*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 4083
  • จำนวนผู้ชม : 2799120
  • จำนวนผู้โหวต : 534
  • ส่ง msg :
  • โหวต 534 คน
<< กรกฎาคม 2018 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันเสาร์ ที่ 28 กรกฎาคม 2561
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 641 , 17:11:00 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

สวัสดีครับ

         ประเด็นนาย นคร มาฉิม อดีตส.ส.พรรคชาติไทยออกมากล่าวว่า พรรคปชป.วางแผนล้มรัฐบาล 2 พี่น้องทักษิณ - ยิ่งลักษณ์

นั้น ถือว่านายนครพูดคลาดเคลื่อนไปหน่อยครับ เพราะพรรคปชป.ไม่เพียงแต่วางแผนเท่านั้น แต่ลงมือทำเลยทีเดียว เป็นการกระทำ

ในฐานะพรรคฝ่ายค้านในสภา ด้วยการยื่นเสนอญัติไม่ไว้วางใจรัฐบาลทักษิณ แล้วต่อมาในรัฐบาลยิ่งลักษณ์ที่มีการ 'ลักหลับ' นิรโทษ

กรรมทักษิณทะลุซอย จึงยื่นญัติไม่ไว้วางใจเช่นกัน

28 ก.ค. 61 - นายนราพัฒน์ แก้วทอง รองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึง กรณี นายนคร ฉิมมา อดีต ส.ส.ปชป.

ออกมาโพสต์เฟซบุ๊กขอโทษ 2 อดีตนายกรัฐมนตรี นายทักษิณ ชินวัตร และนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร  และกล่าวหาพรรคประชา

ธิปัตย์วางแผนล้ม 2 รัฐบาล ว่า เรื่องนี้มองว่าไม่ได้มีเหตุตามที่นายนครอ้าง ตนอยู่พรรค ประชาธิปัตย์มานาน ผ่านการเมืองมาตลอด

ไม่เคยมีเรื่องนี้ ดังนั้น เรื่องนี้คงจะต้องให้ประชาชนใช้พิจารณาว่าสิ่งที่นายนครพูดออกมาเจตนาพูดเพื่ออะไร

“การที่นายนครออกมาพูดแบบนี้เพื่อหวังตำแหน่งทางการเมือง แต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับอำนาจวาสนาว่าจะได้หรือไม่ ผมมองว่าความ

จริงเป็นสิ่งที่ไม่ตาย ต้องรอดูกันยาวๆ โดยนายนครเป็นเพียงอดีต ส.ส.ปชป. และออกจากพรรคไปแล้ว เพื่อไปอยู่พรรคชาติไทย

พัฒนา หลังจากนั้นนายนครก็ถูกดูดไปอยู่พรรคเพื่อไทย” นายนราพัฒน์กล่าว

 

 

"ราชอาณาจักร-ศาสนจักร"

    
 

     แผ่นดิน รัชกาลที่ ๑๐

                "สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร"

                มีพระราชปณิธาน......

                ที่จะทำให้ประเทศชาติมั่นคงและประชาชนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

                พร้อมทั้งมีพระราชประสงค์ ที่จะสืบสาน รักษา และต่อยอดโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริและแนวพระราชดำริต่างๆ

                ในบำบัดทุกข์, บำรุงสุข ให้ประชาชน และพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้า

                ไทยประเทศ ยามนี้ ด้วยพระบารมี...........

                "รัฐ-ราษฎร์" สมานรักสามัคคี "ประชาชนจิตอาสา" เบ่งบานสะพรึ่บ-สะพรั่ง ทั่วทั้งแผ่นดิน

                หมวกสีฟ้า

                ผ้าพันคอเหลือง

                “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ”

                ไทยหลอมใจ ทุกกิจกรรม-ทุกเหตุการณ์ เพื่อสร้างสรรค์บ้านเมือง เพื่อเปลื้องทุกข์ สร้างสุขสังคมชาติ

                ไม่มีคำว่า "ธุระไม่ใช่" ในหัวใจไทยทั้งแผ่นดินอีกต่อไปแล้ว

                "ปัญหาชาติ" ..........

                ทุกคนรับรู้ คือ "ปัญหาร่วมกัน" ของประชาชาติ

                "ทุกข์-สุข" ของ "แต่ละคน"

                ทุกคนรับรู้ คือทุกข์-สุข "ของทุกคน" ในความเป็นไทย ไม่ทิ้งกัน

                กรณี ณ "ถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน" นั่นเห็นได้

                ในนาทีต้องการ "พลังรวม" รบปัญหา.........

                หมวกฟ้า-ผ้าพันคอเหลือง "พระราชทาน" เหมือนผึ้งหลวงจากแต่ละรัง บินมารวม

                ใครถนัดด้านไหน แยกไปทำหน้าที่ด้านนั้น

                ไม่ต้องรอให้ใครสั่ง.......

                ไม่ถามหาสินจ้างรางวัล

                ไม่เกี่ยงหนัก-เบาเอาชีวิตเข้าแลก

                การทำความ ดี ด้วยหัวใจ แม้ใจหลาก แต่ที่รวมเป็นหนึ่งปณิธาน คือในพระองค์

                ด้วยใจพันใจ ไม่มีคำว่าต่ำต้อย-ด้อยศักดิ์ ไม่มีคำว่าสูงนัก-สูงหนา ไม่มีคำว่าพวกมึง-พวกกู

                มีจุดหมายเดียว.........

                "ไทยไม่ทิ้งไทย-ใจไม่ทิ้งกัน"!

                ปรากฏการณ์ "หมวกฟ้า-ผ้าพันคอเหลือง" ทำให้โลกลือ และยึดถือเป็นต้นแบบ

                "โลกรอด" ด้วยรักสามัคคี

                นี้เป็นปรากฏการณ์ใต้พระบารมี "สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร"

                โลกประจักษ์แล้ว ในภาคประชาสังคม

                ส่วนข้อที่ว่า...........

                "พระมหากษัตริย์ทรงเป็นพุทธมามกะ และทรงเป็นอัครศาสนูปถัมภก"

                นี้...เป็นที่ประจักษ์เช่นกัน

                ความเป็นไปในคณะปกครองสงฆ์ที่ผ่านมานั้น สร้างหนามยอกศรัทธาพุทธศาสนิกมานาน

                หลายกระทำ เข้าตำรา "เจ้ากูเป็นเสียเอง"

                คณะสงฆ์ไทย มีพระบางรูป บางหมู่ บางเหล่า ละเลย ย่อหย่อน ในวัตรปฏิบัติ

                บางครั้ง มีการกระทำนอกรีต-นอกรอยไปจากพระธรรมวินัย แปลงคำสอนพระพุทธองค์ให้เพี้ยนไปเพื่อประโยชน์ตน

                 อีกทั้งอลัชชีใช้ "พุทธะ" เป็นคราบเคลือบเดรัจฉานวิชา หลอกคนไม่รู้แลกศรัทธาและลาภยศ สร้างเสื่อมสะสมสู่พุทธศาสน์

                แต่คณะบริหารสงฆ์ไทย.......

                "นำพา" ในกิจการพระพุทธศาสนาแบบตัณหาโลกพาไป

                ปล่อยปละ ประหนึ่งว่า การแปลงพระพุทธศาสนาเป็น ลาภสักการะ สมณศักดิ์ ตำแหน่ง ลัทธิ ของพวกอลัชชี เป็นที่ชอบแล้ว

                "งานปกครอง" นั้น หย่อนยาน มีทั้งปฏิบัติ, ละเว้นปฏิบัติ,เลือกปฏิบัติ ในการใช้ พ.ร.บ.ปกครองคณะสงฆ์ กับพระและวัด

                นับวัน "โลกวัตถุ" จะเข้าครอบงำ "โลกธรรม"

                ลัทธิ-นิกาย-การเมือง........

                จะแตกหน่อเถื่อนในดงเหลือง เหมือนกาฝากรากรัดโพธิ์รุงรัง ต้นต้องยืนตายในที่สุด

                กอปรกับ "สมเด็จพระราชาคณะ" ส่วนใหญ่ อันเป็นคณะบริหารปกครองสงฆ์ เหมือนคณะรัฐมนตรี

                เจริญด้วยอายุและพรรษา

                แต่ด้วย พ.ร.บ.คณะสงฆ์บัญญัติ ให้ "สมเด็จพระราชาคณะ" ต้องทำหน้าที่ "ครม.สงฆ์" โดยตำแหน่งด้วย

                เป็นเหตุหนึ่งให้ "อายุกับงาน" ของสมเด็จพระราชาคณะบางรูป ไม่เอื้อต่อการทำหน้าที่ทางปกครองได้เต็มสติกำลัง!

                การณ์นั้น.........

                ด้วยทรงเห็นปัญหาในคณะสงฆ์ "สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว" รัชกาลที่ ๑๐ จึงทรงรับธุระ ชำระงานคณะสงฆ์ไทย

                มีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ.......

                ให้แก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยคณะสงฆ์ ตราเป็นพระราชบัญญัติขึ้นใหม่

                โดยคําแนะนําและยินยอมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ๒ ฉบับ ตามลำดับ

                ฉบับแรก "พ.ร.บ.คณะสงฆ์ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ.๒๕๖๐ ประกาศใช้ เมื่อ ๗ ม.ค.๖๐ รวม ๓ มาตรา

                 สาระหลัก ในมาตรา ๗ แก้ไขใหม่ ให้ใช้ความต่อไปนี้

                "พระมหากษัตริย์ทรงสถาปนาสมเด็จพระสังฆราชองค์หนึ่ง และให้นายกรัฐมนตรีลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ”

                จากเดิม พ.ร.บ.คณะสงฆ์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๓๕ มาตรา ๗ วรรคแรก บอกว่า

                "พระมหากษัตริย์ทรงสถาปนาสมเด็จพระสังฆราชองค์หนึ่ง ในกรณีที่ตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราชว่างลง ให้นายกรัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของมหาเถรสมาคมเสนอนามสมเด็จพระราชาคณะผู้มีอาวุโสสูงสุด โดยสมณศักดิ์ขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อทรงสถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราช"

                นั่นคือ ของเดิม .........

                "ฝ่ายการเมือง" กับ "ฝ่ายมหาเถรฯ" เป็นผู้มีอำนาจ ว่าจะเอาสมเด็จพระราชาคณะสูงสุดโดยสมณศักดิ์รูปใด ขึ้นเป็นสมเด็จพระสังฆราช

                ไม่ "ล็อกตัว-ล็อกสเปก" ไว้ล่วงหน้า ก็เหมือนล็อก ถึงเวลา ก็นำชื่อนั้น ขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย

                พระมหากษัตริย์ มีหน้าที่เพียง "ทรงสถาปนา" ตามที่นายกฯ ทูลเกล้าฯ ถวายเท่านั้น

                แต่จากนี้ไป ไม่ได้แล้ว........

                การจะสถาปนาพระเถระรูปใดขึ้นเป็น "สมเด็จพระสังฆราช"

                เป็น "พระราชอำนาจ" ของพระมหากษัตริย์โดยตรง

                ส่วนฉบับที่สอง พ.ร.บ.คณะสงฆ์ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ.๒๕๖๑ ประกาศใช้ เมื่อ ๑๕ ก.ค.๖๑ รวม ๑๑ มาตรา

                สาระหลักอยู่ตรง มาตรา ๓ ยกเลิกของเดิม ใช้ความต่อไปนี้แทน

                “มาตรา ๕ ตรี เพื่อให้การอุปถัมภ์และคุ้มครองพระพุทธศาสนา ตลอดจนการดูแลการปกครองคณะสงฆ์เป็นไปเพื่อส่งเสริมการเผยแผ่หลักธรรมของพระพุทธศาสนาให้เกิดการพัฒนาจิตใจและปัญญา และมีการรักษาพระธรรมวินัยของคณะสงฆ์ให้เป็นไปอย่างถูกต้องดีงามโดยเคร่งครัด เป็นที่เลื่อมใสศรัทธาแก่พุทธศาสนิกชนทั่วไป พระมหากษัตริย์จึงทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจในการแต่งตั้ง สถาปนา และถอดถอนสมณศักดิ์ของพระภิกษุในคณะสงฆ์ และแต่งตั้งกรรมการมหาเถรสมาคมตามพระราชบัญญัตินี้”

            นี้คือ........

                นอกจากการสถาปนาสมเด็จพระสังฆราช เป็นพระราชอำนาจโดยตรงแล้ว

                ต่อไปนี้...........

                -การแต่งตั้ง-ถอดถอนสมณศักดิ์พระภิกษุในคณะสงฆ์

                -การแต่งตั้งคณะกรรมการมหาเถรสมาคม

                -การแต่งตั้ง-ถอดถอนเจ้าคณะใหญ่และเจ้าคณะภาค

                เป็น "พระราชอำนาจ" พระมหากษัตริย์โดยตรงเช่นกัน

                โดยจะทรงปรึกษาหารือกับสมเด็จพระสังฆราชก่อนก็ได้

                ครับ....

                เมื่อ พ.ร.บ.คณะสงฆ์ ทั้ง ๒ ฉบับนี้ ประกาศใช้ การปกครองคณะสงฆ์ ที่ยืนรอตายมานาน

                ก็ฟูฟื้นคืนสภาพตามครรลองราชประเพณีอันมีมาแต่โบราณกาล

                แผ่นดินธรรม-แผ่นดินทอง รองเรือง ประชาชนต่างแซ่ซ้อง ซาบซึ้งในพระกรุณาธิคุณ

                ทุกอย่าง ย่อมมีเหตุผลในการกระทำ.......

                การปฏิรูปวงการสงฆ์ครั้งสำคัญนี้ก็เช่นกัน และนี่คือเหตุผล อันปรากฏอยู่เป็นหมายเหตุอยู่ท้าย พ.ร.บ.

                "โดยที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยได้บัญญัติให้พระมหากษัตริย์ทรงเป็นพุทธมามกะ และทรงเป็นอัครศาสนูปถัมภก

            และตามโบราณราชประเพณีที่ได้ปฏิบัติสืบทอดกันมาเป็นเวลาช้านานนั้น

            พระมหากษัตริย์ทรงอุปถัมภ์และคุ้มครองพระพุทธศาสนา รวมทั้งทรงทำนุบำรุงสังฆมณฑลให้เจริญมั่นคงเป็นไปตามแบบแผนอันเรียบร้อยตลอดมา

            เพื่อให้พระพุทธศาสนารุ่งเรืองถาวรเป็นที่เลื่อมใสศรัทธาแก่พุทธศาสนิกชน ซึ่งจะก่อให้เกิดการประพฤติปฏิบัติที่ดีงาม มีความร่มเย็นผาสุกแก่ประชาชนและเป็นประโยชน์แก่ประเทศชาติ

            สมควรบัญญัติกฎหมายให้เป็นการสืบทอดและธำรงรักษาไว้ซึ่งพระราชอำนาจตามโบราณราชประเพณี จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้"

            ครับ.........

                บัดนี้ วัด-รัฐ-ราษฎร์ ด้วยพระบารมี สู่ระเบียบ สู่ความเป็นบ้านเมืองเรืองวิไลแล้ว

            เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ๖๖ พรรษา "สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร" ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๖๑ นี้

             ข้าพระพุทธเจ้า ........

            ขอพระราชทานถวายพระพรชัยมงคล ขอพระองค์ทรงพระเจริญ.

 

นครพนมประกาศพื้นที่ภัยพิบัติ 7 อำเภอ จับตาระดับน้ำโขงเพิ่มต่อเนื่อง

    
 

28 ก.ค.61-  จากอิทธิพลของความกดอากาศต่ำกำลังแรงแผ่ปกคลุมบริเวณอ่าวตังเกี๋ยและประเทศเวียดนามตอนบน บวกกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ส่งผลกระทบให้ภาคอีสานตอนบน มีฝนตกต่อเนื่องและหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ สถานีอุตุนิยมวิทยาจังหวัดนครพนม จึงประกาศแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ลุ่มและพื้นที่เสี่ยงภัย ระวังระวังอันตรายที่จะเกิดขึ้นจากฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน และน้ำล้นตลิ่งในระยะ 4-5 วันนี้ เนื่องจากมีฝนตกต่อเนื่องสะสมมาเกือบ 2 อาทิตย์ ขณะเดียวกันระดับน้ำในแม่น้ำโขงจากสถานีตรวจวัดชุมชนหนองแสง เขตเทศบาลเมืองนครพนม วัดได้ 10.80 เมตร เพิ่มขึ้นจากวานนี้ 11 ซม. ต่ำกว่าระดับตลิ่ง 2.20 เมตร เป็นการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง นายสมชาย วิทย์ดำรงค์ ผวจ.ฯ จึงสั่งให้เจ้าหน้าที่รายงานระดับน้ำทุกชั่วโมง

ล่าสุดกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนครพนม ได้ประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย(อุทกภัย)  จำนวน 7 อำเภอ ประกอบด้วย 1.ท่าอุเทน 2.โพนสวรรค์ 3.ธาตุพนม 4.เรณุนคร 5.ปลาปาก 6.เมืองนครพนม และ 7.บ้านแพง ซึ่งอำเภอที่ 8 คือนาแก กำลังอยู่ในระหว่างเสนอ ผวจ.ฯพิจารณา  

ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ต่างๆ พบว่าที่บ้านดอนติ๋ว ต.ไผ่ล้อม อ.บ้านแพง ระดับน้ำโขงเพิ่มขึ้นจนล้นทะลักตลิ่งไหลเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎรแล้ว รถทุกชนิดไม่สามารถข้ามได้ ชาวบ้านต้องใช้เรือเป็นพาหนะแทน ส่วนที่บ้านหนาด ต.บ้านกลาง อ.เมืองฯ น้ำโขงเริ่มล้นตลิ่งแล้วเช่นกัน  ที่สถานีแม่น้ำสงครามบ้าน

หาดแพง อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม มีระดับน้ำ  12.26 เมตร เพิ่มขึ้นจากวานนี้ 15 ซม. ต่ำกว่าระดับตลิ่ง 2.24 เมตรส่วนพื้นที่การเกษตรอยู่ในระหว่างรวบรวมว่าได้รับผลกระทบจากอุทกภัยครั้งนี้ เสียหายจำนวนทั้งสิ้นกี่ไร่

ถึงบางอ้อ! เหตุ 'นคร มาฉิม' งับปชป.-ขอโทษแม้ว

    
 

นราพัฒน์ แก้วทอง

28 ก.ค. 61 - นายนราพัฒน์ แก้วทอง รองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึง กรณี นายนคร ฉิมมา อดีต ส.ส.ปชป. ออกมาโพสต์เฟซบุ๊กขอโทษ 2 อดีตนายกรัฐมนตรี นายทักษิณ ชินวัตร และนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร  และกล่าวหาพรรคประชาธิปัตย์วางแผนล้ม 2 รัฐบาล ว่า เรื่องนี้มองว่าไม่ได้มีเหตุตามที่นายนครอ้าง ตนอยู่พรรค ประชาธิปัตย์มานาน ผ่านการเมืองมาตลอด ไม่เคยมีเรื่องนี้ ดังนั้น เรื่องนี้คงจะต้องให้ประชาชนใช้พิจารณาว่าสิ่งที่นายนครพูดออกมาเจตนาพูดเพื่ออะไร

นายนราพัฒน์กล่าวอีกว่า อยากจะบอกนายนครว่าอย่ายกเรื่องที่ไม่เป็นความจริงมาพูด เพื่อจะเอาใจ เพื่อทำให้ตัวเองมีบทบาทหรือเอาใจอดีตนายกรัฐมนตรี อยากให้พิจารณาคำพูดของตัวเองและจะต้องออกมารับผิดชอบ ซึ่งขณะนี้ทางพรรคเองคงจะต้องให้ทีมฝ่ายกฎหมายดูว่าประเด็นไหนที่นายนครพูดออกมาบิดเบือนความจริง จะต้องมีการฟ้องร้องเพราะทำให้พรรคเสียหาย ที่ผ่านมาพรรค ปชป.เองไม่ได้ให้ความสำคัญกับนายนครอยู่แล้วหลังจากไปอยู่พรรคอื่น

“การที่นายนครออกมาพูดแบบนี้เพื่อหวังตำแหน่งทางการเมือง แต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับอำนาจวาสนาว่าจะได้หรือไม่ ผมมองว่าความจริงเป็นสิ่งที่ไม่ตาย ต้องรอดูกันยาวๆ โดยนายนครเป็นเพียงอดีต ส.ส.ปชป. และออกจากพรรคไปแล้ว เพื่อไปอยู่พรรคชาติไทยพัฒนา หลังจากนั้นนายนครก็ถูกดูดไปอยู่พรรคเพื่อไทย” นายนราพัฒน์กล่าว

นคร มาฉิม

(โปรดคลิก ที่รูปเพื่ออ่านข่าว)

 

 

 

 

................................................................

สงคราม 2 ก๊ก 'เพื่อไทย' ระอุ จับตาเปิดศึกอีกรอบ?

    
 

        ในวันการเมือง (เริ่ม) ผ่อนคลาย คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) อนุญาตให้พรรคการเมืองดำเนินการสำรวจตรวจสอบสมาชิกพรรค เปิดรูระบายให้พรรค นักการเมืองได้พอหายใจหายคอ พรรคเพื่อไทย พรรคอันดับ 1 ในการเลือกตั้งที่ผ่านมา เลยนัดแสดงตัวยืนยันสมาชิกพรรค พร้อมกับรดน้ำอวยพรแกนนำพรรค เมื่อ 4 เม.ย.

        แกนนำพรรคในระดับคนใกล้ชิด คนแดนไกล "ทักษิณ ชินวัตร" นำโดย สมชาย วงศ์สวัสดิ์, จาตุรนต์ ฉายแสง, ภูมิธรรม เวชยชัย, ชูศักดิ์ ศิรินิล ไม่เว้นแม้แต่ในรายที่ไม่ค่อยกินเส้นกัน หญิงหน่อย-สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ อย่าง เสี่ยเหลิม-ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รวมถึงพวกมากบารมี แต่หายหน้าหายตาไปพักใหญ่ บิ๊กตุ้ย-พล.อ.ชัยสิทธิ์ ชินวัตร พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี เช่นเดียวกับอดีต ส.ส.ทั้งภาคเหนือ กลาง อีสาน ทยอยเข้าพรรคเป็นจำนวนมาก

        เสมือนเป็นงานเลี้ยงรุ่น วงสนทนากลุ่มย่อยแลกเปลี่ยนข้อมูลกันอย่างออกรส โดยเฉพาะสิ่งที่นักการเมืองอยากรู้มากที่สุด วันเลือกตั้งจะมาถึงเมื่อไหร่ นักการเมืองอยู่ในสภาพร้างสนามมานาน พร้อมออกรบ ผ่านสนามเลือกตั้ง

       แม้ปัญหา หญิงหน่อย-สุดารัตน์ ยังไม่คลี่คลาย ผู้ถือธงนำพรรคที่นับวันยิ่งเห็นภาพ แบ่งขั้วกัน 2 ข้างอย่างชัดเจนระหว่างก๊วนสนับสนุน แน่นอนฐานเสียงส่วนใหญ่มาจากกลุ่ม กทม. ภาคกลาง ส่วนสายเหนือ อีสาน มีอีกเล็กน้อย แต่พอเช็กปฏิกิริยาไปอีกฝั่งที่ต่อต้าน กลับอยู่ในภาวะหนาแน่นกว่า

        เจ๊หน่อยเจอกระแสคนในพรรคยั่วยุความอดทนมาหลายรอบ ตั้งแต่พลังภายในแกนนำบางคนที่พยายามโน้มน้าว คนแดนไกล-ทักษิณ ให้เปลี่ยนคนถือธง กระแสจากคนภายในที่ออกมาถล่มเต็มตัว ใส่ไม่ยั้ง อาทิ ปาล์ม-พชร นริพทะพันธุ์ บุตรชาย พิชัย นริพทะพันธุ์ อีกหนึ่งแกนนำพรรค ที่ออกมาโจมตีอย่างไม่มีชิ้นดี แต่ฝ่ายเจ๊กลับยังนิ่งเงียบ

        ทว่าฝ่ายคนใกล้ชิดเจ้าแม่ กทม. กลับไม่คิดเช่นนั้น ที่ผ่านมามีการตั้งวงวิเคราะห์ วิพากษ์วิจารณ์ต่อเรื่องราวที่เกิดขึ้น รอเพียงไฟเขียวจากเจ้าตัวเท่านั้น ก็พร้อมจะออกมาเปิดหน้าชน โต้กลับอย่างเผ็ดร้อน แต่กลับกลายเป็นคุณหญิงหน่อยสั่งแตะเบรกเสียเอง ไม่อยากให้เรื่องลุกลามไป ทำให้คนภายนอกพรรคร่วมเข้ามาโหมโรง โจมตี

        แนวร่วมคนใกล้ชิดวางแนวทางเอาคืน มีทั้งข้อมูลทั่วไปที่พร้อมทำสงครามน้ำลาย กับข้อมูลที่พร้อมขุดรากไปถึงกระบวนการ แบ็กอัพที่อยู่ข้างหลัง เพราะเชื่อว่า เรื่องที่เกิดขึ้นมีงาน เป็นขบวนการ เดินเกมกันอย่างเป็นระบบ โดยเลือกกาหัว ขึ้นป้ายบางคน ในบัญชีต้นๆ ที่เตรียมลากไส้กันอย่างหมดไส้หมดพุง 

        ขณะที่อีกฝ่ายมุ่งโหมโจมตีจุดอ่อนเจ๊ ข้อมูลที่ส่งตรงไปถึงคนแดนไกล ไล่ตั้งแต่การบริหารงาน ไม่สามารถสร้างความเป็นเอกภาพระดับแกนนำในพรรคได้ ตลอดจนถึง สไตล์บุคลิกการทำงานที่ยึดตัวเองเป็นศูนย์กลาง ไม่ยอมทำตามความเห็นอีกด้านหากเป็นคนที่ยืนอีกฝั่ง เรื่อยไปจนการเปิดแผลความไม่เป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย แต่กลับเข้ามามีส่วนร่วมสำคัญในระดับนโยบาย การบังคับบัญชา ที่อาจจะเป็นปัญหาในอนาคต เนื่องจากตามรัฐธรรมนูญ กฎหมายลูกฉบับใหม่ระบุไว้อย่างเด่นชัด ห้ามบุคคลภายนอกเข้ามาควบคุม สั่งการ เป็นสิ่งที่หวั่นไหว หากมีคนหยิบยกประเด็นดังกล่าวไปร้องทุกข์กล่าวโทษ หากพิสูจน์ทราบได้ โทษร้ายแรงถึงขั้นยุบพรรค

        ยิ่งสุดารัตน์เคยไปให้สัมภาษณ์อย่างเด่นชัด ต่อพิมพ์เขียว แนวทางพัฒนาพรรค ยิ่งทำให้คนร่วมชายคายิ่งหวั่นไหว หากมีการหยิบยกขยายผลทางการเมือง มีการตีความให้เข้าข่าย อนาคตเพื่อไทยจึงไม่ต่างจากเหตุการณ์ในอดีต สมัยพรรคพลังประชาชนถูกยุบ

        ว่ากันอีกว่า เหตุที่สุดารัตน์ไม่ยอมสมัครเป็นสมาชิกพรรค ทั้งที่พ้นโทษแบนทางการเมือง 5 ปี ตั้งแต่สมัยพรรคไทยรักไทยถูกยุบก็นานแล้ว เป็นเพราะขอการันตีตำแหน่งบัญชีรายชื่อนายกฯ อันดับ 1 แต่ยังไร้สัญญาณตอบกลับจากคนแดนไกล ที่มองว่ายังไม่ถึงเวลา หนทางเลือกยังอีกยาวไกล

        ในส่วนของฝั่งบ้าน กทม. เจอทั้งปัญหาความไม่ชอบหน้าของแกนนำคนบ้านเดียวกัน หากถึงทางตัน พร้อมทิ้งบ้าน แล้วไปสร้างบ้านหลังใหม่เอง นาทีนี้เจ้าตัวมีเดดไลน์ในใจเอาไว้แล้ว

       หนทาง เจ๊หน่อย ในพรรคเพื่อไทย อยู่บนทาง 2 แพร่ง ที่ในวันนี้ถูกบีบให้เลือก ตัดสินใจ หากอยู่ต่อ แต่ศึกภายในคงจะไม่สงบลงง่ายๆ เช่นกัน หรือเลือกความสบายใจ รวบรวมสมาชิกออกไปทำพรรคเองเสียเลย.

 ..............................................

 

 

 

อึ้ง!นวนิยายของ'วิษณุ'เข้ารอบซีไรต์!

........................................................

'ณัฐวุฒิ' ชื่นชม 'นคร' ฉายภาพทฤษฎีสมคบคิดทางการเมือง

    
 

28 ก.ค.61 - นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวว่า หากมองย้อนตั้งแต่ปี 2548 ตอนกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเริ่มชุมนุมขับไล่รัฐบาลทักษิณ ชินวัตร จนถึงปัจจุบันอย่างยอมรับความจริงจะเห็นว่า สิ่งที่นายนคร มาฉิม อดีต ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ พูดคือคำอธิบายที่ตรงไปตรงมาถึงทฤษฎีสมคบคิดทางการเมืองที่ นปช.และอีกหลายคนพูดมาตลอด เมื่อยืนยันโดยอดีต ส.ส.หลายสมัยของพรรคประชาธิปัตย์ ก็ทำให้เรื่องนี้ชัดเจนมากขึ้น บทบาทของพรรคประชาธิปัตย์ต่อการยึดอำนาจทั้ง 2 ครั้งเป็นแบบเดียวกันคือ ร่วมมือกับกลุ่มจัดตั้งเพื่อชุมนุมขับไล่รัฐบาล บอยคอตการเลือกตั้ง เดินเกมเพื่อให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ และรอรับดอกผลจากการเป็นรัฐบาลหลังการเลือกตั้งด้วยกติกาของฝ่ายยึดอำนาจ 

"เพียงแต่คราวนี้ คสช.บอกว่า คมช.ทำเสียของ จึงกำหนดให้มีนายกฯ คนนอกได้ และมีแนวโน้มว่าผู้มีอำนาจจะไปต่อ สถานะของพรรคประชาธิปัตย์จึงเปลี่ยนจากชิ้นส่วนหลักเป็นเพียงอะไหล่ แกนนำหลักอย่างนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ซึ่งออกตัวมาไกลจึงต้องแปลงสภาพตัวเองเป็นหุ้นส่วนอำนาจกับคณะรัฐประหาร ซึ่งถือเป็นความอัปยศอย่างยิ่งที่นักการเมืองที่ถือกำเนิดจากวิถีทางประชาธิปไตย เป็นไส้ศึกทำลายประชาธิปไตยเสียเอง" นายณัฐวุฒิ กล่าว

นายณัฐวุฒิ กล่าวอีกว่า นอกจากพรรคประชาธิปัตย์แล้ว กลุ่มพลังฝ่ายอนุรักษ์นิยมทั้งหลายที่ถูกพูดถึงก็ควรทบทวนตัวเอง การใช้อำนาจบิดเบือนหลักการต้องยุติ ถ้าวิธีนี้ดีจริงบ้านเมืองคงเจริญไปแล้ว มาตรฐานแบบชื่นชมการเลือกตั้งในมาเลเซีย แต่ประณามคนอยากเลือกตั้งในไทย ไม่ได้อธิบายว่าคนฐานะดี การศึกษาสูง จะมีสำนึกเรื่องประชาธิปไตยมากกว่าชาวบ้านคนธรรมดา ความเชื่อว่าคนเท่ากันและเคารพในความเป็นมนุษย์ต่อกันต่างหาก คืออนาคตที่งดงามของสังคมไทย

 

 

 

 

 

 .................................................................

28 กรกฎาคม 2561

 


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน