*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 3267
  • จำนวนผู้ชม : 2202431
  • จำนวนผู้โหวต : 482
  • ส่ง msg :
  • โหวต 482 คน
<< ตุลาคม 2018 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31      

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพฤหัสบดี ที่ 11 ตุลาคม 2561
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 200 , 18:54:57 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

สวัสดีครับ

         ภาคใต้ พื้นที่ด้ามขวานประเทศไทย ตามข่าวรายงานว่ามีหลายพรรคที่เล็งเป็นเป้าหมายคะแนนเสียงเลือกตั้งคราวหน้า

ล่าสุดมีข่าว 'กำนันสุเทพ' จัดโต๊ะจีนเพื่อ 'พบปะสังสรรค์' ดังท้ายนี้

“ลุงกำนัน”เดินสายพบปะแนวร่วมกปปส.ในพื้นที่จังหวัดกระบี่  มีอดีตแกนนำ และอดีตนักการเมืองในพื้นที่ให้การต้อนรับ อบอุ่น  เผยรอเพียงกกต.รับรองพรรค ก็จะเปิดตัวผู้สมัครในพื้นที่ตั้งเป้าส.ส.50ที่นั่ง ยอมรับหวั่นระบอบทักษิณคืนชีพ

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 11 ต.ค.61 นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย และผู้ร่วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย(รปช.) ได้เดินทางมาพบปะกับแนวร่วมกปปส.ในพื้นที่หวัดกระบี่ โดยมีการจัดโต๊ะจีนเลี้ยงอาหารเที่ยง จำนวน 37 โต๊ะ ที่โรงแรมบุญสยาม อ.เมือง จ.กระบี่   

สินค้าขายดียามนี้ ใช้ทาขมับบรรเทาอาการวิงเวียนศรีษะ

 

หวั่นระบอบทักษิณคืนชีพ! ‘เทพเทือก’จัดโต๊ะจีน ลุยพบปะกปปส.กระบี่ (ชมคลิป)

หวั่นระบอบทักษิณคืนชีพ! ‘เทพเทือก’จัดโต๊ะจีน ลุยพบปะกปปส.กระบี่ (ชมคลิป)

วันพฤหัสบดี ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 18.15 น.

“ลุงกำนัน”เดินสายพบปะแนวร่วมกปปส.ในพื้นที่จังหวัดกระบี่  มีอดีตแกนนำ และอดีตนักการเมืองในพื้นที่ให้การต้อนรับ อบอุ่น  เผยรอเพียงกกต.รับรองพรรค ก็จะเปิดตัวผู้สมัครในพื้นที่ตั้งเป้าส.ส.50ที่นั่ง ยอมรับหวั่นระบอบทักษิณคืนชีพ

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 11 ต.ค.61 นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย และผู้ร่วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย(รปช.) ได้เดินทางมาพบปะกับแนวร่วมกปปส.ในพื้นที่หวัดกระบี่ โดยมีการจัดโต๊ะจีนเลี้ยงอาหารเที่ยง จำนวน 37 โต๊ะ ที่โรงแรมบุญสยาม อ.เมือง จ.กระบี่  

ทั้งนี้มีอดีตนักการเมืองประดับชาติ และนักการเมืองท้องถิ่น อาทิ นายสาคร เกี่ยวข้อง อดีต สส.กระบี่ พรรคประชาธิปัตย์ นายป้อมเพชร สุคนธกนิฐ อดีตแกนนำ กปปส.จ.กระบี่ นายชวน ภูเก้าล้วน ประธานสภาการศึกษาจ.กระบี่ นักการเมืองท้องถิ่น และประชาชนในพื้นที่ จ.กระบี่ ประมาณ 200 คน เข้าร่วมให้การต้อนรับ บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก

นายสุเทพฯ ได้กล่าวปราศรัยทักทายอดีตแกนนำ กปปส.และประชาชนที่ร่วมกันต่อสู้กันมา ในช่วงขับไล่รัฐบาลอดีตนายกฯยิ่งลักษ์ ชินวัตร เมื่อปี 2556-57 ก่อนที่จะแยกย้ายกันกลับสู่ภูมิลำเนากลับมาปฏิบัติภารกิจของแต่ละคน บางคนมีคดีความติดตัว พร้อมเชิญชวนให้ร่วมสนับสนุนพรรครปช. ซึ่งเป็นพรรคที่เกิดขึ้นจากความต้องการของประชาชนในการปฏิรูป

นายสุเทพ ยังกล่าวว่า การลงพื้นที่จ.กระบี่ครั้งนี้ ในฐานะประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนฯ และผู้ร่วมก่อตั้งพรรครปช.เพื่อมาพบปะพี่น้องประชาชนประชาชนในพื้นที่ เพื่อพูดคุยเรื่องการปฏิรูปประเทศหลังการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้น ที่ผ่านมาประชาชนเรียกร้องให้มีการปฏิรูปประเทศใน 5 ประเด็นสำคัญ ประกอบด้วย การปฏิรูปการเมือง ประชาชนต้องการเห็นการเมืองเพื่อประชาชนคนไทย และต้องบริสุทธิ์ยุติธรรม ไม่มีการใช้อำนาจเพื่อประโยชน์ของใครคนใดคนหนึ่ง

“เป็นที่น่ายินดีว่าการปฏิรูปการเมืองได้เดินไปในระดับหนึ่งแล้ว เรื่องที่สอง เรื่องการปราบปรามการคอรัปชั่น สามการกระจายอำนาจการปกครองให้ท้องถิ่น สี่การปฏิรูปการศึกษา เพื่อแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำในสังคม และห้า ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม ซึ่งคสช.ดำเนินการไปแล้วในบางเรื่อง แต่ยังมีประเด็นต่อเนื่องที่ต้องทำ” นายสุเทพ กล่าว

นายสุเทพ กล่าวอีกว่า หากไม่มีการขับเคลื่อนจากภาคประชาชน การปฏิรูปต่างๆ ก็จะไม่สำเร็จ ตนจึงต้องลงพื้นที่เพื่อทำความเข้าใจกับประชาชนว่าให้เตรียมความพร้อม เมื่อถึงเวลาต้องรวมพลังกัน เพื่อผลักดันให้เกิดการปฏิรูปเป็นผลสำเร็จ โดยหลังจากนี้ตนจะลงพื้นที่ทุกจังหวัด ส่วนเรื่องของพรรครปช.นั้น ตอนนี้รอเพียงกระบวนการรับรองจากกกต.เพื่อให้เป็นพรรคที่สมบูรณ์ตามกฎหมาย หลังจากนั้นตนก็จะร่วมกับประชาชน ออกเคลื่อนไหวในทางการเมืองอย่างเต็มที่ และจะมีการสรรหาว่าที่ผู้สมัครที่ประชาชนเป็นผู้เลือกต่อไปโดยทางพรรคจะไม่มีการใช้วิธีการทาบทามตัวผู้สมัครแต่อย่างใด

ส่วนนโยบายของพรรค รปช.นั้น และขอยืนยันว่า จะไม่เป็นกรรมการบริหารพรรคจะไม่มีตำแหน่งใดๆในพรรค แต่จะเป็นเพียงผู้ร่วมจัดตั้ง นอกจากนี้ตนยืนยันว่าจะไม่ลงสมัครรับเลือกตั้งทั้งระบบเขต และระบบบัญชีรายชื่อ แม้ว่าพรรคจะได้มีโอกาสร่วมรัฐบาล ตนก็จะไม่รับตำแหน่งใดๆในคณะรัฐบาล การออกมาเคลื่อนไหวทางการเมืองครั้งนี้ ตนทำเพื่อประโยชน์ส่วนรวมของประเทศไทย

“ผมยังมีความมั่นใจว่าพรรครปช.จะมีสมาชิกเข้าสภาฯ ได้ไม่น้อยกว่า 50 คน  และที่สำคัญระหว่างที่ผมเดินทางไปพบประชาชนตามจังหวัดต่างๆ ก็มีประชาชน ถามเรื่องปัญหาสินค้าการเกษตรจำนวนมาก ซึ่งเรื่องนี้ทางพรรคก็ได้ให้ความสำคัญ  และได้มีนโยบายแนวทางแก้ปัญหาไว้แต่ ตอนนี้ยังไม่ขอเปิดเผย “ นายสุเทพ กล่าว

นอกจากนี้นายสุเทพยังได้ ยอมรับว่า ยังมีความกังวลถึงระบอบทักษิณที่อาจจะกลับมามีอำนาจอีกครั้งตนและประชาชน ไม่ต้องการเห็นระบอบทักษิณกลับมามีอำนาจเหนือการเมืองในประเทศไทยอีกต่อไป เพราะประสบการณ์ที่ผ่านมา ระบอบทักษิณ ทำร้ายประเทศไทยไว้มาก ประชาชนจึงต้องตื่นตัวตลอดเวลา

ส่วนกรณีการเลือกหน.พรรค ปชป. ที่หลายคนออกมาบอกว่าตน หนุนหลัง นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม นั้น นายสุเทพ กล่าวว่า ตนอยากบอกว่าตนลาออกจากพรรค ปชป.และลาออกจากการเป็นส.ส.มาตั้งแต่ปี 2556 ตนเป็นคนมีมารยาท จะไม่ไปแทรกแซงเรื่องภายในของพรรค แต่ยอมรับว่ามีความสัมพันธ์ส่วนตัวกับหลายคนในพรรค ที่เคยออกมาต่อสู้ร่วมกันในนาม กปปส. ซึ่งก็มี นพ.วรงค์ เป็นกำลังสำคัญของ กปปส. ขึ้นเวทีเปิดโปงเรื่องรับจำนำข้าวของรัฐบาลในขณะนั้น ซึ่งประชาชนหลายคนชื่นชอบ

“ผมเองก็ชื่นชอบในการทำหน้าที่ของนพ.วรงค์ ที่ต่อสู้เพื่อผลประโยชน์ประเทศ หลังจากนั้นก็ไปบวชด้วยกันกับตนที่วัดสวนโมกข์ ถือเป็นการรู้จักกันส่วนตัว วันนี้ นพ.วรงค์ ลงสมัคร หน.พรรค ผมเองก็ไม่สามารถลงคะแนนให้ได้ แม้จะเป็นเพื่อน เพราะไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคไปแล้ว” นายสุเทพ กล่าว

 
 
 
 
 
 
 
กกต.แต่งตั้งผู้ตรวจการเลือกตั้งทั่วประเทศแล้วเหลือ603คน

กกต.แต่งตั้งผู้ตรวจการเลือกตั้งทั่วประเทศแล้วเหลือ603คน

วันพฤหัสบดี ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 18.18 น.

11 ต.ค.61 ผู้สื่อข่าวรายงานจากสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่า นายณัฏฐ์ เล่าสีห์สวกุล รองเลขาธิการ กกต.ได้มีหนังสือแจ้งไปยังผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดทุกจังหวัด และกรุงเทพมหานคร ให้ทราบว่า นายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต.ได้ลงนามในคำสั่ง กกต.ที่ 64/2561 เรื่องการแต่งตั้งผู้ตรวจการเลือกตั้งแล้ว โดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 29 พ.ร.ป.ว่าด้วย กกต.2560 และข้อ 20 ของระเบียบ กกต.ว่าด้วยผู้ตรวจการเลือกตั้ง 2561 ประกอบมติ กกต.เมื่อวันที่ 2 ต.ค.และ 8 ต.ค.เห็นควรให้แต่งตั้งผู้ตรวจการเลือกตั้ง ทั้ง 77 จังหวัด รวม 603 คน ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 10 ต.ค.เป็นต้นไป และให้บัญชีรายชื่อดังกล่าว มีระยะเวลา 5 ปี นับแต่มีคำสั่ง และให้สำนักงาน กกต.จังหวัด แจ้งให้ผู้ได้รับการแต่งตั้งรับทราบและเตรียมเข้ารายงานตัวเพื่อฝึกอบรม

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 1 ส.ค.ที่ผ่านมา นายศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต.ในขณะนั้น ได้มีการประกาศรายชื่อ ผู้ได้รับการคัดเลือกเป็นผู้ตรวจการเลือกตั้งจังหวัดละ 8 คน รวม 616 คน และได้ให้สำนักงาน กกต.จังหวัดทั่วประเทศ ปิดประกาศเพื่อให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการเสนอข้อมูล หรือข้อร้องเรียนเกี่ยวกับคุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม และพฤติการณ์ของผู้ได้รับการคัดเลือกมายัง กกต.ซึ่งการพิจารณาของ กกต.ชุดปัจจุบันก็ได้มีการคัดเลือกไว้ 603 คน ซึ่งทำให้ทุกจังหวัดไม่ได้มีผู้ตรวจการเลือกตั้งจำนวนไม่เท่ากัน แต่จะไม่น้อยกว่า 5 - 8 คน

จับต่างด้าวคารถโดยสารขนซากเสือโคร่ง-ไม้กฤษณาอ้างซื้อมาจากชายแดนตาก

จับต่างด้าวคารถโดยสารขนซากเสือโคร่ง-ไม้กฤษณาอ้างซื้อมาจากชายแดนตาก

วันพฤหัสบดี ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 18.10 น.

11 ต.ค.61 เมื่อเวลา 09.30 น. นายนิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 11 พร้อมด้วยนายณรงค์ บ่วงรักษ์ ผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า นำทีมสัตวแพทย์ประจำสำนัก สบอ.11 ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรพิษณุโลก ตรวจพิสูจน์ซากเสือโคร่ง สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2561 เวลา 21.30 น. เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ สภ.เมืองพิษณุโลก ว่ามีชายต้องสงสัยเป็นคนต่างด้าวชาวญวน 2 คน ซึ่งโดยสารมากับรถโดยสารประจำทาง โดยต้นทางมาจากจังหวัดตาก มุ่งหน้าปลายทางจังหวัดมุกดาหาร ลักษณะท่าทางมีพิรุธต้องสงสัยว่ามีของผิดกฎหมาย

เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้เดินทางไปที่จุดเกิดเหตุ เข้าตรวจสอบรถโดยสารดังกล่าว พบผู้ต้องหา 2 คน ซึ่งเป็นชาวเวียดนาม จึงได้นำตัวมาตรวจสอบสัมภาระ เปิดดูภายในกระเป๋าพบของกลาง ชิ้นส่วนอวัยวะสัตว์ (เสือโคร่ง) รมควัน 16 ชิ้น เขี้ยวเสือโคร่ง 4 ชิ้น 1 ถุง เนื้อเสือโคร่งรมควัน 4 ถุง ไขมันสัตว์ 1 ขวด อวัยวะเพศสัตว์ 1 ชิ้น และชิ้นไม้กฤษณา จำนวน 1 ถุง

เบื้องต้นผู้ต้องหา ให้การว่าซื้อซากเสื้อโคร่งดังกล่าว มาจากชายแดนจังหวัดตาก และจะขึ้นรถทัวร์ไปจังหวัดมุกดาหาร เพื่อเดินทางออกจากประเทศไทยไปยังประเทศตนเอง ก่อนจะถูกเจ้าหน้าที่จับกุมไว้ก่อน จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงได้นำตัวส่งพนักงานสืบสวนสอบสวน สภ.เมืองพิษณุโลก บันทึกการจับกุมในข้อหากระทำผิดพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 ตามมาตราที่ 19, 20 ห้ามผู้ใดครอบครองหรือค้าซากสัตว์ป่าคุ้มครอง โดยเสือโคร่งเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ลำดับที่ 181 และมาตรา 29 ทวิพ.ร.บ.ป่าไม้ 2484 ห้ามผู้มีของป่าห้วงห้าม (ชิ้นไม้กฤษณา)ไว้ในครอบครอง ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ สบอ.11 ได้ทำการเก็บตัวอย่างชิ้นเนื้อ เพื่อนำไปตรวจสอบรหัสพันธุกรรม และดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ขยายผลผลิต‘ข้าวกล้อง’ส่งออก สหกรณ์เมืองลับแลต่อยอดโครงการนาแปลงใหญ่

วันพฤหัสบดี ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

จากการที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ดำเนินโครงการเกษตรแปลงใหญ่ประชารัฐ โดยใช้กลไกสหกรณ์เป็นตัวขับเคลื่อนนั้น ที่ผ่านมา กรมส่งเสริมสหกรณ์ได้มีการส่งเสริมเกษตรแปลงใหญ่ในพื้นที่สหกรณ์ โดยเข้าไปส่งเสริมให้เกิดการรวมกลุ่ม ร่วมกันคิด ร่วมกันทำ วางแผนการตลาดร่วมกัน ทำให้ต้นทุนการผลิตลดลง และมีผลผลิตเพิ่มขึ้น ที่สำคัญเป็นการเพิ่มโอกาส และขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับเกษตรกร โดยไม่ต้องพึ่งพาพ่อค้าคนกลาง ทำให้มีรายได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย

สหกรณ์การเกษตรเมืองลับแล จำกัด เป็นอีกหนึ่งสหกรณ์ที่ประสบความสำเร็จในการส่งเสริมสมาชิกผลิตข้าวกล้องเพื่อการส่งออก ผ่านโครงการนาแปลงใหญ่ตามนโยบายของรัฐบาล โดยส่งเสริมให้สมาชิกที่เข้าร่วมโครงการปลูกข้าวพันธุ์พิษณุโลก 2 กข 49 กข 47 ซึ่งเป็นพันธุ์เมล็ดยาว ผลิตเป็นข้าวกล้องเพื่อส่งขายให้กับบริษัท The Natural Growth Co.,Ltd. หรือ NGC เป็นบริษัทที่รับซื้อข้าวกล้องจากสหกรณ์เพื่อส่งออกไปยังประเทศออสเตรเลีย

นายพนม แก้วกุลศรี หัวหน้าฝ่ายรวบรวมแปรรูปและส่งเสริม สหกรณ์การเกษตรเมืองลับแล จำกัด เล่าว่า ปัจจุบันสหกรณ์การเกษตรเมืองลับแล จำกัด ส่งเสริมให้สมาชิกปลูกข้าวทั้งหมด 6,000 ไร่ โดยสหกรณ์ฯจะมีการจัดโซนแปลงปลูกข้าวของสมาชิก โดยสมาชิกที่เข้าร่วมโครงการจะต้องมีแปลงปลูกอยู่ในพื้นที่เดียวกัน ไม่กระจัดกระจาย เพื่อให้ง่ายต่อการควบคุม ดูแล ซึ่งสหกรณ์ฯจะเข้าไปสำรวจคุณภาพดินในพื้นที่สมาชิกเพื่อเตรียมให้เหมาะสมต่อการปลูกข้าวแต่ละพันธุ์ และจะเน้นให้ใส่ปุ๋ยอินทรีย์ เพราะไม่มีสารตกค้าง เพื่อให้ได้ผลผลิตตรงตามที่บริษัทต้องการ

นายพนมบอกต่ออีกว่า หลังจากสมาชิกเข้าร่วมโครงการนี้ มีชีวิตความเป็นอยู่ที่มั่นคงมากขึ้น เนื่องจากมีตลาดรองรับที่แน่นอน อีกทั้งสหกรณ์ยังรับซื้อผลผลิตในราคาที่แพงกว่าราคาท้องตลาดทั่วไป ตันละ 500 บาท นอกจากนั้น ยังมีเงินให้สมาชิกกู้ไปลงทุนก่อน ในอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 3 ต่อปี โดยให้กู้ไร่ละ 2,500 บาท ตลอดจนสนับสนุนรถหยอด รถดำข้าว ให้สมาชิกใช้ เพื่อลดการใช้เมล็ดพันธุ์ข้าว จากเดิมที่เคยใช้ประมาณ 25-30 กก.ต่อไร่ ตอนนี้ใช้ไม่เกิน8 กก.กรัมต่อไร่ และเดิมต้นทุนในการผลิตข้าวตั้งแต่เริ่มปลูกจนเก็บเกี่ยวจะอยู่ที่ 3,600 บาทต่อไร่ ปัจจุบันเหลือเพียง 2,400 บาทต่อไร่ สามารถช่วยต้นทุนลดลงได้ ไร่ละ 1,200 บาท นอกจากนี้ผลผลิตต่อไร่ก็เพิ่มขึ้นด้วย จากเดิมที่ได้เพียงไร่ละ 650 กิโลกรัม เพิ่มขึ้นเป็นไร่ละ 850-1,100 กิโลกรัมเลยทีเดียว” นายพนมกล่าว

'พ.ร.บ.เกษตรพันธสัญญา' คืบหน้าอย่างต่อเนื่อง

'พ.ร.บ.เกษตรพันธสัญญา' คืบหน้าอย่างต่อเนื่อง

วันพุธ ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 20.23 น.
 

หลังจากพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาระบบเกษตรพันธสัญญา พ.ศ.2560 มีผลใช้บังคับอย่างเป็นทางการไปเมื่อวันที่ 23 กันยายน 2560 ถึงวันนี้ก็ครบ 1 ปีกับการปฏิวัติรูปแบบการทำการเกษตรพันธสัญญา (คอนแทร็กต์ฟาร์มมิ่ง : Contract Farming) ที่บริษัทเอกชนส่งเสริมเกษตรกรปลูกพืช-เลี้ยงสัตว์ ทำสัญญาซื้อขายผลผลิตล่วงหน้าต่างเข้ามาอยู่ภายใต้กฎหมาย เพื่อการส่งเสริมการทำการเกษตรในระบบเกษตรพันธสัญญา ที่มีหลักเกณฑ์และมาตรการในการกำกับดูแลการทำสัญญาให้เกิดความเป็นธรรม ช่วยป้องกันและแก้ไขปัญหาข้อพิพาทระหว่างเกษตรกรกับผู้ประกอบธุรกิจ 

เรื่องนี้ถือว่ามีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีการประกาสแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาระบบเกษตรพันธสัญญา จำนวน 9 คน ประกอบด้วยเกษตรกร 3 คน ผู้ประกอบการธุรกิจเกษตร 3 คน และผู้เชี่ยวชาญด้านบริหารธุรกิจ เทคโนโลยีการเกษตรหรือเศรษฐศาสตร์อีก 3 คน โดยคณะกรรมการฯ มีหน้าที่กำหนดรูปแบบสัญญาแนะนำ เพื่อส่งเสริมให้ผู้ประกอบธุรกิจทางการเกษตรและเกษตรกรนำรูปแบบสัญญาดังกล่าวไปใช้ เป็นการอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจทางการเกษตรและเกษตรกร ได้เข้าถึงรูปแบบสัญญาในระบบเกษตรพันธสัญญาที่เป็นธรรม ซึ่งขณะนี้สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการฯ ให้ดำเนินการจัดทำสัญญาแนะนำเบื้องต้นและเผยแพร่ในเว็บไซต์ของสำนักฯ บางส่วนแล้ว และอยู่ระหว่างจัดทำสัญญาแนะนำเพิ่มเติม เพื่อให้มีรูปแบบสัญญาที่หลากหลายและครอบคลุมการผลิตหรือบริการทางการเกษตรในแต่ละชนิด และจะเสนอคณะกรรมการฯให้ความเห็นชอบและส่งเสริมการนำไปใช้ต่อไป 

ขณะเดียวกัน คณะกรรมการฯได้จัดตั้งสำนักงานเลขานุการคณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาระบบเกษตรพันธสัญญา ภายใต้สำนักปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อทำหน้าที่สนับสนุนการปฏิบัติงานของคณะกรรมการฯ เสนอแผนการพัฒนาระบบเกษตรพันธสัญญาต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อให้คณะกรรมการพิจารณาอนุมัติ พร้อมทั้งกำหนดแนวทางให้หน่วยงานของรัฐดำเนินการให้เป็นไปตามแผน กำหนดรูปแบบของสัญญา ส่งเสริมให้มีการทำประกันภัยในระบบเกษตรพันธสัญญา เสนอแนะหน่วยงานของรัฐให้ตราหรือแก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับการส่งเสริมและพัฒนาระบบเกษตรพันธสัญญา และให้คำแนะนำหน่วยงานของรัฐในการแก้ไขปัญหาและอุปสรรคที่เกิดขึ้นจากการทำสัญญา ปัจจุบันได้ดำเนินการออกประกาศหลักเกณฑ์ตามที่พ.ร.บ. กำหนดแล้ว 4 ฉบับ และอยู่ระหว่างดำเนินการอีก 2 ฉบับ

ที่สำคัญยังเปิดเว็บไซต์ https://www.opsmoac.go.th/contractfarming-download เพื่อเป็นจุดเชื่อมต่อทั้งสองฝ่าย และเป็นช่องทางในการชี้แจงเรื่องระบบเกษตรพันธสัญญาโดยเฉพาะ ทั้งพ.ร.บ.ส่งเสริมและพัฒนาระบบเกษตรพันธสัญญา พ.ศ. 2560 ฉบับภาษาไทยและภาษาอังกฤษ รวมถึงหลักเกณฑ์และวิธีการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทและการจัดทำสัญญาประนีประนอมยอมความ รวมถึงเอกสารที่คู่สัญญาสามารถเข้าไปศึกษาได้ตลอดเวลา ทั้งแนวปฏิบัติในการจัดทำสัญญา และตัวอย่างสัญญาแนะนำในระบบนี้ ตลอดจนข้อควรรู้ก่อนทำสัญญา สิทธิ-หน้าที่-การคุ้มครองตามพ.ร.บ. และการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทของคู่สัญญาตามพ.ร.บ. หากมีปัญาหก็ติดต่อผ่านสายด่วน 1170 

นอกจากนี้ส่วนสำคัญที่สุดของกฎหมายฉบับนี้ คือการให้ผู้ประกอบการมาขึ้นทะเบียนที่สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยปัจจุบันมีบริษัทที่ขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกอบธุรกิจทางการเกษตรที่อยู่ภายใต้กฎหมายฉบับนี้ รวม 187 ราย ทั้งผู้ประกอบการด้านพืช ด้านปศุสัตว์ ด้านเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ มีประเภทสัญญาครอบคลุมสัญญาทุกประเภท อาทิ สัญญญาจ้างเลี้ยง สัญญาประกันราคา สัญญาซื้อขายผลผลิตและปัจจัยการผลิต ส่งเสริมการปลูกพืช สัญญาการส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์ สัญญาการผลิตเมล็ดพันธุ์ สัญญาว่าจ้าง ฯลฯ 

โดยผู้ประกอบการทั้ง 187 ราย จะต้องจัดทำเอกสารสำหรับการชี้ชวนโฆษณาให้เกษตรกรมาทำสัญญาในระบบ ซึ่งเอกสารชี้ชวนนี้จะต้องมีรายละเอียดตามที่พ.ร.บ.กำหนด และบริษัทต้องร่างสัญญาให้เกษตรกรทราบล่วงหน้าเพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ ทั้งเรื่องระยะเวลาในการทำสัญญาต้องสอดคล้องกับระยะเวลาคืนทุน กำหนดราคาและวิธีการคำนวณวัตถุดิบและผลผลิต ใช้ราคา ณ เวลาใด วันและสถานที่ส่งมอบ กำหนดผู้รับความเสี่ยงภัยหากยกเว้นไม่ปฏิบัติตามสัญญากรณีเกิดเหตุสุดวิสัย การเยียวยาความเสียหาย สิทธิการบอกเลิกสัญญา และกำหนดให้ข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรมไม่สามารถใช้บังคับได้ หากเกษตรกรพอใจทำสัญญา ผู้ประกอบการต้องส่งสำเนาสัญญาและสำเนาหนังสือชี้ชวนมาที่สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรฯด้วย หากเกิดปัญหาจะได้นำมาเป็นหลักฐานพิสูจน์ข้อพิพาทได้ทันที ขณะนี้มีผู้ประกอบธุรกิจนำส่งแล้วจำนวน 52 ราย มีเอกสารสำหรับการชี้ชวน 67 เรื่อง

ส่วนภาคผู้ประกอบการก็เห็นถึงความคืบหน้าหลายๆองค์กร ที่เห็นได้ชัดคือ ซีพีเอฟที่ตื่นตัวกับเรื่องนี้ นับตั้งแต่การปรับปรุงสัญญาสัญญาตามแนวทางสากลของ UNIDROIT หน่วยงานอิสระทางกฎหมายสากลอันดับ 1 ของโลก ทำให้มีสัญญาที่มีความถูกต้อง เปิดเผย และเป็นธรรม แก่เกษตรกรในโครงการส่งเสริมอาชีพการเลี้ยงสัตว์แก่เกษตรกรรายย่อย หรือคอนแทรคฟาร์มมิ่งทั้งเกษตรกรเลี้ยงไก่-หมู-ไก่ไข่ ครบทั้ง 5,214 รายแล้ว จากสัญญาที่ดีอยู่แล้วเมื่อถูกปรับปรุงให้ดีขึ้นอีก ก็ยิ่งดีกับทั้งสองฝ่ายทั้งผู้ประกอบการและเกษตรกร 

ระบบเกษตรพันธสัญญา นับได้ว่าเป็นระบบที่จะช่วยยกระดับอุตสาหกรรมเกษตรไทยให้มีความเข้มแข็งและมั่นคงได้ และยังเป็นเครื่องมือลดความเสี่ยงให้กับเกษตรกรและผู้ประกอบการได้เป็นอย่างดี เพราะผู้รับซื้อผลผลิตก็ได้สินค้าที่มีปริมาณและคุณภาพแน่นอนตามที่ต้องการ ส่วนเกษตรกรก็ไม่มีความเสี่ยงด้านการตลาด เนื่องจากได้ราคาตามมาตรฐานคุณภาพที่กำหนด โดยมีคณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาระบบเกษตรพันธสัญญา กระทรวงเกษตรฯ ทำหน้าที่กำกับดูแลให้การทำสัญญาเกิดความเป็นธรรม 

วันนี้บ้านเรามีกฎหมายเฉพาะที่เข้ามากำกับดูแลระบบเกษตรพันธสัญญา ที่ช่วยควบคุมดูแลตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง เพื่อไม่ให้มีการโฆษณาชวนเชื่อหรือชี้ชวนจนเกินจริง มีการกำกับดูแลการทำสัญญาให้มีความชัดเจน โปร่งใส ไม่ให้เกิดการเอาเปรียบกันทั้ง 2 ฝ่าย เรียกว่า “Win-Win” กันทั้งคู่

 
 
 
 

ลุยสางปัญหาหนี้เกษตรกร เร่งสมาชิกกฟก.แสดงตัว/วางแผนพัฒนาอาชีพเสริมรายได้

วันพุธ ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

นายกฤษฎา บุญราช รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) แก้ไขปัญหาหนี้สินของเกษตรกรสมาชิกกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร โดยมีสาระสำคัญ คือ 1) ธ.ก.ส.จะดำเนินการแจ้งสาขาทั่วประเทศ เพื่อแจ้งให้เกษตรกรที่เป็นสมาชิกกองทุนฟื้นฟูฯ และเป็นลูกหนี้ที่เป็นหนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2560 ที่ได้รับสิทธิ จำนวน 36,605 ราย มาแสดงตนเพื่อแจ้งความประสงค์จะเข้าร่วมโครงการปรับโครงสร้างหนี้ใหม่ 2) ธ.ก.ส.จะให้เกษตรกรสมาชิกกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ซึ่งเป็นลูกหนี้ ธ.ก.ส. ที่มีหนี้ไม่เกิน 2.5 ล้านบาท มาทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ใหม่ โดยให้นำหนี้เงินต้นที่ยังค้างชำระมาแบ่งเป็น 2 ส่วนเท่าๆ กัน (50/50) แล้วนำหนี้ส่วนแรก (50) มาทำสัญญาใหม่ เพื่อให้โอกาสเกษตรกรมาผ่อนชำระภายในเวลาไม่เกิน 15 ปี โดย ธ.ก.ส.จะคิดดอกเบี้ยต่ำกว่าปกติ และกำหนดให้มีคณะกรรมการตรวจสอบกลั่นกรองคุณสมบัติของเกษตรกรที่จะเข้าสู่กระบวนการปรับโครงสร้างหนี้

3) ในระหว่างการผ่อนชำระหนี้ตามสัญญาใหม่นั้น กระทรวงเกษตรฯ จะร่วมกับ ธ.ก.ส. กองทุนฟื้นฟูฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดทำแผนพัฒนาอาชีพ ทั้งด้านพืช ประมง ปศุสัตว์ ตามความถนัดของเกษตรกร เพื่อให้เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการมีผลตอบแทน ที่สามารถนำมาชำระหนี้ตามสัญญาใหม่และมีเงินเหลือเพื่อการดำรงชีพอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรฯ จะประสานงานภาคเอกชนมารับซื้อผลผลิตของเกษตรกร โดยมีการทำสัญญารับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ หรือหาตลาดรองรับผลผลิตเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการด้วย และ 4) สำหรับหนี้เงินต้นส่วนหลังที่ค้างชำระอีกจำนวน 50 ส่วนและดอกเบี้ยนั้น นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้หารือร่วมกับ ธ.ก.ส. เพื่อออกระเบียบในการดำเนินการให้เกิดความเป็นธรรมกับเกษตรกรมากที่สุด ซึ่งสามารถดำเนินการได้หลายวิธีขึ้นอยู่กับความหนักเบาของสภาพปัญหาของเกษตรกรแต่ละราย ซึ่งจะได้มีการตกลงระหว่างเกษตรกรลูกหนี้กับ ธ.ก.ส.เจ้าหนี้เป็นรายๆ ไป

 ......................................................

11 ตุลาคม 2561

 

 

 



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน