*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 3216
  • จำนวนผู้ชม : 2183678
  • จำนวนผู้โหวต : 472
  • ส่ง msg :
  • โหวต 472 คน
<< พฤศจิกายน 2018 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30  

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพฤหัสบดี ที่ 8 พฤศจิกายน 2561
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 205 , 12:29:28 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน สุรศักดิ์ โหวตเรื่องนี้

สวัสดีครับ

         สมมุตนะครับ สมมุตว่าหากประเทศไทยมี 'โอ็ค' เป็นนายกรัฐมนตรีแล้วไซร้ พวกรักร่วมเพศคงสนุกสนานกันใหญ่เป็นแน่

ดังพาดหัวข่าวท้ายนี้

'โอ๊ค พานทองแท้' ดึง 'มดดำ' ร่วมพรรคไทยรักษาชาติ หวังโกยคะแนนกลุ่มคนข้ามเพศ

         ประเด็นนี้ ทำให้นึกไปถึงภาษิตที่ว่า "ไม่มีความลับในโลก" น่ะครับ แล้วประเทศไทยจะโดดเด่นขึ้นมา

ในด้าน "คนข้ามเพศ" เป็นแน่

 

 

 

จากบ้อง(ทำท่า)สู่อุตสาหกรรม

    
 

    คุยเรื่องกัญชาแล้วมันเคลิบเคล้ม 
    วันนี้ ต้องอีกซักจ๊วบ!
    เพราะเห็นรัฐบาลจริงจังที่จะสร้างมูลค่าเพิ่มจากกัญชาทางการแพทย์ นำไปสู่ความเป็นพืชอุตสาหกรรมในอนาคต
    ก็อยากนำมาบอกให้รู้กันไว้ 
    มันไม่สนุกหรอก แต่ทนสนใจกันบ้างก็ดี เพราะเรื่องนี้ มีความหมายทางการแพทย์และทางอุตสาหกรรม เป็นอนาคตประเทศเรามาก
    ๙ พ.ย.คือ พรุ่งนี้ พ.ร.บ.ที่ยกร่างใหม่ สมาชิก สนช.จะแจกแจงให้รัฐบาลฟังในสภา ว่าจะเอา-ไม่เอา
    เท่าที่ฟังรองนายกฯ "พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง" พูด ร่างใหม่ ตอบโจทย์ประเด็นกัญชาส่วนสัมพันธ์ชาวบ้านกว้างขวางขึ้น โดยมีสาระถึง
    -การขออนุญาตปลูกและผลิตในพื้นที่ควบคุม 
    -การขออนุญาตครอบครอง โดยแพทย์, เภสัชกร ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงผู้ป่วยที่จะครอบครองและพกพา 
    ต้องมีใบรับรองแพทย์ และครอบครองได้ปริมาณจำกัด  
    ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุข, อย., ป.ป.ส.จะร่วมดูแลการปลูกการใช้ประโยชน์จากกัญชา, กระท่อม แบบมีเงื่อนไข
    ครอบคลุมถึงพัฒนาสู่ความเป็นอุตสาหกรรม ที่ชาวบ้านจะมีส่วนร่วมในอนาคต
    ภายใต้การควบคุมและการอนุญาตจากทางการ
    แต่ต้องเข้าใจให้ชัด........
    ยังไงๆ กัญชา ก็ยังเป็นยาเสพติด เปิดเสรีให้ปลูก ให้มี ให้ใช้ ตามใจชอบไม่ได้ 
    พอดี เมื่อวาน (๗ พ.ย.๖๑) ทาง ป.ป.ส.ส่งเอกสารเป็นประเด็น "ปลดล็อกกัญชา" มา 
    คงด้วยเห็นว่า ผมพูดบ่อย 
    พูดโดยไม่มีฐานความรู้-ความเข้าใจถูกต้องสอดคล้องกฎหมาย อาจทำให้สาระถูกเบี่ยงเบน
    แล้วที่เบี่ยงเบนนั้น จะไปสร้างความเข้าใจผิดๆ กับคนอ่านด้วย 
    ป.ป.ส.ก็เลยให้ความรู้เป็น "ฐานข้อมูล" มา แบ่งกันอ่านนะ จะได้เป็นภูมิเรื่องกัญชาไปด้วยกัน
    ๑."ปลดล็อก" กฎหมายเกี่ยวกับกัญชาแปลว่าอะไร?
    ตอบ คือการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายให้มนุษย์เสพกัญชาได้ เพื่อวัตถุประสงค์ ๒ ประการ คือ
    (๑) เสพเพื่อศึกษาวิจัย สร้างองค์ความรู้ใหม่ เช่น รักษาโรคชนิดหนึ่งชนิดใดได้หรือไม่?
    (๒) เพื่อให้แพทย์นำไปใช้รักษาโรคได้
    ๒.ทำไมไม่อนุญาตให้ชาวบ้านปลูกใช้กัญชา?
    ตอบ กรอบการปลดล็อกให้ใช้กัญชาในประเทศไทย ควรยังอยู่ภายใต้กรอบการนำไปใช้เพื่อศึกษาวิจัย หรือเพื่อประโยชน์ในทางการแพทย์ 
    ยังไม่ขยายไปถึงการอนุญาตให้ชาวบ้านปลูกหรือใช้กัญชา
    อย่างไรก็ตาม......
    ในอนาคต มีผลการทดลองในมนุษย์ที่แน่นอนแล้ว และยาจากกัญชาขึ้นทะเบียนเป็นตำรับยาแล้ว 
    ต้องมีเพิ่มการผลิตกัญชาที่มีคุณภาพเข้าสู่อุตสาหกรรมยา 
    ชาวบ้านอาจเข้าโครงการร่วมกับรัฐ ปลูกกัญชาป้อนสู่ตลาดยา เพิ่มรายได้ให้แก่ครอบครัวได้
    ทั้งนี้ รัฐมีแผนการพัฒนากัญชาสู่อุตสาหกรรมยารองรับไว้แล้ว
    ๓.ทำไม "ปลดล็อก" ใช้กัญชาทางการแพทย์ได้แค่ ๔ โรค?
    ตอบ กระทรวงสาธารณสุข แต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาการนำกัญชามาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ แบ่งคณะทำงานย่อยออกเป็น ๔ คณะทำงาน ได้แก่
    คณะทำงานด้านสายพันธุ์, ด้านการสกัด, ด้านการใช้ทางการแพทย์ และด้านทำงานการควบคุม
    คณะทำงานด้านการใช้ทางแพทย์นี้เอง ที่ได้ตรวจสอบการวิจัยในประเทศไทยแล้ว พบว่า
    ผลการศึกษาเกี่ยวกับกัญชาที่ชัดเจนในสัตว์ทดลอง มีเฉพาะการรักษา ๓ โรค ได้แก่
    (๑) ลดอาการคลื่นไส้อาเจียนในผู้ป่วยที่ได้รับเคมีบำบัด
    (๒) ลดอาการโรคลมชักในเด็ก
    (๓) ลดอาการปวดเกร็งในผู้ป่วยโรคปลอกประสาทอักเสบ
    ขั้นตอนต่อไป เมื่อปลดล็อกกฎหมายแล้ว คือทดสอบยากับผู้ป่วยซึ่งเป็นอาสาสมัครในโครงการวิจัยใน ๓ กลุ่มนี้ก่อน     
    ถ้าได้ผลทดสอบสำเร็จ จึงจะอนุญาตให้แพทย์สั่งยากับผู้ป่วยใน ๓ กลุ่มโรคนี้ได้
    ส่วนโรคอื่นๆ ที่มีการวิจัยในต่างประเทศ ว่าใช้กัญชารักษาได้ เช่น โรคจิตเวช โรคอัลไซเมอร์ โรคนอนไม่หลับ โรคมะเร็ง เป็นต้น ต้องผ่านการวิจัยตามลำดับขั้นก่อน
    ได้แก่ เอกสาร ห้องแล็บ สัตว์ทดลอง และมนุษย์ จึงจะนำมาใช้ได้
    เหตุที่ต้องมีการศึกษาวิจัยหรือทดลองก่อน.....
    เนื่องจากการนำยามารักษาผู้ป่วยได้มีหลักเกณฑ์ว่า ต้องขึ้นทะเบียนเป็นตำรับยา 
    และการขึ้นทะเบียนเป็นตำรับยา ต้องมีการศึกษาวิจัยตามลำดับขั้นดังกล่าว เป็นหลักเกณฑ์ที่เป็นสากลทั่วไป
    ๔.ใช้กัญชาในฐานะแพทย์ทางเลือกได้หรือไม่?
    ตอบ ก่อนปี พ.ศ.๒๕๒๒ หรือก่อน พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.๒๕๒๒ ใช้บังคับ พบหลักฐานว่าเคยมีการใช้ประโยชน์จากกัญชาทางการแพทย์ทางเลือกหรือ "แพทย์แผนไทย" ซึ่งมีกว่า ๕๐ ตำรับยา
    แต่คณะทำงานด้านการใช้ทางการแพทย์ ได้ข้อสรุปในการนำกัญชาใช้ในฐานะพืชสมุนไพรหรือแพทย์ทางเลือก ว่า     
    แม้จะเคยมีการใช้มาก่อน.......
    แต่เป็นระยะเวลายาวนานถึง ๓๙ ปีแล้ว จึงต้องทำการศึกษาวิจัยก่อน
    โดยได้คัดเลือกตำรับยา ๘ ตำรับยา เพื่อจะศึกษาวิจัยในมนุษย์ในกลุ่มโรค ๔ กลุ่ม ดังนี้
    (๑) กลุ่มคลายเครียด ตำรับยาศุกไสยาศน์
    (๒) กลุ่มโรคมะเร็งตับ: ตำรับยาแก้ฝีรวงผึ้ง จากจารึกวัดโพธิ์ (เช้า) เบญจอำมฤตเข้ากัญชา (น้ำกระสาย คือ ดีเกลือ กาละเสมหะ ปิตตะ วาตะ) ทัพยาธิคุณ (กาละเสมหะ) และ ยาน้ำมันสนั่นไตรภพ
    (๓) กลุ่มแก้ปวดเมื่อย/กันชัก:ตำรับทำลายพระสุเมรุ (ท้องมาน)
    (๔) กลุ่มกษัย (เบาหวาน):ตำรับยาขาวแท่งทอง (จารึกวัดโพธิ์) ยาปถวีอาโปวาโย (จารึกวัดโพธิ์) และยาทัพยาธิคุณ
    การวิจัยลำดับแรก เป็นกลุ่มโรคมะเร็งตับ โดยตำรับยา กลุ่ม (๒) ที่ใช้รักษามะเร็งตับ
    ๕.ดอก-ใบกัญชา ยังเป็นยาเสพติดประเภท ๕ เท่ากับการปฏิเสธแพทย์แผนไทยหรือไม่?
    ตอบ สารสำคัญที่พบในกัญชา มีมากกว่า ๔๐๐ ชนิด แต่สารสำคัญในกัญชาที่นำมาทำเป็นยา ที่พบเป็นสารหลักสำคัญในกลุ่ม cannabinoids และมีผลต่อจิตประสาท 
    มี ๒ ชนิด คือ THC และ CBD
    โดยตัวรับการทำงานของสารกลุ่มนี้ในร่างกาย เรียกว่า CB ที่แบ่งเป็น CB1 และ CB2    
    ซึ่ง CB1 พบการแสดงออกส่วนใหญ่ในประสาทส่วนกลาง มีผลให้ THC ออกกฤทธิ์ส่วนใหญ่ในประสาทส่วนกลาง
    สำหรับ CB2 พบในส่วนอื่นๆ และพบมากที่เซลล์เม็ดเลือดขาว และสัมพันธ์กับระบบภูมิคุ้มกัน
    ผลการศึกษาต่างๆ พบว่า THC ส่งผลเฉียบพลันให้ร่างกายผ่อนคลายและมีความรู้สึกสนุก 
    แต่มีอาการข้างเคียงต่อจิตประสาท กระวนกระวาย ซึมเศร้า มีความพร่องในความจำและการเรียนรู้ 
    ตลอดจนการทำงานของระบบเคลื่อนไหวและการพูดและการใช้ศัพท์ มีผลต่อการเต้นของหัวใจ และความดันโลหิต
    ดังนั้น การมองพืชสมุนไพร ต้องมอง ๒ ด้าน ทั้งด้านสรรพคุณและโทษ และต้องรักษาสมดุลของทั้งสองด้าน
    หากปล่อยปละละเลยโดยไม่จำกัด ปราศจากการศึกษาวิจัย ย่อมเกิดผลกระทบต่อผู้ป่วยผู้ใช้ยาในด้านความปลอดภัย
    การขับเคลื่อนของรัฐในการปลดล็อกกัญชาควรจะเป็นไปตามขั้นตอน 
    เป็นการนับหนึ่งที่แข็งแรง เพื่อจะได้มีก้าวต่อๆ ไปอย่างมั่นคง
    ครับ....
    นี่เป็น "ฐานข้อมูล" จากส่วนพัฒนาและวิจัยกฎหมาย กองกฎหมาย สำนักงาน ป.ป.ส.
    ทำความเข้าใจกันไว้ จะได้ตามเรื่องได้รู้เรื่อง 
    เรื่องปลูกกัญชา ตอนนี้ "องค์การเภสัชกรรม" ของคุณหมอโสภณ เมฆธน เพื่อใช้ในงานวิจัยและสกัดสารใช้ทางอุตสาหกรรมยา 
    เป็นรูปธรรมมาก!
    ที่คลอง ๑๐ ปทุมธานี โรงงาน "องค์การเภสัชฯ" เตรียมการ "สกัดสารต้นแบบ" กัญชา ทางการแพทย์แล้ว
    ในปี ๖๒ จะมี "โรงงานกึ่งอุตสาหกรรม" ผลิตสารสกัดกัญชาและปลูกกัญชาทางการแพทย์ครั้งแรก 
    จะทำไร่กัญชาในพื้นที่ ๑,๕๐๐ ไร่ ที่หนองใหญ่ ชลบุรี ตั้งโรงงานผลิต เป็นคอมเพล็กซ์ กันเลยทีเดียว
    พร้อมทั้งวิจัยและผลิตสมุนไพรอื่นๆ เช่น สมุนไพร บัวบก ขมิ้นชัน เป็นต้น
    ฟังแล้ว ชาวบ้านชื่นใจ แต่ถ้ารัฐบาลเปลี่ยน นายกฯ ไม่ใช่ "ประยุทธ์ จันทร์โอชา"
    "อุตสาหกรรมกัญชา" อาจมีพวกรวยแล้วไม่โกงนำเข้าสู่ระบบ "สัมปทาน"
    ตามนโยบาย........
    "เอาไปแบ่งกันโกง"!

พวกกัน! เพื่อไทยยินดี‘ทษช.’แนะนำสื่อต่างชาติ ร่วมลากไส้ดูเลือกตั้ง

พวกกัน! เพื่อไทยยินดี‘ทษช.’แนะนำสื่อต่างชาติ ร่วมลากไส้ดูเลือกตั้ง

วันพฤหัสบดี ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 11.16 น.

8 พ.ย.2561นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่าขอแสดงความยินดีกับพรรค ทษช.ด้วย การเกิดพรรคการเมืองขึ้นใหม่ถือเป็นการพัฒนาการเมืองที่ดีของประเทศไทย และเห็นมีนักการเมืองหน้าใหม่รุ่นลูกหลานเข้าสู่การเมือง ก็แสดงให้เห็นว่าคนรุ่นใหม่ต้องการการเมืองที่เป็นประชาธิปไตยสอดคล้องกับอุปนิสัยของคนรุ่นใหม่ที่รักความอิสระเสรี เชื่อมั่นในตัวเองซึ่งในพรรคเพื่อไทยก็มีนักการเมืองรุ่นใหม่จำนวนไม่น้อย ก็อยากฝากให้นักการเมืองรุ่นใหม่ทุกคน ยึดมั่นและส่งเสริมระบอบรัฐสภาให้ยั่งยืนถาวร

นางลดาวัลลิ์ กล่าวว่า ส่วนการที่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไม่เห็นด้วยที่จะให้ต่างชาติเข้ามาสังเกตการณ์เลือกตั้งนั้น เป็นการพลาดโอกาสดีอย่างน่าเสียดาย เพราะตนมองว่า การเลือกตั้ง ครั้งหน้านี้ ถ้ารัฐบาลกล้าเปิดโอกาสให้ทุกองค์กรและสื่อมวลชนต่างชาติเข้ามาสังเกตการณ์ได้ จะเป็นการป่าวประกาศให้สังคมโลกรับรู้ว่า ประเทศไทยกำลังก้าวสู่ความเป็นประชาธิปไตยแล้ว เป็นการฟื้นความเชื่อมั่นของประเทศกลับมาอย่างรวดเร็ว โดยไม่ต้องลงทุนเลย 

“สื่อที่มาต่างก็ออกค่าใช้จ่ายเอง และการนำเสนอข่าวผ่านสื่อทุกแขนงไปทั่วโลกเราก็ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย เป็นผลได้ที่เกินคุ้ม นักธุรกิจ นักลงทุน และนักท่องเที่ยวทั่วโลกจะได้เห็นความงดงาม ความโปร่งใส ของการเลือกตั้งของประเทศไทยว่า เป็นไปตามครรลองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ซึ่งเป็นหัวใจในการสร้างความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้นต่อรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง” โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าว 

นางลดาวัลลิ์  กล่าวว่า แต่ถ้ารัฐบาลนี้ไม่อนุญาตให้ต่างชาติเข้ามาสังเกตการณ์เลือกตั้งก็จะยิ่งสร้างความสงสัยต่อความโปร่งใสและเป็นธรรมในการเลือกตั้งของประเทศไทยต่อสังคมโลก วันนี้ยังไม่สายเกินไปที่รัฐบาลจะเปลี่ยนท่าทีใหม่

'โอ๊ค พานทองแท้' ดึง 'มดดำ' ร่วมพรรคไทยรักษาชาติ หวังโกยคะแนนกลุ่มคนข้ามเพศ

    
 

8 พ.ย.61 - รายงานข่าวจากพรรคไทยรักษาชาติ(ทษช.) เปิดเผยอีกว่า นายคชาภา ตันเจริญหรือมดดำ บุตรชาย นายสุชาติ ตันเจริญ อดีตรองประธานรัฐสภาผู้แทนราษฎร เพื่อนสนิทนายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายอดีตนายกฯ เดินทางมาร่วมหารือกับสมาชิกพรรคทษช.ด้วย โดยนายพานทองแท้ ที่ถือเป็นหนึ่งในกองเชียร์พรรคทษช. ร้องขอให้นายคชาภา เข้ามาช่วยงานสร้างคะแนนเสียงในกลุ่มคนข้ามเพศ หรือกลุ่ม LGBT

 

 (คลิกที่รูปเพื่ออ่านข่าว)
 
 

 

 

 

..............................................................

 

 

 

 

.......................................................

แตกพรรค-พรรคแตก

    
 


    จะว่าไปแล้วการเลือกตั้งที่จะถึงนี้น่าลุ้นกว่าหลายๆ ครั้งที่ผ่านมา 
    เพราะอะไรน่ะหรือ?
    ก็เพราะรัฐธรรมนูญใหม่ที่มีเจตนารมณ์ล้างเผด็จการรัฐสภา สร้างความปั่นป่วนให้พรรคการเมือง ชนิดต้องพลิกตำรารับมือกันเป็นรายวันเลยทีเดียว 
    เราจึงได้เห็นยุทธการ "แตกพรรค" 
    รวมไปถึง "พรรคแตก" ที่ใช้ประโยชน์จากการ "แตกพรรค" เพื่อกลบเกลื่อนความขัดแย้ง 
    และทั้งหมดนี้กำลังเกิดขึ้นกับพรรคเพื่อไทย 
    พรรคไทยรักษาชาติ อักษรย่อ "ทษช." ซึ่งมีอีกความหมายคือ "ทักษิณชินวัตร" มีมติเลือกตำแหน่งสำคัญๆ ในพรรค ได้สะท้อนถึงการ "แตกพรรค" ได้ชัดเจน 
    แม้ไม่ใช่หน้าฝน แต่วานนี้ (๗ พฤศจิกายน) ในที่ประชุมพรรคทักษิณชินวัตร ฝนตกห่าใหญ่ มีทายาทของคนอะไร ไหลไปรวมกันมากมาย
    "ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช" ลูกชาย "เสริมศักดิ์ พงษ์พานิช" กับ "เจ๊เบียบ" เป็นหัวหน้าพรรค
    "ฤภพ ชินวัตร" ลูกชาย "พายัพ ชินวัตร" เป็นรองหัวหน้า
    "มิตติ ติยะไพรัช" ลูกชาย "ยงยุทธ ติยะไพรัช" เป็นเลขาธิการพรรค
    "ชยิกา วงศ์นภาจันทร์" ลูกสาว "เยาวเรศ ชินวัตร" เป็นนายทะเบียนพรรค
    "วรรษมล เพ็งดิษฐ์" คนนี้พิเศษหน่อย เป็นเมียสุดที่รักของ "ธาริต เพ็งดิษฐ์" เป็นเหรัญญิกพรรค
    และ "พงศ์เกษม สัตยาประเสริฐ" โฆษกพรรค จากช่อง ๗ 
    จะเห็นได้ว่า ตระกูลชินวัตรและบริวาร ใช้รุ่นลูก ลงเล่นการเมือง ก็พออนุมานได้ว่า การต่อสู้ทางการเมือง ระหว่างระบอบทักษิณกับฝ่ายตรงข้ามจะยังเกิดขึ้นอีกยาวนาน  
    การแตกพรรคบางคนบอกว่านี่คือสงครามเก้าทัพ โดยสรุปก็คงประมาณนั้น 
    แต่การวางแผนก่อนลงสู่สนามเลือกตั้ง ภายใต้บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญใหม่ เป็นเรื่องท้าทายสำหรับพรรคการเมือง 
    หากวางแผนพลาด จะส่งผลไปถึงผลการเลือกตั้ง
    ตัดสินว่าใครจะได้เป็นรัฐบาล ฝ่ายค้าน 
    การแตกพรรคจึงต้องละเอียดเรื่องพื้นที่เลือกตั้ง  
    ก็...ชี้โพรงให้พรรคการเมืองได้เห็นว่า ส่วนผสมระหว่างพรรคแม่กับพรรคลูก จะต้องลงตัว
    อย่างที่คนในพรรคเพื่อไทยเขาพูดกัน พรรคเพื่อไทยเน้นเขตเลือกตั้ง ส่วนพรรคอะไหล่ ที่มีทั้งพรรคไทยรักษาชาติ พรรคเพื่อชาติที่ควบคุมโดย "ยงยุทธ ติยะไพรัช" กับ "จตุพร พรหมพันธุ์" เน้นปาร์ตี้ลิสต์ 
    การแตกพรรคจึงมีความเสี่ยงว่าอาจไม่ได้เป็นพรรคอันดับ ๑ 
    ถ้ายึดเอาตามผลการเลือกตั้ง ส.ส.เมื่อปี ๒๕๕๔ ที่พรรคเพื่อไทยได้ ส.ส.เขต ๒๐๔ ที่นั่ง ปาร์ตี้ลิสต์  ๖๑ ที่นั่ง 
    ตามกติกาใหม่พรรคเพื่อไทยจะได้ไม่เกิน ๒๐๐ ที่นั่ง 
    ฉะนั้นการแตกพรรคโดยการโยก ส.ส.เขตไปไว้ในพรรคนอมินีจึงมีความเสี่ยงว่า เพื่อไทยอาจสูญเสียความเป็นพรรคอันดับ ๑ ให้แก่พรรคการเมืองอื่น     
    และเมื่อบวกกับกรณี "พรรคแตก" เพราะถูกดูด ส.ส.เขต ก็ยิ่งมีความเสี่ยงมากขึ้น 
    เสี่ยงที่พรรคพลังประชารัฐ กับ พรรคประชาธิปัตย์ จะแซงขึ้นไปเป็นอันดับ ๑ 
    สิ่งที่ลืมไม่ได้เด็ดขาด วิกฤติเผาบ้านเผาเมือง เป็นผลสืบเนื่องจากการที่ระบอบทักษิณ ยืนกรานว่าพรรคอันดับ ๑ เท่านั้นที่จะได้เป็นแกนนำรัฐบาล  
    เมื่อประชาธิปัตย์จัดตั้งรัฐบาล กรุงเทพฯ จึงลุกเป็นไฟ
    ดังนั้นหากสมการเปลี่ยนแปลงไป การเมืองหลังเลือกตั้ง คงต้องเก็บฟืนเก็บไฟให้ห่างจากมือคนชั่ว.

.............................

พท.แตกทัพเข้าไทยรักษาชาติ ดัน "ลูกเจ๊เบียบ-วรวัจน์" หัวหอก 

    
 

      เมื่อเส้นตายต้องเป็นสมาชิกพรรคการเมืองที่จะลงสมัครรับเลือกตั้งไม่น้อยกว่า 90 วัน หากมีการเลือกตั้ง 24 ก.พ.2562 ที่ก็คือต้องเป็นสมาชิกพรรคการเมืองที่จะลงเลือกตั้งไม่เกิน 26 พ.ย. แม้หลายคนยังไม่ชัวร์ว่าเลือกตั้งจะเกิดขึ้นตามโรดแมปหรือไม่ แต่เพื่อความไม่ประมาท มาตกม้าตายเพราะขาดคุณสมบัติเรื่องการสังกัดพรรค ทำให้ตอนนี้นักการเมือง-นักเลือกตั้ง-พรรคการเมือง ต่างรีบหาทีมสังกัดกันให้ทันกำหนด

      อย่าง พรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) ที่แน่ชัดว่าคือพรรคนอมินี-พรรคเครือข่ายของทักษิณ ชินวัตร-เพื่อไทย ก็จะนัดแถลงเปิดตัว-เลือก หัวหน้าพรรค-เลขาธิการพรรค-กรรมการบริหารพรรค-คณะกรรมการคัดเลือกผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคจำนวน 11 ชื่อ ในวันพุธนี้ 7 พ.ย.ที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์

      อันเป็นลักษณะการส่งคนของเพื่อไทยเข้าไป เสียบให้มีชื่อเป็นกรรมการบริหารพรรคอย่างเป็นทางการเพื่อทำศึกเลือกตั้ง เพราะขั้นตอนการจัดตั้งพรรค-การรับรองจาก กกต.ทำไว้เสร็จหมดเรียบร้อยนานแล้ว โดยฝีมือของ เจ๊แจ๋น–พวงเพชร ชุนละเอียด นักการเมืองคนดังจังหวัดเลย ภาคอีสาน เจ้าของฉายา เจ้าแม่วังสะพุง สายตรงดูไบ  ทักษิณ ชินวัตร ที่ให้คนไปจดจัดตั้งพรรคไทยรวมพลังไว้นานแล้ว ก่อนที่จะมีการขอเปลี่ยนชื่อเป็นไทยรักษาชาติ

      การก่อตัวของไทยรักษาชาติ ที่แกนนำพรรควางไว้ชัดเจนให้เป็น พรรคเครือข่าย-พันธมิตร ของเพื่อไทยตัวจริง-เสียงจริง ในสนามเลือกตั้ง บนเป้าหมายคือ เก็บคะแนนเสียง-เอาเก้าอี้ปาร์ตี้ลิสต์ เป็นหลัก โดยจะให้คนของเพื่อไทย ทั้งระดับแกนนำ-อดีต ส.ส.เพื่อไทย ย้ายออกไปอยู่กับไทยรักษาชาติจำนวนหนึ่ง รวมถึงนักการเมืองรุ่นใหม่-ผู้ขอลงสมัคร ส.ส.เพื่อไทยที่หน่วยก้านพอไปได้ แต่มีปัญหาเรื่องพื้นที่เขตเต็ม ลงไม่ได้ก็จะถูกส่งให้ไปอยู่กับไทยรักษาชาติ”

      รวมถึงพวกเพื่อไทยที่รู้ตัวว่าไม่สามารถทำงานร่วมกับคนในพรรคอย่าง เจ๊หน่อย สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการเลือกตั้งของเพื่อไทยที่มีข่าวว่าจะถูกวางตัวให้เป็น แคนดิเดตนายกฯของพรรคเพื่อไทย ก็สามารถไปอยู่ที่ไทยรักษาชาติ ที่เปิดประตูรับคนเพื่อไทยเป็นหลักและรับแบบไม่อั้น เพื่อให้ไปตอกเสาเข็ม สร้างนั่งร้านไทยรักษาชาติให้แลดูเป็นพรรคที่มีราคาค่างวดการเมืองระดับหนึ่งในการสร้างฐานคะแนนได้ในช่วงเลือกตั้ง จนได้เก้าอี้ปาร์ตี้ลิสต์เป็นกอบเป็นกำตามที่ตั้งเป้า จากนั้นก็ให้มาจับมือกับเพื่อไทย ตั้งรัฐบาลหลังเลือกตั้ง

      พบว่ามีแกนนำเพื่อไทยหลายคนตัดสินใจไปร่วมกับไทยรักษาชาติแน่นอนแล้ว เช่น วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล อดีต รมว.ศึกษาธิการ อดีต ส.ส.แพร่หลายสมัย สายเจ๊แดง  เยาวภา วงศ์สวัสดิ์ ที่จะไปร่วมวางนโยบายพรรคในการหาเสียง แต่ก็จะขอลง ส.ส.เขต จ.แพร่ ไม่ลงปาร์ตี้ลิสต์ ขณะที่รุ่นใหม่ในพรรคหลายคนก็ตัดสินใจไปอยู่กับไทยรักษาชาติ เช่น ปาล์ม–พชร นริพทะพันธุ์ ลูกชายของ พิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พลังงาน ก็ถูกดึงตัวให้ไปอยู่กับไทยรักษาชาติเรียบร้อยแล้ว พร้อมกับนักการเมืองหน้าใหม่ของเพื่อไทยอีกหลายคน ที่จะไปเปิดตัวพร้อมกัน วันที่ 7 พ.ย.นี้ รวมถึง เดียร์ ขัตติยา สวัสดิผล อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ เพื่อไทย-ลูกเสธ.แดง พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล  ที่มีข่าวว่าก่อนหน้านี้ก็เคยถูกพรรคอนาคตใหม่ทาบทามให้ไปอยู่ด้วย

      โดยในส่วนของตำแหน่ง หัวหน้าพรรค เดิมที แกนนำพรรคเพื่อไทยสายทักษิณ ที่ทำดีลตั้งพรรคไทยรักษาชาติโดยตรง ได้ทาบทาม ดร.ปานปรีย์ พหิทธานุกร อดีตประธานบอร์ด บริษัท ปตท. สมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร-อดีตรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย-อดีตผู้แทนการค้าไทยในยุครัฐบาลไทยรักไทย-หลานเขย พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ มาเป็นหัวหน้าพรรค พร้อมกับขอคำตอบภายในไม่เกินจันทร์ที่ 5 พ.ย. แต่สุดท้ายจนถึงช่วงสายของวันที่ 5 พ.ย. ก็ยังไม่มีความชัดเจนใดๆ ออกมา

      ท่ามกลางกระแสข่าวที่ยังไม่นิ่งว่า สุดท้ายไทยรักษาชาติอาจต้องสร้างยุทธศาสตร์ใหม่ เอาคนรุ่นใหม่ดันขึ้นมาเป็นแกนนำพรรค ที่มีข่าวว่ามีการทาบ ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช อดีต ส.ส.ขอนแก่น บุตรชาย เสริมศักดิ์ อดีต รมช.มหาดไทย-ระเบียบรัตน์ พงษ์พานิช ให้มาเป็นแกนนำพรรค เพื่อสร้างภาพลักษณ์พรรคการเมืองรุ่นใหม่ แต่จะถึงขั้นถูกดันให้เป็นหัวหน้าพรรคหรือไม่ ก็ต้องรอติดตาม เพราะข่าวบางกระแสก็อ้างว่า สายพี่น้องตระกูล ชินวัตรในเพื่อไทย ก็ต้องการดัน ฤภพ ชินวัตร บุตรชาย พายัพ ชินวัตร น้องชายนายทักษิณ ให้ขึ้นมาเป็นหัวหน้าพรรค

      ซึ่งแนวคิดการเมืองของคนเพื่อไทยในเรื่องสร้างพรรคพันธมิตรนั้น มีการออกมายอมรับของ ประยุทธ์ ศิริพานิชย์ ประธานภาคอีสานและหนึ่งในคณะกรรมการสรรหาผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคเพื่อไทย ที่วิเคราะห์กรณีที่มีการมองกันว่า เพื่อไทยอาจไม่ได้ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ ว่าเรื่องนี้คนในพรรคมีความคิดเห็นที่แตกต่างกัน บางคนก็บอกว่าหากเพื่อไทยเราทุ่มเทแล้วอยู่กันเป็นหนึ่งเดียว จำนวน ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์เราก็จะได้มาเอง แต่บางคนก็บอกว่า เมื่อ รธน.บีบบังคับให้เราต้องคิดอีกรูปแบบหนึ่ง ที่ต้องแยกกันเพราะใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียว มันบีบบังคับให้พรรคใหญ่ต้องเล็กลง เมื่อกฎหมายบีบให้เราทำ ก็มีความคิดของอีกกลุ่มที่เป็นกลุ่มที่สอง บอกว่า เมื่อมีพรรค ก. เป็นพรรคเขตเลือกตั้ง พรรค ข. อาจจะเป็นพรรคบัญชีรายชื่อ

       “การบริหารจัดการในเรื่องนี้เป็นเรื่องของความละเอียดอ่อน ความประณีตที่ต้องทำกันจริงๆ หากบริหารจัดการในเรื่องนี้ไม่ดีพอ ก็จะเกิดการสูญเปล่าเช่นกัน”ประยุทธ์ ประธานภาคอีสานเพื่อไทย บอกเล่าความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจในเพื่อไทย

      การเปิดตัวคีย์แมนพรรคไทยรักษาชาติ 7 พ.ย.นี้ จึงแสดงให้เห็นถึงการแตกทัพของเพื่อไทย บนเป้าหมายเป็นพรรคเครือข่าย พรรคพันธมิตร ที่แยกกันเดิน แล้วมาจับมือกันหลังเลือกตั้งนั่นเอง.

'หมอวรงค์' ลั่นถ้าหยั่งเสียงแพ้ไม่ขอเสนอเข้าที่ประชุมใหญ่เลือกหัวหน้า

    
 

8 พ.ย.61 - น.พ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีตส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ และผู้สมัครรับการหยั่งเสียงหัวหน้าพรรคเบอร์ 2 โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว “Warong Dechgitvigrom” ว่า ตนและเพื่อนๆในนามของทีม "กล้าเปลี่ยน เพื่อประชาชน" เบอร์ 2 ต้องขอขอบคุณในความมีน้ำใจของพี่น้องสมาชิกพรรคทั้งประเทศ ที่ให้การตอบรับพวกเราเป็นอย่างดี พวกเราดีใจมาก ที่เห็นความตื่นตัวจากพี่น้องสมาชิกพรรคทั้งประเทศ รวมทั้งพี่น้องหลายๆท่าน ได้แสดงถึงความภาคภูมิใจในอุดมการณ์พรรคประชาธิปัตย์ ที่เป็นพรรคต้นแบบของระบอบประชาธิปไตยอย่างแท้จริง แม้การหยั่งเสียงจะสิ้นสุดในวันพรุ่งนี้ (9พ.ย.) โดยที่ยังไม่ทราบว่าผลจะออกมาเช่นไร พวกเราเชื่อว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมาได้มีส่วนในการปลุกจิตวิญญาณความเป็นพรรคประชาธิปัตย์ของเราให้เกิดขึ้นในหัวใจของพี่น้องสมาชิกพรรคทุกคน

"ไม่ว่าผลการหยั่งเสียงจะออกมาเช่นไรในวันที่ 9 พ.ย. 61 กระผมและเพื่อนๆทีมกล้าเปลี่ยนเพื่อประชาชน เบอร์ 2 ขอยืนยันในเจตนารมย์เดิมที่เคยประกาศไว้คือ ถ้าพวกกระผมแพ้ผลการหยั่งเสียง กระผมจะขอถอนตัว ไม่ต้องเสนอชื่อเข้าสู่ที่ประชุมใหญ่ในวันที่ 11 พ.ย. เพื่อแสดงถึงความเคารพในเจตนารมย์ของสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ทั้งประเทศ พร้อมให้การสนับสนุนผู้ชนะและยินดีให้ความร่วมมือทุกอย่างแก่ผู้ชนะในการนำพาพรรคประชาธิปัตย์ของพวกเรา ถ้ากระผมชนะผลการหยั่งเสียง กระผมและเพื่อนก็พร้อมที่จะเปิดกว้างปรึกษาหารือผู้สมัครท่านอื่น และผู้ใหญ่ของพวกเรา เพื่อสร้างความร่วมมือและช่วยกันนำพาพรรคประชาธิปัตย์ของเรา ให้เป็นที่พึ่งของประชาชนต่อไป หลังจากสิ้นสุดการหยั่งเสียงถึงเวลาแล้วที่พี่น้องประชาธิปัตย์ทั้งประเทศจะต้องรวมพลังเป็นหนึ่งเดียวแล้ว” น.พ.วรงค์ระบุ

 

........................................................

8 พฤศจิกายน 2561

 



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 สุรศักดิ์ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
นายยั้งคิด วันที่ : 08/11/2018 เวลา : 15.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

ตอบ ความคิดเห็นที่ 1นายยั้งคิด ถูกใจสิ่งนี้ ถูกใจความคิดเห็นนี้ (1)
like เรียบร้อยแล้ว

สุรศักดิ์
...................................
อ๊าว ... ผมนึกว่าเราเป็นปชต.มาตั้ง 82 ปีแล้วเสียอีก

ความคิดเห็นที่ 1 นายยั้งคิด ถูกใจสิ่งนี้ (1)
สุรศักดิ์ วันที่ : 08/11/2018 เวลา : 12.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/surasakc
เชิญอ่านบทความใหม่ "อยากหนีความจนให้พ้น ต้องอ่าน...15 พฤติกรรมที่ทำให้คนจน...ต้องจนต่อไป !!"  กรุณาคลิกลิงก์บรรทัดบนได้เลย 

ชักจะไปกันใหญ่แล้วครับ การเมืองไทย
ทั้งพรรคเกิดใหม่และเกิดเก่า ผมคิดว่า
อีกนานครับ ประชาธิปไตยเมืองไทย

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน