*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 4083
  • จำนวนผู้ชม : 2794136
  • จำนวนผู้โหวต : 534
  • ส่ง msg :
  • โหวต 534 คน
<< สิงหาคม 2018 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันศุกร์ ที่ 17 สิงหาคม 2561
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 648 , 20:29:32 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 3 คน พุธทรัพย์ , สิงห์นอกระบบ และอีก 1 คนโหวตเรื่องนี้

สวัสดีครับ

         ระบบการ 'ติดสินบาท - คาดสินบน' นั้น คนไทยก็จะกระทำต่อเทพยดาหรือภูติผีที่นับถือ เพื่ออธิษฐานขอในสิ่งที่ตน

ปรารถนา ส่วนคนจีนก็จะไหว้ด้วยเครื่องเซ่นไหว้ต่อ 'เจ้า' หรือ 'เทพ' ที่นับถือในวันตรุษสาร์ทแต่ละปี แล้วไม่เพียงแค่นั้น คนจีน

ยังนำเครื่องเซ่นไหว้ไปไหว้บุคคลที่ตนนับถืออีกด้วย แล้วเมื่อคนจีนอพยพเข้ามาอยู่ในประเทศไทยก็นำเอาวัฒนธรรมการเซ่นไหว้

มาแพร่หลายด้วย โดยนอกจากจะไหว้เจ้าแล้ว ยังได้นำเครื่องเซ่นไหว้ไปไหว้ 'เจ้านาย' คนไทยในวันตรุษวันสาร์ทอย่างสม่ำเสมออีก

โสดหนึ่งด้วย ทำให้ 'เจ้านาย' รักและเอ็นดูคนจีนไปตามกัน แล้วเมื่อมีอะไรที่จะเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ให้คนจีนนั้นๆได้ ก็จะให้เป็นการตอบ

แทนเช่นกัน จึงทำให้เกิดระบบให้สินบนมาจนถึงปัจจุบัน

015 พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์ พระบิดาแห่งกฎหมายไทย 

 
 
        เอ็งกินเหล้า  เมายา  ไม่ว่าหรอก

        แต่อย่าออก  นอกทางไป  ให้เสียผล

        จงอย่ากิน  สินบาท  คาดสินบน

        เรามันชน  ชั้นปัญญา  ตุลาการ
 
 
พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์ พระบิดาแห่งกฎหมายไทย

 

 

วิ่งๆ - เต้นๆ

พายุไต้ฝุ่น'เบบินคา'จ่อถล่ม'เวียดนาม' เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน-ไทยฝนตกชุก

พายุไต้ฝุ่น'เบบินคา'จ่อถล่ม'เวียดนาม' เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน-ไทยฝนตกชุก

วันพฤหัสบดี ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 15.03 น.

16 ส.ค.61 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน เวียดนามเตรียมตัวรับมือพายุไต้ฝุ่น "เบบินคา" ที่กำลังเคลื่อนตัว มุ่งหน้าสู่ภาคเหนือและภาคกลางของประเทศเวียดนาม ตั้งแต่เช้าวันพุธที่ 15 ส.ค.ที่ผ่านมา อิทธิพลของพายุทำให้เกิดฝนตกหนัก ตั้งแต่วันที่ 16-17 ส.ค. อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน 

โดยสำนักอุตุนิยมวิทยาของเวียดนามพยากรณ์ว่า ไต้ฝุ่นเบบินคาจะเคลื่อนตัวขึ้นฝั่ง ทางภาคเหนือของประเทศ ตอนเวลาประมาณ 10.00 น.ของวันศุกร์ หลังจากนั้นจะอ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชัน และหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมประเทศลาวในระยะต่อไป 

ขณะที่ประเทศไทย ช่วงวันที่ 16-18 สิงหาคม จะมีฝนตกชุกหนาแน่น กับมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ในภาคเหนือ ตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และใต้.

 
'กรมชลฯ'เตือนพ่อเมืองภาคเหนือ เฝ้าระวังลุ่มน้ำน่านเอ่อท่วม

'กรมชลฯ'เตือนพ่อเมืองภาคเหนือ เฝ้าระวังลุ่มน้ำน่านเอ่อท่วม

วันศุกร์ ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 18.44 น.

กรมชลฯประสานผู้ว่าฯพื้นที่ภาคเหนือตอนบน-ล่าง เฝ้าระวังผลกระทบจากลุ่มน้ำน่าน จากฝนตกหนักสะสม 201-370 มม.เตรียมพร้อมเครื่องสูบน้ำ รถตักขุดเปิดทางน้ำ รถบรรทุกน้ำ กว่า 30 คัน ให้การช่วยเหลือประชาชนประสบภัยน้ำท่วมได้ทันที 

17 ส.ค.61 นายทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ได้ประสานกับผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน และตอนล่าง โดยล่าสุดสถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำน่าน ซึ่งมีฝนตกหนักมาก ในพื้นที่จ.น่าน หลายอำเภอมีปริมาณฝนสะสม 201-370 มม.  เช่น อ.สันติสุข ปัว  แม่จริม ท่าวังผา รวมทั้งมีอาคารชลประทานได้รับความเสียหาย อาคารระบายน้ำล้น  อ่างเก็บน้ำน้ำพง บ้านศรีนาม่าน  ตำบลพงษ์  อ.สันติสุข  บริเวณด้านข้างอาคาร stilling basin  และคันดินด้านท้าย ซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินการโครงการอาคารป้องกันตลิ่งท้ายอ่างเก็บน้ำน้ำพง แผนงานบูรณาการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำปีงบประมาณ 2561 ถูกกระแสน้ำกัดเซาะได้รับความเสียหายทั้ง 2 ฝั่ง ได้เร่งดำเนินการให้ความช่วยเหลือ  

ในเบื้องต้นสำนักงานชลประทานที่ 2  โดยโครงการชลประทานน่าน ได้ให้เจ้าหน้าที่ในพื้นที่เข้าไปประสานกับหน่วยงานจังหวัดน่าน เพื่อสนับสนุนความช่วยเหลือ โดยได้เตรียมพร้อมรถบรรทุกน้ำจำนวน  1 คัน และรถบรรทุกติดเครนขนาด 6 ตัน จำนวน 1 คัน รถตักหน้าขุดหลัง จำนวน 1 เครื่อง พร้อมเครื่องสูบน้ำจำนวน  11 เครื่อง และขณะนี้สำนักงานชลประทานที่ 2 โดยส่วนเครื่องจักกลได้จัดส่งเครื่องสูบน้ำไปเพิ่มอีก  2 เครื่อง รถบรรทุกน้ำ 1 คัน และเครื่องจักรกลหนักเพื่อสามารถเข้าไปให้การช่วยเหลือได้ทันทีหากได้รับการร้องขอ  ส่วนสถานการณ์จ.พะเยา มีฝนตกหนักในเขต อ.ปง เขตติดต่อจังหวัดน่าน  ฝนสะสม 80-90 มม. ขณะนี้ยังไม่เกิดน้ำท่วมในพื้นที่ ซึ่งได้ประสานงานกับทาง ปภ.พะเยา อย่างต่อเนื่อง 

"ผู้ว่าราชการจ.พะเยา  ได้สั่งการให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ฝนตกเกิน 80 มม.  น้ำในอ่างขนาดกลาง 3 แห่ง มีปริมาณเก็บกัก อยู่ระหว่าง 57-70% น้ำในลำน้ำธรรมชาติ ยังอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าตลิ่ง2.30ม. ในขณะนี้ทางโครงการได้ติดตามสถานการณ์และเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด  และได้เตรียมเครื่องสูบน้ำจำนวน 5 เครื่อง รถบรรทุกจำนวน 9 คัน เพื่อช่วยเหลือหากเกิดอุทกภัย  สำหรับจ.เชียงราย สำนักงานชลประทานที่ 2 ได้เพิ่มระดับการเฝ้าติดตามสถานการณ์น้ำเป็นระดับที่ 3 แล้ว" อธิบดีกรมชลประทาน กล่าว

 

สะเทือน! 'เทพเทือก'เปิดหลักฐานสร้างโรงพัก ซัด'น้องบิ๊กป้อม-ปทีป'คนชง (ชมคลิป)

สะเทือน! 'เทพเทือก'เปิดหลักฐานสร้างโรงพัก ซัด'น้องบิ๊กป้อม-ปทีป'คนชง (ชมคลิป)

วันศุกร์ ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 18.59 น.
 

17 ส.ค.61 นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้ร่วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) ได้ไลฟ์สดผ่านเพจเฟซบุ๊ก "Suthep Thaugsuban (สุเทพ เทือกสุบรรณ)" ชี้แจงกรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตั้งขอกล่าวหาในสมัยที่เป็นรองนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบในการอนุมัติโครงการก่อสร้างแฟลตที่พักข้าราชการตำรวจ 163 แห่งทั่วประเทศ ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) และกรณีกล่าวหาร่วมกับพวกทุจริตโครงการก่อสร้างสถานีตำรวจ หรือโรงพักทดแทน 396 แห่งว่า ถ้าคณะอนุกรรมการไต่สวนของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ไม่มีอคติ ได้พิจารณาหลักฐานเอกสารข้อเท็จจริงต่างๆ ไม่เป็นเรื่องยากเลย ที่จะพิจารณาวินิจฉัยกรณีนี้ ไม่ต้องใช้เวลาหลายปี แต่ว่าเมื่อล่วงเลยมาถึงวันนี้ จึงจำเป็นที่ต้องนำหลักฐานเอกสารเหล่านั้น มาแสดงให้ประชาชนเห็นว่าตนได้ใช้ดุลพินิจพิจารณา ด้วยเหตุและผล ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความถูกต้อง ชอบธรรมอย่างไร

นายสุเทพ กล่าวว่า การสั่งการในเรื่องการจัดซื้อ จัดจ้างงานก่อสร้างโครงการสถานีตำรวจทดแทนทั้ง 396 แห่ง ตนได้ตัดสินใจให้ความเห็นชอบหรืออนุมัติไปตามหลักฐานและข้อเสนอของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) โดยได้ลงนามเอกสารหนังสือสำคัญ 3 ฉบับ ได้แก่ ฉบับที่ 1 หนังสือลงวันที่ 29 พ.ค.2552 ในสมัย พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ เป็น ผบ.ตร.ซึ่งในหนังสือดังกล่าวทำบันทึกเสนอถึงตนว่า สำนักงบประมาณ มีความเห็นให้ สตช.ดำเนินการในส่วนที่จำเป็นเร่งด่วน คือ สร้างสถานีตำรวจที่มีสภาพชำรุดทรุดโทรม ที่มีอายุใช้งานตั้งแต่ 30 ปีขึ้นไป จำนวน 396 หลัง และได้บอกถึงวิธีการใช้งบประมาณ โดยให้ตั้งงบประมาณปี 2552 จากงบของสตช.มาใช้ก่อนในปีแรก 333 ล้าน ส่วนงบประมาณที่เหลือจะเป็นแบบผูกพันงบประมารายจ่ายของรัฐบาลในปีงบประมาณ 2553 - 2554 จากนั้นให้ สตช.ไปตกลงรายละเอียดรายจ่ายกับสำนักงบประมาณอีกครั้งหนึ่ง อีกทั้งจะต้องเสนอ ครม.เพื่อพิจารณาอนุมัติให้ก่อหนี้ผูกพันข้ามปีงบประมาณ

นายสุเทพ กล่าวต่อว่า เมื่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติโครงการ พล.ต.อ.พัชรวาท ทำหนังสือรายงานสรุปแนวทางการจัดจ้างเป็น 4 วิธี คือ 1.จัดจ้างโดยส่วนกลางแบบรวมการในครั้งเดียว สัญญาเดียวทั้ง 396 หลัง 2.จ้างโดยส่วนกลางแบบรวมการในครั้งเดียว แต่แยกการเสนอราคาเป็นรายภาค ภาค 1 - 9 ทำสัญญา 9 สัญญา 3.จัดจ้างโดยตำรวจภูธรภาค และ 4.จัดจ้างโดยตำรวจภูธรจังหวัด

ทั้งนี้ คณะกรรมการเพื่อพิจารณาจัดจ้าง ที่มี พล.ต.ท.พงศพัศ พงศ์เจริญ เป็นประธาน ได้ประชุมกันพิจารณาเห็นว่าสมควรที่จะจัดจ้างในวิธีที่ 2 เพราะสามารถที่จะดำเนินการได้รวดเร็ว สตช.จะได้รับอาคารไว้ใช้ราชการในระยะเวลาใกล้เคียงกันทุกจังหวัด ในการประกวดราคาเพียงครั้งเดียว แล้วจะให้แต่ละภาคประกาศเชิญชวนผู้รับจ้างในพื้นที่ ให้เข้าร่วมประกวดราคา  ซึ่งเมื่อพิจารณาแล้วเห็นว่าชอบด้วยเหตุผล เพราะมีการดำเนินการเป็นขั้นตอน กระทั่งได้ลงนามให้ความเห็นชอบครั้งแรกในการจัดจ้าง เมื่อวันที่ 9 มิ.ย.2552

"หลังจากนั้นไม่นาน พล.ต.อ.พัชรวาท ก็ต้องออกจากตำแหน่ง แล้วก็มี พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ มาทำหน้าที่เป็น รักษาการ ผบ.ตร. พล.ต.อ.ปทีป ก็ได้ทำหนังสือลงวันที่ 18 พ.ย.2552 เสนอขอยกเลิกวิธีการจัดจ้างที่ผมเคยอนุมัติไปแล้ว เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2552 และขออนุมัติหลักการในการดำเนินการประกวดราคาจัดจ้างโครงการนี้ และโครงการที่พักอาศัยด้วย พล.ต.อ.ปทีป ได้ให้เหตุผลในหนังสือฉบับนี้ ว่า การที่จะจัดจ้างโครงการนี้ต้องพิจารณาว่าโครงการนี้ ครม.อนุมัติ ในลักษณะเป็นโครงการเดียวแล้วก็ต้องผูกพันงบประมาณแผ่นดิน 3 ปี ดังนั้น จำเป็นที่จะต้องประกวดราคาจ้าง โดยทำสัญญาจ้างเพียงสัญญาเดียว จึงจะถูกต้องตามระเบียบสำนักนายกฯว่าด้วยการพัสดุและได้แสดงเอกสารหลักฐานประกอบว่า การตั้งงบประมาณแต่ละปี แต่ละปี เป็นอย่างไร ปีแรกเอางบของสตช.เองปรับแผนเอามาใช้ก่อน 311 ล้าน ในปี 2552 ปี 2553 ผูกพันงบประมาณ 1,774 ล้าน และผูกพันงบประมาณปี 2554 อีก 4,812 ล้าน" นายสุเทพ กล่าว

นายสุเทพ กล่าวอีกว่า เมื่อ พล.ต.อ.ปทีป เสนอว่าโครงการที่ครม.อนุมัติในลักษณะเป็นโครงการเดียว ไม่สามารถแตกเป็นโครงการย่อย 9 โครงการ หรือทำสัญญาจ้าง 9 สัญญาได้ เพราะจะขัดกับวิธีการงบประมาณ ประกอบกับเคยรู้ว่าถ้าสำนักงบประมาณได้บรรจุไว้ในพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี จะไม่มีการนำโครงการแตกเป็นโครงการย่อยๆ หลายสัญญาได้ ดังนั้น ข้อเสนอของ พล.ต.อ.ปทีป ชอบด้วยเหตุผลจึงอนุมัติตาม สตช.เสนอ

นายสุเทพ กล่าวด้วยว่า การลงนามตามข้อเสนอของทั้ง พล.ต.อ.พัชรวาท หรือ พ.ต.อ.ปทีป เพราะคิดว่านี่คืออำนาจของหัวหน้าหน่วยงาน คือ ผบ.ตร.ประกอบทุกอย่างมีขั้นตอน และบุคคลเหล่านี้รู้ระเบียบและกฎหมายวิธีการจัดซื้อจัดจ้างเป็นอย่างดี จึงได้อนุมัติไป แต่เมื่อมาขอแก้ไข เพราะไม่สามารถแตกเป็นโครงการย่อยได้ เพราะขัดกับวิธีการงบประมาณ ตนก็ไม่ได้ดื้อดึงดัน และอนุมัติยกเลิกจัดจ้างแบบเดิมมาใช้วิธีการจัดจ้างแบใหม่ ไม่มีอะไรซับซ้อน จะมาบอกว่าการตัดสินใจ 2 ครั้งของตน เพราะมีเจตนาพิเศษหวังจะช่วยผู้รับเหมาคนใดคนหนึ่ง รายใด รายหนึ่ง ให้ได้รับงานไป แล้วเป็นเหตุให้ก่อสร้างไม่สำเร็จ แบบนี้ คิดว่าเป็นการตั้งข้อหาที่มีอคติ เพราะในวันที่อนุมัติตนไม่มีโอกาสที่จะทำนายได้ล่วงหน้าว่าผู้ประกอบการรายใดจะเป็นผู้ชนะการประกวดราคา

นายสุเทพ กล่าวเพิ่มเติมว่า เมื่อจัดจ้างตามระเบียบของสำนักนายกว่าด้วยการพัสดุ ว่าด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ ครบถ้วนสมบูรณ์ พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ พ้นจากตำแหน่ง และพล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี กลายเป็นผบ.ตร.คนใหม่ ก็ได้ทำหนังสือถึงตน เมื่อวันที่ 1 ต.ค.2553 ว่าขอรับความเห็นชอบราคาและขออนุมัติจ้างก่อสร้าง โดยระบุชัดว่า เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2553 เคาะราคาแข่งกัน 73 ครั้ง ผู้เสนอราคาต่ำสุด เสนอราคา 5,848 ล้านบาท ต่ำกว่าราคากลาง 540 ล้านบาท

นอกจากนี้ ในหนังสือของ พล.ต.อ.วิเชียร ยังอ้างถึงหนังสือกรมบัญชีกลางและระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ.2535 ที่แก้ไขเพิ่มเติม บอกว่าเป็นอำนาจที่ตนจะต้องให้ความเห็นชอบตามนี้ ตนจึงได้ให้ความเห็นชอบไปเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2553 จากนั้นก็เริ่มก่อสร้าง แต่ปรากฏว่าทำไม่แล้วเสร็จตามสัญญาในสมัยรัฐบาล น.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้มีการอนุมัติให้ขยายเวลาตามสัญญาออกไปอีก 3 ครั้ง ที่สุดเขาก็บอกเลิกสัญญา ทำให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นำประเด็นนี้มากล่าวหาตนว่าที่ก่อสร้างไม่เสร็จ เพราะตนไปเปลี่ยนแปลงวิธีการจัดซื้อจัดจ้าง

 
...................................................
 
 
ยังเข้าใจไม่ตรงกัน!'รมว.วิทย์ฯ'ขอเวลาสอบ  ปม'ดาวเทียมธีออส2'ยันไร้ทุจริต

ยังเข้าใจไม่ตรงกัน!'รมว.วิทย์ฯ'ขอเวลาสอบ ปม'ดาวเทียมธีออส2'ยันไร้ทุจริต

วันศุกร์ ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 19.32 น.

17 ส.ค.61 นายสุวิทย์ เมษิณทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี พร้อมนายวีระพงษ์ แพสุวรรณ ประธานคณะกรรมการบริหาร สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ สทอภ. หรือ จิสด้านายประมนต์ สุธีวงศ์ ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) และนายสมพล เกียรติไพบูลย์ รองประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) ร่วมชี้แจงกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างโครงการดาวเทียม THEOS-2 มูลค่า 7,000 ล้านบาท ตามข้อเรียกร้องขององค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) ที่ออกแถลงการณ์ให้กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี แสวงหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการจัดซื้อเพื่อให้เกิดความกระจ่างต่อสาธารณชน หลังข้อทักท้วงมีการปฏิบัติไม่เป็นไปตามการประกวดราคานานาชาติ 

นายสุวิทย์ กล่าวว่า ขอยืนยันทางกระทรวงไม่ได้นิ่งนอนใจและเคารพความคิดเห็นทุกฝ่าย โดยเฉพาะความไม่เข้าใจกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างจนเกิดข้อกังวล นำไปสู่การลาออกของผู้สังเกตุการณ์ข้อตกลงคุณธรรมที่เป็นตัวแทนขององค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน ซึ่งเมื่อวันที่31 กรกฎาคมที่ผ่านมาได้เชิญผู้สังเกตุการณ์และผู้บริหารจิสด้า มาชี้แจงเหตุผลความไม่เข้าใจของแต่ละฝ่ายเพื่อรับฟังปัญหา ซึ่งมี3-4ประเด็น ที่คณะผู้สังเกตุการณ์ไม่เห็นด้วยเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนและตัวบุคคลเข้าไปเกี่ยวข้อง แต่ยืนยันไม่มีเรื่องการทุจริตคอร์รัปชัน

“รัฐบาลนี่เป็นรัฐบาลแรก ที่กำหนดมีข้อตกลงคุณธรรม ที่เปิดให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม ส่วนตัว จึงตั้งคณะกรรมการพิจารณาการดำเนินการจัดหาขึ้นมาพิจารณาโครงการนี้ เพื่อให้เกิดความโปร่งใส โดยเป็นบุคลลที่เป็นกลาง มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ การจัดซื้อจัดจ้างและใช้ประโยชน์จากดาวเทียม ซึ่งกำชับให้พิจาณาให้แล้วเสร็จภายใน 30วัน เพื่อหาทางออกว่าจะทำอะไรได้บ้าง แม้ขณะนี้จะมีการลงนามการจัดซื้อเรียบร้อย รวมถึงทางจิสด้า ก็มีหลักฐานเชิงประจักษ์ที่สามารถชี้แจงได้ว่า ไม่ใช่เรื่องของการทุจริต แต่เป็นความเข้าใจคาดเคลื่อน จึงขอให้เวลาคณะกรรมการชุดนี้พิจารณาก่อน ซึ่งหนึ่งในข้อทักท้วงอาจเป็นกรณีที่ปรึกษาของแอบัส บริษัทผู้ชนะการประมูล เข้ามาเป็นหนึ่งในสมาชิกคณะกรรมการว่าด้วยการเจรจาสิทธิประโยชน์ของการจัดซื้อ “ นายสุวิทย์ กล่าวและว่าทั้งนี้ จะไม่มีผลกระทบต่อการจัดซื้อจัดจ้าง แต่หากผลออกมาในทางลบจะนำไปสู่การยกเลิกสัญญาหรือไม่ ต้องดูอีกที พร้อมยอมรับเหตุการณ์บทเรียน ที่ต้องยึดกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างเป็นหลักให้เกิดความโปร่งใส

ขณะที่นายประมนต์ กล่าวว่า การกำหนดให้มีผู้สังเกตการณ์ทำให้การดำเนินการใดใดถูกเปิดเผยและโปร่งใสมากขึ้นเพราะสามารถเสนอแนะทักท้วงสิ่งผิดปกติไม่ถูกต่อผู้ดำเนินโครงการได้ 
แต่เมื่อมีข้อขัดแย้งจนนำไปสู่การลาออกเมื่อมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นทบทวน ก็เชื่อว่าจะทำให้การจัดซื้อจัดจ้างในภาครัฐโปร่งใสขึ้น ทั้งนี้มองว่าข้อทักท้วงของผู้สังเกตการณ์สามารถเปิดเผยได้ แต่จะเหมาะสมกว่า หากให้คณะกรรมการชุดนี้ตรวจสอบก่อน ส่วนข้อทักท้วงถือเป็นความผิดพลาดร้ายแรงหรือไม่ นายประมนต์ กล่าวว่า การจัดซื้อจัดจ้างครั้งนี้เป็นครั้งแรกในประเทศ

ด้านนายวีระพงษ์ ไม่ได้ให้คำตอบที่ชัดเจนว่าหากการตรวจสอบรู้ว่ามีปัญหาเรื่องการทุจริต จะต้องยกเลิกสัญญา และเสียค่าปรับหรือไม่ เพราะมีรายละเอียดมากต้องดูในสัญญา

อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ คณะผู้สังเกตการณ์ตามข้อตกลงคุณธรรมรวม 6 คน ที่องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) ส่งเข้าไปร่วมสังเกตการณ์การจัดซื้อจัดจ้างโครงการดาวเทียม THEOS – 2 มูลค่า 7 พันล้านบาท ของสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ จิสด้า แจ้งขอลาออกทั้งหมด เนื่องจากเจ้าของโครงการไม่ให้ความสนใจรายงานการแจ้งเตือนปัญหากระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง ที่พบว่า มีหลายเรื่องไม่เป็นไปตามข้อตกลงคุณธรรม

 
 

รพ.มอบถุงผ้าใส่ยาแทนก๊อบแก๊บ

วันศุกร์ ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

นพ.สุกิจ ศรีทิพยวรรณ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ พร้อมด้วย นพ.ศุภรัช สุวัฒนพิมพ์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาล ฝ่ายการแพทย์น.ส.ขวัญใจ ถิ่มมีผล รองผู้อำนวยการโรงพยาบาล ฝ่ายบริหาร พร้อมด้วยนางลัดดาวัลย์ ชานวิทิตกุล หัวหน้าศูนย์ประชาสัมพันธ์ และบุคลากรศูนย์ประชาสัมพันธ์ ได้จัดรณรงค์ลดมลพิษพลาสติก ชื่อกิจกรรม “นำถุงผ้ามาใส่ยา กลับบ้านกันเถอะ” และได้มอบถุงผ้าให้กับผู้มาใช้บริการในโรงพยาบาล เพื่อให้ผู้ป่วยนำถุงผ้ามาใส่ยากลับบ้าน และเป็นส่วนหนึ่งที่ร่วมรณรงค์ลดมลพิษพลาสติก

เพื่อนำร่องให้ผู้มารับบริการได้ตระหนักถึงการลดรับการใช้ถุงพลาสติกแล้วหันมาใช้ถุงผ้าแทน ลดการใช้ถุงพลาสติกงดทำร้ายสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข กำหนดให้วันที่ 1 ตุลาคม 2561 เป็นต้นไป ให้สถาบันและโรงพยาบาลในสังกัดทุกแห่งต้องยกเลิกการใช้ถุงพลาสติกใส่ยา พร้อมทั้งขอความร่วมมือจากประชาชนผู้รับบริการให้นำถุงผ้ามาใส่ยา

 
 
ที่นี่บุโบย...‘ม๊ะ หาหรีอ๊ะ’จะพาเที่ยว หรอยแรง‘แกงปูม้าสดกับกระท้อนห่อ'

ที่นี่บุโบย...‘ม๊ะ หาหรีอ๊ะ’จะพาเที่ยว หรอยแรง‘แกงปูม้าสดกับกระท้อนห่อ'

วันศุกร์ ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 16.54 น.

ชาวประมงพื้นบ้านที่ “บ้านบุโบย” ต.แหลมสน อ.ละงู จ.สตูล ทุกวันในช่วงที่คลื่นลมสงบจะออกเรือหาปลา กุ้ง และปูสดๆขึ้นมาขายและปรุงอาหารเลี้ยงครอบครัวและนักท่องเที่ยวที่มาเยือน

อาหารทะเลเหล่านี้แม้จะไม่ได้ออกเรือจับกันทุกวัน แต่จะหมุนเวียนสับเปลี่ยนกันจับบางวันมีกุ้งมาก บางวันมีปูมาก เนื่องจากต้องดูกันที่ระดับน้ำขึ้นน้ำลง และเดือนค่ำหรือเดือนหงาย

วันนี้โชคดีได้ปูม้าสด ๆมากลุ่มแม่บ้านที่ “ศูนย์เรียนรู้วิถีชีวิตชุมชนบ้านบุโบย” เลือกเมนู...“แกงปูม้ากับกระท้อน”!!! ให้แขกนักท่องเที่ยวที่มาเยือนทาน

ส่วนผสมมีหอม กระเทียม เกลือ ขมิ้น ตะไคร้ กะปิบุโบย น้ำตาลปี๊บ พริกแห้ง ใบมะกรูด และน้ำกะทิ และที่ขาดไม่ได้พระเอกของงานนี้ คือ “ปูม้าสดๆ” ที่ผ่านการทำความสะอาดและสับเป็นชิ้นพอแกง

จากนั้นลงมือปรุงโดยตั้งกระทะด้วยไฟให้ร้อนจากนั้นใส่น้ำกะทิลงไปและใส่เครื่องแกงที่ผ่านการตำจนละเอียดลงไปคนจนเป็นเนื้อเดียวกันก่อนที่จะใส่กระท้อนห่อที่ผ่านการสับเป็นชิ้นพอคำคนคลุกเคล้าให้เข้ากันปรุงรสชาติเผ็ดปานกลาง เพิ่มเกลือนิดหน่อยได้ที่แล้วใส่พระเอกของเรื่อง คือ ปูม้าสดๆ เป็นลำดับสุดท้ายพร้อมกับใบมะกรูด เพื่อให้ความหวานของเนื้อปูคงอยู่ได้สัมผัสถึงความอร่อยก่อนยกเสิร์ฟจานนี้เสิร์ฟในราคา 250 บาท

นายธงชัย สารอักษร ผอ.สนง.วัฒนธรรมจังวัดสตูล กล่าวว่า “แกงปูม้ากับกระท้อนห่อ” เป็นอาหารโบราณของ จ.สตูล เพราะสตูล หรือ “สโตย” แปลว่า “เมืองกระท้อน” สามารถหาทานได้ที่นี่ นอกจากนี้ยังมีเมนูอาหารพื้นถิ่น ผักหวานทะเลลวกกินกับน้ำพริกมะอึก แกงหอยเจดีย์ ยำหอยกาบง และปลาหางแข็งทอด อาหารทั้งหมดนี้เป็นอาหารพื้นเมืองจากทะเลสด ๆ และอาหารที่หาทานได้เฉพาะถิ่นไว้บริการนักท่องเที่ยวที่จะเข้ามาเยือน  เสิร์ฟพร้อมด้วยข้าวแดงราชินี ร้อน ๆ ข้าวกล้องที่ขึ้นชื่อของหมู่บ้านแห่งนี้ที่อุดมไปด้วยวิตามินมากมาย   นอกจากนี้นักท่องเที่ยวยังจะสามารถเที่ยวชมวิถีชีวิตเรื่องราวความงดงามของผู้คนที่อยู่กันอย่างมีความสุข ร่วมกับธรรมชาติท้องทะเล

ทาง สนง.วัฒนธรรมจ.สตูล ได้เล็งเห็นความร่วมไม้ร่วมมือของทุกคนในชุมชน ที่ประสบความสำเร็จเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญทางระบบนิเวศน์ที่สมบูรณ์และมีศิลปวัฒนธรรมที่คงอยู่ของคนในพื้นที่ การยืดหยัดวิถีประมงชายฝั่งเป็นแหล่งขนสินค้าอาหารทะเลออกไปจำหน่ายยังพื้นที่ภายนอก การขยันขันแข็งของผู้คน เป็นต้นทุนที่สวยงามมีเอกลักษณ์ แม้พื้นที่แห่งนี้จะมีชายหาดสีดำก็มีมนต์เสน่ห์มีการจัดกิจกรรมกินแตง แข่งม้า บนหาดสีดำเป็นประจำทุกปี เหมาะกับการเป็นชุมชนท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม โดยล่าสุดชุมชนบ้านบุโบยได้รับโล่รางวัลจากนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 3 ส.ค.2561 ที่ผ่านมา แสดงให้เห็นถึงศักยภาพขอบชุมชนได้เป็นอย่างดี

นายอาหมัด เวชศักดิ์ นายก อบต.แหลมสน กล่าวว่า ความสมบูรณ์ของธรรมชาติที่แห่งนี้ เหมาะกับการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม เพราะมีทั้งจารีตประเพณีที่ทำต่อกันมา มีการดูแลอนุรักษ์ทรัพยากร มีธนาคารปู มีเทศกาลหอยตะเภา นักท่องเที่ยวที่มีงบน้อยสามารถมาท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่นี่ได้  หรือผู้ที่ชื่นชอบวิถี วัฒนธรรมชาวประมงพื้นบ้าน ที่จะได้เรียนรู้เรื่องราววิถีชีวิต งานประเพณีต่างๆ ที่เรียบง่ายมีอัตลักษณ์อย่างเทศกาลกินแตงแข่งม้า เชิญชวนให้มาสัมผัสที่นี่ ต.แหลมสน

นางหาหรีอ๊ะ ติ้งสง่า ประธานศูนย์เรียนรู้วิถีชีวิตชุมชนบ้านบุโบย ต.แหลมสน อ.ละงู จ.สตูล  กล่าวว่า  ทางชุมชนมีบริการนั่งเรือใบหางยาวไปท่องเที่ยวชุมชน ไปดูการทำไซปู การทำอวนกุ้ง นอกจากนี้มีโฮมสเตย์ของชาวบ้านและมีที่พักของศูนย์ฯเองด้วยรองรับนักท่องเที่ยวได้ถึง 40 คน  อาหารทะเลที่มาบริการจะมีชาวบ้านออกหากันทุกวันสด ๆ ไว้ให้บริการ

อยากจะเชิญชวนทุกคนมาชิมอาหารทะเลสด ๆ มาดูวิถีชีวิตการหาปลา มาดูการปลูกข้าวแดงราชินี  การปลูกแตงโม การปลูกพริก การปลูกผักปลอดสารพิษ การแปรรูปอาหารทะเล ซึ่งสโลแกนที่นี่คือ...

“อาหารทะเลสดทั้งปีที่นี่บุโบย ม๊ะ หาหรีอ๊ะ จะพาเที่ยวเอง”…

ติดต่อได้ที่เบอร์  087-299-4597  , 062-059-7905

 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
...............................................................
 
17 สิงหาคม 2561
 
 

อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
นายยั้งคิด วันที่ : 18/08/2018 เวลา : 08.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

ตอบ ความคิดเห็นที่ 1นายยั้งคิด ถูกใจสิ่งนี้ ถูกใจความคิดเห็นนี้ (1)
like เรียบร้อยแล้ว

สุรศักดิ์
......................................
กำนันสุเทพอยากให้อัยการส่งคดีฟ้องศาลโดยเร็วครับ ไม่อยากให้ตนเองต้องติดกับอยู่อย่างนี้ครับ

ความคิดเห็นที่ 1 นายยั้งคิด ถูกใจสิ่งนี้ (1)
สุรศักดิ์ วันที่ : 17/08/2018 เวลา : 22.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/surasakc
เชิญอ่านบทความใหม่ "สิงคโปร์ มีแนวทางใหม่บริหารหนี้สาธารณะอย่างไร " [เชิญคลิกลิงก์บรรทัดบนได้เลยครับ]

เรื่องสร้างโรงพักนี้ ซัดคนชง
เป็นวัวพันหลัก แต่คนอนุมัตินั้น
สำคัญกว่า เมื่อขึ้นศาลแล้วก็
แล้วแต่ศาลจะพิจารณา

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน