*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 4083
  • จำนวนผู้ชม : 2821476
  • จำนวนผู้โหวต : 534
  • ส่ง msg :
  • โหวต 534 คน
<< สิงหาคม 2018 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพุธ ที่ 29 สิงหาคม 2561
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 601 , 18:48:03 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน สิงห์นอกระบบ , สุรศักดิ์ โหวตเรื่องนี้

สวัสดีครับ

         อ่านรายงานข่าวข้างล่างนี้ด้วยครับ นายทักษิณ ชินวัตร ยังมีคดีความอีก 4 คดี หลังจากศาลยกฟ้องไป 1 คดี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดีของนายทักษิณ ปัจจุบันยังเหลืออยู่ในการพิจารณาไต่สวนลับหลังจำเลยอีก 4 สำนวน ที่อัยการ

สูงสุดและ ป.ป.ช.ยื่นฟ้องไว้ตั้งแต่ปี 2550-2551 ประกอบด้วย

1.คดีกล่าวหาแปลงค่าสัมปทานกิจการโทรคมนาคมเป็นภาษีสรรพสามิต เอื้อประโยชน์ธุรกิจเครือชินคอร์ปฯ     

2.คดีกล่าวหาร่วมทุจริตการปล่อยกู้ของธนาคารกรุงไทยให้กับกลุ่มกฤษดามหานคร

3.คดีกล่าวหาปล่อยกู้ธนาคารเอ็กซิมแบงค์ให้รัฐบาลพม่า 4 พันล้านบาท เพื่อเอื้อประโยชน์กลุ่มชินคอร์ป

4.คดีกล่าวหาดำเนินโครงการออกสลากพิเศษหวยบนดินโดยมิชอบ

         สรรพสามิตควรใช้หลักการวิทยาศาสตร์ตรวจหาข้อแตกต่างระหว่าง 'น้ำข้าวหมาก' กับ 'สาโท' ให้ชัดเจนไปเลยมิดีกว่า

หรือ จะถือหลักเพียงว่า น้ำข้าวหมากคือสาโท ก็ไม่ชัดเจนเลยครับ เสมือนเค้นคอชาวบ้านยัดข้อหาดังปัจจุบัน

 

เดิมพันเก้าอี้!!‘อาจารย์ยักษ์’ประกาศจุดยืน ปุ๋ยเคมี-สารพิษต้องหมดจากแผ่นดิน

เดิมพันเก้าอี้!!‘อาจารย์ยักษ์’ประกาศจุดยืน ปุ๋ยเคมี-สารพิษต้องหมดจากแผ่นดิน

วันพุธ ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 16.43 น.

“วิวัฒน์ ศัลยกำธร” ประกาศเจตนารมณ์ร่วมกับผู้ว่า 56 จังหวัด ต่อต้านการใช้ปุ๋ยเคมีและสารพิษทุกรูปแบบ ประเดิม “ยโสธร” เป็นที่แรก ก่อนขยายผลทั้งแผ่นดิน

29 ส.ค.61 ที่อิมแพค เมืองทองธานี ในงานมหกรรมสมุนไพรและอาหารครั้งที่ 3 ประจำปี 2561 ดร.วิวัฒน์ ศัลยกำธร หรืออาจารย์ยักษ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวในระหว่างเป็นประธานเปิดงานช่วงหนึ่งว่า ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีอาหารและยาสมนุไพรที่ดีที่สุดในโลก แต่หลังจากที่มีการนำปุ๋ยเคมีและสารเคมีมาใช้ในการเกษตร วิถีชีวิตเราเปลี่ยนไป พืชผลทางการเกษตรไม่ปลอดภัยเหมือนก่อน อีกทั้งเมื่อนำมาผลิตเป็นอาหารก็ปนเปื้อนไปด้วยสารเคมี ส่งผลต่อสุขภาพของประชาชน ดังนั้นแนวทางเกษตรอินทรีย์ตามรอยพ่อหลวงรัชกาลที่ 9 คือ หนทางสู่เกษตรยั่งยืนอย่างแท้จริง 

“ดังนั้นผมจึงขอประกาศเจตนารมณ์ต่อต้านการใช้ปุ๋ยเคมี และสารเคมีในการเกษตรทุกรูปแบบ และขณะนี้มีผู้ว่าราชการจังหวัด 56 จังหวัดร่วมเป็นแนวร่วมต่อต้านด้วย โดยจะเริ่มที่ จ.ยโสธรเป็นที่แรก และขยายผลไปทั้งแผ่นดิน นอกจากนี้กระทรวงสาธารณสุข ก็พร้อมที่จะร่วมกับเราโดยอาสาที่จะเป็นหน่วยงานหลักที่ตรวจอาหารที่ปลูกจากเกษตรอินทรีย์ว่าเป็นอาหารที่ปลอดภัย” รมช.เกษตรฯ กล่าว

รมช.เกษตรฯ กล่าวด้วยว่า ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เขียนไว้ขัด เราต้องทำการผลิตภาคเกษตรเป็น 2ระบบ คือ 1.ต้องทำให้เป็นเกษตรอินทรีย์ ต้องทำให้ได้ 6 แสนไร่เป็นอย่างต่ำ และ 2.ระบบเกษตรที่กว้างกว่าเกษตรอินทรีย์ ที่เรียกว่าเกษตรยั่งยืน แบ่งย่อยออกเป็น เกษตรอินทรีย์ที่ถือเป็นรูปแบบหนึ่ง เกษตรผสมผสาน เกษตรธรรมชาติแท้ๆ เกษตรทฤษฎีใหม่ และสุดท้ายคือการทำเกษตรรูปแบบอื่นๆที่ควรจะมีหลายแบบ แต่ที่สำคัญคือทำให้สอดคล้องกับวิถีสังคมและชุมชน ภูมิศาสตร์ที่แต่ละแห่งแต่ละภาคที่ไม่เหมือนกัน  เป้าหมายส่วนนี้คือการทำ 5 ล้านไร่เป็นอย่างน้อย

“ผมขอท้าพวกที่คัดค้านขอให้มาพิสูจน์กับเราว่า ถ้าเราทำเกษตรอินทรีย์แล้วมีอันตราย ก็ขอให้เอาหลักฐานมา อย่ามาขวางทางบุญ เพราะมันจะเป็นบาปหนัก เรากำลังทำเพื่อแผ่นดิน เพื่อพี่น้องประชาชนชาวไทย ถ้าผมทำเรื่องนี้ไม่สำเร็จ ผมก็ไม่อยู่ ผมไม่กลัวตาย ไม่กลัวถูกไล่ออก เพราะยืนยันทำในสิ่งที่ถูกต้อง” ดร.วิวัฒน์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ดร.วิวัฒน์ ได้เป็นแกนนำในการประกาศเจตนารมณ์ โดยขอให้ผู้ร่วมงาน ซึ่งประกอบไปด้วย ข้าราชการระดับสูงกระทรวงเกษตร กระทรวงสาธารณสุข ตลอดจนเครือข่ายเกษตรกร และเครือข่ายผู้ร่วมจัดงานทั้งภาครัฐ เอกชน และภาคประชาชน โดยมีเสียงปรบมือดังกึกก้องต่อแนวทางดังกล่าว

 

'นรชิต'ย้ำ!หลักรธน.ให้สมาชิกพรรคมีส่วนร่วมคัดคนลงส.ส.

'นรชิต'ย้ำ!หลักรธน.ให้สมาชิกพรรคมีส่วนร่วมคัดคนลงส.ส.

วันพุธ ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 18.37 น.

"นรชิต"ย้ำหลักรธน.ให้สมาชิกพรรคมีส่วนร่วมคัดคนลงส.ส. ชี้การหารือแก้ไข"ไพรมารีโหวต"นอกเหนือการทำงานของกรธ.

29 ส.ค.61 นายนรชิต สิงหเสนี โฆษกคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวถึงข้อเสนอต่อการผ่อนคลายการจัดเลือกตั้งขั้นต้นเพื่อหาผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส. (ไพรมารีโหวต) ตามประเด็นที่ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ระบุว่าจะให้ตั้งคณะกรรมการเพื่อคัดเลือกผู้สมัคร แทนการใช้ไพรมารีโหวตระบบจังหวัด ว่า กรณีดังกล่าวต้องระบุถึงที่มาของคณะกรรมการคัดเลือกผู้สมัครว่า มาจากที่ไหน หากมาจากการเลือกของสมาชิกพรรค ถือเป็นประเด็นที่พอไปได้ ตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญที่ต้องการให้สมาชิกพรรคมีส่วนร่วมเลือกผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.แต่ไม่ใช่สิ่งทีตรงหลักการของการทำไพรมารี หรือให้คณะกรรมการฯ มาโดยการเลือกของคณะกรรมการบริหารพรรคการเมือง เท่ากับว่าประชาชนหรือสมาชิกพรรคไม่มีส่วนร่วมโดยตรง

"ในหลักการของรัฐธรรมนูญที่เขียนไว้ คือ ให้สมาชิกพรรคมีส่วนร่วมเลือกผู้บริหาร กำหนดนโยบาย และคัดเลือกผู้สมัคร ดังนั้น เมื่อสมาชิกร่วมเลือกคณะกรรมการบริหารพรรคแล้ว ให้กรรมการบริหารพรรคไปตั้งคณะกรรมการคัดเลือกผู้สมัคร อาจไปไม่ถึงหลักการของการมีส่วนร่วม แต่ไม่ถือว่าขัดกับรัฐธรรมนูญหรือไม่ตรงกับเจตนารมณ์ในรัฐธรรมนูญเสียทีเดียว" นายนรชิต กล่าว

นายนรชิต กล่าวด้วยว่า สำหรับการพิจารณาหรือหาทางแก้ไขประเด็นไพรมารีโหวตนั้น ถือว่าอยู่นอกเหนือการพิจารณาของ กรธ.เพราะโดยหลักการที่ กรธ.กำหนดไว้คือ ต้องการพัฒนาพรรคการเมือง โดยให้ประชาชนมีส่วนร่วมภายในพรรค โดยหลักการของการร่วมเลือกผู้สมัคร ส.ส.นั้นเพื่อต้องการแก้ไขสิ่งที่คนๆ เดียว หรือคนกลุ่มเดียว มีอำนาจเลือกผู้สมัคร ส.ส.ได้ ดังนั้น ในการแก้ปัญหาที่เตรียมการนั้นถือเป็นสิ่งที่นอกเหนืองานของ กรธ.

 

รุดช่วย‘ปลดหนี้ มอบทุน’ครอบครัวนักเรียนกระบี่ ยื่นทูลเกล้าฯถวายฎีกา

รุดช่วย‘ปลดหนี้ มอบทุน’ครอบครัวนักเรียนกระบี่ ยื่นทูลเกล้าฯถวายฎีกา

วันพุธ ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 18.02 น.

29 ส.ค.61 พ.อ.กิตติ อิ่มศิริ รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดกระบี่ พร้อมด้วยนายสุพจน์ แสงศิลา ปลัดอำเภอเมืองกระบี่ , นายประพันธ์ ศรีสุวรรณ ปลัดเทศบาลเมืองกระบี่ , นางจิรา วงศ์สวัสดิ์ ประชาสัมพันธ์จังหวัดกระบี่ , เจ้าหน้าที่ กอ.รมน. , เจ้าหน้าที่สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดกระบี่ , เจ้าหน้าที่ สภ.เมืองกระบี่ เข้าให้ความช่วยเหลือครอบครัว น.ส.ขนิษฐกานต์ ยินดี อยู่บ้านเลขที่ 15 หมู่บ้านแกรนด์วิลเลจ ถ.นภาจรัส ต.ปากน้ำ อ.เมือง นักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี จ.ปทุมธานี ที่ทูลเกล้าฯถวายฎีกา เนื่องจากไม่สามารถรับภาระค่าใช้จ่ายการศึกษาและครอบครัวมีหนี้สินทำให้ได้รับความเดือดร้อน

ทั้งนี้ หลังจากประชุมหารือ จากนั้นลงพื้นที่เข้าสอบถามข้อเท็จจริง เยี่ยมเยียนมารดาของผู้ทูลเกล้าฯถวายฎีกา ให้ความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง ในเรื่องภาระหนี้สินของครอบครัว ซึ่งก่อนหน้านี้ทางเทศบาลเมืองกระบี่ ช่วยเหลือยกเว้นค่าบำรุงการศึกษา ค่าเทอมให้หลาน 2 คน ที่ขณะนี้กำลังศึกษาที่โรงเรียนเทศบาล  4

จากการลงพื้นที่ พบว่าบ้านเรือนเป็นห้องแถวบ้านเช่า มีมารดาผู้ยื่นทูลเกล้าฯถวายฎีกา และ น.ส.ฐปนีย์ ยินดี พี่สาวผู้ทูลเกล้าฯอยู่ร่วมกัน โดยมีอาชีพหลักทำขนมไทยขายในแต่ละวันมีรายได้ไม่เพียงพอในการเลี้ยงครอบครัว

 มารดาของผู้ทูลเกล้าฯ ระบุว่า เดิมตนรับราชการ หนี้ที่เกิดขึ้นในครอบครัวเป็นภาระหนี้สินผูกพัน  เป็นหนี้สหกรณ์ออมทรัพย์ครูกระบี่ หนี้นอกระบบ รวม 2.7 ล้านบาท หลังเออร์ลี่ได้นำเงินไปปลดหนี้สหกรณ์ออมทรัพย์ครูกระบี่จนหมด ส่วนเงินกู้ของธนาคารถูกฟ้องร้องหักเงินปันผลปีละ 8,000 บาทจนหมด ส่งดอกเบี้ยให้ธนาคารที่เหลือหนี้บ้าง และไม่ได้ส่งเป็นระยะเวลา  3  ปีกว่า และยังเป็นหนี้นอกระบบ ทำให้รายได้ไม่พอจ่าย ไม่มีเงินส่งให้บุตรสาวเรียน จึงได้ขอรับการสงเคราะห์ดังกล่าว

เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ได้ประสานธนาคารนัดเจรจาลดหย่อนหักเงินปันผลให้น้อยลง หนี้นอกระบบนัดเจ้าหนี้มาเจรจาที่ อ.เมืองกระบี่ ในวันศุกร์นี้ โดยไม่คิดดอกเบี้ย พร้อมกับหาร้านค้าให้มารดาผู้ร้องมีช่องทางในการจำหน่ายขนมเพิ่มเติมมากขึ้น

ส่วนค่าเล่าเรียน น.ส.ขนิษฐกานต์ ทาง จ.ปทุมธานี ได้ประสานกับมหาวิทยาลัยฯ มอบทุนการศึกษาให้ปีละ 1.2 หมื่นบาท ไม่ต้องเสียค่าเช่าที่พักตลอดการศึกษา จัดหาแหล่งงานสำหรับรายได้ในโครงการหารายได้พิเศษระหว่างเรียน ทำให้มารดาผู้ร้อง มีความมีความพึงพอใจเป็นอย่างมาก ที่ได้รับให้ความช่วยเหลือในครั้งนี้ เพื่ออนาคตของบุตรสาว และความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นในครอบครัว

 

เหลืออีก4!! เปิดคดีเอื้อประโยชน์-ทุจริต‘ทักษิณ’ รอไต่สวนลับหลัง

เหลืออีก4!! เปิดคดีเอื้อประโยชน์-ทุจริต‘ทักษิณ’ รอไต่สวนลับหลัง

วันพุธ ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 16.57 น.

เหลืออีก4!! เปิดคดีเอื้อประโยชน์-ทุจริต‘ทักษิณ’ รอไต่สวนลับหลัง

29 ส.ค.61 นายพัฒนพงศ์ จันทร์เพ็ชรพูล ผอ.สำนักคดี สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) ให้สัมภาษณ์กรณีองค์คณะผู้พิพากษาจึงมีมติเสียงข้างมากพิพากษาให้ยกฟ้องนายทักษิณ ชินวัตร อายุ 69 ปี อดีตนายกรัฐมนตรี ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริตเป็นเหตุให้ผู้หนึ่งผู้ใดเสียหาย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ในคดีทีพีไอ ว่า หลังจากนี้จะรายงานให้คณะกรรมการ ป.ป.ช.ทราบ ทั้งข้อเท็จจริงในสำนวนคดีและข้อกฎหมาย เพื่อให้พิจารณาว่าจะอุทธรณ์ได้หรือไม่ ซึ่งเราจะต้องดูทั้งพิพากษากลาง และคำพิพากษาส่วนบุคคลของแต่ละท่าน ก่อนเสนอคณะกรรมการป.ป.ช.อีกครั้งว่าจะเห็นควรดำเนินการต่อไปอย่างไร  ตามขั้นตอนถ้าหากคณะกรรมการป.ป.ช.เห็นสมควรจะอุทธรณ์ ก็จะต้องดำเนินการภายในกำหนด 30 วัน

ผู้ว่าฯกาญจน์เร่งตรวจสอบโฉนดที่ดินยึดจากนายทุนดอกเบี้ยโหดมูลค่ากว่า 100 ล้าน

ผู้ว่าฯกาญจน์เร่งตรวจสอบโฉนดที่ดินยึดจากนายทุนดอกเบี้ยโหดมูลค่ากว่า 100 ล้าน

วันพุธ ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 18.55 น.

ผู้ว่าฯ กาญจน์สนองนโยบายรัฐบาลเร่งตรวจสอบโฉนดที่ดิน หลังยึดจากนายทุนดอกเบี้ยโหดกว่า 300 ฉบับค่ากว่า 100 ล้านบาท เผยเฟสแรกคืนไปแล้ว 25 ฉบับ ส่วนที่เหลืออยู่ระหว่างตรวจสอบพร้อมเจรจาไกล่เกลี่ย 12 ก.ย.นี้มอบให้รัฐบาล ส่งคืนลูกหนี้ที่นครปฐม 

29 ส.ค.61 เมื่อเวลา 12.30 น.ที่ว่าการอำเภอท่าม่วง จ.กาญจนบุรี นายบวรศักดิ์ วานิช รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี พร้อมด้วยนายอธิสรรค์ อินทร์ตรา นายอำเภอท่าม่วง นายศิริ นิลขาว ปลัดอำเภอฝ่ายดำรงความเป็นธรรม อ.ท่าม่วง ได้ร่วมกันตรวจสอบโฉนดที่ดินที่นำมาจากนายทุนปล่อยเงินกู้กว่า 300 ฉบับ นอกจากนี้ยังมีสัญญาเงินกู้ที่ฝ่ายให้กู้กับผู้กู้อีกเป็นจำนวนมากที่จะต้องเร่งดำเนินการตรวจสอบให้แล้วเสร็จโดยเร็ว จากนั้นจะได้เชิญตัวผู้กู้และผู้ให้กู้มาเข้าสู่ระบบการไกล่เกลี่ยเพื่อคืนโฉนดให้กับผู้กู้ตามนโยบายของรัฐบาล

นายบวรศักดิ์ วานิช รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี เปิดเผยว่าจากนโยบายของรัฐบาลคืนความสุขให้ประชาชน ลดความเหลื่อมล้ำของสังคม ทางจังหวัดกาญจนบุรีจึงได้ตั้งศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ การกู้ยืมเงินโดยสัญญาที่ไม่เป็นธรรม ขึ้นที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดกาญจนบุรี หลังจากนั้นได้มีประชาชนเดินทางมาเพื่อร้องขอความเป็นธรรมที่ศูนย์ดังกล่าว ทางนายจีระเกียรติ ภูมิสวัสดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี จึงมอบหมายให้ตนดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยเมื่อวันที่ 5 ส.ค.ที่ผ่านมาได้มอบหมายให้ตำรวจ สภ.ท่าม่วง นำกำลังเข้าไปตรวจสอบภายในสำนักงานของนายทุนปล่อยเงินกู้ตามที่ประชาชนร้องเรียนมา 

จากการตรวจค้นภายในสำนักงานของนายทุนคนดังกล่าวปรากฏว่าพบโฉนดที่ดินของประชาชนที่มากู้อยู่เป็นจำนวนมาก เบื้องต้นมีโฉนดมากกว่า 300 ฉบับ เจ้าหน้าที่จึงแจ้งให้นายทุนทราบถึงนโยบายของรัฐบาล เมื่อทราบเจ้าหน้าที่จึงได้ขอนำโฉนดที่มีอยู่ทั้งหมดมาตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าโฉนดที่พบทั้งหมดนั้นมีที่มาที่ไปอย่างไร จากนั้นก็จะเข้าสู่ระบบการไกล่เกลี่ยระหว่างผู้กู้กับผู้ให้กู้

"ก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการไกล่เกลี่ยระหว่างผู้กู้กับผู้ให้กูมาแล้ว 25 ราย และสามารถคืนโฉนดให้กับผู้กู้ได้แล้ว 25 ฉบับ ซึ่งประชาชนทั้ง 25 รายที่ได้โฉนดที่ดินคืนเป็นชาวจังหวัดนครปฐม ซึ่งถือว่าเป็นเฟสแรกของการคืนโฉนดให้กับผู้กู้" นายบวรศักดิ์ กล่าว

 

 

นายบวรศักดิ์ กล่าวต่อว่า ส่วนเฟสที่ 2 จะคืนให้กับประชาชนผู้กู้ในวันที่ 12 ก.ย.นี้โดยจังหวัดกาญจนบุรี จะนำไปมอบให้กับรัฐบาลเป็นผู้มอบต่อให้ประชาชนที่จังหวัดนครปฐม โดยในขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบโฉนดและสัญญาการกู้ของประชาชน เมื่อตรวจสอบแล้วเสร็จก็จะนำเข้าสู่ระบบการไกล่เกลี่ย หากตรวจสอบแล้วพบว่านายทุนกระทำผิดกฎหมายเจ้าหน้าที่ก็จะต้องดำเนินคดี แต่ถ้าหากมีการเจรจาแล้วนายทุนยอมคืนความเป็นธรรมให้กับลูกหนี้เราก็จะเร่งดำเนินการทันที

"สำหรับวิธีการปล่อยกู้ รวมทั้งจำนวนผู้เสียหายและยอดเงินของผู้เสียหายทั้งหมดรวมกันเท่าไหร่และคิดดอกเบี้ยร้อยละเท่าไหร่นั้นขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังตรวจสอบเอกสารไม่เสร็จ สำหรับวิธีการให้กู้มันมีหลากหลายวิธี มีทั้งเรื่องของจำนวนดอกเบี้ยจะสูงมาก แต่ถ้าหากสามารถคำนวณดูแล้วพบว่าจำนวนเงินที่นายทุนได้ไป มันเกินกว่าที่ลูกหนี้นอกระบบจะต้องจ่ายจริงก็จะขอความร่วมมือกับนายทุนให้ยุติการเก็บเงินและให้คืนโฉนดให้กับลูกหนี้ไป”นายบวรศักดิ์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับวิธีการการปล่อยเงินกู้ของนายทุนมีหลายรูปแบบ ตัวอย่างเช่นทำสัญญาเงินกู้ 80,000 บาท แล้วคิดรวมดอกเบี้ยเข้าไปรวมเป็นประมาณ 9 หมื่นกว่า จากนั้นจะทำสัญญาเงินกู้อีกต่างหากในอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 2 บาท เป็นต้น 

สำหรับลูกหนี้ทั้งหมดที่นำโฉนดมาค้ำประกันจากนายทุนคนดังกล่าว มีทั้งจาก จ.กาญจนบุรี อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี รวมทั้งจาก จ.สุพรรณบุรี และนคอรปฐม แต่ลูกหนี้ส่วนใหญ่จะเป็นชาว จ.กาญจนบุรี

จากจำนวนใบโฉนดที่กำลังตรวจสอบมีมากกว่า 300 ฉบับและยอดตัวเลขของแต่ละรายที่กู้ มีตั้งแต่หลักหมื่นบาทไปจนถึงหลัก 1 ล้านบาท คาดว่าจะมียอดเงินกูรวมกันมากกว่า 100,000,000 บาท ส่วนนายทุนที่ปล่อยเงินกู้ มีชื่อย่อว่า "ช."

จัดยิ่งใหญ่!งาน‘เกษตรสร้างชาติ’ รวมที่สุดสินค้า-งานส่งเสริมเกษตร30ส.ค.-2ก.ย.ที่สวนลุม

นายสมชาย ชาญณรงค์กุล 

จัดยิ่งใหญ่!งาน‘เกษตรสร้างชาติ’ รวมที่สุดสินค้า-งานส่งเสริมเกษตร30ส.ค.-2ก.ย.ที่สวนลุม

วันพุธ ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

นายสมชาย ชาญณรงค์กุล อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า ในโอกาสที่กรมส่งเสริมการเกษตร ครบรอบ 50 ปี จึงได้รวมที่สุดของงานส่งเสริมการเกษตรมาจัดแสดงภายใต้ชื่องาน “เกษตรสร้างชาติ” ตั้งแต่วันที่ 30 สิงหาคม - 2 กันยายน 2561 ณ สวนลุมพินี กรุงเทพฯ โดยที่ผ่านมากรมมีผลงานเป็นที่ประจักษ์มากมาย ทั้งการพัฒนาเกษตรกร การพัฒนาสินค้าเกษตรคุณภาพ และยังคงมุ่งมั่นดำเนินงานตามภารกิจในการพัฒนาการเกษตรของประเทศให้ก้าวหน้า สร้างชาติให้เจริญ ส่งเสริมเกษตรกรให้มีอาชีพการเกษตรที่มั่นคง ยั่งยืน มีคุณภาพชีวิตที่ดี และมีความภาคภูมิใจในอาชีพของตนเอง

โดยภายในงาน จะได้พบกับนิทรรศการต่างๆ อาทิ พระราชกรณียกิจด้านการเกษตรของสถาบันพระมหากษัตริย์ วิวัฒนาการของงานส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกร การพัฒนาเครือข่ายเพื่อขับเคลื่อนงานภาคการเกษตร โดยส่งเสริมผ่านการรวมกลุ่มเกษตรกร และส่งต่อความรู้ไปสู่เกษตรกรรายย่อย สร้างการมีส่วนร่วมในการปฏิบัติดูแลพื้นที่การเกษตรของตนเอง ทั้งการลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การส่งเสริมเทคโนโลยีก้าวหน้าตั้งแต่การส่งเสริมการปลูกพืชเชิงเดี่ยว จนทำให้เกษตรกรปรับเปลี่ยนเป็นการผลิตพืชหลากหลาย และเข้าสู่การส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มมูลค่า ทำให้สินค้าเกษตรเข้าสู่ระบบอุตสาหกรรมเป็นสินค้าส่งออกที่สามารถทำรายได้ให้กับประเทศ

นอกจากนี้ ยังได้นำสินค้าเกษตรคุณภาพหลากหลายประเภทมาจำหน่ายภายในงาน กว่า 1,000 รายการ ทั้งสดและแปรรูป รวม 7 หมวด คือ ผักสด - ผลไม้ปลอดภัย ได้มาตรฐานสากล เช่น ส้มโอทับทิมสยาม ทุเรียนทรายขาว มังคุดลานสกาชมพู่ทับทิมจันทร์ อโวคาโดเชียงใหม่, สมุนไพรอาหารเป็นยาและเวชสำอาง เช่น ถั่งเช่า มะพร้าวสกัดเย็น เครื่องสำอางโปรตีนไหม ผลิตภัณฑ์จากผึ้ง, ข้าว-ปลา ปศุสัตว์คัดสรร เช่น ไข่เค็มกะทิ ปลานิลชลบุรี ไก่ดำข้าวหอมมะลิดินภูเขาไฟ, แพรพรรณและหัตถกรรมชุมชน เช่น ผ้าย้อมครามทอมือ จักสานไม้ไผ่หุ้มเซรามิก สิ่งประดิษฐ์จากรังไหม, ชา-กาแฟ ของดีจากทุกภาค เช่น กาแฟคุณภาพ ชากุหลาบ ชาดอกกาแฟชาหญ้าหวาน ชาหอมแดง ชาข้าวเพาะงอกชงดื่ม, หลากหลายสีสันสารพัน ไม้ดอกไม้ประดับ เช่น กล้วยไม้ พืชกินแมลงไฮบริด ชุดปลูก/ปุ๋ยมูลไส้เดือน ไม้มงคล ไม้ดอกไม้ประดับ และสินค้านวัตกรรมและสินค้าแปรรูป เช่น ข้าวโพดทอดกรอบ กล้วยหอม/ขนุนอบกรอบ น้ำทุเรียนอินทรีย์ หมอนยางพาราไร้กลิ่น เป็นต้น

“สำหรับกิจกรรมสาระบันเทิง ได้เปิดพื้นที่สำหรับให้บริการความรู้ “Knowledge Cafe”แก่เกษตรกรและผู้เข้าชมงาน การเดินแบบและจำหน่ายผ้าไทยทุกภาคกว่า 1,000 ชิ้น โดยกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรผู้ผลิตผ้าไทย สาธิตการทำอาหารจากมาสเตอร์เชฟ กิจกรรม Lucky Draw (จับสลาก)ชิงรางวัล และคอนเสิร์ตของศิลปินชื่อดัง ได้แก่ Instinct, Potato, ไอซ์ ศรัณยูและนิวจิ๋ว ที่ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันมามอบความบันเทิง กิจกรรม Check In กับความอลังการของ Flower Garden ที่ตกแต่งด้วยกล้วยไม้ และไม้ดอกไม้ประดับหลากหลายประเภท การยกอาหารดี 4 ภาคมาเสิร์ฟในใจกลางกรุง รวมทั้งกิจกรรมฝึกอาชีพ วันเดียวทำได้จริงกว่า 50 หลักสูตร เช่น การจัดสวนผักลอยฟ้า DIY กระถางแก้มลิง เทคนิคการปลูก ปลอกหมดเปลือกเรื่องการขยายพันธุ์ และยังมีอาชีพสร้างรายได้ เช่น DIY...กลีบบัว เค้กกล้วยหอม มาลัยกล้วยไม้...ร้อยได้รวยดี เปิดฟรี!!!ทุกวัน ขอเชิญชวนทุกท่านมาร่วมชม ช็อป และชิมกันได้ครับ” อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าว

 

เกษตรฯนำทัพจัดงาน'มหกรรมสมุนไพรและอาหาร'ครั้งที่3

เกษตรฯนำทัพจัดงาน'มหกรรมสมุนไพรและอาหาร'ครั้งที่3

วันพุธ ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 15.30 น.

เกษตรฯ นำทัพจัดงานมหกรรมสมุนไพรและอาหาร ครั้งที่ 3 "กินเปลี่ยนวัย กินอย่างมั่นใจ ด้วยเกษตรกรรมยั่งยืน" เพื่อขับเคลื่อนและขยายผลการส่งเสริมและพัฒนาระบบเกษตรกรรมยั่งยืน

29 ส.ค.61 ที่ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี นายวิวัฒน์ ศัลยกำธร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังการเป็นประธานพิธีเปิดงานมหกรรมสมุนไพรและอาหาร ครั้งที่ 3 "กินเปลี่ยนวัย กินอย่างมั่นใจ ด้วยเกษตรกรรมยั่งยืน" ว่า กระทรวงเกษตรฯ ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข , กระทรวงมหาดไทย และภาคีเครือข่าย จัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 ส.ค. - 2 ก.ย.61 ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี ฮอลล์ 7 - 8 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความรับรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเกษตรกรรมยั่งยืนต่อทุกภาคส่วน ให้เกิดการรับรู้นโยบายและเกิดกระแสความสนใจซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญต่อการขับเคลื่อนเกษตรกรรมยั่งยืนให้เกิดผลสัมฤทธิ์ ก่อให้เกิดการขยายผลของการส่งเสริมและพัฒนาระบบเกษตรกรรมยั่งยืนได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งเพื่อรณรงค์ให้ประชาชนหันมาใช้สมุนไพรเพื่อการพึ่งพาตนเอง สามารถนำพืชผัก สมุนไพรใกล้ตัว มาใช้ประโยชน์ทั้งเป็นอาหารและยาได้

สำหรับกิจกรรมภายในงานประกอบด้วย การจัดนิทรรศการซึ่งนำเสนอโครงการเกษตรกรรมยั่งยืนในพื้นที่ 28 จังหวัดนำร่อง สวนสมุนไพรชะลอวัยดูแลสุขภาพร่างกาย กิจกรรม Workshop สมุนไพรและการดูแลสุขภาพ การอบรมระยะสั้นมากกว่า 50 หลักสูตร แจกพันธุ์สมุนไพรหายากวันละ 300 ต้นและหนังสือสมุนไพรวันละ 200 เล่ม บริการตรวจ ให้คำปรึกษาสุขภาพกับแพทย์แผนไทย แพทย์แผนจีน หมอพื้นบ้าน อีกทั้งยังมีการจำหน่ายสินค้าสมุนไพรคุณภาพ ผลิตภัณฑ์สุขภาพ อาหารสุขภาพ และอาหารพื้นถิ่น เป็นต้น

นอกจากนี้ กระทรวงเกษตรฯ ยังได้ร่วมดำเนินโครงการ "โรงพยาบาลอาหารปลอดภัย" โดยจัดหาวัตถุดิบสำหรับประกอบอาหารที่ปลอดภัยจากสารเคมีให้กับผู้ป่วย ซึ่งโรงพยาบาลจะรับซื้อผลผลิตเกษตรอินทรีย์จากกลุ่มเกษตรกร และจัดตลาดจำหน่ายสินค้าปลอดสารเคมี เพื่อให้บุคลากรและประชาชนเข้าถึงอาหาร ผัก ผลไม้ สมุนไพรที่ปลอดภัย สนับสนุนเกษตรกรผู้ผลิตรายย่อยให้มีตลาดใกล้บ้าน ขณะนี้ ดำเนินการในโรงพยาบาลศูนย์และโรงพยาบาลทั่วไปครบทั้ง 116 แห่ง โรงพยาบาลชุมชนมากกว่าร้อยละ 50 และจะพัฒนาโรงพยาบาลชุมชนต้นแบบเขตสุขภาพละ 1 แห่ง เพิ่มสัดส่วนของผักผลไม้อินทรีย์ให้มากกว่าร้อยละ 30 อีกร้อยละ 70 ผ่านเกณฑ์ผักผลไม้ปลอดภัย อีกทั้งเพิ่มชนิดของวัตถุดิบที่ใช้ประกอบอาหารปลอดภัย เช่น เนื้อสัตว์ น้ำมัน เครื่องปรุงทุกชนิดด้วย

 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
จี้ผบ.สูงสุดพม่าลาออก!ยูเอ็นร้องสอบสวน’นายพล’ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์โรฮิงญา

จี้ผบ.สูงสุดพม่าลาออก!ยูเอ็นร้องสอบสวน’นายพล’ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์โรฮิงญา

วันจันทร์ ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 21.57 น.

27 ส.ค.61 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า  คณะผู้ตรวจสอบของสหประชาชาติ แถลงที่นครเจนิวา ของสวิตเซอร์แลนด์ว่า กองทัพเมียนมาเจตนาสังหารหมู่ และก่อเหตุรุมโทรมชาวมุสลิมโรฮิงญา โดยมีเป้าประสงค์ในการล้างเผ่าพันธุ์ และผู้บัญชาการทหาร รวมทั้งทหารระดับนายพลอีก 5 นาย ควรถูกสอบสวนและดำเนินคดีในการก่ออาชญากรรมดังกล่าว

นายมาร์ซูกิ ดารุสมาน อดีตอัยการสูงสุดของอินโดนีเซีย คณะผู้ตรวจสอบข้อเท็จจริงที่สหประชาชาติให้การสนับสนุน กล่าวว่า สมาชิกของคณะกรรมการได้ลงความเห็นว่ามีการสังหารประชาชนที่เป็นไปในแนวทางของการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ก่ออาชญากรรมต่อมวลมนุษยชาติ และก่ออาชญากรรมสงคราม

นอกจากนั้นยังระบุชื่อ  พล.อ.อาวุโส มิน อ่องหล่าย ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ว่าควรลาออกจากตำแหน่ง และระบุด้วยว่า เขาและนายทหารยศนายพลอีก 5 นาย ควรจะถูกสอบสวนและดำเนินคดีในศาลยุติธรรมระหว่างประเทศในข้อหาฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในรัฐยะไข่ ทางตอนเหนือของประเทศ รวมทั้งรัฐคะฉิ่นและรัฐฉานด้วย

ทั้งนี้ในรายงานของคณะตรวจสอบข้อเท็จจริงยังกล่าววิพากษ์ตำหนิ นางอองซาน ซูจี มนตรีแห่งรัฐ เจ้าของรางวัลโบล สาขาสันติภาพ โดยระบุว่า เธอไม่ได้ใช้ตำแหน่งผู้นำเมียนมาโดยพฤตินัยของเธอ หรือ ใช้อำนาจที่ชอบธรรมของเธอในการยุติหรือป้องกันมิให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าว

 

บิ๊กป้อมรับลูกเนวิน สังคายนาบอลไทย ผุดศูนย์วิทยาศาสตร์การกีฬา

บิ๊กป้อมรับลูกเนวิน สังคายนาบอลไทย ผุดศูนย์วิทยาศาสตร์การกีฬา

วันพุธ ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 10.15 น.

บิ๊กป้อมรับลูกเนวิน สังคายนาบอลไทย ผุดศูนย์วิทยาศาสตร์การกีฬา

29 ส.ค.61 ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ในฐานะประธานคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า รู้สึกพอใจต่อผลงานของนักกีฬาที่ไปแข่งขันเอเชียนเกมส์ ส่วนกรณีที่ฟุตบอลไทยตกรอบแรกนั้น ทางสมาคมกีฬาฟุตบอลเป็นผู้รับผิดชอบในเรื่องนี้

ส่วนที่นายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรทีมฟุตบอลบุรีรัมย์ยูไนเต็ด ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ว่าจะต้องสังคายนาทีมฟุตบอลทีมชาติไทยใหม่นั้น ทางสมาคมกำลังสร้างศูนย์วิทยาศาสตร์การกีฬาเพื่อที่จะฝึกร่างกายของนักกีฬาให้มีความแข็งแรงมากขึ้น ซึ่งเราก็กำลังดำเนินการอยู่ ให้สามารถพัฒนาสมรรถภาพร่างกายของนักกีฬา เพื่อใช้เป็นศูนย์ในการพัฒนาสมรรถภาพร่างกายของนักกีฬาให้ดีขึ้น เพราะประสิทธิภาพการเล่นกีฬาของไทยไม่ได้แพ้ใคร แต่เรื่องวิทยาศาสตร์การกีฬาเรายังไม่ได้มีการพัฒนา ดังนั้นเราต้องพัฒนาวิทยาศาสตร์การกีฬาให้แข็งแรง

อาฟเตอร์ช็อคปม‘ข้าวหมาก’! แม่ค้าโอดยอดฮวบ เปิดความต่าง‘ข้าวหมาก-สาโท’

อาฟเตอร์ช็อคปม‘ข้าวหมาก’! แม่ค้าโอดยอดฮวบ เปิดความต่าง‘ข้าวหมาก-สาโท’

วันพุธ ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 14.53 น.

อาฟเตอร์ช็อคปม‘ข้าวหมาก’! แม่ค้าโอดยอดฮวบ เปิดความต่าง‘ข้าวหมาก-สาโท’

29 ส.ค.61 ชาวบ้านบ้านไผ่ลวก หมู่ 10 ต.ชุมแสง อ.กระสัง จ.บุรีรัมย์ ที่มีอาชีพทำข้าวหมากห่อใบตองวางขายริมถนนกว่า 10 ครัวเรือน ออกมายอมรับว่า หลังมีกระแสข่าวเจ้าหน้าที่สรรพสามิตจับปรับผู้ที่ขายน้ำข้าวหมาก ทำให้ยอดขายข้าวหมากลดลงตามไปด้วย จากเมื่อก่อนเคยขายได้วันละ 300-400 บาท ปัจจุบันเหลือเพียงวันละ 100-200 บาทเท่านั้น ส่วนข้าวหมากที่เหลือขายไม่หมดก็ต้องทิ้งหรือให้สัตว์เลี้ยงกิน เพราะมีเจ้าหน้าที่มาตักเตือนว่าห้ามทำเป็นน้ำข้าวหมากบรรจุถุง หรือขวดมาวางขาย เพราะผิดกฎหมายจึงไม่มีใครกล้าทำขาย

จากกรณีดังกล่าวจึงต้องการให้ภาครัฐเห็นใจ และต้องการให้ออกมาประชาสัมพันธ์ชี้แจงให้ประชาชนรับทราบอย่างชัดเจนด้วยว่าการนำข้าวหมากที่เหลือไปทำเป็นน้ำข้าวหมาก หากดีกรีไม่ได้เกินกว่าที่กฎหมายกำหนดสามารถวางขายได้หรือไม่ อย่างไร เพราะชาวบ้านส่วนใหญ่ยังเข้าใจว่าหากข้าวหมากเป็นภูมิปัญญา น้ำข้าวหมากก็น่าจะขายได้

นางจรรยา กางรัมย์ อายุ 45 ปี ชาวบ้านบ้านไผ่ลวก ที่มีอาชีพทำข้าวหมากขายมานานกว่า 20 ปี อธิบายถึงขั้นตอนการทำข้าวหมาก ว่า วัตถุดิบหลักคือข้าวเหนียวขาว หรือดำก็ได้ แล้วแต่จะเลือก จากนั้นนำข้าวเหนียวที่เป็นข้าวสารไปแช่น้ำสะอาด โดยระยะเวลาขึ้นอยู่กับชนิดข้าวว่าเป็นข้าวใหม่หรือเก่า หากเป็นข้าวใหม่ก็จะแช่ประมาณ 2-3 ชั่วโมง หากเป็นข้าวเก่าก็ใช้เวลาแช่นานกว่า จากนั้นก็นำไปนึ่งให้สุก แล้วเทใส่กระด้ง หรือภาชนะทิ้งให้เย็น นำไปล้างด้วยน้ำเปล่าให้เมือกเหนียวออกจนหมด เทใส่ภาชนะแล้วนำลูกแป้งที่ตำ หรือบดละเอียดมาผสมคลุกเคล้าให้เข้ากัน

จากนั้นห่อใส่ใบตองหรือกระปุกพลาสติก ทิ้งไว้ประมาณ 2 วันก็นำไปวางขายได้ โดยลักษณะของข้าวหมากเมล็ดจะยุ่ย นุ่ม เกาะกันเป็นก้อน และจะมีน้ำหวานซึมออกมาเล็กน้อย หากรับประทานจะมีรสหวาน มีกลิ่นคล้ายเหล้าอ่อนๆ แต่หากทิ้งไว้เกิน 3 วันก็จะมีกลิ่นฉุนแรงขึ้น เมื่อรับประทานก็จะรู้สึกมึนเล็กน้อย

นางจรรยา กล่าวอีกว่า ลูกแป้งที่ใช้สำหรับทำข้าวหมาก หรือสาโท เป็นลูกแป้งชนิดเดียวกันหาซื้อได้ตามร้านค้าทั่วไปก้อนละ 10 บาท มีลักษณะเป็นก้อนแป้งครึ่งวงกลมขนาดประมาณ 3-4 เซนติเมตร ใช้ นิยมใช้ทำข้าวหมากและสาโท ซึ่งจะแตกต่างกันแค่ปริมาณที่ใส่เท่านั้น หากทำข้าวหมาก ลูกแป้ง 1 ก้อนสามารถทำได้ถึง 8 กิโลกรัม แต่ตนเองทำขายเพียง 2 กก. ก็จะใช้ลูกแป้งเพียงเศษ 1 ส่วน 4 เท่านั้น ที่เหลือเก็บไว้ทำวันหลัง หากจะทำเป็นสาโทจะใช้ลูกแป้งปริมาณที่มากขึ้น แล้วแต่ว่าต้องการจะให้มีความแรงมากแค่ไหน และขึ้นอยู่กับระยะเวลาในการหมักด้วย

“ยอมรับว่าก่อนหน้านี้เคยนำข้าวหมากที่เหลือขายไม่หมดไปผสมน้ำเปล่า ทำเป็นน้ำข้าวหมากบรรจุขวดวางขายๆละ 20 บาทด้วย แต่หลังจากมีเจ้าหน้าที่สรรพสามิตมาเตือนว่าขายไม่ได้เพราะผิดกฎหมาย หากขายจะถูกจับปรับจึงได้เลิกขาย ข้าวหมากที่เหลือก็ต้องทิ้งหรือวัวควายกิน ยอมรับว่าหลังมีกระแสข่าวการจับปรับผู้ที่ขายน้ำข้าวหมาก ทำให้ยอดขายข้าวหมากลดลงตามไปด้วย จึงอยากให้ภาครัฐเห็นใจชาวบ้านด้วย” นางจรรยา กล่าว

.................................................

29 สิงหาคม 2561

 

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
นายยั้งคิด วันที่ : 30/08/2018 เวลา : 07.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

ตอบ ความคิดเห็นที่ 1นายยั้งคิด ถูกใจสิ่งนี้ ถูกใจความคิดเห็นนี้ (1)
like เรียบร้อยแล้ว

สุรศักดิ์
.........................................
ปุ๋ย - ยาฆ่าแมลง หน่วยงานในกระทรวงเกษตรฯเป็นคนแนะนำให้เกษตรกรใช้ครับ แต่ไม่มีการควบคุมหรือคำแนะนำที่ถูกต้อง จนตัวเกษตรกร(และงู)ต้องสังเวยชีวิตเป็นการบอกกล่าว

ความคิดเห็นที่ 1 นายยั้งคิด ถูกใจสิ่งนี้ (1)
สุรศักดิ์ วันที่ : 29/08/2018 เวลา : 21.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/surasakc
เชิญอ่านบทความใหม่ "สิงคโปร์ มีแนวทางใหม่บริหารหนี้สาธารณะอย่างไร " [เชิญคลิกลิงก์บรรทัดบนได้เลยครับ]

ขอร่วมเป็นแรงสนับสนุน อาจารย์ยักษ์อีกแรงครับ
ปุ๋ยเคมีและสารพิษทุกชนิด จะต้องหมดจาก
แผ่นดินไทยโดยเร็วที่สุด ทำเกษตรอินทรีย์กันทั้งประเทศ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน