*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 4083
  • จำนวนผู้ชม : 2795897
  • จำนวนผู้โหวต : 534
  • ส่ง msg :
  • โหวต 534 คน
<< กรกฎาคม 2018 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอังคาร ที่ 24 กรกฎาคม 2561
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 552 , 11:43:27 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน สิงห์นอกระบบ , wullopp โหวตเรื่องนี้

สวัสดีครับ

         ติดตามอ่านคอลัมน์ของ เปลว สีเงิน พูดถึง " 'โดดศาลตาย' บอกอะไรสังคม?" น่าคิดมากทีเดียวครับ เกี่ยวโยงกับการ

ทำหน้าที่สอบสวนแล้วทำสำนวนส่งฟ้องศาลของทั้งตำรวจและอัยการ ซึ่งคนไทยบางคนต้องเผชิญตลอดมา แล้วทำให้ระบบ

ยุติธรรมพลอยบิดเบือนไปตั้งต้นธารของกระบวนการด้วย

          จากข่าว "ไปกันใหญ่!'ทนายตั้ม'ซัด'ครูปรีชา' ใช้สำเนาแชทไลน์ปลอมในศาล" ก็เคลือบแคลงการทำงานของทนายและสื่อ

บางสำนักว่าทำเกินหน้าที่หรือเปล่า

 

 

'โดดศาลตาย' บอกอะไรสังคม?

    
 

      ลูกถูกแทงตาย..........

      ตำรวจทำคดี นำตัวผู้ต้องหาส่งอัยการ อัยการพิจารณาสำนวนคดีแล้ว

      ส่งฟ้องศาล

      ศาลพิจารณาแล้ว ตัดสิน "ยกฟ้อง"

      พ่อคนตายเสียใจ.........

      โดดจากชั้น ๘ ศาลอาญา ลงมากระแทกพื้นตายคาที่!

      ครับ....นั่นเป็นเรื่องเกิดเมื่อวาน (๒๓ ก.ค.๖๑)

      บางท่านอาจทราบ บางท่านอาจไม่ทราบ เพราะผู้ตายเป็นสามัญชนด้อยศักดิ์ ย่านแฟลตดินแดง  กทม.

      ข่าวสารจึงผิวเผิน!

      หดหู่-เศร้าพิลึก ผมเข้าใจดี กับชีวิตคนแถกอยู่ในวงจรคดีความ

      ไม่ว่าโจทก์หรือจำเลย เมื่อขึ้นศาล ทุกคน "เครียด" ด้วย "ตั้งหวัง" เอาจากกระบวนการยุติธรรม

      คำตัดสินศาลจะมี ๓ สถาน คือ มีความผิด, ไม่มีความผิด

      และสงสัยในความ "ผิด-ไม่ผิด" จึงยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลย

      "ยกฟ้อง" ปล่อยตัวไป!

      ดังนั้น ในคดีหนึ่งๆ เมื่อมีคำตัดสิน จะมีฝ่ายหนึ่งดีใจ อีกฝ่ายเสียใจเสมอ

      ที่จะดีใจหรือเสียใจทั้งสองฝ่าย เหมือนผลมวยหรือผลบอลที่ออกมาเสมอ อย่างนั้น ไม่มีในระบบความ

      คำที่สังคมจะโจษขาน จากเหตุเมื่อวาน.........

      "ลูกถูกฆ่าตาย ศาลยกฟ้อง พ่อช้ำใจ โดดตึกศาลลงมาตาย"

      คำสรุปนี้ พุ่งตรงไปที่ "กระบวนการยุติธรรม" พร้อมคำถามสังคม

      "มันเป็นเช่นนี้ได้อย่างไร?"

      ใช่...มันเป็นเช่นนี้ได้อย่างไร?

      ก็เอาล่ะ เมื่อคำตัดสินศาล เกิดคำถาม แล้วจะไปหาคำตอบที่ยอมรับได้ในเหตุ-ในผลจากที่ไหนล่ะ?

      ก็ใน "คำพิพากษา" นั่นแหละ!

      "นายสุริยัณห์ หงษ์วิไล" โฆษกศาลยุติธรรม ออกมาอธิบายความหลังเกิดเหตุ สรุปได้ว่า

      คดีนี้ อัยการคดีอาญา ๔ เป็นโจทก์ฟ้อง "นายณัฐพงษ์ เงินคีรี" เป็นจำเลย ฐานฆ่าผู้อื่นฯ

      คือเมื่อ ๑๕ เม.ย.๕๙ ช่วงสงกรานต์ บริเวณถนนประชาสังคมสงเคราะห์ ๑ ดินแดง กทม.

      นายณัฐพงษ์ใช้มีดปลายแหลมแทง "นายธนิต ทัฬหสุนทร" ตาย แล้วหนีไป

      จำเลยให้การปฏิเสธ ต่อสู้คดี ว่าไม่ใช่ผู้กระทำผิด

      เมื่อวาน "ศาลอาญา" มีคำพิพากษายกฟ้อง

      เหตุผลที่ยกฟ้อง สรุปว่า ประจักษ์พยานที่อ้างว่าเห็นเหตุการณ์และให้การไว้ในชั้นสอบสวน

      ไม่อาจมาเบิกความในชั้นศาลได้ เนื่องจากอยู่ระหว่างรักษาอาการป่วยทางจิตที่โรงพยาบาล

      จึงต้องรับฟังคำให้การชั้นสอบสวนที่นำส่งในชั้นศาลประกอบพยานหลักฐานอื่น

      แต่พยานหลักฐานอื่น ยังมีน้ำหนักไม่เพียงพอที่จะฟังลงโทษจำเลยได้

      เช่น ภาพถ่ายจากกล้องวงจรปิด พบว่าช่วงเวลาที่เกิดเหตุ เป็นช่วงเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งมีผู้คนเป็นจำนวนมาก ภาพจากกล้องวงจรปิดที่ปรากฏในชั้นศาลนั้น เห็นเเต่เพียงเหตุการณ์ปากทางเข้าซอยที่เกิดเหตุ

      เเต่ไม่สามารถบันทึกภาพบริเวณจุดเกิดเหตุไว้ได้

      ดังนั้น.........

      เมื่อศาลพิจารณารอบคอบแล้ว จึงมีคำพิพากษายกฟ้อง

      ครับ...การยกฟ้องนั้น นำสู่เหตุเศร้าดังที่ทราบ

      ชาวบ้านส่วนใหญ่ ไม่รู้-ไม่เข้าใจ "ระบบศาล" มากนัก เมื่อคำตัดสินนำไปสู่เหตุเช่นนั้น

      แน่นอน........

      ย่อม "เพ่งเล็ง" ไปที่ศาล!

      ก็เป็นจุดอ่อน "ทางความรู้" ศาลยุติธรรมน่าใช้กาลที่ประกอบด้วยเหตุ ถือโอกาสอธิบายให้ประชาชนได้รู้ว่า

      "ศาลยุติธรรม" นั้น ใช้ระบบกล่าวหา

      คือในแต่ละคดี ผู้พิพากษาเป็นแค่ "คนกลาง" ในการรับฟังสู่การตัดสินเท่านั้น

      ส่วนจะตัดสินอย่างไร......

      มาจาก "พยาน-หลักฐาน" ที่อัยการและทนายของโจทก์-จำเลยไปแสวงหามา

      และยกมาต่อสู้กัน หักล้างกันในศาลต่อหน้าผู้พิพากษา

      ผู้พิพากษาจะฟังความทั้ง ๒ ฝ่าย

      จดบันทึกไว้........

      ไม่ถาม ไม่แสวงหาพยานหลักฐานใดๆ เพิ่มเติม นอกเหนือจากที่ "ทนายโจทก์-จำเลย" นำมาหักล้างกันต่อศาล

      ดังนั้น การตัดสินจะเป็นเช่นใด?

      ขึ้นอยู่กับ "พยาน-หลักฐาน" สุดแต่ว่า ฝ่ายอัยการ ฝ่ายทนายโจทก์-จำเลย

      ฝ่ายไหน.........?

      จะนำมาแสดงต่อศาลได้ครบถ้วน น่าเชื่อถือมากกว่ากันเป็นหลักใหญ่

      พูดกันตรงๆ ในระบบกล่าวหานี้ "ใครผิด-ใครถูก" เป็นเรื่อง "รู้อยู่กับตัวเอง"

      แต่ใคร "จะแพ้-จะชนะ"

      ขึ้นอยู่กับ "พยาน-หลักฐาน" ที่ฝ่ายโจทก์ รวบรวมนำมาสืบความผิดของจำเลยในศาล

      อย่างในกรณีนี้ จะเห็นชัด...........

      โจทก์ คือฝ่ายอัยการ ไม่สามารถนำ "ประจักษ์พยาน" ที่อ้างว่าเห็นเหตุการณ์และให้การไว้ในชั้นสอบสวน มาเบิกความในศาลได้

      นั่นคือ อัยการไม่มีพยานเลยซักคน ที่จะยืนยันว่า......

      นายณัฐพงษ์ เป็นคนแทงนายธนิตตาย ตามที่ตำรวจ สน.ดินแดง ทำคดีส่งอัยการฟ้องต่อศาล

      กระนั้น "ผู้พิพากษา" ยังได้ระบุในคำตัดสินว่า

      "ต้องรับฟังคำให้การชั้นสอบสวน ที่นำส่งในชั้นศาลประกอบพยานหลักฐานอื่น"

      แต่รับฟัง "พยานหลักฐานอื่น" แล้ว......

      เช่นภาพจากกล้องวงจรปิด ก็ไปเอาภาพจุดอื่นมาแสดง ส่วนภาพบริเวณที่เกิดเหตุ ก็ไม่มี

      ดังนั้น ผู้พิพากษาจึงบอก.........

      "พยานหลักฐานอื่น" ยังมีน้ำหนักไม่เพียงพอที่จะฟังลงโทษจำเลยได้

      "ศาลพิจารณารอบคอบแล้ว จึงมีคำพิพากษายกฟ้อง"

      เมื่อเข้าใจตามนี้แล้ว ผู้ควรถูกเพ่งเล็งและต้องตอบคำถามสังคม ก็คือ

      -ตำรวจ สน.ดินแดง ผู้ทำคดี และ

      -อัยการคดีอาญา ๔ ผู้นำคดีส่งฟ้องศาล

      ได้ยินผู้บัญชาการตำรวจนครบาล "พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช" บอก

      "ผมจะนำสำนวนทั้งหมดมาดู ทราบแต่ว่าเกิดเหตุที่ สน.ดินแดง เหตุเกิดขณะนั้น ผมยังไม่รับตำแหน่ง ผบช.น. ขอไปดูรายละเอียดก่อน"

      ดูแล้ว เรื่องนี้ พูดได้คำเดียว "สงสัยซ้อนสงสัย"?

      "สงสัยแรก" อยู่ที่ว่า..........

      พนักงานสอบสวนผู้ทำคดีและผู้กำกับ สน.ดินแดงตอนนั้น

      มาตรฐานเป็นธรรมด้วยสุจริต-ไม่สุจริต และตั้งใจทำคดีหรือไม่ ขนาดไหนเท่านั้น?

      ก็ดูซี เหตุเกิดช่วงสงกรานต์ แทงกันตาย คนเยอะแยะ แต่ตำรวจสืบเสาะพยานที่เห็นเหตุการณ์ได้คนเดียว

      แถมเป็น "คนป่วยทางจิต"!?

      ซ้ำหลักฐานอื่นที่นำแสดงต่อศาล มีแต่ภาพเหตุการณ์ปากทางเข้าซอยเกิดเหตุ

      ส่วนตรง "จุดเกิดเหตุ" ไม่มี

      สรุป สำนวนคดีที่ตำรวจทำ ไม่มีพยานหลักฐานอะไรซักอย่างที่ยืนยันให้เชื่อได้ว่า "นายณัฐพงษ์" เป็นผู้ลงมือแทงนายธนิตตาย

      นำสู่ "สงสัยที่สอง"

      เมื่อตำรวจนำสำนวนส่งอัยการเพื่อพิจารณาสั่งคดี แล้วอัยการผู้พิจารณา ไม่พบ "ข้อที่ไม่สมบูรณ์" ในสำนวน

      ที่ต้อง "ส่งกลับ"......

      เพื่อให้ตำรวจไปสอบสวนในประเด็นที่ยังไม่สมบูรณ์ให้สมบูรณ์บ้างดอกหรือ?

      หรือว่า แค่ "ประจักษ์พยาน" ป่วยทางจิต คนเดียว

      กับภาพกล้องวงจรปิดสะเปะ-สะปะภาพเดียว

      ก็เป็น "สำนวนคดีสมบูรณ์" ส่งฟ้องศาลได้แล้ว อย่างที่ทำ?

      นี่เป็นประเด็น "สงสัยซ้อนสงสัย" ที่ทั้งตำรวจและอัยการควรมีคำตอบให้สังคม

      ลูกถูกแทงตายไปคน พ่อต้องโดดตึกศาลตายตามไปอีกคน ด้วยเหตุจากกระบวนการกฎหมาย

      เถอะ...ยังอุทธรณ์-ฎีกาได้ นั่นเรื่องหนึ่ง แต่ในชีวิตจริงชาวบ้านทั่วไป คำถามมีว่า

      "ระบบกฎหมาย-กระบวนการยุติธรรม" ได้กระทำแต่ละขั้นตอน

      ในการปฏิบัติ.......

      โอบเอื้อ-เกื้อกูล ชาวบ้าน ระดับตาสี-ตาสา, ยายมา-ตามี, คนต่ำต้อย-ด้อยศักดิ์ แค่ไหน?

      ใช่ว่า ทุกคนจะรู้-จะเข้าใจกฎหมาย ขึ้นศาลแต่ละที เหมือนมีแต่ยักษ์มารจ้องคอยจับคนระดับชาวบ้านกิน

      ให้ราย "โดดศาลตาย" นี้ เป็นรายสุดท้ายเถอะ ........

      ส่วนกระบวนการยุติธรรม จะโอบเอื้อ "ตาสี-ตาสา" ที่ต้องขึ้นศาลอย่างคนมีที่พึ่งบ้าง ด้วยวิธีไหน?

      ก็ฝากให้คิด.

(โปรดคลิกที่รูป เพื่ออ่านข่าว)

 

 

 

 

.......................................................

ไปกันใหญ่!'ทนายตั้ม'ซัด'ครูปรีชา' ใช้สำเนาแชทไลน์ปลอมในศาล


    
 

24 ก.ค.61 - บรรยากาศการนัดไต่สวนมูลฟ้อง ในคดีอาญา ที่ครูปรีชา ใคร่ครวญ เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง ร้อยตำรวจโทจรูญ วิมูล ในข้อหายักยอกทรัพย์และรับของโจร ที่ศาลจังหวัดกาญจนบุรีเมื่อววันที่ 23 ก.ค. ตลอดทั้งวันเป็นการไต่สวนและซักค้านในส่วนของครูปรีชาเพียงคนเดียวตั้งแต่เช้าถึงเย็น 

โดยในเวลา 16.40 นาฬิกา นายษิทรา เบี้ยบังเกิดพร้อมด้วยร้อยตำรวจโทจรูญ วิมูลและภรรยา รวมทั้งทีมทนายความได้เดินออกมาจากศาลจังหวัดกาญจนบุรี พร้อมให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน โดยบอกว่า การไต่สวนและซักค้านครูปรีชาในวันนี้ ยังไม่แล้วเสร็จ คงจะต้องรอไปจบในนัดหน้า วันที่ 20 เดือนสิงหาคม 

พร้อมกันนี้ ทนายษิทรากล่าวด้วยสีหน้ายิ้มแย้มว่า ในวันนี้ ครูปรีชาได้รับเอาสำเนาคลิปเสียงการสนทนาที่ได้มาจาก ปอท. เข้ามาอยู่ในกระบวนการพิจารณาของคดีอาญาแล้ว ซึ่งหลังครูปรีชารับเอาสำเนาคลิปเสียงดังกล่าวเข้ามาในคดีอาญาแล้ว ตนพยายามที่จะขอให้มีการเปิดในชั้นศาล แต่ครูปรีชาและทนายความไม่ยินยอม โดยอ้างว่าครูปรีชาไม่ยืนยันว่าเป็นเสียงสนทนาของตนเอง ศาลจึงไม่ให้เปิดคลิปเสียงในการสนทนา แต่ฝ่ายของตน ได้มีการถอดบทสนทนาของคลิปเสียงทั้งหมดเอาไว้แล้ว โดยได้นำเอาบทสนทนาที่ถอดออกมาจำนวนมากกว่าหนึ่งร้อยคลิปมาทำการซักค้านครูปรีชา ได้ออกมาเป็นสำนวนมากถึง99ฉบับ ซึ่งถือว่าเป็นที่น่าพอใจอย่างมาก 

ทั้งนี้ ในระหว่างการซักค้าน ตนได้สังเกตว่า หลักฐานที่เป็นเอกสารสำเนาการแชทไลน์ของครูปรีชา ซึ่งเป็นการสนทนาทางไลน์ระหว่างครูปรีชากับแม่ค้าล๊อตเตอรี่จำนวน3ฉบับนั้น ไม่ตรงกัน จึงมีความเป็นไปได้ว่ามีการทำเอกสารแชทไลน์ที่ไม่ใช่ของจริง เข้ามาใช้ในกระบวนพิจารณาของศาล ดังนั้น หลังออกจากศาล ตนและร้อยตำรวจโทจรูญ จะเดินทางไปที่สถานีตำรวจภูธรเมืองกาญจนบุรีเพื่อแจ้งความว่า ครูปรีชา และทนาย นำเอาเอกสารที่เป็นหลักฐานเท็จเข้าสู่กระบวนการพิจารณาต่อไป ส่วนเรื่องที่ครูปรีชา ยื่นฟ้องต่อศาลว่า ตนและร้อยตำรวจโทจรูญ ร่วมกันฟ้องเท็จต่อศาลนั้น ศาลได้จำหน่ายเรื่องดังกล่าวออกไปก่อนชั่วคราว เพื่อรอผลการพิจราณาคดีหลักให้เสร็จสิ้นก่อน

ด้านครูปรีชา ใคร่ครวญ ที่เดินตามออกมาในภายหลัง มีสีหน้าไม่ค่อยสู้ดีนักและปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ใดๆ โดยให้สัมภาษณ์ทนายความของตนแทน โดยครูปรีชา กล่าวเพียงสั้นๆว่าไม่ได้รู้สึกหวั่นไหวหรือรู้สึกเครียดกับการซักค้านในครั้งนี้ 

ขณะที่นายวรยุทธ  บุญวงศ์ใส ทนายความ ครูปรีชา ได้เปิดเผยสั้นๆ ว่าศาลไต่สวนครูปรีชา ยังไม่จบ ส่วนเอกสารที่ทางทนายตั้มจะไปแจ้งความนั้น เป็นสิทธิ์ของเขา เราก็ต้องยอมรับ เราจะนำมาเปิดเผยไม่ได้ วันนี้ตนเองก็ยังไม่ได้ทำอะไรเลยทั้งวัน ทนายฝ่ายจำเลยซักค้านไม่เสร็จ ส่วนเรื่องคลิปเสียง ครูปรีชาก็ปฏิเสธเรื่องนี้ศาลจึงไม่ให้เปิด

ทั้งนี้ หลังเดินทางออกจากศาล นายษิทรา เบี้ยบังเกิด พร้อมร้อยตำรวจโทจรูญ วิมูล ได้เดินทางไปยังสถานีตำรวจภูธรเมืองกาญจนบุรี เพื่อแจ้งความดำเนินคดี กับครูปรีชา ใคร่ครวญ และนายวรยุทธ บุญวงษ์ใส ทนายความ ในความผิดฐานนำพยานหลักฐานเข้าสู่กระบวนการในชั้นศาล.

 

 

 

 

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
นายยั้งคิด วันที่ : 24/07/2018 เวลา : 19.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

ตอบ ความคิดเห็นที่ 1นายยั้งคิด ถูกใจสิ่งนี้ ถูกใจความคิดเห็นนี้ (1)
like เรียบร้อยแล้ว

drpichai
...........................................
ที่จริงยังมีอีก 2 ศาล แต่ผู้ตายคงสุดจะคับแค้นใจกับการทำงานของตำรวจและอัยการจนหัวใจสลายนะครับ

ความคิดเห็นที่ 1 นายยั้งคิด ถูกใจสิ่งนี้ (1)
drpichai วันที่ : 24/07/2018 เวลา : 13.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/drpichai

อ่านแล้วนึกถึงหนังสือเรี่องเปาบุ้นจิ้น มีคดีเริ่มต้นคล้ายๆแบบนี้แหละ แต่ต่อด้วยว่าวิญญาณผู้ตายและญาติผู้ตายไปเข้าฝันท่านเปา ท่านเปาจึงรื้อคดีขึ้นมาใหม่ สอบสวนจนพบเบาะแสเงื่อนงำที่ทำให้คดีพลิก จึงตัดสินคดีลงโทษผู้กระทำผิด วิญญาณผู้ตายและญาติจึงพอใจ ขอบคุณท่านเปาก่อนจากไปสู่ปรโลก เล่าให้ฟังเฉยๆ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน