*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 3157
  • จำนวนผู้ชม : 2165646
  • จำนวนผู้โหวต : 463
  • ส่ง msg :
  • โหวต 463 คน
<< กันยายน 2018 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30            

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันศุกร์ ที่ 21 กันยายน 2561
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 326 , 16:18:39 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน สิงห์นอกระบบ โหวตเรื่องนี้

สวัสดีครับ

         ข่าวพรรคเพื่อไทย "เปิดนโยบาย-9อุดมการณ์เพื่อไทย ประกาศต่อต้านเผด็จการทุกรูปแบบ" นั้น  พรรคเพื่อไทย

หมายรวมถึงการรวมหัวกันเผด็จการทางรัฐสภาที่ตัวเองทำมาแล้วหรือเปล่า อย่างกับการแก้กฎหมายนิรโทษกรรมสุดซอย

'ลักหลับ' ตอนตีสี่ เป็นต้น

 

 

ดอกชบา

 

 

เปิดนโยบาย-9อุดม

การณ์เพื่อไทย ประกาศต่อต้านเผด็จการทุกรูปแบบ

 

วันศุกร์ ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2561, 16.02 น.

21 ก.ย.61 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พรรคเพื่อไทย ได้เผยแพร่ร่างข้อบังคับพรรค โดยเนื้อหาสำคัญมีทั้งคำประกาศเจตนารมณ์ คำประกาศอุดมการณ์ของพรรค คำประกาศนโยบายของพรรค ที่จะกำหนดแนวทางพรรคในอนาคต รวมไปถึงการกำหนดโครงสร้างการบริหารจัดการพรรครูปแบบใหม่ โดยมีรายละเอียดดังนี้

ร่างข้อบังคับพรรคเพื่อไทย พ.ศ.2561

คำประกาศเจตนารมณ์

ข้อบังคับพรรคเพื่อไทย ฉบับนี้ เป็นผลมาจากการรัฐประหาร เมื่อวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ซึ่งได้มีการยกเลิกรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.๒๕๕๐ ต่อมา เมื่อวันที่ ๖ เมษายน ๒๕๖๐ และวันที่ ๘ ตุลาคม ๒๕๖๐ ได้มีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ๒๕๖๐ และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.๒๕๖๐ ตามลำดับผลจากกรณีดังกล่าว ทำให้พรรคเพื่อไทย มีความจำเป็นต้องยกเลิกข้อบังคับพรรคเพื่อไทย พ.ศ.๒๕๕๑ ซึ่งมีผลใช้บังคับอยู่ในขณะนั้น และตราข้อบังคับฉบับนี้ขึ้นใช้บังคับแทน เพื่ออนุวัต  ให้เป็นไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญและพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ พ.ศ.๒๕๖๐ ข้อบังคับฉบับนี้จึงตราขึ้นบนพื้นฐานและบริบทของการที่จำเป็นต้องทำให้เป็นไปตามบทบัญญัติของกฎหมาย แม้กฎหมายดังกล่าวจะมิได้มีที่มาโดยแนวทางประชาธิปไตยก็ตาม

เนื่องจากสถานการณ์ที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน พรรคการเมืองมีข้อจำกัดในการดำเนินกิจกรรมทางการเมือง ประชาชนถูกจำกัดสิทธิเสรีภาพในการแสดงออก พรรคการเมืองและประชาชนขาดโอกาสในการมีส่วนร่วมทางการเมืองที่จะแก้ไขปัญหาต่างๆ ให้บรรลุผลตามที่ตั้งใจได้ พรรคเพื่อไทยจึงขอประกาศว่า พรรคมีความมุ่งมั่นที่จะดำเนินการฟื้นฟูประเทศในทุกด้าน ให้ประชาชนมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ มีสิทธิ เสรีภาพ และความเสมอภาคอย่างแท้จริงนำประเทศไปสู่ความเป็นประชาธิปไตย ปัญหาความยากจน ความเหลื่อมล้ำ และปัญหาเศรษฐกิจของประเทศจะต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน กฎหมายและกระบวนการยุติธรรมต้องเป็นไปตามมาตรฐานสากล และหลักนิติธรรม การบริหารราชการแผ่นดินและการปฏิบัติหน้าที่ราชการต้องเป็นไปอย่างโปร่งใสมีธรรมาภิบาล ประเทศมีความรักความสามัคคี ซึ่งการบรรลุผลสัมฤทธิ์ตามเจตนารมณ์ดังกล่าว ต้องอาศัยความร่วมมือของประชาชน ในทุกภาคส่วนและมวลสมาชิกทุกท่านที่จะต้องสร้างเจตนารมณ์ร่วมกัน เพื่อนำพาประเทศไปสู่เป้าหมายดังกล่าว และร่วมกันป้องกัน และต่อต้านการรัฐประหาร

พรรคเพื่อไทยจึงขอให้สมาชิกพรรคทุกคนได้ร่วมแรงร่วมใจที่จะปฏิบัติหน้าที่ร่วมกันเพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ตามเจตนารมณ์ของพรรคอันจะนำมาซึ่งประโยชน์และความผาสุกของประชาชนและประเทศชาติสืบไป

คำประกาศอุดมการณ์ทางการเมือง

(๑) ยึดมั่นในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

(๒) ยึดถือว่าประชาชนเป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย มุ่งมั่นในการสร้างประชาธิปไตยที่แท้จริง ต่อต้านเผด็จการทุกรูปแบบ

(๓) ยึดมั่นในการพัฒนาที่ยั่งยืน ระบบเศรษฐกิจแบบเสรี เป็นธรรม และเป็นประโยชน์ต่อคนส่วนใหญ่ ขจัดการผูกขาด สร้างความรุ่งเรือง และความมั่นคงทางเศรษฐกิจ เพิ่มพูนความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

(๔) ขจัดความยากจน ลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความเสมอภาค และความเป็นธรรมทางเศรษฐกิจ การเมือง สังคม และความมั่นคงของมนุษย์ ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน

(๕) มุ่งพัฒนาพรรคให้เป็นสถาบันการเมืองของประชาชนอย่างแท้จริง

(๖) มุ่งมั่นสร้างระบบการเมืองของประเทศให้เป็นการเมืองของประชาชน เป็นรัฐประชาชน มิใช่รัฐราชการ สร้างเสริมให้ประชาชนชาวไทยมีความรู้ความเข้าใจในการอยู่ร่วมกันบนอุดมการณ์ และวัฒนธรรมประชาธิปไตย

(๗) ยึดมั่นในการดำเนินการทางการเมืองด้วยความซื่อสัตย์สุจริต มีธรรมาภิบาล ป้องกันการทุจริตประพฤติมิชอบทุกรูปแบบ

(๘) มุ่งสร้างความสามัคคีปรองดอง เคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิเสรีภาพ ความเสมอภาคของบุคคล ยึดมั่นในสันติวิธี หลักสิทธิมนุษยชน และหลักนิติธรรม

(๙) สร้างประเทศไทยให้มีบทบาทโดดเด่นและสร้างสรรค์ในเวทีโลก เคารพกฎหมาย และพันธะกรณีระหว่างประเทศ สร้างสันติภาพ ความเข้าใจ ความเมตตาปรารถนาดีต่อกัน โดยไม่มีการแบ่งแยกเชื้อชาติ ศาสนา

นโยบายพรรค

ในบริบทของโลกที่มีความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในทุกมติ ทั้งด้านด้านเทคโนโลยี และความก้าวหน้าของนวัตกรรม ภูมิรัฐศาสตร์ของโลก เศรษฐกิจ การค้าและการเมืองระหว่างประเทศ  รวมทั้งการเปลี่ยนแปลงทางภูมิอากาศของโลก ซึ่งประเทศไทยต้องปรับตัวให้ทันการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ที่ผ่านมาประเทศได้เผชิญกับความท้าทายภายในประเทศในหลายๆ ด้าน ทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจและสังคม การพัฒนาประชาธิปไตยไม่ต่อเนื่อง มีการรัฐประหารหลายครั้งการเมืองขาดเสถียรภาพ มีปัญหาการทุจริตและประพฤติมิชอบในภาครัฐการบริหารงาน ขาดประสิทธิภาพระบบราชการมีขนาดใหญ่และขาดความคล่องตัว สัดส่วนงบประมาณส่วนใหญ่ยังเป็นงบประจำ จนทำให้เหลืองบเพื่อการพัฒนาน้อย การจัดสรรงบประมาณไม่สอดคล้องกับความจำเป็นของประเทศ การบริหารงานภาครัฐยังเป็นแบบรวมศูนย์และขาดการกระจายอำนาจ มีกฎหมายล้าหลังจำนวนมาก การบังคับใช้กฎหมายไม่เป็นไปตามหลักนิติธรรม ยังมีการละเมิดสิทธิมนุษยชน เศรษฐกิจยังไม่เติบโตเต็มศักยภาพ มีความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคม การกระจายรายได้ยังไม่ทั่วถึงและเป็นธรรม รายได้ต่อหัวประชากรยังต่ำ ประเทศยังมีปัญหาเรื่องความยากจน ประชาชนจำนวนมากยังเข้าไม่ถึงโอกาสทางสังคม ความรู้ ทุนและที่ดินทำกิน ความเจริญยังกระจุกตัวในเมืองใหญ่ ขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศยังอยู่ในอันดับที่ไม่น่าพอใจ โครงสร้างพื้นฐานยังไม่สมบูรณ์ต้นทุนในการคมนาคมขนส่งและโลจิสติกส์ยังสูงกว่าหลายประเทศ พลังงานส่วนใหญ่ยังต้องนำเข้า มีต้นทุนที่สูง และยังขาดประสิทธิผลในการใช้ คุณภาพและความเหลื่อมล้ำทางการศึกษายังเป็นปัญหา นอกจากนั้นสังคมไทยยังมีปัญหาเรื่องคุณธรรมและจริยธรรม สิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติถูกทำลายจนลดน้อยลง โดยเฉพาะทรัพยากรป่าไม้ มีปัญหาในการจัดการทรัพยากรน้ำอย่างเป็นระบบ น้ำท่วมน้ำแล้งยังคงเป็นปัญหาซ้ำซาก ยาเสพติดยังเป็นภัยคุกคามสังคม

ในบริบททางเศรษฐกิจนั้น พลวัตรของโลกส่งผลให้ประเทศไทยจำต้องปรับตัวเพื่อการดำรงอยู่อย่างมีศักดิ์ศรีและมีบทบาทที่สร้างสรรค์บนเวทีโลก ประเทศไทยมีระบบเศรษฐกิจ ที่เชื่อมโยงกับเศรษฐกิจโลก ดังนั้น การทำให้ประเทศมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลกจำเป็นต้องมีการพัฒนาและยกระดับระบบเศรษฐกิจภายในประเทศให้มีความเข้มแข็งและมั่นคง และสร้างความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้นในระบบเศรษฐกิจ รวมทั้งต้องยกระดับความสามารถ ในการแข่งขัน พัฒนาด้านนวัตกรรมและการมียุทธศาสตร์การพัฒนาที่มีวิสัยทัศน์ของภาครัฐ โดยเฉพาะบทบาทภาครัฐที่มีลักษณะเป็นผู้สนับสนุนและผู้สร้างสภาวะที่เอื้อให้ภาคเอกชน เป็นหลักในการพัฒนา

พรรคเพื่อไทยเห็นว่าในการสร้างเศรษฐกิจให้เข้มแข็งมั่นคงและกระจายความมั่งคั่งให้ทั่วถึง และเป็นธรรมนั้น เศรษฐกิจฐานรากเป็นหัวใจสำคัญต่อการสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจภายในประเทศ พรรคเพื่อไทยมุ่งมั่นที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากอย่างเหมาะสม และมีประสิทธิภาพ ลดความเหลื่อมล้ำและกระจายทรัพยากรและอำนาจอย่างเหมาะสม โดยให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการพัฒนาตนเองและท้องถิ่นของตนมากขึ้น ส่งเสริมให้เกิดการแข่งขันอย่างเสรีและเป็นธรรม โดยป้องกันการผูกขาดของผู้ประกอบการรายใหญ่

พรรคเพื่อไทยมุ่งสร้างประเทศให้พร้อมรองรับเทคโนโลยีสมัยใหม่ในทุกมิติ การเข้าสู่ภาวะสังคมสูงวัย ประกอบกับกับอัตราการเกิดที่มีแนวโน้มต่ำลงจะสร้างปัญหาให้ภาคการผลิตของประเทศในอนาคต การส่งเสริมการผลิตแรงงานที่สอดคล้องกับความต้องการของภาคการผลิตจึงเป็นสิ่งที่สำคัญ และยังต้องส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและโครงสร้างเศรษฐกิจใหม่ที่ใช้เทคโนโลยี ในการขับเคลื่อนเพื่อทดแทนปัญหาการขาดแคลนแรงงาน

พรรคเพื่อไทยปรารถนาที่จะเห็นประเทศไทยมีการพัฒนาประชาธิปไตยอย่างต่อเนื่อง การเมืองมีเสถียรภาพ ประชาชนมีส่วนร่วมทางการเมือง ประเทศยึดมั่นในหลักนิติรัฐ นิติธรรม และสิทธิมนุษยชน การบริหารงานภาครัฐมีธรรมาภิบาลและประสิทธิภาพ ประเทศมีความสามารถในการแข่งขันเพิ่มขึ้นในทุกมิติ เศรษฐกิจเติบโตอย่างยั่งยืนและมั่นคงต่อเนื่อง มีการกระจายรายได้และความเจริญอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม ประชาชนมีรายได้เพียงพอในการดำรงชีพประเทศ มีทรัพยากรธรรมชาติที่สมบูรณ์และมีสิ่งแวดล้อมที่ดี มีความปรองดองสมานฉันท์ของคนในชาติ สังคมเข้มแข็ง มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ประชาชนมีชีวิตที่มั่นคง สามารถเข้าถึงการศึกษาคุณภาพระดับโลกได้ตลอดชีวิต ประชาชนมีทักษะและสมรรถนะที่จำเป็นในศตวรรษที่ ๒๑ ได้รับบริการและดูแลจากภาครัฐที่มีประสิทธิภาพ เท่าเทียมและเป็นธรรมประชาชนมีงานทำ ดำรงชีวิตอย่างมีศักดิ์ศรีและทำมาหาเลี้ยงชีพด้วยความสะดวกตามกฎหมายมีสิทธิเสรีภาพ มีความเสมอภาค มีคุณภาพชีวิตและสุขภาวะที่ดีและมีความสุข ประเทศมีวัฒนธรรมประเพณีที่ดีงาม มีศักดิ์ศรีและโดดเด่นในเวทีโลก อีกทั้งมีความสัมพันธ์ที่ดีกับประเทศเพื่อนบ้านและมิตรประเทศอื่นๆ

พรรคเพื่อไทยยึดมั่นในอุดมการณ์และหวังในผลสัมฤทธิ์ของนโยบาย เพื่อหวังให้นโยบายต่างๆ ของพรรคได้ส่งผลต่อการแก้ปัญหาของประเทศและประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม

 

ไร้คู่แข่ง! ภูมิใจไทยชู‘อนุทิน’เป็นหัวหน้า ส่งชิงนายกฯชื่อเดียว

ไร้คู่แข่ง! ภูมิใจไทยชู‘อนุทิน’เป็นหัวหน้า ส่งชิงนายกฯชื่อเดียว

วันศุกร์ ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2561, 14.31 น.

ไร้คู่แข่ง! ภูมิใจไทยชู‘อนุทิน’เป็นหัวหน้า ส่งชิงนายกฯชื่อเดียว

21 ก.ย.61 นายศุภชัย ใจสมุทร รองเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย(ภท.) กล่าวถึงการประชุมพรรคที่จะมีขึ้นในวันที่ 24 ก.ย. และ 2 ต.ค.61 ว่า เป็นการประชุมเพื่อแก้ไขข้อบังคับพรรคและตั้งกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด ซึ่งพรรคยังเสนอชื่อของนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย รวมไปถึงการเสนอชื่อนายอนุทินสู่บัญชีรายชื่อนายกรัฐมนตรีของพรรค แนวโน้มเพียงชื่อเดียวจาก 3 รายชื่อเพื่อเป็นนายกรัฐมนตรีด้วย ซึ่งสมาชิกพรรคล้วนให้ความเชื่อมั่นว่านายอนุทิน จะนำพรรคไปสู่ความสำเร็จได้ เพราะรู้จักปัญหาประเทศ เป็นนักบริหาร และมีความตั้งใจดี 

นายศุภชัย ยังกล่าวถึงแนวคิดในการพัฒนาประเทศของพรรคภูมิใจไทย ว่า เท่าที่ทราบจะเป็นการนำแนวคิดของนายอนุทิน มาต่อยอด บวกกับการพัฒนานโยบายเดิมที่พรรคเคยนำเสนอมาในการเลือกตั้งก่อนหน้า อาทิ เรื่องแก้ปัญหา กยศ. และปรับแก้กฎหมายให้สอดคล้องกับการดำเนินชีวิตของประชาชน โดยระหว่างนี้ ทางสมาชิกของพรรคกำลังหารือกับทีมนักวิชาการ และทีมยุทธศาสตร์เพื่อหานโยบายที่ดีที่สุดมานำเสนอแก่ประชาชนในเวลาที่เหมาะสม   

“การแก้ไขปัญหาหนี้กองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา หรือ กยศ. พรรคเคยนำเสนอมาแล้วตั้งแต่ปี 2557 แต่ถึงวันนี้ยังไม่มีการแก้ไข และกลายมาเป็นปัญหาสังคม เพราะผู้กู้จำนวนมากต้องจ่ายหนี้ จ่ายเบี้ยปรับ จนไม่สามารถตั้งเนื้อตั้งตัวได้ บางรายกลายเป็นคนมีคดีติดตัว ถูกคัดแยกออกไปจากสังคม ทางพรรคให้ความสนใจกับปัญหาดังกล่าว และกำลังหาแนวทางช่วยเหลือที่ไม่กระทบสภาวะการคลัง พร้อมไปกับการตีกรอบให้ กยศ. ยังมีสภาพเป็นบริการสาธารณะ” รองเลขาฯภท. กล่าว

ปชป.ชลบุรีแตกแล้ว‘ประมวล’ทิ้งประชาธิปัตย์ หันซบภูมิใจไทย

ปชป.ชลบุรีแตกแล้ว‘ประมวล’ทิ้งประชาธิปัตย์ หันซบภูมิใจไทย

วันศุกร์ ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2561, 12.58 น.

21 ก.ย.61 นายสาธิต ปิตุเตชะ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.)กล่าวยอมรับว่า ขณะนี้มีอดีต ส.ส.ภาคตะวันออกที่ลาออกไปแล้วสองคน คือ นายประมวล เอมเปีย อดีตส.ส.ชลบุรี และนายธวัชชัย อานามพงษ์ อดีตส.ส.จันทบุรี อย่างไรก็ตามไม่มีความกังวลเกี่ยวกับการจัดตัวผู้สมัคร หากบุคคลที่ปรากฏชื่อไปพบกับกลุ่มสามมิตรจะลาออกจากพรรค เพราะมีบุคลากรที่จะทดแทนได้

ข่าวแจ้งว่า นายประมวล ตัดสินใจไปสังกัดพรรคภูมิใจไทย โดยได้เข้าพบนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เพื่ออำลาแล้ว ส่วนนายธวัชชัย ซึ่งก่อนหน้านี้เคยประกาศว่าจะไปลงสมัครส.ส.ในนามพรรครวมพลังประชาชาติไทย เพื่อช่วยนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ทำงานการเมืองนั้น เปลี่ยนใจไปสังกัดพรรคพลังประชารัฐแล้ว

‘ทักษิณ-ประวิตร-ประยุทธ์’โดนหมด!‘ทอม’เหลืออด อัดคลิปนี้ฟังแล้วต้อง‘สะอึก’

‘ทักษิณ-ประวิตร-ประยุทธ์’โดนหมด!‘ทอม’เหลืออด อัดคลิปนี้ฟังแล้วต้อง‘สะอึก’

วันศุกร์ ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2561, 07.05 น.

‘ทักษิณ-ประวิตร-ประยุทธ์’โดนหมด!‘ทอม’เหลืออด อัดคลิปนี้ฟังแล้วต้อง‘สะอึก’

นายจุลภาส (ทอม) เครือโสภณ นักบริหารธุรกิจชื่อดัง โพสต์คลิปวิดีโอผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว "Tom Julpas Kruesopon" เมื่อวันที่ 20 ก.ย.61 ที่ผ่านมา กล่าวถึงการตอบโต้ระหว่างนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ กับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ที่ครบ 12 ปีรัฐประหารว่า ตกลงประเทศไทยยังเหลือผู้ใหญ่อยู่หรือไม่ กระแนะกระแหนกันอยู่ได้ระหว่างนายทักษิณ ชินวัตร กับกลุ่มรัฐบาลนี้ ตนว่าทั้งสองฝ่ายนี้คงต้องทำตัวโตๆกันหน่อย เพราะตอนนี้เหมือนกับเด็ก 5 ขวบ ทะเลาะกันบนสนามเด็กเล่น

“นายทักษิณก็ทวิตเข้ามา ประวิตรก็ตอบโต้ทันที นักข่าวเขียนอะไร ประยุทธ์ก็โมโหเหมือนกับเด็ก 7 ขวบ คุมอารมณ์กันไม่อยู่เลย นี่มันประเทศชาตินะครับ ส่วนพวกคุณเป็นผู้ใหญ่ ประเทศไทยไม่ใช่สนามเด็กเล่น พอกันเถอะ” นายทอม กล่าว

นายทอม กล่าวอีกว่า ตนเห็นด้วยกับนายทักษิณ ที่เขียนมาว่าเราต้องมาเริ่มเจรจาหรือคุยกันแล้ว แต่อยากบอกนายทักษิณว่า การที่เขียนมาอย่างนี้ก็ต้องเริ่มต้นมาจากตัวเองก่อนด้วย  ส่วนพล.อ.ประวิตร  และพล.อ.ประยุทธ์ ก็ต้องรู้ว่าผ่านการรัฐประหารมา 12 ปีแล้ว ประเทศไทยก็มีทั้งพัฒนาขึ้นและถอยหลังก็มีเยอะ มันไม่มีอะไรเลวไปหมด หรือดีไปหมดหรอก

“แต่สิ่งที่สำคัญคือพวกคุณต้องโตกันได้เลย เพราะประเทศนี้ก็คือชีวิตของผม ภรรยาผม และลูกๆของผม และมันคือชีวิตของคนไทยทุกๆคน แต่พวกคุณเล่นกันเหมือนอะไรก็ไม่รู้ มาทะเลาะกันเหมือนเด็ก 5 ขวบ” นายทอม กล่าวทิ้งท้าย

 

 
'หมอธี'สร้างความเข้าใจ ร.ร.นานาชาติ ชี้หากใช้มาตรฐานสากลประเมินต้องได้ตามเกณฑ์

'หมอธี'สร้างความเข้าใจ ร.ร.นานาชาติ ชี้หากใช้มาตรฐานสากลประเมินต้องได้ตามเกณฑ์

วันศุกร์ ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2561, 15.42 น.

“หมอธี” สร้างความเข้าใจ ร.ร.นานาชาติ  ถึงเกณฑ์ประเมินคุณภาพการศึกษา ชี้ หากใช้มาตรฐานสากลประเมิน จะต้องทำให้ได้ตามเกณฑ์ที่ประกาศ ย้ำเด็กไทยเรียนร.ร.นานาชาติเยอะจึงต้องทำให้ได้มาตรฐาน

21 ก.ย.61 นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) บรรยายพิเศษ เรื่อง “การประกันคุณภาพการศึกษา” ในการประชุมสามัญประจำปี สมาคมโรงเรียนนานาชาติ ที่โรงแรม เรเนซองส์ ราชประสงค์ โดยมีนางอุษา สมบูรณ์ นายกสมาคมโรงเรียนนานาชาติ และผู้บริหารโรงเรียนนานาชาติ เข้าร่วมรับฟัง

นพ.ธีระเกียรติ กล่าวภายหลังการบรรยายพิเศษ ว่า ในวันนี้ ได้มาทำความเข้าใจถึงเกณฑ์การประเมินและการประกันคุณภาพการศึกษารูปแบบใหม่ ในโรงเรียนนานาชาติ เพื่อการกระดับคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนนานาชาติ ซึ้งเป็นการทำความเข้าใจเหมือนกับโรงเรียนไทยทั่วๆไป ถึงภาระต่างๆที่ไม่จำเป็นในการประเมินและการประกันคุณภาพการศึกษา ซึ่งบัดนี้ ได้รับการแก้ไขเกณฑ์การประเมินในกลุ่มของโรงเรียนนานาชาติเรียบร้อยแล้ว เพื่อให้ทางโรงเรียนได้ใช้เวลาไปในการจัดการเรียนการสอนได้อย่างเต็มที่  ซึ่งระบบการประเมินใหม่นี้จะช่วยให้โรงเรียนพัฒนาเพิ่มขึ้น 

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวต่อว่า ตามกฏกระทรวงใหม่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ จะต้องประกาศเกณฑ์มาตรฐานการประเมินและการประกันคุณภาพ ซึ่งในส่วนของโรงเรียนนานาชาติ จะใช้มาตรฐานขององค์กรต่างประเทศที่เป็นที่ยอมรับและได้มาตรฐานสากล  โดยภายใน 1-2 สัปดาห์นี้ ตนจะประกาศใช้ ดังนั้น เมื่อประกาศใช้เกณฑ์มาตรฐานสากลที่เป็นที่ยอมรับแล้ว โรงเรียนก็จะต้องทำให้ได้ตามมาตรฐานนั้น ๆและผลักดันให้โรงเรียนนานาชาติที่ยังไม่ได้มาตรฐาน ต้องใช้มาตรฐานสากลในการประเมิน โดยที่ฝ่ายประเมินจะต้องไปดูว่าตรงไหนที่ยังขาดก็ต้องเพิ่มเติมให้ได้คุณภาพตามมาตรฐานการศึกษาที่เป็นจริง  

ซึ่งก่อนนี้ผู้ประเมินไปคิดกันเองว่ามาตรฐานควรจะเป็นอย่างนี้  จึงทำให้กลุ่มโรงเรียนนานาชาติเดือดร้อน เพราะโรงเรียนนานาชาติใช้มาตรฐานต่างประเทศ แต่ไทยเราบอกมาตรฐานนี้ใช้ไม่ได้ จะต้องใช้แบบโรงเรียนไทยซึ่งก็คงไม่ใช่  และโรงเรียนนานาชาติในประเทศไทยส่วนใหญ่คนไทยเข้าไปเรียนเยอะ จึงต้องทำมาตรฐานให้ดี การประเมินคุณภาพจึงให้ใช้มาตรฐานสากลที่เป็นที่ยอมรับในการประเมิน อย่างไรก็ตาม ในส่วนโรงเรียนเอกชนอื่นๆในระดับขั้นพื้นฐาน ก็ให้ใช้เกณฑ์การประเมินคุณภาพการศึกษาแบบเดียวกับโรงเรียนในสังกัด สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) 

“ต่อไปนี้ การประกันคุณภาพรูปแบบใหม่ ทุกอย่างจะต้องง่ายและเห็นผลจริง ไม่ใช่ทำแต่กระดาษ เต็มไปหมดเป็นภาระครู และก็ต่างคนต่างทำไปแล้วก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น” นพ.ธีระเกียรติ กล่าว

 ด้าน นางอุษา สมบูรณ์ นายกสมาคมโรงเรียนนานาชาติ กล่าวว่า ในวันนี้ นพ.ธีระเกียรติ รมว.ศึกษาธิการ  ได้แจ้งให้ที่ประชุมรับทราบแล้วว่าจะใช้มาตรฐานขององค์กรต่างประเทศที่เป็นที่ยอมรับและได้มาตรฐานสากล ในการประเมินมาตรฐานของโรงเรียนนานาชาติ  ซึ่งปกติกลุ่มโรงเรียนนานาชาติ ก็ใช้มาตรฐานขององค์กรต่างประเทศในการประเมินอยู่แล้วและเกณฑ์ก็มีมาตรฐานสูงเป็นที่ยอมรับได

 
 
 
 
 
 
 
 
ม็อบเกษตรกรยอมสลายชุมนุม 'กฤษฏา'กล่อมสมาคมแบงก์สำเร็จ แฮร์คัตยอดหนี้ลงครึ่งหนึ่ง

ม็อบเกษตรกรยอมสลายชุมนุม 'กฤษฏา'กล่อมสมาคมแบงก์สำเร็จ แฮร์คัตยอดหนี้ลงครึ่งหนึ่ง

วันพฤหัสบดี ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2561, 18.14 น.

กฤษฏา กล่อมสมาคมธนาคาร สำเร็จ แฮร์คัตยอดหนี้ ร้อยละ50 ช่วยปลดหหนี้สินเกษตรกรกว่า 692ราย 430 ล้านบาท ม็อบเกษตรกร พอใจยอมสลายการชุมนุม จัดรถส่งกลับภูมิลำเนา”

20 ก.ย. 61 ที่บริเวณหน้ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เครือข่ายหนี้สินเกษตรกรสมาชิกกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร(กฟก.) พร้อมด้วยเครือข่ายหนี้สินชาวนาภาคกลาง กว่า 200 คน ได้ยุติการชุมนุมโดยกระทรวงฯจัดรถไปส่งภูมิลำเนา โดยนางนิสา คุ้มกอง แกนนำฯระบุว่ามีความพอใจที่นายกฤษฏา บุญราช รมว.เกษตรฯมีความจริงใจแก้หนี้ให้เกษตรกร ภายหลังที่นายกฤษฏา  ในฐานะประธานกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรเฉพาะกิจ ได้ทำบันทึกข้อตกลงการดำเนินการตามข้อเรียกร้องของกลุ่มเกษตรกรสมาชิกกองทุนฟื้นฟูฯ โดยรมว.เกษตรฯเซ็นลายชื่อยืนยันไว้เป็นลายอักษร กับแกนนำเกษตรกร และฝ่ายความมั่นคง รับที่จะดำเนินการ ดังนี้ 1.รมว.เกษตรฯจะประสานงานกับเจ้าหนี้ สถาบันการเงินกับลูกหนี้ ซึ่งเป็นเกษตรกรในการแก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตรกรกรณีหนี้เร่งด่วนก่อน ภายในวันที่ 25 ก.ย.นี้ โดยการปรับโครงสร้างหนี้ ลูกหนี้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์(ธกส.) 2.รมว.เกษตรฯจะดำเนินการแก้ไขปรับปรุง ระเบียบ หลักเกณฑ์เกี่ยวกับกองทุนฯในส่วนที่เกี่ยวข้องกับปัญหาหนี้สินกองทุนฟื้นฟูฯให้มีความชัดเจน โดยจะเชิญผู้แทนเกษตรกรมาร่วมประชุมหารือให้ได้แนวทางแก้ไขปัญหาร่วมกัน ก่อนวันที่ 8 พ.ย.นี้ ทั้งนี้รมว.เกษตรฯจะเร่งรัดให้กองทุนฟื้นฟูฯดำเนินการตามข้อตกลงข้างต้นอย่างเคร่งครัด

นายกฤษฏา กล่าวว่า ได้เสนอเรื่องการปรับโครงสร้างแก้ไขหนี้สินเกษตรกรที่เป็นสมาชิกกองทุนฟื้นฟูฯในส่วนของหนี้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธกส.) ที่ตัดหนี้ให้ 50%   ในยอดหนี้คิดดอกเบี้ยที่เหลือ MLR -3  หรือเฉลี่ย 4% ชำระภายใน 15 ปี โดยมีเกษตรกรลูกหนี้ในกลุ่มธกส. กว่า 3.6 หมื่นราย มูลหนี้ประมาณประมาณ 1.02  หมื่นล้าน โดยเป็นยอดหนี้กู้เงิน 6พันล้าน ดอกเบี้ย  4 พันกว่าล้านบาท  ทั้งนี้เสนอให้รัฐตั้งวงเงินชดเชยเผื่อหนี้สงสัยจะสูญวงเงิน  3,600 ล้านบาท โดยเรื่องเสนอเลขาธิการครม.ไปแล้ว

รมว.เกษตรฯกล่าวต่อว่า  สำหรับแนวทางการช่วยเหลือหนี้ในส่วนของธนาคารพาณิชย์นั้น หลังจากหารือหลายรอบเพื่อขอความช่วยเหลือ สมาคมธนาคารไทย ได้มีมติที่จะช่วยและวางแนวทางมา ทั้งนี้การช่วยเหลือเป็นไปตามกรอบกติกาที่ต้องรักษาวินัยการเงินการคลัง ทุกฝ่ายไม่ต้องการให้เกิดลัทธิเอาอย่าง แต่เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่แท้จริงและเดือดร้อนจริง เพราะธนาคารก็ต้องรับผิดชอบต่อลูกหนี้ เจ้าหนี้และผู้ถือหุ้นของแต่ละธนาคารด้วย ซึ่งการช่วยเหลือของธนาคารพาณิชย์สามารถดำเนินการได้ทันที ไม่ต้องเสนอครม.เพราะเป็นช่วยเหลือของแต่ละธนาคารเอง

“นายกรัฐมนตรี มอบให้กระทรวงเกษตรฯเป็นตัวกลางเร่งรัดในการเจรจากับสถาบันการเงินเจ้าหนี้ เพื่อช่วยเหลือปรับโครงสร้างหนี้สินเกษตรกรลูกหนี้ที่เป็นสมาชิกกองทุนฟื้นฟูฯที่เป็นปัญหามาเกือบ20ปี เพื่อให้เกษตรกรมีที่ดินทำกินต่อไป ทั้งนี้ธนาคารมีความกังวลว่าจะเกิดการเลียนแบบมีม็อบกลุ่มอื่นๆมากดดันเหมือนปี 52 จึงให้ธนาคารใช้ดุลพินิจพิจารณาปรับโครงสร้างหนี้ไม่เกินรายละ 2.5 ล้านบาท พร้อมมีแผนพัฒนาอาชีพให้สามารถชำระหนี้ได้ โดยดูความสามารถเกษตรกร พฤติกรรมประกอบการผ่อนชำระใหม่ด้วย โดยเกษตรกรทีได้รับการช่วยเหลือมีคุณสมบัติ เป็นสมาชิกและขึ้นทะเบียนหนี้กับกองทุนฟื้นฟูฯ เป็นหนี้เอ็นพีแอล(หนี้เสีย)จากทำเกษตรกรรม ภายใน 31 ธ.ค.2560 มีหนี้เงินต้นไม่เกิน2.5ล้านบาท มีความสามารถชำระหนี้เงินต้นกับธนาคารเจ้าหนี้ ที่เหลือ ร้อยละ50 และชะลอการดำเนินคดีทางกำหมายกับลูกหนี้จนถึงวันที่ 30 มิ.ย.2562  ผมตั้งข้อสังเกตไว้ไม่งั้นใครๆจะแห่เดินขบวนมา ซึ่งเกษตรกรที่เข้าเงื่อนไขต้องเป็นหนี้ไม่เกิน 2.5 ล้านบาท หนี้จากทำเกษตร เป็นหนี้ก่อนเดือน ธ.ค.60 แต่รายใดจะได้รับการปรับโครงสร้างหนี้ต้องดูเงื่อนไขแต่ละฝ่าย หากเกษตรกรโดนกลั่นแกล้งเข้าโครงการไม่ได้ จึงตั้งมีคณะกรรมการอุทธรณ์ของกองทุนฟื้นฟูฯ พิจารณาร่วมกับธนาคารเจ้าหนี้ กับเกษตรกรลูกหนี้”นายกฤษฏา กล่าว

นายกอบศักดิ์  ดวงดี  เลขาธิการสมาคมธนาคารไทย กล่าวว่า ของ สมาคมธนาคารไทย ได้มีมติร่วมกันที่ช่วยช่วยเหลือลูกหนี้ที่เป็นสมาชิกกองทุนฟื้นฟูฯ  ที่เป็นเอ็นพีแอล ภายใน 31 ธ.ค. 2560  เงินต้นไม่เกิน 2.5 ล้านบาทและมีวัตถุประสงค์เพื่อการเกษตร ซึ่งปัจจุบันเหลือ 600 กว่าราย อยากให้ กฟก.จัดการพิจารณาให้เร็วขึ้นต้องการให้การแก้หนี้จบตามคำขอของรมว.เกษตรฯไม่ไช่เพราะถูกม็อบปิดล้อมธนาคารครั้งนี้ทำล็อตใหญ่ในการแฮร์คัตยอดหนี้ลงร้อยละ50
 
นายณรงค์ อ่อนสะอาดที่ปรึกษารมว.เกษตรฯในฐานะดูแลเรื่องแก้ไขหนี้สินเกษตรกรก้อนนี้กล่าวว่า สมาชิกกฟก.ที่เป็นหนี้ธนาคารพาณิชย์ประมาณ 936 ราย 1,124 สัญญา มูลหนี้  2,209 ล้านบาท เป็นหนี้ที่ไม่เกิน  2.5  ล้านบาทที่เข้าเกณฑ์ช่วยเหลือ  692  ราย   812 สัญญา มูลหนี้ 430 ล้านบาท  เป็นหนี้ที่เกิน  2.5 ล้านบาทจำนวน  244  ราย  312 สัญญา มูลหนี้  1,779  ล้านบาท
สำหรับหนี้ธนาคารที่เข้าเกณฑ์ช่วยเหลือของระเบียบกองทุนฟื้นฟูฯมีจำนวน  119 ราย 138 สัญญา มูลหนี้  44 ล้านบาท ทางกฟก. ได้ตรวจสอบแล้ว จะเข้าดำเนินการเข้าซื้อหนี้ ได้ 
 
นายครรชิต  สุขเสถียร  ผู้อำนวยกองทุนช่วยเหลือเกษตรกร(กชก.) กล่าวว่า กลุ่มที่ไม่เข้าเกณฑ์ไม่ใช่เกษตรกร แต่ทำธุรกิจส่วนตัว แต่เป็นผู้ยากจน  573 ราย 674 สัญญา  มูลหนี้  385   ล้านบาท  พบว่าเป็นกลุ่มที่จะต้องมาพิจารณาว่า หนี้เกิดจากการทำการเกษตรหรือการยั่งชีพแท้จริงหรือไม่ เพื่อจะนำไปคณะกรรมการอุทธรณ์ของกฟก.ที่มีระเบียบช่วยเหลือเกษตรกรและผู้ยากจน ที่กำหนดว่าต้องมีรายได้สุทธิไม่เกิน  87,000 บาทต่อปี  จะใช้เวลาทั้งหมดประมาณ  4-5  เดือนตลอดกระบวนการ ซึ่งและได้สิทธิผ่อนชำระ 20 ปี ดอกเบี้ยปีที่ 1 คิดอัตรา  5% ปีที่ 2-3 คิด  3% ปีที่ 4 เป็นไปคิด  4%  

 ..........................................................
 
21 กันยายน 2561
 
 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
นายยั้งคิด วันที่ : 22/09/2018 เวลา : 11.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

ตอบ ความคิดเห็นที่ 1นายยั้งคิด ถูกใจสิ่งนี้ ถูกใจความคิดเห็นนี้ (1)
like เรียบร้อยแล้ว

สิงห์นอกระบบ
.......................................
ตะแกเป็นเผด็จการพลเรือน แต่อ้างว่าเป็นนักปชต. ง่ายไปหน่อยนะ

ความคิดเห็นที่ 1 นายยั้งคิด ถูกใจสิ่งนี้ (1)
สิงห์นอกระบบ วันที่ : 21/09/2018 เวลา : 23.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nfedlion

พรรคการเมืองที่มีเจ้าของคนเดียวเป็นเผด็จการปากคาบประชาธิปไตยในคราบนักเลือกตั้งอยู่แล้วครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน