*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 3042
  • จำนวนผู้ชม : 2132519
  • จำนวนผู้โหวต : 447
  • ส่ง msg :
  • โหวต 447 คน
<< สิงหาคม 2018 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันเสาร์ ที่ 11 สิงหาคม 2561
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 298 , 13:31:21 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 3 คน แม่หมี , ลาดพร้าวซอยสิบสอง และอีก 1 คนโหวตเรื่องนี้

สวัสดีครับ

         วันนี้ คุณเปลว เขียนคอลัมน์เรียกน้ำตาคนอ่านครับ ข้อเขียนตอนหนึ่งเขียนว่า

ในขณะที่ เพื่อนนักเรียนคนอื่นๆ มีแม่มานั่งรับมะลิ-มาลัยกันเป็นแถว

                คุกเข่ามอบมะลิ-มาลัยให้แม่.........

                กราบเท้าแม่ แม่จะลูบศีรษะด้วยอุ้งมือปานไหม พยุงให้ลุกขึ้น แล้วดึงลูกมาสวมกอด

                แต่กลับมีเด็กอีกส่วนหนึ่ง

                ต้องนั่งคุกเข่าหน้าเก้าอี้ว่างเปล่า เพื่อนๆ วางมาลัยในฝ่ามือแม่

                แต่ตัวเอง กลับต้องวางมาลัยไว้บนเก้าอี้ ไร้ตัวตนคนที่เรียกว่าแม่

                เพื่อนกราบเท้าแม่นุ่มนิ่ม...

                ตัวเอง กราบพื้นดิน พื้นกระดาน กระด้าง

                เพื่อนมีมือแม่วางบนหัว

                แต่ตัวเอง ได้แต่ใจสะท้อน...แม่อยู่ไหน เส้นผมบนศีรษะหนู เมื่อไหร่จะได้อยู่ใต้อุ้งมืออุ่นของแม่เหมือนเพื่อนบ้าง?

                เพื่อนๆ มีแม่กอด.......

                หยอกเย้าประสา ลูกๆ แม่ๆ หัวเราะกันเป็นสุข

                แต่นักเรียนบางคน ไม่รู้แม่อยู่ไหน บางคน ไม่รู้ด้วยซ้ำ ว่าหญิงคนไหนคือแม่?

                บางคนรู้..........

                หยิบรูปแม่จากกระเป๋าเสื้อ วางบนเก้าอี้บ้าง ถือในมือบ้าง

                แล้วนั่งเวิ้งว้าง น้ำตาริน!

                นี่แหละ คือเหตุผลที่ "แม่เลี้ยงเดี่ยว" บางคนบอกว่า ไม่อยากให้ตามโรงเรียนจัดงานวันแม่

                เธอบอกว่า มันโหดร้าย

                "วันแม่" กลายเป็นวัน "ประจานตัวตน" ทั้งคนเป็นลูกและเป็นแม่ สำหรับนักเรียนบางคน-บางครอบครัว

         เอ ... คุณครูก็เหมือนคุณแม่ จึงใคร่ขอให้คุณครูทำหน้าที่แทนดีไหมครับ เด็กคงจะมีความรู้สึกดีขึ้นเป็นแน่

 

 

 

 

    

   

ต้องขอบคุณร้าน "เอเธนส์" ย่านสี่แยกเจริญผล ถนนบรรทัดทอง

                ถึง "วันพ่อ"

                ก็ตัดเสื้อ "สีเหลือง" ส่งมาให้ใส่

                ถึง "วันแม่"

                ก็ตัดเสื้อ "สีฟ้า" ส่งมาให้

                เป็นอย่างนี้ต่อเนื่องมาจะสิบปีแล้วละมัง ผมก็ใส่สบายไป ไม่เคยได้ทำอะไรเป็นการตอบแทนน้ำใจซักครั้ง

                แค่จะ "ขอบใจ" ซักคำ ก็ยังไม่เคย!

                เมื่อวาน มาถึงโต๊ะทำงาน เสื้อสีฟ้า "วันแม่" จากร้านตัดเสื้อผ้าเอเธนส์ วางรออยู่แล้ว ๒ ตัว

                ก็พอดี.........

                เสาร์ตัวนึง อาทิตย์ตัวนึง วันแม่ "๑๒ สิงหา" ปีนี้ ได้ฉุยฉายด้วยสีฟ้า หล่อไม่ซ้ำวัน!

                ซาบซึ้งและขอบใจหลาย

                เมื่อวาน มีภาพหนึ่งว่อนโซเชียล คือภาพ "คุณพ่อเลี้ยงเดี่ยว" สวมกระโปรงมานั่งทำหน้าที่ "คุณแม่" ให้ลูกชายไหว้

                ก็ขำๆ ให้ความรู้สึกที่ดี

                วิพากษ์วิจารณ์เชิงชื่นชมกันเยอะ

                นัยว่า เป็นพ่อหม้ายลูก ๒ เมื่อโรงเรียนจัดงาน เชิญคุณแม่ทั้งหลายมานั่งให้คุณลูกซึ่งเป็นนักเรียนระลึกในพระคุณ

                คุณแม่ไม่มี........

                คุณพ่อเลยสวมกระโปรงเป็นคุณแม่ ทำหน้าที่แทน

                นอกจากภาพนี้แล้ว มีผู้แสดงความคิดเห็นเรื่อง "วันแม่" ในโซเชียลมีเดียหลายราย

                ความจริง ไม่ใช่เพิ่งมี ปีก่อนๆ ก็มี แต่พอพ้นวันแม่ ก็เลิกพูดกันไป

                คือมี "แม่เลี้ยงเดี่ยว" บางคน แสดงความเห็นว่า โรงเรียนควรจะเลิกจัดงานวันแม่

                ที่เชิญคุณแม่ไปนั่งที่โรงเรียนให้คุณลูกไหว้นั่นน่ะ!

                เขาให้เหตุผลว่า เป็นการ "สร้างปม-สร้างปัญหา" ให้เด็กส่วนหนึ่ง ที่ไม่มีแม่

                หรือมี........

                แต่แม่มาไม่ได้ หรือไม่ได้มา

                ในขณะที่ เพื่อนนักเรียนคนอื่นๆ มีแม่มานั่งรับมะลิ-มาลัยกันเป็นแถว

                คุกเข่ามอบมะลิ-มาลัยให้แม่.........

                กราบเท้าแม่ แม่จะลูบศีรษะด้วยอุ้งมือปานไหม พยุงให้ลุกขึ้น แล้วดึงลูกมาสวมกอด

                แต่กลับมีเด็กอีกส่วนหนึ่ง

                ต้องนั่งคุกเข่าหน้าเก้าอี้ว่างเปล่า เพื่อนๆ วางมาลัยในฝ่ามือแม่

                แต่ตัวเอง กลับต้องวางมาลัยไว้บนเก้าอี้ ไร้ตัวตนคนที่เรียกว่าแม่

                เพื่อนกราบเท้าแม่นุ่มนิ่ม...

                ตัวเอง กราบพื้นดิน พื้นกระดาน กระด้าง

                เพื่อนมีมือแม่วางบนหัว

                แต่ตัวเอง ได้แต่ใจสะท้อน...แม่อยู่ไหน เส้นผมบนศีรษะหนู เมื่อไหร่จะได้อยู่ใต้อุ้งมืออุ่นของแม่เหมือนเพื่อนบ้าง?

                เพื่อนๆ มีแม่กอด.......

                หยอกเย้าประสา ลูกๆ แม่ๆ หัวเราะกันเป็นสุข

                แต่นักเรียนบางคน ไม่รู้แม่อยู่ไหน บางคน ไม่รู้ด้วยซ้ำ ว่าหญิงคนไหนคือแม่?

                บางคนรู้..........

                หยิบรูปแม่จากกระเป๋าเสื้อ วางบนเก้าอี้บ้าง ถือในมือบ้าง

                แล้วนั่งเวิ้งว้าง น้ำตาริน!

                นี่แหละ คือเหตุผลที่ "แม่เลี้ยงเดี่ยว" บางคนบอกว่า ไม่อยากให้ตามโรงเรียนจัดงานวันแม่

                เธอบอกว่า มันโหดร้าย

                "วันแม่" กลายเป็นวัน "ประจานตัวตน" ทั้งคนเป็นลูกและเป็นแม่ สำหรับนักเรียนบางคน-บางครอบครัว

                เท่าที่ผมอ่านๆ บางเสียงเห็นด้วย และบางเสียงก็ไม่เห็นด้วย

                แต่ในภาพรวม ผมเข้าใจทั้ง ๒ ฝ่าย และไม่เห็นว่าความคิดฝ่ายไหนจะผิด-จะถูก!

                มันใช่ด้วยกันทั้งนั้น ฉะนั้น อะไรที่ใช่ คำว่า "ผิด-ถูก" ไม่มี

                มีแต่ นำสิ่งที่ "ใช่" มาปรับปรุง ให้สิ่งที่ดีงามอยู่แล้ว เป็นดีงามที่ลงตัวกับทุกฝ่าย

                ตอนผมเป็นเด็ก ยังไม่มี "วันแม่" เริ่มกำหนดให้วันที่ ๑๒ สิงหาคม วันเฉลิมพระชนมพรรษา "สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ" ในรัชกาลที่ ๙ 

                เป็นวันแม่ เมื่อปี พ.ศ.๒๕๑๙

                ทีนี้ ก็มาคุยกันต่อ รูปแบบที่ตามโรงเรียนจัดงานวันแม่ โดยเชิญแม่ของนักเรียนมาร่วมนั้น

                เข้าใจว่า ก็มาตอนหลังๆ แรกๆ ยังไม่มีกิจกรรมร่วมเช่นนี้

                ในกิจกรรมวันแม่ โดยมีแม่มาร่วมที่โรงเรียนนั้น แม่ส่วนใหญ่ ก็มาร่วม มาให้ลูกได้รับการปลูกฝังสิ่งดีงาม

                มีบ้างเท่านั้น ที่นักเรียนไม่มีแม่มาร่วม!

                ถามว่า เด็กที่ไม่มีแม่มาเหมือนเพื่อนๆ มีความรู้สึกอย่างไร?

                ใจแต่ละคนตอบตัวเองได้มิใช่หรือ?

                สังคมทุกวันนี้ บางส่วน "ประสงค์มีลูก" แต่ไม่ประสงค์ดำรงสถานะ "พ่อ-แม่-ลูก" เป็นครอบครัว

                กระนั้น.........

                ที่เป็นครอบครัวอยู่พร้อม "พ่อ-แม่-ลูก" ก็เหอะ ทุกวันนี้ ด้วยวิถีเศรษฐกิจและสังคม

                มันก็ยากที่จะให้พ่อแม่มีเวลาร่วมกิจกรรมที่โรงเรียน ทั้งที่ยินดี แต่เวลาและโอกาส ถึงมี แต่เหมือนไม่มี

                ดังนั้น งานกราบเท้าแม่ของนักเรียนตามโรงเรียนในวันแม่ แน่นอน แม่มาไม่ได้ทุกคน

                แม่เข้าใจลูก

                แต่ลูกไม่เข้าใจแม่หรอก!

                ตามนัยนี้ รูปแบบให้แม่มานั่งรับการกราบของลูกที่โรงเรียน ซึ่งแสนจะดีงาม

                กลับกลายเป็นดีงามที่ประหารใจ "แม่และลูก" บางคน

                ประเด็นนี้ ไม่ใช่ปัญหา...........

                ปรับปรุงพัฒนารูปแบบให้เป็นที่สร้างสรรค์จำเริญแก่ทุกฝ่ายได้ เพียงแค่ใส่ "ความคิดประยุกต์" เข้าไป

                ไม่ใช่เอะอะก็ "เลิก" ตะพึด!

                มันเรื่อง "วิถีสังคม" แต่ละยุคกำหนดกรอบ "วิถีชีวิตคน"

                การ "ขาดพ่อ-ขาดแม่" ไม่ได้หมายความว่าอนาคตชีวิตจะขาด

                เป็นเรื่อง "ความรู้สึก" ที่สามารถทำช่องว่างตรงนั้นของเด็กให้เต็มได้

                เรื่องจิตวิทยาพื้นฐานง่ายๆ แค่นี้ ผู้บริหารโรงเรียนแต่ละแห่ง แค่ใส่ใจ คิดคำนึง บนฐานข้อมูลนักเรียนตัวเอง

                ก็ไม่ยากที่จะจัดงานวันแม่..........

                ประยุกต์โดยไม่สร้างบาดเจ็บทางใจให้นักเรียน ที่ต้องกราบเก้าอี้ว่างเปล่า!

                มีคนอยากทำหน้าที่ "คุณแม่อุปถัมภ์" ในกิจกรรม "วันแม่" เยอะแยะไป

                แต่ประเด็นที่อยากเสนอ........

                เรามี "กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์" มิใช่หรือ?

                หน้าที่กระทรวงนี้ เกี่ยวกับการพัฒนาสังคม การสร้างความเป็นธรรมและความเสมอภาคในสังคม

                การส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพและความมั่นคงในชีวิต สถาบันครอบครัวและชุมชน

                งบประมาณปีละเป็นหมื่นล้าน!

                แต่ ตั้งแต่ตั้งมา พูดกันตรงๆ คนไม่รู้จักกระทรวงนี้มากนัก

                ยิ่งถามว่า กระทรวงนี้ มีงานอะไรเป็นเนื้อเป็นหนัง?

                ไม่รู้เลย.........

                ความจริงเยอะ!

                แต่ผมว่า น่าถือโอกาสเข้าไปบริหาร-จัดการงานนี้นะ ช่องว่างระหว่าง "พ่อ-แม่-ลูก" เป็นความมั่นคงชีวิตและสถาบันครอบครัว หัวใจงานกระทรวงเลยเชียวแหละ

                สังคมทุกวันนี้ คนรวย ใช้เงินเลี้ยงลูก ก็เละ

                คนจน ตระเวนหาเงินมาเลี้ยงลูก ก็เละ

                มนุษย์เงินเดือน เลี้ยงงานแทนเลี้ยงลูก ก็เละ

                สรุปแล้ว ช่องว่างระหว่าง พ่อ-แม่-ลูก ในความเป็น "สถาบันครอบครัว" สังคมยุคนี้ มีปัญหาในปัญหา

                และปัญหาสถาบันครอบครัว กำลังเป็นปัญหา "สังคมชาติ"

                กิจกรรมวันแม่ ที่แต่ละโรงเรียนจัดให้ "ลูกกราบแม่" เป็นเรื่องดี

                "กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ" เข้าไปแปลงวิกฤติเล็กๆ น้อยๆ ตรงนี้ ให้เกิดประโยชน์ได้ไม่ยาก

                ถ้ามีวิสัยทัศน์ และไม่มองข้ามว่า นี่...เรื่องเล็กๆ

                หวังอนาคตชาติ ต้องมองที่เด็ก

                แต่ถ้าหวังไปวันๆ..........

                มองหัวแม่เท้าตัวเองก็พอ.

 

ราชบัณฑิตฯชี้แจงคำถวายพระพรชัยมงคล สมเด็จพระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9

    
 

11 ส.ค.61 -  สำนักงานราชบัณฑิตยสภา เผยแพร่ข่าวประชาสัมพันธ์ “การใช้ถ้อยคำถวายพระพรชัยมงคลแด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ ๙”

เนื่องจากสำนักงานราชบัณฑิตยสภาได้สอบถามข้อมูลเกี่ยวกับการใช้คำถวายพระพรชัยมงคลแด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ ๙ จากกองราชเลขานุการในพระองค์สมเด็จพระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ ๙ โดยสอบถามจากคุณหญิงอุไรวรรณ สวัสดิศานต์ ตำแหน่งประจำสำนักพระราชวังพิเศษ ระดับ ๙ กองราชเลขานุการในพระองค์สมเด็จพระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ ๙ ได้รับคำอธิบายว่า

ตามที่เคยใช้คำว่า “ทีฆายุกา โหตุ มหาราชินี” เพื่อถวายพระพรชัยมงคลแด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ ๙ ให้มีพระชนมายุยิ่งยืนนาน มาโดยตลอดนั้น ในปัจจุบันเพื่อความเหมาะสม กองราชเลขานุการในพระองค์สมเด็จพระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ ๙ เห็นว่าหากประสงค์จะถวายพระพรชัยมงคลเป็นภาษาบาลี ควรใช้ว่า

“ทีฆายุกา โหตุ นาถปรมราชินี”

คำว่า “นาถปรมราชินี” (อ่านว่า นา-ถะ-ปะ-ระ-มะ-รา-ชิ-นี) นั้น คุณหญิงอุไรวรรณ สวัสดิศานต์ ได้ขอความเห็นจากผู้ทรงคุณวุฒิทางภาษาบาลีทั้งพระภิกษุและอาจารย์ผู้สอนภาษาบาลีแล้วเห็นว่า คำที่เหมาะสมที่จะใช้ต่อท้ายคำว่า “ทีฆายุกา โหตุ” แทนคำว่า “มหาราชินี” ควรใช้คำว่า “นาถปรมราชินี” เพื่อให้หมายถึง “สมเด็จพระบรมราชินีนาถ” และกองราชเลขานุการในพระองค์สมเด็จพระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ ๙ เห็นพ้องด้วยว่าควรใช้ว่า “ทีฆายุกา โหตุ นาถปรมราชินี” ทั้งนี้เพื่อความสะดวกในการจัดทำคำถวายพระพรต่อไป

ส่วนคำถวายพระพรชัยมงคลอย่างสั้นซึ่งเคยใช้ว่า “ทรงพระเจริญ”, “ขอพระองค์ทรงพระเจริญ มีพระชนมายุยิ่งยืนนาน” เป็นต้น ยังคงใช้ได้ตามที่เคยใช้กันมา หรือหากประชาชนจะพิจารณาเลือกสรรถ้อยคำอื่นใดที่เห็นเหมาะสมเพื่อสื่อความหมายในการเฉลิมพระเกียรติและถวายพระพรชัยมงคลแด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ ๙ ก็สามารถพิจารณาใช้ให้ถูกต้องเหมาะสมแก่พระเกียรติยศได้เช่นกัน

ในการนี้ สำนักงานราชบัณฑิตยสภาจึงขอนำความคิดเห็นของกองราชเลขานุการในพระองค์สมเด็จพระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ ๙ จากการถ่ายทอดของคุณหญิงอุไรวรรณ สวัสดิศานต์ มาชี้แจงเพื่อความชัดเจนและความเข้าใจอย่างถูกต้องร่วมกัน.

นายกฯพอใจแก้หนี้เกษตรกรสมาชิกกองทุนฟื้นฟู ฟุ้งสำเร็จมากที่สุดในรอบ 20 ปี

    
 

11 ส.ค.61 - พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พอใจความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตรกรที่เป็นสมาชิกกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร โดยได้รับรายงานว่า คณะอนุกรรมการเจรจาไกล่เกลี่ยหนี้สินสามารถตกลงปรับโครงสร้างหนี้ใหม่และเข้าซื้อหนี้ของเกษตรกรจากสถาบันการเงินเจ้าหนี้ เช่น ธ.ก.ส. สหกรณ์การเกษตร และธนาคารพาณิชย์ทั่วไป รวมประมาณ 36,000 ราย มูลค่าหนี้ราว 6,000 ล้านบาท โดยจะลดยอดหนี้แต่ละรายลงร้อยละ 50 และหยุดดอกเบี้ย ระยะเวลาไม่เกิน 15 ปี ซึ่งถือได้ว่าเป็นผลสำเร็จมากที่สุด ตั้งแต่ตั้งกองทุนมา ในปี 2542"

พล.ท.สรรเสริญ กล่าวว่า นายกฯระบุรัฐบาลให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือเกษตรกร จึงได้ตั้งคณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรเฉพาะกิจ เมื่อเดือน พ.ค. 60 เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาหนี้สินและพัฒนาอาชีพให้กับเกษตรกร แทนคณะกรรมการบริหารกองทุนฟื้นฟูตาม พ.ร.บ.กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร พ.ศ. 2542 ซึ่งประสบปัญหาไม่สามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยตั้งแต่ปี 2549 - 2557 แก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตรกรไปได้เพียง 29,000 รายเท่านั้น จากจำนวนสมาชิกเกษตรกรที่ลงทะเบียนหนี้สินไว้ราว 460,000 ราย

"นายกฯ เน้นย้ำว่า เมื่อเจรจาปรับโครงสร้างหนี้ได้แล้ว จะต้องส่งเสริมให้เกษตรกรลูกหนี้มีรายได้เพิ่มขึ้น เพื่อให้สามารถชำระหนี้ตามสัญญาใหม่ได้ โดยกำชับให้สำนักงานกองทุนฯ ไปหาแนวทางฟื้นฟูอาชีพร่วมกับธ.ก.ส. และกรมส่งเสริมการเกษตรต่อไป"

พล.ท.สรรเสริญ กล่าวว่า ทั้งนี้ กองทุนฯ จะร่างระเบียบการขึ้นทะเบียนเกษตรกรสมาชิกกองทุนฟื้นฟูฯ ใหม่ และเปิดรับลงทะเบียน เกษตรกรเข้าสู่กระบวนการแก้ไขปัญหาหนี้สินเป็นระยะเวลา 60 วัน ตั้งแต่วันที่ 15 ส.ค.เป็นต้นไป จากปกติที่เปิดให้ขึ้นทะเบียนทุกปี ตั้งแต่เดือน ม.ค. - มิ.ย. ซึ่งในปีนี้ยังไม่ได้เปิดรับลงทะเบียน นอกจากนี้ จะยกเลิกเพดานวงเงินช่วยเหลือที่กำหนดไว้รายละไม่เกิน 2.5 ล้านบาท เพราะเกษตรกรบางคนมีหนี้สินมากกว่า ซึ่งจะต้องพิจารณาเป็นราย ๆ ไป โดยหลังจากที่เกษตรกรขึ้นทะเบียนแล้วจะดำเนินการแยกประเภทหนี้ให้มีความชัดเจนโดยเร็ว

 

(โปรดคลิกที่รูป เพื่ออ่านข่าว)
 

 

 

 ...................................................

 

 หมวดหมู่ : X-CITE 
 

 

 

 

...................................................

ปวดใจหลานชายหมื่นล้านโยงเผด็จการ!'สุริยะ'เผย'ธนาธร'เกิดมาพ่อแม่ทำบุญไว้เยอะ

    
 

10 ส.ค.61- นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แกนนำกลุ่มสามมิตร ให้สัมภาษณ์ทางสปริงนิวส์ถึงนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หลานชาย หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ว่า นายธนาธรเกิดมา พ่อแม่ทำบุญไว้เยอะ ปกติตอนคนเราเป็นเด็กอายุวัยเรียน ทุกคนต้องการเห็นภาพโลกสมบูรณ์แบบ สมัยตนตอนเรียนอยู่ ม.มหิดล มีเพื่อนร่วมรุ่นคือหมอมิ้ง (นพ.พรหมมินทร์ เลิศสุริย์เดช อดีตรองนายกรัฐมนตรีรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร) อยากเห็นโลก ทิศทางประเทศยึดอุดมการณ์เป็นหลัก ตอนเรียนเกิดเหตุการณ์ 14 ตุลา มีการประท้วงทำให้เศรษฐกิจแย่ในช่วงนั้น พ่อแม่พี่ชายตนก็บอกว่าไปประท้วงแล้วเดี๋ยวธุรกิจไปไม่ได้ใครจะส่งตนเรียน เราก็ไม่สน เห็นว่าบ้านเมืองต้องเป็นประชาธิปไตยก็ไปประท้วง แต่พอหลังจากเราพ้นวัยนี้แล้วมาอยู่ในวัยธุรกิจ เราเห็นประท้วงก็ใจตุ๊มต่อมไม่น่าจะดี คนทั่วไปก็จะเป็นแบบนี้

“คุณธนาธรเกิดมาพอดีทางบ้านมีฐานะดีอยู่แล้ว ช่วงที่เขาเป็นนักศึกษายังไงเค้าก็เห็นแก่ประเทศชาติ มีความเป็นประชาธิปไตยเต็มที่ ตอนที่ผมอยู่กับท่านนายกฯ ทักษิณ คุณธนาธรไปที่ธรรมศาสตร์ขึ้นเวทีวิจารณ์ท่านนายกฯ ทักษิณ คุณแม่เขา คุณสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ ไปขึ้นเวทีไทยรักไทย นี่เรื่องจริงเลยนะครับ แล้วก็ท่านทักษิณก็มาถามว่าทำไมคุณคุมหลานคุณไม่ได้ ผมบอกคุณแม่เขายังคุมไม่ได้เลยครับ” นายสุริยะ กล่าว

นายสุริยะ กล่าวต่อไปว่า ตนสรุปว่าคนซึ่งเป็นวัยหนุ่มอยากจะเห็นบ้านเมืองดี แต่พออายุเยอะขึ้น ทางพ่อแม่ทำธุรกิจไว้ก็สบายเหมือนเดิมไม่ต้องต่อสู้ จึงยืนหยัดในหลักการได้ นายธนาธรตอนที่พ่อไม่สบายไปรักษาที่อเมริกาตนก็ไป นายธนาธรก็ไป นายธนาธรก็ต่อว่าตนเสียเละว่าไปทำโครงการวางท่อแก๊ส ปตท.ภาคใต้ ทำลายสิ่งแวดล้อม มันเป็นเหรียญสองด้าน เรื่องสิ่งแวดล้อมมันกระทบแน่นอน แต่ประโยชน์ที่ได้รับจากท่อแก๊สมันมหาศาล ถ้ามองมุมเดียวก็ลำบาก ตนรู้เลยว่าถ้าพ่อเขาไม่เสีย เขาจะไปเดินสายเอ็นจีโอ ซึ่งช่วงนั้นประเทศไหนมีต่อต้านที่ไหนนายธนาธรไปหมด อยากจะเห็นโลกสมบูรณ์แบบ สรุปว่านายธนาธรเป็นคนดี

ถามว่าคนดีอย่างธนาธรจะไปรวมกับพรรคเพื่อไทยตั้งรัฐบาลหลังเลือกตั้งได้หรือไม่ นายสุริยะ ตอบว่า ตอนนี้นายธนาธรชี้ให้เห็นว่าประชาชนต้องเลือกระหว่างเผด็จการกับประชาธิปไตย ให้เลือกข้างเรา ตนขอชี้แจงว่าการเลือกตั้งครั้งหน้าไม่ใช่การเลือกข้าง แต่เป็นพรรคพลังประชารัฐหาทางออกให้ประเทศ จะเลือกก้าวพ้นการเมืองสองขั้วที่ทำให้เกิดวิกฤติเศรษฐกิจการเมืองมาตลอดสิบปีนี้ เป็นทางเลือกว่าจะก้าวข้ามรึเปล่า การเลือกตั้งครั้งหน้าเป็นประชาธิปไตยอยู่แล้ว ฉะนั้นไม่ใช่เป็นการเลือกระหว่างประชาธิปไตยกับเผด็จการ

"ผมปวดใจมากที่หลานผมเอง ไปโยงผมว่าเป็นนักการเมือง แต่ปรากฏว่าไปสนับสนุนเผด็จการ ตัวผมจะไปสนับสนุนเผด็จการได้ยังไง ในเมื่อตัวผมเองต้องหลุดจากตำแหน่ง รมว.อุตสาหกรรม ต่อเนื่องเป็นตำแหน่งรองนายกฯ ด้วย หลังจากหลุดตำแหน่งยังไม่พอ ทางด้านของคณะปฏิวัติตั้งคณะกรรมการตรวจสอบมาตรวจสอบในโครงการต่างๆ ที่ผมทำ” นายสุริยะ กล่าว.

 

 
 

 

 

 

 

 หมวดหมู่ : กีฬา 
 

 

 

 

 

...................................................................

11 สิงหาคม 2561

 

 



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
นายยั้งคิด วันที่ : 11/08/2018 เวลา : 22.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

ตอบ ความคิดเห็นที่ 1นายยั้งคิด ถูกใจสิ่งนี้ ถูกใจความคิดเห็นนี้ (1)
like เรียบร้อยแล้ว

vinitvadee
...........................................
เขาว่ามีลูกสาวก็ดีตรงที่ขี้ประจบนี่แหล่ะ เจ้ เจ๊ เลยมีลูกสาว 2 คนเสียเลย แล้วยังหลานสาวอีกกี่คนก็ไม่รู้ ... อายุยืนยาวนะเจ้ เจ๊

ความคิดเห็นที่ 1 นายยั้งคิด ถูกใจสิ่งนี้ (1)
vinitvadee วันที่ : 11/08/2018 เวลา : 14.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/natcha2

" แม่ขา ลูกรักแม่ที่สุดค่ะ" _/\_

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน