทึกว่ามีใครไปบ้าง แต่เราไม่สามารถบันทึกลงในรูปวาดได้ทั้งหมด ดังนั้นต้องให้ทราบกันตามนี้นะครับ

      อาคารคือ ๒๐ เมตร คูณ ๑๐ เมตร พื้นที่ข้างในนะ แต่ถ้าห้องน้ำก็น่าจะเป็น ๑๐ เมตร ผู้หญิง-ผู้ชาย เพิ่ม ๒ หลัง กลายเป็น ๒ หลัง

      อ้อ..เรื่องคนบริจาค ฝากพี่น้องเลยนะ ฝากท่านสื่อมวลชนไปบอกพี่น้องประชาชน เดี๋ยวนี้มีคนขอบริจาคผมเยอะเกิน คนนั้นขอ คนนี้ขอ ช่วยบริจาค แต่ผมไม่รับ ขอร้องเลย อย่าให้ผมได้รับเลย

      ถ้ารักผม อย่าให้ผม อย่าบริจาคผม ถ้ารักผม นะ...ผมเบื่อ สันดานของคนที่มันไม่หวังดี พวกด่า พวกว่า พวกนินทาว่าร้าย สังคมไทยของเราชอบนินทาว่าร้าย

      ดังนั้น ผมไม่รับดีกว่า รับเงินปั๊บ มันจะเอาไปพูด เดี๋ยวบางคนให้ผมโม้ เอาไปโม้ที่โน่น-ที่นี่ ไอ้ห่า...กูช่วยมัน ไอ้ห่า..มึงรู้มั้ย..ไอ้ห่า..สร้างอนุสาวรีย์กูช่วยมันล้าน-สองล้าน-สามล้าน ไอ้ห่า..คนนั้นโม้เอา คนนี้โม้เอา โม้ไป-โม้มา ชาวบ้านนึกว่า ฉิบหาย..แม่ง..ไอ้เหี้ยเหลิม ล่อเข้าไปเป็นร้อยล้านแล้วมั้ง

      ไอ้ห่า..แม่ง จ่ายไป ๑๐ ล้าน ไอ้ห่า..มันได้กำไร ซวยเลย..ซวยเลย

      ดังนั้น ผมไม่รับนะ ขอให้พี่น้องทุกท่านอย่ามาหาผมแล้วขอบริจาคเงิน...โดนด่า ผมด่านะ ผมบอก อย่ายุ่งกับผม ขอร้องไปบริจาคที่อื่น บริจาคที่ไหนก็ได้ ไปบริจาคกรมทรัพย์ก็ได้ ไปบริจาคให้ส่วนราชการ อย่าบริจาคกับผม ผมไม่รับนะ..ผมไม่รับ ถ้าคุณดื้อดึง ผมก็จะด่าสวนเลย ดังนั้น ผมไม่เอาก็คือไม่เอา ผมต้องการสะอาด

      ผมไม่อยากรับเงินใครให้คนเขามาด่าผม ดังนั้นผมขอร้อง ปูน หิน ทราย ก็ไม่เอา เหล็กก็ไม่เอา ไม่เอาอะไรเลยซักอย่างนะครับ

      ดังนั้น ขอร้อง ผมไม่เอา อย่างกรณี ไอ้นี่...จากนครปฐม มันมาส่งเอง ผมจะจ่ายเงินให้มัน มันไม่เอา  เอ้า...อย่างนี้โอเค มึงไม่เอา กูจ้างมึงแล้ว มึงไม่เอาเงินกู โอเคนะ แต่อย่าบริจาคเหล็ก บริจาคหิน ทราย  ปูน ไม่ต้องนะ

      ผมไม่เอาอะไรเลยซักอย่างนะ ยิ่งเงินนี่ไม่ต้องเลยนะ ผมไม่เอา กลัวโดนด่า รับเงินมาด่าแน่ ไอ้ห่า..มันหาว่าผมรับเยอะ แล้วผมจ่ายน้อย ไอ้ห่า..นี่แม่งบอกไม่รับเงินใคร สุดท้ายมันก็รับเงินบริจาคจากคนอื่น แล้วสุดท้ายมันก็ได้กำไร ไอ้เวร..เอ้า..ด่าผมอีก ฉิบหาย

      ดังนั้น กูไม่รับมึงแน่นอน ยังงั้ย..กูก็ไม่รับ นะครับ..บอกเลยนะครับ งานนี้ผมจ่ายคนเดียวจนเสร็จ ดังนั้นไม่รับเงิน

      ที่นี่...เราจะทำซัก ๒ เดือนเสร็จ เราเริ่มวันนี้ไป ๒ เดือน แล้วส่งโรงหล่อที่กรุงเทพฯ เอ้า...กรณีโรงหล่อ อย่างนั้นเอา..ส่งไปโรงหล่อเพื่อนผม เพื่อนผมบอก เอ้ย..อาจารย์ ไอ้ห่า..ผมขอหล่อฟรี โอเค อย่างนี้เอา ไปหล่อแล้ว มันหล่อฟรี

      เหมือนเพื่อนผมจัดสวน สร้างศาลาเสร็จเรียบร้อย แล้วเพื่อนผมบอก เหลิม..ไอ้ห่า...จัดสวน กูขอช่วยจัด โอเค้....อย่างนี้ได้ มึงมาจัดสวน อย่างนี้ได้

      แต่ไม่เอาเงินนะ ไม่รับเงินใครนะ บริจาคแสนนึง สองแสน ล้านนึง ไม่เอา ไม่รับเงินใครนะครับ ชัดเจน

      ภาพวาด...บอกก่อนนะ เรื่องภาพวาดเนี่ย เราแก้ตลอดเวลานะ ต้องบอกเลยนะ แก้ตลอดเวลา   อะไรที่มันต้องเปลี่ยนแปลงก็ต้องเปลี่ยนแปลง

      ดังนั้น เรามีการประชุมกับทุกฝ่ายที่ร่วมงาน ไม่ว่าทหาร ไม่ว่าทางหน่วยซีล หรือทุกฝ่ายที่ร่วมกัน  บางครั้ง-บางรูปที่ไม่เหมาะสมก็เอาออก บางรูปขาดไปก็เอาใส่นะ เราต้องฟังหลายๆ ฝ่าย กับผู้ทำงานจริง ปฏิบัติงานจริง

      ดังนั้น รูปเขียนบางรูปเนี่ย ถูกลบเลย แล้วเอารูปใหม่ใส่ ก็มีเยอะแยะ เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ตอนนี้ก็ยังเปลี่ยนแปลงอยู่ ยังไม่นิ่งพอ เราจะเปลี่ยนทุกอย่างให้ดีที่สุด

      แต่เราไม่สามารถใส่รูปเยอะ เพราะงานศิลปะมันต้องสวยงาม มีความพอดี แต่เราก็จะขาดคนสำคัญไม่ได้ คนสำคัญเราต้องใส่ ดังนั้นเราต้องแก้ไขกันไปเรื่อยๆ

      ทีมของเรานะครับ ในการเปลี่ยนแปลงแต่ละครั้งของรูปวาด ต้องมีการประชุม ประชุมหลายฝ่ายว่าจะเปลี่ยน เอ้า..ลบรูปนี้ เอารูปใหม่มาใส่ เพิ่มรูปอะไร ต้องมีการประชุมร่วมกันหลายๆ ฝ่าย ฝ่ายทหาร  ตำรวจ ทุกฝ่าย ทางฝ่ายส่วนราชการของเราเข้าไปช่วยงานทุกฝ่าย ต้องฟังความคิดเห็น ดังนั้น ไม่ใช่ผมเป็นคนจัดการเอง ผมเพียงจัดการความงาม ความลงตัว ความพอดี คุมเรื่องสี เรื่องความรู้สึกต่างๆ  ส่วนเรื่องตัวบุคคลเขาก็มีอีกทีมคอยดูแล

      ฝ่ายโน้น-ฝ่ายนี้ ท้วงมา ผมเปลี่ยนแปลงตามนั้น ผมดูเรื่องความสวยอย่างเดียวนะครับ

      ครับ...อนุญาตบันทึกไว้ด้วยปีติศรัทธาในอาจารย์เฉลิมชัยเป็นที่ยิ่ง.

'วันลูกเหลิม'มอบตัวสู้คดีทำร้ายร่างกายแก๊งวันพ้อยท์

    
 

23 ก.ค.61 - ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงเช้า นายวัน อยู่บำรุง อายุ 44 ปี อยู่บ้านเลขที่ 18 ซอยเอกชัย 118 แขวงบางบอนใต้ เขตบางบอน กทม.บุตรชายของ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง อดีตรองนายกรัฐมนตรีและแกนนำพรรคเพื่อไทย ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ที่ จ.409/2561 ลงวันที่ 19 กรกฎาคม 2561 ข้อหาร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่นให้การกระทำการใด หรือไม่กระทำการใด หรือจำยอมต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย โดยมีอาวุธ และร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ได้เดินทางเข้ามอบตัวกับ พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผบก.ป.เพื่อต่อสู้คดีดังกล่าว
                
ทั้งนี้สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้ได้มีผู้เสียหายซึ่งเป็นสมาชิกแก๊ง "วันพ้อยท์" ได้เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ ว่าถูกนายวัน ทำร้ายร่างกายเหตุเกิดในพื้นที่ สน.ทองหล่อ โดยมูลเหตุเกิดจากปัญหาขัดแย้งกันระหว่าง นายอาชวิน อยู่บำรุง หรือ “กาโม่” บุตรชายของนายวัน ไปมีปัญหาทะเลาะวิวาทกับสมาชิกของแก๊งวันพ้อยท์ เมื่อประมาณปี 2559 แล้วนายวัน ได้เคลียร์ปัญหาที่เกิดขึ้นให้กับบุตรชาย กระทั่งมีการทำร้ายร่างกายกันขึ้น ต่อมาฝ่ายผู้เสียหายได้เข้าร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน กก.1 บก.ป.

ต่อมาเวลา 15.40 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ได้เดินทางเข้าพบนายวัน ซึ่ง ร.ต.อ.เฉลิม มีสีหน้าแจ่มใส ก่อนจะเดินทางเข้าไปยังห้องพนักงานสอบสวนโดยไม่ให้สัมภาษณ์ใดกับทางสื่อมวลชน
     
ต่อมาในเวลา 16.30 น. นาย อาจหาญ อยู่บำรุง ได้เดินทางเข้าเยี่ยมนายวัน อยู่บำรุง เช่นเดียวกัน นายอาจหาญ กล่าวว่า ตนทราบเรื่องจากอินเตอร์เน็ตและเพิ่งได้คุยกับญาติที่เดินทางมาถึงก่อนหน้า ทราบว่าจะสามารถเข้าเยี่ยมผู้ต้องหาได้ถึงแค่ 17.00น.เท่านั้น จึงรีบเดินทางมาเยี่ยมนายวัน น้องชายของตน ขณะที่ตอนแรกตนตั้งใจจะไปทำงานแล้วค่อยมาเยี่ยม ทั้งนี้จะมีรายละเอียดอื่นใดนั้นตนยังไม่ทราบเพราะยังไม่ได้มีการพูดคุยกับทางพ่อและน้องชายมาก่อน 

'ลูกเหลิม'นอนคุก!พนักงานสอบสวนไม่ให้ประกันตัว-หิ้วส่งศาล24ก.ค.

    
 

23 ก.ค.61  - ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงเช้า นายวัน อยู่บำรุง อายุ 44 ปี อยู่บ้านเลขที่ 18 ซอยเอกชัย 118 แขวงบางบอนใต้ เขตบางบอน กทม.บุตรชายของ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง อดีตรองนายกรัฐมนตรีและแกนนำพรรคเพื่อไทย ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ที่ จ.409/2561 ลงวันที่ 19 กรกฎาคม 2561 ข้อหาร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่นให้การกระทำการใด หรือไม่กระทำการใด หรือจำยอมต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย โดยมีอาวุธ และร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ได้เดินทางเข้ามอบตัวกับ พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผบก.ป.เพื่อต่อสู้คดีดังกล่าว
                
ทั้งนี้สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้ได้มีผู้เสียหายซึ่งเป็นสมาชิกแก๊ง "วันพ้อยท์" ได้เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ ว่าถูกนายวัน ทำร้ายร่างกายเหตุเกิดในพื้นที่ สน.ทองหล่อ โดยมูลเหตุเกิดจากปัญหาขัดแย้งกันระหว่าง นายอาชวิน อยู่บำรุง หรือ “กาโม่” บุตรชายของนายวัน ไปมีปัญหาทะเลาะวิวาทกับสมาชิกของแก๊งวันพ้อยท์ เมื่อประมาณปี 2559 แล้วนายวัน ได้เคลียร์ปัญหาที่เกิดขึ้นให้กับบุตรชาย กระทั่งมีการทำร้ายร่างกายกันขึ้น ต่อมาฝ่ายผู้เสียหายได้เข้าร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน กก.1 บก.ป.

ต่อมาเวลา 15.40 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ได้เดินทางเข้าพบนายวัน ซึ่ง ร.ต.อ.เฉลิม มีสีหน้าแจ่มใส ก่อนจะเดินทางเข้าไปยังห้องพนักงานสอบสวนโดยไม่ให้สัมภาษณ์ใดกับทางสื่อมวลชน
     
ต่อมาในเวลา 16.30 น. นาย อาจหาญ อยู่บำรุง ได้เดินทางเข้าเยี่ยมนายวัน อยู่บำรุง เช่นเดียวกัน นายอาจหาญ กล่าวว่า ตนทราบเรื่องจากอินเตอร์เน็ตและเพิ่งได้คุยกับญาติที่เดินทางมาถึงก่อนหน้า ทราบว่าจะสามารถเข้าเยี่ยมผู้ต้องหาได้ถึงแค่ 17.00น.เท่านั้น จึงรีบเดินทางมาเยี่ยมนายวัน น้องชายของตน ขณะที่ตอนแรกตนตั้งใจจะไปทำงานแล้วค่อยมาเยี่ยม ทั้งนี้จะมีรายละเอียดอื่นใดนั้นตนยังไม่ทราบเพราะยังไม่ได้มีการพูดคุยกับทางพ่อและน้องชายมาก่อน 

กระทั่งเวลา 17.45 น.นายเฉลิม อยู่บำรุง ได้เดินกลับโดยไม่ยอมให้สัมภาษณ์ใด เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงการยื่นประกันตัวลูกชาย นายเฉลิม กล่าว่าเป็นไปตามขบวนการ เพราะตนเคยอยู่ที่นี้มาก่อน ให้ไปถามทนาย การสอบปากคำผ่านไปกว่า 10 ชั่วโมง ยังไม่มีท่าทีจะแล้วเสร็จ เวลา 18.30 น. คนติดตามนายวัน ได้นำข้าวกระเพราไข่ดาวพร้อมน้ำซุปและน้ำเปล่า ขึ้นไปให้รับประทาน 

กระทั่งเวลา 18.45 น. พนักงานสอบสวนได้ได้ควบคุมตัว นายวัน ลงมาเข้าห้องขังที่ชั้นล่าง เพื่อนำตัวส่งศาลอาญากรุงเทพใต้วันพรุ่งนี้ (24 ก.ค.6) ก่อนเข้าห้องขัง นายวัน ได้ยกมือทักทายผู้สื่อข่าว โดยสีหน้าไม่ได้เคร่งเครียดแต่อย่างใด ขณะที่ทางทนายเผยว่าที่ตำรวจไม่ให้ประกันหวันไปยุ่งเหยิงพยานหลักฐาน.

'ประยุทธ์'ยันไม่คิดผูกขาดอำนาจ ชี้อยู่ที่ประชาชนตัดสินเลือกตั้ง

    
 

23 ก.ค.61 - เวลา 12.00 น. ที่ศูนย์แพทย์แผนไทยพนา อ.พนา จ.อำนาจเจริญ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. และคณะ เยี่ยมชมการดำเนินงานของศูนย์แพทย์แผนไทยพนา โดยมีชาวบ้านมารอต้อนรับกว่า 1,000 คน โดยทันทีที่มาถึงชาวบ้านได้ผูกผ้าขาวม้าพื้นบ้านให้กับนายกฯและคณะ พร้อมกันนี้นายกฯยังได้ร่วมรำประกอบเพลงอำนาจเจริญกับชาวบ้านอย่างอารมณ์ดี ก่อนรับฟังบรรยายสรุปโครงการเมืองสมุนไพรอำนาจเจริญ และชมการดำเนินการการสร้างเครือข่ายผู้ปลูกสมุนไพรในชุมชน การผลิตผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรหมอพื้นบ้าน และการส่งเสริมการใช้สมุนไพรในการดูแลรักษาสุขภาพของประชาชน 

โดยนายกฯ กล่าวว่า การปลูกอะไรขอให้ คำนึงความคุ้มค่า รัฐบาลพร้อมดูแล ต้องเพิ่มมูลค่าให้กับสมุนไพรเพื่อลดค่ารักษาพยาบาล เพราะถ้าไม่ป่วยก็ไม่ต้องไปโรงพยาบาล อย่างตนเป็นไข้หวัดอยู่ หายามาแก้ไข้หวัดให้ตนหน่อย ขณะที่มีชาวบ้านบอกกับนายกฯว่า ฝากประเทศชาติด้วยนะคะ โดยนายกฯกล่าวว่า ประเทศเราต้องช่วยกันรักษา ทำอะไรก็ได้ที่เกิดประโยชน์ ทำคนเดียวไม่ได้ วันนี้มาเดินหน้าประชารัฐ สิ่งที่เสนอมาจะเอาเข้าครม.ในวันพรุ่งนี้ ไม่ใช่รัฐบาลมาเพื่อเอาเงินมาแจก แต่ทุกรัฐบาลต้องทำแบบนี้ หาจุดศูนย์กลาง  อย่ากลัวว่าจะเป็นรัฐบาลต่อหรือจะมาผูกขาดอำนาจ เพราะอำนาจอยู่ที่พวกเราทุกคน 

นายกฯ กล่าวว่า เรื่องเลือกตั้งอยู่ที่พวกเราจะตัดสินใจ และนายกฯไม่มีมาหาเสียง ประชาชนจะเป็นผู้กำหนดชะตาชีวิตว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป แต่วันนี้เราคือคนไทยต้องช่วยกัน ส่วนยุทธศาสตร์ชาติ20ปี มีไว้เพื่ออนาคตของพวกเรา เป็นการร่างเอาไว้ เมื่อถึงเวลารัฐบาลก็เอามาทำ ดูว่าอะไรทำก่อนทำหลัง เข้าใจกันบ่ วันนี้ตนมาด้วยใจจริงๆ ไม่เคยเกลียดชังใคร ขออย่าเพิ่งเบื่อกันนะ ไม่ได้มาบังคับใคร เพราะบังคับใครไม่ได้ แต่ก็ต้องมีกฎหมาย ไม่อย่างนั้นก็ตีกันแบบนี้ แต่ถ้ายังตีกันตนก็คงต้องบ๊ายบาย

นายกฯ กล่าวว่า รัฐบาลวันนี้จะไม่กู้เงินต่างประเทศ เพราะประเทศใหญ่ๆที่กู้มาเขาล้มไปแล้ว7ประเทศ  ตนไปต่างประเทศเขาชื่นชม 4 ปีที่ผ่านมาไทยมีความสงบ ไม่มีความรุนแรงเกิดขึ้นเหมือนเดิม วันนี้เศรษฐกิจดีขึ้นในระดับบน ยกเว้นระดับล่างขยับขึ้นไม่มากนัก แต่ก็เชื่อว่าจะขยับดีขึ้นตามลำดับ

ทั้งนี้ช่วงหนึ่งชาวบ้านได้ชมนายกฯว่าหล่อ หุ่นดี ซึ่งนายกฯ กล่าวตอบว่า ปากหวาน พร้อมบอกว่าประชาชนได้ประโยชน์จากงบประมานไทยนิยมยั่งยืน ทำให้ประเทศชาติพัฒนา นายกฯ ยังกล่าวด้วยว่า อย่าซื้อหวยกันเยอะ ขณะที่ชาวบ้านบอกว่า นายกฯไบ้หวยให้หน่อย นายกฯกล่าวว่า เรื่องนี้แล้วแต่คนแล้วแต่โชค นายกฯบอกหวยไม่ได้ วันนี้ต้องช่วยตนด้วย เราขัดแย้งกันไม่ได้อีกแล้ว ไม่ว่าจะใครก็ตาม ตนไม่เคยเหนื่อย แต่ก็ต้องพยายามทำอาจจะใช้เวลาหน่อย เดี๋ยวทุกอย่างก็จะมา ใจเย็นๆ 

ทั้งนี้ช่วงหนึ่งชาวบ้านได้มอบกระเช้าผ้าพื้นเมืองให้กับนายกฯ โดยนายกฯถามราคาเกิน 3,000 บาทหรือเปล่า โดยประชาชนตอบว่าเกิน นายกฯจึงให้ทีมงานจ่ายเงิน พร้อมระบุว่า เดี๋ยวโดนฟ้องคดีอีก ตอนนี้ถูกจับตามอง แม้แต่ไปต่างประเทศก็ถูกจับตาผ้าพันคอ นายกฯไม่เอาของฟรี พร้อมกันนี้ประชาชนขอให้นายกฯกลับมาเยี่ยมอีกในปีหน้า โดยนายกฯบอกว่าถ้ามาได้ก็จะมา นอกจากนี้ประชาชนยังขอให้นายกฯบริหารประเทศไปนานๆ เพราะประเทศสงบดี ซึ่งนายกฯบอกว่าให้ไปบอกคนไม่ดีให้หยุดได้แล้ว ขอให้ช่วยตนด้วย วันนี้แม้จะกลับไปแล้ว ไปแต่ตัวแต่หัวใจยังอยู่อำนาจเจริญ 

จากนั้นแพทย์แผนไทยพนา คลินิกบริการแพทย์แผนไทย ได้สาธิตการนวดประคบขา เป็นเวลา 10 นาที ให้กับนายกฯและคณะ เพื่อบรรเทาอาการปวดเมื่อยจากการลงพื้นที่ปฏิบัติราชการ พร้อมกันนี้นายกฯได้ร่วมปลูกต้นรวงผึ้ง กับรัฐมนตรีที่ร่วมคณะด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วย การลงพื้นที่ครั้งนี้นายกฯอารมณ์ดีเป็นพิเศษในช่วงที่ทักทายประชาชน นอกจากร่วมรำประกอบเพลงอำนาจเจริญกับชาวบ้านแล้ว ในช่วงท้ายนายกฯยังได้ร่วมรำซิ่งกับชาวบ้านอีกด้วย

'มาร์ค'ปลุกสังคมคว่ำพลังดูด เหลือบฝูงใหม่แทะกินประเทศชาติ

    
 

23 ก.ค. 61 - นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการต้องถาม กรณีการทาบทามอดีตนักการเมืองต่าง ๆ ให้ย้ายพรรค ว่า หากการเชิญดังกล่าวไม่มีผลประโยชน์แลกเปลี่ยน ไม่ถือว่าเป็นพลังดูด แต่ถ้าไปเพราะพรรคใหม่มีทุนสนับสนุนถือว่าเป็นการใช้เงินดูด หรือแม้แต่กรณีมีตำแหน่งรัฐมนตรีจูงใจก็ถือว่าใช่ แต่ที่เลวร้ายที่สุด คือนำคดีความมาต่อรองให้ย้ายไปอยู่กับพรรคใหม่ แล้วคดีจะจบ ดังนั้นต้องจับตาเพราะรัฐบาลชุดปัจจุบันใช้มาตรา 44 ตีตราไว้หลายคน ซึ่งตอนนี้จะเคลียร์ให้ ในทางกลับกัน ถ้าไม่มีผลประโยชน์ก็ไม่ว่าอะไร แต่ถามว่าเชื่อหรือไม่ว่าการย้ายพรรคไม่มีผลประโยชน์ ยืนยันว่าไม่ใช่ เพราะ 3 เรื่องที่ว่ามาทั้งเงิน ตำแหน่งรัฐมนตรี และคดีความ ตนรับทราบมาว่ามีการเจรจาเรื่องเหล่านี้จริง
“คนในพรรคประชาธิปัตย์ตกเป็นเป้าในเรื่องเหล่านี้อยู่ แต่ผมเชื่อว่าเขาตกผลึกแล้ว ถ้ามั่นคงในอุดมการณ์ก็อยู่ แต่ถ้ามีเรื่องเหล่านี้ก็ไป เราคงห้ามอะไรไม่ได้ ผมไม่สบายใจที่มีคนพูดเรื่องการย้ายพรรคเพราะมีผลประโยชน์แลกเปลี่ยนเป็นเรื่องปกติทางการเมือง เพราะควรพอได้แล้วกับการเมืองแบบนี้ สังคมควรตัดสินใจปฏิเสธการเมืองแบบนี้ได้แล้ว และหวังว่าประชาชนจะมองคนที่โยกย้ายด้วยปัจจัยเหล่านี้ไม่ได้มีผลประโยชน์ส่วนรวมเป็นที่ตั้ง แต่เป็นเรื่องประโยชน์ส่วนตัว” นายอภิสิทธิ์ ระบุ
ส่วนกรณีการดึงผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ของคู่แข่งมาเป็นพวก เพื่อทำให้ตัวเองมีฐานเสียงที่เข้มแข็งขึ้นนั้น หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เราก็จะเหมือนคู่แข่งในอดีต ถามว่าประเทศก้าวหน้าอย่างไร ขณะเดียวกันจะกลายเป็นเหลือบฝูงใหม่ เมื่อเริ่มต้นด้วยวิธีการที่ผิด ยากที่จะกลับไปสู่ความถูกต้อง อย่างไรก็ตาม พรรคถูกตำหนิตลอดว่ายึดหลักการมากเกินไป แต่พวกตนยืนยันตลอดว่าต้องการเปลี่ยนแปลงประเทศ ตนยังเคยพูดในพรรคว่าถ้าให้ทำเหมือนเขา จะมีเราทำไม เราไปอยู่กับเขาก็หมดเรื่อง ทุกคนไปแสวงหาผลประโยชน์ทำแบบเดียวกันหมด แต่ที่พรรคไม่เห็นด้วย เพราะต้องการให้ประเทศหลุดพ้นจากวงจรนี้ หากไม่หลุดพ้นจากวงจรก็แค่เปลี่ยนหน้าเท่านั้น และการเมืองก็ล้มเหลวเหมือนเดิม.

...........................................................

(โปรดคลิกที่รูปเพื่ออ่านข่าว)

 หมวดหมู่ : การเมือง 
 

 

 

 

................................................

(โปรดคลิกที่รูป เพื่ออ่านข่าว)

 หมวดหมู่ : X-CITE 
 

 

 

 

............................................................................

 23 กรกฎาคม 2561

 

 

ศาลแจงคดี ลูกชายคนฆ่าตัวตายไม่มีประจักษ์พยานชี้ชัด

18:42น. 23 ก.ค. 2561

โฆษกศาลฯ เผยยกฟ้องคดีแทงกันตายย่านดินแดง-กทม.เพราะไม่มีประจักษ์พยาน แถมวงจรปิดจับภาพไม่ถึงจุดเกิดเหตุ ชี้คดีนี้ยังไม่จบ ยื่นอุทธรณ์ - ฎีกาได้

ศาลแจงคดี ลูกชายคนฆ่าตัวตายไม่มีประจักษ์พยานชี้ชัด
 

จากกรณีเหตุการณ์ นายศุภชัย ทัฬหสุนทร อายุ 52 ปี และภรรยาเดินทางมาฟังคำพิพากษา ในคดีที่บุตรชายของนายศุภชัย ถูกคนร้ายแทงเสียชีวิต แล้วปรากฏว่าศาลได้ตัดสินให้ยกฟ้อง หรือ ยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้แก่จำเลย ส่งผลให้นายศุภชัย เกิดอาการเครียดเป็นอย่างมาก จึงได้กระโดดลงมาจากชั้น 8 ของอาคารศาลอาญาร่างกระแทกพื้นเสียชีวิต นั้น

นายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวถึงรายละเอียดคำพิพากษาในคดีนี้ว่า เป็นคดีความผิดต่อชีวิต หมายเลขดำ อ.1089/60 ที่พนักงานอัยการคดีอาญา 4 เป็นโจทก์ฟ้อง นายณัฐพงษ์ เงินคีรี เป็นจำเลยในความผิดฐานฆ่าผู้อื่น ฯ กรณีเมื่อวันที่ 15 เม.ย.2559 เวลากลางคืน จำเลยได้ใช้อาวุธมีดปลายแหลมแทงบริเวณร่างกาย นายธนิต คัฬหสุนทร  จนถึงแก่ความตาย ก่อนหลบหนีไป เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288,371 ประกอบ 83 เหตุเกิดบริเวณ ถ.ประชาสังคมสงเคราะห์ 1 ดินแดง กทม.จำเลยให้การปฏิเสธ ต่อสู้คดี ว่าไม่ใช่ผู้กระทำผิด โดยคดีนี้ศาลอาญาได้มีคำพิพากษายกฟ้อง

สำหรับเหตุผลโดยสรุปคือ ประจักษ์พยานที่อ้างว่าเห็นเหตุการณ์และให้การไว้ในชั้นสอบสวน ไม่อาจมาเบิกความในชั้นศาลได้ เนื่องจากอยู่ระหว่างการรักษาอาการป่วยทางจิตที่โรงพยาบาล จึงต้องรับฟังคำให้การชั้นสอบสวนที่นำส่งในชั้นศาลประกอบพยานหลักฐานอื่น แต่พยานหลักฐานอื่นยังมีน้ำหนักไม่เพียงพอที่จะฟังให้ลงโทษจำเลยได้ เช่น ภาพถ่ายจากกล้องวงจรปิด พบว่าช่วงเวลาที่เกิดเหตุเป็นช่วงเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งมีผู้คนเป็นจำนวนมาก ภาพจากกล้องวงจรปิดที่ปรากฎในชั้นศาลนั้น เห็นเเต่เพียงเหตุการณ์ปากทางเข้าซอยที่เกิดเหตุ เเต่ไม่สามารถบันทึกภาพบริเวณจุดเกิดเหตุไว้ได้ ดังนั้นเมื่อศาลพิจารณาอย่างรอบคอบแล้วจึงมีคำพิพากษายกฟ้อง

"คดีนี้เป็นเพียงการพิจารณาพิพากษาของศาลชั้นต้นเท่านั้น ฝ่ายโจทก์ยังสามารถยื่นอุทธรณ์ต่อสู้คดีตามกฎหมายได้ต่อไป ซึ่งในชั้นอุทธรณ์ผู้พิพากษาที่ปฏิบัติหน้าที่ก็จะพิจารณาไปตามพยานหลักฐานที่ปรากฏในสำนวน โดยปราศจากความกดดันหรือคติใด ๆ ขอยืนยันว่าศาลก็จะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด และเชื่อมั่นว่าเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้ ทำหน้าที่ของตนเองมาอย่างดีที่สุดแล้ว"

ส่วนที่มีการวิพากษ์วิจารณ์เเสดงความรู้สึกในมุมมองของตัวเอง ซึ่งอาจกระทบกระเทือนต่อการทำหน้าที่ของทุกฝ่ายในกระบวนการยุติธรรม รวมถึงศาลด้วยนั้น กระบวนการยุติธรรมทางอาญาเราต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นผู้เสียหายหรือจำเลยในคดี การพิจารณาพิพากษาก็ดูจากพยานหลักฐานในสำนวน ชั่งน้ำหนักพยานหลักฐานตามกฎหมาย แต่แม้เราจะเชื่อมั่นว่าเราทำงานอย่างเต็มที่แล้ว เมื่อมีเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นทุกฝ่ายก็ไม่สบายใจ และเสียใจอย่างสุดซึ้ง แต่เราก็จะยืนหยัดทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุดต่อไป ขณะเดียวกันก็จะให้ความรู้ความเข้าใจและอธิบายขั้นตอนกระบวนการทางกฎหมายให้แก่ประชาชนให้ได้มากที่สุด

TAGS:

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน