*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 4083
  • จำนวนผู้ชม : 2823913
  • จำนวนผู้โหวต : 534
  • ส่ง msg :
  • โหวต 534 คน
<< สิงหาคม 2018 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันเสาร์ ที่ 25 สิงหาคม 2561
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 656 , 11:09:38 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 3 คน สุรศักดิ์ , สิงห์นอกระบบ และอีก 1 คนโหวตเรื่องนี้

สวัสดีครับ

         ในฐานคนที่มีศรัทธาต่อ 'บิ๊กตู่' จึงอดเป็นห่วงการที่ท่านกระทบกระทั่งกับสื่อเสียมิได้ เนื่องจากสื่อทีอยู่ฝ่ายตรงกันข้าม

ก็มีอยู่ แล้วอาจจะต้องการดิสเครดิตท่านด้วยการยั่วให้เกิดโทโสจนระงับอาการไม่อยู่ก็เป็นได้ จึงอยากให้ท่านนึกถึงภาษิตไทย

ที่กล่าวว่า " อย่าเอาพิมเสนไปแลกกับเกลือ" เอาไว้นะครับ

         ขออนุญาตพูดถึงตัวเองนิดหนึ่งครับ เพราะผมกำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่ถูกคนส่วนหนึ่งเกลียดชังอย่างหนักหนาสาหัสมาก

ทีเดียว จึงไม่ค่อยสะดวกที่จะไปเยี่ยมเยียนบล็อกเกอร์โอเคด้วยกันคนอื่นๆดังเคยครับ เนื่องจากไม่ทราบว่าเจ้าของบล็อกจะรังเกียจ

เอาหรือเปล่า จึงขออยู่อย่างเจียมใจเจียมกายไปพลางๆครับ และขอบอกด้วยว่า หากจะมีท่านใดตะเพิดผมตรงๆก็จะขอขอบคุณมาก

ทีเดียวครับ

 

หมัดตรง

 

 

 

 

สังคมที่ขาดซึ่งสติปัญญา


    
 

      ตกใจ!!!!!

                วานนี้ (๒๔ สิงหาคม) เห็นข่าวนายกฯ ลุงตู่ ชี้นิ้ว บอกให้นักข่าวทำเนียบรัฐบาลรายหนึ่งออกไปจากทำเนียบรัฐบาล

                เรื่องมันมาจากการต่อปากต่อคำ จากการที่นักข่าวเอาแต่ถามประเด็นการเมือง แต่ลุงตู่ข้องใจทำไมไม่ถามเรื่องเศรษฐกิจบ้าง

                พูดง่ายๆ มันเกิดอาการงอน 

                ฝ่ายหนึ่งงอน ฝ่ายหนึ่งตอด

                ฝ่ายนักข่าวบ่นว่า "ต่อปากต่อคำก็ไม่ได้ด้วย"

                ลุงตู่ได้ยินก็ขึ้นซิครับ

                "ก็ไม่ได้ไง นินทาอะไรวะ ไม่ต้องมาต่อปากต่อคำกับฉันหรอก ต่อปากต่อคำไม่ได้ ก็ออกไปข้างนอกโน่น ใครที่พูดเมื่อกี้"

                คือ...คนนอกมองเป็นเรื่องใหญ่

                แต่นักข่าวทำเนียบฯ ขำๆ

                เป็นเรื่องปกติของลุงตู่โกรธง่าย หายเร็ว ไม่อาฆาต

                ทีนี้ประเด็นคือ ทำไมถามเรื่องการเมืองไม่ได้

                ถามแล้วทำไมลุงตู่ควันออกหู

                ประเทศกำลังพัฒนาทั่วโลก ถ้าการเมืองดี เศรษฐกิจจะดีตาม

                เมื่อไหร่ก็ตามที่การเมืองแย่ โกงกินสารพัด รัฐบาลหมกมุ่นกับผลประโยชน์ทับซ้อน ทุจริตเชิงนโยบาย เศรษฐกิจพังพินาศ

                การเมืองจึงมีความสำคัญกว่าที่หลายๆ คนคิด

                สำคัญหมด....ไม่ว่าจะเป็นการปูทางไปสู่การเลือกตั้ง หลังเลือกตั้งแล้วรัฐบาลใหม่ที่มารับไม้ต่อจะเป็นอย่างไร

                บรรดากองเชียร์กองแช่งจะผสมโรงอีกหรือไม่?

                ประเด็นการเมืองจึงเป็นเรื่องต่อเนื่อง คำตอบ คำถาม ในวันนี้ส่งผลไปอีกครึ่งปี หนึ่งปี หรือมากกว่านั้น

                ถามว่าลุงตู่รู้มั้ยว่า การเมืองตั้งแต่ก่อนเลือกตั้ง วันเลือกตั้ง และหลังเลือกตั้งจะเป็นอย่างไร

                รู้ครับ!

                แต่บางเรื่องบางประเด็นอยู่เหนือการควบคุม

                และนั่นอาจนำมาซึ่ง การไม่อยากต่อปากต่อคำ

                อยากให้อ่าน....

                พิภพ ธงไชย เขียนไว้ในเฟซบุ๊ก

                ..........วิกฤติการเมืองไทย นับหนึ่งใหม่หลังวันเลือกตั้ง

                เมื่อคืนไปออกรายการคนเคาะข่าว ที่ NEWS 1 ของคุณเติมศักดิ์ จารุปาน กับอาจารย์วันวิชิต บุญโป่ง อาจารย์หนุ่มไฟแรงจาก ม.รังสิต

                ก่อนนั้นในค่ำวันจันทร์ก็ไปสังสรรค์กับนักเคลื่อนไหวทางการเมืองและนักสิทธิมนุษยชนกับนักสันติวิธีหลายกลุ่ม และได้อ่านบทสัมภาษณ์ของคุณจตุพร พรหมพันธุ์ ว่า "วิกฤติกำลังจะเกิด เลือกตั้งก็ไม่จบ"  ในแทบลอยด์ ไทยโพสต์

                ดูผู้คนจะเห็นประเด็นตรงกัน เพียงแต่คาดการณ์ต่างกันว่า จะใหญ่โตแค่ไหน จะถึงกับเลือดตกยางออกมากน้อยเพียงใดหรือไม่ ด้วยมองเหตุแห่งวิกฤติไม่ตรงกัน ทั้งผลที่ตามมาก็ไม่ตรงกัน

                ผมเองชี้ให้เห็นว่า วิกฤติใหญ่ที่สุดของไทย เกิดเมื่อคราวเสียกรุงศรีอยุธยา ๗ เมษายน ๒๓๑๐ และการสร้างกรุงธนบุรีระยะแรก แต่หลังจากนั้นถึงมีวิกฤตการณ์มาเป็นระยะๆ ก็ไม่ใหญ่โตเท่าคราวเสียกรุง และยุคสร้างกรุงธนบุรี ผมเชื่อว่าจะเกิดวิกฤติทางการเมืองอีกรอบหลังเลือกตั้ง แต่น่าจะหลังนายกรัฐมนตรีคนต่อไป ซึ่งจะไม่ใหญ่โตมากนัก

                วิกฤตินั้นก็ยังมาจากเหตุเดิม คือตัว "ทักษิณ" ที่ยังไม่ยอมแพ้ และไม่มีเหตุให้ทักษิณต้องยอมแพ้เสียด้วย ยิ่งเห็นลู่ทางชนะการเลือกตั้ง เข้ามาต่อรองอำนาจทางการเมืองและผลประโยชน์ได้ใหม่ ก็ยิ่งฮึดสู้ เพราะ "สงคราม" ในความคิดของทักษิณยังจบไม่ลง คล้ายสมัยสงครามยุค "นโปเลียน" ต้องให้เกิดการเผด็จศึกแบบสงครามวอเตอร์ลู และนำไปสู่เกาะ Saint Helena เท่านั้น สงครามทักษิณจึงจะจบ

                ที่ผมว่าจะไม่เกิดวิกฤติใหญ่ถึงเลือดนองท้องช้าง เพราะยุคสมัยนี้มีตัวควบคุม คือ กองทัพ กลุ่มทุนใหญ่ สถาบันกษัตริย์ และวัฒนธรรมไทย

                สังคมไทยตั้งแต่ต้นรัตนโกสินทร์ ผ่านวิกฤติมาหลายครั้ง ความสามารถของสถาบันกษัตริย์ไทย ทรงใช้สติปัญญาฝ่าฟันมาได้โดยตลอด ทำให้วิกฤติไม่บานปลายกลายเป็นวิกฤติใหญ่ เช่นประเทศเพื่อนบ้าน หรือประเทศอื่นใดในโลกใบนี้

                ความคิดนี้ตรงกับ Kofi Annan ที่เคยกล่าวไว้ว่า “จริงๆ แล้วประเทศไทยถือว่าโชคดีมาก เพราะความขัดแย้งในประเทศไทยเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ในโลกแล้วถือว่าเล็กน้อยมาก ประเทศไทยไม่มีความขัดแย้งที่รุนแรงในเรื่องอุดมการณ์ ศาสนา ภาษา วัฒนธรรม เรามีปัญหาความเหลื่อมล้ำและความยากจนบ้าง แต่ก็เป็นประเด็นซึ่งอยู่ระหว่างการแก้ไขปรับปรุงและมีทิศทางที่ดีขึ้น คนไทยมีความภูมิใจในชาติ และยังโชคดีที่มีสถาบันพระมหากษัตริย์ที่เป็นศูนย์รวมจิตใจคนไทยมาช้านาน”

                ครั้งหนึ่งผมเคยเป็นตัวแทนญาติวีรชนพฤษภา ๓๕ ไปฟ้องคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งองค์การสหประชาชาติ ที่เจนีวา เมื่อนำคำฟ้องไปเทียบกับประเทศอื่น ของยุคสมัยเดียวกัน เช่น อาร์เจนตินา ความรุนแรงและความตายของเรากลายเป็นเรื่องเล็กนิดเดียว

                กลับมาที่การเมืองบ้านเรา เราต่างเห็นตรงกันว่าเกิดวิกฤติแน่ ไม่ใช่เพราะทักษิณไม่หยุด นักการเมืองที่ลอยหน้าลอยตาก็ไม่หยุดที่จะ "เขมือบแผ่นดิน" กันต่อไป ตัวตัดสินคือคนรุ่นใหม่ ที่ห่างเหินการเลือกตั้งไปร่วมสิบปี คนรุ่นนี้จะตัดสินใจทางการเมืองอย่างไร ยังเป็นที่สงสัย และมีตัวเลือกให้เขามากพอหรือไม่ ที่จะใช้ตัดสินใจเพื่อหาทางออกให้ประเทศไปจากคนรุ่นเก่า

                ผมชี้ให้เห็นถึงคุณภาพของคนไทยส่วนหนึ่ง ที่ผ่านระบบการศึกษาแบบอ่านไม่คล่องเขียนไม่คล่อง  คิดเลขไม่เก่ง และเป็นโรค "LD-Learning Disorder-โรคการเรียนรู้บกพร่อง" รวมแล้วถึง ๓๐% ที่จะโตพอไปใช้สิทธิ์ออกเสียงทางการเมือง ที่นักการเมืองผู้ฉวยโอกาสจะใช้เป็นเหยื่อทางการเมือง แล้วชนชั้นกลางระดับล่างที่มองแต่ผลประโยชน์เฉพาะหน้า ทั้งสองกลุ่มต่างตกอยู่ภายใต้สังคมอุปถัมภ์ ที่ระบบการศึกษาและสื่อมวลชนไม่ได้ช่วยยกระดับจิตสำนึกทางการเมืองให้เป็นพลเมืองที่มีคุณภาพแต่อย่างใด  นอกจากการเรียนรู้การเมืองจากการเลือกตั้ง ที่เต็มไปด้วยข้อมูลลวง หรือข่าวลวง-Fake News ในโลกสมัยใหม่

                และยิ่งสังคมไทยไม่มี “วัฒนธรรมการอ่านหนังสือ” ด้วยแล้ว ภูมิปัญญาจะเติบโตได้อย่างไร

                สังคมในอนาคต จะเรียกกลุ่มคนเหล่านี้ว่า "ชนชั้นที่ไร้ประโยชน์-Useless Class" โดยจะถูกควบคุมโดยกลุ่มชนชั้นสูง-Super Elite Class ที่ Yuval Noah Harari ว่าไว้ในโลกยุค AI (ดร.วรศักดิ์ กนกนุกุลชัย  นำมาสรุปเสนอไว้)

                ที่ผ่านมาไม่มีนักการเมืองกลุ่มใด หรือพรรคการเมืองใด ช่วยยกระดับสติปัญญาในเรื่องนี้เลย จนแม้แต่อาจารย์พุทธทาสภิกขุ ก็เคยเทศนาถึงสังคมประชาธิปไตยในบ้านเราอย่างน่าเป็นห่วงว่า “ขาดซึ่งสติปัญญา”

                ที่กล่าวเช่นนี้ มิได้หมายที่จะไม่สนับสนุนการเลือกตั้ง แต่เราจะอดทนพอต่อผลการเลือกตั้ง และความไร้ประสิทธิภาพของรัฐบาล ที่เต็มไปด้วยการโกงกิน โดยอ้างว่ามาจาก "เสียงสวรรค์" ของประชาชนได้หรือไม่ วิกฤติจึงยังคงอยู่ต่อไป ไม่ว่าจะมาจากรัฐบาลทหาร หรือรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง

                ผมพูดเพิ่มเติมมากกว่าการพูดคุยในรายการคนเคาะข่าว และยังนึกทางออกไม่ได้ ถึงแม้จะมองเห็นอยู่ คือ “การปฏิรูปทุกด้าน” ตามที่กำลังเดินหน้ากันอยู่ แต่ที่ไม่มีความหวังกับนักการเมืองและพรรคการเมือง ด้วยไม่เห็นมีการชูธงการปฏิรูป นอกจากชู ”พลังดูด” จะมีเพียงพรรคใหม่บางพรรค ที่ชูว่าจะเปลี่ยนแปลงบางเรื่อง ซึ่งเรื่องที่จะเปลี่ยนนั้น ก็เพียงเป็น ”การตลาด” ที่ทักษิณเคยนำเสนอมาแล้ว โดยไม่เปลี่ยนไปถึงฐานรากของปัญหา ที่ลดความเหลื่อมล้ำ ลดการผูกขาดทางการค้า สร้างประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจ กระจายอำนาจและกระจายงบประมาณออกไป กับปฏิรูปการศึกษาให้ถึงตัวเด็ก

                ผมตั้งคำถามในวงสนทนาเมื่อคืนวันจันทร์ว่า สังคมทำสงครามกับทุนทักษิณ แต่ทุนอื่นใน ๑๐  ทุนยักษ์ของหัวขบวนในตลาดหุ้นนั้น เลวหรือดีกว่าทุนทักษิณ หรือเลวพอกัน และกลุ่มทุนนั้นเติบโตกว่า  ๑๐% ขณะที่ GDP ขยับไปไม่ถึง ๔% (ในยุคทหารครองเมือง) ทุนเหล่านี้กลับแอบซ่อนอยู่นอกสนามรบ ปล่อยให้ “ทุนทักษิณ” เผชิญหน้าในสนามรบอยู่ฝ่ายเดียว

                หาไม่สังคมการเมืองก็จะอยู่กันแบบนี้ คนจนมากขึ้น คนรวยกระจุกตัว ครอบครองทรัพย์สินเกิน ๗๐% ของทรัพย์สินในประเทศ

                แล้ววิกฤติการเมือง วิกฤติสังคม ประเทศนี้จะหมดไปได้อย่างไร ?..........

                ครับ....อย่าเพิ่งสรุปอะไรทั้งนั้น!    

                ประเด็นความขัดแย้ง ต้องยอมรับความจริงประการหนึ่งว่า ห้ามไม่ให้เกิดไม่ได้ หาก "ทักษิณ" ยังคงเคลื่อนไหวอยู่

                ไม่ใช่เรื่องก้าวข้ามหรือไม่ข้ามทักษิณ              

                แต่เพราะเงื่อนที่สร้างโดยทักษิณยังคงอยู่ และ ทักษิณ พยายามนำกลับมาใช้ประโยชน์อีกครั้ง 

                ความขัดแย้งรอบกว่า ๑๐ ปีที่ผ่านมา ทักษิณ ใช้จุดอ่อนของสังคมไทย แอบอ้างประชาธิปไตย ผ่านการเลือกตั้ง ด้วยนโยบายประชานิยมสุดขั้ว

                มันยังตราตรึงผู้คนอยู่ไม่น้อย

                ใครบ้างไม่ชอบ ลด แลก แจก แถม

                เช่นกัน เมื่อได้ของลดแลกแจกแถมไปแล้ว จะมีสักกี่คนที่คำนึงถึงผลที่ตามมา และผลที่ว่าไม่ได้สร้างความเสียหายให้ใครคนใดคนหนึ่ง

                แต่มันคือหายนะของประเทศ

                และนี่จะทำให้การเมืองหลังเลือกตั้งยังคงมีความขัดแย้ง

                พรรคสนับสนุน คสช.ชนะ ปัญหาก็ยังอยู่

                เพื่อไทยชนะ ก็มีปัญหา

                เพราะรากเหง้าของปัญหาไม่เคยได้รับการแก้ไข

                ปฏิรูปประเทศที่พยายามตั้งไข่ในช่วง ๔ ปีที่ผ่านมา วันนี้ยังหาผลที่ปรากฏเด่นชัดไม่ได้ นอกจากข้อเสนอในเอกสาร

                แล้วไปว่ากันในรัฐบาลถัดไป

                ทุกอย่างมันก็ถูกผลักออกไป รัฐบาลหน้า และถัดไปเรื่อยๆ บนฐานความเชื่อมั่นในรัฐบาลเลือกตั้งที่มีไม่มากนัก

                ขณะเดียวกัน เมื่อเราเรียกร้องเอาจากฝ่ายการเมือง ว่าต้องปฏิรูปประเทศ แต่....สังคมไทยกลับติดอยู่กับที่

                ไม่อยากจะเปลี่ยนตัวเอง

                ความยากที่สุดอาจเป็นจุดนี้!         

                สังคมไทยส่วนหนึ่งโหยหาอยากจะกลับไปยุคทักษิณที่ประชานิยมเบ่งบาน การเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อยเพื่อจะบอกว่า ประชานิยมทำลายชาติ มักถูกต่อต้านเสมอ

                ทักษิณจึงอยากจะก่อสงครามอีกครั้ง เพราะเห็นว่ายังมีประชาชนจำนวนไม่น้อยเสพติดประชานิยมอยู่

                ขณะที่กลุ่มทุนใหญ่มีประสบการณ์มากพอที่จะรู้ว่าการเกาะอยู่กับอำนาจต้องทำอย่างไร และทุนใหญ่ไม่เคยฟาดฟันกันเอง

                ฉะนั้นโจทย์ที่ต้องตีให้แตกคือ จะขจัดเงื่อนไขในอดีตออกไปได้อย่างไร ขณะที่วันนี้สังคมไทยถูกตั้งคำถามว่า......

                "ขาดซึ่งสติปัญญา"

 

'บิ๊กตู่'เดือด!ตะเพิดนักข่าวพ้นทำเนียบ


    
 

24 ส.ค.61 - ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ให้สัมภาษณ์ถึงการประชุมคสช. เพื่อพิจารณาคลายล็อกพรรคการเมืองว่า จะประชุมในวันอังคารที่ 28 ส.ค.นี้ ส่วนประเด็นการคลายล็อกต่างๆ ขอให้ไปถาม นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เพราะ ได้มอบหมายให้ฝ่ายกฎหมายไปดูแล้ว ว่ามีข้อติดขัดอย่างไรบ้าง จากนั้นให้นำมาเสนอต่อที่ประชุม คสช. ก็โอเคตามนั้น การจะมาถามหมดทุกเรื่อง บางทีก็ตอบไม่ได้ เพราะว่ามีคนทำงานเป็นกลุ่มๆอยู่แล้ว อันนี้เป็นปัญหาเกี่ยวกับการเลือกตั้ง

“ก็ไม่ใช่ว่ากฎหมายที่ออกมาแล้วมันผิด มันไม่ใช่ การออกกฎหมายมาก็หวังว่าจะให้ใช้อย่างยาวนาน ยั่งยืน เพื่อให้เกิดการปฏิรูปทางการเมือง แต่ไม่ใช่ว่าออกมาแล้วก็มีปัญหาอีก แล้วการเมืองไม่อยากปฏิรูปไหมล่ะ ถ้าไม่อยากปฏิรูปมันก็มีปัญหา ผมถึงบอกว่าอะไรที่ทำได้ก็ต้องทำ ไม่เช่นนั้นวันข้างหน้าจะกลับไปที่เดิม ไม่มีอะไรเกิดขึ้นมา ไม่ใช่ว่ารัฐบาลจะไม่ปฏิรูป แต่ท่านไม่ยอม แล้วจะให้ทำอย่างไร จะให้บังคับกันหรือ เพราะกฎหมายธรรมดายังไม่ปฏิบัติกันเลย” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ ได้เดินออกจากวงสัมภาษณ์ พร้อมเดินไปพูดคุยกับ น.ส.ชุติมา บุณยประภัศร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ก่อนหันมาทางสื่อแล้วบอกว่า “ทำไมไม่ถามประเด็นเศรษฐกิจบ้าง สนใจบ้างหรือไม่ การค้าการพาณิชย์ให้ถามกันบ้าง เพราะการเมืองไม่ได้ทำให้ทุกอย่างดีขึ้นทั้งหมด”

โดยผู้สื่อข่าวได้กล่าวตอบว่า ตัวเลขเศรษฐกิจดีอยู่แล้ว และก็มีนักข่าวสายเศรษฐกิจเป็นคนตามอยู่ พล.อ.ประยุทธ์ จึงพูดด้วยน้ำเสียงเรียบๆว่า “เธออย่ามาต่อปากต่อคำกับฉัน” พร้อมกับเดินขึ้นบันไดไปยังตึกไทยคู่ฟ้า ขณะที่ผู้สื่อข่าวคนหนึ่งได้พูดติดตลกว่า “ต่อปากต่อคำก็ไม่ได้ด้วย“ ซึ่งจังหวะนั้น พล.อ.ประยุทธ์ ได้ยินพอดี จึงถึงกับโมโห และหันมาตะคอกด้วยเสียงดังว่า “ก็ไม่ได้ไง นินทาอะไรว่ะ ไม่ต้องมาต่อปากต่อคำกับฉันหรอก ต่อปากต่อคำไม่ได้ ก็ออกไปข้างนอกโน่น ใครที่พูดเมื่อกี้” จากนั้นพล.อ.ประยุทธ์ได้เดินเข้าไปในตึกไทยคู่ฟ้าทันที

โกงยังเกลื่อน!

    
 


    คิดว่าประเทศไทยโกงกันน้อยลงบ้างหรือไม่?
    วานนี้ (๒๓ สิงหาคม) ไพร้ซวอเตอร์เฮาส์คูเปอร์ส ประเทศไทย (พีดับเบิลยูซี) เปิดผลสำรวจที่น่าสนใจอย่างยิ่ง 
    ผลสำรวจอาชญากรรมทางเศรษฐกิจและการทุจริตประเทศไทย ปี ๒๕๖๑ ที่จัดทำขึ้นทุก ๒ ปี จากผู้ตอบแบบสอบถาม ๕๒๒ ราย ทั้งบริษัทจดทะเบียน (บจ.) บริษัทเอกชน และหน่วยงานภาครัฐ 
    พบว่า บริษัทในไทยกว่า ๔๘% เป็นเหยื่อการทุจริตและอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ สูงกว่าปี ๒๕๕๙ ที่อยู่ที่ ๒๖% 
    การยักยอกสินทรัพย์ ยังเป็นการทุจริตที่พบมากที่สุด คิดเป็น ๖๒% สูงกว่าอัตราเฉลี่ยทั่วโลกที่ ๔๕% การประพฤติผิดทางธุรกิจของไทย คิดเป็น ๔๐% สูงกว่าอัตราเฉลี่ยทั่วโลกที่ ๒๘% 
    ผลสำรวจบอกชี้ว่ามีบริษัทส่วนน้อยเท่านั้น ยอมรับว่ามีการทุจริตเกิดขึ้นในองค์กร 
    สะท้อนให้เห็นว่านโยบายป้องกันการทุจริตในองค์กรยังมีช่องโหว่ กลายเป็นช่องทางที่เปิดโอกาสให้มีการแสวงหาประโยชน์จากความไม่ชัดเจนของนโยบายดังกล่าว 
    แต่ก็มีดีอยู่บ้างตรงที่ว่า กว่า ๗๑% ของผู้ตอบแบบสอบถาม เชื่อว่าบริษัทพยายามปรับปรุงกระบวนการทางธุรกิจในระดับปานกลางถึงระดับมาก เพื่อป้องกันการทุจริตหรืออาชญากรรมทางเศรษฐกิจที่เกิดจากคนภายในองค์กร 
    เป็นไงครับ...ก่อนนี้เชื่อกันว่าภาคเอกชน โกงน้อยกว่าภาครัฐมาก ใครๆ ก็พากันมองว่า ภาครัฐเป็นตัวถ่วง
    แต่...ตัวเลขปรากฏออกมาเช่นนี้ พูดได้คำเดียวว่า...
    "สาหัส"
    สอบตกทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน 
    บังเอิญ...วานนี้เช่นกัน คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จัดโครงการสัมมนา หัวข้อ “การผลักดันยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต สู่ประเทศไทยใสสะอาด ไทยทั้งชาติต้านทุจริต” 
    พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานกรรมการ ป.ป.ช. ตั้งเป้าไว้ชัดว่า.... 
    ประเทศไทยต้องเพิ่มระดับค่าดัชนีการรับรู้การทุจริต หรือดัชนีภาพลักษณ์คอร์รัปชัน (CPI) ให้ได้มากกว่า ร้อยละ ๕๐ ภายในปี ๒๕๖๔ 
    "ในปี ๒๕๖๔ ค่า CPI ไม่เป็นไปตามเป้า ผมอาจจะต้องรับผิดชอบ"
    ครับ...ประกาศเอาไว้แบบนี้ ก็คงลุ้นกันล่ะครับว่า อีก ๓ ปีข้างหน้า การโกงในประเทศไทย จะลดฮวบฮาบได้จริงหรือไม่ 
    ค่า CPI ของไทยวันนี้อยู่ที่ ๓๗ คะแนน 
    คำถามคือจะทะยานขึ้นไปได้อย่างไร?
    ป.ป.ช.เขาวางยุทธศาสตร์ไว้ครับ มีทั้งสิ้น ๖ ยุทธศาสตร์ คือ 
    ๑.สร้างสังคมที่ไม่ทนต่อการทุจริต ๒.ยกระดับเจตจำนงทางการเมืองในการต่อต้านทุจริต ๓.สกัดกั้นการทุจริตเชิงนโยบาย ๔.พัฒนาระบบป้องกันการทุจริตเชิงรุก ๕.ปฏิรูปกลไกและกระบวนการการปราบปรามการทุจริต ๖.ยกระดับคะแนนค่า CPI ของประเทศไทย 
    ก็ว่ากันไป 
    แต่...มันถูกลบล้างหมด เพราะเมื่อถูกตั้งคำถามเรื่องนาฬิกาเพื่อน ของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ
    คำตอบจากปาก ป.ป.ช.คือ...
    ยังไม่ได้รับรายงานความคืบหน้า!.

 

บิ๊กตู่ยัวะ!ไล่-ขู่ฟ้อง โวยถึงเวลาทวงศักดิ์ศรี/กองทัพจับตากทม.หลังคลายล็อก

    
 

  "บิ๊กตู่" โวยสื่อบิดเบือนจนยอมไม่ได้แล้ว  ลั่นถึงเวลาต้องดำเนินคดีเพื่อรักษาศักดิ์ศรี จ่อถาม ปชช.หนังสือพิมพ์ฉบับไหนเชื่อมั่นมากที่สุด ตะเพิดนักข่าวพ้นทำเนียบฯ ห้ามมาต่อปากต่อคำ เผยถก คสช.คลายล็อก อังคารหน้า โอดขอเวลาหน่อยอย่าหาว่าเห็นแก่ตัว "ผบ.ทบ." สั่งกำลังพลเตรียมรับมือคลายล็อกการเมือง "ชทพ.-พท." ประสานเสียงต้องปลดล็อกเท่านั้น "พิภพ"  ฟันธงวิกฤติใหญ่เกิดแน่ เหตุทักษิณต้องการเผด็จศึก

    เมื่อวันศุกร์ ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวตอนหนึ่งระหว่างเป็นประธานในพิธีมอบรางวัลผู้ประกอบธุรกิจส่งออกดีเด่น ปี 2561 (Prime Minister's Export Award 2018) ว่า อย่ามาบอกว่าตนปิดกั้นการเป็นประชาธิปไตย แต่บ้านเมืองมันจะวุ่นวายไหม ไปคิดเอาแล้วกัน ถ้าวุ่นวายกันต่อ วันหน้าไปแก้กันเอาเอง ตนพยายามเดินหน้าไปสู่ประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ที่สุด แต่ถ้าวุ่นวายกันอยู่แบบนี้ก็ช่วยไม่ได้ เรื่องของท่าน มีกลไกและกฎหมายออกมาเยอะแยะ ตนไม่ต้องไปสั่งใคร กฎหมายดีทุกตัว วันนี้ปัญหาเยอะทุกวัน ถ้าข้างล่างไม่เข้าใจก็มีปัญหาทุกเรื่อง กับสื่อตนก็ไม่เคยไปตรวจสอบหรือปิดกั้น แต่อะไรที่มันบิดเบือน กลไกที่ตรวจสอบมีอยู่แล้ว หรือบิดเบือนจนเกินไป จนมีคดีฟ้องร้องก็ว่ากันไป แต่คนส่วนใหญ่มักจะเกรงใจไม่อยากเป็นปัญหามีคดีความกับสื่ออะไรต่างๆเสียเวลา
    “แต่วันนี้ผมคิดว่าผมต้องดำเนินการแล้ว เหมือนที่คนด่าพวกท่าน ท่านก็ใช้กฎหมายหมิ่นประมาท หน่วยงานเขาก็ต้องรักษาศักดิ์ศรี ถ้าเขาไม่ได้ทำแบบนั้น แล้วไปว่าเขา เขาก็มีสิทธิ์ในการป้องกันตัวของเขาเหมือนกัน สื่อเองก็ต้องระวังตัว ผมไม่ได้ขู่สื่อ เดี๋ยวกลายเป็นการขู่สื่ออีกทุกเรื่อง อย่างใช้คำว่าปัด เหมือนกับว่าปฏิเสธ ความจริง พอชี้แจงดีขึ้นบอกว่าฟุ้ง ซึ่งสื่อคือตัวชี้นำ วันนี้ก็บอกว่านายกฯ เป็นคนใจร้อน พูดไม่เข้าหูใคร อาทิตย์ไหนถ้าผมไม่อ่านหนังสือพิมพ์เลยน่าจะมีความสุขดี   ตอนนี้กำลังคัดออกว่าฉบับไหนผมไม่อ่าน ไม่เคยสร้างประโยชน์ให้กับประเทศเลย น้อยมาก ทุกคอลัมน์ เดี๋ยวจะถามประชาชนว่าหนังสือพิมพ์ฉบับไหนเชื่อมั่นมากที่สุด แล้วขอให้ตอบมาด้วย ไอ้เรื่องที่เสนอครั้งเดียวจบไปพาดหัวหนึ่ง แล้วจะดีกับการค้าการส่งออกของเราอย่างไร การลงทุนของเราจะเกิดขึ้นได้ไหม จะไม่รับผิดชอบอะไรอย่างนี้ไม่ได้ ผมไม่ได้กล่าวว่าของใคร ถ้าผมใช้อำนาจของผมจริงๆ ไม่มีหรอกไอ้เรื่องพวกนี้ ยังไม่เคยทำแบบนี้สักครั้ง พูดไปก็เสียอารมณ์ แต่ทำอะไรต้องมีเหตุมีผล ชี้แจงได้ ส่วนสื่อดีๆ นักการเมืองดีๆ ที่มีอยู่ก็ต้องขอขอบคุณ” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
    หลังจากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ถึงการประชุม คสช. เพื่อพิจารณาคลายล็อกพรรคการเมืองว่า จะประชุมในวันอังคารที่ 28 ส.ค.นี้ ส่วนประเด็นการคลายล็อกต่างๆ ขอให้ไปถามนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เพราะได้มอบหมายให้ฝ่ายกฎหมายไปดูแล้วว่ามีข้อติดขัดอย่างไรบ้าง จากนั้นให้นำมาเสนอต่อที่ประชุม คสช. ก็โอเคตามนั้น การจะมาถามหมดทุกเรื่อง บางทีก็ตอบไม่ได้ เพราะว่ามีคนทำงานเป็นกลุ่มๆ อยู่แล้ว อันนี้เป็นปัญหาเกี่ยวกับการเลือกตั้ง
    “ก็ไม่ใช่ว่ากฎหมายที่ออกมาแล้วมันผิด มันไม่ใช่ การออกกฎหมายมา ก็หวังว่าจะให้ใช้อย่างยาวนาน ยั่งยืน เพื่อให้เกิดการปฏิรูปทางการเมือง แต่ไม่ใช่ว่าออกมาแล้วก็มีปัญหาอีก แล้วการเมืองไม่อยากปฏิรูปไหมล่ะ ถ้าไม่อยากปฏิรูปมันก็มีปัญหา ผมถึงบอกว่าอะไรที่ทำได้ก็ต้องทำ ไม่เช่นนั้นวันข้างหน้าจะกลับไปที่เดิม ไม่มีอะไรเกิดขึ้นมา ไม่ใช่ว่ารัฐบาลจะไม่ปฏิรูป แต่ท่านไม่ยอม แล้วจะให้ทำอย่างไร จะให้บังคับกันหรือ เพราะกฎหมายธรรมดายังไม่ปฏิบัติกันเลย” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
    จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ได้เดินออกจากวงสัมภาษณ์ พร้อมเดินไปพูดคุยกับ น.ส.ชุติมา บุณยประภัศร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ก่อนหันมาทางสื่อแล้วบอกว่า “ทำไมไม่ถามประเด็นเศรษฐกิจบ้าง สนใจบ้างหรือไม่ การค้าการพาณิชย์ให้ถามกันบ้าง เพราะการเมืองไม่ได้ทำให้ทุกอย่างดีขึ้นทั้งหมด”
    ผู้สื่อข่าวได้กล่าวตอบว่า ตัวเลขเศรษฐกิจดีอยู่แล้ว และก็มีนักข่าวสายเศรษฐกิจเป็นคนตามอยู่ พล.อ.ประยุทธ์จึงพูดด้วยน้ำเสียงเรียบๆ ว่า “เธออย่ามาต่อปากต่อคำกับฉัน” พร้อมกับเดินขึ้นบันไดไปยังตึกไทยคู่ฟ้า ขณะที่ผู้สื่อข่าวคนหนึ่งได้พูดติดตลกว่า "ต่อปากต่อคำก็ไม่ได้ด้วย" ซึ่งจังหวะนั้น พล.อ.ประยุทธ์ได้ยินพอดี จึงถึงกับโมโหและหันมาตะคอกด้วยเสียงดังว่า “ก็ไม่ได้ไง นินทาอะไรวะ ไม่ต้องมาต่อปากต่อคำกับฉันหรอก ต่อปากต่อคำไม่ได้ก็ออกไปข้างนอกโน่น ใครที่พูดเมื่อกี้” จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ได้เดินเข้าไปในตึกไทยคู่ฟ้าทันที
ขอเวลาอย่าหาว่าเห็นแก่ตัว
    ช่วงค่ำ เวลา 18.30 น. ที่โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ พล.อ.ประยุทธ์เป็นประธานในพิธีมอบรางวัลวิสาหกิจดีเด่น ประจำปี 61 โดยกล่าวตอนหนึ่งว่า รัฐวิสาหกิจทำงานร่วมกับตนมา 4 ปีแล้ว วันนี้มอบรางวัลให้ท่าน แต่ท่านต้องทำรางวัลให้กับชาวบ้านด้วย ทำให้ทุกคนมีความสุข เข้าถึงโอกาส เหมือนกับการตอกเสาเข็มประเทศให้แข็งแรง ที่บ้านหลังนี้มีคนอยากอยู่เยอะ โดยมียุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ขณะที่ข่าวโซเชียลมีเดียออกมาติติง ใครพูดก่อนเชื่อก่อน แต่เวลาเราพูดยังไงก็ไม่เชื่อ ดังนั้นต้องชี้แจงให้ได้ ขอเถอะ ปรับตัวให้ได้ ปรับความคิด วิธีการ เพราะเรากำลังเข้าสู่ยุคแห่งความรุ่งเรือง ต้องคิดให้ไกลไปให้ถึง ทยอยทำไปเชื่อมโยงแบบไร้รอยต่อ ฟังความต้องการประชาชนด้วย ปีหน้าตนไม่รู้จะได้พูดอยู่หรือเปล่า คงไม่ได้พูด เพราะมีรัฐบาลใหม่แล้ว แต่วิสาหกิจต้องทำให้สำเร็จ
    "ผมเป็นคนอารมณ์ร้อน แต่วันนี้พูดด้วยอารมณ์ปกติ ผมก็พูดเสียงดังอย่างนี้ ถ้าโมโหก็อีกเรื่องหนึ่ง อยู่กับทหารก็อีกแบบหนึ่ง ทุกวันนี้ประคับประคองจิตใจมากที่สุดแล้ว แต่ไม่ขออดทนต่อการมายั่วยุ เป็นนายกฯพูดจาไพเราะแล้วทำอะไรได้ไหมล่ะ พูดแต่ครับๆ ดีๆ หรือทำโน้นทำนี้ให้ แล้วทำไม และขอให้จับตาตอนหาเสียง คนที่พูดอะไรไว้ทำอะไรได้บ้าง ถ้าไม่มีงบประมาณก็ทำไม่ได้ และขอโทษที่ไม่ได้ร่วมรับประทานอาหารด้วย ขออนุญาตกลับไปอยู่กับครอบครัว เพราะภริยากับลูกออกบ้านแต่เช้าไม่ได้เจอ เพราะผมทำงานแบบไม่มีวันหยุดราชการ ขอเวลาหน่อย อย่าหาว่าผมเห็นแก่ตัวหรือเป็นเผด็จการ หัวใจผมให้ท่านอยู่แล้ว ให้คนไทยทั้งประเทศ ถ้าผมไม่ได้เป็นคนแบบนี้ พูดกับท่านไม่ได้แบบนี้แน่ ต้องสงบเสงี่ยมเจียมตัว ไม่ใช่ขยิบตาซ้ายขยิบตาขวา แต่ผมมองคนทั้งโลก เพราะผมไม่มีผลประโยชน์ใดๆ ทั้งสิ้น ซึ่งไม่มีใครรู้เท่าตัวเราเอง และทุกคนรู้ว่าผมเข้ามาเพื่ออะไร ก็อยากให้ช่วยกันทำงาน" พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
    ที่หน่วยบัญชาการป้องกันภัยทางอากาศ (นปอ.)พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ. เดินทางมาตรวจเยี่ยมนปอ. เนื่องในโอกาสเตรียมอำลาตำแหน่ง ผบ.ทบ. พร้อมกล่าวให้โอวาทกำลังพลตอนหนึ่งว่า ในฐานะที่ นปอ.มีอีกบทบาทคือการเป็นกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย (กกล.รส.) ดูแลพื้นที่กรุงเทพฯ โดยในเดือนก.ย.นี้ คสช.จะมีการผ่อนคลายให้พรรคการเมืองดำเนินกิจกรรมทางการเมืองได้ ตามที่รัฐบาลได้กำหนดโรดแมปขึ้นในการเลือกตั้งช่วงต้นปี 2562 โดยจะมีการคลายล็อกคำสั่ง คสช. ซึ่งจะมีหลายส่วน หลายขั้ว และหลายพรรค เคลื่อนไหวทางการเมือง ในฐานะกองกำลังรักษาความสงบ จึงขอให้เตรียมการให้พร้อมตลอดเวลา
 นปอ.เป็นหน่วยทหารที่อยู่ใกล้จุดศูนย์กลางหรือกรุงเทพฯ เพราะเป็นจุดที่อ่อนไหว ซึ่งจะมีสิ่งต่างๆ เกิดขึ้นได้ตลอดทุกเมื่อ จึงต้องพร้อมปฏิบัติหน้าที่ตลอด 24 ชั่วโมง
    ด้านนายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล แกนนำพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวถึงกรณีนายวิษณุ เครืองาม เตรียมเสนอให้ คสช.พิจารณาคลายล็อก 6 ข้อให้พรรคการเมืองว่า เห็นว่าโดยหลักการนายวิษณุไม่ต้องเสนอ คสช.หรอก แต่ควรเสนอให้ คสช.ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ และปฏิบัติตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง และ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งเพียงพอแล้ว เพราะทุกวันนี้พรรคการเมืองและประชาชนทั่วไปต่างเคารพกติกาและปฏิบัติตามกฎหมายกันทั้งนั้น เหลือเพียง คสช. เพียงแค่ปฏิบัติตามกรอบรัฐธรรมนูญ และทำตามข้อบัญญัติเท่านั้น ไม่ต้องยุ่งยากทำให้คนเขาติฉินเอาอีก จะมาใช้มาตรา 44 พร่ำเพรื่อจนกระทั่งคลายความศักดิ์สิทธิ์ไปหมดแล้ว หรือกลายเป็นของตลกทำให้ผู้คนสับสน ว่าระหว่างรัฐธรรมนูญกับมาตรา 44 ใครจะใหญ่กว่ากัน เรื่องนี้รัฐบาลรู้อยู่แก่ใจว่าสิ่งที่ปฏิบัติอยู่นี้มีเจตนาอะไร มีเป้าหมายอยู่ที่ไหน คงไม่ต้องพูดกันชัดเจนนัก
ชทพ.-พท.บี้ปลดล็อก
    ทั้งนี้ นายวิษณุได้เปิดเผยถึงข้อเสนอ 6 ข้อ คือ 1.พรรคการเมืองจัดประชุมใหญ่ เพื่อรับสมัครสมาชิกเพิ่มเติมได้ 2.ให้ความเห็นเรื่องการแบ่งเขตเลือกตั้งได้ 3.สามารถดำเนินการเกี่ยวกับไพรมารีโหวตได้ 4.ตั้งกรรมการเพื่อสรรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้งได้ 5.ติดต่อประสานงานกับสมาชิกได้ ข้อ 6.จำไม่ได้ แต่ไม่ใช่การหาเสียงเลือกตั้ง
    นายสมศักดิ์กล่าวว่า ถ้า 6 ข้อนี้ผ่านออกมา อาจจะทำให้ผ่อนคลายขึ้น แต่การทำไพรมารีโหวตให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญนั้นเป็นเรื่องยาก หากต้องการเห็นทุกอย่างเป็นไปตามกำหนดการเลือกตั้ง 24 ก.พ.62 จะต้องคิดถึงองค์ประกอบที่ทำให้เกิดความสมดุลคือ พรรคการเมือง นักการเมือง คสช. รัฐบาล และคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะต้องมีความสัมพันธ์กัน ถ้าไม่ปลดล็อก แล้วเพียงแค่คลายล็อกบางส่วน ทำให้พรรคการเมืองยังทำงานไม่ได้ ไม่คล่องตัว การเลือกตั้งที่ต้องการเห็นคงเป็นไปได้ยาก หากต้องการเห็นการเลือกตั้งเป็นไปตามโรดแมปจริงๆ ก็พยายามปลดล็อกให้พรรคการเมืองสามารถทำกิจกรรมทางการเมืองได้โดยสะดวก
    นายสามารถ แก้วมีชัย อดีต ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ต่อให้คลายล็อก 6 ประเด็น แต่คำสั่งคสช.ที่ 53/2560 ให้ยุบสาขาพรรค แล้วจะจัดประชุมได้อย่างไร เพราะตามกฎหมายว่าด้วยพรรคการเมือง การประชุมพรรคต้องมีสาขาพรรคระบบไพรมารีโหวต ที่จะให้ทำวันนี้ก็ยังไม่รู้จะให้ทำแบบไหน แบบจังหวัดหรือแบบภาค ทุกอย่างยังคลุมเครือ คลายล็อกเป็นประเด็นแบบนี้ไม่เกิดประโยชน์ หากกฎหมายลูกว่าด้วยพรรคการเมืองยังไม่ชัดเจน และยังขัดแย้งกันอยู่กับคำสั่ง คสช. เมื่อรัฐบาลจะให้มีการเลือกตั้งเดือน ก.พ.62 ก็ควรทำทุกอย่างให้ชัดเจน แล้วเปิดให้พรรคการเมืองเดินหน้าทำกิจกรรม โดยแก้คำสั่ง คสช. ที่ห้ามพรรคการเมืองทำกิจกรรม ห้ามชุมนุมเกิน 5 คน ทุกฝ่ายจะได้เดินหน้าได้ไปสู่การเลือกตั้งได้ ไม่ต้องมานั่งตีความให้วุ่นวายเช่นนี้   
     นายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทย ทวีตข้อความผ่านทวิตเตอร์ ระบุว่า “ประชาชนทนเผด็จการมาเกือบ 5 ปี แต่พอหาเสียงบอก 20 วันก็พอ เอาอะไรคิดครับ” หลังจากที่นายวิษณุให้สัมภาษณ์เรื่องเวลาการหาเสียงเลือกตั้งเอาให้พอดีอย่าง 20 วันก็สั้นเกินไป 90 วันก็ยาวเกินไป
     นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกกลุ่มสามมิตร เปิดเผยว่า นายสมศักดิ์ เทพสุทิน อดีตรองนายกรัฐมนตรี และแกนนำกลุ่มสามมิตร ได้ลงพื้นที่ จ.ขอนแก่น เพื่อร่วมเสวนาวิชาการ “โคเนื้ออีสาน กับนโยบายรัฐบาลหน้า” จัดโดยสมาคมโคเนื้ออีสาน สภาเกษตรกรจังหวัดขอนแก่น และสหกรณ์โคขุนขอนแก่นพรีเมี่ยมบีฟ จำกัด ที่ห้องประชุมสำนักงานสภาเกษตรจังหวัดขอนแก่น ซึ่งการเดินทางไปร่วมบรรยายของนายสมศักดิ์ในครั้งนี้ ไม่ใช่การเคลื่อนไหวใดๆ ทางการเมือง เพราะเป็นกำหนดการที่มีการนัดหมายไว้ล่วงหน้าอยู่แล้ว และเป็นเพียงการอธิบายให้พี่น้องเกษตรกรได้เห็นภาพและเข้าใจได้ง่ายขึ้นว่า การเลี้ยงโคนั้นจะช่วยให้พี่น้องเกษตรกรหลุดพ้นจากความยากจนได้ 
         สำหรับกรณีที่นายกฯ ระบุถึงเรื่องการเลือกตั้งในเดือน ก.พ.2562 นั้น นายธนกรกล่าวว่า ทางกลุ่มสามมิตรไม่มีปัญหาอะไร จะกำหนดเมื่อไรก็เมื่อนั้น ส่วนที่กลุ่มสามมิตรที่ถูกโจมตีนั้น ยืนยันว่ากลุ่มสามมิตรไม่ได้อึดอัดอะไร เพราะเรามีเจตนาบริสุทธิ์ในการไปช่วยเหลือประชาชน แต่อะไรที่ทำให้หลายฝ่ายไม่สบายใจก็คงจะชะลอ ในส่วนของงานวิชาการที่มีการเชิญไปบรรยายหรือเป็นวิทยากรเพื่อให้ความรู้กับเกษตรกรนั้น ยังคงจะต้องไป แต่ยืนยันว่าจะปฏิบัติตามระเบียบกฎเกณฑ์อย่างเคร่งครัด เพื่อความสบายใจของทุกฝ่าย
เอกชัยจี้จับคนทำร้าย
    วันเดียวกัน ที่บริเวณประตู 4 ทำเนียบรัฐบาล นายเอกชัย หงส์กังวาน ได้อ่านแถลงการณ์ยืนยันการเคลื่อนไหวอย่างสันติวิธี ตรวจสอบ และต่อต้านเผด็จการ ภายหลังถูกชายใช้ไม้แหลมฟาดทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บบริเวณหน้าบ้านของตนเองเมื่อวันที่ 22 ส.ค. เนื่องจากมายื่นหนังสือเรียกร้องให้รัฐบาลตรวจสอบในหลายเรื่อง โดยเฉพาะกรณีนาฬิกาหรู 25 เรือนของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม โดยมีนายโชคชัย ไพบูลย์รัชตะ นักเคลื่อนไหวทางการเมือง และนายอานนท์ นำภา ทนายความอาสาของศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน มาร่วมสังเกตการณ์ด้วย
    โดยนายเอกชัยกล่าวว่า กรณีที่เกิดขึ้นกับตน ซึ่งเคลื่อนไหวเรียกร้องให้ปราบทุจริต และตรวจสอบ พล.อ.ประวิตรเรื่องการครอบครองนาฬิกาหรู นายกฯ ในฐานะหัวหน้า คสช. กลับไม่ดำเนินการใดๆ เพียงแต่ระบุให้เป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมาย และต่อมาตนถูกคุกคามและทำร้ายร่างกาย จากการออกมาเคลื่อนไหวถึง 3 ครั้งด้วยกัน จึงขอเรียกร้องให้ คสช.ออกมาชี้แจงว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เป็นเพราะมือที่สามต้องการสร้างสถานการณ์ หรือเป็นคนของ คสช. ที่ทำไปเพราะต้องการเอาใจนาย โดยเข้าไปสอบสวนและจับกุมผู้กระทำผิด เพื่อให้เกิดความกระจ่าง หาก คสช.เพิกเฉยอาจทำให้สังคมกล่าวหาได้ว่ามีส่วนรู้เห็นกับการทำร้ายตน และขอยืนยันว่าจะเคลื่อนไหวตรวจสอบทุจริตด้วยสันติวิธีและต่อต้านเผด็จการต่อไป
     สำหรับนายเอกชั ยยังคงใส่เฝือกอ่อนที่แขนซ้าย เพื่อรักษาอาการกระดูกนิ้วนางและนิ้วก้อยแตกจากการถูกทำร้าย โดยมีผ้าพันแผลบริเวณแขนซ้าย ระหว่างการอ่านแถลงการณ์ พบว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารเข้าร่วมสังเกตการณ์จำนวนมาก จนนายเอกชัยเดินทางกลับแล้วจึงแยกย้ายกันปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ
    ส่วนกรณีที่ พ.อ.บุรินทร์ ทองประไพ ตัวแทนฝ่ายกฎหมาย คสช. เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ในข้อหาความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ กรณีที่นายธนาธรไลฟ์สดผ่านทางเฟซบุ๊กพาดพิงถึง คสช.นั้น น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ เปิดเผยว่า นายธนาธรได้ให้ทนายความไปขอเลื่อนหมายเรียกดังกล่าว เนื่องจากติดภารกิจต้องไปพูดคุยกับประชาชนในจังหวัดต่างๆ อีกทั้งหมายเรียกที่ได้รับค่อนข้างกระชั้นชิด จึงไม่สามารถเดินทางมารับทราบข้อกล่าวหาได้ ซึ่งได้เลื่อนนัดไปเป็นวันที่ 17 ก.ย.61 เวลา 10.00 น. และพนักงานสอบสวนอนุญาตให้เข้ามารับทราบข้อกล่าวหาในวันดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว
    นายปิยบุตร แสงกนกกุล แกนนำพรรคอนาคตใหม่ โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กว่า ระบอบเผด็จการใช้ “กฎหมาย” เป็นเครื่องมืออยู่ 4 ลักษณะ ดังนี้  1.การแปลงความต้องการของเผด็จการให้เป็น “กฎหมาย” เพื่อให้การใช้อำนาจของเผด็จการไม่แลดู “ดิบเถื่อน” จนเกินไปนักคือ การเปลี่ยน “ปืน” ให้กลายเป็น “กฎหมาย” โดยเอา “กฎหมาย” ไปห่อหุ้ม “ปืน” 2.การนำ “กฎหมาย” ของเผด็จการไปใช้บังคับเพื่อจับกุมคุมขัง ลิดรอนเสรีภาพของบุคคลที่ต่อต้านเผด็จการ ทำให้การใช้อำนาจของคณะผู้เผด็จการไม่อาจถูกตรวจสอบได้เลย  3.การนำ “กฎหมาย” ที่มีอยู่แล้ว ไปใช้ในทางไม่เป็นคุณกับเสรีภาพ ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ การนำประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 มาตรา 116 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาใช้ 4.การนำ “กฎหมาย” ที่มีอยู่แล้วไปใช้แบบบิดเบือน บิดผันอำนาจ (abuse of power) เพื่อสนองตอบวัตถุประสงค์ของเผด็จการ ควบคุมพฤติกรรมของฝ่ายต่อต้านเผด็จการ
ทักษิณตัวก่อวิกฤติใหญ่
          "การนำกฎหมายที่มีอยู่แล้วมาใช้อย่างบิดเบือนของฝ่ายเผด็จการนี้ ช่วยให้ฝ่ายเผด็จการสามารถ “ผ่อนหนักผ่อนเบา” และประเมินสถานการณ์ได้ตลอดเวลาว่าช่วงใดควรปล่อย ช่วงใดควรจับ ในขณะเดียวกัน ฝ่ายต่อต้านเผด็จการก็ถูกกดด้วยกระบวนการทางกฎหมายเหล่านี้ไม่ให้เคลื่อนไหวได้เต็มที่ ทำให้ระบอบเผด็จการกลายเป็น soft coup, soft dictator ในขณะที่ภาพของการต่อต้านเผด็จการก็ไม่ค่อยปรากฏให้เห็นอย่างกว้างขวาง เพราะประชาชนหวาดกลัวการใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือ ส่วนระบอบเผด็จการ สามารถอาศัยความชอบธรรมจาก “กฎหมาย” อ้างต่อชาวโลกว่า ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมาย และสถานการณ์ภายในประเทศสงบเรียบร้อย ปราศจากการต่อต้าน" นายปิยบุตรระบุ
    นายพิภพ ธงไชย อดีตแกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก  เรื่อง วิกฤติการเมืองไทย นับหนึ่งใหม่หลังวันเลือกตั้ง โดยเชื่อว่าจะเกิดวิกฤติทางการเมืองอีกรอบหลังเลือกตั้ง แต่น่าจะหลังนายกฯ คนต่อไป ซึ่งจะไม่ใหญ่โตมากนัก วิกฤตินั้นก็ยังมาจากเหตุเดิมคือตัว "ทักษิณ" ที่ยังไม่ยอมแพ้ และไม่มีเหตุให้ทักษิณต้องยอมแพ้เสียด้วย ยิ่งเห็นลู่ทางชนะการเลือกตั้ง เข้ามาต่อรองอำนาจทางการเมืองและผลประโยชน์ได้ใหม่ ก็ยิ่งฮึดสู้ เพราะ "สงคราม" ในความคิดของทักษิณยังจบไม่ลง คล้ายสมัยสงครามยุค "นโปเลียน" ต้องให้เกิดการเผด็จศึกแบบสงครามวอเตอร์ลู และนำไปสู่เกาะ Saint Helena เท่านั้น สงครามทักษิณจึงจะจบ แต่จะไม่เกิดวิกฤติใหญ่ถึงเลือดนองท้องช้าง เพราะยุคสมัยนี้มีตัวควบคุม คือ กองทัพ กลุ่มทุนใหญ่ สถาบันกษัตริย์ และวัฒนธรรมไทย
    "เราต่างเห็นตรงกันว่าเกิดวิกฤติแน่ ไม่ใช่เพราะทักษิณไม่หยุด นักการเมืองที่ลอยหน้าลอยตาก็ไม่หยุดที่จะ "เขมือบแผ่นดิน" กันต่อไป ตัวตัดสินคือคนรุ่นใหม่ ที่ห่างเหินการเลือกตั้งไปร่วมสิบปี คนรุ่นนี้จะตัดสินใจทางการเมืองอย่างไร ยังเป็นที่สงสัย และมีตัวเลือกให้เขามากพอหรือไม่ ที่จะใช้ตัดสินใจเพื่อหาทางออกให้ประเทศไปจากคนรุ่นเก่า"
         นายพิภพระบุด้วยว่า สังคมทำสงครามกับทุนทักษิณ แต่ทุนอื่นใน 10 ทุนยักษ์ของหัวขบวนในตลาดหุ้นนั้น เลวหรือดีกว่าทุนทักษิณ หรือเลวพอกัน และกลุ่มทุนนั้นเติบโตกว่า 10% ขณะที่ GDP ขยับไปไม่ถึง 4% (ในยุคทหารครองเมือง) ทุนเหล่านี้กลับแอบซ่อนอยู่นอกสนามรบปล่อยให้ “ทุนทักษิณ” เผชิญหน้าในสนามรบ อยู่ฝ่ายเดียว หาไม่สังคมการเมืองก็จะอยู่กันแบบนี้ คนจนมากขึ้น คนรวยกระจุกตัว ครอบครองทรัพย์สินเกิน 70% ของทรัพย์สินในประเทศ แล้ววิกฤติการเมือง วิกฤติสังคม ประเทศนี้จะหมดไปได้อย่างไร?

 

อุตุฯเตือนรับมือพายุเข้าอีก2ลูก

    
 

 "ประยุทธ์" เตือน ปชช.พร้อมรับมืออุทกภัยตลอดเวลา "บิ๊กฉัตร" สั่งวงประชุมบริหารจัดการน้ำติดตั้งระบบโทรมาตรวัดน้ำฝนต้นน้ำสำคัญในเขตอุทยานฯ   "เลขาฯ สทนช." แจ้งทั่ว ปท.ยังมีฝนตกหนัก หลังอุตุฯ คาดพายุจะเข้าไทยช่วง ส.ค.-ต.ค.อีก 1-2 ลูก "มท.1" ลงพื้นที่ จ.เพชรบุรี เร่งระบายน้ำต่อเนื่อง มั่นใจหากไม่มีมรสุมเพิ่ม 2 สัปดาห์แห้ง "รมว.เกษตรฯ" สำรวจความเสียหายเกษตรกรเตรียมจ่ายเงินชดเชย "ศูนย์เฉพาะกิจฯ" เฝ้าระวัง 2 เขื่อนไหญ่น้ำไหลเข้าเพิ่มขึ้น

    เมื่อวันที่ 24 ส.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) กล่าวตอนหนึ่งในรายการ “ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน” ทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ตอนหนึ่งถึงสถานการณ์น้ำท่วมว่า  นอกจากเรื่องสภาพลมฟ้าอากาศอันจะนำมาซึ่งปัญหาอุทกภัยในปัจจุบัน เราก็พยายามแก้มาโดยตลอด หลายอย่างก็ดีขึ้น แต่เราอย่าคิดว่ามันจะไม่กลับมาอีก ถ้าหากว่ามีพายุอะไรเข้ามา ต้องเตรียมการ เตรียมความพร้อมไว้ตลอดเวลา 
    ขณะที่ พล.อ.ฉัตรชัย  สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการวิเคราะห์ติดตามสถานการณ์และบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ครั้งที่ 3/2561 ที่ทำเนียบรัฐบาล 
    พล.อ.ฉัตรชัยกล่าวว่า ได้สั่งการให้หน่วยงานที่รับผิดชอบตรวจสอบระบบโทรมาตรให้ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และให้สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือ สสนก. พิจารณาติดตั้งระบบโทรมาตรวัดน้ำฝนบริเวณพื้นที่ต้นน้ำสำคัญๆ ซึ่งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติ เช่น เขื่อนแก่งกระจาน รวมทั้งอ่างเก็บน้ำของกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงานด้วย
    "ขณะนี้มีอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่มีปริมาณน้ำเกินร้อยละ 80 ของความจุ รวมถึงมีระดับน้ำเกินเกณฑ์ควบคุม มีจำนวน 7 แห่ง ได้แก่ เขื่อนแก่งกระจาน เขื่อนน้ำอูน เขื่อนวชิราลงกรณ เขื่อนขุนด่านปราการชล เขื่อนศรีนครินทร์ เขื่อนปราณบุรี และเขื่อนรัชชประภา ขณะที่อ่างเก็บน้ำขนาดกลางความจุมากกว่า 50 ล้าน ลบ.ม. มีปริมาณเกินความจุ 80% มีจำนวน 3 แห่ง" พล.อ.ฉัตรชัยกล่าว 
    รองนายกฯ กล่าวว่า ที่ประชุมได้ให้กรมชลประทานและกรมทรัพยากรน้ำลงพื้นที่ให้คำแนะนำด้านเทคนิคการดูแลบำรุงรักษา และการบริหารจัดการน้ำอ่างเก็บน้ำขนาดเล็กที่อยู่ในการดูแลของหน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่น  ละให้ติดตามรายงานสภาพน้ำอ่างเก็บน้ำขนาดเล็กให้ สทนช.รวบรวมวิเคราะห์ และสรุปเพื่อรายงานให้นายกรัฐมนตรีทราบ รวมทั้งให้ สสนก.จัดทำระบบฐานข้อมูลรายงานสภาพน้ำอ่างเก็บน้ำขนาดเล็กแบบออนไลน์ โดยให้ผู้รับผิดชอบแต่ละหน่วยงานเป็นผู้รายงานด้วย 
    นายสมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการ สทนช. ในฐานะรองประธานคณะอนุกรรมการวิเคราะห์ติดตามสถานการณ์และบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ กล่าวว่า สภาพอากาศในช่วงวันที่ 24-29 ส.ค.61 ร่องมรสุมพาดผ่านประเทศเมียนมา ลาว และเวียดนามตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้จะมีกำลังแรงขึ้น ส่งผลให้มีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก ผลกระทบจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมต่อเนื่องอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง และดินโคลนถล่มได้ 
ส.ค.-ต.ค.มีพายุอีก 2 ลูก
    "กรมอุตุนิยมวิทยายังได้คาดว่าจะมีพายุหมุนเขตร้อน (ดีเปรสชัน โซนร้อนและไต้ฝุ่น) จะเคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทย จำนวน 1-2 ลูก ในช่วงเดือน ส.ค.-ต.ค. และมีโอกาสสูงที่พายุจะเคลื่อนเข้าสู่บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือ ส่วนในช่วงเดือน พ.ย.-ธ.ค. มีโอกาสที่พายุจะเคลื่อนเข้ามาใกล้หรือเคลื่อนเข้าสู่บริเวณภาคใต้ อย่างไรก็ตาม แม้อ่างเก็บน้ำหลายแห่งจะมีปริมาณน้ำค่อนข้างมาก แต่ก็มีอ่างเก็บน้ำจำนวนไม่น้อยที่มีปริมาณค่อนข้างต่ำ โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนใต้ ที่ประชุมจึงได้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมและมาตรการรับมือสถานการณ์น้ำน้อยด้วย อาทิ แผนการทำฝนหลวงในพื้นที่อ่างเก็บน้ำมีความจุน้อยกว่า 30% และขอให้เตรียมการจัดทำแผนการส่งน้ำและการเพาะปลูกพืชฤดูแล้งให้สอดคล้องกับสถานการณ์" รองประธานคณะอนุกรรมการวิเคราะห์ติดตามสถานการณ์และบริหารจัดการทรัพยากรน้ำกล่าว 
    วันเดียวกัน พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (รมว.มหาดไทย) ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมจังหวัดเพชรบุรี และตรวจเยี่ยมให้กำลังใจผู้ประสบภัยบริเวณใกล้วัดชลธราราม (วัดท่าซิก) อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี  
    พล.อ.อนุพงษ์กล่าวว่า ขณะนี้ปริมาณน้ำเขื่อนเพชรยังต้องเร่งระบาย แม้สถานการณ์จะเริ่มคลี่คลาย เพราะระดับน้ำยังล้นสปิลเวย์ ซึ่งพื้นที่ราบลุ่มริมน้ำ อ.ท่ายางและ อ.แก่งกระจาน โดยเฉพาะพื้นที่การเกษตร พืชสวนได้รับความเสียหายจำนวนมาก โดยหลังน้ำลดคณะกรรมการฯ จะเข้าไปสำรวจความเสียหายในพื้นที่ เพื่อพิจารณาช่วยเหลือเยียวยาประชาชนตามเกณฑ์
    "หากไม่มีมรสุมในช่วงนี้ คาดว่าจะใช้เวลาในการระบายน้ำออกจากพื้นที่ประมาณ 2 สัปดาห์ ซึ่งต้องยอมรับว่าเขื่อนแม่ประจันต์มีพื้นที่กักเก็บน้ำได้น้อย แต่การจะหาพื้นที่เพิ่มเติม ต้องมีขั้นตอนในการดำเนินการและต้องสอบถามประชาชนในพื้นที่ด้วย ส่วนพื้นที่ตัวเมืองเพชรบุรี สถานการณ์เริ่มคลี่คลาย สามารถระบายน้ำออกจากพื้นที่ได้ต่อเนื่อง" พล.อ.อนุพงษ์กล่าว
    ส่วนนายกฤษฎา บุญราช รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ได้สั่งการให้หน่วยงานพื้นที่ จ.เพชรบุรี เร่งสำรวจความเสียหายที่มีผลกระทบต่อผลผลิตทางการเกษตรจากการระบายน้ำเขื่อนแก่งกระจาน พร้อมกับในขณะนี้หน่วยงานที่อยู่ในพื้นที่ของกระทรวงเกษตรฯ ส่งเจ้าหน้าที่ลงไปตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจกับพี่น้องเกษตรกรทุกสาขา ทั้งด้านพืช ประมง ปศุสัตว์ รวมทั้งจัดการในเรื่องทะเบียนเกษตรกรให้เรียบร้อย เนื่องจากจะใช้ข้อมูลการขึ้นทะเบียนเกษตรกรดังกล่าว นำไปใช้ในการสำรวจความเสียหายหลังจากสถานการณ์น้ำคลี่คลายแล้ว เพื่อจ่ายเงินชดเชยให้เกษตรกรที่ผลผลิตทางการเกษตรเสียหาย ตามระเบียบกระทรวงการคลัง ซึ่งจะดำเนินการด้วยความรวดเร็วและประสานงานกับทางจังหวัดเพื่อทำงานในเชิงรุกต่อไป
    นายลักษณ์ วจนานวัช รมช.เกษตรฯ กล่าวว่า จากการทำงานร่วมกันของทุกภาคส่วนในการแก้ไขอุทกภัยที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี ทำให้มีความเชื่อมั่นว่าปริมาณน้ำในปีนี้จะไม่ท่วมพื้นที่เขตเศรษฐกิจที่สำคัญของจังหวัดอย่างแน่นอน แต่จะมีบางพื้นที่ที่เป็นพื้นที่เปราะบาง ซึ่งไม่ได้มีสาเหตุมาจากน้ำล้นตลิ่ง แต่มีสาเหตุมาจากน้ำซึมผ่านทำนบที่กั้นไว้ ซึ่งเป็นพื้นที่ในวงจำกัด และมีไม่กี่แห่ง โดยทางผู้ว่าราชการจังหวัดได้สั่งการให้ดำเนินการสูบออก 
5 วันน้ำเพชรคลี่คลาย
    นายทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า น้ำที่ท่วมตัวเมืองเพชรบุรีขณะนี้ได้นำกระสอบทรายมาปิดล้อมพื้นที่น้ำท่วม 6 จุด และเร่งสูบน้ำกลับลงสู่แม่น้ำเพชรบุรี ขณะเดียวกันได้เสริมเครื่องผลักดันน้ำที่บริเวณวัดคุ้งตำหนัก อำเภอบ้านแหลม เพื่อเร่งระบายน้ำออกอ่าวไทยให้เร็วที่สุดในช่วงน้ำทะเลลงต่ำสุด คาดว่าไม่เกิน 5 วัน สถานการณ์น้ำลุ่มน้ำเพชรบุรีจะคลี่คลาย 
    ด้านนายสำเริง แสงภู่วงค์ รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์เฉพาะกิจชั่วคราวในภาวะวิกฤติ กล่าวถึงสถานการณ์อ่างเก็บน้ำที่ต้องเฝ้าระวังพิเศษว่า มี 2 เขื่อน คือ 1.เขื่อนน้ำอูน จ.สกลนคร ปริมาณน้ำ 557 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) เพิ่มขึ้น 14 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 107% ปริมาณน้ำไหลเข้า 21.00 ล้าน ลบ.ม. เพิ่มจากวันที่ 23 ส.ค. 5.35 ล้าน ลบ.ม. ขณะที่ปริมาณน้ำไหลออก 7.21 ล้าน ลบ.ม. เพิ่มจากเมื่อวาน 1.05 ล้านลบ.ม. มีพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำล้นตลิ่ง บริเวณบ้านนาหว้า อ.นาหว้า จ.นครพนม บ้านพอกใหญ่ อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร ทั้งนี้ ศูนย์ฯ ได้มีการแจ้งเตือนให้ติดตามสถานการณ์น้ำใน จ.สกลนคร บึงกาฬ และนครพนม เนื่องจากมีฝนตกในพื้นที่ทำให้ปริมาณน้ำไหลลงอ่างฯ เพิ่มขึ้น
    2.เขื่อนวชิราลงกรณ จ.กาญจนบุรี ปริมาณน้ำ 8,043 ล้าน ลบ.ม. เพิ่มขึ้น 11 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 91% ขณะที่ปริมาณน้ำไหลระบายออก 48.24 ล้าน ลบ.ม. เพิ่มขึ้น 6.31 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งส่งผลกระทบกับพื้นที่รีสอร์ตที่สร้างอยู่ในแม่น้ำแควน้อย แม่น้ำแม่กลอง จ.กาญจนบุรี แต่น้ำยังไม่สูงกว่าตลิ่ง 
    นายสำเริงกล่าวว่า สำหรับเขื่อนขนาดใหญ่เฝ้าระวังจำนวน 3 อ่างที่มีระดับน้ำลดลง ได้แก่ 1.เขื่อนแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ปริมาณน้ำ 760 ล้าน ลบ.ม. ลดลงจากวันที่ 23 ส.ค. 7 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 107% น้ำล้นทางระบายน้ำ (Spillway) สูง 1.10 ม. ลดลง 14 ซม. ระดับน้ำในแม่น้ำเพชรบุรี บริเวณ อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ต่ำกว่าระดับตลิ่ง 64 ซม. แนวโน้มลดลง และที่ อ.เมืองเพชรบุรี จ.เพชรบุรี สูงกว่าระดับตลิ่ง 50 ซม. แนวโน้มทรงตัว แต่ยังคงมีพื้นที่ริมสองฝั่งแม่น้ำเพชรบุรีได้รับผลกระทบน้ำท่วม ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ส่วนในเขตเทศบาลเมืองเพชรบุรี มีน้ำท่วมพื้นที่ที่มีระดับต่ำกว่าความสูงของคันกั้นน้ำเทศบาล ซึ่งทุกหน่วยปฏิบัติในพื้นที่ให้ความช่วยเหลือเร่งระบายน้ำอย่างต่อเนื่อง
    2.เขื่อนขุนด่านปราการชล จ.นครนายก ปริมาณน้ำ 195 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 87% ปริมาณน้ำไหลเข้าวันละ 7.93 ล้าน ลบ.ม. ลด 0.53 ล้าน ลบ.ม. ปริมาณน้ำไหลออก 6.84 ล้าน ลบ.ม. ลดลง 0.77 ล้าน ลบ.ม. น้ำไหลผ่านทางระบายน้ำล้นสูง 80 ซม. ลดลง 11 ซม. และ 3. เขื่อนปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ปริมาณน้ำ 327 ล้าน ลบ.ม. ลดลง 5.11 คิดเป็น 84% ปริมาณน้ำไหลเข้าวันละ 6.79 ล้าน ลบ.ม. ลดลง 1.35 ล้าน ลบ.ม. ปริมาณน้ำระบายออก 11.21 ล้าน ลบ.ม. เท่าเดิม
    "จากการระบายน้ำจากอ่างเก็บน้ำต่างๆ รวมถึงปริมาณฝนที่ตกในหลายพื้นที่ พบมีพื้นที่เฝ้าระวังเสี่ยงน้ำท่วม ได้แก่ แม่น้ำเพชรบุรี บริเวณ อ.แก่งกระจาน อ.ท่ายาง อ.บ้านลาด อ.เมืองฯ อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี ลำน้ำก่ำ ลำน้ำสงคราม ลำน้ำอูน แม่น้ำยม แม่น้ำน่าน แม่น้ำแควน้อย แม่น้ำนครนายก แม่น้ำยังที่ อ. เสลภูมิ จ.ร้อยเอ็ด มีระดับน้ำเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วถึงระดับเตือนภัยเนื่องจากมีฝนตกในพื้นที่" ผอ.ศูนย์เฉพาะกิจชั่วคราวในภาวะวิกฤติกล่าว.

 

25 สิงหาคม พ.ศ. 2561

หน้าหนึ่ง ไทยโพสต์

บิ๊กตู่ยัวะ!ไล่-ขู่ฟ้อง โวยถึงเวลาทวงศักดิ์ศรี/กองทัพจับตากทม.หลังคลายล็อก

"บิ๊กตู่" โวยสื่อบิดเบือนจนยอมไม่ได้แล้ว ลั่นถึงเวลาต้องดำเนินคดีเพื่อรักษาศักดิ์ศรี จ่อถาม ปชช.หนังสือพิมพ์ฉบับไหนเชื่อมั่นมากที่สุด ตะเพิดนักข่าวพ้นทำเนียบฯ ห้ามมาต่อปากต่อคำ เผยถก คสช.คลายล็อก อังคารหน้า โอดขอเวลาหน่อยอย่าหาว่าเห็นแก่ตัว "ผบ.ทบ." สั่งกำลังพลเตรียมรับมือคลายล็อกการเมือง "ชทพ.-พท." ประสานเสียงต้องปลดล็อกเท่านั้น "พิภพ" ฟันธงวิกฤติใหญ่เกิดแน่ เหตุทักษิณต้องการเผด็จศึก


อุตุฯเตือนรับมือพายุเข้าอีก2ลูก

"ประยุทธ์" เตือน ปชช.พร้อมรับมืออุทกภัยตลอดเวลา "บิ๊กฉัตร" สั่งวงประชุมบริหารจัดการน้ำติดตั้งระบบโทรมาตรวัดน้ำฝนต้นน้ำสำคัญในเขตอุทยานฯ "เลขาฯ สทนช." แจ้งทั่ว ปท.ยังมีฝนตกหนัก หลังอุตุฯ คาดพายุจะเข้าไทยช่วง ส.ค.-ต.ค.อีก 1-2 ลูก "มท.1" ลงพื้นที่ จ.เพชรบุรี เร่งระบายน้ำต่อเนื่อง มั่นใจหากไม่มีมรสุมเพิ่ม 2 สัปดาห์แห้ง "รมว.เกษตรฯ" สำรวจความเสียหายเกษตรกรเตรียมจ่ายเงินชดเชย "ศูนย์เฉพาะกิจฯ" เฝ้าระวัง 2 เขื่อนไหญ่น้ำไหลเข้าเพิ่มขึ้น


แจงยิบเพิ่มโทษใบขับขี่ อ้างตปท.คุ้มครองชีวิต

ตำรวจผนึกขนส่งทางบกแจงเพิ่มโทษเกี่ยวกับใบขับขี่ ก็เพื่อคุ้มครองชีวิตและความปลอดภัยของประชาชน อ้างญี่ปุ่น-สหรัฐโหดกว่าไทย ขึงขังเอาตายสีกากีใช้เป็นช่องรีดไถ ต่อไปตำรวจนินจาคลุมหน้ามิดชิดก็ห้ามมี อดีต ส.ส.ปชป.ทำหนังสือถึง รมว.คมนาคมทบทวน ไม่เชื่อน้ำมนต์ขจัดเจ้าหน้าที่ทุจริต รองเลขาฯ ภูมิใจไทยชี้อาจขัด รธน.มาตรา 77 ด้านรองประธาน สนช.เผยยังไม่มีการพิจารณา และต้องรับฟังความเห็นประชาชนด้วย


ผบ.ทบ.โอดกำลังพลเยอะ ลั่นหากผิดไม่มีปกป้องแน่

“บิ๊กเจี๊ยบ” รับสภาพกำลังพลมีกว่า 2 แสนนาย กำชับสุดๆ ทุกเรื่องแล้ว แต่บางครั้งเป็นเรื่องส่วนบุคคล ลั่นไม่ปกป้องใคร “มูลนิธิผสานวัฒนธรรม-ศรีสุวรรณ” ประสานเสียงตั้ง กก.อิสระสอบคดีทำร้ายพลทหาร ชงใช้ ม.44 ฟันผู้บังคับบัญชา!


นายกฯโอ่จีดีพี-ส่งออกพุ่ง โพลสวน‘เครียด’เรื่องศก.

"บิ๊กตู่" แจงเอกชนเศรษฐกิจดี จีดีพี-ส่งออกเพิ่ม ฝากช่วยบอกต่อ สวนทางโพล! "ของแพง-ศก.แย่" ทำคนไทยเครียด เบื่อ-ไม่มีความสุข-หมดกำลังใจ กระทุ้งรัฐบาลเร่งแก้ปัญหา


หน้าหนึ่ง X-CITE

เฝ้าระวังสื่อทำร้ายเยาวชน แค่เขียนเสือให้วัวกลัว!!

ปัจจุบันเด็กยุคใหม่กลายเป็นเหยื่อของโลกโซเชียลมากขึ้น ทั้งถูกล่อลวงไปทำอนาจารและถ่ายคลิปไว้สำหรับแบล็กเมล์ เยาวชนที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ ไหนจะถูกหลอกให้ซื้อสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้มาตรฐาน เช่น ยาลดความอ้วน จากปัญหาที่เกิดขึ้นก็มีเครือข่ายเฝ้าระวังสื่อที่ไม่เหมาะสมเกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก ทั้งลงพื้นที่ให้ความรู้น้องๆ หนูๆ ในการรู้เท่าทันภัยโซเชียล และบางแห่งก็มีจัดการทำแอ

 

 หมวดหมู่ : ต่างประเทศ 
 

 

 

 

........................................

25 สิงหาคม 2561

 

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
..เวลาสวัสดิ์.. วันที่ : 26/08/2018 เวลา : 17.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/times

คห9​ ผู้นำ​usa​ ค่ะ
ขออภัยและขอบคุณค่ะ_/\_

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
..เวลาสวัสดิ์.. วันที่ : 26/08/2018 เวลา : 17.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/times

โดยที่ยกมา​ เช่น​ คุณเนลสันแมนเดลล่า​ ป๋าเปรม​ ปูตินแห่งรัสเซีย​ และคุณสีจิ้นผิงของจีน​ อาจมีผู้ปฎิบัติ​usaมาด้วยในบางภาพค่ะ

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
..เวลาสวัสดิ์.. วันที่ : 26/08/2018 เวลา : 17.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/times

ต้องขออภัยที่ไม่สะดวกนำภาพมาลงค่ะ​ แต่ขอวางลิ้งค์และต้องรบกวนให้คลิกเข้าไปชมภาพของบุคคลในอิริยาบทดังกล่าวค่ะ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
..เวลาสวัสดิ์.. วันที่ : 26/08/2018 เวลา : 17.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/times

สีจิ้นผิง
http://www.aboluowang.com/2017/1110/1023066.html

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
..เวลาสวัสดิ์.. วันที่ : 26/08/2018 เวลา : 17.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/times

https://th.talkingofmoney.com/would-putin-survive-if-russia-goes-bankrupt

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
..เวลาสวัสดิ์.. วันที่ : 26/08/2018 เวลา : 17.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/times

https://www.hatyaifocus.com/บทความ/406-บอกเล่าเรื่องราว-ป๋าเปรม-97-ปี-%26%2334%3Bเกิดมาต้องทดแทนแผ่นดิน%26%2334%3B/

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
..เวลาสวัสดิ์.. วันที่ : 26/08/2018 เวลา : 17.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/times

เนลสัน​ แมนเดลล่า
https://scoop.mthai.com/hot/5548.html

ความคิดเห็นที่ 3 ..เวลาสวัสดิ์.. ถูกใจสิ่งนี้ (1)
นายยั้งคิด วันที่ : 25/08/2018 เวลา : 20.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

ตอบ ความคิดเห็นที่ 1,2นายยั้งคิด ถูกใจสิ่งนี้ ถูกใจความคิดเห็นนี้ (1)(2)
like เรียบร้อยแล้ว

..เวลาสวัสดิ์..
...............................
ถ้ามีภาพการประสานมือดังกล่าว กรุณานำลงด้วยครับ ถ้าไม่เป็นการรบกวนมากเกินไป

ความคิดเห็นที่ 2 นายยั้งคิด ถูกใจสิ่งนี้ (1)
..เวลาสวัสดิ์.. วันที่ : 25/08/2018 เวลา : 13.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/times

มาประสานมือสองข้างให้บ่อยขึ้นจะช่วยสร้างความรู้สึกตัว​ หากเริ่มมีน้ำโห.. ก็บีบมือที่ประสานไว้ให้แน่นแบบเนียน​ ๆ.. ลองก่อน​ ดูผล​ ถ้าไม่ได้ผลค่อยว่ากันใหม่

ความคิดเห็นที่ 1 นายยั้งคิด ถูกใจสิ่งนี้ (1)
..เวลาสวัสดิ์.. วันที่ : 25/08/2018 เวลา : 13.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/times

เสนอแนะ​แลกเปลี่ยนนะคะ​ บางทีน่าจะลองลดการใช้ภาษากาย​ ท่าโปรดลง​

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน