*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 4083
  • จำนวนผู้ชม : 2797979
  • จำนวนผู้โหวต : 534
  • ส่ง msg :
  • โหวต 534 คน
<< กรกฎาคม 2018 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันศุกร์ ที่ 27 กรกฎาคม 2561
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 647 , 12:31:02 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน wullopp , แดนอีศาน โหวตเรื่องนี้

สวัสดีครับ

         ทีมกู้ภัยจากประเทศไทย ที่ร่วมปฏิบัติการช่วยชาวลาว ประกอบด้วย ชมรม W. D. R. T., กู้ภัยเมตตาธรรม “เต็กก่า”

จีโหงวเกาะ กาฬสินธุ์, กู้ภัยอุดมเวทย์ จ.ร้อยเอ็ด, กู้ภัยฮุก 31 โคราช, กู้ภัยสยามนนท์ นนทบุรี และกู้ภัยร่วมใจยโสธร สามารถ

ช่วยคนติดเกาะ15 ชีวิต เป็นเวลา 4 วันมาแล้วได้สำเร็จ อ่านรายละเอียดของข่าวได้ที่ท้ายเพจนี้

 

 

 

"อีกด้านของโลกที่สวยงาม"

    
 

       จากปฏิบัติการ..........

       "ช่วย ๑๓ หมูป่า" ออกจากถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน

        ทำให้ "สังคมโลก"

        ซึมซับความโอบเอื้อใน "มนุษยชาติ" ต่อกันมากขึ้น

        ที่อังกฤษ "นางเทเรซา เมย์" นายกรัฐมนตรี

        เปิดทำเนียบต้อนรับ "นักประดาน้ำ" ชาวอังกฤษ พระเอกในหัวใจคนไทย และกล่าวสรรเสริญ

        "พวกเขาทำได้ดีมาก เราสามารถภาคภูมิใจในพวกเขาได้ พวกเขาทำได้ยอดเยี่ยม พวกเขาเป็นวีรบุรุษที่ยิ่งใหญ่ จอห์นกล่าวว่าพวกเขาไม่ใช่วีรบุรุษ แต่ฉันคิดว่า ทุกคนเป็นวีรบุรุษ"

        ที่ออสเตรเลีย เมื่อต้นสัปดาห์.........

        "นายแมลคัม เทิร์นบุลล์" มอบเหรียญกล้าหาญเชิดชูเกียรติแก่ "ทีมกู้ภัยออสเตรเลีย" ที่คนไทยวีรกรรมไปชั่วชีวิต จำนวน ๙ นาย

        เมื่อวาน อ่าน "คำสดุดี" ของนายกฯ ออสเตรเลีย จากที่คุณ Goi Nathalang แปลเผยแพร่ไว้

        สัมผัสได้ ๒ รู้สึกทันทีเลย

        สัมผัสแรก ผู้แปล "กลอยตา ณ ถลาง" ใช้ภาษาไทยถอดคำสดุดี ได้นวลเนียน ลึกซึ้ง สวยงาม กินใจ เหลือหลาย

        สัมผัสที่สอง รับรู้ได้ว่า...........

        คำสดุดีของนายกฯ ออสเตรเลียนี้ ไม่ใช่แค่คำมรรยาทตามพิธีการ

        หากแต่ ในแต่ละคำ แต่ละวรรคตอน แต่ละลำดับความนายแมลคัม เทิร์นบุลล์ ใช้ "หัวใจ" กลั่นคำที่เรียกว่าจาก "จิตวิญญาณ" กันเลยทีเดียว

        เพื่ออรรถรสลีลาภาษาแปล เพื่อเชิดชูเกียรติ ๙ วีรบุรุษผู้กล้าชาวออสเตรเลีย ขอนำที่คุณ Goi Nathalang เผยแพร่ไว้มาแบ่งปันต่อ ดังนี้

        Goi Nathalang

        คำกล่าวของท่านนายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย Malcolm Turnbull

        ในพิธีมอบเหรียญกล้าหาญเชิดชูเกียรติ แด่ทีมกู้ภัยชาวออสเตรเลีย ที่มาปฏิบัติภารกิจช่วยทีมหมูป่าในประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๔ กรกฎาคม ที่ผ่านมา

        ฟังแล้วซาบซึ้งใจ จนขอแปลเป็นภาษาไทย เริ่มตั้งแต่วันนั้น แปลมาวันละนิดละหน่อย เพิ่งเสร็จเช้านี้ ขออภัยที่ไม่สวยงามจับใจเท่าต้นฉบับภาษาอังกฤษ

        -----------------------------

        ท่านเอกอัครราชทูตไทยประจำออสเตรเลีย นันทนา ศิวะเกื้อ Honourable Bill Shorten ท่านผู้นำฝ่ายค้าน ท่านเอกอัครราชทูตออสเตรเลียประจำประเทศไทย Paul Robilliard สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร คณะรัฐมนตรี ขอต้อนรับทุกท่าน

       และขอต้อนรับวีรบุรุษทุกท่านกลับจากประเทศไทยสู่บ้านอย่างยิ่งใหญ่

       ในช่วงการแข่งขันฟุตบอลโลกที่ผ่านมา เรื่องราวที่สร้างแรงบันดาลใจมากที่สุดเกี่ยวกับฟุตบอลนั้น ไม่ได้เกิดขึ้นที่รัสเซีย แต่เกิดขึ้นที่ประเทศไทย

       ทีมที่สร้างแรงบันดาลใจมากที่สุด ไม่ใช่ทีมชาติฝรั่งเศส แต่คือทีมหมูป่า และที่สำคัญที่สุด คือพวกท่าน ทีมกู้ภัยนานาชาติที่ได้ช่วยเหลือพวกเขา

       พวกท่านทำให้เราภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง จากความกล้าหาญอย่างไม่เห็นแก่ตนเอง เก่งกาจและมีความเป็นมืออาชีพอย่างสูงสุด

       ไม่มีใครที่จะเป็นตัวแทนในการสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศออสเตรเลีย แสดงออกถึงความเป็นออสเตรเลียได้ดีเท่าพวกท่านอีกแล้ว

       หากจะพูดถึงความน่าสะพรึงกลัวและฝันร้ายที่ต้องติดอยู่ในความมืด หรือในป่าที่มืดมิด

       ฝันร้ายที่น่าหวาดกลัวที่สุด คงหาอะไรเทียบได้ยาก กับการที่ต้องติดอยู่ใต้ดิน ในความมืด ท่ามกลางระดับน้ำที่เพิ่มขึ้น ในขณะที่อากาศสำหรับหายใจลดลงไปเรื่อยๆ

       ฝันร้ายที่สุดของเด็กสักคน ก็คือสิ่งที่เด็กๆ ทีมหมูป่าต้องเผชิญด้วยตนเอง

       และฝันร้ายกว่าสำหรับผู้ปกครอง ก็คือการที่ลูกๆ ที่เขารักยิ่งชีวิต ต้องติดอยู่ในถ้ำ ถูกกลืนกินโดยผืนแผ่นดิน ยากเกินกว่าที่ความช่วยเหลือใดๆ จะเข้าถึงได้

       เว้นแต่ว่า ไม่มีอะไรเหนือไปกว่าความมุ่งมั่นเหนือความหวาดกลัวของพวกท่าน

       การดำน้ำครั้งแรกของท่าน เกิดขึ้นโดยไม่มีเชือกนำทางที่เหมาะสม ไม่มีเส้นทางที่ชัดเจนในสายน้ำอันมืดมิด พวกท่านต้องใช้มือสัมผัสผนังถ้ำ คลำหาทางในถ้ำอันคดเคี้ยวเลี้ยวลด โดยมีความน่าสะพรึงกลัวที่จะติดอยู่ในซอกหลืบนั้นเสียเอง เพราะไม่สามารถบอกได้เลยว่า เส้นทางซับซ้อนของถ้ำนั้นเป็นเช่นไร

       ท่านใช้เวลาเป็นวันๆ ใช้แรงกาย แรงใจ ในการนำถังอากาศ ปั๊ม ท่อ และสายเคเบิลเข้าไปในถ้ำ โดยมีการวางแผนอย่างละเอียด รอบคอบ และมีการฝึกซ้อมซ้ำแล้วซ้ำอีกก่อนจะถึงเวลานำเด็กๆ ออกมาจากถ้ำ

       พวกท่านได้ใช้ห่วงโซ่แห่งความรักผูกมัดจนเกิดสายใยแห่งมนุษยชาติของผู้คนจากนานาประเทศ เพื่อทำงานร่วมกันทีละขั้นตอนอย่างใส่ใจระมัดระวัง ในที่สุดทีมหมูป่าและโค้ชของเขาก็ได้รับการช่วยเหลือออกมา

       ท่านทำงานเคียงบ่าเคียงไหล่กับทีมกู้ภัยของไทย และทีมจากสหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา สาธารณรัฐประชาชนจีน และอีกนานาประเทศ

       นับเป็นการทำงานร่วมกันในระดับนานาชาติที่มีความพิเศษอย่างยิ่ง ทำให้นึกไปถึงว่า หากผู้นำในระดับโลกสามารถทำงานร่วมกันได้เช่นนี้ จะดีสักแค่ไหน

       ท่านคือ บุคคลตัวอย่างของพวกเราทุกคน

       ผมได้มีโอกาสพูดคุยกับพวกท่านบางคนหลังจากภารกิจนี้ และถามว่า ทำอย่างไร ผู้คนมากมายจากทุกมุมโลกจึงสามารถทำงานร่วมกันได้ดีเช่นนี้

       และท่านตอบว่า เป็นเพราะว่าทุกคนมุ่งมั่นและตั้งใจที่จะทำสิ่งเดียวกัน ก็คือการนำตัวทีมหมูป่าออกมาได้อย่างปลอดภัย

       คำพูดใดๆ ก็คงจะไม่สามารถบรรยายได้ว่า ภารกิจนี้อันตรายหนักหนาสาหัสมากเพียงไร

       และยังตอกย้ำด้วยการสูญเสียอาสาสมัครชาวไทย อดีตเจ้าหน้าที่หน่วยรบทำลายใต้น้ำจู่โจม "นาวาตรีสมาน กุนัน" ซึ่งเป็นการสูญเสียที่ใหญ่หลวงนัก

       ผมทราบว่า หลายท่านในที่นี้ ได้ทำงานร่วมกับเขา และได้เข้าไปในถ้ำด้วยเส้นทางเดียวกับเขา ในโถงถ้ำเดียวกันกับเขา

       ขอแสดงความนับถือจิตใจอันแข็งแกร่งของพวกท่านที่จะมุ่งหน้าต่อไป หลังจากการเสียชีวิตของเขา

       เขาไม่ได้จากไปอย่างเสียเปล่า เราขอส่งความระลึกถึงและร่วมสวดมนต์ภาวนาให้ครอบครัวของเขาในวันนี้

       และเราขอขอบคุณครอบครัวของพวกท่าน เพราะตัวท่านเองก็ตกอยู่ในภาวะอันตรายตลอดภารกิจ ซึ่งทำให้ผู้ที่เป็นที่รักของท่านเกิดความกังวลใจไม่น้อยเช่นกัน

       เราขอยกย่องทีมกู้ภัยของประเทศไทยที่ได้ช่วยประสานความร่วมมือจากทุกภาคส่วนและทำหน้าที่ผู้นำในภารกิจนี้

       ขอคารวะความเป็นผู้นำที่โดดเด่น ที่สะท้อนให้เห็นจากองค์พระมหากษัตริย์ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๑๐ จากรัฐบาลไทย และจากความสนับสนุนที่หลั่งไหลมาอย่างไม่มีที่สิ้นสุด จากประชาชนชาวไทยทั่วทุกสารทิศ

       ผมขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่ให้การสนับสนุนพวกท่าน เจ้าหน้าที่ของ Department of Foreign Affairs and Trade กรมตำรวจออสเตรเลีย กองทัพออสเตรเลีย ทั้งในประเทศไทย และที่ออสเตรเลีย ในกรุงแคนเบอร์รา และหลายท่านก็อยู่ในที่นี้ในวันนี้

       เราไม่ประหลาดใจเลย ที่ได้รับทราบว่า ทั้งทีมกู้ภัยชาวไทยและชาติต่างๆ ได้แสดงความชื่นชมวิถีแห่งความเป็นออสเตรเลีย

       คือพร้อมอยู่เสมอ ที่จะให้ความช่วยเหลือ ปรับและดัดแปลงสิ่งต่างๆ ตามความเหมาะสมเมื่อจำเป็น และไม่เคยท้อถอย

       สิ่งที่พวกท่านแสดงให้เห็นคือ ปฏิบัติการแห่งความรัก การช่วยชีวิตเพื่อนร่วมโลก ผู้ที่อ่อนแอกว่า อายุน้อยกว่า และแข็งแกร่งน้อยกว่า

       ท่านได้ช่วยหนุ่มน้อยเหล่านั้น และด้วยการกระทำเช่นนั้น ท่านไม่ได้เพียงแต่สร้างแรงบันดาลใจให้คนในประเทศเดียวกับท่าน ประเทศของเราเท่านั้น

       แต่ท่านได้สร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนทั่วโลก ที่ได้ร่วมติดตามเหตุการณ์อย่างใจจดจ่อ แทบไม่ได้หายใจ และเฝ้าสวดมนต์ภาวนา เพื่อให้ภารกิจนี้สำเร็จ

       ในนามของชาวออสเตรเลียทุกคน เราขอขอบคุณท่าน และขอยกย่องสรรเสริญพวกท่าน

        กลอยตา ณ ถลาง ผู้แปล

        ๒๖ กรกฎาคม ๒๕๖๑

        (แชร์ได้เลยค่ะ ไม่ต้องขอ ด้วยความยินดีและเป็นเกียรติอย่างยิ่ง

        แต่ขอความกรุณาให้เครดิตกันสักนิด อย่าลบชื่ออิฉันทิ้งไปเลยนะคะ นะคะ)

        ครับ....

        ตั้งใจนำต้นฉบับ "ภาษาอังกฤษ" ลงด้วย ก็ขออภัย เนื้อที่ไม่พอ หาอ่านได้จากเพจที่ผมแชร์ต่อไว้ละกัน

        โลกนี้ สวยงาม น่าอยู่เสมอ

        ตราบเท่าที่มนุษย์ "มีหัวใจต่อกัน".

 

ศิษย์เนรคุณ

   
 
 

    เข้าใจหรือยังกับคำว่า โกงกันถึงระดับดีเอ็นเอ! 
    วันนี้...ถ้าถามว่าผลพวงของพฤติกรรม "โกงไม่เป็นไรขอให้แบ่งกัน" ได้สร้างมรดกอะไรเอาไว้บ้าง 
    ตอบแบบไม่ต้องคิดนาน....
    กรณี "ครูวิภา" อธิบายเรื่องได้เกือบทั้งหมด 
    อธิบายได้กระทั่งว่า มีคนไทยสักกี่มากน้อย ถ้าหากมีโอกาสโกง จะมีกี่คนที่โกง 
    เรื่องนี้ไม่ได้อยู่ที่ระดับการศึกษา แต่อยู่ที่ศีลธรรม 
    ครูวิภา ครูผู้ประเสริฐ ค้ำประกันหนี้ กยศ. ให้กับนักเรียนจำนวนกว่า ๖๐ คน 
    ครึ่งหนึ่งเบี้ยว ไม่ส่งเงินชำระคืนให้ กยศ. 
    ปล่อยให้ครูผู้มีบุญคุณประสบชะตากรรมที่ยากลำบากแต่เพียงผู้เดียว
    ลูกศิษย์ร่วม ๓๐ คนนี้ ไม่ใช่คนไร้การศึกษา 
    ทุกคนมีการศึกษา เรียนจบไปมีงานทำ มีความเป็นอยู่ที่ดี แต่เพราะไร้ศีลธรรม ไม่ตอบแทนบุญคุณ กลับเนรคุณ!
    แค่สังคมเล็กๆ ตรงนี้ เราเห็นแล้วว่า มีคนโกงอยู่ครึ่งหนึ่ง 
    แม้จะนำมาสรุปรวมไม่ได้ว่า คนไทยทั้งประเทศครึ่งหนึ่งโกง แต่สะท้อนให้เห็นว่า ในสังคมที่อยู่กันนี้เต็มไปด้วยคนที่จ้องจะโกง
    ไม่เฉพาะนักการเมือง ข้าราชการ
    ประชาชนเอง ก็พร้อมโกงหากมีโอกาส 
    ไม่ใช่เรื่องเล็กครับ...
    ยิ่งคิดไปถึงงานเสวนาที่ธรรมศาสตร์วันก่อน ที่มีการเสนอให้ถอดศีลธรรมออกจากกฎหมาย เพื่อให้คนในครอบครัวเดียวกันแต่งงานกันได้ ก็ยิ่งมีความชัดเจนว่า....  
    ผู้ป่วยด้านศีลธรรมนั้นมีหลากหลายรูปแบบ 
    เมื่อมีคนกลุ่มนี้อยู่ในสังคม คำถามง่ายๆ คือ....
    แล้วประเทศจะเดินไปได้อย่างไร ในขณะที่ภาครัฐ ไม่ว่าจะเป็นนักการเมืองระดับชาติ ระดับท้องถิ่น ข้าราชการ ล้วนจ้องจะโกงกันทั้งสิ้น 
    ขณะนี้ความรุนแรงของปัญหาอยู่ระดับไหน? 
    อย่าแปลกใจว่าทำไมดัชนีการโกงของไทยนั้น อยู่ในลำดับที่ไม่พึงประสงค์มาโดยตลอด   
    แม้เราจะปลื้มใจ ที่มีการสะสางกรณีเงินทอนวัด โกงเงินจนคน ผู้พิการ แต่นั่นก็แค่เศษเสี้ยวการโกงที่เกิดขึ้น 
    ถ้าเราหยุด หรือพอใจที่จะปราบโกงอยู่แค่นั้น ไม่มีทางที่คนโกงจะหดหายไป
    มาถึงคำถามสำคัญ เมื่อเห็นกรณี "ครูวิภา" แล้ว หน่วยงานที่มีหน้าที่ปราบโกง ตระหนักถึงปัญหาที่หยั่งรากลึกระดับดีเอ็นเอนี้อย่างไรบ้าง 
    รัฐบาลมีแนวคิดที่จะปฏิรูปใหญ่เพื่อขจัดคนโกงหรือไม่ 
    หรือคิดว่าที่มานั้น...พอแล้ว
    ถ้าคิดเช่นนั้น ประเทศไทยยังคงเป็นสวรรค์ของคนไร้ศีลธรรม ที่จ้องแต่จะคดโกงต่อไป.

 

    เข้าใจหรือยังกับคำว่า โกงกันถึงระดับดีเอ็นเอ! 
    วันนี้...ถ้าถามว่าผลพวงของพฤติกรรม "โกงไม่เป็นไรขอให้แบ่งกัน" ได้สร้างมรดกอะไรเอาไว้บ้าง 
    ตอบแบบไม่ต้องคิดนาน....
    กรณี "ครูวิภา" อธิบายเรื่องได้เกือบทั้งหมด 
    อธิบายได้กระทั่งว่า มีคนไทยสักกี่มากน้อย ถ้าหากมีโอกาสโกง จะมีกี่คนที่โกง 
    เรื่องนี้ไม่ได้อยู่ที่ระดับการศึกษา แต่อยู่ที่ศีลธรรม 
    ครูวิภา ครูผู้ประเสริฐ ค้ำประกันหนี้ กยศ. ให้กับนักเรียนจำนวนกว่า ๖๐ คน 
    ครึ่งหนึ่งเบี้ยว ไม่ส่งเงินชำระคืนให้ กยศ. 
    ปล่อยให้ครูผู้มีบุญคุณประสบชะตากรรมที่ยากลำบากแต่เพียงผู้เดียว
    ลูกศิษย์ร่วม ๓๐ คนนี้ ไม่ใช่คนไร้การศึกษา 
    ทุกคนมีการศึกษา เรียนจบไปมีงานทำ มีความเป็นอยู่ที่ดี แต่เพราะไร้ศีลธรรม ไม่ตอบแทนบุญคุณ กลับเนรคุณ!
    แค่สังคมเล็กๆ ตรงนี้ เราเห็นแล้วว่า มีคนโกงอยู่ครึ่งหนึ่ง 
    แม้จะนำมาสรุปรวมไม่ได้ว่า คนไทยทั้งประเทศครึ่งหนึ่งโกง แต่สะท้อนให้เห็นว่า ในสังคมที่อยู่กันนี้เต็มไปด้วยคนที่จ้องจะโกง
    ไม่เฉพาะนักการเมือง ข้าราชการ
    ประชาชนเอง ก็พร้อมโกงหากมีโอกาส 
    ไม่ใช่เรื่องเล็กครับ...
    ยิ่งคิดไปถึงงานเสวนาที่ธรรมศาสตร์วันก่อน ที่มีการเสนอให้ถอดศีลธรรมออกจากกฎหมาย เพื่อให้คนในครอบครัวเดียวกันแต่งงานกันได้ ก็ยิ่งมีความชัดเจนว่า....  
    ผู้ป่วยด้านศีลธรรมนั้นมีหลากหลายรูปแบบ 
    เมื่อมีคนกลุ่มนี้อยู่ในสังคม คำถามง่ายๆ คือ....
    แล้วประเทศจะเดินไปได้อย่างไร ในขณะที่ภาครัฐ ไม่ว่าจะเป็นนักการเมืองระดับชาติ ระดับท้องถิ่น ข้าราชการ ล้วนจ้องจะโกงกันทั้งสิ้น 
    ขณะนี้ความรุนแรงของปัญหาอยู่ระดับไหน? 
    อย่าแปลกใจว่าทำไมดัชนีการโกงของไทยนั้น อยู่ในลำดับที่ไม่พึงประสงค์มาโดยตลอด   
    แม้เราจะปลื้มใจ ที่มีการสะสางกรณีเงินทอนวัด โกงเงินจนคน ผู้พิการ แต่นั่นก็แค่เศษเสี้ยวการโกงที่เกิดขึ้น 
    ถ้าเราหยุด หรือพอใจที่จะปราบโกงอยู่แค่นั้น ไม่มีทางที่คนโกงจะหดหายไป
    มาถึงคำถามสำคัญ เมื่อเห็นกรณี "ครูวิภา" แล้ว หน่วยงานที่มีหน้าที่ปราบโกง ตระหนักถึงปัญหาที่หยั่งรากลึกระดับดีเอ็นเอนี้อย่างไรบ้าง 
    รัฐบาลมีแนวคิดที่จะปฏิรูปใหญ่เพื่อขจัดคนโกงหรือไม่ 
    หรือคิดว่าที่มานั้น...พอแล้ว
    ถ้าคิดเช่นนั้น ประเทศไทยยังคงเป็นสวรรค์ของคนไร้ศีลธรรม ที่จ้องแต่จะคดโกงต่อไป.

 

change.org. รณรงค์"ปลากัดไทย"เป็นสัตว์น้ำประจำชาติ ปกป้องไม่ให้ซ้ำรอยแมวไทยสายพันธุ์วิเชียรมาศ ที่อังกฤษได้สิทธิบัตรไป

    
 

26ก.ค.61-องค์กร Change.org  ออกแคมเปญ เรียกร้องให้มีการประกาศให้ “ปลากัดเป็นสัตว์น้ำประจำชาติ”  เหมือนกับที่ประเทศออสเตรเสียมีจิงโจ้เป็นสัตว์ประจำชาติ หรือที่จีนมีแพนด้าเป็นเอกลักษณ์ และจุดขายที่นำมาต่อยอดพัฒนาเป็นสินค้าต่างๆ เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจและการค้า  ซึ่งหมายความว่าจะไทยจะสามารถเป็นผู้กำหนดมาตรฐานของปลากัด ออกใบรับรองต่างๆ ได้ เอื้อให้สามารถแข่งขันในเวทีประกวดระดับโลกในนาม ‘ปลาไทย’ ได้ และเอื้อให้รายได้จากการค้าปลากัดกับต่างชาติเพิ่มขึ้น   ทั้งนี้ ไม่อยากไม่อยากให้ซ้ำรอยกับแมวไทยสายพันธุ์วิเชียรมาศ ที่ถูกประเทศอังกฤษขึ้นสิทธิบัตรเป็นทรัพย์สินทางปัญญา (เจ้าของสายพันธุ์) ไปเรียบร้อยแล้ว

เหตุผลใดถึงต้องมีการรณรงค์ เจ้าของประเด็นรณรงค์ ระบุว่า ปลากัด (Betta splendens) หรือที่ผู้คนในโลกต่างทราบกันดีและเรียกกันว่า Siamese Fighting Fish หรือ Siamese Betta คือ ปลาชนิดหนึ่งของไทย ซึ่งมีลักษณะเฉพาะเป็นเอกลักษณ์ และมีประวัติความเป็นมาอยู่คู่กับสังคมไทยมาช้านาน

สมัยก่อน คนไทยเลี้ยงปลากัดสำหรับเล่นพนันกัดปลา แต่ปัจจุบัน คนไทยและคนทั่วโลกต่างนิยมเลี้ยงปลากัดเป็นปลาสวยงามในแง่พันธุกรรมนั้น ปลากัดทุกลักษณะในโลกนี้ล้วนมีที่มาจากสายพันธุ์เดียวกับปลากัดป่าของไทย เพียงแต่เมื่อมีการผสมคัดพันธุ์ที่ถูกต้องได้จังหวะ ลักษณะที่สวยงามหลากหลายของปลากัดซึ่งเป็นลักษณะพันธุกรรมที่ซ่อนอยู่ในปลากัดตามธรรมชาติของไทยแต่เดิม ก็จะปรากฎออกมาอย่างสวยงาม กลายเป็นความหลากหลายลักษณะของปลากัดในท้ายที่สุดเราจึงพบเห็นปลากัดรูปแบบใหม่และสีสันใหม่ ๆ ปรากฎออกมาอยู่เสมอ แต่ทั้งหมดก็ล้วนคือ “ปลากัดไทย” ทั้งสิ้น

ประเทศไทยมีภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นที่ราบลุ่มแม่น้ำและมีภูมิอากาศร้อนชื้น เราจึงพบเห็นปลากัดอยู่ทั่วไปในแอ่งน้ำตามเรือกสวนไร่นา ปลากัดจึงอยู่ในวิถีชีวิตคนไทยมาอย่างช้านาน มีหลักฐานชั้นต้นระบุไว้ชัดเจน 
ยกตัวอย่างเช่น หนังสือบันทึกของที่ปรึกษาราชการแผ่นดินสมัยรัชกาลที่ 5 ซึ่งกล่าวไว้ว่า“คนไทยนิยมเลี้ยงปลากัดเพื่อใช้พนันขันต่อกันอย่างแพร่หลาย มีแหล่งจำหน่ายใหญ่ที่ย่านสำเพ็ง และบางตัวนั้นแม้ด้วยเงินหลายร้อยบาทก็ยังซื้อไม่ได้”

เราอย่าลืมว่า ด้วยเงินเดือนของข้าราชการระดับเสมียนมีความรู้ในยุคนั้นก็ยังเพียงแค่เดือนละ 20 บาท แต่ราคาปลากัดตัวสำคัญ ๆ เพียงตัวเดียว กลับมีราคาเท่ากับเงินเดือนของข้าราชการที่ต้องใช้เวลาทำงานนานหลายปีกว่าจะซื้อปลาตัวนั้นได้

อีกทั้ง บันทึกของสังฆราชปัลเลอกัวซ์ในสมัยรัชกาลที่ 4 ยังกล่าวไว้อีกว่า“พวกเด็ก ๆ มีการเล่นหลายอย่าง....โดยเฉพาะปลาเล็ก ๆ สองชนิดที่กล้าหาญมาก ซึ่งมันเข้าจู่โจมกันสนุกนัก”

ดังนั้น ย่อมเป็นที่ชัดเจนว่าปลากัดเป็นปลาที่นิยมเลี้ยงกันอย่างแพร่หลายในสังคมไทยในสมัยรัชกาลที่ 4 และรัชกาลที่ 5  นอกจากนี้ อิเหนา วรรณคดีเก่าแก่เรื่องหนึ่งของไทย ซึ่งเป็นที่รู้จักกันมานานตั้งแต่ช่วงปลายกรุงศรีอยุธยาสมัยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ และต่อมาได้ถูกปรับแต่งอีกหลายสำนวนในสมัยกรุงธนบุรี เรื่อยมาจนถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ โดยสำนวนฉบับรัชกาลที่ 2 กล่าวถึงปลากัดว่า

"....บ้างลงท่าโกนจุกสนุกสนาน มีงานการกึกก้องทุกแห่งหน
บ้างตั้งบ่อน “ปลากัด” นัดไก่ชน ทรหดอดทนเป็นเดิมพัน..."

พระราชกำหนดห้ามเล่นพนันชนไก่ชนนกกัดปลาประมวลกฎหมายตราสามดวง รัชกาลที่ ๑ จุลศักราช ๑๑๖๖ บัญญัติเกี่ยวกับปลากัดไว้ว่า 

“…แต่นี้สืบไปเมื่อหน้า ห้ามอย่าให้ผู้ใด ๆ คบหาชักชวนกัน ชนไก่ชนนกคุ่มชนกกะทาชนนกศรีชมภู แลจัดปลาให้กัดพะนันกันเปนอันขาดทีเดียว ถ้าผู้ใดมิฟังจับได้พิจารณาเปนสัจ จะให้ลงพระราชอาญาขับเฆี่ยน ปรับไหมตามโทษานุโทษ   แลให้สัสดีหมายบอก แลมีตราแจกไปเมืองปากไต้ฝ่ายเหนือ ประกาศป่าวร้องอนาปรชาราษฏรทังปวงจงทั่ว ให้กระทำตามพระราชกำหนดแจกมานี้ กฎให้ไว้ณะวันสุกระ เดือนสี่ขึ้นค่ำหนึ่ง จุละศักะราชพันร้อยหกสิบสอง ปีวอกโทศก"

นอกจากนี้ ศ.ดร. วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ยังกล่าวไว้ในหนังสือชื่อ ชีวิตของประเทศ โดยเล่าถึงวิถีชีวิตของผู้คนที่อัมพวาในสมัยกรุงธนบุรี ซึ่งนิยมเลี้ยงปลากัดอย่างแพร่หลายว่า “ปลากัดอัมพวามีหลายสี ว่ากันว่ากัดเก่ง คนจึงนิยมหาไปเลี้ยงกันเป็นของเล่น” 

สำหรับในโลกยุคใหม่นั้น ภาพถ่ายปลากัด ซึ่งถูกถ่ายโดยนายวิศรุต อังคทะวานิช ยังถูกใช้เป็นภาพ wall paper ในโทรศัพท์ iPhone รุ่น iPhone 6s และ iPhone 6s Plus โดยบริษัท Apple อย่างเป็นทางการแม้กระทั่ง พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวไว้ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 26 พฤกษภาคม พ.ศ. 2558 ว่า
"ตอนเด็ก ๆ ผมชอบช้อนปลากัดเป็นประจำตามห้วยหนองคลองบึง"

อีกทั้ง นายกรัฐมนตรี ยังตั้งชื่อปลากัดพันธุ์ใหม่ ซึ่งถูกพัฒนาพันธุ์โดยเกษตรกรไทยว่า "ทองประกายแสด" อีกด้วย


อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2560 คณะกรรมการเอกลักษณ์ของชาติ ซึ่งมีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ได้ปฏิเสธข้อเสนอของกรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยไม่ประกาศให้ปลากัดเป็นสัตว์น้ำประจำชาติ ด้วยเหตุผลว่า ข้อเสนอดังกล่าวนั้น ไม่มีความเกี่ยวข้องใด ๆ กับมิติเรื่องเอกลักษณ์ของชาติแต่อย่างใด

เมื่อเป็นดังนี้ ประเทศไทยจึงเสี่ยงต่อการเสียโอกาสด้านเอกลักษณ์ของชาติในระดับนานาชาติ ทั้ง ๆ ที่ผู้คนในโลกต่างก็ยอมรับกันว่า ปลากัดเป็นสัตว์น้ำของไทยมานับร้อยปี อีกทั้งยังเสียโอกาสด้านเศรษฐกิจ ซึ่งปัจจุบันเกษตรกรไทยได้ส่งออกปลากัดไปจำหน่ายยังต่างประเทศมูลค่าปีละนับพันลัานบาทอีกด้วย

นอกจากนี้  ก่อนหน้านี้  กรมประมงเคยเสนอแนวคิดนี้แล้วครั้งหนึ่งและมีแนวโน้มว่าจะสำเร็จ แต่เมื่อเร็วๆ นี้กลับถูกปัดตกไป กลุ่มคนรักปลากัดจึง อยากผลักดันประเด็นนี้ต่อ และขอเสียงสนับสนุนจากประชาชน เพื่อให้มีการขึ้นทะเบียนปลากัดเป็นสัตว์น้ำประจำชาติขึ้น ซึ่งท้ายสุดจะทำให้เกิดการตื่นตัว พัฒนาสายพันธุ์ปลากัดจริงจัง และส่งเสริมเศรษฐกิจปลาสวยงามชนิดนี้ของไทยให้ยิ่งบูมขึ้นอีก

ร่วมกันลงชื่อเรียกร้อง เพื่อประกาศให้ปลากัดเป็นสัตว์น้ำประจำชาติ
 

..........................................................

27 กรกฎาคม 2561

Manager Online

นาทีชีวิต! กู้ภัยไทย-ลาว ช่วย 15 คนติดเกาะนาน 4 วัน หลังเขื่อนพัง (ชมคลิป)

เผยแพร่: 27 ก.ค. 2561 11:01   ปรับปรุง: 27 ก.ค. 2561 11:47   โดย: MGR Online

 
 
ทีมกู้ภัยจากประเทศไทยประสานกำลังกู้ภัยลาวช่วยเหลือ 15 ผู้รอดชีวิต จากเหตุเขื่อนแตกในพื้นที่เมืองสนามชัย แขวงอัตตะปือ หลังติดเกาะนาน 4 วัน


เมื่อเวลา 10.12 น.วันนี้ (17 ก.ค.) เฟซบุ๊กสำนักข่าว เอบีซีลาว ได้เผยแพร่วิดีโอคลิปการช่วยเหลือผู้รอดชีวิตซึ่งสูญหายจากเหตุการณ์น้ำท่วมฉับพลับในพื้นที่เมืองสนามชัย แขวงอัตตะปือ เนื่องจากเขื่อนเซเปียน-เซน้ำน้อย แตก ตั้งแต่วันที่ 23 ก.ค.ที่ผ่านมา โดยกลุ่มผู้รอดชีวิตดังกล่าวมี 15 คน เป็นเด็ก 4 คน ผู้ชาย 5 คน ผู้หญิง 6 ในจำนวนนี้กำลังตั้งครรภ์ 1 คน ทั้งหมดถูกน้ำล้อมรอบอยู่เป็นเวลา 4 วัน ก่อนทีมกู้ภัยจากไทยและลาวเข้าไปพบและช่วยเหลือออกมา

โดยทีมกู้ภัยจากไทยที่ร่วมปฏิบัติการครั้งนี้ ประกอบด้วย ชมรม W. D. R. T., กู้ภัยเมตตาธรรม “เต็กก่า” จีโหงวเกาะ กาฬสินธุ์, กู้ภัยอุดมเวทย์ จ.ร้อยเอ็ด, กู้ภัยฮุก 31 โคราช, กู้ภัยสยามนนท์ นนทบุรี และกู้ภัยร่วมใจยโสธร

 ........................................................

27 กรกฎาคม 2561

 

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
นายยั้งคิด วันที่ : 27/07/2018 เวลา : 19.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

ประเทศไทยทำตัวเป็นพี่เอื้อยของลาวตลอดมา แต่มาตอนหลังๆนี่ ต้องพึ่งน้องลาวเรื่องพลังงานไฟฟ้ามากทีเดียวครับ

ความคิดเห็นที่ 3 แดนอีศาน ถูกใจสิ่งนี้ (1)
wullopp วันที่ : 27/07/2018 เวลา : 19.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/health2you

" ทีมกู้ภัยจากประเทศไทย ที่ร่วมปฏิบัติการช่วยชาวลาว ประกอบด้วย ชมรม W. D. R. T., กู้ภัยเมตตาธรรม “เต็กก่า”

จีโหงวเกาะ กาฬสินธุ์, กู้ภัยอุดมเวทย์ จ.ร้อยเอ็ด, กู้ภัยฮุก 31 โคราช, กู้ภัยสยามนนท์ นนทบุรี และกู้ภัยร่วมใจยโสธร ...."

จากในเรื่องนี้
ขอกล่าว สาธุ สาธุ สาธุ
กับ
ทุกๆ ท่าน
ทุกๆ คน
ทุกๆ ฝ่าย
ทุกๆ ทีม
ทุกๆ ประเทศ
ที่ให้ความช่วยเหลือ สปป.ลาว

สำหรับประเทศไทย...
ถ้าเรา
ทำสถาบันสุขภาพตามชายแดน
(โดยร่วมมือกับสถาบัน-โรงพยาบาล ที่มีอยู่เดิม)

เปิดโอกาสให้
ชาวเมียนมาร์(พม่า) สปป.ลาว กัมพูชา
เข้ามาเรียนร่วมกับคนไทย
ฝ่ายละ 1/2

และ
ไม่ต้องฟรี
(ทุกประเทศ คงจะมีคนอยากมาเรียนในไทย)

เราน่าจะผลิตบุคลากรสุขภาพร่วมกันได้
เช่น
นักสาธารณสุข
นักเทคนิคการแพทย์
พยาบาล
ผู้ช่วยพยาบาล
หรือ ถ้ามีหมอฟัน หมอ ด้วย ยิ่งดี

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
นายยั้งคิด วันที่ : 27/07/2018 เวลา : 17.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

ตอบ ความคิดเห็นที่ 1นายยั้งคิด ถูกใจสิ่งนี้ ถูกใจความคิดเห็นนี้ (1)
like เรียบร้อยแล้ว

แดนอีศาน
.........................................
ต่อไปนี้ ประเทศบ้านพี่ - เมืองน้อง ไทย/ลาว ก็คงจะพึ่งพากันและกันตลอดไปครับ

ความคิดเห็นที่ 1 นายยั้งคิด ถูกใจสิ่งนี้ (1)
แดนอีศาน วันที่ : 27/07/2018 เวลา : 13.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/FogSea

ขอขอบคุณ ทีมกู้ภัยทั้งไทยและลาว ผู้มีใจห้าวหาญ อุทิศตน ฝ่าวิกฤติ เพื่อช่วยเหลือมนุษยชาติ ในยามยาก ขอกุศลจงบังเกิดแก่ท่านและครอบครัว สืบไป ครับ !

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน