*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 3214
  • จำนวนผู้ชม : 2183265
  • จำนวนผู้โหวต : 472
  • ส่ง msg :
  • โหวต 472 คน
<< กันยายน 2018 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30            

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพุธ ที่ 12 กันยายน 2561
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 618 , 23:02:36 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน สิงห์นอกระบบ โหวตเรื่องนี้

สวัสดีครับ

         นายนคร มาฉิม อ้างเสียดิบดีว่าฝ่ายตัวเองเป็น 'ฝ่ายประชาธิปไตย' แต่ปชต.ประสาอะไรก็ไม่รู้ที่มีการด่ากราดสื่อด้วย

คงจะขัดใจที่สื่อไม่เออออกับการชเลียร์ทักษิณของตัวเองขณะนี้ ส่วน 'บิ๊กตู่' ฝ่ายยึดอำนาจเสียอีก กลับพยายามที่จะไม่โมโห

เอากับสื่อ โดยคิดจะทำตาม 'ป๋าเปรม' ที่ขัดเคืองสื่อก็จะพูดเพียง 'กลับบ้านเถอะลูก' ประโยคประจำตัวของท่านตลอดเวลา

         

ใจเย็นๆครับ 'ลุงตู่' 

 

'นคร'หัวร้อน!ด่ากราดสื่อรับใช้เผด็จการ จ้องทำลายนักต่อสู้ฝ่ายประชาธิปไตย

'นคร'หัวร้อน!ด่ากราดสื่อรับใช้เผด็จการ จ้องทำลายนักต่อสู้ฝ่ายประชาธิปไตย

วันพุธ ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2561, 22.23 น.

12 ก.ย.61 นายนคร มาฉิม อดีต ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟชบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า "กราบเรียน พี่น้องประชาชนผู้รักชาติ รักประชาธิปไตย รักความถูกต้องและความเป็นธรรมทุกท่าน หลังจากที่ผมได้ทำหนังสือเปิดผนึกบอกความจริงเบื้องหน้าเบื้องหลังการวางแผนสมคบคิดของระบอบเผด็จการเพื่อล้มล้างทำลายอำนาจของประชาชนทำลายระบอบประชาธิปไตย และอวยพรวันเกิดให้นายกทักษิณแล้วก็ได้รับการวิพากษ์วิจารณ์ทั้งที่เห็นด้วย และไม่เห็นด้วย

แต่ส่วนใหญ่ฝ่ายประชาธิปไตยจะเห็นด้วยและสนับสนุนเพราะมันเป็นความจริงในเชิงประจักษ์ แต่ถูกฝ่ายเผด็จการและระบอบเผด็จการบิดเบือน ประวัติศาสตร์ปิดบังซ่อนเร้นเพื่อไม่ให้ประชาชนคนไทยรู้ความจริง เพราะถ้าคนไทยส่วนใหญ่รู้ความจริงที่ถูกหลอกลวงไว้ ระบอบเผด็จการก็จะถึงกาลอวสาน พังทลายลงทั้งระบอบ ยากต่อการควบคุมและปกครองเพื่อเสวยสุขและมีอำนาจต่อไป มีโอกาสกดขี่ ข่มเหง ริดรอนสิทธิเสรีภาพของประชาชนเพื่อประโยชน์ของพวกตนต่อไป ระบอบเผด็จการจึงหวาดกลัวต่อความจริงเป็นอย่างยิ่ง

จากนั้นผมเองได้รับเกียรติจากผู้แทนของสหภาพยุโรป หรือ EU เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นทางการเมือง ทางเศรษฐกิจ และ สังคม เราได้ใช้เวลาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันสองชั่วโมงกว่า ด้วยมิตรภาพอันดี ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ทั้งเชิงลึกและมุมกว้างในทุกมิติและบริบทสังคมไทยสังคมโลก และเพื่อบันทึกความทรงจำผมจึงได้ยื่นหนังสือต่อผู้แทนของสหภาพยุโรปเพื่อให้ผู้แทนของสหภาพยุโรปได้นำเสนอต่อสหภาพยุโรปเพื่อพิจารณาตามกระบวนการทางการทูตต่อประเทศไทยตามรายละเอียดที่แนบมานี้ โดยเป็นเอกสิทธิ์ของสหภาพยุโรปโดยเด็ดขาด และพวกเราเคารพต่อการตัดสินใจของสหภาพยุโรป

ที่ผมได้ตัดสินใจยื่นหนังสือให้สหภาพยุโรป ก็เพราะปัจจุบัน ประเทศไทยและคนไทยทุกคนถูกฝ่ายเผด็จการยึดอำนาจไปนานแล้วตั้งแต่ 22 พฤษภาคม 2557 จากนั้นพวกเขาก็ไดสร้างกฎหมายรัฐธรรมนูญ ที่เป็นของเผด็จการ โดยเผด็จการและเพื่อเผด็จการ กดขี่ ข่มเหง ประชาชน สร้างแต่ความเกลียดชัง แตกแยกไปทุกภาคส่วนของสังคม บ้านเมืองอยู่ในยุคมืด ประชาชนทุกภาคส่วนเดือดร้อนไปทุกหย่อมหญ้า เช่น

1. ภาคการเกษตร ทั้งชาวไร่ ชาวนา ชาวสวน เผด็จการปล่อยพวกนายทุนผูกขาดตัดตอน ให้ปุ๋ย ยา เมล็ดพันธุ์ ราคาแพงลิบลิ่ว ในขณะที่พืชผลทางการเกษตรตกต่ำ ขาดทุนอย่างมาก หนี้สินเกษตรกรสูงท่วมแผ่นดินในยุคเผด็จการครองเมือง

2. ผู้ใช้แรงงาน จากเดิมที่รัฐบาลจากการเลือกตั้งสร้างเงินสร้างงาน ให้พี่น้องผู้ใช้แรงงาน มีงานทำ การค้าการลงทุนคึกคักเพราะทั่วโลกยอมรับ และมิตรประเทศไม่ว่าจะเป็นยุโรป สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย เอเชียหรือแม้แต่จีนก็เข้าทำการค้าการลงทุนอย่างเสมอภาคและเป็นธรรม คนไทยและประเทศคู่ค้าต่างฝ่ายต่างได้รับผลประโยชน์ร่วมกัน เราในฐานะประเทศกำลังพัฒนาก็ได้รับสิทธิพิเศษทางภาษี หรือ GSP แรงงานก็มีงานทำ มีเงินผ่อนรถผ่อนบ้าน แต่พอเผด็จการเข้ามายึดอำนาจ แรงงานก็ตกงาน เคยมี OT ก็ไม่มี ถูกยึดบ้านยึดรถ ถดูฟ้องร้องดำเนินคดีเดือดร้อนกันทั่วหน้า

3. ผู้ประกอบการ SME ทั่วประเทศประมาณ 2.8 ล้านราย เคยทำมาหากินได้สะดวก มีรายได้เพียงพอต่อการยังชีพ บางราย สามารถขยายกิจการให้มั่นคงเจริญก้าวหน้าเป็นห่วงโซ่ทางเศรษฐกิจให้ประเทศมั่นคง ประชาชนมั่งคั่ง แต่พอถูกเผด็จการมาปกครอง ตอนนี้ผลิตสินค้าก็ขายไม่ออก หนี้สินก็ท่วม ปรับโครงสร้างหนี้อย่างไรก็แทบไม่รอด เริ่มล้มละลาย ล้มหายตายจากไปหลายแสนแห่ง

4.ทุนชาติหรือ ทุนท้องถิ่นแต่เดิมที่มีรัฐบาลมากจากการเลือกตั้ง ช่วยกันประคับประคอง มีมาตรการปกป้องคุ้มครองทุนชาติในอยู่ได้ แต่พอเผด็จการเข้ามาปกครอง เผด็จการก็เอื้อประโยชน์ให้แต่ทุนขนาดใหญ่ ทุนผูกขาดร่วมมือกันกับทุนข้ามชาติ โดยเฉพาะทุนจากจีน เข้ามาอย่างสะดวก จนทุนชาติหรือทุนท้องถิ่นเริ่มขายกิจการล้มละลายและหายไปอย่างน่าใจหาย

5.ลูกหลานของพวกเราที่เกิดมา ร่ำเรียนมา ก็ไม่มีงานทำ แถมติดหนี้ตั้งแต่กู้เรียนหนังสืออีก เกิน 70 เปอร์เซ็นต์ที่จบการศึกษาไม่มีงานรองรับ บางส่วนต้องไปเกี่ยวข้องกับ ยาเสพติด ขบวนการค้ามนุษย์ และ ถูกผลักไปอยู่ในโลกมืดไร้อนาคต อันนี้เป็นเฉพาะกรณีตัวอย่างเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้นที่พวกเผด็จการสร้างปัญหา สร้างความเดือดร้อนทุกข์ยากลำบากให้เกิดขึ้นแก่คนไทย และประเทศไทยของเรา

แต่พอผมชี้ให้เห็นความจริงว่ารากเหง้าของปัญหามาจากระบอบการเมืองการปกครองแบบเผด็จการ และเมื่อในประเทศไทยของเราถูกครอบงำด้วยยุคมืดของเผด็จการ ในประเทศไทยของเราพูดที่ไหนก็ไม่ได้ เพราะทุกองค์กรฝ่ายเผด็จการก็ครอบงำหมด จึงร้องขอให้ต่างประเทศที่เจริญแล้ว มีอารยะมีประชาธิปไตย ช่วยกดดันให้เหล่าเผด็จการที่ใช้อาวุธปล้น และยึดอำนาจของประชาชนไป คืนความสุข คืนอำนาจ คืนประชาธิปไตย คืนความเป็นธรรมให้คนไทยด้วย ตอนนี้คนไทยและประเทศไทยมีปัญหาเดือดร้อนเพราะพวกเผด็จการกดขี่ข่มเหงพวกเรา เพียงเท่านั้น

พวกเครือข่ายของเผด็จการบางส่วน ทั้งนายทุนผูกขาด ขุนศึกที่เสวยสุขบนตำแหน่งใหญ่โตมีอำนาจวาสนาที่ปล้นมาจากประชาชน อำมาตย์ที่มีอภิสิทธิ์ มีอำนาจบารมี และเหล่าสื่อ ทั้งวิทยุ โทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ และสื่อมวลชนฝ่ายเผด็จการ รับใช้เผด็จการ ได้รับค่าโฆษณาประชาสัมพันธ์ สมประโยชน์กับพวกเผด็จการก็เริ่มหาทางทำลายผม ใส่ร้ายป้ายสีผมต่างๆนาๆ เพื่อทำลายผมและนักสู้ฝ่ายประชาธิปไตย เช่น กล่าวหาว่า ชักนำเข้าลึก ชักศึกเข้าบ้าน/ ขายชาติ / EU ไม่ใช่พ่อ /UN ไม่ใช่พ่อ / เผาบ้านเผาเมืองตัวเองฯ

ผมจึงอยากกราบเรียบต่อพี่น้องประชาชนฝ่ายประชาธิปไตยทุกท่านว่า ท่านอย่าหวั่นไหว ผมเชื่อในวิจารณญาณของทุกท่านที่จะแยกถูก แยกผิด แยกดำ แยกขาว และแยกออกระหว่างประชาธิปไตย กับเผด็จการและเครือข่ายของเผด็จการว่าใครเป็นใคร ใครอยู่ฝ่ายไหน

สงครามระหว่างประชาธิปไตย กับเผด็จการ ใกล้จบแล้ว รอวันชนะอย่างเด็ดขาด ของฝ่ายประชาธิปไตยอีกไม่นานครับ จึงอยากขอให้พวกเราสู้ต่อไป เพื่อประชาชนและประชาธิปไตย เพื่อลูกหลานของพวกเรานะครับ"

'บิ๊กตู่'ลั่น!ปชต.เกิดขึ้นแน่แต่ต้องเลิกความขัดแย้งให้ได้

'บิ๊กตู่'ลั่น!ปชต.เกิดขึ้นแน่แต่ต้องเลิกความขัดแย้งให้ได้

วันพุธ ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2561, 18.16 น.

"บิ๊กตู่"ลั่นปชต.เกิดขึ้นแน่ ต้องเลิกความขัดแย้ง อวยปธ.เครือซีพี"ศุภชัย"เก่งดีแต่ไม่เล่นการเมือง เหน็บคนไม่มีอะไรเลยกลับอยากเล่น ครวญเปรียบตัวเองทนอึดเหมือนยางมิชลิน เผยอยากเป็นเหมือนป๋า ไม่ตอบโต้ใคร สัญญาในใจอยากใช้คำพูด"กลับบ้านเถอะลูก"กับสื่อ

12 ก.ย.61 ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานเปิดงานประกาศความร่วมมือ “การสร้างวัฒนธรรมการมีส่วนร่วมด้านการศึกษา” ภายใต้โครงการสานพลังประชารัฐ CONNEXT ED โดยได้ปาฐกถาพิเศษ หัวข้อ “การศึกษากับการเตรียมคนไทยในอนาคต” มีเนื้อหาใจความตอนหนึ่งว่า การศึกษาเป็นส่วนที่สำคัญที่สุด และเป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาประเทศ วันนี้ อนาคต อดีต ปัจจุบันพันกันมั่วไปหมด พวกเรากำลังเดินไปข้างหน้า แต่ก็มีอีกพวกดึงขาซ้ายอีกพวกก็ดึงขาขวา ดึงไปข้างหน้าบ้าง ข้างหลังบ้าง เซไปเซมา แต่เราก็มีหลักชัยที่จะพัฒนาประเทศ ถ้าเป็นทหารก็เรียกว่า กำลังต่อสู้กับอริราชศัตรู แต่เรากำลังต่อสู้กับความไม่รู้ เราจึงต้องปรับตัวปรับประเทศให้สอดคล้องกับการบริหารราชการ

“โลกปัจจุบันกำลังเข้าสู่ยุคอุตสาหกรรมยุคที่ 4 รัฐบาลจึงได้คิดคำ และพัฒนาให้เป็นประเทศไทยแลนด์ 4.0 หลายคนยังไม่รู้ว่า เราอยู่ตรงไหน แล้วไอ้คนที่ไม่รู้ ก็มาออกมาแสดงความคิดเห็นในโซเชียลมีเดียจำนวนมาก ส่วนใหญ่ไม่ค่อยรู้จริง แต่ชอบแสดงความคิดเห็นต่างๆออกมา โดยที่ตัวเองไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรเลย แต่ขอแสดงความคิดเห็น นี่ไงโลกเปลี่ยนแปลง วันหน้าอำนาจรัฐกฎหมายคนจะปฏิเสธทั้งหมด เป็นวิกฤติในอนาคต โลกประชาธิปไตย การใช้โซเชียลมีเดีย ใช้ระบบดิจิตอลในทุกๆเรื่อง ซึ่งรัฐไม่สามารถควบคุมได้ วันนี้เราจึงกำลังสร้างความเข้มแข็งโดยใช้ระบบการศึกษา ซึ่งจะมีส่วนร่วมในการพัฒนาคน” นายกฯ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า สิ่งที่รัฐบาลทำทุกวันนี้คือ การบรรเทาความเดือดร้อน ลดความเหลื่อมล้ำ และมีการใช้จ่ายในระบบ จึงได้มีการกำหนดยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีขึ้นมา  เราจึงต้องสอนให้ทุกคนมีการปรับตัวมีการพัฒนาตนเอง ปัญหาที่พูดมานั้นเกิดขึ้นมาตลอดเวลาพูดง่ายๆคือ 80 ปี ที่ผ่านมาของประชาธิปไตย ก็เป็นแบบนี้ ช้าเกินไปหรือไม่ เรายังมัวติดกับดักปัญหาความขัดแย้ง ติดกับดักความไม่รู้ เราจึงต้องสร้างความเข้าใจใหม่ทั้งหมด การปฏิรูปการศึกษาจึงเป็นส่วนหนึ่ง เช่น เด็กมีการบ้านน้อยลง ส่วนตัวจึงเห็นว่า ควรที่จะให้เด็กมีการบ้านที่พอเหมาะพอควร และหาวิธีให้การบ้านที่มีแรงดึงดูดใจ ซึ่งผู้ที่เกี่ยวข้องต้องไปหามาให้ได้ อย่ามองแต่สิ่งที่ใกล้ตัวอย่างเดียว

“ผมก็ยังพยายามมองสิ่งที่ไกลตัว พยายามดูภาพยนตร์ต่างประเทศ เพื่อดูว่า บ้านเมืองคนอื่นเป็นอย่างไร ถ้ามองโลกสวยอย่างเดียวมันก็ได้ แต่ข้อเท็จจริงเป็นไปไม่ได้ เราต้องรู้ว่า วันนี้เรายืนอยู่ตรงไหนของโลก เขารบแบบที่เรารบกันตั้งแต่เมื่อไหร่ เขาเลิกทำแบบนี้กันมานานแล้ว ประเทศมหาอำนาจบางประเทศโตช้ากว่าเราด้วยซ้ำ แต่เขาเบื่อความขัดแย้ง เพราะไม่เกิดประโยชน์อะไร การสู้รบกันก็ตายเปล่าทั้งสิ้น แล้วทำไมเราไม่ขับเคลื่อนไปในทิศทางเดียวกันที่เป็นประโยชน์ วันนี้เขาคิดแบบนี้กันทั้งโลก เว้นแต่ประเทศมหาอำนาจบางประเทศ  แต่เราไม่ใช่มหาอำนาจ แต่ถ้าเราไม่ขัดแย้งกันทุกวัน ป่านนี้เราเป็นมหาอำนาจแล้ว ซึ่งผมก็กลัว มหาอำนาจคือ ความขัดแย้งอันดับหนึ่ง ประวัติศาสตร์วันนี้เกิดจากอดีตที่ผ่านมา เราทำวันนี้เพื่อประวัติศาสตร์วันข้างหน้า วันนี้เราต้องสอนคนให้รักในทางที่ถูก” นายกฯ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า  เพราะแผ่นดินผืนนี้ฐานที่ทำให้คนเกิดและคนตาย ยืนวันนี้ใช้พื้นที่ไม่เกินหนึ่งตารางฟุต นอนตายลงไปไม่เกิน 2 เมตร มันจะอะไรกันนักหนา เราจึงควรเผื่อแผ่แบ่งปันลดความเหลื่อมล้ำ แก้ไขความไม่เท่าเทียม ประชาธิปไตยอย่างไรก็ต้องเกิดบนโลกใบนี้ มันห้ามกันไม่ได้ กฎหมายกฎระเบียบเป็นสิ่งสำคัญทำให้เกิดความเป็นธรรม และความเท่าเทียมของโอกาสไม่ว่าจะยากดีมีจน ทุกคนก็ต้องเคารพกฎหมาย เว้นแต่พวกผู้มีอิทธิพล พวกแสวงหาผลประโยชน์เป็นคนละพวกต้องเอาไปติดคุก ใครไม่ทำตามกติกาก็ต้องติดคุก โดยต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบของกระบวนการยุติธรรม

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า วันนี้เราพัฒนาโลกไปอย่างรวดเร็ว ผ่านสังคมโซเชียลมีเดีย จากการแพร่ข่าวสารไม่กี่นาทีทั้งโลกรู้ เรื่องจริงบ้างไม่จริงบ้าง คนตัดสินไปหมดแล้ว เรื่องนี้ต้องไปสร้างหลักคิดว่า ควรทำอย่างไร ต้องมีหลักคิดที่ถูกต้อง มีหลักการและเหตุผล สร้างภูมิคุ้มกัน เพิ่มพูนความรู้ด้านคุณธรรม การจะตามโลกยุคใหม่ให้ทัน เราต้องกำหนดตัวเอง และต้องรู้ว่า อยู่จุดไหน เราต้องสอนคนให้มีคุณภาพ ไม่เช่นนั้นก็จะตีกันไปมา คนเป็นครู นอกจากสอนแล้วจะต้องเปิดโอกาสให้เด็กตั้งคำถามได้ด้วย ไม่ใช่สอนตลอดทั้งชั่วโมง ครูสอนดีมาก แต่นักเรียนสอบตก เราอย่าหนีความเป็นจริง

“ผมเองก็เป็นคนชอบตั้งคำถาม แต่ครูก็ไม่เปิดโอกาสให้ถาม ครูส่วนใหญ่สอนเต็มชั่วโมง จนส่งผลให้วันนี้ทำให้ผมพูดมาก วันนี้ผมก็เลยกลายเป็นครู แม่และเมียก็เป็นครู แต่ทุกวันนี้ทุกคนก็เป็นครูของผม และคิดว่า อาชีพที่ดีที่สุดของวันนี้ที่สามารถเป็นอะไรได้ทุกอย่างไม่ใช่ทหารแต่น่าจะเป็นหมอ เป็นได้ทั้งรัฐมนตรี ปลัดกระทรวง เพราะเป็นคนฉลาด แต่ทั้งหมดขึ้นอยู่กับชะตาชีวิต และต้นทุนทางสังคมและครอบครัว แต่วันนี้ผมถามคุณศุภชัย (นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์) ในฐานะประธานว่า จะลงเล่นการเมืองไหม ปฏิเสธทันทีว่า ไม่เอา แต่ทำไมคนที่ไม่ทำอะไรเลย อยากจะมาเล่นการเมือง ผมไม่เข้าใจ เขาประสบความสำเร็จ แต่ไม่ทนทรมาน เหมือนผมทน ถามว่า ผมทนไหม ผมทนอึดยิ่งกว่ายางมิชลิน เด้งซ้ายเด้งขวาแต่สู้ได้ ถ้ามีกำลังใจแบบทุกวันนี้ก็สู้ตายไม่กลัว ผมเองเป็นเพียงผู้นำทางพวกเราทุกคนเดินไปข้างหน้า มีอุปสรรคอะไรรัฐบาลจะได้แก้ โดยไม่ต้องการสิ่งตอบแทน เพราะถือเป็นหน้าที่ของเราทุกคนทำเพื่อแผ่นดินของเรา” นายกฯ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ประเทศของเราอยู่กันอย่างมีความสุขมาโดยตลอด ถ้าพูดถึงสมัยก่อนเรารบกันภายในไม่มี  ส่วนใหญ่เผชิญอธิปไตยภายนอก พอถึงต้นรัตนโกสินทร์ก็ลดลงไปเรื่อยๆ แต่ต่างประเทศก็ยังมีอยู่ ของเราไม่ค่อยมี วันนี้ก็เลยเอาสักหน่อย แต่วันนี้ทุกอย่างก็ดีขึ้นแล้วเพราะเวลาผมไปต่างจังหวัด ก็ขอความมั่นใจจากประชาชนอย่าทำร้ายประเทศของเราอีกเลย ตนก็สัญญาในใจของแล้วว่า จากวันนี้ไปจะไม่ตอบโต้ใครอีกแล้ว แต่ดันอดไม่ได้สักที

“ผมสัญญาทุกวัน สวดมนต์ก่อนนอน พรุ่งนี้อย่าพลาดอย่าตอบคำถามใคร คำถามสื่อที่ไม่เข้าหูก็อย่าไปตอบ นึกถึงภาพอดีตนายกรัฐมนตรีทุกคน คำว่า กลับบ้านเถิดลูก ผมก็พยายามจะพูดเมื่อคิดได้ เพราะวันนี้เรากำลังเผชิญปัญหา ที่ผ่านมาก็หนักวันนี้ก็หนัก เป็นคนละแบบกัน เพราะโลกกว้างขึ้น ความขัดแย้งจึงมีสูง ผมเข้ามาเริ่มตั้งแต่ต่ำกว่าศูนย์ แม้แต่จีดีพี อยู่ที่ร้อยละ 0.9 มันดีตรงไหน วันนี้โตขึ้นร้อยละ 4.8 แล้วบอกว่า 4.5 ก็ไม่ดี ไม่รู้ว่า จะเอาอย่างไรกัน วันนี้เรากำลังเผื่อแผ่เพิ่มรายได้ให้กับผู้มีรายได้น้อย สร้างความรับผิดชอบต่อสังคมไปด้วยกัน รัฐบาลมีหน้าที่สร้างงานสร้างโอกาสสร้างรายได้ เราอยากได้อยากดีแบบต่างประเทศ แต่ไม่มีวิธีคิดที่ถูกต้องไม่มีฮาวทูดู แต่คนที่จะทำให้ทุกอย่างเดินหน้าไปได้คือรัฐบาล ซึ่งต้องทำอย่างที่ผมได้คิดไว้ อาจจะมีผิดบ้างถูกบ้างแต่อย่าทำให้ผิดกฎหมาย” นายกฯ กล่าว

 

‘บิ๊กเจี๊ยบ’ตบปาก‘นคร มาฉิม’ฟังน่ะ4ปีคสช.บ้านเมืองสงบทำทุกอย่างเป็นรูปธรรม

‘บิ๊กเจี๊ยบ’ตบปาก‘นคร มาฉิม’ฟังน่ะ4ปีคสช.บ้านเมืองสงบทำทุกอย่างเป็นรูปธรรม

วันศุกร์ ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2561, 14.12 น.

7 ก.ย.61 พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท  ผู้บัญชาการทหารบก กล่าวถึงกรณีนายนคร  มาฉิม อดีต สส.ปชป. วิจารณ์ คสช. ไม่เป็นประชาธิปไตยว่า มองอย่างไรก็แล้วแต่  สิ่งที่เราทำงานในช่วง 4 ปี ทำให้บ้านเมืองมีความสงบ มีความมั่นคง รวมถึงเรื่องเศรษฐกิจ การลงทุนกับพื้นฐานต่างๆ ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ทำมาทุกอย่างค่อนข้างเป็นรูปธรรม และจะสัมฤทธิ์ผลในอนาคต ส่วนการเคลื่อนไหวทางด้านการเมืองก็แล้วแต่ให้สังคมพิจารณาเอง

แม่ทัพปชป.! 'เดอะจ้อน'โวสวนหมัดอัด'มาร์ค'มาปี56 รับท้าชิงสู้กฎเหล็ก5ข้อ

แม่ทัพปชป.! 'เดอะจ้อน'โวสวนหมัดอัด'มาร์ค'มาปี56 รับท้าชิงสู้กฎเหล็ก5ข้อ

วันพุธ ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2561, 14.57 น.

12 ก.ย. 61 นายอลงกรณ์ พลบุตร อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.)  กล่าวว่า ตนพร้อมปฏิบัติตามกฎเกณฑ์คุณสมบัติใหม่ของผู้ที่จะเสนอตัวเป็นผู้สมัครแข่งขันเป็นหัวหน้าพรรค ปชป. แต่ขอให้คำนึงหลักการเปิดกว้าง อย่ากำหนดกติกาสูงจนทำให้เจตนาหลักต้องเสียไป อาจถูกมองว่า เป็นการกีดกันไม่เปิดกว้างจริง เช่น ต้องมีสมาชิกพรรค 4,000 คนจากแต่ละภาคๆละ1,000 คน ให้การรับรองถามว่า ในเวลาที่จำกัด 30 วัน 45 วัน ทำได้หรือไม่หรือต้องใช้อดีตส.ส.40 คนรับรองนั้น จะมีใครกล้าเปิดเผยตัวออกมารับรองคนที่จะมาเป็นคู่แข่งของหัวหน้าพรรคคนปัจจุบันที่อยู่ในตำแหน่งมานานถึง13 ปี ตอนเสนอปฏิรูปพรรคปี2556 ก็เจอกันมาแล้ว 

“ผมยังต้องการคำยืนยันกฎเหล็ก5ข้อคือ ไม่ทุจริตเลือกตั้งไม่หาเสียงใส่ร้ายไม่รับทุนสามานย์ไม่คอร์รัปชั่น และยึดมั่นระบบรัฐสภา ซึ่งเป็นหัวใจของพรรคการเมืองที่ดีในระบอบประชาธิปไตย ถ้าคณะกรรมการบริหารพรรคชุดปัจจุบันจะเป็นกลุ่มแรกที่ออกมายืนยันเป็นสัญญาประชาคมก็จะดีมาก ต่อพรรคต่อประเทศและการปฏิรูปการเมือง หรือหัวหน้าพรรคจะออกมายืนยันกฎเหล็ก5ข้อ ก็เสมือนเป็นตัวแทนคณะกรรมการบริหารทั้งหมดและจะเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับพรรคการเมืองอื่นๆด้วย” นายอลงกรณ์ กล่าว

 

โบกมือลาก่อน!'บิ๊กตู่'ไม่ตอบตั้ง'พุทธิพงษ์'นั่งรองเลขาฯนายกฯ

โบกมือลาก่อน!'บิ๊กตู่'ไม่ตอบตั้ง'พุทธิพงษ์'นั่งรองเลขาฯนายกฯ

วันพุธ ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2561, 16.55 น.

12 ก.ย.61 ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานเปิดงานประกาศความร่วมมือ "การสร้างวัฒนธรรมการมีส่วนร่วมด้านการศึกษา" แล้วเสร็จ นายกฯ ได้มอบโล่เกียรติยศแสดงความขอบคุณกับผู้ร่วมขับเคลื่อนโครงการระยะที่ 1 พร้อมถ่ายรูปหมู่และเดินชมนิทรรศการ

ทั้งนี้ ก่อนจะเดินทางกลับ นายกฯ ปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการแต่งตั้ง นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือ โดยทำท่าโบกมือ พร้อมกับกล่าวเพียงว่า "เป็นความหมายว่าลาก่อนๆ"

 

'บิ๊กตู่'นำสานพลังประชารัฐ เดินหน้าพัฒนาการศึกษาไทยใน'โรงเรียนประชารัฐ'

'บิ๊กตู่'นำสานพลังประชารัฐ เดินหน้าพัฒนาการศึกษาไทยใน'โรงเรียนประชารัฐ'

วันพุธ ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2561, 17.10 น.

“ลุงตู่” นำสานพลังประชารัฐ เดินหน้าพัฒนาการศึกษาไทยใน “โรงเรียนประชารัฐ” สู่ระยะที่ 2 กว่า 4.7 พันแห่งทั่วประเทศ มุ่งเน้นสร้างวัฒนธรรมการมีร่วมการศึกษาไทยที่ยั่งยืน 

 

12 ก.ย.61 พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้เป็นประธานเปิดงานประกาศความร่วมมือ “การสร้างวัฒนธรรมการมีส่วนร่วมด้านการศึกษา” ในโครงการผู้นำเพื่อการพัฒนาการศึกษาที่ยั่งยืน - คอนเน็กซ์-อีดี (CONNEXT ED) ภายใต้โครงการสานพลังประชารัฐ ด้านการศึกษาพื้นฐานและการพัฒนาผู้นำ (E5) ที่ภาครัฐ ภาคประชาสังคม และภาคเอกชนเข้าร่วม ระยะที่ 1 จำนวน 12 องค์กรใหญ่ ผู้ก่อตั้ง และจะก้าวสู่ระยะ 2 โดยมี 21 องค์กรชั้นนำ เข้าผนึกกำลังขับเคลื่อนภารกิจคอนเน็กซ์-อีดี เพื่อพัฒนาการศึกษาไทยให้เกิดความยั่งยืนได้อย่างแท้จริง

โดย นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) ในฐานะหัวหน้าทีมภาครัฐ โครงการสานพลังประชารัฐ ด้านการศึกษาพื้นฐานและการพัฒนาผู้นำ กล่าวว่า “ประเทศที่ประสบผลสำเร็จในการปฏิรูปการศึก โครงการสานพลังประชารัฐฯในระยะที่ 1 มีโรงเรียนประชารัฐ จำนวน 3,351 แห่ง

สำหรับในปีนี้ ซึ่งเป็นระยะที่ 2 มีโรงเรียนประชารัฐอีก 1,700 โรงเรียน ร่วมเป็น 4,700 โรงเรียน โดยมีมืออาชีพจากภาคเอกชนเข้ามาช่วยสนับสนุน เริ่มนั้งแต่การประเมินข้อมูลของโรงเรียน โดยใช้มาตรฐานระดับโลกใน 5 ระดับทำให้รู้ว่าจะพัฒนาจากระดับหนึ่งไปอีกระดับหนึ่งอย่างไร ซึ่งขณะนี้ผลที่ภาคเอกชนทำได้เกิดผลในเชิงระบบ และการประเมินคุณภาพโรงเรียนในรอบ 4 นี้ ศธ.จะใช้เกณฑ์การประเมินที่ใช้ประเมินกับโรงเรียนประชารัฐไปเป็นเกณฑ์ในการประเมินโรงเรียนทั้งภาครัฐและเอกชนทั้งหมดกว่า 40,000 โรงเรียนด้วย

นอกจากนี้ ก็ยังทำให้เกิดผลเชิงระบบในด้านต่าง ๆทั้งด้านไอซีที ซึ่งขณะนี้ทำให้โรงเรียนมีอินเตอร์เน็ตไฮสปีดใช้ 99.99% ซึ่งก่อนหน้านั้นยังไม่มี และ 2 ใน 3 เป็นโรงเรียนโลสปีด แต่เมื่อโครงการสานพลังประชารัฐฯเข้ามาช่วยสนับสนุน และวางระบบจึ้งทำให้โรงเรียนต่างๆ มีอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงใช้ทั่วประเทศ ซึ่งการดำเนินการทุกอย่างนี้ ส่วนใหญ่มีทิศทางที่ดีและชัดเจน จึงส่งผลเชิงระบบทางการปฏิรูปการศึกษา

“ผมเองไม่เคยเห็นเหตุการณ์แบบนี้ที่ไหนในโลก ที่ภาครัฐและเอกชนเข้ามาร่วมกันเป็นภาคประชารัฐโดยมีเอกชนมาร่วมมือกันมากขนาดนี้ ซึ่งก็เป็นปรากฏการที่วิเศษที่สุด ที่เกิดได้ในยุคนี้ ก็ต้องขอขอบคุณท่านนายกฯ รองนายกฯ และภาคเอกชนทุกคน วันนี้น่าภูมิใจมาก ซึ่งจากระยะที่ 1 และก้าวสู่ระยะที่ 2 มีภาคเอกชนเข้ามาร่วมโครงการฯ เพิ่มขึ้นเป็น 3 เท่า เริ่มต้นมี เพียง 12 บริษัท แต่วันนี้ เพิ่มอีก 21 รวมเป็น 33 บริษัทที่มาร่วมสนับสนุน วันนี้ถือว่าเกินเป้าที่วางไว้แล้ว ส่งผลถึงลูกหลานของเราจริง ๆ การปฏิรูปจะไม่เกิดประโยชน์หากคิดแต่นามธรรม การศึกษาหากจะให้เปลี่ยนจริงๆจะต้องส่งผลถึงลูกหลานของเรา ถึงครู ถึงโรงเรียนต่างๆและโรงเรียนร่วมพัฒนา ทำให้เกิดการปฏิรูปการศึกษาอย่างเป็นระบบในทุกมิติ ทั้งจากส่วนกลางและระดับพื้นที่”

ขณะที่ นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ และประธานคณะกรรมการบริหาร บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น ในฐานะหัวหน้าทีมภาคเอกชน โครงการสานพลังประชารัฐ ด้านการศึกษาพื้นฐานและการพัฒนาผู้นำ กล่าวว่า “โครงการสานพลังประชารัฐ คอนเน็กซ์-อีดี ในระยะที่ 1 ถือว่า ประสบความสำเร็จ สามารถตอบโจทย์ยุทธศาสตร์หลักของโครงสร้างการขับเคลื่อนประเทศ ตามแนวทางสานพลังประชารัฐ ทั้งด้านการพัฒนาคุณภาพคน ลดความเหลื่อมล้ำ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน สร้างผู้นำรุ่นใหม่จากองค์กรเอกชนผู้ร่วมก่อตั้ง ที่ต่างทุ่มเท เสียสละ และเปี่ยมไปด้วยพลังแห่งศรัทธา ในการร่วมกันขับเคลื่อนโครงการดังกล่าวให้บรรลุตามเป้าหมาย ทั้งนี้ ภาคเอกชน ยังยืนยันที่จะสานต่อโครงการอย่างต่อเนื่อง โดยระยะที่ 2 นี้ (2561 - 2562) จะมุ่งเน้น “การสร้างวัฒนธรรมการมีส่วนร่วมด้านการศึกษา” ซึ่งเป็นที่น่ายินดีที่ปีนี้ ได้ต้อนรับอีก 21 องค์กรชั้นนำ ที่จะมาเสริมทัพ ร่วมขับเคลื่อนคอนเน็กซ์-อีดี ในมิติต่างๆ ให้สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น ทั้งด้านงบประมาณ องค์ความรู้เฉพาะทาง และบุคลากรที่องค์กรได้ส่งผู้นำรุ่นใหม่ (School Partners) รวม 1,000 คน เพื่อเข้าร่วมปฏิบัติภารกิจในระยะที่  2 นี้ 

“ภาคเอกชนมีความมั่นใจที่ภาครัฐเปิดกว้างให้ภาคเอกชนเข้ามาขับเคลื่อนในการมีส่วนร่วมพัฒนาการสร้างวัฒนธรรมการมีส่วนร่วมด้านการศึกษา ซึ่งการขับเคลื่อนในระยะที่ 2 นี้ จะประสบความสำเร็จอย่างแน่นอนในการพัฒนาการศึกษาไทยให้เกิดความยั่งยืนอย่างแท้จริง”

 
 
 
 
 
  •  ...............................................
    12 กันยายน 2561

 



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน