*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 4083
  • จำนวนผู้ชม : 2797977
  • จำนวนผู้โหวต : 534
  • ส่ง msg :
  • โหวต 534 คน
<< กรกฎาคม 2018 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันจันทร์ ที่ 30 กรกฎาคม 2561
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 531 , 14:34:15 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

สวัสดีครับ

         เมื่อคิดจะไปเที่ยวที่ไหนก็ตาม ทั้งในและนอกประเทศ ก่อนอื่นก็ควรเช็คความปลอดภัย ความสะดวกสบายเสียก่อน อย่า

เอาแต่เชื่อคนชวนหรือโฆษณากันนักเลย เพราะหากเกิดเหตุที่เป็นอันตรายต่อชีวิตขึ้นมาก็ยากที่จะขอให้คนช่วยได้ อย่างกรณีที่

มีคนไทยนับร้อย รวมทั้งชาวต่างชาตินับร้อยเช่นกัน พากันไปเที่ยวบนภูเขาไฟในอินโดนีเซียแล้วติดอยู่ตามข่าววันนี้ ก็ควรจะถือเป็น

อุทธาหรณ์ได้อย่างดีทีเดียว

 

 

 

จาก 'เซเปียน' ถึง 'เค วอเตอร์'

    
 

        วันนี้ "โอกาสเหมาะ"

        ได้อ่าน fb "อาจารย์สมเกียรติ โอสถสภา"

        ท่านให้ความรู้เกี่ยวกับ "เขื่อนเซเปียน-เซน้ำน้อย" ที่แขวงอัตตะปือ ในแง่ที่ควรรู้ แต่ไม่ค่อยรู้กันไว้หลายด้าน   

        ผมเห็นเหมาะ........

        ที่จะ "ฉวยโอกาส" หยิบมาใช้เป็นคำตอบบางประเด็น โดยเฉพาะประเด็นที่แก๊ง "นักวิชาการชังชาติ" เจ้าประจำในโทรทัศน์ช่องหนึ่ง

        ออกมาพูดทีไร เน้น ๒๕% ที่ "บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน)" อันเป็นบริษัทลูกของ กฟผ.ถือหุ้นอยู่ ไม่เว้นแต่ละครั้ง

        เจตนาให้สังคมเกิดทัศนคติลบต่อชาติ.......

        "ผลิตไฟฟ้าขายไทย ไทยร่วมลงทุน ไทยต้องรับผิดชอบ" ประมาณนั้น

        ข้อเท็จจริงเรื่องนี้เป็นอย่างไร อ่านที่อาจารย์สมเกียรติโพสต์ fb ไว้ จะกระจ่าง

        Somkiat Osotsapa

        "เขื่อนแตกที่ลาว หุ้นแชโบลตกที่เกาหลี

        ราคาหุ้นบริษัท SK ของเกาหลีใต้ หล่นฮวบลงไปถึง ๓๐% บริษัทนี้เป็นกลุ่มบริษัทของเกาหลี ที่เรียกว่า chaebol ถือหุ้น ๕๑% ในโครงการสร้างเขื่อนผลิตไฟฟ้าที่อัตตะปือ ในลาว

        SK ของเกาหลีนี่ ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับ SK สวนกุหลาบนะครับ พวกเด็กสวน เป็นเจ้าของ 'ช.การช่าง' ทำเก่งกว่าเกาหลีมาก เรียบร้อยดีทุกโครงการ

        SK เป็นบริษัทใหญ่อันดับ ๕๗ ของโลก มีบริษัทลูกที่เชี่ยวชาญแต่ละด้าน ๙๗ บริษัท งานก่อสร้างส่วนใหญ่ ทำด้านเทเลคอม เป็น chaebol ระดับ top ten ของเกาหลี

        ผมคิดว่า SK มีประสบการณ์การสร้างเขื่อนพลังงานน้ำผลิตไฟในลาว น้อยกว่าบริษัทไทย เรื่อง ดิน ฟ้า อากาศ ฝน น้ำป่า ย่านนี้ไทยเก่งสุด

        ก่อนเกิดเหตุ บริษัทระดมวิศวกรทั้งหมดบินมาลาว มาแก้ไขปัญหา แต่ก็ไม่สำเร็จ ส่งคำเตือนไปที่รัฐบาลไม่กี่ชั่วโมงก่อนเขื่อนแตก แต่สื่อสารไม่ทั่วถึง เรื่องพรรค์นี้ต้องดูไว้เป็นบทเรียน

        เอาว่าเรื่องงานก่อสร้าง เกาหลีดูแลบริหารทั้งหมด ทั้งออกแบบ โครงสร้าง เหล็ก คำนวณกระแสน้ำ  ปริมาณฝน สภาพดิน

        บริษัทนี้ผลิตเหล็กขายด้วย โครงการนี้มูลค่าราว ๓๓,๐๐๐ ล้านบาท หุ้นจึงตก

        ของไทย มีบริษัทราชบุรีถือหุ้น ๒๕% น่าจะทำเรื่องไฟฟ้า เดินสายไฟ กริด ตามความชำนาญ

        งานยังไม่ถึงขั้นราชบุรีรับผิดชอบ

        เขื่อนนี้สร้างเมื่อ พ.ศ.๒๕๕๖ จะเปิดใช้ ขายไฟฟ้าได้อีกหนึ่งปีข้างหน้า พ.ศ.๒๕๖๒ เกือบเสร็จแล้วล่ะ คงต้องเลื่อนเวลาออกไปปี-สองปี

        บริษัทรัฐวิสาหกิจของลาวถือหุ้น ๒๔% รัฐมนตรีพลังงานของลาวบอกว่า จะเก็บตังค์ค่าเสียหายจากคู่สัญญา

        ไม่รู้ว่าใครทำกับบริษัทใด ปกติจะแตกซอยเป็นหลายสัญญา

        แต่ดูจากที่ SK วิ่งกันวุ่นมาเป็นอาทิตย์ก่อนเขื่อนแตก นั่นจะไปลงที่เกาหลี

        ตอนนี้ ทางเกาหลีเตรียมชดใช้ค่าเสียหาย บริษัทรับเหมาน่าจะเป็นของเกาหลี

        รัฐบาลไทย โดยกระทรวงคมนาคมจะไปช่วยติดตามเรื่องนี้ให้ดีครับ มันซ้อนๆ กันอยู่

        เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่มากนะครับ แสดงถึงความสามารถด้านวิศวกรรมของเกาหลีทีเดียว

        การบริหารจัดการ ความโปร่งใสด้วย สะเทือนไปหมดทั่วเอเชีย

        สะเทือนถึงเวียดนาม เพราะ SK บุกเวียดนามมานาน โครงการนิคม โครงการก่อสร้างต่างๆ เกาหลีเอาเวียดนามเป็นเป้ามานานร่วม ๓๐ ปี

        เรื่องใหญ่มากทางวิศวกรรม มีเสียงบ่นจากเวียดนามเยอะ ปัญหาทำงานร่วมกัน เกาหลี เวียดนาม ก็เยอะ รัฐวิสาหกิจของลาวโดนไปด้วย กระเป๋าเดียวกัน แต่คนละหน่วยงาน

        แบงก์ไทยสี่แบงก์เข้าร่วมไฟแนนซ์โครงการ มีกรุงไทย ธนาคารส่งออก นำเข้า กรุงศรี ธนชาติ

        กรุงไทย น่าจะเป็นลีดแบงก์ โครงสร้างเป็น debt equity ๕๐% ก็คงมีแบงก์เกาหลีแอบหลังอยู่เยอะ เพราะ chaebol เกาหลีมีแบงก์ทั้งนั้น ดร.วิรไท ดูหน่อยนะครับ

        แบงก์ชาติน่าส่ง ส.ค.ส.ให้ผมบ้าง มีคำเตือนดีๆ เยอะ มันมี linkages กันอย่างไรบ้าง

        เริ่มสร้างปี ๒๕๕๖ ก็ต้องคุยกันอยู่ร่วมสามปีก่อนหน้า เอาว่า ๒๕๕๓-๒๕๕๖ หลายๆ ฝ่าย ใครเป็นกรรมการแบงก์ยุคนั้นบ้าง ต้องไปติดตาม พวกมาใหม่ร้องโอ๊ย

        ฝนตกทางโน้น หนาวไปหลายที่ ที่ลาวปริมาณฝนสูงกว่าปกติ ๓ เท่าปีนี้ ฤดูกาลเปลี่ยน climate  change

        ใครเกี่ยวข้องเตรียมประชาสัมพันธ์ให้ดี ไม่เกี่ยว ก็บอกว่าไม่เกี่ยว ตอนนี้ของเข้าไปเยอะ มีปัญหาขนส่งนิดหน่อย

        วันนี้จะเล่าเรื่องอัตตะปือ ในส่วนที่เกี่ยวกับเวียดนาม กัมพูชา จีนให้ฟัง

        ย่านนั้นผมรู้จักดี น้อยกว่าคุณนพนันท์และเพื่อนเพจหลายคน แต่ก็เอาน่า พอถูไถไปได้ มีอะไรตื่นเต้นเยอะ เล่าให้ฟัง เพื่อลูกหลานจะได้ดูแลประเทศกันต่อไป ไม่ขาดตอน ต้องรู้รอบครับ

        ที่จริงสัปดาห์นี้ผมต้องไปลาว มีคนจะชวนไปตีกอล์ฟแถวสะหวันนะเขต มีโครงการใหญ่

        แต่ผมมีนัดที่ กทม.ไม่งั้นมีเรื่องเล่าเยอะ หรืออาจต้องไปแจกของแถวอัตตะปือก็ได้

        อ้อ ไฟฟ้าที่ผลิตในลาวขายให้ไทย และเวียดนามเท่าๆ กันนะครับ เวียดนามใช้ไฟฟ้าลาวเป็นหลักเลย

        ขอให้กำลังใจพี่น้องลาวอย่างสุดจิตสุดใจเลยนะครับ เด้อ ผ่านไปให้ได้ ฝนหนักมาก

        วันนี้เป็นวันดี วันเฉลิมพระชนมพรรษา ขอพระองค์ท่านทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน

        วันนี้เป็นวันเข้าพรรษา ขอให้มีสุข สงบโดยทั่วกันนะครับ."

        เข้าใจกันนะคราวนี้......

        "เขื่อนเซเปียน-เซน้ำน้อย" เป็นการร่วมทุนของบริษัทข้ามชาติ ๔ ราย       

        บริษัท SK Engineering and Construction หุ้น ๒๖%

      บริษัท Korea Western Power หุ้น ๒๕%    

      บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรี หุ้น ๒๕% และ

      Lao Holding State Enterprise หุ้น ๒๔%

      สรุปชัดๆ........

      "เขื่อนเซเปียน-เซน้ำน้อย" หุ้นใหญ่ ๕๑% เป็นของเกาหลีใต้ โดย ๒ บริษัทใหญ่เครือแชโบล

      คือ บริษัท SK กับบริษัท Korea นั่นแหละ

      ไทยแค่ ๒๕% ไม่มีนัยพิเศษ

      จาก BBC ไทย รายงาน นิวยอร์กไทมส์ ของสหรัฐฯ ระบุ

      รายงานจาก ๒ บริษัทร่วมทุนเกาหลีใต้ ทำให้เห็นสถานการณ์ก่อนเขื่อนจะแตก

      ในรายงานที่ โคเรีย เวสเทิร์น พาวเวอร์ ส่งให้รัฐสภาเกาหลีใต้ ระบุ

      ศุกร์ (๒๐ ก.ค.) วิศวกรบริษัทสังเกตเห็นความผิดปกติคือ โครงสร้างตรงกลางเขื่อนมีระดับน้ำสูงกว่าปกติ ๔ นิ้ว

      แต่ก็คิดว่า........

      "การที่โครงสร้าง 'จมลง' ต่ำกว่าระดับน้ำในเขื่อนเช่นนี้เป็นเหตุปกติ เนื่องจากฝนตกหนักติดต่อกันหลายวัน"

        ดังนั้น วิศวกรจึงตัดสินใจ "เฝ้าดูสถานการณ์"

      แทนที่จะแจ้งต่อหน่วยต่างๆ เพื่อให้เกิดปฏิบัติการแก้ไขปัญหา

      จนถึงวันอาทิตย์ วิศวกรพบ มีรอยร้าว ๑๐ แห่งทางด้านบนเขื่อน กำลังจะออกไปซ่อม แต่อุปกรณ์ซ่อมแซมจะมาถึงวันจันทร์ตอนบ่าย

      ซึ่งก็สายเกินไปเสียแล้ว!

      ส่วนบริษัท เอสเค เอ็นจิเนียริ่ง เป็นผู้สร้างหลักของโครงการ ระบุในแถลงการณ์

      ช่วง ๒๑.๐๐ น.วันอาทิตย์ (๒๒ ก.ค.) ทางบริษัทพบบางส่วนด้านบนของเขื่อนพังทลายแล้ว

      ในคำแถลงการณ์ระบุ.........

      "บริษัทได้แจ้งความเสียหายครั้งนี้ต่อเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น และการอพยพชาวบ้านที่อยู่ใกล้ที่สุดก็เริ่มขึ้น แต่ไม่ได้แจ้งทางการแขวงอัตตะปือ"

      จนบ่ายวันจันทร์ ถึงได้แจ้งแก่แขวงอัตตะปือว่า "เขื่อนน่าจะพังทลายมากกว่าเดิม"

      นิวยอร์กไทมส์ สัมภาษณ์ "ศ.เอียน เบียร์ด" ผู้เชี่ยวชาญเรื่องเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำในลาว

      เขาเชื่อว่า "ปัญหาอาจเกิดจากการก่อสร้างที่ผิดพลาด" หรือการเก็บกักน้ำไว้ในเขื่อนมากเกินไป โดยไม่เผื่อสำหรับเวลาฝนตกหนัก

      "บริษัทพยายามบอกว่า นี่เป็นภัยธรรมชาติ ไม่ใช่ความผิดของพวกเขา" ศ.เบียร์ดกล่าวกับนิวยอร์กไทมส์ และเสริมว่า

      "ผมไม่เชื่อคำอธิบายเช่นนั้นเลย"

      ครับ...

      ก็คงเข้าใจกันละทีนี้ ฝ่ายก่อสร้างเขื่อนเซเปียน-เซน้ำน้อย คือเกาหลีใต้

      โดยบริษัท SK Engineering and Construction จำกัด

      และ บริษัท Korea Western Power จำกัด

      บริษัท "ผลิตไฟฟ้าราชบุรีฯ" ก็อย่างที่อาจารย์สมเกียรติบอก

      "งานยังไม่ถึงขั้นราชบุรีรับผิดชอบ"

      จนกว่าสร้างเขื่อนเสร็จแล้ว ถึงขั้นตอน เดินสายไฟ คืองานกริด (GRID) นั่นแหละ

      จะอยู่ในขั้นตอนที่ราชบุรีฯ ต้องเข้าไปทำและต้องรับผิดชอบ

      ส่วน "แชโบล" ที่ว่านั้น ก็คือกลุ่มทุนธุรกิจอุตสาหกรรมเหนือชาติ เรียกว่าใหญ่คับประเทศ-เหนือรัฐบาล

      อย่าง ซัมซุง นี่ก็แชโบล

      เหมือน TLC, CFR ที่เหนือสหรัฐฯ-ยุโรป ตอนนี้กำลังสร้างอำนาจใหม่เป็น "รัฐบาลโลก"

      เหมือนเทมาเส็กของสิงคโปร์, เหมือนมิตซูบิชิ ของญี่ปุ่น

      ค่ายไทยเบฟ+ค่าย CP ถ้าทักษิณอยู่+ค่ายชินคอร์ป เข้าไปด้วย ก็จะประมาณ แชโบล

      กรณีนี้..........

      ทำให้นึกถึง "บริษัท เค วอเตอร์" ของเกาหลีใต้ ที่ตัวพี่แอบไปเจรจา แล้วตัวน้องเปิดประมูล "โครงการน้ำ" ร่วม ๒ แสนล้าน

      ก็บุญประเทศนะ........

      ที่ คสช.เข้ามายกเลิกได้ทัน.

 

'บัวแก้ว'ประสานอินโดฯเร่งช่วย304คนไทยติดบนเกาะลอมบอก

    
 


30 ก.ค.61- น.ส.บุษฎี สันติพิทักษ์ อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีที่มีนักท่องเที่ยวชาวไทยติดอยู่บนเกาะลอมบอก ในประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหว  ว่า  จากการที่สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย เปิดลงทะเบียนรวบรวมรายชื่อคนไทยที่ติดอยู่บนเกาะดังกล่าวนั้น ข้อมูล ณ วันที่ 29 ก.ค.ที่ผ่านมา เวลา 23.30 น. พบว่ามีจำนวน 304 คนซึ่งมีทั้งผู้ที่ติดอยู่บริเวณภูเขาไฟรินจานีและที่ทะเลสาป โดยบริเวณที่เกิดเหตุมีลักษณะเป็นอุทยานแห่งชาติ  

โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า ขณะนี้นายทรงพล สุขจันทร์ เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงจาการ์ตา ได้เดินทางไปที่เกาะลอมบอก และกำลังจะหารือกับเจ้าหน้าที่ทางการอินโดนีเซียในการเร่งช่วยเหลือนักท่องเที่ยวชาวไทย ซึ่งทางการอินโดนีเซียให้ความสำคัญกับเรื่องนี้อย่างมาก ขณะที่หน่วยงานป้องกันภัยและทีมเฮลิคอปเตอร์กู้ภัยของทางการอินโดนีเซียได้ระดมกำลังพร้อมหาทางนำคนออกมา รวมถึงการส่งสิ่งของจำเป็นไปให้ผู้ประสบเหตุ  

"สำหรับกรณีที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยของอินโดนีเซียได้เข้าไปช่วยเหลือนักท่องเที่ยวในพื้นที่เกิดเหตุนั้น ทราบว่าสามารถช่วยเหลือออกมาได้ 115 คน จากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมดที่อยู่บนเกาะนี้ 826 คน แต่ยังไม่มีการระบุว่าในจำนวนนั้นมีคนไทยอยู่ด้วยกี่คน ทั้งนี้ยังไม่ถึงขั้นที่ทางการไทยจะต้องส่งเครื่องบินไปรับคนไทยกลับประเทศ" 

ลามตุลาการ-ทหาร 'นคร'ฟาดหางร่วมก๊วนโค่นแม้ว-ปู/วรงค์แฉบำเหน็จนั่ง'รมต.'

    
 

   โดดดูดเหมือนกัน! “นคร” ยอมรับเพื่อไทยชวนเข้าพรรค อ้างอุดมการณ์เดียวกัน ปูดทหารเคยค้นบ้านกล่อมกลับพรรคเดิม ท้าฟ้องศาลหากอยากได้หลักฐานสมคบคิดล้มรัฐบาล "ปชป." ซัดทรยศบ้านเก่าสร้างเรื่องเอาใจแม้ว ชี้ทหารยึดอำนาจเพราะพฤติกรรมชั่วของรัฐบาลจน ปชช.ออกมาขับไล่ คาดอนาคตอาจได้ปูนบำเหน็จรัฐมนตรีแต่ต้องติดคุก "สุเทพ" ย้ำ พท.ไม่ได้เป็นรัฐบาล "สามมิตร" ฟุ้งหนุน "บิ๊กตู่" เป็นนายกฯ อาจชนะพท.ขาด แกนนำ พท.ภาคเหนือแบไต๋ "ประดิษฐ์" มาเสริมทัพ
    เมื่อวันอาทิตย์ นายนคร มาฉิม อดีต ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวภายหลังจากที่ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กกล่าวหาพรรค ปชป.เข้าร่วมกระบวนการสมคบคิดล้มรัฐบาลของนายทักษิณ ชินวัตร และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ จนถูกตอบโต้จากแกนนำพรรค ปชป.อย่างต่อเนื่องว่า ขอถามกลับไปยังพรรค ปชป.ว่า ทำไมต้องมีการบอยคอตการเลือกตั้งถึง 2 ครั้ง และทำไมทหารจะต้องเข้ามายึดอำนาจทั้ง 2 ครั้ง ตนไม่ได้เป็นศัตรูกับพรรค ปชป. แต่เป็นศัตรูกับระบอบเผด็จการ และเครือข่ายของเผด็จการ ไม่เข้าใจว่าทำไมพรรค ปชป.ถึงมาเดือดเนื้อร้อนใจอะไร 
    "ยอมรับว่าได้พูดคุยกับผู้ใหญ่บางท่านของพรรคเพื่อไทย แต่ยังไม่สามารถขยับอะไรได้ ซึ่งผู้ใหญ่ได้ทาบทามมายังผมว่า ถ้าเรามีอุดมการณ์เดียวกัน ก็มาร่วมต่อสู้ในวิถีทางประชาธิปไตย มาร่วมอุดมการณ์เดียวกันได้หรือไม่ โดยผมได้ตอบไปว่า ถ้าเรามีอุดมการณ์เดียวกัน และต่อต้านเผด็จการ เราก็มาร่วมกันได้ หากพรรคเพื่อไทยมีการเปลี่ยนจุดยืนทางการเมือง สนับสนุนรัฐบาลหรือคนนอกเป็นนายกฯ ผมก็ไม่ขอเข้าร่วมด้วย " นายนครกล่าวถึงกระแสข่าวจะไปอยู่สังกัดพรรคเพื่อไทย
    ผู้สื่อข่าวถามหลังจากนี้หากมีทหารติดต่อเพื่อเชิญไปพูดคุยหรือปรับทัศนคติพร้อมหรือไม่ นายนครกล่าวว่า ความจริงไม่ควรมีพฤติการณ์แบบนั้นแล้ว ตนเคยถูกเชิญให้ไปปรับทัศนคติ 2 ครั้ง แต่ตนได้ขอนำสื่อเข้าไปด้วย ซึ่งเขาบอกว่าไม่ได้ และให้นายทหารโทร.มายกเลิกนัด ก่อนหน้านี้ยอมรับว่าได้เคยมีทหารมาตรวจค้นที่บ้านของตน ซึ่งทหารได้บอกผ่านทีมงานของตนว่าอยากให้ตนกลับไปอยู่ในสังกัดพรรคเดิม ไม่ต้องไปต่อสู้โต้แย้ง กลับไปเป็นพวกเดียวกับรัฐบาล แต่ถ้าไปอยู่ฝ่ายพรรคเพื่อไทย ก็เป็นฝ่ายตรงข้ามกัน ก็เหนื่อยหน่อย
    ส่วนกรณีพรรค ปชป.เรียกร้องให้แสดงหลักฐานว่าใครร่วมกันล้มสองพี่น้องตระกูลชินวัตรนั้น อดีต ส.ส.ปชป.ผู้นี้กล่าวว่า ยืนยันทุกอย่างจริง จะเปิดก็ต้องไปเปิดที่ศาล เห็นเขาขู่จะฟ้อง พร้อมเปิดทุกอย่างในชั้นศาล ฝากไปถึงพี่น้องฝ่ายการเมือง พี่ๆ น้องๆ ผู้หลักผู้ใหญ่ในพรรค ปชป. ซึ่งตนเคารพรักเหมือนเดิมว่า ปลายลูกธนูของตนต้องการพุ่งเป้าไปที่ใจกลางของระบอบเผด็จการ ไม่ต้องการมาเสียเวลาสาละวนโต้เถียงไปมา นี่ขนาดตนปิดช่องว่างเอาไว้ ไม่เปิดทั้งหมดเขาก็จะมาเล่นตนด้วย พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์อีก 
    "ที่ถามว่าทหารคนไหน ตุลาการคนไหน ใครบ้าง พวกเขารู้อยู่แก่ใจ ถ้าไม่อย่างนั้นจะนำไปสู่กระบวนการในการยึดอำนาจได้อย่างไร ถามกลับย้อนไปว่า ทำไมพรรคถึงบอยคอตการเลือกตั้ง ส่วนหลักฐานถ้าอยากจะได้ ที่ขู่ร่ำๆ จะฟ้องก็ให้ฟ้องมา ผมจะขอหมายศาลออกหมายเรียกไปทุกกลุ่มทุกฝ่าย เอาประวัติศาสตร์การเมืองมากางกันบนโต๊ะเลยว่าใครทำอะไรต่างๆ ซึ่งมันปรากฏชัดอยู่แล้ว" 
    นายนครกล่าวอีกว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค ปชป. และนายชวน หลีกภัย ในฐานะผู้มีบารมีในพรรค กล้าประกาศต่อสาธารณะ และกล้ายืนยันชัดๆ ไหมว่าเลือกตั้งครั้งหน้าจะไม่เอานายกฯ คนนอก ไม่เอาพวก คสช.มาเป็นนายกฯ จะล้างระบอบเผด็จการด้วยกัน ไม่เอา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช.มาเป็นนายกฯ มาร่วมกันล้างมรดกบาปด้วยกัน ถ้ากล้าประกาศ ประชาชนจะให้โอกาสประชาธิปัตย์ รวมถึงตนจะยอมคำนับให้ แต่หากไม่กล้าประกาศ เท่ากับทรยศประชาชน มันมีอะไรแฝงถึงไม่กล้า
ซัดสร้างเรื่องเอาใจแม้ว
     นายชวลิต วิชยสุทธิ์ สมาชิกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีนายนครเปิดโปงทฤษฎีสมคบคิดล้มล้างรัฐบาล ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์ว่า เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นภายในพรรคปชป. ไม่ทราบข้อเท็จจริงว่าเป็นอย่างไร แต่ประชาชนก็น่าจะเชื่อไปแล้วระดับหนึ่ง เพราะผู้เปิดเผยเคยเป็นคนใน ยิ่งถ้าจะมีการฟ้องร้องนายนครเกิดขึ้นจริง ความจริงลึกๆ ก็คงจะได้เปิดเผยในศาลมากกว่านี้ เพราะเท่าที่เคยฟังนายนครเล่าให้ฟัง ข้อมูลลึกกว่านี้มาก เช่น กรณีการสร้างเหตุการณ์ความวุ่นวายในสภา มีการมอบหมายแบ่งงานกันทำ คนนี้ลากเก้าอี้ประธานสภาฯ คนนั้นขว้างแฟ้มเอกสารกลางสภา ไม่ได้เกิดอย่างปัจจุบันทันด่วน แต่เป็นเรื่องที่เตี๊ยม เตรียมการกันมาก่อนทั้งสิ้น ถ้าเป็นเช่นนั้นจริงก็น่าเศร้าใจ ที่เราไม่ร่วมกันรักษาบ้านของเรา 
    ด้าน นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พิษณุโลก  พรรค ปชป. กล่าวสรุปบทวิเคราะห์ผลของจดหมายนายนครถึงนายทักษิณ 7 ข้อ ว่า 1.นายนครใช้คำว่า "พวกเรา" ในจดหมาย เพื่อให้สังคมเข้าใจผิดว่าตนเองเป็นเบอร์ใหญ่ในพรรค ปชป. แต่ในความเป็นจริงเป็นบุคคลที่มีเพื่อนน้อย ไม่มีบทบาทใดๆ ในพรรค ทางที่ดีนายนครน่าจะระบุว่ามีใครบ้างที่นายนครไปร่วมปรึกษาหารือด้วย ถ้าไม่สามารถระบุได้ จะกลายเป็นว่าสร้างเรื่องขึ้นมาเพียงเพื่อเอาอกเอาใจนายทักษิณ 2.นายนครไม่สามารถแยกแยะฝ่ายประชาธิปไตยกับฝ่ายทุนสามานย์ได้ ในช่วงที่ผ่านมามีโครงการจำนำข้าวที่ทุจริตรุนแรงที่สุดตั้งแต่ตั้งประเทศไทย หลังจากศาลตัดสินจนฝ่ายการเมืองหนีคุกออกนอกประเทศ และหลายคนติดคุก ขณะนี้ยังมีคดียึดทรัพย์เครือข่ายเสี่ยเปี๋ยงอีกหลายคดีในศาลแพ่ง 
    3.ฝ่ายประชาธิปไตยจะเอาผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นตัวตั้ง แต่ฝ่ายทุนสามานย์ทำเพื่อนายทุนเจ้าของพรรค เมื่อผ่านการเลือกตั้งแล้วจะมีลักษณะเหิมเกริมในอำนาจ และใช้อำนาจไม่ชอบ กล้าแม้ที่จะออกกฎหมายล้างผิดตนเอง ทุจริตเชิงนโยบาย ไม่เคารพกฎหมาย มีพฤติกรรมจาบจ้วง เป็นตัวทำลายประชาธิปไตยที่แท้จริง เป็นเหตุให้ประชาชนออกมาขับไล่ และจบด้วยรัฐประหาร 4.ผลของจดหมายนายทักษิณและเครือข่าย ได้ประโยชน์เต็มๆ แต่อาจได้ผลในช่วงแรก เพราะความจริงก็คือความจริง 5.แฟนๆ พรรค ปชป.จำนวนมากใน จ.พิษณุโลกและทั้งประเทศ มีความรู้สึกต่อต้านนายนคร หลายคนโทรศัพท์มาวิพากษ์วิจารณ์การทำตัวเช่นนี้ ซึ่งจะมีผลต่อการเลือกตั้งของนายนครแน่ โดยเฉพาะการที่พยายามสร้างภาพว่าตนเองมีจุดยืน มีอุดมการณ์ แต่เปลี่ยนถึงสามพรรค ทำให้คิดได้ว่าใช้เงินเป็นตัวตั้ง ซึ่งชาวพิษณุโลกไม่ยอมรับ
    6.นายนครมีการทิ้งบอมบ์ไปสู่กลุ่มเป้าหมายหลายๆ กลุ่ม เป็นที่ถูกใจนายทักษิณและเครือข่ายมาก คนทั่วไปถือว่าเป็นการทรยศต่อพี่ หักหลังเพื่อน และเผาบ้านทิ้งครั้งรุนแรง นายทักษิณก็คงมองออก เพราะไม่รู้ว่าอนาคตจะทำกับพรรคเพื่อไทยเช่นนี้หรือไม่ คาดว่าสิ่งที่นายนครได้รับคือ ในระยะแรกต้องเร่งชูบทบาท ถ้าเป็นรัฐบาลต้องให้เป็นรัฐมนตรี แต่สุดท้ายคงจบด้วยการติดคุกเหมือนอีกหลายๆ คน เนื่องจากนายนครมีความขยัน แต่เพื่อนน้อย ถ้าหมดประโยชน์ทางการเมือง คงต้องมีความระแวดระวังต่อพฤติกรรม สุดท้ายต้องประหาร(ทางการเมือง) เพราะคงไม่กล้าส่งเสริมให้ดูแลพรรคแน่นอน
    7.ผลต่อพรรค ปชป. ช่วงแรกต้องได้รับผลกระทบ จากข้อมูลผิดๆ ที่มีการเขียนขึ้นมาเอง ระยะเวลาผ่านไป ประชาชนก็เข้าใจและมองออก ไม่มีใครที่จะทำอะไรพรรค ปชป.ได้แน่นอน เพราะ ปชป.มีประชาชนเป็นเจ้าของ แต่สิ่งที่ท้าทายพรรคของพวกเรานั่นคือไพร่พลย่อมมีทั้งดีและเลว จะช่วยกันดูแลอย่างไร 
     นายราเมศ รัตนะเชวง รองโฆษกพรรค ปชป. กล่าวว่า ข้อกล่าวอ้างของนายนครที่ได้กล่าวให้ร้าย ล้วนแล้วแต่เป็นความเท็จทั้งสิ้น สร้างราคาสร้างประโยชน์ให้กับตัวเอง เป็นนักกฎหมายที่ทรยศต่อความยุติธรรม ให้ร้ายตุลาการ ทรยศต่อบ้านเก่าที่เคยซุกหัวนอน ละทิ้งซึ่งอุดมการณ์ ไร้จริยธรรม ลูกผู้ชายคนดีๆ เขาไม่ทำกัน   พรรคเคยให้โอกาสเปรียบเสมือนผู้ให้กำเนิดวันนี้กลับมาด่าผู้ให้กำเนิดมนุษย์ดีๆ เขาไม่ทำกัน 
รบ.ชั่วทหารยึดอำนาจ
    รองโฆษก ปชป.ชี้แจงข้อเท็จจริงว่า นายนครได้ลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรค ปชป.ตั้งแต่วันที่ 26 ธันวาคม 2556 แล้วไปสังกัดพรรคชาติพัฒนา ตอนนี้สังกัดพรรคไหนไม่รู้ ที่กล่าวว่าพวกเราร่วมกับเครือข่าย นายทุน กลุ่มขุนศึก กลุ่มศักดินาอำมาตย์ และเครือข่ายข้าราชการ ทำลายทักษิณและยิ่งลักษณ์ ถ้าเป็นลูกผู้ชายออกมายืนยันให้ชัดว่าพวกเราหมายถึงพรรค ปชป. เพราะว่า ปชป.ไม่เคยใช้วิธีการเหล่านี้ ต้องกล้ายืนยันว่าตุลาการระดับสูงคนนั้นเป็นใคร ที่ขย้ำทักษิณและยิ่งลักษณ์ คดีทุกคดีที่ศาลได้ตัดสินล้วนแล้วแต่เกิดขึ้นจากพฤติกรรมของคุณทักษิณและคุณยิ่งลักษณ์ทั้งสิ้น ตัดสินอยู่บนพื้นฐานของกฎหมาย ถ้ามั่นใจว่าไม่ผิดกลับมาต่อสู้คดี คุณเป็นนักกฎหมาย อย่าทรยศต่อความยุติธรรม โดยการทำลายอำนาจตุลาการของบ้านเมือง ปชป.ไม่ได้สมคบคิดเพื่อให้ทหารออกมายึดอำนาจ ทหารออกมายึดอำนาจทั้งสองครั้งที่ผ่านมา เป็นเพราะการบริหารราชการการแผ่นดินที่เลวร้ายที่สุด มีการโกงกินประเทศอย่างเป็นกระบวนการ ไม่เคารพกฎหมายบ้านเมือง ทุกอย่างมีจารึกไว้เป็นหลักฐานประวัติศาสตร์ทั้งนั้น  
    "พรรคประชาธิปัตย์ไม่สามารถสั่งทหารให้ออกมาปฏิวัติได้ ที่ทหารปฏิวัติมาจากการประพฤติชั่วอย่างร้ายแรงของรัฐบาลที่ผ่านมาแทบทั้งสิ้น ผมรับผิดชอบทุกคำพูด จะเวทีไหนนัดมา ผมคงไม่ใช้คำไม่สุภาพเช่นคุณนครที่ใช้คำว่า ไม่มึงก็กูอยู่กันไม่ได้ไปข้างหนึ่ง แต่ผมจะบอกด้วยคำสุภาพว่า พี่ครับข้างนอกกับข้างในคุกอยู่ตรงไหนในอนาคต ให้เลือกที่อยู่ได้สบายนะครับ" นายราเมศ กล่าว 
    นายจุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์ รองโฆษกพรรค ปชป.กล่าวว่า พรรค ปชป.ไม่เคยสนับสนุนหรือสมคบคิดกับใครให้มีการยึดอำนาจ ดังนั้นพรรค ปชป.จึงไม่ใช่ไส้ศึกประชาธิปไตยที่สนับสนุนให้มีการยึดอำนาจอย่างที่นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ใส่ความแต่อย่างใด ทั้ง 2 ครั้งที่มีการยึดอำนาจ ฝ่ายยึดอำนาจจะอ้างว่ามีการทุจริตคอร์รัปชันอย่างรุนแรงโดยรัฐบาลในขณะนั้น ทั้งรัฐบาลไทยรักไทยและเพื่อไทย แถมประชาชนคนไทยส่วนใหญ่ก็เห็นคล้อยตาม จึงไม่ใช่เรื่องประชาธิปัตย์สมคบคิดกับใครให้ยึดอำนาจ แต่เป็นเรื่องรัฐบาลของพวกนายณัฐวุฒิเอง ลุแก่อำนาจ โกงจนมองไม่เห็นหัวประชาชน จนเป็นเหตุให้มีการยึดอำนาจ ทฤษฎีสมคบคิดทางการเมืองที่นายณัฐวุฒิพูดถึง น่าจะเป็นการสมคบคิดกันระหว่างนายนครกับนายณัฐวุฒิ เพื่อหาเหตุใส่ความพรรคประชาธิปัตย์มากกว่า ประมาณว่า "นครชง ณัฐวุฒิตบ สมคบกันใส่ความประชาธิปัตย์ "
     นายชลิตรัตน์ จันทรุเบกษา โฆษกพรรคชาติพัฒนา กล่าวว่า นายนครเคยมาเป็นสมาชิกพรรคชาติพัฒนา เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2556 และลงสมัครรับเลือกตั้งในปี พ.ศ.2557 ซึ่งการเลือกตั้งครั้งนั้นโมฆะ และภายหลัง นายนคร มาฉิม ก็ได้ลาออกจากพรรคชาติพัฒนาไปตั้งแต่วันที่ 7 เมษายน พ.ศ.2559 แล้ว จึงขอเรียนให้ทราบว่านายนครไม่ได้สังกัดพรรคชาติพัฒนาเป็นเวลากว่า 2 ปีแล้ว 
    นายสุริยะใส กตะศิลา รองคณบดีฯ วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม ม.รังสิต และ ผอ.สถาบันปฏิรูปประเทศไทย (สปท.) กล่าวว่า การที่นายนครระบุว่าการทุจริตคอร์รัปชันของนายทักษิณเป็นแค่วาทกรรมนั้นก็ไม่เป็นความจริง เพราะศาลพิพากษาว่าโกงและได้ข้อยุติในหลายๆ คดีไปแล้ว และหลายคดีมีใบเสร็จ มีหลักฐานคาหนังคาเขา จนนายทักษิณและน้องสาวต้องหลบหนี จนภาคประชาชนต้องลุกขึ้นมาต่อต้านเพื่อปกป้องชาติบ้านเมืองไว้ สมัยนายนครเป็นฝ่ายค้าน ทำหน้าที่ตรวจสอบ ก็ทำหน้าที่บนข้อเท็จจริงเช่นนี้ มาวันนี้พูดอีกอย่าง เท่ากับนายนครไม่ได้ใส่ใจความรู้สึกและรับผิดชอบต่อประชาชน 
คำพูดนครใบเสร็จการดูด
    "คนที่นายนครควรขอโทษไม่ใช่นายทักษิณ แต่ควรขอโทษประชาชนที่เลือกมาจะเหมาะสมกว่า นายนครมีสิทธิย้ายไปอยู่กับคุณทักษิณ แต่ก็ควรเคารพประชาชนที่เลือกนายนครที่ยืนอยู่ฝ่ายตรงข้ามและตรวจสอบคุณทักษิณในตอนนั้น เอาเข้าจริงๆ เรื่องนี้ใครๆ ก็รู้มันเป็นแค่ผลพวงของการดูด สิ่งที่นายนครพูดมันก็เปรียบเสมือนใบเสร็จของการดูดนั่นละ แต่อาจพยายามสร้างวาทกรรมเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของการดูดของพรรคที่กำลังด่าพรรคอื่น แต่กลับมาทำเสียเอง" นายสุริยะใส กล่าว 
    นายสามารถ แก้วมีชัย อดีต ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกระแสข่าวนายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ อดีต รมช.การคลัง เข้าร่วมพรรคเพื่อไทยว่า การได้นายประดิษฐ์ และนายนคร มาฉิม อดีต ส.ส.พิษณุโลก ประชาธิปัตย์เข้ามา จะทำให้ภาคเหนือตอนล่างที่เรามีอดีต ส.ส.ไม่ครบแข็งแรงขึ้นแน่นอน ยืนยันไม่มีอดีต ส.ส.ภาคเหนือของพรรคเพื่อไทยออกจากพรรค มีแต่จะมีผู้สมัครเพิ่ม เพราะทุกคนรู้ใจประชาชนดี แม้แต่ภาคอีสานที่มีข่าวคนย้ายพรรคเยอะ แต่ถึงเวลาเชื่อว่าจำนวนจะไม่มากตามที่เป็นข่าว เพราะทุกคนมีประสบการณ์จากการไปร่วมพรรคทหารที่มีโอกาสสอบตกสูง
       มีรายงานว่า หลังจากแกนนำและอดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทยร่วมงานฉลองวันเกิดอายุ 69 ปีของนายทักษิณ  ที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เมื่อวันที่ 26 ก.ค.ที่ผ่านมา กลุ่มอดีต ส.ส.ที่ใกล้ชิด น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ยังใช้เวลาพักผ่อนอยู่ที่ประเทศอังกฤษกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ โดย น.ส.ขัตติยา สวัสดิผล อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย โพสอินสตาแกรมสตอรี เป็นภาพน.ส.ยิ่งลักษณ์พากลุ่มอดีต ส.ส.ที่ใกล้ชิด อาทิ น.ส.ขัตติยา, น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์, นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ อดีต ส.ส.กทม., นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล  เดินเล่นใจกลางกรุงลอนดอน โดย น.ส.ยิ่งลักษณ์มีสีหน้ายิ้มแย้มพร้อมกับกล่าวว่า "คิดถึงทุกคน" 
    นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้ร่วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) เปิดเผยว่า ในวันที่ 5 ส.ค. เวลา 09.00 น.นี้ ที่โรงแรมแลนด์มาร์ค ถนนสุขุมวิท พรรค รปช.จะมีการประชุมผู้ร่วมก่อตั้งพรรคจำนวน 500 คน เพื่อเลือกคณะกรรมการบริหารพรรค ที่ประกอบด้วย หัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค เพื่อจะยื่นเรื่องต่อ กกต.ให้รับรองความเป็นพรรคการเมืองตามกฎหมายโดยสมบูรณ์  ส่วนใครจะเป็นหัวหน้าพรรคนั้น ก็ขึ้นอยู่กับมติที่ประชุมเป็นผู้เลือก ส่วนที่มีกระแสข่าวว่ามีชื่อนายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ และ ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล อดีต รมว.การคลัง เป็นแคนดิเดตหัวหน้าพรรคนั้น ไม่เป็นความจริง เพราะต้องให้ที่ประชุมเป็นผู้คัดเลือก  
    "มั่นใจว่าพรรค รปช.จะได้เป็นรัฐบาลแน่นอน เพราะการเลือกตั้งครั้งนี้จะไม่มีพรรคการเมืองใดได้เสียงข้างมากเด็ดขาดเพียงพรรคเดียว ดังนั้นการจัดตั้งรัฐบาลจึงต้องเป็นพรรครัฐบาลผสม ดังนั้นพรรคการเมืองที่มีเสน่ห์ที่สุด และเป็นตัวแทนของประชาชนอย่างแท้จริง ในขณะนี้ก็มีเพียงพรรคเราเพียงพรรคเดียวที่ใครก็อยากจะเชิญไปร่วมรัฐบาลมากที่สุด"
    เมื่อถามว่า ในการเลือกตั้งครั้งหน้า ถ้าพรรคเพื่อไทยได้เสียงมากที่สุด รปช.จะไปร่วมตั้งรัฐบาลด้วยหรือไม่ นายสุเทพกล่าวยืนยันว่า พรรคเพื่อไทยจะไม่ได้เป็นรัฐบาลอย่างแน่นอน ส่วนที่นายทักษิณระบุว่าพรรคเพื่อไทยจะชนะยิ่งกว่าแลนด์สไลด์นั้น นั่นนายทักษิณพูด แต่ตอนนี้คือนายสุเทพพูด
รวมมิตรฟุ้งชนะเพื่อไทย
     ที่ตลาดเทิดไท อ.เมืองฯ จ.นครราชสีมา นายภิรมย์ พลวิเศษ แกนนำและเลขาฯ กลุ่มสามมิตร กล่าวว่า กลุ่มสามมิตรจะต้องทำงานให้สำเร็จ ทั้งเรื่องปรองดอง เรื่องประชาชนชอบยุทธศาสตร์ชาติของกลุ่มสามมิตร คิดว่าอย่าว่าแต่ได้คนเลย เรามีโอกาสที่จะชนะพรรคเพื่อไทยขาดแน่นอนในภาคอีสาน ซึ่งเรายังเดินหน้าทุกวันทุกเวลาที่มีโอกาส เมื่อวันก่อนกลุ่ม นปช.หรือเสื้อแดง จ.กาฬสินธุ์ ที่มีฉายาครูเฒ่า กับที่นายวัชระกับคณะแกนนำหลักเชิญตนไปแลกเปลี่ยนในแนวทางนโยบาย โดยถ้าให้กลุ่มสามมิตรนำเสนอ พล.อ.ประยุทธ์เป็นวาระแห่งชาติ เขามีโอกาสที่จะมาร่วมงานกับเรา อย่างน้อยให้ตอบโจทย์ว่านโยบายแต่ละเรื่องสามารถแก้ปัญหาให้ประชาชนได้ ส่วนที่จะไปแลกเปลี่ยนกับ จ.บุรีรัมย์ รวมทั้งนายชิงชัย มงคลธรรม อดีตรัฐมนตรีศึกษาธิการนั้น  ได้นำเสนอความคิดกับตน เรื่องครูเป็นหนี้ปฏิญญาสารคาม เขาอยากให้รัฐบาลมาดูแลเขา ไม่ใช่ว่าเขาจะเบี้ยวหนี้สิน ได้แลกเปลี่ยนกับตนที่เป็นประโยชน์มาก และตนก็ได้คุยกับนายโสภณ เพชรสว่าง อดีตรองประธานสภาผู้แทนฯ ก็เห็นด้วยอย่างยิ่งว่าวิธีการจะปรองดองต้องปรองดองกับพี่น้องประชาชนว่าเขาต้องการอะไร 
    ส่วนพรรคเพื่อไทยโจมตีว่าสามมิตรเอาเรื่องปรองดองมาบังหน้า แท้ที่จริงมีวาระซ่อนเร้น นายภิรมย์ กล่าวว่า จะมีวาระซ่อนเร้นอะไรตนไม่รู้ แต่ว่าตนเดินทางแต่ละวันในนามของสามมิตร เขาตอบรับหมด ส่วนนางธิดา ถาวรเศรษฐ ประธาน นปช. โจมตีว่าเดินสายดูดเพื่อปั่นราคาสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ ต่อเหมือนกับการทำลายชาตินั้น มันจะทำลายชาติยังไงเนื่องจากวันนี้สามมิตรยังไม่ได้พูดสักครั้งว่าสนับสนุนเผด็จการ แต่จะสนับสนุนนายกรัฐมนตรีที่ทำความดีกับประชาชนเรื่องปากเรื่องท้อง เขาคิดก้าวหน้ากว่าแกนนำที่กล่าวถึง 
    “คนอีสานเขารักทักษิณ แต่เขาก็รักบิ๊กตู่เหมือนกัน เพราะว่าถ้าข้อไหนดี นโยบายข้อไหนที่ชาวบ้านได้ประโยชน์จากรัฐบาลเขาก็รัก ถ้าเกิดว่ารัฐบาลทำงานดีอย่าว่าเป็นนายกรัฐมนตรีเลย บิ๊กตู่อาจเป็นนายกฯ ตลอดชีวิตก็ได้ พวกผมเดินได้ขนาดนี้ ทำให้เรตติ้ง พล.อ.ประยุทธ์เป็นอันดับหนึ่งของประเทศไทย เป็นรองเรื่องกระแสพรรคเพื่อไทยไม่ถึง 10% โดยยังไม่ตั้งพรรคเลย ถ้าพวกผมเดินอีก 2-3 เดือน หรือ 4-5 เดือนก่อนเลือกตั้ง มั่นใจว่าสามมิตรที่หนุน พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ อาจจะชนะพรรคเพื่อไทยขาดก็ได้ ส่วนที่ทางอดีตนายกฯ ทักษิณระบุว่าหลังเลือกตั้ง 62 แลนด์สไลด์ คำว่าแลนด์สไลด์มันไม่อยู่กับจำนวน ส.ส.ที่สังกัดพรรคใดพรรคหนึ่ง แต่คือวัดที่พี่น้องประชาชนว่าต้องการอะไรเมื่อมีการเลือกตั้ง ผมมั่นใจว่าถ้าให้มีเวทีเดินแลกเปลี่ยนพี่น้องประชาชนในอีสาน อย่าว่าแต่อีสานเลย กรุงเทพฯ ภาคเหนือ เพื่อไทยแพ้สามมิตรแน่นอนครับ“ นายภิรมย์กล่าว
     วันเดียวกัน นายนพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล เปิดเผยผลสำรวจเรื่อง ประชาชนคิดอย่างไรต่อการเลือกตั้ง และคุณสมบัติของ ส.ส.ที่ดี  กรณีศึกษาตัวอย่างประชาชนทุกสาขาอาชีพ 1,147 ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 20-28 ก.ค.2561 ที่ผ่านมา พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 81.9 ระบุการเลือกตั้งเป็นเรื่องจำเป็น ในขณะที่ร้อยละ 18.1 ระบุไม่จำเป็น เมื่อถามถึงความเหมาะสมของช่วงวันเลือกตั้ง พบว่า เกินครึ่งหรือร้อยละ 54.8 ระบุการเลือกตั้งเหมาะสมช่วงต้นปีหน้า รองลงมาคือร้อยละ 30.1 ระบุการเลือกตั้งเหมาะสมช่วงกลางปีหน้า และร้อยละ 15.1 ระบุการเลือกตั้งเหมาะสมช่วงปลายปี ที่น่าเป็นห่วงคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 90.3 ยังไม่เข้าใจวิธีการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบใหม่ หรือไพรมารีโหวต ในขณะที่ร้อยละ 9.7 เข้าใจแล้ว 
    สวนดุสิตโพล เปิดเผยผลสำรวจเรื่อง "ประชาชนคิดอย่างไรกรณีผู้สมัคร ส.ส.ย้ายพรรค" จากความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ 1,096 คน ระหว่างวันที่ 24-28 ก.ค.2561 สรุปผลได้ดังนี้ อันดับ 1 ระบุว่าเป็นเรื่องปกติทางการเมือง มีให้เห็นในช่วงเลือกตั้ง 47.04%, อันดับ 2ถูกจับตามอง น่าจะเกี่ยวข้องกับการดูด ส.ส. 31.19%,  อันดับ 3 เป็นสิทธิของผู้สมัครที่มีอิสระในการย้ายพรรค  30.28%, อันดับ 4    ทำให้ระบบพรรคการเมืองไม่เข้มแข็ง ต้องหาทางแก้ไข รับมือ 22.16% 
     ระหว่าง “ตัวผู้สมัคร ส.ส.” กับ “พรรคการเมือง” ประชาชนให้ความสำคัญอะไรมากกว่ากัน อันดับ 1 ระบุ พอๆ กัน 38.69% เพราะการทำงานจะมีประสิทธิภาพต้องอาศัยทั้งตัวผู้สมัคร และพรรคการเมืองที่ร่วมมือกัน สำคัญทั้งคู่ ฯลฯ, อันดับ 2 ตัวผู้สมัครมากกว่า     33.30% เพราะเป็นปากเสียงให้กับประชาชน เป็นผู้ปฏิบัติ รู้ปัญหาในพื้นที่ ทำงานใกล้ชิดประชาชน ฯลฯ,  อันดับ 3 พรรคที่สังกัดมากกว่า 28.01% เพราะถ้าพรรคเข้มแข็ง หัวหน้าพรรคดี มีนโยบายโดนใจ จะส่งเสริมการทำงานของผู้สมัครได้ดีขึ้น ฯลฯ
     ทำไม? ผู้สมัคร ส.ส.จึงย้ายพรรค อันดับ 1 ระบุว่า เป็นเรื่องผลประโยชน์ มองหาความมั่นคงและโอกาสที่ดีกว่า 38.90%, อันดับ 2 มีความขัดแย้งภายใน พรรคไม่มีเสถียรภาพ 32.89%, อันดับ 3 อุดมการณ์ แนวคิด ทัศนคติการทำงานไม่ตรงกัน 24.87%, อันดับ 4 ต้องการเปลี่ยนแปลง ลองหาประสบการณ์จากพรรคอื่น 19.52%, อันดับ 5 ถูกชักชวน รู้สึกว่าได้รับความสำคัญ และการยอมรับ 15.64%
     และเมื่อถามว่า ถ้าผู้สมัคร ส.ส.ที่เคยเลือกเมื่อการเลือกตั้งครั้งที่แล้วย้ายพรรค ประชาชนจะยังเลือกผู้สมัครคนนี้อีกหรือไม่ อันดับ 1 ไม่แน่ใจ 50.91% เพราะ คงต้องรอดูก่อนว่าย้ายไปพรรคไหน ใครเป็นหัวหน้าพรรค ดูนโยบาย พิจารณาจากหลายๆ ปัจจัย ฯลฯ,  อันดับ 2 เลือก 27.28% เพราะดูที่ตัวบุคคล ชื่นชอบ มีผลงานดี เป็นคนเก่ง มีความสามารถ มีประสบการณ์ เข้าใจปัญหาในพื้นที่ ฯลฯ, อันดับ 3 ไม่เลือก 21.81% เพราะรู้สึกผิดหวัง ไม่เชื่อมั่น เหมือนเป็นคนขาดอุดมการณ์ เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนมากกว่า ฯลฯ.  

'นคร มาฉิม' ลั่นมีอุดมการณ์ตรงกับพรรคเพื่อไทย

    
 


30 ก.ค.61 - นายนคร มาฉิม อดีตส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่าขอถามกลับไปยังพรรคประชาธิปัตย์ว่า ทำไมต้องมีการบอยคอร์ดการเลือกตั้งถึง 2 ครั้ง และทำไมทหารจะต้องเข้ามายึดอำนาจทั้ง 2 ครั้ง มันคืออะไร ตนไม่ได้เป็นศัตรูกับพรรคประชาธิปัตย์ แต่ตนเป็นศัตรูกับระบอบเผด็จการ และเครือข่ายของเผด็จการ ตนไม่เข้าใจว่าทำไมพรรคประชาธิปัตย์ถึงมาเดือดเนื้อร้อนใจอะไร

นายนคร กล่าวว่าขอชวนพรรคประชาธิปัตย์มาร่วมกับกับฝ่ายประชาธิปไตย เพื่อสู้และล้างระบอบเผด็จการ พรรคประชาธิปัตย์กล้าบอกต่อสาธารณะได้หรือไม่ว่าจะไม่เอานายกฯ คนนอก และพร้อมร่วมกันล้างมรดกบาปของคสช. ล้างรัฐธรรมนูญฉบับเผด็จการชุดนี้ให้หมดไปได้หรือไม่

"ได้พูดคุยกับผู้ใหญ่บางท่านของพรรคเพื่อไทย แต่ยังไม่สามารถขยับอะไรได้ ซึ่งผู้ใหญ่ได้ทาบทามมายังผมว่า ถ้าเรามีอุดมการณ์เดียวกัน ก็มาร่วมต่อสู้ในวิถีทางประชาธิปไตยมาร่วมอุดมการณ์เดียวกันได้หรือไม่ โดยผมได้ตอบไปว่าถ้าเรามีอุดมการณ์เดียวกัน และต่อต้านเผด็จการเราก็มาร่วมกันได้ อย่างไรก็ตาม หากพรรคเพื่อไทยมีการเปลี่ยนจุดยืนทางการเมือง เช่น เข้าข้างรัฐบาล หรือสนับสนุนรัฐบาล หรือสนับสนุนคนนอกเป็นนายกฯ ผมก็ไม่ขอเข้าร่วมด้วย"นายนคร กล่าว

(โปรดคลิกที่รูป เพื่ออ่านข่าว)

 

 

 

 

สุดเจ๋ง! มธ. ผุด“เรือสำรวจขนาดพกพา” พร้อมรับมือน้ำท่วม

    
 

คณะวิทยาศาสตร์ มธ.เปิดตัว เรือสำรวจขนาดพกพา นวัตกรรมวัดระดับความลึกคูคลองหนองบึง พร้อมรับมือน้ำท่วม - กักเก็บน้ำยามฝนทิ้งช่วง


30ก.ค.61-คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) เปิดตัว “เรือสำรวจขนาดพกพา” นวัตกรรมเรือบังคับพลังงานแสงอาทิตย์ สำหรับวัดระดับความลึกท้องน้ำ เพื่อคำนวณความสามารถของแม่น้ำในการรองรับปริมาณน้ำกรณีเกิดอุทกภัย โดยนวัตกรรมดังกล่าว เป็นการทำงานร่วมกันใน 3 ส่วนคือ 1. อุปกรณ์ระบบโซนาร์วัดความลึกจากผิวน้ำ พร้อมอุปกรณ์จีพีเอส 2. อุปกรณ์วัดค่าคุณภาพน้ำในระดับพื้นฐาน และ 3. อุปกรณ์ชุดอินเทอร์เน็ต ออฟ ธิง

 ทั้งนี้ ระบบดังกล่าว ยังสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ในหลากมิติ ทั้งการสำรวจคุณภาพน้ำ การเป็นข้อมูลในการติดตามความตื้นเขินคูคลอง เพื่อเตรียมขุดลอกคูคลองรองรับปริมาณน้ำ รวมถึงสำรวจพื้นที่น้ำท่วม และหาเส้นทางเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัย อย่างไรก็ตาม นวัตกรรมดังกล่าว อยู่ระหว่างการยื่นจดอนุสิทธิบัตร โดยล่าสุด สามารถคว้ารางวัลเหรียญทองเกียรติยศ จากเวทีประกวดสิ่งประดิษฐ์เวทีนานาชาติ ครั้งที่ 46 ณ กรุงเจนีวา ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ 

รศ.ดร.สุเพชร จิรขจรกุล รองคณบดีฝ่ายยุทธศาสตร์และพัฒนาองค์กร คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มธ. ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ (Geo-Informatics) หัวหน้าทีมวิจัย กล่าวว่า ทีมนักวิจัย ได้คิดค้นและพัฒนา “เรือสำรวจขนาดพกพา” นวัตกรรมเรือบังคับวิทยุพลังงานแสงอาทิตย์ สำหรับวัดระดับความลึกท้องน้ำ เพื่อคำนวณความสามารถของแม่น้ำหรือคูคลอง ในการรองรับปริมาณน้ำ และสามารถใช้งานกรณีเกิดอุทกภัยและกรณีฝนทิ้งช่วง พร้อมแสดงผลข้อมูลแบบเรียลไทม์ (Real Time) บนสมาร์ทโฟน

 โดยสามารถทำงานได้ต่อเนื่องกว่า 3 ชั่วโมง ในระยะทางควบคุม 500 เมตร มีค่าความผิดพลาดระดับความลึกโดยเฉลี่ย 3 เซนติเมตร ที่ระดับความลึกสูงสุดที่ได้ทดลองใช้งาน 20 เมตร ทั้งนี้ นวัตกรรมดังกล่าว เป็นการบูรณาการองค์ความรู้ร่วมกันระหว่าง ระบบอินเทอร์เน็ต ออฟ ธิง (IoT: Internet of Things) และการจัดทำแผนที่ด้วยระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ (GIS) เข้าด้วยกัน

รศ.ดร.สุเพชร กล่าวต่อว่า สำหรับการทำงานของนวัตกรรมดังกล่าว ประกอบด้วยองค์ประกอบ 3 ส่วน คือ 1. อุปกรณ์ระบบโซนาร์วัดความลึกจากผิวน้ำ พร้อมอุปกรณ์จีพีเอส (GPS) ที่ช่วยระบุตำแหน่งของเรือบังคับ 2. อุปกรณ์วัดค่าคุณภาพน้ำในระดับพื้นฐาน ได้แก่ ค่าอุณหภูมิ ค่าความเป็นกรดด่าง (pH) และค่าออกซิเจนละลายในน้ำ (Dissolved Oxygen: DO) และ 3. อุปกรณ์ชุดอินเทอร์เน็ต ออฟ ธิง (IoT) เพื่อบันทึกค่า และส่งข้อมูลไปยัง Cloud Server โดย “การวัดระดับความลึกท้องน้ำ” ใช้อุปกรณ์ระบบโซนาร์ วัดความลึกจากท้องเรือลงไปถึงพื้นคลองหรือร่องน้ำ และสามารถแสดงผลข้อมูลเรียลไทม์บนสมาร์ทโฟน ทีมวิจัยสามารถประมวผลข้อมูลระยะความลึกที่ได้ มาเทียบกับความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง (Mean sea level) และจัดทำแผนที่ระดับความตื้น-ลึกของแหล่งน้ำใน ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ (GIS) และอาศัยพลังงานแสงอาทิตย์ช่วยเพิ่มพลังงานให้กับแบตเตอรี่ในระหว่างการสำรวจในแหล่งน้ำเพื่อเพิ่มระยะเวลาการสำรวจได้นานขึ้น

  

ทั้งนี้ นวัตกรรมดังกล่าว ยังสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ในหลากมิติ อาทิ การสำรวจคุณภาพน้ำ เพื่อทดสอบคุณภาพของน้ำว่า เหมาะแก่การใช้งานในภาคการเกษตรหรือไม่ การเป็นข้อมูลในการติดตามความตื้น-ลึกคูคลอง เพื่อวางแผนขุดลอกคูคลองรองรับปริมาณน้ำ แม้ในกรณีอุทกภัยสามารถใช้สำรวจพื้นที่น้ำท่วม และหาเส้นทางเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยทีมวิจัยได้ทำการทดสอบประสิทธิภาพบริเวณแหล่งน้ำในพื้นที่ตัวอย่าง จ.นครสวรรค์ และ จ.ปราจีนบุรี และสระเก็บน้ำในแปลงเกษตรทดลองของ มธ. 

 ในกระบวนการสำรวจที่ผ่านมานั้น อาจจะต้องพึ่งพาเครื่องมือขนาดใหญ่จากต่างประเทศ ซึ่งมีราคาสูง และต้องอาศัยเจ้าหน้าที่วิศวกรที่มีความเชี่ยวชาญในการดำเนินสำรวจ และประมวลผลระดับความลึกท้องน้ำ และต้องใช้แรงงานจำนวนมาก รวมถึงใช้ระยะเวลาสำรวจและประมวลผลนาน ซึ่งนวัตกรรมนี้ จะช่วยลดข้อจำกัดดังกล่าวได้ และยังสามารถเพิ่มอุปกรณ์เชื่อมต่อเพื่อสนับสนุนงานวิจัยด้านแหล่งน้ำในอนาคต  

อย่างไรก็ตาม นวัตกรรม “เรือสำรวจขนาดพกพา” เป็นผลงานวิจัยร่วมกับ ผศ.ดร.ธนิท เรืองรุ่งชัยกุล, ผศ.ดร.ธเนศ วีระศิริ และ อาจารย์ณัฐพล จันทร์แก้ว อาจารย์ประจำสาขาวิชาเทคโนโลยีเพื่อการพัฒนายั่งยืน คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มธ. โดยนวัตกรรมดังกล่าว อยู่ระหว่างการยื่นจดอนุสิทธิบัตร โดยล่าสุด ได้รับรางวัลเหรียญทองเกียรติยศ จากเวทีประกวดสิ่งประดิษฐ์เวทีนานาชาติ ครั้งที่ 46 (46th International Exhibition of Inventions of Geneva) ณ กรุงเจนีวา ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ (Switzerland) รศ.ดร.สุเพชร กล่าวทิ้งท้าย

ด้าน รศ.ดร.สมชาย ชคตระการ คณบดี คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มธ. กล่าวเสริมว่า ที่ผ่านมา ประเทศไทย ประสบปัญหาในการเตรียมขุดลอก พื้นที่แม่น้ำ คูคลอง เพื่อรองรับปริมาณน้ำในช่วงหน้าฝนเป็นอย่างมาก ซึ่งสังเกตได้ว่า ในช่วงที่ฝนตกหนักติดต่อกัน ได้ก่อให้เกิดมวลน้ำจำนวนมากเกิดอุทกภัยและไหลเข้าพื้นที่นาข้าว และสร้างความเสียหายแก่เกษตรกรเป็นจำนวนมาก ขณะเดียวกัน ก็ประสบปัญหาในการกักเก็บน้ำฝน ที่ไม่เพียงพอต่อการทำการเกษตรในช่วงหรือช่วงหน้าแล้ง 

คณะวิทยาศาสตร์ฯ มธ. ได้เล็งเห็นถึงปัญหาของสังคมในด้านต่างๆ จึงมีนโยบายสนับสนุนและผลักดันงานวิจัยของคณาจารย์ในทุกมิติ ให้เป็นเหมือนเครื่องมือหนึ่ง ที่สามารถช่วยเหลือและแก้ปัญหาสังคมได้อย่างเป็นรูปธรรม พร้อมกันนี้ ยังปลูกฝังหลักคิดในการต่อยอดองค์ความรู้วิทยาศาสตร์ และบริหารธุรกิจแก่นักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่ เพื่อให้บัณฑิตสามารถสร้างสรรค์ธุรกิจที่สร้างรายได้ในอนาคต หรือนวัตกรรมที่ช่วยแก้ปัญหาสังคมในแง่มุมต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตอกย้ำยุทธศาสตร์ “นักวิทย์คิดประกอบการ” หรือ “SCI+BUSINESS” อย่างแท้จริง ทั้งนี้สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ ฝ่ายประชาสัมพันธ์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มธ. ศูนย์รังสิต โทร. 02-564-4491 ต่อ 2020   เฟซบุ๊กแฟนเพจ www.facebook.com/ScienceThammasat เว็บไซต์ www.sci.tu.ac.th.

ผู้แปรพักตร์ที่โดนเท?

    
 

      ฟันธงได้ว่า...มีการเตรียมตัวมาอย่างดี

      "นคร มาฉิม" โผล่มาในสถานการณ์ที่เพื่อไทยกำลังเลือดไหล ส่วน "นายใหญ่" ถูกตอกหมุดด้วยหมายจับใบที่ ๕

      พูดง่ายๆ สถานการณ์ไม่สู้ดี....

      สิ่งที่จะสามารถกอบกู้ไว้ได้บ้างคือ สร้างสถานการณ์ที่ "ช็อก" ทางการเมืองขึ้นมา

      และก็ช็อกไปตามๆ กัน เมื่อ "นคร มาฉิม" ตั้งใจใช้ความเป็นอดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ขอโทษทักษิณ พร้อมกับชื่นชมว่า ทักษิณบริหารประเทศได้สุดยอด เป็นเหตุให้พรรคประชาธิปัตย์ ฝ่ายอนุรักษนิยม นายทุน ขุนศึก ศักดินาอำมาตย์ เครือข่ายข้าราชการ พ่ายแพ้ราบคาบ

      ฟังดูเหมือนโจรกลับใจ!

      แต่....

      นคร มาฉิม ไม่ใช่ ส.ส.โนเนม เป็นถึงขุนพลเหนือตอนล่างกลางตอนบนของพรรคประชาธิปัตย์ ทำงานการเมืองคู่กับ "หมอวรงค์ เดชกิจวิกรม" ผู้มีบทบาทสูงในการแฉโคตรโกงในรัฐบาลยิ่งลักษณ์ อย่างเข้มข้น

      แล้วทำไม "นคร มาฉิม" ถึงกลับหลังหันให้สิ่งที่ตนเองเคยยึดมั่นมา

      "นคร มาฉิม" ยังจำวันที่ตนเองถูกขู่ฆ่ายกครัว เพราะดันไปแฉนักการเมืองทรงอิทธิพลของระบอบทักษิณรุกป่าที่เชียงรายได้หรือเปล่า

      "นคร มาฉิม" จำการซักฟอกรัฐบาลยิ่งลักษณ์เมื่อ เดือนพฤศจิกายน ๒๕๕๕ ได้หรือไม่

      เพราะการอภิปรายไม่ไว้วางใจในครั้งนั้น "นคร มาฉิม" เป็นตัวตั้งตัวตี ไล่ถล่ม พลตำรวจโทชัจจ์ กุลดิลก รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม 

      เนื้อหาเรื่องการทำผิดกฎหมายการรถไฟของประเทศไทย และกฎหมายคุณสมบัติพนักงานรัฐวิสาหกิจ กรณีแต่งตั้งนายประภัสร์ จงสงวน เป็นผู้ว่าฯ การรถไฟแห่งประเทศไทย ที่ขาดคุณสมบัติ

      ส.ส.พรรคเพื่อไทยขณะนั้นเป็นเดือดเป็นแค้น เข้าชื่อถอดถอน "นคร มาฉิม" อ้างว่าเป็นการอภิปรายนอกจากญัตติ

      สุดท้ายจบที่ ป.ป.ช. จำหน่ายคดีถอดถอนนี้ออกไป

      ถ้า "นคร มาฉิม" บอกว่า งานทั้งหมดที่ทำมาเพราะเข้าใจผิด ก็ถือว่าเป็นนักการเมืองชั้นเลว ใช้ไม่ได้

      เป็นบุคคลที่ไร้การไตร่ตรองก่อนลงมือทำอย่างสิ้นเชิง

      อย่างไรก็ตาม....ถ้ารู้จัก "นคร มาฉิม" จะรู้ว่าการออกมาเทิดทูนนักโทษหนีคุกในครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร เพราะนอกจากจะออกจากพรรคประชาธิปัตย์ไปนานแล้วตั้งแต่ปี ๒๕๕๖

      ยังเคยใช้สถานะผู้สมัคร ส.ส.พรรคชาติพัฒนา ไปโผล่ทีวีเสื้อแดง โจมตีพรรคประชาธิปัตย์ กรณีที่ไปตรวจสอบโกงจำนำข้าวรัฐบาลยิ่งลักษณ์ มานานนับปีแล้ว

      และครั้งนี้ส่วนหนึ่งมาจากความแค้นใจ ที่ทหารจากกองทัพภาคที่ ๓ บุกค้นบ้านเมื่อปี ๒๕๕๙ เพราะมีพฤติการณ์ต่อต้านเผด็จการทหารขัดขืนต่อคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ ๑๓/๒๕๕๙

      ดังนั้น วันนี้จึงถือว่า "นคร มาฉิม" เป็นคนในระบอบทักษิณ ยืนเคียงข้างคนที่ถูกศาลพิพากษาว่า  "โกง" อย่างเต็มตัวแล้ว

      ส่วนสาเหตุแห่งการแปรพักตร์...

      คงไม่ต่างจาก นพดล ปัทมะ, สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ที่มีร่องรอยทางการเมืองให้เห็น

      แต่หลังจากนั้นล้วนมีจุดจบไม่ต่างกัน กลับบ้านเก่าก็ไม่ได้.

 

 

 

 

 

...................................................................

30 กรกฎาคม 2561

 

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน