*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 4083
  • จำนวนผู้ชม : 2820470
  • จำนวนผู้โหวต : 534
  • ส่ง msg :
  • โหวต 534 คน
<< สิงหาคม 2018 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันศุกร์ ที่ 3 สิงหาคม 2561
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 527 , 20:10:08 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

สวัสดีครับ

         การระบายน้ำจากอ่างเก็บน้ำตามเขื่อนต่างๆนั้น จำเป็นจะต้องใช้ความรู้ความชำนาญในการคาดการณ์ เพื่อให้เกิดความพอดี

ได้ประโยชน์สูงสุด หลีกเลี่ยงผลกระทบร้ายแรงต่อชาวบ้านให้เหลือน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ ไม่ใช่ว่าพอเห็นมีน้ำหลากเข้าอ่างเก็บกัก

มากเกินควร ก็จะรีบระบายออกโดยเร็ว จนเกิดเป็นอันตรายจากน้ำที่ระบายอย่างไม่ดูตาม้าตาเรือนั้นขึ้นได้ หรือไม่เก็บกักเอาไว้ใช้ใน

ยามแล้งเท่าที่ควร จนเกิดขาดแคลนน้ำในการเกษตร การอุตสาหกรรม การอุปโภคบริโภคตามมาภายหลัง

         นอกจากนั้น ตามปกติแล้ว มีพื้นที่ที่จะถูกน้ำท่วมขังในฤดูฝนหรือฤดูน้ำหลากอยู่แล้ว ซึ่งประเทศก็มีโครงการแก้ไขระบบน้ำทุก

แหล่งน้ำทั่วประเทศ ที่อยู่ในเม็กกะโปรเจ็คที่สอดคล้องกันในปัจจุบัน

         อย่างไรก็ดี สำหรับรายงานข่าวว่ามีนักวิชาการหลายรายพากันออกมาแสดงความเห็นผ่านสื่อต่างๆด้วยความเป็นห่วงนั้น คำว่า

นักวิชาการอาจจะมิใช่นักวิชาการในระบบชลประทานโดยตรง เพียงแต่ห่วงใยสถานการณ์ว่าจะเป็นดังที่เกิดในปี 2554 ก็ได้ แต่อันที่

จริงแล้ว การเกิดเหตุน้ำท่วมเมื่อปี 2554 เกิดจากการที่นักการเมืองที่มีอำนาจโดยตรง หรืออำนาจแฝง สั่งการให้ผู้ปฏิบัติผิดไปจากที่

ควรเพื่อรักษาผลประโยชน์ของตนเองเท่านั้นเอง

         

 

 

น.1เผยคดีลูกชายลุงโดดศาลอาญาคืบหน้า80เปอร์เซ็นต์

น.1เผยคดีลูกชายลุงโดดศาลอาญาคืบหน้า80เปอร์เซ็นต์

วันศุกร์ ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 17.58 น.

3 ส.ค.61 ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผบช.น.พร้อมด้วย พล.ต.ต.สมพงษ์ ชิงดวง รอง ผบช.น. , พล.ต.ต.อนุรักษ์ แตงเกษม รอง ผบช.น. , พล.ต.ต.เสนิต สำราญสำรวจกิจ ผบก.น.1 และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ดินแดง ประชุมติดตามความคืบหน้า คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง สำนวนคดีอาญาที่ 418/2559 สถานีตำรวจนครบาลดินแดง กรณี นายธนิต ทัฬหสุนทร ถูกแทงจนถึงแก่ความตาย เหตุเกิดเมื่อ 15 เม.ย.59 ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง จึงเสร็จสิ้น

พล.ต.ท.ชาญเทพ กล่าวภายหลังการประชุมว่า หลังจากได้ตั้งคณะทำงานสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริง ผ่านไป 8 วัน มีความคืบหน้าไปมากกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ ตอนนี้มีพยานหลักฐานใหม่เพิ่มเติม แต่ศาลอุทธรณ์จะรับ หรือไม่รับเป็นอีกเรื่องหนึ่ง พยานหลักฐานที่ได้เพิ่มมาอยู่ในสำนวนเก่าอยู่แล้ว ส่วนพยานที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเรียกมาให้ปากคำ 3 รายนั้น ต้องให้อัยการดูอีกครั้งว่า เห็นสมควรที่จะนำเข้ายื่นอุทธณ์หรือไม่ ตามกฎหมายมีช่องทางที่จะนำเข้าสู่ชั้นอุทธรณ์ได้

เมื่อถามว่า หากดูจากสำนวนเก่ามีน้ำหนักพอที่จะลงโทษจำเลยได้หรือไม่ เพราะมีหลายข้อมูลระบุว่าสำนวนค่อนข้างอ่อน พล.ต.ท.ชาญเทพ กล่าวว่า สำนวนค่อนข้างที่จะสมบูรณ์ มิฉะนั้นคงสั่งฟ้องไม่ได้ แต่การนำสืบพยาน หรือการที่จะทำให้ศาลเชื่อค่อนข้างน้อย แต่ก็ได้ขอให้อัยการทำคำร้องเพิ่มเติมเข้าไป ส่วนกรณีที่เป็นปัจจัยทำให้หลักฐานน้อยเกินไปนั้น อยู่ระหว่างดำเนินการสอบคณะกรรมการอยู่

เหลือใครบ้าง? ผู้ต้องหา 'ทุจริตเงินทอนวัด' ที่หลบหนี

เหลือใครบ้าง? ผู้ต้องหา 'ทุจริตเงินทอนวัด' ที่หลบหนี

วันพฤหัสบดี ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 14.12 น.

ผู้ต้องหาในคดีทุจริตงบประมาณของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) หรือ "คดีเงินทอนวัด" ตอนนี้ยังหลบหนีการจับกุมของเจ้าหน้าที่อยู่อีก 4 ราย ประกอบด้วย

1.อดีตพระพรหมเมธี หรือ พระจำนงค์ ธมฺมจารี อดีตเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศารามวรวิหาร ผู้ต้องหาหนีหมายจับความผิดฐานร่วมกันฟอกเงิน ตามพระราชบัญญัติ ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542

 

 

โดยช่วงแรกพระพรหมเมธี ได้หลบหนีไปที่ สปป.ลาว จากนั้น พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ได้ประสานตำรวจลาวให้จับตัว แต่พระพรหมเมธี เกิดไหวตัวทัน จึงเดินทางไปยังกัมพูชา แล้วขึ้นเครื่องบินไปลงยังสนามบินแฟรงก์เฟิร์ต ประเทศเยอรมัน เมื่อคืนที่วันที่ 2 มิ.ย.2561 จากการตรวจสอบข้อมูลของตำรวจชุดสืบสวนจับกุมพบว่า พระพรหมเมธี เดินทางเข้าประเทศเยอรมนี โดยมีเป้าหมายคือ สำนักงานผู้อพยพและผู้ลี้ภัย ในเยอรมนี เพื่อจะขอยื่นเรื่องเป็นผู้ลี้ภัย 

ส่วนสาเหตุที่พระพรหมเมธี ต้องหลบหนีและต้องขอสิทธิ์เป็นผู้ลี้ภัยให้ได้ เนื่องจากรู้ตัวว่ากระทำผิดร้ายแรง ไม่ใช่แค่คดีทุจริตเงินทอนเท่านั้น แต่ยังมีเรื่องเสื่อมเสียที่ร้ายแรง โดยเฉพาะมีสีกาใกล้ชิดและอยู่กินเป็นภรรยา นอกจากนี้ยังให้สีกาคนนี้ออกงานใหญ่ร่วมกันเสมอๆ ด้วย ไม่เว้นงานพิธีสำคัญ ทำให้รู้ตัวว่าจะต้องโดนลงโทษหนัก เพราะทำเสื่อมเสียอย่างรุนแรง

 

2.น.ส.ประนอม คงพิกุล หรือ เจ๊นอม อดีตรอง ผอ.พศ.ที่พบข้อมูลว่าได้หลบหนีออกนอกประเทศไปแล้วก่อนที่กองปราบปรามจะเข้าจับกุมผู้ต้องหาเมื่อวันที่ 1 ส.ค.ที่ผ่านมา สำหรับ น.ส.ประนอม คงพิกุล เกิดเมื่อ 30 ส.ค.2500 เรียนจบครุศาสตรบัณฑิต สาขาเทคโนโลยี วิทยาลัยครูเพชรบุรีวิทยาลงกรณ์ และครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการบริหารการศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ยื่นใบลาออกจากตำแหน่งรอง ผอ.พศ.เมื่อปี 2560 ที่ผ่านมา หลังจากถูกสั่งย้ายไปสังกัดสำนักงาน กพ.เนื่องจากมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีทุจริตเงินทอดวัด

3.นายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ อดีต ผอ.พศ.ผู้ต้องหารายสำคัญ ซึ่งถือเป็นตัวการใหญ่ที่อยู่เบื้องหลังกรณีเงินทอนวัดทั้งหมด ที่พบว่าหลบหนีอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกา โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างประสานเพื่อขอส่งตัวเป็นผู้ร้ายข้ามแดน กลับมาดำเนินคดีที่ประเทศไทย

 

 

สำหรับนายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ เกิดวันที่ 12 พ.ย.2496 สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี จากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี จบการศึกษาปริญญาโท จากมหาวิทยาลัยบูรพา โดยเข้ารับราชการ เมื่อวันที่ 8 ก.พ.2531 ในตำแหน่งวิศวกรโยธา ระดับ 3 จากนั้นได้รับการแต่งตั้งให้เป็นวิศวกรโยธา 8 วช.กองพุทธศาสนสถาน ปี 2545 และได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้อำนวยการกองพุทธศาสนสถาน สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ปี 2546 และเป็นรอง ผอ.พศ.ระดับ 9 ในปี 2550 จนได้รับการเสนอชื่อจาก พศ.เสนอแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ผอ.พศ.และ ครม.ในยุครัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มีมติเห็นชอบให้เป็น ผอ.พศ.เมื่อวันที่ 24 ส.ค.2553 

นายนพรัตน์ มีผลงานผลักดันดูแลหลายโครงการ เช่น โครงการพัฒนากิจการคณะสงฆ์ชายแดนใต้ ประจำปีงบประมาณ 2553 ทั้งเรื่องของการศึกษาพระปริยัติธรรมของคณะสงฆ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ อบรมพระธรรมทูต โครงการวัดช่วยวัด เพื่อกระตุ้นให้วัดที่มีศักยภาพให้การช่วยเหลือ ดูแลวัดในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ โครงการส่งเสริมความมั่นคงของพระพุทธศาสนาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ การอุดหนุนการส่งเสริมการเผยแพร่พระพุทธศาสนา ฯลฯ

นอกจากนี้ ยังเป็นที่กล่าวขานว่า มีสายสัมพันธ์อันดีกับวัดพระธรรมกาย เคยเป็นเลขานุการวัดพระธรรมกายสนับสนุนการจัดงานพิธีบุญสารพัดที่ทางวัดจัดขึ้น อำนวยความสะดวกด้านพระพุทธศาสนาจนออกหน้าออกตา เคยร่วมขบวนทำบุญตักบาตร "ธุดงค์ธรรมชัย" ที่เคยจัดขึ้นอย่างใหญ่โต ก่อนเกษียณราชการในเวลาต่อมา กระทั่งตำรวจสืบเชิงลึกจนพบว่ามีส่วนทุจริตงบอุดหนุนวัด และเป็นตัวการใหญ่โกงเงินทำนุบำรุงศาสนา ก่อนที่นายนพรัตน์ จะไหวตัวหลบหนีไปต่างประเทศอย่างลอยนวลในปัจจุบัน

 

และ 4.นายเจษฎา วงศ์เฆม ซึ่งเป็นผู้ต้องหาในคดีทุจริตเงินทอนวัดเพียงคนเดียวที่ไม่ใช่ข้าราชการตอนนี้มีเพียงกระแสข่าวว่ายังหลบหนีอยู่ในพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช แต่ยังไม่มีการควบคุมตัวมาดำเนินคดี 

สำหรับนายเจษฎา วงศ์เมฆ ถือเป็นเซียนพระตัวยงคนหนึ่งมีสัมพันธ์กับหลายวัดในจังหวัดนครศรีธรรมราช รวมทั้งพระผู้ใหญ่ จึงเป็นช่องทางในการเข้าประสานงานได้และมีความน่าเชื่อถือ ในวงการเซียนพระเรียกกันว่า "ลุงทอง" นอกจากนี้ นายเจษฎา ยังเคยลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาเทศบาลนครนครศรีธรรมราช ในทีมนักการเมืองรายหนึ่งจากพรรคประชาธิปัตย์ แต่ไม่ประสบความสำเร็จ หลังจากนั้นได้หันมาสร้างพระเครื่องจำหน่ายในวงการ ปัจจุบันมีสุขภาพไม่สู้ดีนัก และมีรายงานว่าเจ้าตัวทราบเรื่องที่ถูกออกหมายจับแล้วและได้เดินทางออกจากบ้านในย่าน ต.ในเมือง อ.เมืองนครศรีธรรมราช ไปหลบยังสถานที่แห่งหนึ่ง

อันตราย!! นักวิชาการโวยรัฐปล่อย 115 เขื่อนวิกฤติ จี้เร่งคายแผนระบายน้ำ

อันตราย!! นักวิชาการโวยรัฐปล่อย 115 เขื่อนวิกฤติ จี้เร่งคายแผนระบายน้ำ

วันศุกร์ ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 18.29 น.

วันที่ 3 สิงหาคม นายเสรี ศุภราทิตย์ ผอ.ศูนย์การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและภัยพิบัติ มหาวิทยาลัยรังสิต เปิดเผยว่า จากกรณีมีแถลงการณ์จาก สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ระบุว่ามีเขื่อนในประเทศไทยจำนวน 115 แห่ง มีน้ำเกินระดับกักเก็บ 80-100% ว่า ในช่วง1-2 วันนี้ จะต้องเร่งระบาย เพราะเดือนสิงหาคมนี้ จะมีปริมาณฝนมากผิดปกติทั้งเดือน รวมทั้งเขื่อนขนาดกลาง 100 กว่าแห่ง ส่วนใหญ่อยู่ในภาคอีสาน การระบายน้ำลงแม่น้ำโขงทำได้ยากด้วย ดังนั้นจะเกิดภาวะน้ำอั้นขึ้นมาเจอกันสามน้ำทั้งน้ำฝน น้ำเขื่อน น้ำโขงสูง ส่งผลพื้นที่แนวแม่น้ำโขงสถานการณ์ท่วมมากขึ้น

“การระบายน้ำจากเขื่อน ควรปล่อยในวันสองวันนี้ และต้องแจ้งเตือนประชาชนล่วงหน้า ประกาศแผนการระบายอย่างชัดเจนให้ประชาชนได้ทราบน้ำจะท่วมบริเวณไหน กระทบที่ใดบ้าง ระดับน้ำท่วมสูงเท่าไหร่ ท่วมนานแค่ไหน เช่น เขื่อนน้ำอูน จ.สกลนคร ขณะนี้ล้นสปรินเวย์แล้วต้องบอกให้ชาวบ้านเตรียมรับน้ำท่วม ซึ่งในภาคอีสาน มีเขื่อนขนาดกลางจำนวนมากเป็นเขื่อนดิน มีความอ่อนไหวเสี่ยงสูงไม่รู้สภาพความแข็งแรงเป็นอย่างไร อาจเกิดอันตรายมาก  เพราะโดยหลักการจะต้องไม่ให้น้ำล้นสันเขื่อน และได้ประเมินหรือไม่เมื่อฝนตกมาทำให้ล้นสันเขื่อนหรือเปล่าขณะนี้ต้องประเมินให้ได้ก่อน โดยต้องรู้ว่าเมื่อไหร่มีความเสี่ยงจะล้น หากปล่อยตั้งแต่วันนี้ เพราะถ้าล้นสันเขื่อนเสี่ยงมากน้ำตัดสันเขื่อนทำให้เขื่อนขาดได้ เพราะเวลานี้ทุกอย่างขึ้นกับฝน ซึ่งท้องถิ่นควรมีข้อมูลด้วยเช่น 1 เดือนที่ผ่านมา หรือรายสัปดาห์มีน้ำเท่าไหร่ ฝนตกเท่านี้ น้ำเติมเขื่อนเท่าไหร่ ในแต่ละสัปดาห์ปริมาณน้ำเป็นอย่างไร ตอนนี้หลายคนก็สงสัยว่าก่อนหน้านี้ทำไมถึงปล่อยให้เต็มเขื่อน อย่างเช่น เขื่อนวชิราลงกรณ ศรีนครรินทร์ แก่งกระจาน น้ำอูน ซึ่งเสี่ยงสูงหากฝนตกมากไม่รู้ปริมาณฝนล่วงหน้า”นายเสรี กล่าว

ไม่ซ้ำรอยปี54! รองอธิบดีปภ.แจงสถานการณ์น้ำ เร่งเฝ้าระวังน้ำโขง-ระบายเขื่อนใหญ่

ไม่ซ้ำรอยปี54! รองอธิบดีปภ.แจงสถานการณ์น้ำ เร่งเฝ้าระวังน้ำโขง-ระบายเขื่อนใหญ่

วันศุกร์ ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 16.45 น.

"รองอธิบดีปภ."แจงสถานการณ์น้ำ เร่งเฝ้าระวังน้ำโขง-ระบายเขื่อนใหญ่ ชี้ต้องกระทบชาวบ้านให้น้อยที่สุด มั่นใจมีความพร้อมสูงไม่ซ้ำรอยปี54

3 ส.ค.61 ที่กระทรวงมหาดไทย (มท.) นายกอบชัย บุญอรณะ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์น้ำในขณะนี้ ว่า เราให้ความสำคัญอยู่ 2 ส่วน 1.ปริมาณน้ำในแม่น้ำโขงที่ล้นตลิ่งขึ้นมาในบางจุด อย่างเช่น จ.นครพนม จ.มุกดาหาร โดยเฉพาะ จ.อุบลราชธานี ที่วันนี้น้ำลดลงแล้ว แต่ในวันพรุ่งนี้ (4 ส.ค.) น้ำคงจะขึ้นสูงมาอีก ขณะที่ จ.เชียงราย และ จ.บึงกาฬ ปริมาณน้ำก็ได้ลดลงแล้วเช่นกัน ซึ่งทุกจังหวัดที่น้ำยังล้นตลิ่งบริเวณริมแม่น้ำโขง ก็กำลังเร่งดำเนินการช่วยเหลือ ไม่ว่าจะเป็นการสูบน้ำออกในกรณีที่น้ำยังต่ำกว่าตลิ่ง ส่วนน้ำที่ล้นตลิ่งก็จะใช้วิธีปิดประตูระบายน้ำ แล้วสูบน้ำออก เข้าใจว่าช่วงนี้ประชาชนที่อาศัยอยู่ริมตลิ่งจะยังประสบปัญหาอยู่บ้าง

รองอธิบดี ปภ.กล่าวต่อว่า ในส่วนที่ 2.ฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่อง แม้ช่วงนี้จะน้อยลง แต่ส่งผลต่ออ่างเก็บน้ำในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยเฉพาะเขื่อนน้ำอูน จ.สกลนคร ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นกรมชลประทาน สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สนทช.) ได้ร่วมกันดำเนินการพร่องน้ำ ให้กระทบกับประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณท้ายเขื่อนน้อยที่สุด ขณะนี้กำลังระบายน้ำในเขื่อนใหญ่อยู่ประมาณ 3 แห่ง ได้แก่ 1.เขื่อนน้ำอูน ที่อาจส่งผลกระทบต่อบริเวณท้ายเขื่อน 2.เขื่อนวชิราลงกรณ จ.กาญจนบุรี ยังไม่มีผลกระทบมากเท่าไหร่ และ 3.เขื่อนแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ก็กำลังเร่งพร่องน้ำ ถึงแม้น้ำจากเขื่อนจะไหลเข้าไปยังเขื่อนปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ แต่ก็ยังไม่ได้ส่งผลกระทบต่อประชาชนโดยตรง

"ทั้ง 2 ส่วนเราต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ทาง ปภ.เองก็ได้แจ้งเตือนไปยังจังหวัดเหล่านี้ที่จะได้รับผลกระทบกรณีแม่น้ำโขง และการระบายน้ำจากอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ ให้อย่างน้อยได้แจ้งทำความเข้าใจประชาชนให้รับทราบถึงสถานการณ์ที่มีความจำเป็น รองรับการอพยพไว้ในบางจุด และประสานนำเครื่องมือต่างๆ เช่น เรือท้องแบน รถยกสูง รวมถึงประสานโรงเรียน หรือสถานที่ราชการต่างๆ ไว้รองรับการอพยพ ส่วนผู้บริหารท้องถิ่น นายอำเภอ จะทำหน้าที่ลงไปทำความเข้าใจกับประชาชนหากจำเป็นต้องอพยพ แต่ถ้าไม่อพยพก็จะน้ำสิ่งอุปโภค บริโภคเข้าไปดูแลอย่างเต็มที่ ขณะเดียวกันนายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ได้กำชับให้ดูแลประชาชนอย่างรวดเร็ว ทั่วถึง และใช้วิธีบริหารจัดการน้ำให้กระทบกับประชาชนน้อยที่สุด" นายกอบชัย กล่าว

รองอธิบดี ปภ.กล่าวต่อว่า ส่วนการตั้งศูนย์เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์น้ำ ไม่ได้มีการตั้งศูนย์ของ ปภ.ขึ้นมา แต่จะใช้ศูนย์ที่ สนทช.ดำเนินการ และได้ส่งบุคลากรของ ปภ.เข้าไปร่วมติดตามเฝ้าระวัง เพื่อนำมาแจ้งเตือนประชาชนด้วย ทราบว่าในช่วงหลังวันที่ 5 ส.ค.นี้ จะมีฝนตกลงมาเพิ่ม และอาจทิ้งช่วงเป็นระยะ ดังนั้น เราต้องใช้เวลานี้ในการเร่งพร่องน้ำให้ได้มากที่สุด อย่างไรก็ดี จากการคาดการสถานการณ์ ในช่วงนี้ปริมาณน้ำอาจมีเพิ่มขึ้น แต่คงไม่มาก รวมถึงฝนที่ตกลงมา แต่ภายใน 1 - 2 วันนี้ จะยังไม่มีฝนตกลงมา เพราะฉะนั้นน้ำบางส่วนก็จะลดลงได้ ต้องเข้าใจว่าช่วงนี้เป็นฤดูฝน โดยเฉพาะในเดือน ส.ค.น้ำทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะมีประมาณมาก กว่าจะไล่ลงมายังพื้นที่ตอนล่างก็จะอยู่ในช่วงเดือน ก.ย. - ต.ค.

เมื่อถามถึงข้อกังวลของประมาณน้ำในเขื่อนที่ปีนี้สูงกว่าในปี 54 นายกอบชัย กล่าวว่า เราพยายามคาดการณ์ให้สูงไว้ก่อน แต่จากการหารือกัน ประมาณน้ำในปีนี้สูงกว่าปี 54 เล็กน้อย แต่จากข้อกังวลดังกล่าวถือเป็นข้อดีที่ภาครัฐจะต้องหามาตรการเชิงรุกไว้ก่อน และเก็บข้อมูลเป็นพื้นฐานเบื้องต้น พื้นที่ไหนมีความเสี่ยงสูงก็ต้องไปจัดการทำความเข้าใจก่อน รวมถึงระดมเครื่องมือช่วยเหลือจากที่ที่ไม่ได้รับผลกระทบไปช่วยเหลือด้วย

เมื่อถามว่า ยืนยันถึงความพร้อมได้หรือไม่ว่าจะไม่ซ้ำรอยน้ำท่วมใหญ่ปี 54 นายกอบชัย กล่าวว่า เรามีความพร้อมมาก หากน้ำจะมาก็คงต้องมาแน่ แต่หน้าที่ของเราต้องเข้าไปดูแลให้เร็วที่สุดทุกด้าน โดยเฉพาะการตัดขาดจากการสื่อสาร และตัดขาดจากการสัญจร เราจะพยายามไม่ให้เกิดขึ้นเด็ดขาด

"อยากฝากไปยังประชาชนว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการน้ำ และจะดำเนินการอย่างเต็มที่ สิ่งที่ประชาชนจะช่วยได้คือติดตามข้อมูลข่าวสาร ปฏิบัติตามคำแนะนำของทางราชการ" รองอธิบดี ปภ.กล่าว

 

หนึ่งเดียวแดนใต้! เที่ยว‘วัดท่าไทร’ชมอุโบสถไม้สักกลางป่าสน ริมทะเลพังงา

หนึ่งเดียวแดนใต้! เที่ยว‘วัดท่าไทร’ชมอุโบสถไม้สักกลางป่าสน ริมทะเลพังงา

วันพฤหัสบดี ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 17.02 น.

วันนี้ “แนวหน้าออนไลน์” ถือโอกาสเอาใจ “สายบุญ” ด้วยการพาไปท่องเที่ยว “วัดท่าไทร” อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา  

“วัดท่าไทร” หรือ “วัดเทสก์ธรรมนาวา” ตั้งอยู่ในพื้นที่บ้านท่าแตง ต.นาเตย อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา เป็นวัดที่โดดเด่นด้วย “อุโบสถไม้สัก” หลังงาม ตั้งตระหง่านรอผู้คนเข้ามาทำบุญ และเยี่ยมชม อยู่ริมทะเลบริเวณชายหาดท่าไทร ท่ามกลาง “ป่าสน” ชายฝั่งทะเลในบรรยากาศร่มรื่น

โบสถ์ไม้สักวัดท่าไทรเป็นอาคารทรงไทย โดยเฉพาะที่บานหน้าต่างนั้น โดดเด่นไปด้วยงานแกะสลักอันอ่อนช้อย ด้านหนึ่งจะเปิดออกเห็นฝั่งทะเล โครงสร้างภายนอกจำลองแบบมาจากพระอุโบสถ “วัดอรัญวาสี” อ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย มาประยุกต์สร้างด้วยไม้ ส่วน “ช่อฟ้า” ของโบสถ์แกะสลักจากช่างฝีมือ ชาวเชียงใหม่

ภายในโบสถ์ไม้สักมีผนังเป็นฝาปะกน มีแท่นพระประธาน ชั้นบนประดิษฐานพระพุทธรูปปางปฐมเทศนา แกะสลักจาก “หินหยกขาว” อิทธิพลศิลปะอินเดีย มีขนาดหน้าตักกว้างประมาณ 55 นิ้ว สูงประมาณ 2.15 เมตร มีพุทธลักษณะที่อ่อนช้อยงดงาม เปี่ยมศรัทธา

บริเวณรอบอุโบสถไม้สักมี “กำแพงแก้ว” เป็นไม้  ใบเสมาแกะสลักจากหินหยกขาว มีรูปพระพุทธรูปอยู่ตรงกลาง ตรงบันไดทางเข้าโบสถ์ประดับเสาอโศก สีทองอร่าม

โบสถ์ไม้สักวัดท่าไทรมีอีกหนึ่งลักษณะพิเศษ อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ คือ จะประดับประดาด้วย “งานไม้แกะสลัก” ฝีมือช่างจากอยุธยาอันประณีต ทั้งตามบริเวณบานประตู หน้าต่าง หน้าบัน เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับ “พุทธประวัติ ปรมัตถบารมี 10” ซึ่งเป็นการบำเพ็ญบารมีชั้นสูง การเสียสละชีวิตของตนเองเพื่อประโยชน์ของผู้อื่น ด้วยความแปลกแตกต่าง และความสวยงาม

ถือเป็นวัดหนึ่งเดียวในภาคใต้ที่ติดทะเล ทำให้โบสถ์ไม้สักวัดท่าไทรกลายเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกหนึ่งแห่งของ “พังงา”

อัญชิษฐา ชิตะวณิช ข่าวภาพ/พังงา

..........................................................

3 สิงหาคม 2561


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน