*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 3208
  • จำนวนผู้ชม : 2181394
  • จำนวนผู้โหวต : 471
  • ส่ง msg :
  • โหวต 471 คน
<< พฤศจิกายน 2018 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30  

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันศุกร์ ที่ 9 พฤศจิกายน 2561
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 297 , 10:23:57 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

สวัสดีครับ

         คอลัมน์ของ เปลว สีเงิน วันนี้ พููดถึง 'กำนันสุเทพ' มากทีเดียวครับ ส่วนหนึ่งความว่า

 อยากบอกกำนันว่า "อย่าหยุดนะ..อย่าหยุด"

                ไม่แปลกหรอก.........

                ที่ใครๆ จะมองการเดินของลุงกำนันด้วยความคิดเห็นคละเคล้า "ทั้งรัก-ทั้งชัง" ทั้งกอด ทั้งเกี๊ยะ

                จงยินดีเถอะ ลุงกำนันถูกกำหนดให้เกิดมา "เพราะสิ่งนี้" อยู่แล้ว

                แผ่นดินไม่สะเทือนจากการเดินของลุงกำนันหรอก

                แต่การเดินของลุงกำนันนั่นแหละ

                จะปลุกคน "ในบ้าน-ในเมือง" ให้ตื่นมาตระหนัก ว่าวังวนคนกินเมือง.......

                มันกำลังอำพรางภาพประชาธิปไตยเลือกตั้ง กลับเข้ามากินเมืองอีกครั้งแล้ว!

                ไม่ใช่เดินเพื่อปลุกให้ใครไปต่อต้าน-ตบตีกับใคร แต่หวังปลุกสติ ให้ทุกคนตื่น ด้วยตระหนักรู้ว่า

                ขณะนี้ "มังกรโกโมโด"........

                มัน "ฟักไข่" จากตัวพ่อ-ตัวแม่ ขยายพันธุ์ไปถึงระดับตัวลูก "ทายาทอสูร" จำแลงร่างในภาพนักประชาธิปไตย "เลือดใหม่"

                เดินแผนแยกกันตีกะ "เก็บคะแนนปาร์ตี้ลิสต์" หวังกลับเข้าไปรวมฝูง

                เพื่อร่วมกัน "ฝังเขี้ยว" เคี้ยวประเทศต่อ!

                ฝากให้ใคร่ครวญนิดหนึ่ง........

                สถานะประเทศเราแข็งแกร่ง-มั่นคงเวลานี้ นั่นเพราะอะไร รู้มั้ย?

                เพราะเมื่อ ๒๐ ปีที่แล้ว เรา "เจ็บสาหัส" จากวิกฤติ "ต้มยำกุ้ง"

                เจ็บแล้ว...เราจำ

 

 

 

 

 

 

 

"เลือกตั้ง" มีอะไรมากกว่าที่คิด?


    

 

     "กำนันสุเทพ" เดินคารวะแผ่นดินมาครึ่งเดือนแล้ว

                แต่เห็นยังแรงดีไม่มีตก

                ก็อิจฉา.......

                นี่ถ้าผมได้เดินอย่างลุงกำนันบ้าง คงไม่จมไข้-จมหวัด เดี๋ยวเป็น เดี๋ยวหาย อย่างทุกวันนี้

                ก็เพราะขี้เกียจ "ออกกำลังกาย" ตามหมอสั่งนั่นแหละ!

                อยากบอกกำนันว่า "อย่าหยุดนะ..อย่าหยุด"

                ไม่แปลกหรอก.........

                ที่ใครๆ จะมองการเดินของลุงกำนันด้วยความคิดเห็นคละเคล้า "ทั้งรัก-ทั้งชัง" ทั้งกอด ทั้งเกี๊ยะ

                จงยินดีเถอะ ลุงกำนันถูกกำหนดให้เกิดมา "เพราะสิ่งนี้" อยู่แล้ว

                แผ่นดินไม่สะเทือนจากการเดินของลุงกำนันหรอก

                แต่การเดินของลุงกำนันนั่นแหละ

                จะปลุกคน "ในบ้าน-ในเมือง" ให้ตื่นมาตระหนัก ว่าวังวนคนกินเมือง.......

                มันกำลังอำพรางภาพประชาธิปไตยเลือกตั้ง กลับเข้ามากินเมืองอีกครั้งแล้ว!

                ไม่ใช่เดินเพื่อปลุกให้ใครไปต่อต้าน-ตบตีกับใคร แต่หวังปลุกสติ ให้ทุกคนตื่น ด้วยตระหนักรู้ว่า

                ขณะนี้ "มังกรโกโมโด"........

                มัน "ฟักไข่" จากตัวพ่อ-ตัวแม่ ขยายพันธุ์ไปถึงระดับตัวลูก "ทายาทอสูร" จำแลงร่างในภาพนักประชาธิปไตย "เลือดใหม่"

                เดินแผนแยกกันตีกะ "เก็บคะแนนปาร์ตี้ลิสต์" หวังกลับเข้าไปรวมฝูง

                เพื่อร่วมกัน "ฝังเขี้ยว" เคี้ยวประเทศต่อ!

                ฝากให้ใคร่ครวญนิดหนึ่ง........

                สถานะประเทศเราแข็งแกร่ง-มั่นคงเวลานี้ นั่นเพราะอะไร รู้มั้ย?

                เพราะเมื่อ ๒๐ ปีที่แล้ว เรา "เจ็บสาหัส" จากวิกฤติ "ต้มยำกุ้ง"

                เจ็บแล้ว...เราจำ

                ใช้วิกฤติต้มยำกุ้ง "เป็นบทเรียน" ที่จะไม่บริหารประเทศซ้ำรอยเดิมอีก

                ถึงวันนี้

                ในขณะที่ ทั้งโลกบาดเจ็บระนาวในวิกฤติสงครามการค้า

                ไทยเราสะเทือนบ้าง แต่ไม่เซเป๋ปัด

                เพราะฐานะการเงิน-การคลัง "แกร่ง" อันดับต้นๆ ของโลก

                ไทยกลายเป็น “เซฟเฮฟเวน”

                คือแหล่งลงทุนมี "ความปลอดภัยสูง" ประเทศหนึ่งของโลก เมื่อเทียบกับประเทศกลุ่มเศรษฐกิจเกิดใหม่ด้วยกัน

                นั่นเป็นผลพวงจาก "บทเรียนต้มยำกุ้ง".......

                ที่พวกเราคนไทยทุกภาคส่วน "เจ็บแล้วจำ" ไม่ทำอะไรให้ "ซ้ำรอยเดิม" อีก!

                มาถึง "ภาคการเมือง-การบริหารประเทศ" วันนี้บ้าง

                ด้วย "มังกรโกโมโด" บริหาร แปลงประเทศเป็นทุนบริษัทครอบครัว

                แล้วโกง แล้วกิน แล้วแบ่งกัน สืบต่อพันธุ์ล้างผลาญชาติ ฝังราก-ฝังเขี้ยว มาเป็นทศวรรษ

                มันกินบ้าน-กินเมือง-กินข้าว-กินน้ำ จ้องกินสถาบัน แล้วก็วิ่งหนีไป

                และมันก็ฟักไข่......
                อ้างเป็นพันธุ์ประชาธิปไตย หยามน้ำหน้าคนไทยในบ้าน-ในเมืองว่าเป็นพวก "ตาบอดไม่กลัวเสือ"

                คือโง่เง่า หลอกง่าย-ซื้อง่าย จ่ายพัน-สองพัน ส่งเสาไฟฟ้าให้เลือก บอกว่า "นี่ไง ประชาธิปไตยโกโมโด..เลือกสิ"

                ก็เลือก!

                มันได้ใจ เพราะมันเคยหลอกแล้วได้กินเมืองเมื่อสิบกว่าปีก่อน ตอนนี้-วันนี้ มันก็ยังนึกว่า

                ถึงวันนี้ คนไทยยังโง่ ยังเป็นเหยื่อให้มันหลอกได้เหมือนเดิม

                มันจึงกำเริบเสิบสาน........

                จงใจทำ แตกสำนัก แตกสายพันธุ์ กระจายยั้วเยี้ย ดูแคลน "คนเลือกตั้ง" ว่า

                "พวกหน้าโง่ ความจำสั้น หลอกกินได้ยาว ส่งหมา-ส่งแมว ลงไป ยังไงๆ พวกมันก็เลือกเราอยู่แล้ว"!

                การ "รู้เท่าทัน" เป็นสิ่งสำคัญ.........

                ชาวบ้านนั้น "เจ็บแล้วจำ" ก็จริงอยู่ แต่คนไทย พื้นนิสัยเป็นคนซื่อ คนใจอ่อน

                ใครเอาปฏิทินโจรสองพี่น้องมาแจก..ก็รับ ใครมาพูดจาหว่านล้อม รวยแล้วไม่โกง..เป็นใหญ่แล้วไม่ถอนทุน ก็เชื่อ

                ฉะนั้น ต้องมีคนอย่าง "ลุงกำนัน" นี่แหละ ย่ำเท้า ทำหน้าที่

                "เทพปราบมาร"!

                ถ้าไม่มีศรัทธาต่อพระสยามเทวาธิราชองค์ปกปักประเทศ และไม่อุทิศตนเป็นนาฬิกาปลุกประชาชน

                ยากจะ มุ่งมั่น บั่นบาก เผชิญ ๑๐ ทิศ เดินเท้า ย่ำเรื่อยไป เพื่อบอก "ข่าวสารเป็นจริง" กับชาวบ้าน ให้รู้ว่า

                "ประชาธิปไตย" ไม่ได้มีอยู่ที่คนไหน-พรรคไหน ตามใครบอก?

                ประชาธิปไตยจริงๆ อยู่ที่ "มือ" เราเองทุกคน

                เพียง "รู้ทันโจร" ที่แฝงประชาธิปไตยเข้ามาเลือกตั้ง แล้วใช้ "ใจบริสุทธิ์" เลือกผ่านมือกากบาทเบอร์

                เลือกเอาประเทศชาติ เอาประชาธิปไตย ไม่เอาโจรอ้างประชาธิปไตย เท่านั้น ประวัติศาสตร์กินชาติก็จะไม่ซ้ำรอย

                เจ็บแล้ว "ต้องจำ"!

                ประเทศถูก "จำนำข้าวบาด" เจ็บสาหัส แผลยังไม่ทันหาย แล้วพวกเรา ยังจะเป็น "ไอ้โง่-อีโง่" ให้มันหลอกได้อีกหรือ

                อย่าให้บทเรียน "เวียนซ้ำสอง" เป็นอันขาด

                มันแตกสำนัก ขยายพันธุ์ มากันกี่สิบ-กี่ร้อยสำนัก แต่ด้วยอหังการ ว่ายี่ห้อมันขายได้ จึงสำแดงสัญลักษณ์ ให้รู้กำพืดพันธุ์

                คนไทย ใจตื่นแล้ว

                ฉะนั้น การเลือกตั้งครั้งนี้ จงให้บทเรียนมัน อย่าเลือกแบบเอาบทเรียนเก่ากลับมาซ้ำร้อยแผลเดิมเราอีก!

                ทำไมเราต้องพินิจ-พิเคราะห์ในการเลือกคน-เลือกพรรคเข้าสภาเป็นพิเศษรู้มั้ย?

                ผมจะบอกให้ "แผนไทยสปริง" จากจักรวรรดินิยมอำนาจสหรัฐยังไม่จางหายไปไหน!

                ทำไมเผ่าพันธุ์มังกรโกโมโด จึงทำกันซู่ซ่า ไม่เกรงกลัว เกรงใจใครเลย?

                เพราะมันเป็น "ไพ่ที่เลือกแล้ว" จากขบวนการ "อำนาจเดียวครองโลก" ใช้เป็นตัวขับเคลื่อนเข้าไปในระบบอำนาจ

                เพื่อให้ไทยเป็น "เด็กดี" ในอุษาคเนย์ของสหรัฐ!

                เขาเจาะแล้ว-เจาะอีก แต่เจาะประเทศไทยไม่สำเร็จสักที เพราะไทยมี "สถาบัน" เป็นแกนแข็ง

                มีทางเดียวที่จะครอบงำไทยเป็นฐานอำนาจในภูมิภาคนี้ได้ ต้องทำลายสถาบัน

                วิธีไปสู่เป้าหมาย คือ ปลุกเร้าประเด็น "ประชาธิปไตย-เผด็จการ" มุ่งประตูเลือกตั้ง

                แก๊งที่สหรัฐเลือกใช้เป็นหัวเจาะ ก็แก๊งมังกรโกโมโดนี่แหละ เพราะเด่นชัดในบทบาทปฏิปักษ์สถาบัน

                ฉะนั้น ถ้าสังเกตจะเห็น เมื่อล้มรัฐบาล คสช.ไม่ได้ในปีแรกๆ ต่อมาสหรัฐก็ "เล่นไพ่ ๒ หน้า"

                จูบปากกับรัฐบาลประยุทธ์.........

                ขณะเดียวกัน ก็ส่งมืออีกข้างไปจับกับแก๊งล้มชาติ-ล้มสถาบัน เกาฝ่ามือ "ส่งซิกแนล"!

                จะเห็นว่า วาทกรรมที่แก๊งนี้ประดิษฐ์แต่ละเหตุการณ์ เน้นเรื่อง "ชนชั้น" เพื่อสร้างความแตกแยกในสังคมชาติ

                ไพร่-อำมาตย์ บ้าง

                คนรวย-คนจน บ้าง

                ฝ่ายประชาธิปไตย-ฝ่ายเผด็จการ บ้าง!

                และสร้างทัศนะ "ชังชาติ" ให้เป็นเชื้อเพาะในเยื่อสมองคนไทยไปเรื่อยๆ และเร่งวาทะ "กะลาแลนด์"

                นี่คือลิ่มที่เขาพยายามแซะร่องตอก ให้คนในชาติค่อยๆ แตกเป็นฝัก-เป็นฝ่าย ซึ่งก็ได้ผลระดับหนึ่ง

                เป็นหวังสุดท้ายของเขา ถ้าปล่อยให้พรรคสนับสนุนพลเอกประยุทธ์ได้อำนาจบริหารต่อ

                แผนจะมีอำนาจในภูมิภาคนี้ผ่านรัฐบาลร่างทรงของสหรัฐจะล้มเหลว

                ฉะนั้น มีทางดียว ก็ทางสนับสนุนให้แก๊งจ้องเปลี่ยนประเทศได้กลับเข้ามามีอำนาจ

                มีแต่แก๊งนี้เท่านั้น บริหารแล้ว เขาเชื่อว่า จะทำให้สถาบันฝ่อ  

                นั่นแหละ ขบวนการอำนาจเดียวครองโลก จึงจะครองไทยเป็น "ฐานอำนาจ" ได้สำเร็จ!

                เพราะอย่างนี้......

                จึงรุกเร้าให้ "ยูเอ็น" เข้ามากันนัก!. 

 

ลุ้น!ชิงหัวหน้าปชป. 1ทุ่มวันศุกร์รู้ผล/'วรงค์'ลั่นถ้าแพ้ไม่ต้องเสนอชื่อ

    
 

 ปชป.ลุ้นระทึก! หลังปิดการลงคะแนน 6 โมงเย็นวันศุกร์นี้ ภายใน 1 ชม.รู้ผลหยั่งเสียงหัวหน้าพรรค ด้าน กกต.พรรคขอโทษสมาชิกใช้ระบบ IOS ลงคะแนนไม่ได้เหตุมีปัญหาด้านความปลอดภัย แต่มั่นใจหยั่งเสียงวันสุดท้ายราบรื่น เชื่อผู้สมัครทั้ง 3 คนเคารพผลไม่มีวีโต ขณะที่ "หมอวรงค์" ลั่นถ้าแพ้ขอถอนตัวไม่ต้องเสนอชื่อเข้าที่ประชุมใหญ่ เพื่อเคารพเจตนารมณ์ของสมาชิก ยืนยันหลังสิ้นสุดหยั่งเสียง ปชป.ต้องรวมพลังเป็นหนึ่งเดียว

        ที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) วันที่ 8 พฤศจิกายน นายชุมพล กาญจนะ ประธานคณะกรรมการหยั่งเสียงหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (กกต.พรรค) พร้อมคณะ แถลงเชิญชวนให้สมาชิกพรรคออกมาใช้สิทธิ์ลงคะแนนหยั่งเสียงในพื้นที่ภาคกลาง ภาคเหนือ และ กทม. โดยมีการจัดเตรียมเครื่องมือเรียบร้อยแล้ว เชื่อว่าทุกอย่างจะเป็นไปด้วยความราบรื่น ไม่น่าจะมีปัญหา อุปสรรค โดยเชิญไอทีทั้ง 3 ฝ่ายมาทดสอบเครื่องและทบทวนปัญหาต่างๆ ได้รับคำยืนยันว่าพร้อมทุกอย่าง 
    "หลังจากปิดการลงคะแนนในเวลา 18.00 น. แล้วจะให้ผู้สมัครทั้ง 3 คนมาพิจารณาร่วมกันก่อนใช้กุญแจทั้ง 5 ดอกเปิดดูผลการหยั่งเสียง คาดว่าภายใน 1 ชั่วโมงน่าจะทราบผล พร้อมกับยืนยันว่าผู้สมัครทั้ง 3 คน จะเคารพผลการหยั่งเสียงครั้งนี้ โดยไม่มีการคัดค้านหรือไม่ยอมรับผลการหยั่งเสียง"
        ส่วนกรณีที่พบว่าบางพื้นที่ในภาคใต้มีปัญหาไม่ให้ผู้สังเกตการณ์ของผู้สมัครบางหมายเลขเข้าไปในพื้นที่นั้น นายชุมพลกล่าวว่า เป็นเรื่องเข้าใจผิด อย่างไรก็ตาม เพื่อป้องกันปัญหา กกต.มีมติว่าถ้าอยากมีผู้สังเกตการณ์ให้รองหัวหน้าภาคส่งรายชื่อมา โดยขณะนี้ส่งชื่อมาแล้วก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรอีก
        ด้าน นางเจิมมาศ จึงเลิศศิริ เลขาฯ กกต.พรรค แถลงถึงการปิดการลงคะแนนระบบ IOS เนื่องจากมีปัญหาด้านความปลอดภัย ทำให้ต้องยกเลิกการลงคะแนนผ่านระบบนี้ จึงขอเชิญชวนให้สมาชิกไปใช้สิทธิ์ที่หน่วยเลือกตั้งแทน โดยสามารถใช้สิทธิ์ได้แม้จะไม่ได้มีภูมิลำเนาในพื้นที่ที่มีหน่วยเลือกตั้งก็ตาม พร้อมกับกล่าวขอโทษสมาชิกที่ใช้ระบบ IOS ที่ไม่สามารถใช้สิทธิ์ได้ เนื่องจากความไม่พร้อมของระบบด้วย
    นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรค ปชป. กล่าวถึงการลงคะแนนหยั่งเสียง ในส่วนของสมาชิกในกรุงเทพมหานคร ภาคกลาง และภาคเหนือ ว่า ทางพรรคจะเปิดให้มีการลงคะแนนหยั่งเสียงอีกครั้งในวันที่ 9 พ.ย. ตั้งแต่เวลา 08.00-18.00 น. จึงขอเชิญชวนท่านสมาชิกพรรคจากทั่วประเทศ ไม่ว่าท่านจะสมัครเป็นสมาชิกพรรคในเขตพื้นที่ภูมิลำเนาใดก็ตาม สามารถลงคะแนนได้ที่หน่วยเลือกตั้งทุกหน่วยใน กทม. ภาคกลาง และภาคเหนือ ซึ่งสามารถดูรายละเอียดของหน่วยคะแนนได้ที่ http://bit.ly/2CNacXJ สำหรับสมาชิกพรรคที่อยู่ใน กทม. และปริมณฑล นอกจากจะลงคะแนนได้ที่หน่วยเลือกตั้ง ซึ่งกระจายอยู่ตามจุดต่างๆ แล้ว สามารถเดินทางมาลงคะแนนได้ที่สำนักงานใหญ่พรรคประชาธิปัตย์ เลขที่ 67 ถ.เศรษฐศิริ แขวงพญาไท เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร 10400 สอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร. 0-2828-1000 ซึ่งสำนักงานใหญ่ได้เตรียมเครื่องลงคะแนน เพื่อรองรับการหยั่งเสียงไว้เป็นจำนวนมาก
    ขณะที่ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พิษณุโลก และผู้สมัครชิงหัวหน้าพรรค ปชป. เบอร์ 2 โพสต์ผ่านเฟสบุ๊กส่วนตัว Warong Dechgitvigrom ระบุว่า กระผมและเพื่อนๆ ในนามของทีม "กล้าเปลี่ยน เพื่อประชาชน" เบอร์ 2 ต้องขอขอบคุณในความมีน้ำใจของพี่น้องสมาชิกพรรคทั้งประเทศที่ให้การตอบรับพวกเราเป็นอย่างดี พวกเราดีใจมากที่เห็นความตื่นตัวจากพี่น้องสมาชิกพรรคทั้งประเทศ รวมทั้งพี่น้องหลายๆ ท่านได้แสดงถึงความภาคภูมิใจในอุดมการณ์พรรคประชาธิปัตย์ ที่เป็นพรรคต้นแบบของระบอบประชาธิปไตยอย่างแท้จริง
    "แม้การหยั่งเสียงจะสิ้นสุดในวันที่ 9 พ.ย.61 โดยที่ยังไม่ทราบว่าผลจะออกมาเช่นไร พวกเราเชื่อว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา ได้มีส่วนในการปลุกจิตวิญญาณความเป็นพรรคประชาธิปัตย์ของเราให้เกิดขึ้นในหัวใจของพี่น้องสมาชิกพรรคทุกคน ไม่ว่าผลการหยั่งเสียงจะออกมาเช่นไร ในวันที่ 9 พ.ย.61 กระผมและเพื่อนๆ ทีม "กล้าเปลี่ยน เพื่อประชาชน" เบอร์ 2 ขอยืนยันในเจตนารมณ์เดิมที่เคยประกาศไว้คือ ถ้าพวกกระผมแพ้ผลการหยั่งเสียง กระผมจะขอถอนตัว ไม่ต้องเสนอชื่อเข้าสู่ที่ประชุมใหญ่ ในวันที่ 11 พ.ย.61 เพื่อแสดงถึงความเคารพในเจตนารมณ์ของสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ทั้งประเทศ พร้อมให้การสนับสนุนผู้ชนะ และยินดีให้ความร่วมมือทุกอย่างแก่ผู้ชนะ ในการนำพาพรรคประชาธิปัตย์ของพวกเรา" 
    นพ.วรงค์ระบุอีกว่า ถ้ากระผมชนะผลการหยั่งเสียง กระผมและเพื่อนก็พร้อมที่จะเปิดกว้าง ปรึกษาหารือผู้สมัครท่านอื่น และผู้ใหญ่ของพวกเรา เพื่อสร้างความร่วมมือและช่วยกันนำพาพรรคประชาธิปัตย์ของเราให้เป็นที่พึ่งของประชาชนต่อไป หลังจากสิ้นสุดการหยั่งเสียง ถึงเวลาแล้วที่พี่น้องประชาธิปัตย์ทั้งประเทศจะต้องรวมพลังเป็นหนึ่งเดียวแล้วครับ.

'ภูมิธรรม'ยังอยู่เฝ้าพท.แต่'จาตุรนต์-พิชัย-เกรียง'ไปทษช.แน่

    
 


9พ.ย.61-มีรายงานข่าวจากพรรคไทยรักษาชาติ(ทษช.)แจ้งว่า หลังเปิดตัวคณะกรรมการบริหารพรรคที่เน้นคนุร่นใหม่เมื่อวันที่ 7 พ.ย.ไปแล้ว ทษช.ก็ยังนักการเมืองพรรคเพื่อไทย(พท.)ที่มีชื่อเสียงมีประสบการณ์เตรียมเข้าร่วมพรรคอีก อาทิ นายเกรียง กัลป์ตินันท์ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พลังงานและคณะทำงานเศรษฐกิจ และนายจาตุรนต์ ฉายแสง แกนนำพรรค โดยในวันที่ 19 พ.ย.จะจัดกิจกรรมเปิดนโยบายและทิศทางของพรรคที่จะผสมผสานคนรุ่นใหม่กับผู้มีประสบการณ์ทางการเมือง รวมทั้งเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.ในวันดังกล่าวด้วย

“แกนนำพรรคคนอื่นๆ อยู่ระหว่างการตัดสินใจ เนื่องจากส่วนใหญ่ยืนยันการเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทยไปแล้วหากย้ายก็ต้องลาออกจากพรรคก่อน โดยเฉพาะ ส.ส.เขตยังอยู่ที่เดิม เว้นแต่มีสัญญาณความเสี่ยงว่าพรรคจะถูกยุบ ก็อาจย้ายไปสังกัดพรรคการเมืองอื่นก่อนวันที่ 26 พ.ย.เพื่อให้สามารถลงสมัครรับเลือกตั้งได้ทัน”รายงานระบุ

ส่วนที่มีกระแสข่าวว่าได้เกิดปัญหาความขัดแย้งภายในพรรคเพื่อไทยอย่างหนักเนื่องจากไม่ยอมรับในตัวของคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์การเลือกตั้ง ทำให้แกนนำพรรคในส่วนที่เป็นกรรมการบริหารพรรค นำโดยนายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรค และนายจาตุรนต์ ฉายแสง และนายประยุทธ์ ศิริพานิช อดีตส.ส.มหาสารคาม ได้ยื่นใบลาออกจากพรรคเพื่อไทยแล้วนั้น

ด้านนายภูมิธรรม ได้ปฏิเสธกระแสข่าวดังกลาวพร้อมยืนยันว่าไม่มีความขัดแย้งใดๆและจะเป็นคนสุดท้ายจนกว่าพรรคจะถูกยุบส่วนความเห็นเหมือนเห็นต่างในพรรคเป็นธรรมดาของระบอบประชาธิปไตย ยืนยันไม่มีความขัดแย้งใดๆถือเป็นข่าวปล่อยที่หวังทำลายความสามัคคีของพรรคเพื่อไทย

 

(คลิกที่รูปเพื่ออ่านข่าว)

 

 

 

 

 

พรรคเครือญาติแม้วโพสต์ไอจีขอบคุณสมาชิก อ้อนขอเป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้ประชาชน

    
 

8 พ.ย.61 - กรรมการบริหารพรรคไทยรักษาชาติชุดใหม่ โพสต์ไอจีขอบคุณสมาชิกพรรคที่ให้ความไว้วางใจในการบริหารพรรค พร้อมติดแฮชแท็ค #ไทยรักษาชาติ #TSN #ทษช #โลกก้าวไกลไทยต้องก้าวทันโดย ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช หัวหน้าพรรค ได้โพสต์ไอจีระบุ “โอกาสเป็นสิ่งสำคัญ เมื่อได้รับมัน จะทำให้ดีที่สุด ด้วยปัญญาความรู้ ความสามารถ และความจริงใจ ขอเป็นอีกหนึ่งทางเลือกเพื่อความสุขของประชาชนและอนาคตของประเทศไทย จากนี้และตลอดไป”

ด้าน นายฤภพ ชินวัตร รองหัวหน้าพรรคโพสต์ IG ส่วนตัว กล่าวว่า “ขอขอบคุณสมาชิก และกรรมการบริหารพรรคไทยรักษาชาติ ที่มอบโอกาสสำคัญนี้นะครับ อยากจะให้ดูผมที่ตัวผมและผลงาน ไม่ใช่ที่ผมเป็นลูกหรือหลานใคร ผมจะทำหน้าที่นี้ให้ดีที่สุด”

นายมิตติ ติยะไพรัช เลขาธิการพรรค โพสต์ในเฟสบุ๊คส่วนตัวว่า ก้าวสำคัญที่สุดในชีวิต มาร่วมกันแสดงความคิด จุดยืน เพื่อพาประเทศก้าวข้ามผ่านวิกฤตนี้ด้วยกัน ไม่ว่าจะยืนอยู่จุดไหน เราก็อยู่ร่วมกันได้ 

 ส่วนนายคณาพจน์ โจมฤทธิ์ รองเลขาธิการพรรค โพสต์ในเฟสบุ๊ค เนื้อความว่า “วันนี้ผมได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของพรรคไทยรักษาชาติ ซึ่งเป็นพรรคที่มีอุดมการณ์ประชาธิปไตย ประกอบกับคอนเซปของพรรคที่นำเอาความทันสมัย และดึงเอาเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้กับชีวิตประจำวัน การเข้ามาทำงานตรงนี้ในฐานะคนรุ่นใหม่ ถือว่าเป็นความท้าทายอย่างหนึ่ง แต่ผมก็มีความตั้งใจอย่างเต็มที่ในการนำเอาความรู้ ความสามารถมาทำให้สังคมมีการพัฒนา และเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นไม่ว่าในทางใดก็ทางหนึ่งครับ เรามาช่วยกันครับ”

 ส่วนนายต้น ณ ระนอง รองเลขาธิการพรรค โพสต์ใน IG ส่วนตัว โดยมีเนื้อความว่า “โลกเชื่อมถึงกัน เมื่อโลกหมุนเร็วขึ้น คนไทยทุกคนต้องได้รับโอกาสเท่ากัน เชื่อมไทยเชื่อมโลก”

 นายพงษ์เกษม สัตยาประเสริฐ  โพสต์ใน IG ส่วนตัวเช่นกัน เนื้อความว่า “นับตั้งแต่วันนี้ อาจจะขออนุญาตใช้พื้นที่ตรงนี้โพสต์เรื่องการเมืองมากขึ้นนะครับ โพสต์ใน IG ส่วนตัว”

ขณะที่ น.ส.ชยิกา วงศ์นภาจันทร์ นายทะเบียนพรรค โพสต์ใน IG ส่วนตัวเช่นเดียวกัน โดยมีข้อความว่า “ขอขอบคุณสมาชิก คณะกรรมการบริหารพรรคไทยรักษาชาติ ทีมงานและพี่ๆสื่อมวลชนทุกท่านที่มอบโอกาสให้ดิฉันเข้ามามีส่วนร่วมในการทำงานต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยและร่วมผลักดันแนวคิดเชื่อมไทยเชื่อมโลกเพื่อสร้างประโยชน์ให้กับประเทศชาติและพี่น้องประชาชนต่อไป”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

  หมวดหมู่ : ต่างประเทศ 

 

 

 

 

 .........................................................

9 พฤศจิกายน 2561

 



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน