*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 4083
  • จำนวนผู้ชม : 2820479
  • จำนวนผู้โหวต : 534
  • ส่ง msg :
  • โหวต 534 คน
<< สิงหาคม 2018 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพฤหัสบดี ที่ 30 สิงหาคม 2561
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 659 , 12:02:14 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

สวัสดีครับ

         จากรายงานข่าวข้างล่างนี้ แสดงถึงความสัมพันธุ์ ระหว่างทักาิณ -  พลเอกมิน อ่อง หล่าย ของเมียนม่า ที่กำลังมีการเรียก

ร้องให้นำตัวเขาขึ้นศาลโลก ฐานใช้ความโหดเหี้ยมรุนแรงปราบปรามชนกลุ่มน้อยที่ผ่านมา แสดงถึงอุปนิสัยใจคอของคนทั้งสองมี

ความคล้ายคลึงกันกระมัง

ข้อเท็จจริง พลเอกมิน อ่อง หล่าย มีความสนิทสนมกับนายทหารระดับสูงของไทยหลายคนมาอย่างต่อเนื่อง แต่ประเด็นหลักที่มีการ

พูดถึงกันคือความสัมพันธ์ในทางทหาร ซึ่งสร้างผลบวกตามแนวชายแดนให้กับทั้ง 2 ประเทศ ที่ก่อนนั้นมักมีปัญหาจากการปราบปราม

ชนกลุ่มน้อยในพม่าอยู่บ่อยครั้ง แต่เมื่อย้อนกลับไปเมื่อปี 2556 ช่วงรัฐบาลยิ่งลักษณ์ พบประเด็นที่น่าสนใจ เพราะมีการเผยแพร่คลิป

เสียงสนนาระหว่างชายที่มีเสียงคล้าย พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รมช.กลาโหม ในสมัยนั้น กับ ชายคนหลังที่เสียงคล้าย นายทักษิณ

 

เบ่งไม่ขึ้น !

 

 

 

 

เรื่อง 'แหม่มกะปิ' ที่เกาะเต่า

    
 

    ประเทศไทยเรา "โคตรเพชร" ดีๆ นี่เอง!
    น่าเสียดาย ตรงที่ว่า....
    พวกเราคนไทยเป็นสสารประเภทคงที่อยู่ในเนื้อเพชร มองไม่เห็นโคตรในความเป็นเพชรของตัวเอง
    จึงเห็นคนไทยบางพวก เหยียด เหยียบย่ำ และให้ร้ายป้ายสีบ้านเมืองตัวเองบ่อยๆ
    เห็นฝรั่ง-ต่างชาติ เป็นเทวดาเหนือไทย ฝรั่งพูดอะไร-ทำอะไร ก็ถูก ก็ใช่ เชื่อทันที ไม่มีพินิจใคร่ครวญกัน
    และสะใจมาก........
    ที่จะได้นำที่กากฝรั่ง-ต่างชาติถุย มาเป็นเชื้อกระหน่ำซ้ำเติมให้เกิด "ภาพวิบัติ" แก่บ้านเมืองตัวเอง!
    อย่างเรื่องที่เป็นข่าวตอนนี้ หญิงสาวชาวอังกฤษมาเที่ยวเกาะเต่า ในเขตอำเภอเกาะพะงัน สุราษฎร์ธานี 
    เธอมาเมื่อเดือนมิถุนายน ๒๕๖๑ ช่วงฟุตบอลโลกนั่นแหละ!
    กลับอังกฤษไปร่วมสองเดือน 
    เธอก็ไปให้ข่าวกับเดลิเมล์และเดอะซัน หนังสือพิมพ์ประเภท "ข่าวชาวบ้าน"
    ว่าขณะเธอนอนอาบจันทร์อยู่บริเวณหาดทรายรี ระหว่างคืน ๒๕-๒๖ มิ.ย. 
    ถูกคนร้ายลอบวางยา แล้วข่มขืนเธอ 
    มารู้สึกตัวอีกที ก็ร่างเปลือยเปล่า ชายหนึ่งนอนข้างๆ ไม่รู้ใคร แล้วก็วิ่งหนีไป
    เอาทรัพย์สิน เช่น โทรศัพท์มือถือเธอไปด้วย 
    บัตรเดบิต คือบัตรใช้แทนเงินสดอีก ๔ ใบ พร้อมเงินสด ๓,๐๐๐ บาท 
    สื่ออังกฤษรายงานจากปากคำหญิงสาวคนนั้น ว่า วันที่ ๒๗ มิ.ย.เธอไปแจ้งความที่ สภ.เกาะพะงัน 
    แต่ตำรวจกลับลงบันทึกประจำวันแค่ "ถูกลักทรัพย์"
    ๒ ก.ค.เธอกลับประเทศอังกฤษ
    ห่างมาอีกเดือน คือเมื่อ ๒๖ ส.ค.นี่เอง เรื่องนี้ก็หราในหน้าหนังสือพิมพ์และสื่ออังกฤษ 
    เธอบอกสื่อ เก็บเสื้อยืดที่ใส่ในวันเกิดเหตุไว้เป็นหลักฐาน น่าจะมีดีเอ็นเอคนร้ายติดอยู่
    สื่ออังกฤษตบท้ายข่าว ด้วยการนำปูมคดีเก่าๆ ที่เกิดกับนักท่องเที่ยวบนเกาะเต่ามาประกอบข่าว แล้วสรุป
    "เกาะเต่า" เป็น "เกาะแห่งความตาย"!
    ครับ...
    เข้าใจว่าข่าวนี้ คงสะดุดหู-สะดุดตาท่าน เพราะสื่อยุคออนไลน์ กลุ่มวิจิตรศิลป์ชำนาญด้านระบายสีประเทศ ไม่รีรอที่จะระบายกันพรึ่บพรั่บ ดังเห็น
    ฟังดูแล้ว เกิดมโนภาพ "เกาะเต่า" ของไทย เป็นเกาะแห่งความตายจริงๆ
    คงเป็นแดนเถื่อน....
    เต็มไปด้วยคนโฉด อิทธิพลถิ่นไม่เหนือกฎหมาย แต่เหนือสำนึกเจ้าหน้าที่บ้านเมือง ประมาณนั้น
    จึงเกิดคดีฆาตกรรม อาชญากรรม กับนักท่องเที่ยวครั้งแล้ว-ครั้งเล่า ฉาวกระฉ่อนทั่วโลก "เกาะเต่า-เกาะโฉด"
    ไปเที่ยว ต้องทำใจ ตอนไป "ตัวเป็นๆ"
    แต่ตอนกลับ......
    อาจต้อง "เซ่นวิญญาณ" กลับ!
    ผมจึงพินิจเรื่องนี้ดู ว่ามันยังไงกันแน่ อ่านหลายๆ เวอร์ชัน ได้ความรู้สึกตอบสนองว่า
    ฝรั่ง นอกจากฟุด ฟิด ฟอ ไฟ แล้ว 
    บางทีก็ "ตอแหลเป็นไฟ" เหมือนคนไทยหนีคุกบางคนเหมือนกัน
    ก่อนอื่น ต้องทำความรู้จักความเป็นหมู่เกาะในอ่าวไทย แถวๆ สุราษฎร์ธานีก่อนว่า
    จากดอนสัก ไปเกาะสมุยแล้ว เกาะพะงัน-เกาะเต่า-เกาะนางยวน ที่นั่งเรือไปถึงกัน
    เป็น "เกาะสวาท-หาดสวรรค์" ในนิยามฝันของนักท่องเที่ยวประเภท "เสพนิยม" ทั่วโลก โดยเฉพาะฝรั่งตะวันตก
    โอโซน ซัน ซี แซนด์ สุรา และ เซ็กซ์
    เพียบพร้อมในเกาะสวรรค์ ที่ยากชี้ขาดว่า เทพหรือมารเป็นผู้ประทานให้
    โดยเฉพาะเกาะพะงัน เป็นเกาะแห่งยุคบุปผามาลีฮวนน่าเบ่งบานในลมหายใจ ซาบซ่านซอกเหงือกไม่เคยห่างหาย 
    ฟูล มูน ปาร์ตี้........
    ถ้าผิดไปจากที่เกาะพะงัน ต่อให้ปาร์ตี้มันขนาดไหน ก็ยังไม่ใช่ ปาร์ตี้ ตามความหมายนิยม
    แต่เดือนหนึ่ง ฟูล มูน แค่ ๒ ครั้ง ไม่พอ
    เดี๋ยวนี้ จึงมีทั้ง ฟูล มูน, ฮาล์ฟ มูน ขนาดนั้น ก็ยังไม่พอ
    ทุกวันนี้ เกาะพะงัน จึงมี แบล็ก มูน ปาร์ตี้ เรียกว่า ทั้งข้างขึ้น-ข้างแรม
    "ซัน-ซี-แซนด์-สุรา-เซ็กซ์" เป็นปาร์ตี้มีให้มันกันทุกวัน-ทุกคืน
    แต่อย่าเข้าใจว่า เป็นเกาะนอกกฎหมาย เอากันตามใจชอบ
    ทุกอย่างอยู่ในกรอบกฎหมาย "เมืองท่องเที่ยว" มีเจ้าหน้าที่บ้านเมือง ทั้งตำรวจ-ทหาร ควบคุม ตรวจตรา 
    เมื่อเขานิยมมา เราก็บริหาร-จัดการ ไม่ให้เกินเลยไปนัก 
    แล้วชาวบ้าน-ร้านถิ่นในเกาะ ก็ได้ทำมาค้าขาย มีรายได้ ด้วยสินค้าเอกลักษณ์ "ถิ่นชาวเกาะ" ด้วย
    ก็ทำความเข้าใจเอกลักษณ์ท่องเที่ยวเกาะพะงัน-เกาะเต่า ที่นักเที่ยวฝรั่ง-จีน นิยมเที่ยวควบคู่กัน พอสังเขป
    ความจริง ผมก็ยังไม่เคยไป กับเกาะทั้งหลาย
    คุยๆ กับท่านนี่แล้ว......
    เห็นท่าจะต้องแอบย่องไปดูพระจันทร์ข้างแรมซักคืน!
    เนี่ย สาวผู้ดีอังกฤษรายที่เป็นข่าว เธอกับพวก ๔-๕ คน ก็มาเที่ยวเกาะเต่า
    เห็นมั้ย ตอนแหม่มอังกฤษมาถูกฆ่าเมื่อปี ๕๗ ข่าวประโคมไปทั้งโลก นึกว่าจะผวาข่าว แล้วเลิกมาเที่ยวกัน
    ก็ยังมากันโครมๆ เต็มหาด-เต็มเกาะ ยั่นกันที่ไหน หนุ่มๆ สาวๆ ชาวอังกฤษเอง ชื่นชอบเป็นพิเศษ
    แสดงว่า ในหมู่นักท่องเที่ยวต่างชาติ กับความเป็นไปที่เกาะเต่า-เกาะพะงัน ซึ่งพวกเขาสร้างค่าเป็นสโมสรในหมู่พวกเขา จะมาเฮฮาปาร์ตี้กัน
    จริงๆ แล้ว มันน่ากลัวหรือไม่น่ากลัว.....
    เป็นเกาะแห่งความตายหรือเกาะสวาท-หาดสวรรค์กลางทะเลกันแน่ 
    และธรรมชาติที่เป็นอยู่ มีความปลอดภัยมากกว่าอันตรายตามที่ประโคมเฉพาะด้านร้ายกันไป 
    ........อย่างนั้นหรือไม่?
    ในหมู่นักนิยมเกาะ เขารู้ดี ในความจริงมากกว่าพวกเรา ที่ส่วนหนึ่ง รู้จากความเป็น "ทาสข่าว" ระบายสี จากพวกชังชาติ
    สาวอังกฤษตามข่าว ตอนแรก จองห้องพัก ๓ คืน ติดใจ เช่าต่ออีก ๓ คืน จาก ๒๑ มิ.ย.จนถึง ๒๖  มิ.ย.
    เจ้าของที่เช่าบอก เธอพักกับเพื่อนอีก ๔ คน อายุแค่ ๑๙ แต่ปาร์ตี้ดื่มเหล้า เมากลับห้องพักตี ๓ ตี  ๔ ทุกคืน
    ตอนเช้า ๒๖ มิ.ย.บอกถูกข่มขืน ให้ไปแจ้งความก็ไม่ไป อ้างจะลงเรือ จากเกาะเต่า ไปฟูล มูน  ปาร์ตี้ ที่เกาะพะงัน 
    ๒๗ มิ.ย.ไปแจ้งความที่เกาะพะงัน 
    ซึ่งเป็นคนละวัน คนละท้องที่ กับที่อ้างว่าถูกข่มขืน
    ผมเล่าคร่าวๆ นะ แต่พิเคราะห์แล้ว เธอจะมีอะไรทางเพศกับใครหรือไม่ ไม่ทราบ
    แต่ที่อ้าง "ถูกข่มขืน" ไม่น่าใช่!?
    เพราะดูพฤติกรรม เธอไม่อาทรร้อนทุกข์เยี่ยงหญิงสาวถูกข่มขืน พอใจ ฟูล มูน ปาร์ตี้ มากกว่า
    พลิกปฏิทินดูแล้ว คืน ๒๕-๒๖ มิ.ย.ที่อ้างถูกข่มขืน เป็นคืน ขึ้น ๑๔ ค่ำ หมายความว่า 
    คืนนั้น พระจันทร์ต้องฉ่ำฟ้า!
    ช่วงนั้น ถ่ายทอดบอลโลกด้วย นักท่องเที่ยวเต็มเกาะ-เต็มหาด แต่ไม่ปรากฏมีใครเห็นว่าเธอถูกข่มขืนกลางหาดโล่งเลย
    ตรงกันข้าม ที่ว่ากล้องวงจรปิดเสีย ความจริง "ทุกตัว" ไม่เสีย ก็ไม่ปรากฏร่องรอยของเรื่องราว
    เจ้าของที่พักบอกด้วยซ้ำ ช่วง ๒๑-๒๓ มิ.ย.เธอมาปรารภทำนองปรับทุกข์.......
    ว่าไม่น่าเลย เดี๋ยวแฟนก็จะบินตามมาอยู่แล้ว!
    คือเธอได้ "ซี-แซนด์-สุรา-เซ็กซ์" กับเพื่อนชายคนหนึ่ง ก่อนที่จะอ้างว่า "ถูกข่มขืน" กลางหาด ระหว่าง ๒๕-๒๖ มิ.ย.
    ถ้าถูกข่มขืนจริง เธอต้องแจ้งความที่ สภ.เกาะเต่าแล้ว ทั้งที่เจ้าของที่พักแนะนำ ก็กลับอ้างจะรีบไปเกาะพะงัน
    ก็ ๒๗ มิ.ย.ตรงกับขึ้น ๑๕ ค่ำ.......
    "ฟูล มูน ปาร์ตี้" ชนิด ชุดใหญ่ ไฟกะพริบของแท้ ที่นักเสพนิยมรอคอย เธอก็ไปถึง
    ๒๗ มิ.ย.นายมาร์ตินกับเธอไปแจ้งความที่ สภ.พะงัน ตำรวจบอก "มันคนละท้องที่เกิดเหตุ" ซึ่งเธอก็ไม่ติดใจ
    เพียงแต่ขอแจ้งว่าถูกลักทรัพย์ บอกจะใช้เป็นหลักฐานไป "เคลมประกัน"
    ๔ ก.ค.นายมาร์ตินยังไปปรึกษาเจ้าของที่พัก จะไปแจ้งความว่า เพื่อนสาวคนนั้นถูกข่มขืนที่ สภ.เกาะเต่า
    ตำรวจบอก แจ้งได้ แต่ต้องให้ "เจ้าตัว" มาแจ้งเอง ซึ่งตามกฎหมายก็ต้องเป็นอย่างนั้น
    เรื่องราวสรุปๆ เป็นอย่างนี้.....
    เมื่อเกิดเป็นข่าว ทั้งรัฐบาล ทั้ง ผบ.ตร. ทั้งตำรวจท้องที่ ไปตรวจสอบหาข้อเท็จจริงในพื้นที่กันชนิดพลิกเกาะ
    ก็ไม่ได้ปักใจเชื่อชนิด "ฟังความข้างเดียว" แต่พิเคราะห์ตามพฤติกรรม ไม่มีอะไรยืนยันถึงการวางยาแล้วข่มขืน
    มีแต่พิรุธของหญิงสาวเอง
    ไม่ยอมแจ้งความ เพื่อนให้แจ้ง ก็ยังแจ้งแค่ว่าถูกลักทรัพย์ แต่เมื่อกลับไปบ้าน กลับไปออกข่าว
    แบบนี้ ประเทศไทยเสียหาย!
    ที่แม่ของหญิงสาวบอกจะเดินทางมาแจ้งความเองที่เมืองไทย พร้อมเสื้อที่อ้างมีคราบ เพื่อนำไปตรวจดีเอ็นเอ โดยไม่ยอมให้ลูกสาวมา นั้น
    ตำรวจที่ไหนก็รับแจ้งไม่ได้ ในเมื่อ "ผู้เสียหาย" ไม่มาให้สอบปากคำเอง 
    ถ้าเจตนาต้องการ "ทำให้เป็นข่าว" เพื่อให้ไทยเสียหาย นั่นละก็ได้
    ความเห็นผม เรื่องนี้ ตำรวจต้องรุก "สถานทูตอังกฤษ" ในไทย เอาตัวหญิงคนนั้น มาสอบเอาข้อเท็จจริงประจักษ์ให้ได้
    ไม่งั้น ไทยจะกลายเป็น "จำเลย" ของ "เจ้าทุกข์เท็จ" ไปตลอดชาติ!
    สังคมยุคนี้ ความจริงทางคดี เป็นเรื่องอนาคต
    การรุก ด้วย "ให้ข้อมูลก่อน" ต่อสังคมในยุคข่าวสารครองโลก เป็นเรื่องสำคัญในปัจจุบัน.........
    ที่ตำรวจและรัฐบาล ต้องใช้ "เทคโนโลยีสารสนเทศ" ให้เกิดประสิทธิผล
    ไม่งั้นเสร็จ.........
    พวก "ออนไลน์ขายข่าวล่มชาติ" มันถล่มเละ!

ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ยังเรียกพี่ 

    
 


    พลเอกมิน อ่อง หล่าย ชื่อนี้กำลังเปรี้ยงปร้างในโลกออนไลน์ 
    โดยเฉพาะฝั่งนิยมทักษิณ 
    หลังยูเอ็นประกาศให้จับผู้บัญชาการทหารสูงสุดของเมียนมา พลเอกมิน อ่อง หล่าย ขึ้นศาลโลกในข้อหาฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวโรฮีนจา มีการจับโยงมายังประเทศไทย 
    โยงว่า พลเอกมิน อ่อง หล่าย คือลูกบุญธรรมของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ 
    ซึ่งก็จริง 
    แต่ฝั่งนิยมทักษิณ ไปสรุปเอาว่า เมื่อลูกบุญธรรมฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ พ่อบุญธรรมที่อยู่อีกประเทศ และไม่มีส่วนในการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ต้องรับผิดชอบด้วย 
    ก็แปลก ซื้อขายที่ดินรัชดาภิเษก ผัวเซ็นเมียซื้อ กลุ่มนิยมทักษิณกลับบอกว่า ไม่ผิด แต่เป็นการกลั่นแกล้ง 
    ใครๆ ก็รู้ "ป๋าเปรม" ไม่มีสิทธิ์เข้าไปจุ้นจ้านในเมียนมา แต่มีคนไทยอยู่คนหนึ่งเคยประกาศว่า "มิน  อ่อง หล่าย คือพวกผม"
    เมื่อปี ๒๕๕๖ มีข่าว ทักษิณ ชินวัตร เดินทางเข้าเมียนมาถึง ๒ ครั้ง 
    คือช่วงเดือนมีนาคม กับช่วงวันสงกรานต์ 
    มีนาคม ๒๕๕๖ สำนักข่าวประเทศเมียนมา Eleven media group รายงานว่า ทักษิณ เดินทางไปเมืองทวายเพื่อเข้าดูท่าเรือของโครงการทวาย 
    ส่วนช่วงสงกรานต์ ทักษิณ ก็เดินทางไปยังเมืองเมย์เมียว
    ไปพบใคร 
    "มิน อ่อง หล่าย"
    พบที่ไหน?
    พบที่บ้านพักหรูเชิงเขาในเขตมัณฑะเลย์  
    บ้านที่ทักษิณไปซื้อไว้ ซึ่งอยู่ในเมืองเมย์เมียว เป็นเมืองสไตล์อังกฤษที่เคยเฟื่องฟูยุคล่าอาณานิคม 
    ช่วงเวลานั้นเอง มีคลิปเสียงสนทนาเขย่าการเมืองไทย
    เป็นคลิปลับของคนเสียงคล้ายนักโทษชายกับรัฐมนตรีช่วยกระทรวงกลาโหมของไทยยุครัฐบาลยิ่งลักษณ์  
    มีการกล่าวถึงชื่อของ "มิน อ่อง หล่าย"
    เสียงในคลิปชายจากแดนไกลบอกว่า เคยไปร่วมงานสงกรานต์กับมิน อ่อง หล่าย 
    คนเสียงคล้ายรัฐมนตรีช่วยกลาโหมไทยพูดว่า
    “เรื่องของพม่า ผมบอกกับนายกฯ ไปแล้วนะครับ บอกว่าใช้ ผบ.สูงสุดให้เป็นประโยชน์ให้มากที่สุดเลย เพราะไอ้มิน อ่อง ลาย ซึ่งเป็น ผบ.สูงสุดของพม่า มันเป็นมือหนึ่งของท่านประธานาธิบดีเต็ง เส่งเลย  แล้วเต็ง เส่งให้ความเกรงใจมากที่สุด และทีนี้ไอ้ ผบ.สูงสุดเขากับ ผบ.สูงสุดไทยนี่ มันมาเป็นเคาน์เตอร์พาร์ตกัน ผลัดกันกินข้าวคนละเดือน..คนละเดือน เพราะฉะนั้นถ้าจะบีบอะไรเรื่องทวาย นายกฯ เรียก ผบ.สูงสุดมาใช้ได้อีกงานหนึ่ง เป็นงานต่างประเทศ”
    คนเสียงคล้ายนักโทษหนีคุกตอบกลับว่า "ผมเองเพิ่งไปสงกรานต์กับ ไอ้เนี่ย ผบ.สูงสุดน่ะ แล้วมันก็เป็นพวกผมทั้งนั้นแหละ มันยกที่ให้ผมแปลงนึง ใจกลางเมืองย่างกุ้ง"
    ช่างบังเอิญ...มีภาพถ่ายจากเฟซบุ๊กของ ทักษิณ ที่เจ้าตัวกำลังรดน้ำผู้บัญชาการทหารแห่งเมียนมา  ณ บ้านพักตากอากาศเขตเมย์เมียว เมืองหุบเขา แห่งมัณฑะเลย์ 
    ก็ฝากไปยังบรรดาสาวกทักษิณ โปรดรับรู้ไว้ 
    ไอ้คนที่จ้องจะฉกฉวยผลประโยชน์จากฆาตกรฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ น่าจะจับขึ้นศาลโลกด้วย. 

'มาร์ค' จี้คสช.บอกความจริงปชช.เหตุไม่พร้อมทำไพรมารีโหวต

    
 

30 ส.ค. 61 - ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงการแก้กฎหมายการทำไพรมารี โดยอาจกำหนดให้ใช้รูปแบบคณะกรรมการสรรหาผู้สมัครส.ส. ว่า รูปแบบการแก้ไขดังกล่าวไม่สามารถเรียกว่าเป็นการทำไพรมารีโหวตได้ และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)ควรพูดความจริงกับประชาชน เนื่องจากการหยั่งเสียงแบบไพรมารีไม่ใช่ลักษณะเดียวกับการที่คระกรรมการบริหารพรรคหรือคณะกรรมการสรรหาผู้สมัครไปรับฟังความเห็น เพราะบทบัญญัติแบบนี้รัฐธรรมนูญปี 50 ก็มี ก็ไม่ได้เรียกว่าไพรมารีโหวตหรือไพรมารีโหวตฉบับย่อ ดังนั้น การจะทำอะไรควรให้ความจริงกับประชาชน ถ้าไม่อยากทำ ไม่พร้อมที่จะทำ คิดว่าไม่ควรทำแล้วก็พูดตรงๆ จะทำให้ประชาชนไม่สับสน

"ผมแค่ไม่เข้าใจว่าจากเดิมผู้มีอำนาจในปัจจุบันเข้ามา บอกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง ปฏิรูประบบให้ดีขึ้น หลายครั้งแสดงความรังเกียจแนวทางแบบเดิม แต่ขณะนี้พอจะมีการเปลี่ยนแปลงซึ่งผมไม่ได้เห็นด้วย 100 % แต่เจตนาที่จะทำ ผมว่าหลายพรรคการเมืองก็พร้อมที่จะทำ แต่ยังไม่ทันปฏิบัติก็มาเปลี่ยนแปลงแบบนี้ เหตุผลที่ทำให้มีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบคงเป็นเพราะหลายเรื่องที่เกี่ยวพันกับผู้มีอำนาจที่มาทำการเมือง เพราะจะเปลี่ยนสภาพตัวเองจากกรรมการเป็นผู้เล่น ทำให้มีความคิดเปลี่ยนแปลงไปเกี่ยวกับกติกา เนื่องจากไพรมารีจะเป็นอุปสรรคต่อการดูด ดูดไม่สะดวก เพราะไปตกปากรับคำใครเขาต้องมาผ่านกระบวนการไพรมารี ไปแอบตกลงว่าช่วงท้ายๆให้ทำอย่างนั้นอย่างนี้ ทำไม่ได้ เพราะว่าผู้สมัครสส.ต้องผ่านไพรมารีของพรรคก่อนลงสมัครรับเลือกตั้ง

วันนี้ปัญหาข้อกฎหมายมีข้อเดียวซึ่งเป็นความบกพร่องของสนช.เอง คือ ควรเปิดโอกาสให้กกต.แบ่งเขตเลือกตั้งได้เร็วๆ และให้พรรคการเมืองปฏิบัติตามกฎหมายได้ เมื่อแก้ไขตรงนี้แล้วก็ไม่จำเป็นต้องมีการเปลี่ยนรูปแบบไพรมารีโหวตจากที่กฎหมายพรรคการเมืองกำหนด เพราะพรรคการเมืองสามารถปฏิบัติตามกฎหมายได้อยู่แล้ว” หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว

นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า การใช้มาตรา 44 มาแก้ไขกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญบ่อยครั้ง สะท้อนให้เห็นว่าหลักไม่แน่น เพราะเขียนเอง ลบเอง และหลายครั้งที่ใช้มาตรา 44 มาแก้ไข ก็มีปัญหาว่าหลายบทบัญญัติขัดกันเอง จึงอยากให้ดูตามหลักความเป็นจริง อย่าเอาเรื่องการเมือง ความได้เปรียบเสียเปรียบเข้ามา เพราะการแปรสภาพจากกรรมการมาเป็นผู้เล่นก็ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นระดับหนึ่งอยู่แล้ว การมีความไม่แน่นอนในเรื่องของกติกาเป็นอีกปัญหาหนึ่ง ซึ่งการเลือกตั้งเสรีเป็นธรรมเท่านั้นที่จะเป็นหัวใจที่จะเรียกคืนความเชื่อมั่นกลับมาได้ อย่างไรก็ตามพรรคจะปฏิบัติตามกติกาทุกเรื่อง เพราะที่ผ่านมาพรรคไม่เคยหยุดรับฟังปัญหาของประชาชนและมีทางออกประเทศพร้อมเสนอต่อประชาชน หากมีการคลายล็อกให้ประชุมได้ก็จะเรียกประชุมทันที เพราะต้องเร่งแก้ข้อบังคับและการรับสมาชิก

'ทักษิณ-มิน อ่อง หล่าย'ฆาตรกรฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ สายสัมพันธ์ที่ไม่ธรรมดา!

    
 

30 ส.ค.61-หลังองค์การสหประชาชาติประกาศให้นำตัวผู้บัญชาการทหารสูงสุดของพม่า พลเอกมิน อ่อง หล่าย ขึ้นศาลโลกในข้อหาฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวโรฮิงญา สังคมอนนไลน์ในหมู่คนเสื้อแดง คนอยากเลือกตั้ง  รวมไปถึงนายสุณัย ผาสุข ที่ปรึกษาฮิวแมนไรท์วอทช์ ประจำประเทศไทย ที่พยายามจับโยงพล.อ.เปรม ตินสูลานนท์ ประธานองคมนตรี ว่าต้องร่วมรับผิดชอบการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในฐานะพ่อบุญธรรมของพลเอกมิน อ่อง หล่าย ด้วย

ข้อเท็จจริง พลเอกมิน อ่อง หล่าย มีความสนิทสนมกับนายทหารระดับสูงของไทยหลายคนมาอย่างต่อเนื่อง แต่ประเด็นหลักที่มีการพูดถึงกันคือความสัมพันธ์ในทางทหาร ซึ่งสร้างผลบวกตามแนวชายแดนให้กับทั้ง 2 ประเทศ ที่ก่อนนั้นมักมีปัญหาจากการปราบปรามชนกลุ่มน้อยในพม่าอยู่บ่อยครั้ง 

แต่เมื่อย้อนกลับไปเมื่อปี 2556 ช่วงรัฐบาลยิ่งลักษณ์ พบประเด็นที่น่าสนใจ เพราะมีการเผยแพร่คลิปเสียงสนนาระหว่างชายที่มีเสียงคล้าย พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รมช.กลาโหม ในสมัยนั้น กับ ชายคนหลังที่เสียงคล้าย นายทักษิณ

บทสนทนาเริ่มต้นด้วยชายคนแรก - ไปทุ่มนึงครับ ใช่ฮะ ใช่ฮะ ก็เรื่องทุกอย่างก็โอเค แล้วเรื่องของพม่า ผมบอกกับนายกฯ ไปแล้วนะครับบอกว่า ใช้ ผบ.สูงสุดให้เป็นประโยชน์ให้มากที่สุดเลย เพราะไอ้มินอ่องลาย ซึ่งเป็น ผบ.สูงสุดของพม่า มันเป็นมือหนึ่งของท่านประธานาธิบดีเต็งเส่งเลย แล้วเต็งเส่งให้ความเกรงใจมากที่สุด และทีนี้ไอ้ ผบ.สูงสุดเขากับ ผบ.สูงสุดไทยนี่ มันมาเป็นเคาน์เตอร์พาร์ตกัน ผลัดกันกินข้าวคนละเดือน คนละเดือน เพราะฉะนั้นถ้าจะบีบอะไรเรื่องทวาย นายกฯ เรียก ผบ.สูงสุดมาใช้ได้อีกงานหนึ่ง เป็นงานต่างประเทศ

ชายคนหลังตอบว่า - ผมก็ไปสงกรานต์กับมัน

ชายคนแรก  - ผมไม่ทราบ ไม่้งั้นผมจะไป ไปเจอ

ชายคนหลัง- ผมไปสงกรานต์กับไอ้เนี่ย ผบ.สูงสุดน่ะ

ชายคนแรก - อ๋อ! ไอ้อ่องมินลายนี่นะฮะ โอ้โฮ มันชั้นหนึ่งเลย มันบอกผมนะ เฮ้ยไอ้รัฐมนตรีกลาโหมเนี่ย มันตั้งนะ มันเป็น ผบ.สูงสุด แต่ตั้งรัฐมนตรีนะ มันบอกเลย มันบอก และรัฐมนตรีอีกหลายคนมันเป็นคนตั้ง ไอ้นี่้ต้องเอาไว้ ไอ้นี่ต้องเอาไว้นะ แหม่

ชายคนหลัง- พวกผมทั้งนั้นแหละ มันยกที่ให้ผมแปลงนึง ใจกลางเมืองย่างกุ้ง

ชายคนแรก - ไอ้นี่ต้องเอาไว้นะครับ ถ้าได้ พม่านี่เสร็จเราหมดเลย ต้องเอาให้ได้ มันเจอกับผม ผมบอกว่า ต่อไปนี้ทูตพม่าพูดไทยให้เป็นนะ ทูตทหาร มันบอกต่อไปนี้ส่งทูตทหารมาเรียนก่อนแล้วค่อยมาเป็น ไอ้อองมินหล่าย และไอ้รัฐมนตรีกีฬากับโฮเต็ลอีกคนหนึ่ง ไอ้นี่ก็มหาศาลเหมือนกันนะ ผมจะเรียกให้มาพบท่าน มันสร้างทำเนียบรัฐบาลให้ประธานาธิบดี มันสร้างรัฐสภาให้ ขณะนี้มันกำลังสร้าง Sport Complex ให้ มันรวยมหาศาลเลย เจ้าของบ่อหยก

ชายคนหลัง - เหรอ

ชายคนแรก - ครับ มันบอกผมบอก เจเนอรัลๆ จะพูดอะไรกับประธานาธิบดีมัน ไม่ต้องไปวิ่งหาคนโน้นคนนี้นะ บอกมัน มันยิงตรงเลย เพราะทุกอย่างอยู่ที่มันไง มันก็เล่าให้ฟัง เพราะงั้นเราได้ 2 คนนี้นะ ทางเศรษฐกิจคนนึง ทหาร โอ้โห! ท่านฮะ เอาไว้ เอาไว้ต่อไปหลังท่านนายกฯ ไปพม่า ผมไปรอรับฮะ

ทั้งนี้ในปี 2556 พบว่านายทักษิณ  เดินทางเข้าพม่า 2 ครั้งๆแรกเดืนมีนาคม 2556 และช่วงสงกรานต์ปี 2556 โดยในเดือนมีนาคม 2556 สำนักข่าวประเทศพม่า Eleven media group รายงานว่า นายทักษิณ เดินทางไปที่เมืองทวายเพื่อเข้าดูท่าเรือของโครงการทวาย ขณะที่ในช่วงสงกรานต์ ปี 2556 นายทักษิณ ก็เดินทางไปยังเมืองเมย์เมียว โดยพบกับ พล.อ.อาวุโส มิน อ่องหล่าย ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของพม่า ที่บ้านพักหรูเชิงเขาในเขตมัณฑะเลย์ โดย นายทักษิณได้ซื้ออสังหาริมทรัพย์ในเมืองเมย์เมียว ประเทศสหภาพพม่าไว้เรียบร้อยแล้ว

ต่อมาปี 2557 ก่อนการรัฐประหาร นายทักษิณ  ปรากฏตัวที่ประเทศพม่าอีกครั้ง เข้าพักที่ชั้น 10 โรงแรม ชาเทรียม ในย่างกุ้ง(Chatrium Hotel Rangoon)  โดยมีแกนนำพรรคเพื่อไทย รัฐมนตรีในรัฐบาล”ยิ่งลักษณ์” และข้าราชการระดับสูงเดินทางเข้าพบ จำนวนมาก มีการระบุว่ามาเพื่อทำบุญแก้กรรม.
 

'จุติ' ลั่นปชป.พร้อมสู้เลือกตั้ง นโยบายพรรคตอบโจทย์ประเทศ

    
 

30 ส.ค. 61 - นายจุติ ไกรฤกษ์ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า เป็นเรื่องดีที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะพิจารณาปลดล็อคการเมือง เพราะประชาชนจะได้มีความหวัง นักลงทุนที่เริ่มไม่แน่ใจว่าจะมีเลือกตั้งเมื่อไหร่จะได้เตรียมลงทุน ทั้งนี้เป็นโอกาสดีที่คสช.จะวางรากฐานการเลือกตั้งที่บริสุทธิ์ยุติธรรมให้กับประเทศ จังหวัดไหนที่มีประวัติเรื่องการเลือกตั้งที่ไม่บริสุทธิ์ยุติธรรม ก็ควรที่จะจับมือกับคณะกรรมการเลือกตั้ง (กกต.) ไปชำระล้างให้จังหวัดนั้นๆสะอาด และพรรคประชาธิปัตย์ก็พร้อมที่จะร่วมมือให้ข้อมูลกกต.และคสช.ว่าจังหวัดใดบ้างที่ใช้อิทธิพลข่มขู่ในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา และหวังว่าครั้งนี้จะปลอดจากอำนาจที่ไม่บริสุทธิ์

"กฎหมายกำหนดอย่างไรพรรคประชาธิปัตย์ก็ยินดีทำตามนั้น เราเป็นพรรคการเมืองที่อยู่ภายใต้กฎหมาย และมีบทเรียนให้เห็นแล้วว่า ใครที่ทำตัวนอกเหนือกฎหมายในที่สุดก็ได้รับโทษไม่ช้าก็เร็ว " เลขาธิการปชป. กล่าว

นายจุติ กล่าวอีกว่า ส่วนการเตรียมความพร้อมในการเลือกตั้งนั้น พรรคมีความพร้อมมาก เพราะได้เตรียมตัวตลอด 4 ปีที่ผ่านมา เรื่องของนโยบายพรรคนั้นเกือบจะเสร็จเรียบร้อย เพราะนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคได้เดินทางไปรับฟังปัญหาประชาชนในรอบ 3 ปีที่ผ่านมา เราก็เชื่อว่าเราพร้อมตอบโจทก์แก้ปัญหาประเทศไทยได้

นายจุติ กล่าวต่อว่า เรื่องไพรมารีโหวต พรรคคิดตั้งแต่ต้น ที่หนักใจคือกติกาเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาไม่แน่นอน คนเตรียมการทำงานก็เหนื่อย แต่ก็ต้องทำตามกฎหมายที่ระบุ อย่างไรก็ตาม เดิมทีพรรคประชาธิปัตย์คิดว่า ต่อให้ไม่มีระบบไพรมารีโหวต พรรคก็จะทำอยู่แล้ว เช่น การหยั่งเสียงการเสนอหัวหน้าพรรค พรรคอยากให้ประชาชนและสมาชิกเป็นเจ้าของพรรคให้มากที่สุด พรรคนี้อยู่มาได้ 72 ปี เพราะไม่มีใครเป็นเจ้าของ

ผู้สื่อข่าวถามว่า จะมีการเรียกประชุมกรรมการบริหารพรรค(กก.บห.) เมื่อไหร่ นายจุติ กล่าวว่า ตนในฐานะเลขาธิการพรรคก็ต้องเสนอคณะกรรมการบริการพรรคที่รักษาการว่าพร้อมที่จะดำเนินการเมื่อไหร่ ซึ่งหัวหน้าพรรคให้สัญญาณมาแล้วว่าเตรียมพร้อมไว้นานแล้ว อยากให้ทำโดยเร็วที่สุด

ถามต่อว่า มองอย่างไรที่เมื่อจะเข้าสู่โหมดการเลือกตั้ง เริ่มมีการใช้วิชามาร เช่นการปล่อยคลิปว่าประชาธิปัตย์โดยยุบพรรค เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ตอบว่า ประชาธิปัตย์เป็นพรรคแรกที่เจอวิชามารในทางโซเชียล กรณีที่กกต.สั่งยุบพรรค ซึ่งเป็นข่าวเก่าเมื่อ 8 ปีที่ผ่านมา ทั้งนี้อยากจะฝากกกต.ช่วยไปหาแหล่งต้นตอที่เป็นคนเริ่มวงจรอุบาทว์นี้ ซึ่งเป็นอุทาหรณ์ในการเลือกตั้งครั้งต่อไปว่าทำอย่างไรถึงจะให้การเลือกตั้งบริสุทธิ์ยุติธรรม ทำอย่างไรไม่ให้อิทธิพลท้องถิ่น มาบังคับให้ประชาชนฝืนใจเลือก ทำอย่างไรการเลือกตั้งถึงจะปราศจากการซื้อเสียง การใช้อำนาจรัฐบีบบังคับประชาชนให้เลือกตามที่ราชการท้องถิ่นต้องการ เรื่องนี้ถือเป็นโจทก์ใหญ่ ซึ่งประชาธิปัตย์ได้เตรียมทีมไว้แล้ว ที่จะติดตามการใช้อำนาจรัฐที่ไม่ชอบ และรายงานให้นายกรัฐมนตรีทราบทันที่มีเหตุการณ์เกิดขึ้น

 

ขนส่งเด้งสนองประยุทธ์ ทบทวนโทษไม่พกใบขับขี่

    
 

    ขนส่งเด้งรับลูกนายกฯ ทบทวนโทษไม่พกใบขับขี่ ปรับหนัก-เบาตามขนาดรถ เปิดฟังความคิดเห็นทุกฝ่าย พร้อมหารือหน่วยงานปฏิบัติ คาดเสนอร่างใหม่ก่อนเลือกตั้ง 62
    เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ไม่เห็นด้วย และสั่งให้ทบทวนการเพิ่มอัตราโทษกรณีไม่พกใบอนุญาตขับรถ ตามร่างพระราชบัญญัติการขนส่งทางบกฉบับใหม่ ซึ่งกำหนดโทษสูงสุด จำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับไม่เกิน 5 หมื่นบาท ว่าให้กรมการขนส่งทางบกไปพิจารณาทบทวนการแก้ไขกฎหมายดังกล่าว โดยอาจจำเป็นต้องแบ่งระดับความรุนแรงของมาตรการลงโทษตามประเภทของรถ เช่น รถขนาดเล็กอาจมีบทลงโทษที่รุนแรงน้อยกว่ารถขนาดใหญ่ เป็นต้น
    ด้านนายสนิท พรหมวงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) กล่าวว่า ขณะนี้ยังเป็นร่างกฎหมาย ยังไม่เสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) และสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) หลังจากนี้ สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีจะส่งร่างกฎหมายดังกล่าวกลับมาที่กระทรวงคมนาคม ขณะเดียวกัน ขบ.อยู่ระหว่างรวบรวมความคิดเห็นจากประชาชน หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สำนักโพล และสื่อมวลชนต่างๆ เพื่อรวบรวมความเห็น ทบทวน และพิจารณาเพื่อเสนอร่างดังกล่าวต่อไป ซึ่งการทบทวนต้องดูข้อกฎหมาย ตามที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เสนอ โดยเน้นเรื่องความปลอดภัย ทั้งถนน รถ และคนขับรถ
    "การปรับลดโทษไม่พกใบขับขี่หรือไม่นั้น ต้องนำความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนที่ท้วงติงและเสนอแนะเกี่ยวกับไม่มีใบขับขี่ ใบขับขี่หมดอายุ และการแสดงใบขับขี่ ที่มองว่าโทษสูงเกินไปหรือไม่ การบังคับใช้จะมีปัญหากับเจ้าพนักงานที่บังคับใช้มาพิจารณาร่วมกับหน่วยงานที่ร่วมออกบทบัญญัติก่อน โดยร่างกฎหมายฉบับนี้มีทั้งหมดกว่า 360 มาตรา ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้รับฟังความคิดเห็นจากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการบังคับใช้ และบทบัญญัติมาจากการเสนอ ส่วนใหญ่มองว่าสิ่งเหล่านี้มีความเป็นไปไม่ได้ในทางปฏิบัติ ภาครัฐจึงมาทบทวนและพิจารณาหาจุดที่มีความเหมาะสมและความลงตัวในการบังคับใช้ แต่ยืนยันว่าความปลอดภัยเป็นข้อห่วงใยและให้ความสำคัญ" อธิบดี ขบ.ระบุ
    นายกมล บูรณพงศ์ รองอธิบดี ขบ. กล่าวว่า การทบทวนใหม่จะปรับลดโทษหรือไม่นั้น ต้องหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่บังคับใช้กฎหมาย เช่น ตำรวจ ที่ดูแล พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 โดยจะนำมาเทียบเคียงบทลงโทษที่เกี่ยวข้องนำมาประกอบ และพิจารณาโทษตามข้อหาและระดับของการกระทำความผิด ไม่ควรต่างกันมาก หรือต้องดูลักษณะการกระทำความผิดหรือวิธีการ 
    สำหรับร่างกฎหมายฉบับใหม่นี้เทียบจากกฎหมายเดิม เพราะกฎหมายปัจจุบัน พ.ร.บ.การขนส่งทางบก พ.ศ.2522 บทลงโทษการขับรถไม่มีใบขับขี่ จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 4 หมื่นบาท ซึ่งเป็นโทษสูงอยู่แล้ว และร่างนี้มีความเกี่ยวกับยานพาหนะขนาดเล็กตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ ตอนนี้เปิดรับฟังความคิดเห็นทุกช่องทาง ถึงวันที่ 11 ก.ย.61 มาประกอบการพิจารณาและหารือร่วมด้วยกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการบังคับใช้กฎหมายต้องใช้ระยะเวลา
    ทั้งนี้ จะไม่ขยายการรับฟังความคิดเห็น เพราะตอนนี้สามารถประเมินได้แล้วว่าความคิดเห็นจะเป็นช่วงระยะเวลาหนึ่ง คาดว่าจะได้ข้อสรุปเสนอกระทรวง เสนอ ครม. และ สนช. ก่อนจะมีการเลือกตั้งในปี 62 แต่จะใช้ระยะเวลาดำเนินเท่าไหร่นั้น ไม่สามารถตอบได้.

 

คลายล็อก 9 ข้อ แค่เอื้อภาคี 'คสช.'

    
 

      ภายหลังข้อเสนอคลายล็อกกิจกรรมทางการเมือง 9 ข้อที่ผู้มีอำนาจปล่อยออกมา โดยให้ คสช.ใช้อำนาจมาตรา 44 แก้ไขให้มีผลบังคับใช้ในเดือน ก.ย.-ธ.ค.61 ภายหลังร่าง พ.ร.ป.ส.ส. และ พ.ร.ป.ส.ว.ได้รับการโปรดเกล้าฯ ลงราชกิจจานุเษกษาในเดือนกันยายนนี้ 

      เสียงวิจารณ์ที่ตามมาส่วนใหญ่ว่าเป็นการลดอุณหภูมิร้อนมิให้ปรอทแตก หลัง พ.ร.ป.พรรคการเมืองประกาศใช้มาเกือบปี และโรดแมปการเลือกตั้งถูกกำหนดอย่างเร็วสุด 24 ก.พ.ปีหน้า แต่ยังไม่สามารถทำกิจกรรมการเมืองได้อย่างเสรี และสิ่งที่พรรคการเมืองต้องการคือใช้มาตรา 44 ปลดล็อก 2  คำสั่งสำคัญ ได้แก่ 1.ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ฉบับที่ 57/2557 ที่ยังคงห้ามมิให้พรรคการเมืองดำเนินกิจกรรมทางการเมือง

      2.คำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 3/2558 เรื่องการรักษาความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงของชาติ ข้อ  12 ที่ยังห้ามมั่วสุมหรือชุมนุมทางการเมืองที่มีจำนวนตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป

      แต่ 9 ข้อที่ปล่อยออกมาเป็นเพียงงานธุรการของพรรคการเมือง ยังมิพักถูกมองว่าเอื้อประโยชน์ให้พรรคเกิดใหม่ หลังประกาศสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช.สืบทอดอำนาจต่อไปแต่ยังไม่มีความพร้อม   

      ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเรื่องทุนประเดิม 1 ล้านบาทใน 180 วัน การหาสมาชิก 500 คนใน 6 เดือน โดยจะแก้เป็นนับจากคำสั่งนี้ออกไป ส่วนการมีสมาชิก 5,000 คนใน 1 ปี และ 10,000 คนใน 4 ปี แก้เป็น  180 วัน และ 4 ปีนับจากคำสั่งนี้ออกไปตั้งแต่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา 

      รวมทั้งการยกเลิกทำไพรมารีโหวตแบบซ้อนรูป คือให้มีคณะกรรมการสรรหาจำนวน 11 คน มาจากตัวแทนกรรมการบริหาร 4 คน จากสมาชิกพรรค 7 คน ลงไปคุยกับสมาชิกแต่ละเขตจังหวัดจำนวน 100 คน โดยมีองค์ประชุมเกิน 51 คนก็สามารถเลือกผู้สมัครได้ทั้งจังหวัด แล้วนำรายชื่อไปเสนอให้กรรมการบริหารพรรคพิจารณาเห็นชอบ จึงมีคำถามว่านี่คือเจตนารมณ์ของไพรมารีโหวตหรือไม่

      โดยประเด็นนี้ถือเป็นการหักหน้า สนช. ที่พากเพียรพยายาม โดยอ้างเพื่อปฏิรูปการเมืองป้องกันการครอบงำจากผู้มีอำนาจและขจัดนายทุนพรรคให้หมดไป ทั้งที่ก่อนหน้านี้ผู้ยกร่างกฎหมายคือ กรธ.ท้วงติงก็ไม่ฟัง จนเกิดอาการขัดลำกันเองและ คสช.ต้องมาแก้ไข ผลที่ตามมาสะท้อนให้เห็นถึงการทำงานที่ไม่รอบคอบ และไร้ซึ่งการตรวจสอบถ่วงดุลเช่นสภาทั่วไปที่มีฝ่ายค้านทำหน้าที่   

      กลับมาที่พรรคการเมืองเก่า สิ่งที่ได้รับจากการคลายล็อกคือ การคัดเลือกคณะกรรมการบริหารพรรคใหม่ และหาสมาชิกพรรคใหม่หลังถูกเซตซีโรไป 

      รวมทั้งยังส่งผลดีให้บางพรรค เช่นพรรคเพื่อไทยจะได้มีหัวเสียที หลังปล่อยออกมาหลายชื่อและทำให้บางคนเสียผู้เสียคนไปแล้ว ส่วนลูกพรรคก็จะได้รับทราบถึงแนวทางทำงานว่าจะต่อสู้รูปแบบใด รวมทั้งท่อน้ำเลี้ยงอาจจะไหลหลังเหือดแห้งไปเกือบ 4 ปี  

      ผิดจากพรรคประชาธิปัตย์ที่อาจใช้โอกาสเด็ดขั้วหัวหน้าพรรคอย่าง อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หรือไม่  สาเหตุก็เพราะมีภาพลักษณ์ที่บอบช้ำ และความขัดแย้งจากการเมืองที่เผชิญมาตลอด 10 ปี รวมถึงข้อหาเด็กดื้อของใครบางคน โดยชื่อบุคคลที่ขึ้นมาทาบชั้นคือ จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองหัวหน้าพรรค  และ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พิษณุโลก ที่มีผลงานขั้นเทพในโครงการรับจำนำข้าว    

      นอกจากนี้ การคลายล็อก 9 ข้อนี้ยังไม่ลดข้อครหา 2 มาตรฐาน เพราะพรรคการเมืองต่างๆ ยังไม่สามารถหาเสียงได้ และเสียโอกาสนำเสนอนโยบายและการพบปะประชาชนในเวลาที่กำจัด จนกว่าจะมีพระราชกฤษฎีกากำหนดวันเลือกตั้งตามข่าวที่ระบุว่ากลางเดือน ธ.ค.นี้ ขณะที่วันเลือกตั้งอย่างเร็วสุดคือวันที่ 24 ก.พ.62   

      เมื่อเปรียบเทียบกับ คสช.ที่มีแนวโน้มว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะลงมาสังกัดบัญชีรายชื่อนายกฯ ในนามพรรคพลังประชารัฐ โดยมีกระแสข่าวว่า อุตตม สาวนายน รมว.อุตสาหกรรมเป็นหัวหน้าพรรค สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พาณิชย์เป็นเลขาธิการพรรค คาดว่าจะเปิดตัวในช่วงเดือน ก.ย. ซึ่งปัจจุบันหาเสียงได้ทุกวันมาเกือบปี พร้อมอัดงบประมาณผ่านโครงการประชารัฐและไทยนิยมเข้มแข็ง โดยมี  บัตรลุงตู่ หรือบัตรสวัสดิการแห่งงรัฐ 11.4 ล้านใบเบิกร่องหาคะแนนแต่ฝ่ายเดียวต่อไป 

      ควบคู่กับกลุ่มสามมิตรที่ดูด ส.ส.และรับฟังปัญหาจากคนทั่วประเทศ เช่นเดียวกับพรรครวมพลังประชาชาติไทยของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ที่ประกาศลงพื้นที่หาเสียงทั่วประเทศ และเชื่อว่าจะไม่ถูกจับตาเข้มงวดเหมือนพรรคฝ่ายตรงข้ามอย่าง พรรคเพื่อไทย พรรคอนาคตใหม่ และพรรคเสรีรวมไทย   

        ดังนั้น การคลายล็อก 9 ข้อ มองแล้วก็เอื้อประโยชน์แก่ คสช.และเครือข่ายเท่านั้น พรรคการเมืองอื่นๆ รอไปก่อน.

 

 
 

 

 

 

.............................................................

30 สิงหาคม 2561

 

 


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน