*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 3157
  • จำนวนผู้ชม : 2165646
  • จำนวนผู้โหวต : 463
  • ส่ง msg :
  • โหวต 463 คน
<< ตุลาคม 2018 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31      

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพุธ ที่ 10 ตุลาคม 2561
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 130 , 19:12:33 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

สวัสดีครับ

         ถ้า "ลุงกำนัน" สุเทพ เทือกสุบรรณ ไม่ลงมือเคลื่อนไหวด้วยตัวเอง พรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) ก็คงจะแผ่ว

มากทีเดียว ประเด็นนี้ทำให้ "ลุงกำนัน" ต้องเหนื่อยหน่อยครับ

10 ต.ค.61 ที่บริเวณลานหญ้าตรงข้ามสำนักงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูล

นิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย ขึ้นเวที "ชาวพังงารวมพลังปฏิรูปประเทศ รับฟังปัญหา และเยี่ยมเยือน พี่น้อง กปปส."

โดยมี จ.ส.ต.จิรวิทย์ พวงจิตร นายเทศมนตรีตำบลท้ายเหมือง พร้อมด้วยผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น , ผู้นำท้องที่ กปปส.พังงา

และผู้ที่สนในเรื่องการเมืองเข้าร่วมกว่า 300 คน

 

มึนข่าวการเมืองหรือครับ ... ชงยาหอมกินก็ข่วยได้ครับ

'ลุงกำนัน'เดินสาย! ชวนชาวพังงาร่วม'รปช.' ยันลุยหาสมาชิกพรรคทั่วประเทศ

'ลุงกำนัน'เดินสาย! ชวนชาวพังงาร่วม'รปช.' ยันลุยหาสมาชิกพรรคทั่วประเทศ

วันพุธ ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 18.39 น.

10 ต.ค.61 ที่บริเวณลานหญ้าตรงข้ามสำนักงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย ขึ้นเวที "ชาวพังงารวมพลังปฏิรูปประเทศ รับฟังปัญหา และเยี่ยมเยือน พี่น้อง กปปส." โดยมี จ.ส.ต.จิรวิทย์ พวงจิตร นายเทศมนตรีตำบลท้ายเหมือง พร้อมด้วยผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น , ผู้นำท้องที่ กปปส.พังงา และผู้ที่สนในเรื่องการเมืองเข้าร่วมกว่า 300 คน

โดย นายสุเทพ กล่าวถึงเหตุการณ์การเคลื่อนไหวทางการเมืองของกลุ่ม กปปส.และข้อเรียกร้องที่ต้องการเห็นการปฏิรูปทางการเมืองก่อนการเลือกตั้ง ซึ่งข้อเรียกร้องสำคัญคือ ต้องการให้การเมืองและการเลือกตั้งเกิดขึ้นด้วยความบริสุทธิ์ บ้านเมืองไม่มีการทุจริตคอรัปชัน และให้มีการกระจายอำนาจลงสู่ภูมิภาคอย่างแท้จริง และปัจจุบันทางมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทยได้จัดตั้งวิทยาลัยอาชีวะศึกษาต้นแบบที่เกาะสมุย พร้อมกับตั้งสำนักงานทนายความเพื่อให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ กปปส.ที่ถูกดำเนินคดีทั่วประเทศนับร้อยคน

จากนั้น นายสุเทพ กล่าวถึงการจัดตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) ซึ่งตนเองจะไม่รับตำแหน่งใดๆ ภายในพรรค ขออยู่เป็นลุงกำนัน เคียงข้างกับพี่น้องประชาชน และเมื่อมีการปลดล็อกทางการเมือง ตนเองสร้างรถนอนไว้แล้ว 1 คัน พร้อมที่จะออกเดินสาย แบบค่ำที่ไหน นอนที่นั่น เพื่อชักชวนให้พี่น้องประชาชนทั่วประเทศร่วมกันเป็นเจ้าของพรรครวมพลังประชาชาติไทย แล้วจะได้ร่วมกันสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของประเทศไทย "การเมืองของประชาชน โดยประชาชน เพื่อประชาชน และเพื่อประเทศไทย"

ต่อจากนั้นนาย สุเทพ ได้เดินแจกใบสมัครเป็นสมาชิกพรรครวมพลังประชาชาติไทย ซึ่งต้องเสียค่าสมัครคนละ 365 บาท เพื่อร่วมเป็นเจ้าของพรรคด้วยกัน และได้ประกาศว่าหากพรรคได้เป็นรัฐบาลจะไม่รับตำแหน่งใดๆ ทั้งสิ้น แต่จะขอเป็นโค้ช ไว้คอยแนะนำการแก้ไขปัญหาต่างๆ ให้พี่น้องประชาชน

 
 
 
 
 
 
เป็นเจ้าบ้านที่ดี! 'บิ๊กตู่'แจ้งทุกหน่วยงานราชการยึดอัตลักษณ์ความเป็นไทย

เป็นเจ้าบ้านที่ดี! 'บิ๊กตู่'แจ้งทุกหน่วยงานราชการยึดอัตลักษณ์ความเป็นไทย

วันพุธ ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 18.45 น.

10 ต.ค.61 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงข้อสั่งการของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ว่า จากกรณีเกิดความวุ่นวาย ระหว่างนักท่องเที่ยวและเจ้าหน้าที่สนามบิน และมีการพยายามเสนอข้อมูลข่าวสารว่า เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวน้อยลง แต่เมื่อตรวจสอบแล้ว พบว่าจำนวนนักท่องเที่ยวไม่ได้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ในที่ประชุม พล.อ.ประยุทธ์ ต้องการให้ทุกหน่วยงานราชการ แจ้งไปยังเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วน ให้ร่วมกันสร้างความชัดเจน ใน 3 เรื่อง ได้แก่ 1.ธรรมชาติของประเทศไทย อาทิ ทะเล ชายหาด ที่สวยงามแม้หลายประเทศจะมีภูมิประเทศลักษณะเดียวกัน แต่ด้วยสภาพอากาศ ในช่วงการท่องเที่ยวนับว่าประเทศไทยค่อนข้างได้เปรียบประเทศอื่น ขอให้ทุกคนร่วมกันรักษาธรรมชาติของประเทศไทยไว้ เพื่อให้เป็นจุดขายด้านการท่องเที่ยว

พล.ท.สรรเสริญ กล่าวว่า 2.อาหารไทย เนื่องจากอาหารไทยเป็นอาหารที่เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง พล.อ.ประยุทธ์ ต้องการให้คนรุ่นใหม่ ได้อนุรักษ์อาหารไทยเอาไว้ และ 3.ความสุขของคนไทย ที่มีมาอย่างยาวนาน ในปี 2562 ประเทศไทยจะเป็นประธานอาเซียน คนไทยต้องมีมิตรไมตรี แก่ประชาชนจากประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก โดยการทำตัวเป็นเจ้าบ้านที่ดี

"การเป็นประธานอาเซียนไม่ได้หมายความเพียงแค่ คนไทย ยิ้มง่าย ไหว้สวย แต่ต้องมีความรอบรู้ในเรื่องต่าง โดยเฉพาะกลุ่มประเทศอาเซียน อาทิ การเชื่อมโยงอย่างไร้รอยต่อ ทั้งการค้าขาย การเดินทาง การท่องเที่ยว ลดอุปสรรคในการติดต่อให้ได้มากที่สุด พล.อ.ประยุทธ์ จึงสั่งการให้ทุกหน่วยงาน ยึด 3 เรื่องนี้ เป็นหลักในการกำหนดกิจกรรมที่เจ้าหน้าที่ราชการต้องปฏิบัติ เพื่อรักษาไว้ซึ่งจุดเด่น 3 ประการต่อไป" โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุ 

‘ครม.’ ผ่านร่างกม.ป้องกันการทารุณสัตว์ เตรียมจับ ‘หมา-แมว’ ตีทะเบียน

‘ครม.’ ผ่านร่างกม.ป้องกันการทารุณสัตว์ เตรียมจับ ‘หมา-แมว’ ตีทะเบียน

วันพุธ ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 18.10 น.

10 ต.ค.61  พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมครม. ว่า ครม.มีมติเห็นชอบตามที่ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอ ร่างพ.ร.บ.ป้องกันการทารุณกรรม และการจัดสวัสดิภาพสัตว์ สืบเนื่องจากปัญหาสัตว์จรจัด ที่ส่งลกระทบแก่คนและสภาพสังคม ที่ผ่านมา พ.ร.บ.ป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ.2557 ยังไม่ปรากฎว่า มีบทบัญญัติข้อใดที่ระบุว่า พี่น้องประชาชนต้องมีการควบคุมทางทะเบียนต่อสัตว์เลี้ยงของตัวเอง ทำให้เกิดปัญหาการทอดทิ้งสัตว์เลี้ยงเป็นจำนวนมาก 

ซึ่งร่างพรบ.ดังกล่าว เน้นย้ำเรื่องการควบคุมทางทะเบียนเพื่อความรับผิดชอบแก่เจ้าของสัตว์เลี้ยง รวมทั้งเพิ่มบทบาทหน้าที่หน่วยงานราชการส่วนท้องถิ่น ในการออกข้อบัญญัติต่างๆ เพื่อให้เกิดการขึ้นทะเบียนสัตว์ โดย ส่วนราชการท้องถิ่น จะเป็นผู้ออกข้อบัญญัติต่างๆ ในการขึ้นทะเบียนสัตว์เลี้ยง และเก็บค่าธรรมเนียม ค่าปรับอันเกิดจากประชาชนในพื้นที่ท้องถิ่นนั้นไม่ปฏิบัติตามข้อบัญญัติข้างต้น หากมีบุคคลใดฝ่าฝืน จะมีระวางโทษปรับไม่เกิน 25,000 บาท 

“ร่างพ.ร.บดังกล่าวใช้กับสัตว์ทุกประเภท อย่างไรก็ตาม ส่วนราชการท้องถิ่นจะเป็นผู้ออกข้อบัญญัติปลีกย่อย โดยเน้นที่สุนัขและแมวก่อน เพื่อเป็นการคุ้มครองและป้องกันไม่ให้เกิดการทารุณกรรมสัตว์ โดยผู้เลี้ยงต้องจัดสวัสดิภาพให้สัตว์อย่างดี โดยไม่ปล่อยออกมาสร้างความเดือดร้อนแก่ผู้อื่น”

ปปง.สั่งอายัดทรัพย์'พ.ต.ท.สันธนะ'กับพวก12รายการ มูลค่า4ล้านบาท

ปปง.สั่งอายัดทรัพย์'พ.ต.ท.สันธนะ'กับพวก12รายการ มูลค่า4ล้านบาท

วันพุธ ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 17.03 น.

10 ต.ค.61 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เว็บไชต์สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ได้เผยแพร่คำสั่งคณะกรรมการธุรกรรมที่ ย.168/2561 ลงวันที่ 1 ก.ย.2561 เรื่อง ยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดไว้ชั่วคราว  พ.ต.ท.สันธนะ ประยูรรัตน์ กับพวก รวม 12 รายการ ราคาประเมินทั้งสิ้นประมาณ 4,183,179 บาท ประกอบด้วย 1.รถยนต์ ยี่ห้อ TOYOTA แบบ VELLFIRE 2.4 สีดำ หมายเลขทะเบียน ฆศ 474 กรุงเทพมหานคร 2.รถยนต์ ยี่ห้อ TOYOTA แบบ ESTIMA สีดำ หมายเลขทะเบียน ศก 4774 กรุงเทพมหานคร 3.รถยนต์ ยี่ห้อ BMW แบบ 318/4 สีเทา หมายเลขทะเบียน 7 กญ 6488 กรุงเทพมหานคร 4.รถยนต์ ยี่ห้อ TOYOTA สีขาวน้ำตาล หมายเลขทะเบียน ฮค 1210 กรุงเทพมหานคร 5.รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล ยี่ห้อ TOYOTA แบบ HILUX สีเทา หมายเลขทะเบียน ถม 2856 กรุงเทพมหานคร

6.รถยนต์ ยี่ห้อ HONDA แบบ CITY สีขาว หมายเลขทะเบียน ฎบ 3689 กรุงเทพมหานคร 7.รถยนต์ ยี่ห้อ HONDA แบบ CIVIC สีเทา หมายเลขทะเบียน 6กก 6793 กรุงเทพมหานคร 8.รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล ยี่ห้อ TOYOTA แบบ SOLUNA สีเทา หมายเลขทะเบียน ชล 6939 กรุงเทพมหานคร 9.รถยนต์ ยี่ห้อ HONDA แบบ ACCORD สีน้ำเงิน หมายเลขทะเบียน ฉข 3471 กรุงเทพมหานคร 10.โฉนดที่ดินเลขที่ 28796 ต.บ้านใหญ่ อ.เมือง จ.นครนายก เนื้อที่ 2 งาน 11.โฉนดที่ดินเลขที่ 28798 ต.บ้านใหญ่ อ.เมือง จ.นครนายก เนื้อที่ 2 งาน และ 12.เงินในบัญชีฝากธนาคารกสิกรไทย สาขาไอที สแควร์

สืบเนื่องเมื่อวันที่ 8 พ.ค.61 น.ส.มินท์ฐิตา ศิรพันธ์โภคิน กับพวก มีอาชีพประกอบการค้าขาย อยู่บริเวณตลาดแอร์พอร์ตหรือตลาดใหม่ดอนเมือง ถนนเชิดวุฒากาศ  แขวงและเขตดอนเมือง กรุงเทพฯ เข้าร้องทุกข์ต่อ สน.ดอนเมือง ให้ดำเนินคดีกับ พ.ต.ท.สันธนะ กับพวก ในข้อหาความผิดอาญาร่วมกันกรรโชกทรัพย์ เรียกเก็บเงินเป็นรายเดือน เดือนละ 1,000 บาท ถึง 2,500 บาท โดยแอบอ้างว่าเก็บเพื่อเป็นค่าคุ้มครองหรือเงินค่าอำนวยความสะดวก ตั้งแต่ประมาณเดือน เม.ย.59 จนถึงประมาณเดือน เม.ย.61 โดยมากันครั้งละ 1 - 5 คน สะพายกระเป๋าและสวมใส่เสื้อคลุม และมีพฤติการณ์ในลักษณะข่มขู่ กดดันผู้ประกอบการค้า ทั้งนี้ หากผู้ประกอบการอาชีพค้าขายรายใดไม่ยอมจ่ายเงินก็จะได้รับความเดือดร้อนในชีวิตหรือได้รับความไม่สะดวกในทางการค้า ผู้ประกบอการอาชีพค้าขายเกิดความกลัวจึงจำต้องยอมมอบเงินที่เรียกเก็บให้กับ พ.ต.ท.สันธนะ กับพวก

ต่อมาพนักงานสวบสวน สน.ดอนเมือง ได้ขออนุมัติศาลออกหมายจับกลุ่มผู้กระทำผิดฐานร่วมกันกรรโชกทรัพย์ โดยเมื่อวันที่ 11 พ.ค.61 ศาลอาญาได้ออกหมายจับในความผิดฐานร่วมกันกรรโชกทรัพย์ เฉพาะแต่เพียง พ.ต.ท.สันธนะ ผู้ต้องหารายเดียว และจับกุมตัวได้เมื่อวันที่ 12 พ.ค.61 บริเวณหน้าบ้านเลขที่ 219 ซอยห้างสรรพสินค้าคริสตัลปาร์ค ถ.ประดิษฐ์มนูธรรม แขวงและเขตลาดพร้าว กรุงเทพฯ นำตัวส่ง สน.โชคชัย ดำเนินการ อันเป็นลักษณะความผิดมูลฐานเกี่ยวกับการกรรโชกตามประมวลกฎหมายอาญาอันมีลักษณะเป็นปกติธุระ ตามมาตรา 3 (18) แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542

ในการประชุมคณะกรรมการธุรกรรม ครั้งที่ 11/2561 มีมติมอบหมายเจ้าพนักงานตรวจสอบธุรกรรมหรือทรัพย์สินเกี่ยวกับการกระทำความผิดราย พ.ต.ท.สันธนะ กับพวก รวมทั้ง จากการรวบรวมพยานหลักฐานปรากฎว่าบุคคลดังกล่าวได้ไปซึ่งทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด จำนวน 12 รายการ พร้อมดอกผล และเนื่องจากทรัพย์สินเป็นสังหาริมทรัพย์ประเภทรถยนต์และอสังหาริมทรัพย์ประเภทที่ดินตามโฉนด อาจดำเนินการโอนเปลี่ยนแปลงชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์หรือผู้ครอบครอง หากไม่ได้มีออกคำสั่งให้ยึดและอายัดทรัพย์สินดังกล่าวไว้ชั่วคราว เมื่อเจ้าของหรือผู้่มีส่วนได้เสียดำเนินการโอน จำหน่าย ยักย้าย ปกปิด หรือซ่อนเร้นทรัพย์สินดังกล่าว และหากต่อมาศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน สำนักงาน ปปง.อาจไม่สามารถติดตามทรัพย์สินกลับคืนมาได้ จึงมีคำสั่งยึดและอายัดทรัพย์สิน จำนวน 12 รายการ พร้อมดอกเบี้ย มีกำหนดไม่เกิน 90 วัน

ในกรณีผู้ซึ่งถูกยึดและอายัดทรัพย์หรือผู้มีส่วนได้เสียในทรัพย์ดังกล่าวประสงค์จะขอให้เพิกถอนคำสั่งยึดและอายัดทรัพย์ ให้ยื่นคำขอร้องพร้อมหลักฐานที่แสดงว่าเงินหรือทรัพย์ที่ถูกยึดอายัดนั้นไม่ใช่ทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดต่อเลขาธิการ ปปง.ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งหรือทราบคำสั่งนี้

เกษตรฯเข้มคอนแทรคฟาร์มมิ่ง เดินหน้าพัฒนาระบบพันธสัญญา มุ่งสร้างความเป็นธรรมเกษตรกร พลิกการเกษตรไทยสู่ความยั่งยืน

วันพุธ ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

นายพีรพันธ์ คอทอง ผู้ช่วยปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รองโฆษกกระทรวงเกษตรฯ เปิดเผยถึงความก้าวหน้าและการขับเคลื่อนกฎหมายเกษตรพันธสัญญา (คอนแทรคฟาร์มมิ่ง) ว่า คณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาระบบเกษตรพันธสัญญาได้มีผลการดำเนินการดังนี้ 1) เพื่อให้การใช้กฎหมายสามารถปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม จึงได้ออกประกาศหลักเกณฑ์ตามที่พระราชบัญญัติฯ ที่มีความจำเป็นต่อการปฏิบัติงานเรียบร้อยแล้วจำนวน 4 ฉบับ อาทิ หลักเกณฑ์และวิธีการแจ้งประกอบธุรกิจ เพื่อให้มีรายละเอียดวิธีการขั้นตอนการจดแจ้งการประกอบธุรกิจ เป็นต้น และอยู่ในระหว่างการพิจารณา อีก 2 ฉบับ ทั้งนี้ หากมีความจำเป็นเพิ่มเติมก็สามารถพิจารณาออกประกาศได้อีก ตามสภาวะและสถานการณ์ในอนาคต 2)มีผู้ประกอบการสนใจและแสดงเจตนารมณ์ มาขอแจ้งการประกอบธุรกิจและขึ้นทะเบียนผู้ประกอบธุรกิจทางการเกษตรแล้ว 187 ราย และมีเกษตรกรที่อยู่ในระบบเกษตรพันธสัญญา กว่า 2 แสนราย ซึ่งเป็นการทำเกษตรพันธสัญญาผลิตด้านพืช เช่น อ้อยโรงงาน การผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวโพด การผลิตมันฝรั่ง การผลิตพืชผัก การผลิตไก่เนื้อ ไก่ไข่ การผลิตปลานิล และปลาทับทิม เป็นต้น

3)ได้รับเรื่องร้องเรียนเพื่อให้กระทรวงเกษตรฯ ดำเนินการไกล่เกลี่ยและยุติข้อพิพาท จำนวน 2 เรื่อง โดยสามารถการทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันแล้วทั้งจำนวน 2 เรื่อง ทั้งนี้ในการประชุมเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา คณะกรรมการได้มีมติมอบหมายให้ทำการศึกษาและจัดทำสัญญาแนะนำเพื่อเผยแพร่ให้ผู้ที่เกี่ยวข้องนำไปใช้ ซึ่งขณะนี้ได้ดำเนินการจัดทำสัญญาแนะนำเบื้องต้นและเผยแพร่ในเว็บไซต์สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์บางส่วนแล้ว อย่างไรก็ตาม ได้มอบหมายจัดทำสัญญาแนะนำเพิ่มเติมอีก เพื่อให้มีรูปแบบสัญญาที่หลากหลายและครอบคลุมการผลิตผลิตผลหรือบริการทางการเกษตรในแต่ละชนิด และจะเสนอคณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาระบบเกษตรพันธสัญญาให้ความเห็นชอบและส่งเสริมการนำไปใช้ต่อไป

อย่างไรก็ตาม กฎหมายฉบับนี้ เป็นกฎหมายที่ออกมาเพื่อสร้างความเป็นธรรม และควบคุมการทำสัญญา ทั้งกลุ่มเกษตรกรและผู้ประกอบการ อาทิ ในมาตรา 20 ของกฎหมายได้มีข้อกำหนดในเชิงควบคุมการทำสัญญาเพื่อดูแลให้การจัดทำสัญญาเกิดความเป็นธรรมกับคู่สัญญาทั้ง 2 ฝ่าย ที่ในสัญญาจะต้องมีรายละเอียด เช่น การระบุราคาและวิธีการคำนวณวัตถุดิบและผลผลิตกำหนดอย่างไร และใช้ราคา ณ เวลาใด วันและสถานที่ส่งมอบ เป็นต้น

สำหรับแผนการดำเนินงานในระยะต่อไป ได้แก่ 1) การจัดทำแผนการพัฒนาระบบเกษตรพันธสัญญา เพื่อเสนอคณะรัฐมนตรีให้การเห็นชอบ ภายใน 4 เดือน 2) การสร้างความรู้ ความเข้าใจ ให้แก่บุคลากรของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เกษตรกร ผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องรับทราบอย่างต่อเนื่อง และการขอความร่วมมือผู้ประกอบธุรกิจทางการเกษตรจัดส่งร่างสัญญาให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เก็บไว้ เพื่อเป็นข้อมูลในการตรวจสอบ ซึ่งจากการตรวจสอบร่างสัญญาจากผู้ประกอบธุรกิจทางการเกษตรในเบื้องต้น ยังไม่พบร่างสัญญาที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดของพระราชบัญญัติฯ ทั้งนี้ ผู้ประกอบธุรกิจทางการเกษตรหรือเกษตรกรรายใดที่มีข้อสงสัยเกี่ยวกับการทำสัญญาในระบบเกษตรพันธสัญญา สามารถขอรับคำปรึกษาได้ที่สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาระบบเกษตรพันธสัญญา สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โทรศัพท์ 0-2281-5955 ต่อ 354 สายด่วนโทร. 1170 หรือได้ที่เจ้าหน้าที่ของกระทรวงเกษตรฯ เกษตรตำบล/เกษตรอำเภอ/ ปศุสัตว์อำเภอ/ สหกรณ์อำเภอ ที่อยู่ใกล้บ้านท่าน

 

‘ไทยนิยม ยั่งยืน’หนุนสหกรณ์กองทุนสวนยางบ้านสะท้อน  สร้างตลาด-สู่การค้าระหว่างประเทศ

‘ไทยนิยม ยั่งยืน’หนุนสหกรณ์กองทุนสวนยางบ้านสะท้อน สร้างตลาด-สู่การค้าระหว่างประเทศ

วันพุธ ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

โครงการไทยนิยม ยั่งยืน เป็นโครงการที่ช่วยสนับสนุนและเพิ่มศักยภาพให้สหกรณ์สามารถพัฒนากิจกรรมของสหกรณ์ให้มีความเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น โดยการจัดสรรงบประมาณสนับสนุนผ่านทางกรมส่งเสริมสหกรณ์ ให้แก่สหกรณ์เพื่อพัฒนาสหกรณ์ต่อไป

สหกรณ์กองทุนสวนยางบ้านสะท้อน จำกัด จังหวัดจันทบุรี ได้รับการจัดสรรงบประมาณจากโครงการไทยนิยม ยั่งยืน จำนวน 8,541,000 บาท และสหกรณ์จ่ายสมทบอีก 9,490,000 บาท เพื่อเพิ่มศักยภาพการรวบรวมการแปรรูปยางพารา ให้มีประสิทธิภาพได้มาตรฐาน และรวดเร็ว ตอบสนองความต้องการของตลาดได้เป็นอย่างดี โดยอุปกรณ์ที่ได้รับการสนับสนุน คือ อุปกรณ์ตีฟองเพื่อการแปรรูปหมอนยางพารา ขนาด 120 ลิตร จำนวน 2 ชุด และเครื่องอบแห้งผลิตภัณฑ์แบบคลื่นวิทยุ พร้อมตู้อบลมร้อน ขนาด 40 Kw. จำนวน 1 ชุด

นายนิพนธ์ เลาห์กิติกูล ประธานสหกรณ์กองทุนสวนยางบ้านสะท้อน จำกัด เล่าว่า เมื่อก่อนยางพาราราคาไม่ค่อยดี และชาวบ้านส่วนใหญ่มีอาชีพทำแปลงมันสำปะหลัง ต่อมารัฐบาลส่งเสริมการปลูกยาง จึงทำให้มีสวนยางเกือบหมื่นไร่ แต่เป็นการทำสวนยางเป็นแบบต่างคนต่างทำ จึงทำให้มีปัญหาเรื่องอำนาจการต่อรองราคากับพ่อค้าคนกลาง สำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง (สกย.) ได้มีงบประมาณสร้างโรงงานยางแผ่นรมควันให้กับหมู่บ้าน เมื่อปี 2542 โดยให้รวมตัวกันเป็นสหกรณ์ เพื่อนำน้ำยางดิบจากสมาชิกมาแปรรูปยางแผ่น ปัจจุบันมีสมาชิก 109 ราย และหลังจากที่มีโรงงานยางแผ่นรมควัน พ่อค้าก็เข้ามาซื้อน้ำยางสดเพิ่มขึ้นเช่นกัน ทำให้สหกรณ์มีน้ำยางสดน้อย กอปรกับสมาชิกบางรายเริ่มทำยางแผ่นเอง สหกรณ์ฯเห็นว่าการรับซื้อแต่น้ำยางอย่างเดียวไม่สามารถสร้างรายได้เท่าที่ควร จึงเริ่มทำการรวบรวมยางแผ่นดิบและทำตลาดประมูลยาง โดยประมูลอาทิตย์ละ 1 ครั้ง ทุกวันจันทร์ ช่วงแรกมีรายได้ดีมาก เกือบ 100 ตันต่อวัน เฉลี่ยประมาณ 2,000 กว่าตันต่อปี

แต่เนื่องจากราคายางตกต่ำ สหกรณ์ฯจึงเปลี่ยนจากการรวบรวมยางแผ่นให้โรงงานอย่างเดียว เป็นทำการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์หมอนยางพารา โดยช่วงแรกที่เริ่มผลิตหมอนยางพารานั้น สหกรณ์ได้มีการจัดซื้ออุปกรณ์ เครื่องมือต่างๆ โดยมีทุนตั้งต้น 1 ล้านบาท ซื้อเครื่องจักร 650,000 บาท ที่เหลือเป็นทุนหมุนเวียน เช่น น้ำยางข้น ค่าแรงงาน และซื้อวัสดุอื่นๆ ผลิตหมอนได้ 50 ใบต่อวัน ซึ่งผลิตภัณฑ์หมอนยางพาราของสหกรณ์ได้รับการตอบรับจากตลาดเป็นอย่างดี มีการสั่งสินค้าอย่างต่อเนื่อง จนทำให้ผลิตสินค้าไม่ทัน จึงได้ทำการซื้อเครื่องตีโฟมเพิ่มอีก 1 ชุด ทำให้ผลิตได้เพิ่มขึ้นเป็น 100 ใบต่อวัน แต่ก็ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด

ต่อมามีการประสานความร่วมมือกับสหกรณ์เครือข่าย ในการผลิตและจำหน่ายกับคู่ค้าเอกชน ภายใต้แบรนด์ “เอราวัณ” และแบรนด์อื่นๆ เพื่อผลิตสินค้าประเภทหมอนยางพารา ส่งขายประเทศจีน และขายให้กับกลุ่มนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางมาเที่ยวเมืองไทย มียอดจำหน่ายอยู่ที่หลักพันใบ และยังมีช่องทางการตลาด online shop channel และ TV direct อีก จำนวนยอดขายในช่องทางนี้ก็อยู่ที่หลักพันใบเช่นกัน

ขณะนี้สหกรณ์ฯ ได้รับอุปกรณ์ตีฟองเพื่อการแปรรูปหมอนยางพารา ขนาด 120 ลิตร จำนวน 2 ชุด เรียบร้อยแล้ว ยังคงเหลือเครื่องอบแห้งผลิตภัณฑ์แบบคลื่นวิทยุ พร้อมตู้อบลมร้อน ขนาด 40 Kw. จำนวน 1 ชุด ซึ่งนำเข้าจากอิตาลี คาดว่าจะได้ประมาณเดือนพฤศจิกายน 2561 นี้ ซึ่งงบประมาณจากโครงการไทยนิยม ยั่งยืน ทำให้สหกรณ์ฯ มีอุปกรณ์ เครื่องมือ ที่มีประสิทธิภาพและทันสมัยมากขึ้น สามารถรองรับการผลิตได้คราวละมากๆ จากที่เคยผลิตได้คราวละ 40-50 ใบ ก็เพิ่มเป็นคราวละ 80-100 ใบเลยทีเดียว จากการที่สหกรณ์ฯ ผลิตหมอนยางพาราได้เพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้สามารถจำหน่ายผลิตภัณฑ์ได้ตามความต้องการของตลาด มีการใช้น้ำยางพาราเพิ่มมากขึ้น ทำให้สมาชิกขายน้ำยางได้มากขึ้น ส่งผลให้มีรายได้เพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีการขยายกลุ่มแม่บ้านที่รับจ้างเย็บปลอกหมอนให้กับสหกรณ์จากเดิม 15 ครัวเรือน ขณะนี้มีมากกว่า 30 ครัวเรือนแล้ว

ถือได้ว่า โครงการไทยนิยม ยั่งยืน นี้ สร้างความสุขให้กับสมาชิกสหกรณ์ฯ เป็นอย่างมากเพราะทำให้สมาชิกมีรายได้เพิ่มมากขึ้น และสหกรณ์ฯ ยังสามารถขยายตลาดหมอนยางพาราได้อีกมากในอนาคต

 
 
...........................................................
 
10 ตุลาคม 2561


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน