*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 4083
  • จำนวนผู้ชม : 2797948
  • จำนวนผู้โหวต : 534
  • ส่ง msg :
  • โหวต 534 คน
<< กรกฎาคม 2018 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอาทิตย์ ที่ 29 กรกฎาคม 2561
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 540 , 13:06:42 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน wullopp โหวตเรื่องนี้

สวัสดีครับ

         ภัยจากน้ำท่วมรุนแรงช่วงนี้ หลายประเทศมีคนตายและบ้านเรือนเสียหายกันมาก ซึ่งประเทศไทยก็ไม่แคล้วมีข่าว

แผ่นดินถล่มทับบ้านเป็นโคลน 5 เมตร แล้วทำให้มีคนตายทั้งครอบครัว 8 ชีวิตพร้อมกัน เป็นต้น

         สวนดุสิตโพลเผยแพร่ผลสำรวจมติ 'ประชาชนคิดอย่างไร? กรณีผู้สมัคร ส.ส.ย้ายพรรค' โดยคำตอบออกมาว่า ประชาชน

50% ระบุไม่แน่ใจว่าจะเลือก ส.ส.ย้ายพรรคหรือเปล่า ซึ่งการสำรวจโพลการเมืองในช่วงก่อนการเลือกตั้งก็จะทำกันถี่ขึ้น แต่ทั้งนี้

ประชาชนคนอ่านก็ต้องใช้วิจารณญาณกันนะครับ อย่าให้โพลประเภท 'รับจ๊อบ' มาแหกตาเอาเป็นอันขาด

ประชาชน 50% ระบุไม่แน่ใจว่าจะเลือก ส.ส.ย้ายพรรคหรือเปล่า

    
 

สวนดุสิตโพล เปิดผลสำรวจประชาชนคิดอย่างไร? กรณี ผู้สมัคร ส.ส.ย้ายพรรค  ชี้กว่า 50% ระบุว่า ย้ายไปแล้วจะเลิกหรือเปล่ายังไม่รู้
                 
กระแสข่าว ดูด ส.ส. หรือผู้สมัคร ส.ส.ย้ายพรรค ยังคงเป็นประเด็นทางการเมืองที่น่าจับตามอง ในขณะที่หัวหน้าพรรคการเมืองบางพรรคก็ออกมายอมรับว่าเป็นเรื่องจริง  ซึ่งการย้ายพรรคถือเป็นสิทธิของผู้สมัครที่ไม่อาจไปก้าวก่ายการตัดสินใจได้ เพื่อเป็นการสะท้อนความคิดเห็นของประชาชน กรณี ผู้สมัคร ส.ส. ย้ายพรรค  “สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต  ได้สำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 1,096 คน ระหว่างวันที่  24 - 28 กรกฎาคม 2561 สรุปผลได้ ดังนี้

1. ประชาชนคิดอย่างไร? กรณี ผู้จะสมัคร ส.ส.ย้ายพรรค
อันดับ 1    เป็นเรื่องปกติทางการเมือง มีให้เห็นในช่วงเลือกตั้ง    47.04%
อันดับ 2    ถูกจับตามอง น่าจะเกี่ยวข้องกับการดูด ส.ส.                 31.19%
อันดับ 3    เป็นสิทธิของผู้สมัครที่มีอิสระในการย้ายพรรค     30.28%
อันดับ 4    ทำให้ระบบพรรคการเมืองไม่เข้มแข็ง ต้องหาทางแก้ไข รับมือ    22.16%
อันดับ 5    ประชาชนควรติดตามข่าวสาร เพื่อประกอบการตัดสินใจ    16.88%

2. ระหว่าง “ตัวผู้สมัคร ส.ส.” กับ “พรรคการเมือง” ประชาชนให้ความสำคัญอะไรมากกว่ากัน
อันดับ 1     พอ ๆ กัน 38.69% เพราะ  การทำงานจะมีประสิทธิภาพต้องอาศัยทั้งตัวผู้สมัคร และพรรคการเมืองที่ร่วมมือกัน  สำคัญทั้งคู่ ฯลฯ
อันดับ 2    ตัวผู้สมัครมากกว่า 33.30%  เพราะ  เป็นปากเสียงให้กับประชาชน เป็นผู้ปฏิบัติ รู้ปัญหาในพื้นที่ ทำงานใกล้ชิดประชาชน ฯลฯ
อันดับ 3    พรรคที่สังกัดมากกว่า  28.01% เพราะ  ถ้าพรรคเข้มแข็ง หัวหน้าพรรคดี มีนโยบายโดนใจ จะส่งเสริมการทำงานของผู้สมัครได้ดีขึ้น ฯลฯ

3. ในความคิดเห็นของประชาชน ทำไม? ผู้สมัคร ส.ส.จึงย้ายพรรค
อันดับ 1    เป็นเรื่องผลประโยชน์ มองหาความมั่นคง และโอกาสที่ดีกว่า    38.90%
อันดับ 2    มีความขัดแย้งภายใน พรรคไม่มีเสถียรภาพ       32.89%
อันดับ 3    อุดมการณ์ แนวคิด ทัศนคติการทำงานไม่ตรงกัน     24.87%
อันดับ 4    ต้องการเปลี่ยนแปลง ลองหาประสบการณ์จากพรรคอื่น    19.52%
อันดับ 5    ถูกชักชวน รู้สึกว่าได้รับความสำคัญ และการยอมรับ    15.64%

4. ถ้าผู้สมัคร ส.ส.ที่เคยเลือกเมื่อการเลือกตั้งครั้งที่แล้วย้ายพรรค ประชาชนจะยังเลือกผู้สมัครคนนี้อีกหรือไม่
อันดับ 1    ไม่แน่ใจ    50.91% เพราะ  คงต้องรอดูก่อนว่าย้ายไปพรรคไหน ใครเป็นหัวหน้าพรรค ดูนโยบาย พิจารณาจากหลายๆปัจจัย ฯลฯ 
อันดับ 2    เลือก 27.28% เพราะ  ดูที่ตัวบุคคล ชื่นชอบ มีผลงานดี เป็นคนเก่ง มีความสามารถ มีประสบการณ์ เข้าใจปัญหาในพื้นที่ ฯลฯ
อันดับ 3    ไม่เลือก    21.81%เพราะ  รู้สึกผิดหวัง ไม่เชื่อมั่น เหมือนเป็นคนขาดอุดมการณ์ เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนมากกว่า ฯลฯ

 

 

อุตุฯประกาศเตือนใต้คลื่นลมแรง-ไทยตอนบนฝนตกหนัก

    
 

28 ก.ค. 61 -  กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศฉบับที่ 5  เรื่อง"คลื่นลมแรงบริเวณภาคใต้ และฝนตกหนักบริเวณประเทศไทยตอนบน"  ระบุว่า     ในช่วงวันที่ 28-31 ก.ค. 61 หย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมอ่าวตังเกี๋ย ทำให้ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ        มีฝนตกหนักบางแห่ง ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย มีกำลังแรงขึ้น    ทำให้ภาคใต้ ภาคกลาง และภาคตะวันออกมีฝนเพิ่มมากขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง 

สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2-4 เมตร และอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังและเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในช่วงเวลาดังกล่าว สำหรับประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันตก และภาคตะวันออกให้ระวังคลื่นที่พัดเข้าหาฝั่งในช่วงเวลาดังกล่าวไว้ด้วย

จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือ สายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

 
 

เศร้ารถลำเลียงของช่วยเหลือจากไทยไปอัตตะปือตกคอสะพานจนมีผู้เสียชีวิต

สำนักข่าวABC ลาวนิวส์ รายงานเกิดรถลำเลียงของช่วยเหลือจากไทย ได้รับอุบัติเหตุจนมีผู้เสียชีวิต

6หมู่บ้าน‘ปาย’เดือดร้อน ฝนถล่มพัด‘ฝาย’เส้นเลือดใหญ่พัง

6หมู่บ้าน‘ปาย’เดือดร้อน ฝนถล่มพัด‘ฝาย’เส้นเลือดใหญ่พัง

วันอาทิตย์ ที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2561, 08.31 น.

29 ก.ค.61 นายวิชัย กูนะกุง ผู้ใหญ่บ้าน บ้านแม่ของ ต.แม่นาเติง  อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 28 ก.ค.61 ที่ผ่านมา น้ำในลำน้ำแม่ของได้ไหลทะลักอย่างรุนแรง และพัดพาฝายทุ่งม่าน บ้านแม่ของ พังพินาศไปกับสายน้ำที่เชี่ยวกราก ส่งผลให้ราษฎรบ้านแม่ของ บ้านนาจะลอง หมู่ 6-11 ต.แม่นาเติง ได้รับผลกระทบ ไม่มีน้ำใช้เพื่ออุปโภคและบริโภค เนื่องจากฝายดังกล่าวเป็นต้นทางของระบบประปาหมู่บ้านทั้ง 6 หมู่บ้าน นอกจากนั้นยังทำให้ที่นาที่ต้องใช้น้ำในการทำนา จำนวน 30 รายของ 6 หมู่บ้าน ต้องได้รับผลกระทบไปด้วย ซึ่งต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้ามาให้การช่วยเหลือ เพราะฝายดังกล่าวสร้างมาหลายสิบปี และไม่เคยเกิดเหตุการณ์รุนแรงเช่นนี้มาก่อน

 
 
 
 
..........................................
 

จาก 'ไทยรักไทย' ถึง 'พลังประชารัฐ' การสร้างอำนาจด้วย 'วิธีเดียวกัน'

    
 

        การเคลื่อนไหวของ กลุ่มสามมิตร ภายใต้การนำของ “3 ส.” สมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำกลุ่มมัชฌิมา, สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตเลขาธิการพรรคไทยรักไทย และสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ที่ไม่ได้เปิดเผยตัว แต่รับรู้กัน กลายเป็นการเคลื่อนไหวที่น่าจับตามากที่สุดบนสนามการเมืองนาทีนี้

        ที่น่าจับตาและน่าสนใจ นั่นเพราะการรุกคืบแบบดุดัน ในการดึงอดีต ส.ส.ทั่วประเทศ โดยเฉพาะของพรรคเพื่อไทย เข้ามาร่วมกับ พรรคพลังประชารัฐ

        แต่ละวันมีชื่อนักการเมืองเข้าไปพัวพันกับ "กลุ่มสามมิตร" จำนวนมาก และข่าวลือพวกนั้นมักจะเป็นจริงเกือบแทบทุกราย

       “สุพล ฟองงาม” อดีตเลขาธิการพรรคเพื่อไทย อดีต รมช.มหาดไทย นักการเมืองใหญ่ จ.อุบลราชธานี ที่ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เตรียมจะนำคณะรัฐมนตรีไปประชุมกันในพื้นที่ดังกล่าวก็เช่นกัน

        พลันมีข่าว “บิ๊กตู่” จะลงพื้นที่ จ.อุบลราชธานี ชื่อของ “สุพล” ก็ถูกจับโยงว่า ถูก “กลุ่มสามมิตร” ใช้ “พลังดูด” รวบเข้าก๊วนเป็นที่เรียบร้อย

       แม้จะไม่มีการออกมายอมรับ แต่ท่าทีของ “สุพล” ต่อข่าวลือดังกล่าวที่เกิดขึ้นก็สอดรับไปในทางนั้น คือ เขาพร้อมจะไปต้อนรับหรือหารือกับคณะของ “บิ๊กตู่” แตกต่างจากอดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทยคนอื่นๆ ที่ห้ามสมาชิกออกไปร่วม ซึ่งนั่นน่าจะเป็นสิ่งยืนยันได้ดี

        กรณีของ “สุพล” ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดขึ้น เพราะทุกครั้งที่ “บิ๊กตู่” ยกคณะไปลงพื้นที่ตามต่างจังหวัด มักจะมีนักการเมืองเจ้าของพื้นที่หลายคนมีข่าวพัวพัน และลงเอยแบบนี้เสมอ

       ตั้งแต่คราวไป จ.สุโขทัย ที่ “สมศักดิ์” นำสมาชิกกลุ่มมัชฌิมาไปต้อนรับ การไปภาคตะวันออก จ.จันทบุรี ที่ “สนธยา คุณปลื้ม” หัวหน้าพรรคพลังชล นำสมาชิกของ จ.ชลบุรี ทั้งหมดไปร่วมหารือ หรือแม้แต่ที่ จ.นครสวรรค์ ที่ปรากฏอดีต ส.ส.ภาคเหนือตอนล่างหลายคน นำโดย “อนุชา นาคาศัย” อดีต ส.ส.ชัยนาท พรรคไทยรักไทย ไปร่วมนั่งฟังเวทีพบปะประชาชนของ “บิ๊กตู่”

        ที่ผ่านมาหลายฝ่ายมองว่า การไปประชุม ครม.สัญจรของ “บิ๊กตู่” แต่ละครั้งเหมือนการไป “ดูด” อดีต ส.ส.เหล่านี้มาเข้าก๊วน “พลังประชารัฐ” ทว่า ความเป็นจริง คนเหล่านี้ล้วนถูก “กลุ่มสามมิตร” ทาบทามไว้สำเร็จหมดแล้วตั้งแต่ก่อน ครม.จะตราทัพไปด้วยซ้ำ

        การประชุม ครม.สัญจร แท้จริงจึงเป็นเหมือนการเข้าไปในลักษณะ เปิดตัวแนวร่วม หรือการไปทำพื้นที่ที่มีนักการเมืองที่ ลงเรือลำเดียวกัน แล้วมากกว่า

        จึงไม่แปลกที่การดึงอดีต ส.ส.เข้าร่วม “กลุ่มสามมิตร” จะได้รับความสนใจและพูดถึงกันมากกว่าพรรคอื่นๆ เพราะแต่ละคนล้วนเป็นบิ๊กการเมือง และคนที่เคยอยู่ในขั้วอำนาจเก่าแทบทั้งสิ้น

        ขณะเดียวกัน การดูดอย่างต่อเนื่อง และมากขึ้นทุกทีของ “กลุ่มสามมิตร” แสดงให้เห็นว่า มันไม่ใช่การย้ายขั้วธรรมดา หากแต่เหมือนเป็นการสร้างกลุ่มการเมืองใหม่ “ขนาดใหญ่” ขึ้นมาอีกกลุ่มในการเมืองไทย

       อีกทั้งผลของการดูดเพื่อสร้างกลุ่มการเมืองขนาดใหญ่ ยังส่งผลกระทบต่อความอ่อนแอของกลุ่มขั้วอำนาจเก่าอย่าง “พรรคเพื่อไทย” โดยตรง เพราะเป้าหมายส่วนใหญ่คือ อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย

        มันเป็นกราฟที่สวนทางกันระหว่าง “กลุ่มสามมิตร” กับ “เพื่อไทย” คนหนึ่งโตขึ้น อีกคนค่อยๆ เล็กลง

        การเคลื่อนไหวของ “กลุ่มสามมิตร” ยังเป็นไปในลักษณะใกล้เคียงกับตอนที่ “ทักษิณ ชินวัตร” สร้างอาณาจักร “ไทยรักไทย” ในยุคแรก คือ การดึง ส.ส.จากกลุ่มต่างๆ ให้เข้ามาอยู่กับตัวเอง ซึ่งเป็นการทำลายคู่แข่งทางอ้อม บางพรรค บางกลุ่มก้อนทางการเมือง หายไปจาก “โมเดล” นี้

        ที่สำคัญ ตัวละครที่ “ทักษิณ” ซึ่งตอนนั้นมี “สุริยะ” เป็นผู้ร่วมก่อการ ดูดเข้าไปอยู่กับ “ไทยรักไทย” ต่างก็เป็นอดีต ส.ส.คนคนเดียวกับที่ “กลุ่มสามมิตร” กำลังดึงเข้ามาอยู่ “พลังประชารัฐ”

        วันนี้ที่ต่างกันคือ “กลุ่มสามมิตร” ภายใต้การผลักดันของ ขั้วอำนาจปัจจุบัน เป็นคนดูด ส่วน “ทักษิณ” เป็นคนถูกดูด และเปลี่ยนจาก “ไทยรักไทย” มาเป็น “พลังประชารัฐ”

        นอกนั้นแทบจะเหมือนกันหมด ไม่ว่าจะเป็นอดีต ส.ส.ที่เคยถูกดูดเข้าพรรคไทยรักไทย รัฐบาลปัจจุบันที่ถูกตั้งข้อสังเกตว่าอยู่เบื้องหลัง “กลุ่มสามมิตร” มีอำนาจแทบจะเบ็ดเสร็จ ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายบริหาร นิติบัญญัติ กองทัพ

        เรื่อยไปถึงองค์กรอิสระบางแห่ง ที่มีการสรรหาบุคคลที่ใกล้ชิดบุคคลในรัฐบาลเข้าไปมีอำนาจ ซึ่งนักการเมืองที่มาเข้าร่วมกับ “กลุ่มสามมิตร” ส่วนใหญ่มีชนักปักหลังเรื่องคดีความแทบทั้งสิ้น

        มันจึงเป็นการเคลื่อนไหวที่เป็นระดับ “ปรากกฏการณ์” และมีความสำคัญต่อทิศทางการเมืองในอนาคต

        เหนือสิ่งอื่นใด แม้ปัจจุบันบุคคลในรัฐบาลจะออกมาปฏิเสธว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับ “กลุ่มสามมิตร” แต่อย่างใด แต่พฤติกรรมที่แสดงออกมา เป็นเครื่องยืนยันถึงความ “สอดประสาน” ไปในทิศทางเดียวกัน

        การที่ “สุริยะ” พูดกับอดีต ส.ส.ที่สนามไพน์เฮิร์สท ย่านรังสิตว่า พร้อมสนับสนุน “บิ๊กตู่” เป็นนายกฯ อีกสมัย การที่สมาชิกกลุ่มสามมิตรเดินสายพูดคุยกับ นปช. กปปส. การออกมาแถลงถึงแนวทางการช่วยเหลือ นโยบายต่างๆ สามารถทำได้โดย “อิสระ”

        บุคคลในรัฐบาลไม่ว่าใคร ไม่มีการตำหนิ ตักเตือน หรือเฝ้าติดตาม เหมือนกับการเคลื่อนไหวของ “เพื่อไทย” ช่วงก่อนหน้านี้ ขณะเดียวกันก็ยืนยันว่า ไม่ใช่กิจกรรมทางการเมือง และเปิดทางกรณีถ้าจะมีการขออนุญาตเพื่อประชุมกับ นปช.ตามจังหวัดต่างๆ

        แน่นอน ณ วันนี้ รัฐบาลอาจโต้ข้อกล่าวหาเรื่องการอยู่เบื้องหลัง “กลุ่มสามมิตร” ได้ เพราะยังไม่มีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ

        แต่ถ้าวันหนึ่ง “เปิด” มันก็จะเป็นการแสดงให้เห็นว่า จริงแล้วรัฐบาลไม่ได้ปฏิรูปการเมือง โดยผลักดันคนรุ่นใหม่ นักการเมืองหน้าใหม่ในอุดมคติมาแก้ปัญหา “การเมืองไทย” แต่กำลังใช้วิธีเดิม สร้างอำนาจใหม่แทน “อำนาจเก่า” ที่ “ทักษิณ” เคยมี

        กล่าวคือ ล้าง “ระบอบทักษิณ” มาสู่อีกระบอบหนึ่ง

       คงเร็วไปที่จะคาดการณ์ว่า มันวนเข้าสู่ลูปเดิม เมื่ออำนาจเปลี่ยนมือมาอยู่อีกขั้วแล้ว แต่สิ่งหนึ่งที่ท้าทายคือ จะทำอย่างไรไม่ให้ย่ำซ้ำรอย “ทักษิณ”

        เพราะอย่าลืมว่า ยุคนั้น “ทักษิณ” มีอำนาจใกล้เคียงกับที่รัฐบาลปัจจุบันมี และตัวละครที่ “กลุ่มสามมิตร” ดูดเข้ามา ต่างก็เป็นคนคนเดียวกันในยุคนั้น

        หาก “บิ๊กตู่” ได้เป็นนายกฯ อีกสมัย โดยการผลักดันจาก “กลุ่มสามมิตร” แล้ววันหนึ่งเกิดการทุจริตกับคนในรัฐบาล จะกล้าจัดการอย่างเด็ดขาดหรือไม่ ในเมื่ออดีต ส.ส.เหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นคนที่ทำให้ “บิ๊กตู่” ก้าวเข้าสู่เก้าอี้นายกฯ ครั้งที่ 2

       จะควบคุมการใช้อำนาจที่มีอยู่อย่างล้นหลามอย่างไร จะคุมคนเหล่านี้อย่างไรให้อยู่ในกติกา ไม่แตกแถว หรือทำในสิ่งที่เคยเกิดขึ้นในอดีตมาแล้วหนหนึ่ง

        ถ้าทำได้ดีกว่า คือ การเมืองมีเสถียรภาพ ไม่มีคอร์รัปชัน มีนโยบายที่มีประโยชน์ต่อประชาชน ก็ถือเป็นทางออกหนึ่งในการแก้ไขปัญหาการเมืองที่หมักหมมมานาน

       แต่ถ้ามันออกมาตรงกันข้าม มันก็ไม่ต่างอะไรกับการนับหนึ่งในการพาประเทศไปสู่จุดที่เคยเกิดขึ้นมาก่อนเมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว!!!.

                                                                          ทีมข่าวการเมือง

 

 
 

 

 

 

.........................................................

29 กรกฎาคม 2561

 


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน