*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 4083
  • จำนวนผู้ชม : 2823287
  • จำนวนผู้โหวต : 534
  • ส่ง msg :
  • โหวต 534 คน
<< สิงหาคม 2018 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอาทิตย์ ที่ 19 สิงหาคม 2561
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 568 , 12:55:57 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน สิงห์นอกระบบ โหวตเรื่องนี้

สวัสดีครับ

         ทุกครั้งคราที่มีข่าวคนใน คสช. เกี่ยวข้องกับการทุจริต ก่อนอื่น 'บิ๊กตู่' ก็มักจะไม่พูดถึงให้มากความ แต่ปล่อยให้ชี้แจง

กันเอง เพราะท่านก็คงจะรู้อยู่แล้วว่า 'พูดไปก็ไม่มีประโยชน์' มีแต่จะเข้าเนื้อเสียเปล่าๆ

 

 

ใต้เงาร่ม ...

 

 

 

'ศรีสุวรรณ'รับคำท้าทาย'บิ๊กป๊อก'

    
 

19 ส.ค.2561 - นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทยกล่าวถึงกรณีที่ปรากฏข่าวว่า บุตรชาย ของ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่สจินดา รมว.มหาดไทยบุกพบผู้ว่าฯ ภูเก็ตเมื่อ 3 พ.ค. จนกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันทั่วว่า มท.1 มีเอี่ยวกับโครงการบริหารจัดการขยะหรือไม่นั้น ซึ่งยังไม่มีใครหรือหน่วยงานใดจะสามารถให้คำตอบต่อสังคมไทยได้ และการให้สัมภาษณ์ของ มท.1 ก็ปฏิเสธมาโดยตลอดว่าครอบครัวไม่ได้ยุ่งเกี่ยวแน่นอน พร้อมระบุว่า เรื่องนี้ไม่ใช่จะมากล่าวหากันบ่อยๆ ได้ ถ้าคิดว่ามีข้อมูล ก็ไปร้องทุกข์กล่าวโทษกับหน่วยงานที่รับผิดชอบในการตรวจสอบ ประเทศชาติถ้ามีใครโกง ต้องจับเข้าคุก ไม่ใช่มาด่าทอส่งเดช ขอแนะนำว่า อย่ามาโจมตี ควรจะไปบอกหน่วยงานที่เขามีอำนาจในการตรวจสอบ และลงโทษ

“เมื่อท้าทายเช่นนั้น สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จึงจะนำความไปร้องเรียนต่อ ป.ป.ช. เพื่อตรวจสอบ ตามที่ท่านท้าทาย เพราะวันนี้มีท้องถิ่นมีถึง 7,852 แห่ง ขณะที่กองขยะจากการสำรวจ พบว่ามี 2,810 กอง มีการสั่งการให้รวมตัวกันเป็นเป็นกลุ่มถึง 324 คลัสเตอร์ การลงทุนสร้างโรงเผาขยะผลิตไฟฟ้าแต่ละแห่งจะใช้เงินลงทุนไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท ซึ่งจะมีเม็ดเงินหมุนเวียนในเรื่องนี้มากกว่า 324,000 ล้านบาท ซึ่งชี้ให้เห็นว่าปัญหาขยะกำลังจะกลายเป็นแหล่งผลประโยชน์มหาศาลของผู้มีอำนาจที่เกี่ยวข้องเลยทีเดียว โดยสมาคมฯจะเดินทางไปยื่นคำร้องต่อ ป.ป.ช.ในวันจันทร์ที่ 20 ส.ค.2560 เวลา 10.30 น. ณ สำนักงาน ป.ป.ช. ถนนสนามบินน้ำ ปากเกร็ด จ.นนทบุรี”นายศรีสุวรรณระบุ

ซูเปอร์โพล ระบุประชาชนอยากเห็นนักการเมืองปรับปรุงคุณธรรม จริยธรรม

    
 

 

ประชาชนลงความเห็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองไทยในอดีต ต้องปรับปรุงมาตรฐานคุณธรรมและจริยธรรม โดยเฉพาะด้านจิตสำนึก ยึดผลประโยชน์ชาติ และควรนอบน้อมถ่อมตัวมากขึ้น รวมถึงมีจิตใจให้บริการ

นายนพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) นำเสนอผลโพล เรื่อง มาตรฐานคุณธรรมและจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในสายตาประชาชน กรณีศึกษาตัวอย่างประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 1,256 ตัวอย่าง โดยดำเนินโครงการระหว่าง วันที่ 10 - 18 สิงหาคม พ.ศ. 2561 ที่ผ่านมา พบว่า ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองไทยในอดีตของรัฐบาลที่ผ่านมาต้องปรับปรุงทุกตัวชี้วัด

ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 60.2 ระบุ มาตรฐานคุณธรรม จริยธรรม ของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในอดีตของรัฐบาลที่ผ่านมาอยู่ระดับที่ต้องปรับปรุง ในขณะที่ร้อยละ 34.6 ระบุระดับปานกลาง และเพียงร้อยละ 5.2 ระบุอยู่ในระดับดี แต่ที่น่าเป็นห่วงคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 61.2 ระบุ มาตรฐานด้านความสำนึกในบาปบุญคุณโทษ เลิกลดละ การทุจริตคอรัปชั่นในอดีตของรัฐบาลที่ผ่านมาต้องปรับปรุง

ที่น่าพิจารณาคือ เกินครึ่งหรือร้อยละ 55.7 ระบุ ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองต้องปรับปรุง มาตรฐานด้าน จิตสำนึก ยึดมั่น ผลประโยชน์ชาติ มากกว่า ผลประโยชน์ของ ครอบครัว เครือญาติ และพวกพ้อง นอกจากนี้ จำนวนมากหรือร้อยละ 47.9 ระบุ ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองต้องปรับปรุง มาตรฐานด้าน ความนอบน้อมถ่อมตัว ไม่กร่าง ไม่ใช้อำนาจบาตรใหญ่ สร้างความหวาดเกรงในหมู่ประชาชน

ที่น่าเป็นห่วงคือ เกินครึ่งหรือร้อยละ 51.0 ระบุ มาตรฐานด้าน ความเป็นผู้นำ เสริมสร้างความปรองดองของคนในชาติ ไม่เป็นต้นตอแห่งความขัดแย้งเสียเอง และร้อยละ 50.5 ระบุ ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองต้องปรับปรุง มาตรฐานด้าน ความจริงไม่บิดเบือนข้อมูลข่าวสาร

ยิ่งไปกว่านั้น จำนวนมากหรือร้อยละ 49.6 ระบุ ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองต้องปรับปรุง มาตรฐานด้าน การมีจิตใจให้บริการ รับใช้ประชาชน ไม่เลือกปฏิบัติ มีวินัย ต่อคิวรับบริการเหมือนประชาชนทั่วไป นอกจากนี้ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 58.2 ระบุ มาตรฐานคุณธรรม จริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง จะแย่ลง ในขณะที่ร้อยละ 34.9 ระบุจะเหมือนเดิม และเพียงร้อยละ 6.9 ระบุจะดีขึ้น

 

 

สวนดุสิตโพล ระบุ เลือกตั้งปีหน้า ประชาชนไปกาบัตรแน่ 77%

    
 

 

จากกระแสข่าวความคืบหน้าเกี่ยวกับการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในปี 2562 ทำให้ทั้งนักการเมือง พรรคการเมือง ต่างก็มีการเตรียมความพร้อมเพื่อเข้าสู่การเลือกตั้ง ในขณะที่ประชาชนเป็นผู้ตัดสินใจว่าจะเลือกผู้สมัครคนใด   พรรคการเมืองใด เพื่อสะท้อนความคิดเห็นของประชาชนที่มีต่อการตัดสินใจเลือก ส.ส. ระหว่าง “ผู้ที่กำลังจะมีสิทธิเลือกตั้งครั้งแรก” กับ “ผู้ที่เคยเลือกตั้งมาแล้ว” “สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ดำเนินการสำรวจความคิดเห็นของผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 1,083 คน ระหว่างวันที่ 15-18 สิงหาคม 2561 สรุปผลได้ ดังนี้ 
                      
1) ความตั้งใจจะไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ส.ส. (ปี 2562)    
1. ไปแน่นอน 77.56%  ผู้ที่กำลังจะมีสิทธิเลือกตั้งครั้งแรก  69.87%  ผู้ที่เคยใช้สิทธิเลือกตั้งมาแล้ว   84.70%
2   ไม่แน่ใจ  19.67%    ผู้ที่กำลังจะมีสิทธิเลือกตั้งครั้งแรก  26.10%  ผู้ที่เคยใช้สิทธิเลือกตั้งมาแล้ว   13.70%
3   ไม่ไป     2.77%     ผู้ที่กำลังจะมีสิทธิเลือกตั้งครั้งแรก    4.03%  ผู้ที่เคยใช้สิทธิเลือกตั้งมาแล้ว      1.60%

2) ความสนใจต่อข่าวการเลือกตั้ง ส.ส. ในครั้งต่อไป (ปี 2562)
1 ค่อนข้างสนใจ    43.40%    ผู้ที่กำลังจะมีสิทธิเลือกตั้งครั้งแรก  42.23% ผู้ที่เคยใช้สิทธิเลือกตั้งมาแล้ว 44.48%
2  ไม่ค่อยสนใจ    28.25%    ผู้ที่กำลังจะมีสิทธิเลือกตั้งครั้งแรก  31.09% ผู้ที่เคยใช้สิทธิเลือกตั้งมาแล้ว 25.62%
3    สนใจมาก    24.10%      ผู้ที่กำลังจะมีสิทธิเลือกตั้งครั้งแรก  22.84% ผู้ที่เคยใช้สิทธิเลือกตั้งมาแล้ว 25.27%
4   ไม่สนใจ     4.25%         ผู้ที่กำลังจะมีสิทธิเลือกตั้งครั้งแรก    3.84% ผู้ที่เคยใช้สิทธิเลือกตั้งมาแล้ว 4.63%

3)“ผู้ที่กำลังจะมีสิทธิเลือกตั้งครั้งแรก” กับ “ผู้ที่เคยใช้สิทธิเลือกตั้งมาแล้ว” ให้ความสำคัญกับประเด็นต่อไปนี้อย่างไร
ประเด็นที่ใช้ประกอบการตัดสินใจเลือก ส.ส.     
1 คุณธรรม จริยธรรม ความซื่อสัตย์   93.71% ผู้ที่กำลังจะมีสิทธิเลือกตั้งครั้งแรก 93.47% ผู้ที่เคยใช้สิทธิเลือกตั้งมาแล้ว 93.93%
2  ความรู้ ความสามารถ        89.21%          ผู้ที่กำลังจะมีสิทธิเลือกตั้งครั้งแรก 89.14% ผู้ที่เคยใช้สิทธิเลือกตั้งมาแล้ว 89.29%
3   นโยบายพรรค      85.46%                    ผู้ที่กำลังจะมีสิทธิเลือกตั้งครั้งแรก 85.26%    ผู้ที่เคยใช้สิทธิเลือกตั้งมาแล้ว 85.64%
4 ประวัติการทำงาน ผลงานที่ผ่านมา   83.65% ผู้ที่กำลังจะมีสิทธิเลือกตั้งครั้งแรก 84.27% ผู้ที่เคยใช้สิทธิเลือกตั้งมาแล้ว 83.08%
5พื้นฐานการศึกษา    81.43%                      ผู้ที่กำลังจะมีสิทธิเลือกตั้งครั้งแรก 80.88% ผู้ที่เคยใช้สิทธิเลือกตั้งมาแล้ว 81.93%

4)ระหว่าง“ผู้สมัครที่เคยได้รับเลือกเป็น ส.ส. มาแล้ว” กับ “ผู้สมัครที่ยังไม่เคยได้รับเลือกเป็น ส.ส.” 
   
1    มีผล    54.91%     ผู้ที่กำลังจะมีสิทธิเลือกตั้งครั้งแรก 58.72% ผู้ที่เคยใช้สิทธิเลือกตั้งมาแล้ว    51.29%  เพราะ  เป็นที่รู้จัก มีผลงาน มีประสบการณ์ ใกล้ชิดกับประชาชน มีเครือข่ายในการทำงาน รู้ปัญหาในพื้นที่ ช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น ฯลฯ
2    ไม่มีผล    45.09%      ผู้ที่กำลังจะมีสิทธิเลือกตั้งครั้งแรก  41.28% ผู้ที่เคยใช้สิทธิเลือกตั้งมาแล้ว    48.71% เพราะ  อยากเปิดโอกาสให้กับคนใหม่ ๆ พิจารณาจากประวัติส่วนตัว การศึกษา บุคลิกภาพ นิสัยส่วนตัว เป็นคนที่สังคมให้การยอมรับ ฯลฯ   

'หลานมาร์ค' อบรมประชาธิปัตย์ 20 ปีไม่ชนะเลือกตั้ง

    
 

18 ส.ค.61 - ที่คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีการจัดเสวนาวิชาการ เรื่อง "การเมืองกับคนรุ่นใหม่" เนื่องในวันครบรอบ 70 ปี คณะรัฐศาสตร์  จุฬาฯ  โดยงานเสวนานี้มีนาย นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์  และหลานชายนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ร่วมเสวนา

นายพริษฐ์ กล่าวตอนหนึ่งว่า ปัจจุบันสังคมเรียกร้องบทบาทของคนรุ่นใหม่ เพราะเชื่อในศักยภาพ มุมมองใหม่ และวิธีแก้ปัญหาเก่าด้วยวิธีใหม่ของคนรุ่นใหม่  สำหรับการเมืองอนาคตที่หลายฝ่ายมองว่าต้องเป็นของคนรุ่นใหม่ หรือรุ่นเก่านั้น ตนมองว่าในบทบาทต้องทำงานร่วมงาน ไม่อยากให้แยกกัน เพราะอาจเป็นการเพิ่มความขัดแย้งที่มีอยู่เดิมให้มากขึ้นได้

นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า สำหรับปัญหาหรืออุปสรรคในการมีส่วนร่วมทางการเมือง คือความเป็นเผด็จการ ที่ปิดกั้นการแสดงออกทางการเมือง การจำกัดสิทธิ์สมัครเป็นสมาชิกพรรค ดังนั้นต้องปลดล็อคเรื่องดังกล่าว ทั้งการเลือกตั้งที่ฝ่ายสนับสนุนประชาธิปไตยต้องชนะการเลือกตั้ง   และการแก้รัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตย อาทิ ประเด็นที่ให้ ส.ว. ที่ไม่ผ่านการเลือกตั้งได้สิทธิ์เลือกนายกฯ เป็นต้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในช่วงท้ายของเวทีเสวนา มีคำถามกรณีพรรคประชาธิปัตย์แพ้เลือกตั้งมา 20 ปี นายพริษฐ์ ชี้แจงว่า ระยะ 20 ปี ตนยังไม่เคยเห็นพรรคประชาธิปัตย์ชนะเลือกตั้งเช่นกัน แต่แม้ไม่ชนะเลือกตั้ง พรรคประชาธิปัตย์ในบทบาทฝ่ายค้านมีความสำคัญต่อการถ่วงดุลระบบรัฐสภา

"พรรคประชาธิปัตย์ไม่ชนะเลือกตั้ง อาจเป็นเพราะนโยบายยังไม่โดนใจ แต่ผมเชื่อว่าหลังจากนี้พรรคประชาธิปัตย์ต้องปรับ ให้เป็นพรรคยุคใหม่ เพื่อให้เกิดความชัดเจน โดยเฉพาะการยืนฝ่ายประชาธิปไตยและมาเป็นรัฐบาลผ่านการเลือกตั้งเท่านั้น ขณะที่การตอบโจทย์ของประชาชน ต้องเปิดให้ประชาชนมีส่วนร่วมในพรรคการเมือง มีหัวหน้าพรรคที่ประชาชนเลือก สุดท้ายพรรคใดจะชนะเลือกตั้งหรือไม่ ขึ้นอยู่กับนโยบายที่โดนใจ ขณะที่จุดยืนส่วนตัวของผม ยืนยันว่าจะไม่ยกมือให้นายกฯคนนอกเด็ดขาด" นายพริษฐ์ กล่าว.

 

(คลิกที่รูป เพื่ออ่านข่าว)

 
 
  • 1
  • 2
  • 3
  • 4
  • 5
  • ..................................................................

 

blog-logo

 
 

‘พริษฐ์’ เลือดใหม่ประชาธิปัตย์

‘พริษฐ์’ เลือดใหม่ประชาธิปัตย์

สุทธิชัย หยุ่น จัดเสวนา “สุทธิชัย อะคาเดมี่” หัวข้อ “อนาคตประเทศไทยไปทางไหน”  มี คุณหญิง สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แกนนำพรรคเพื่อไทย นายอนุทิน ชาญวีรกุล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้ร่วมก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่

และ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ หรือไอติม หลานชาย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เข้าร่วมการเสวนา

ความน่าสนใจนอกจาก นายธนาธร ที่ถือเป็นคนรุ่นใหม่ที่ประกาศเข้ามาสร้างการเมืองรุ่นใหม่แล้ว

ที่น่าสนใจที่สุดในวันนั้น เห็นจะเป็น นายพริษฐ์ หรือไอติม ซึ่งถือเป็นคนรุ่นใหม่เหมือนกัน

น่าสนใจตรงที่ ถือเป็นการเปิดตัวอย่างชัดเจนระหว่างนายพริษฐ์ กับพรรคประชาธิปัตย์

แม้จะเปิดตัวในฐานะคนรุ่นใหม่ช้ากว่านายธนาธร แต่ช้ากว่าแล้วจะเป็นไรไป ในเมื่อการเปิดตัวครั้งนี้เป็นการเปิดทางให้มาเปิดตัวของนายอภิสิทธิ์ น้าชาย ผู้เป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

ความฉะฉานของนายพริษฐ์ ทำให้คนที่ไม่เคยรู้จักถามกันใหญ่ว่า เป็นใคร ดูเป็นคนรุ่นใหม่ที่น่าสนใจ

สั้นๆก็คือ นายพริษฐ์ เรียนจบปริญญา สาขา ปรัชญา การเมือง และเศรษฐศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ด ของอังกฤษ  และในระหว่างที่เรียนยังได้รับเลือกให้เป็น “นายกองค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ด” ซึ่งถือว่าเป็นคนไทยแรกที่ได้รับโหวตให้เป็นนายกองค์การนักศึกษาอ็อกซ์ฟอร์ดด้วย

ฉะนั้นในแง่ความสามารถ ความฉะฉาน คงไม่ต้องพูดถึง

ดังนั้นสิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่าก็คือ นายพริษฐ์ พูดชัดเจนว่า เตรียมเข้าไปทำงานการเมือง โดยจะเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะคนรุ่นใหม่ เพื่อช่วยให้พรรคประชาธิปัตย์ก้าวพ้นจากพรรคอนุรักษ์นิยม

เป็นความตั้งใจที่แน่วแน่ ไม่รู้ว่าจะทำได้เพียงใด และนายพริษฐ์ได้ศึกษาประวัติศาสตร์ในพรรคประชาธิปัตย์มากน้อยเพียงไหน

เมื่อครั้งที่นายอภิสิทธิ์ เข้ามาเป็นคลื่นลูกใหม่ของประชาธิปัตย์ ก็มาแรงแบบนี้แหละ เมื่อปี 2537 ซึ่งตอนนั้นนายอภิสิทธิ์อายุ 30 ปี กำลังไฟแรง ถึงขั้นวิพากษ์วิจารณ์ว่า นายชวน หลีกภัย เป็นบุคลิกของนักการเมืองรุ่นเก่า ไม่อินเตอร์ เป็นนายกรัฐมนตรีระดับอินเตอร์ไม่ได้ จนกลายเป็นข่าวดังมากในยุคนั้น

นักข่าวไปถามนายชวนเรื่องการวิพากษ์วิจารณ์ของนายอภิสิทธิ์ ก็ได้คำตอบแบบเชือดนิ่มๆจากคนรุ่นเก่าในสายตาของนายอภิสิทธิ์ ว่า

“ไม่รู้ คงต้องไปถามคุณแม่ของนายอภิสิทธิ์ดู”

จากนั้นนายอภิสิทธิ์ อนาคตของคนรุ่นใหม่ในยุคนั้น ก็ทำงานการเมืองสไตล์ประชาธิปัตย์อย่างเชื่องเชื่อ โดยมีนายชวน และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เป็นพี่เลี้ยงกำกับดูแลมาตลอด

จนวันนี้นายอภิสิทธิ์ ก็ยังคงรับฟังทั้งนายชวน และนายสุเทพ เป็นอย่างดี

ก็ได้แต่หวังว่า นายพริษฐ์ ซึ่งขณะนี้อายุ 25 ปี จะสามารถเป็นคนรุ่นใหม่ที่นำพรรคประชาธิปัตย์ก้าวพ้นความเป็นอนุรักษ์นิยมไปได้จริงๆ

คงไม่ถูกกลืนและครอบงำด้วยสไตล์ประชาธิปัตย์ เหมือนอย่างที่เคยเกิดขึ้นกับนายอภิสิทธิ์ก็แล้วกัน

เพราะจากนักการเมืองรุนใหม่ในวันนั้น วันนี้นายอภิสิทธิ์เป็นนักการเมืองรุ่นเก่าสไตล์ประชาธิปัตย์ลึกจนถึงกระดูกดำไปแล้ว

 ................................................

 

 ข่าว ดูดวง เพลง Joox หวย ผลบอล ดูทีวีออนไลน์ เกม

ธนาธร-หลานอภิสิทธิ์ โชว์กึ๋นกลางเวทีเสวนา เห็นตรงกันรัฐประหารไม่ใช่ทางออกประเทศ

23 มี.ค. 61 (08:45 น.)เปิดอ่าน 8,810
 
 
 
ธนาธร-หลานอภิสิทธิ์ โชว์กึ๋นกลางเวทีเสวนา เห็นตรงกันรัฐประหารไม่ใช่ทางออกประเทศ
 

'ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ' ชี้รัฐประหาร ไม่ใช่ทางออก-ทำประเทศสะดุด ด้าน 'ไอติม-พริษฐ วัชรสินธุ' หนุนรื้อระบบการศึกษา แก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ สร้างความหลากหลายทางความคิด 'คุณหญิงสุดารัตน์' วอนหยุดอคติ เห็นคนเท่ากัน 'อนุทิน' ระบุการเมืองเซ็ตซีโร่แล้ว ทุกคนเริ่มต้นพร้อมกัน

นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้ร่วมก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่ ให้ความเห็นในวงเสวนา 'อนาคตประเทศไทย ไปทางไหน' ว่า โดยส่วนตัวผ่านการรัฐประหารมาแล้ว 4 ครั้ง และทุกครั้งพิสูจน์แล้วว่าไม่ได้ทำให้ประเทศเดินหน้า ซึ่งวันนี้สิ่งที่ทุกคนต้องทำคือ ไม่เรียกทหารออกมาทำรัฐประหาร เพื่อแก้ปัญหาบ้านเมือง เพราะพวกเราสามารถแก้ปัญหาได้โดยไม่ต้องใช้อำนาจจากกระบอกปืน 

"พวกเราสามารถแก้ปัญหาบ้านเมืองได้โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งอำนาจจากกระบอกปืน" นายธนาธรกล่าว

ขณะที่ รัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 คือรัฐธรรมนูญที่บิดเบี้ยว ไม่เชื่อมโยงกับประชาชน ดังนั้นเราควรเลิกเชื่ออำนาจที่ไม่เป็นประชาธิปไตย

ด้านนายพริษฐ์ วัชรสินธุ หรือ ไอติม สมาชิกยุวประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นหลานชายของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า สิ่งที่จะทำให้ประเทศไทยเดินหน้า คือการกลับเข้าสู่ระบอบประชาธิปไตย และไม่สนับสนุนการรัฐประหารยึดอำนาจ 

อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยต้องมีการรื้อระบบเพื่อความหลากหลายทางความคิด และต้องแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ โดยเฉพาะระบบการศึกษาที่ถือเป็นต้นตอของความเหลื่อมล้ำ และควรดำเนินการปฏิรูปการศึกษา 

"ตอนนี้สิ่งที่ต้องคิดร่วมกันคือ เราจะสร้างประชาธิปไตยให้ยั่งยืนได้อย่างไร โดยไม่ต้องมีคนตายหรือติดคุกเพื่อสร้างระบอบประชาธิปไตยที่เข้มแข็ง" นายพริษฐ์ กล่าว

ทั้งนี้ นายพริษฐ์ ระบุว่า ตนพร้อมเข้าไปทำงานในพรรคประชาธิปัตย์ โดยยึดมั่นในหลักการประชาธิปไตย การกระจายอำนาจ และอิงหลักวิชาการ พร้อมทั้งเชื่อว่า พรรคประชาธิปัตย์ยุคใหม่สามารถตอบโจทย์ของคนรุ่นใหม่ได้

ด้านคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ สมาชิกพรรคเพื่อไทย กล่าวเสริมว่า การทำรัฐประหารพิสูจน์แล้วว่าไม่สามารถทำให้ประเทศพัฒนาได้ ดังนั้นควรยึดมั่นในหลักการประชาธิปไตย โดยให้ประชาชนเป็นผู้พิพากษา ประเมินผลงานของนักการเมือง

"หยุดมีอคติต่อกัน มองคนให้เท่ากัน หยุดสร้างวาทกรรมมาโจมตีใส่ร้ายกัน" คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าว

ส่วนนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้ความเห็นว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ถือว่าพรรคการเมืองถูกเซ็ตซีโร่แล้ว เพราะนักการเมืองทุกคนทั้งพรรคเก่าและพรรคใหม่ ไม่มีใครอยู่ในศูนย์อำนาจแล้ว นั่นคือทุกพรรคกลับมาเริ่มต้นใหม่เหมือนกันหมด ตัวแปรการแข่งขันในสนามเลือกตั้งครั้งนี้คือนโยบายของแต่ละพรรค สุดท้ายแล้วถ้าทุกคนยอมรับผลการเลือกตั้ง และเคารพกติกา มันก็จะเดินหน้าไปได้ และบ้านเมืองก็จะกลับเข้าสู่โหมดปกติ

"การเลือกตั้งครั้งนี้ถือว่าพรรคการเมืองถูกเซ็ตซีโร่แล้ว เพราะนักการเมืองทุกคนทั้งพรรคเก่าและพรรคใหม่ ไม่มีใครอยู่ในศูนย์อำนาจแล้ว" นายอนุทิน กล่าว

 

 

 

 

 

 

 .................................................................

 

19 สิงหาคม 2561

 

  


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน